3 Mar 2018
4 PAGES
7 K

ระยะหลังๆ มานี้ ปกหนังสือในไทยมีการต่อสู้ด้านดีไซน์อย่างต่อเนื่อง จากตัวอย่างหนังสือ 100 เล่มที่ได้รางวัลปกยอดเยี่ยมในปี 2017 เราจะเห็นได้ว่าลูกเล่นคราฟต์สนุกๆ ถูกใส่เข้ามาให้หนังสือบนแผงดูเย้ายวน น่าซื้อเก็บมากขึ้น ต้นปี 2018 นี้ สำนักพิมพ์ผีเสื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังสือสวยงามประณีตมาแต่ไหนแต่ไรกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการ ด้วยการเปลี่ยนปกวรรณกรรมเรื่อง ครูไหวใจร้าย ฉบับครบ 50 ปี ให้เป็นปกผ้าปักมือทุกเล่ม ปกหญิงชราผมขาวหน้าบูดบึ้งที่เราคุ้นตา ได้รับการแปลงโฉมให้เป็นครูหญิงผู้เคร่งขรึมอ่อนหวาน ซึ่งมีรายละเอียดหน้าตาไม่ซ้ำกันสักเล่มเดียว

โครงการเปลี่ยนปกที่บ้าพลังมากๆ นี้เพิ่งเริ่มต้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการแห่งสำนักพิมพ์ผีเสื้อและครูสอนการทำหนังสือ กับ อ๋าย-นพเก้า เนตรบุตร ครูสอนปักผ้าสไตล์อิสระ ตัดสินใจร่วมมือทำสิ่งที่คนอื่นส่ายหน้า บอกว่าทำไม่ได้

“ผมคิดเรื่องนี้มา 33 ปีแล้ว อยากทำหนังสือปกผ้าที่ปักจริงทุกเล่ม ไอ้ความคิดนี้ไม่มีใครอาสาทำกับเราหรอก เพราะต้องใช้เวลามากและใช้คนมาก เหตุที่คิดเรื่องนี้เพราะ 33 ปีที่แล้วเราได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง คือ ต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในสมองว่าถ้าปกเป็นผ้าปักคงสวยน่าดู ก็เลยอยากทำ แต่ได้แต่คิดในใจอยู่เรื่อยมา ต่อมาผมเห็นสำนักพิมพ์เพนกวินเขาทำหนังสือปกปักลายผ้า คือปักผ้าจริงๆ แล้วถ่ายมาพิมพ์เป็นปกกระดาษ แบบนั้นก็ยังไม่ตรงใจเสียทีเดียว เพราะผมอยากเห็นหนังสือที่ปกไม่เหมือนกันสักเล่ม มีฝีปักและสีด้ายที่ไม่เหมือนกันเลย”

มกุฏหยิบตัวอย่างหนังสือ ครูไหวใจร้าย กองใหญ่มาวางบนโต๊ะ ความปรารถนาของเจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อเป็นจริง เมื่อบังเอิญเห็นผลงานปักและทราบว่านพเก้าเป็นอาสาสมัครสอนปักผ้าให้ชาวบ้านแถบชายแดน จึงติดต่อเรื่องการทำปกหนังสือใหม่ ตอนแรกตั้งใจเพียงถ่ายภาพปกลายปักมาใช้เท่านั้น แต่เมื่อได้นั่งลงคุยกัน เขาตัดสินใจบอกนักปักผ้าตรงๆ ว่าอยากได้ปกลายปักหลักร้อยเล่ม

“เขาบอกว่า โอ้โห ยาก ผ้า 100 ผืนอาจใช้เวลาร้อยสัปดาห์ เท่ากับเวลา 2 ปี ผมถามเขาว่ามีลูกศิษย์กี่คน สอนได้มั้ย แบ่งหรือชวนลูกศิษย์มาทำได้มั้ย เขาก็กลับไปคิดแล้วตอบว่าทำได้ ผมเลยบอกว่าจริงๆ แล้วอยากได้ 500 เล่ม (หัวเราะ) เขาบอกว่ายากนะ แต่จะลองดู ครูอ๋ายเขาเคยทำงานบริษัทโฆษณา เคยทำงานกับผู้คน ไปประกาศแป๊บเดียว เพียง 2 – 3 วันเท่านั้น ก็มีคนสมัครเต็มไปหมดหลายร้อยคน”

ผลตอบรับดีเกินคาดทำให้พวกเขาวางแผนทำหนังสือผ้าปักถึง 3 เรื่อง ได้แก่ ครูไหวใจร้าย ครบ 50 ปี, ผีเสื้อและดอกไม้ ครบ 43 ปี และ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ครบ 33 ปี ทั้งหมดเป็นหนังสือสำหรับเด็ก

“คนทั้งหลายเข้าใจว่าหนังสือปกผ้าเป็นของผู้ใหญ่ แต่ทำไมเราไม่สอนให้เด็กๆ ดูแลหนังสือดีๆ ล่ะ ที่สำคัญคือเรากำลังสอนให้เด็กเห็นศิลปะอย่างหนึ่งบนศิลปะอีกอย่างหนึ่ง ศิลปะปักผ้า ศิลปะการใช้สีบนหนังสือ สัมผัสจับต้องที่นุ่มมือทำให้เด็กเรียนรู้ความละเอียดอ่อน ความประณีตที่ต้องทะนุถนอม จะกินขนมแล้วมาทำเลอะเทอะไม่ได้ ถ้าหนังสือบางเล่มในบ้านเป็นแบบนี้บ้างก็ดี และเรากำลังดึงกลุ่มคนใหม่ๆ มาสนใจหนังสือ คนที่สนใจการปักผ้ามีเป็นแสนๆ คนทั่วประเทศ หรืออาจมีเป็นล้านคน ทั้งคนทำงานและคนที่สนใจการปัก ถ้าเราดึงคนเหล่านี้ให้สนใจหนังสือได้ ก็ดีกว่าไม่ดึงผู้อ่านใหม่เลย”

บรรณาธิการผู้สนับสนุนระบบหนังสือมาตลอดชีวิตเอ่ยอย่างมีความหวัง โครงการปักผ้านี้เริ่มลงเข็มบนปก ครูไหวใจร้าย เป็นเล่มแรก เนื่องจากเป็นหนังสือที่อายุมากที่สุด และเป็นที่ระลึกถึงผกาวดี อุตตโมทย์ ผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ผีเสื้อด้วย

“อาจารย์ผกาวดีได้ดูหนังเรื่อง Good Morning, Miss Dove (1955) เกี่ยวกับครูคนหนึ่งที่อุทิศตนเพื่อการสอนอย่างจริงจัง อบรมนักเรียนให้เป็นระเบียบ เข้มงวดแต่รักเด็ก เลยได้แรงบันดาลใจมาแต่งเรื่องนี้ลงเป็นตอนๆ ลงนิตยสาร ชัยพฤกษ์ สมัยก่อน ฉบับแรกยาวกว่าปัจจุบัน แต่ตั้งแต่รวมเล่มพิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นมาก็เรียบเรียงให้สั้นลง”

มกุฏเล่าที่มาหนังสือให้ฟัง ปกแรกๆ ของ ครูไหวใจร้าย เป็นรูปหญิงชราผมขาวตัวเล็กๆ ใส่แว่นตาโต มวยผมเรียบตึงและหน้าตาถมึงทึง

“ครูไหวกลายเป็นอย่างนี้เพราะครูอ๋ายเขาอยากเปลี่ยนบุคลิกครูไหวเดิมที่หน้าดุ ให้ไม่ถึงกับดุและไม่ถึงกับยิ้ม คืออมยิ้มหน้าตาย แต่บางคนก็อดไม่ได้ที่จะปักให้ครูไหวยิ้มบ้างนิดหน่อย กลายเป็นเสน่ห์ของแต่ละปก”

อาจารย์นักปักผ้าออกแบบภาพครูไหวเป็นโครง ให้นักปักผ้าทุกคนเติมรายละเอียดและเลือกใช้สีได้สนุกสนานเต็มที่ และแบ่งกลุ่มสอนนักเรียนทางไกลเป็นกลุ่มๆ คนที่ไม่เคยจับเข็มจับไหมมาก่อนก็ต้องลองซ้อมมือให้คล่องแคล่วก่อนปักจริง โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อจัดเตรียมกล่องวัตถุดิบ ส่งผ้าแคนวาสเนื้อแน่น เข็ม ไหมสารพัดสี และอุปกรณ์ครบครันไปที่บ้านอาสาสมัครนักปักผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 263 คน มีทั้งหญิงและชาย อาศัยอยู่ทั่วประเทศไทย และบางคนก็พำนักอยู่ต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย เยอรมนี คนเหล่านี้สมัครโดยรู้ตัวว่าจะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลย และยังต้องเสียเวลา เสียแรง และต้องเสียสตางค์อีกด้วยซ้ำ หากปรารถนาจะได้หนังสือเป็นของตัวเอง

“ตอนนี้ทุกคนกำลังปักอยู่ เราส่งอุปกรณ์ไปตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เขาต้องส่งกลับมาให้เราภายในสิ้นเดือนมีนาคม เราจะเอามาแช่น้ำให้ผ้าหดเท่ากัน ลบความสกปรกที่เกาะอยู่ หลังจากนั้นก็รีดและส่งให้ร้านทำปกไปหุ้มกระดาษแข็ง ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ ทากาวหุ้มแล้วทิ้งไว้ให้แห้งสนิทดี แล้วค่อยเอาเนื้อหนังสือมาประกบ ภาพประกอบในหนังสือก็ใช้ภาพถ่ายลายปักทั้งหมด และตัวเล่มเราจะทำริมชมพูด้วย

“งานเหล่านี้ทำให้การทำหนังสือยากขึ้นหลายเท่า แต่ความสนุกคือเราจะได้เห็นปกหนังสือเป็นงานศิลปะที่ไม่ซ้ำกันเลย” เจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย

ครูไหวใจร้าย ปกแข็งทั้ง 500 เล่มจะเสร็จสมบูรณ์เพื่อแสดงในหอสมุดแห่งชาติ ในวันที่ 15 กันยายน 2561 และอาจจะมีหนังสือชุดผีเสื้อและดอกไม้ด้วยถ้าเสร็จทัน ปกผ้าปักชุดที่ 2 ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะสนุกขึ้นอีกเพราะคราวนี้ครูอ๋ายจะไม่ร่างแบบให้แล้ว นักปักผ้าทุกคนเลือกปักผีเสื้อ ดอกไม้ หรือลวดลายที่ตัวเองตีความจากหนังสือได้อย่างอิสระ ส่วนหน้าปก โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ยังอยู่ระหว่างการตกลงกับทางประเทศญี่ปุ่น

สำหรับคนที่อยากสั่งซื้อ ครูไหวใจร้าย ฉบับพิเศษ วิธีการที่จะได้หนังสือเหล่านี้ก็พิเศษและแปลกประหลาดไม่แพ้วิธีการปัก ครูไหวใจร้าย ฉบับผ้าปักจะเปิดให้สั่งจองได้คนละ 1 เล่มเท่านั้น ผู้ซื้อจะไม่เห็นลายปกที่ตัวเองจะได้รับล่วงหน้า หลังจากจัดแสดงที่หอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์จะนำทุกปกมาห่อเป็นของขวัญ แล้วสุ่มส่งให้ผู้จองหนังสือ

“เราจะเปิดให้จองตั้งแต่ 15 มีนาคม 2561 15 วันแรกขาย 2,991 บาท และจะแพงขึ้นเรื่อยๆ เดือนละ 500 บาท จนถึง 4,991 บาทในเดือนกรกฎาคม เราหวังว่าหนังสือจะหมดก่อนหน้านั้น ที่ตั้งราคาสูงเพราะนี่คืองานฝีมือ เป็นงานศิลปะที่คนทั้งหลายต้องลงแรงลงพลังมาก และเราต้องการเงินไปตั้งเป็นกองทุนห้องเรียนหนังสือที่พระราชวังมฤคทายวันในอนาคต”

นอกจากหนังสือปกผ้าปัก 500 เล่มสุดคราฟต์ หลังจากนี้สำนักพิมพ์ผีเสื้อจะจัดพิมพ์หนังสือ ครูไหวใจร้าย ปกแข็ง โดยเลือกปกหนังสือจากนักปักผ้าจำนวน 8 คนมาถ่ายภาพและพิมพ์เป็นหนังสือปกแข็ง 4 แบบ (เล่มละ 2 รูป ปกหน้า-ปกหลัง) เพื่อให้ได้หนังสือราคาย่อมเยาลงสำหรับผู้สนใจสะสม และเลือกภาพจากนักปักผ้าอีก 8 คนมาทำเป็นหนังสือปกอ่อนราคาทั่วไปอีก 4 แบบ ลายไม่ซ้ำกัน แถมตอนนี้ยังจัดพิมพ์หนังสือ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ และ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ กลับมาแล้ว เวอร์ชันปกแข็งลายปักนุ่มนวลฝีมือครูอ๋ายอีกด้วย

ท่ามกลางความผันผวนของวงการหนังสือ มั่นใจได้ว่าพลังความประณีตของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะทำให้เราได้เห็นดีไซน์งดงามละเอียดน่าชื่นใจไปตลอดทั้งปี

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2561 เวลาบ่าย 2 โมง – บ่าย 4 โมง มกุฎ อรฤดี และ นพเก้า เนตรบุตร จะล้อมวงพูดคุยเรื่องเบื้องหลังโครงการทำปกผ้าปักมือที่หอสมุดแห่งชาติ ติดตามรายละเอียดการพูดคุยครั้งนี้ และความเคลื่อนไหวของหนังสือปกผ้าปักของผีเสื้อได้ที่ Facebook | ผีเสื้อกับผ้าปัก

CONTRIBUTORS

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการหมวดท่องเที่ยวประจำ The Cloud นอกจากสนใจการเดินทาง ยังชอบละครเวที งานฝีมือ ของมือสอง และเครื่องหอมต่างๆ

มณีนุช บุญเรือง

สาวชาวเชียงใหม่ อดีตช่างภาพ a day BULLETIN LIFE หลงใหลในแสงแดด พอๆ กับอเมริกาโนฮ้อนๆ เจ้า