3 กุมภาพันธ์ 2561
10 K

Scene 1

“ชวนฉันมากินข้าว จะจีบฉันเหรอ?”

หญิงสาวพูดหน้าตาเรียบเฉย ชายหนุ่มตักข้าวเข้าปาก สบตาเธอยิ้มๆ เหนือโต๊ะดินเนอร์บรรยากาศโรแมนติก

“ไง จีบได้ป้ะ?”

เธอยิ้มขวยเขิน เขายิ้มตาม รอยยิ้มทั้งคู่สว่างเจิดจ้าบนหน้าจอขนาด 8 เมตรข้างศาลหลักเมืองขอนแก่น พาเอาคนดูที่เงยหน้ามองจากลานฉายหนังกลางแปลงยิ้มตามไปด้วย ค่ำคืนนี้ความรักหนุ่มสาวผลิบานจากเครื่องฉายไฟล์ดิจิทัลบนรถกระบะสีสดฉูดฉาด ข้างรถเพนต์ชื่อ ‘ประดิษฐ์ฟิล์ม’ ตัวเบ้อเริ่ม

หนังกลางแปลง

ประดิษฐ์ฟิล์ม

ประดิษฐ์ แก้วสิมมา เจ้าของบริการฉายหนังเร่และหนังกลางแปลงยืนดูหนังอยู่ข้าง หมวย ผู้เป็นภรรยา ทีมงานพร้อมสรรพรวมตัวกันอยู่รอบรถกระบะ หน่วยหนังเคลื่อนที่นี้ประจำอยู่ที่ศาลหลักเมืองขอนแก่น เพราะคนที่นี่ชอบบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยการฉายหนังกลางแปลงให้เจ้าพ่อศาลหลักเมือง มีตั้งแต่สัญญาว่าจะฉาย 2 – 3 เรื่องยามหัวค่ำ ไปจนยิงยาว 9 เรื่องยันสว่าง เหตุการณ์สมหวังน่ายินดีอย่างเจ้านายเลื่อนตำแหน่งให้ ลูกสาวสอบได้ ลูกชายติดตำรวจ ทำให้ข้างศาลเจ้ามีความบันเทิงจากไทย จีน ฝรั่ง มาฉายฟรีอย่างสม่ำเสมอ

คืนนี้เป็นคิวของหนังรักไทย ฝนโปรยบางๆ ส่งผลให้ผู้ชมบางตา แสงจากหน้าจอสะท้อนลงบนใบหน้าเด็กและผู้ใหญ่ที่ดูหนังอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ปูเสื่อดูด้วยกัน สนุกกว่าดูคนเดียวนะ”

ชายวัยกลางคนมองกลุ่มผู้ชมแล้วเอ่ยเบาๆ

วันนี้ไม่ใช่วันที่คึกคักสุดของบริษัทหนังกลางแปลง พูดกันตามตรง ยุคเรืองรองของคาราวานหนังเคลื่อนที่จบลงไปแล้ว ในวันที่ความบันเทิงมหาศาลบรรจุตัวอยู่ในโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็ก ธุรกิจฉายภาพเคลื่อนไหวขนาดยักษ์ปรับตัวไปเดินสายฉายตามงานเทศกาล งานบุญ และตำบลเล็กๆ ทั่วภาคอีสาน เสน่ห์หนังกลางแปลงไม่ได้อยู่ที่ความสะดวกสบาย กลิ่นอายอดีตและบรรยากาศชุมนุมดูหนังกลางแจ้งต่างหากที่ทำให้กิจกรรมนี้ชวนถวิลหา

เหลือบตามองในจอ เรื่องรักหวานฉ่ำดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้ขอตัดฉากปิดเครื่องฉาย แล้วเปิดซีนใหม่ที่ม้วนฟิล์มกรอกลับ ยามกลางวันที่สำนักงานใหญ่ของประดิษฐ์ฟิล์ม สองสามีภรรยาถ่ายทอดความรุ่งโรจน์ของหนังเร่ทั่วอีสานตั้งแต่ยุค 70 ผ่านเรื่องราวของประดิษฐ์ในวัยหนุ่มคะนอง

ประดิษฐ์ฟิล์ม

 

Scene 2

“ก่อนมาฉายหนัง ผมเป็นคนคุมเสียงหนังเงียบตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ทำหน้าที่เปิดเสียงพากย์ให้ตรงกับปากตัวละคร เราจะมีม้วนเทปคาสเซตต์ โรงหนังทุกโรงจะมีเครื่องเปิดเทปนี้คู่กับเครื่องฉายฟิล์ม 16 มม. บริษัทจะทำตารางให้เราเดินสาย ขอนแก่นรามา ราชา ปริ๊นซ์ เพชรสยาม บันเทิงจิต ไปอุดร นครพนม มุกดาหาร พูดง่ายๆ ว่าภาคอีสานมีโรงหนังที่ไหน ผมไปหมด”

เจ้าของบริการฉายหนังกล่าว ดวงตาเป็นประกาย น้ำเสียงสนุกสนาน

โปสเตอร์หนัง

โปสเตอร์หนัง

“เมื่อก่อนคนดูหนังดี ที่กันดารแค่ไหนก็มีโรงหนังเสมอ ไปไหนคนก็อยากมาดูหนังกับเรา อย่างหนังชอว์บราเดอร์สมาไทยแล้วเต็มทุกโรง ตั๋วราคาสิบบาท สิบห้าบาท ต่อมาก็หนังเฉินหลง คนนี้เดินทางทั่วภาคอีสาน ผมก็เป็นคอหนังเฉินหลง ส่วนหนังไทยต้องยกให้สรพงษ์ ชาตรี เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน แผลเก่า ได้รับความนิยมมาก ไปที่ไหนก็โรงแตก”

ความสนุกจากการเดินทางไปสร้างความบันเทิงทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือดำเนินต่อเนื่องไปหลายปี จนกระทั่งเมื่อยุคหนังเงียบจบลงเพราะสู้ความนิยมเสียงในฟิล์มที่เข้ามากับฟิล์ม 35 มม. ไม่ไหว หน้าที่คุมเสียงพากย์ไม่จำเป็นอีกต่อไปเพราะนักแสดงพูดด้วยเสียงของตัวเอง ประดิษฐ์จึงหันมาเปิดบริการฉายหนังเคลื่อนที่ตั้งแต่ พ.ศ. 2537

 

Scene 3

หนังกลางแปลง

หนังกลางแปลง

ยุคต่อมาคือยุคทองของประดิษฐ์ฟิล์มแห่งขอนแก่น และบริการฉายหนังฟิล์มทั่วภาคอีสาน เจ้าของกิจการแบ่งประเภทหนังเป็น 2 แบบ คือหนังเร่ที่เก็บเงินผู้ชม และหนังกลางแปลงที่เจ้าภาพจ้างเหมาให้คนดูฟรี

“โรงหนังเร่จะไปตั้งจอ ล้อมผ้า ปิดเป็นวิกตามหมู่บ้านนั้น อำเภอนี้ ใครอยากดูก็จ่ายเงินค่าตั๋วก่อนถึงจะเข้ามาดูในผ้าได้ เราฉายหนังอย่าง นางนาก พระนเรศวรฯ เรื่องที่ดังที่สุดของเราคือ องค์บาก หนังที่จา พนม แสดงเรื่องแรก เขาเกิดเพราะเรื่องนี้ คุณพนา ฤทธิไกร ผู้กำกับก็เกิดเพราะหนังเรื่องนี้ และผมก็ได้เกิด ได้ชื่อเสียงเงินทองก็เพราะหนังเรื่องนี้เหมือนกัน ผมซื้อสิทธิ์จากสหมงคลฟิล์มมาฉายที่ขอนแก่นกับมหาสารคาม ได้รับความนิยมมาก”

วิธีการทำงานของหนังเร่เริ่มจากการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 – 3 วัน ทีมงานจะติดป้ายโฆษณาหนัง บอกวัน เวลา และสถานที่ไว้ในหมู่บ้าน จากนั้นก็ใช้รถแห่ติดเครื่องเสียงออกไปวนประกาศ ระหว่างที่รถเร่ออกไปตั้งจอฉาย ช่วงขาขึ้นที่สุดอย่างองค์บาก ประดิษฐ์เล่าว่าเขาต้องใช้รถแห่ 2 – 3 คัน และออกรถเร่ 4 – 5 หน่วยในคืนเดียว แม้เก็บค่าตั๋วราคาถูก แต่หนังแอ็กชั่นไทยใน พ.ศ. 2546 เรื่องนี้ทำให้เงินให้เขาถึงหลักล้านบาท

รูปถ่าย

รูปถ่าย

“หนังเร่จบไปก่อนหนังกลางแปลง สมัยนี้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่รายได้จากค่าตั๋วลดลง แต่ถ้าหนังเร่แรงจริง รายได้จะดีกว่าหนังกลางแปลงมาก เพราะหนังทำเงินฉายได้หลายๆ รอบในคืนเดียว สมมติเราเร่ 5 หน่วย เงินก็เข้ามาจากทุกจอ ตกเย็นผมไปขายตั๋วจอหนึ่ง คุณนายไปจอหนึ่ง ลูกไปอีกจอ วิถีหนังเร่เป็นแบบนี้”

ประดิษฐ์เล่าว่าบางจังหวัด เช่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยังมีการเร่หนังอยู่บ้างในปัจจุบัน แต่ก็เหลือน้อยเต็มที ส่วนใหญ่จะเหลือแต่หนังกลางแปลงที่เจ้าภาพจ้างบริการหนังไปฉายตามงานเทศกาล งานบวช งานบุญแจกข้าว งานงิ้ว โดยหนังที่ถูกใจเจ้าภาพยุคก่อนคือหนังที่เฉินหลงหรือหลิวเต๋อหัวร่วมแสดง แต่ยุคนี้เน้นหนังฮอลลีวูด

พื้นที่ลิขสิทธิ์ของประดิษฐ์ฟิล์มคือจังหวัดขอนแก่นและกาฬสินธุ์ มีบริการจอให้เลือกตั้งแต่ขนาด 8 – 16 เมตร ให้ดูกันอย่างจุใจ ส่วนใหญ่แล้วธุรกิจนี้จะมีงานชุกชุมช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และช่วงปลายปี

“ตอนนี้ทั้งอีสานมีบริการหนังทั้งเล็กทั้งใหญ่หลายร้อยบริการ เฉพาะในขอนแก่นก็ราวๆ 20 บริการ ดูเหมือนเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นเจ้าเล็กๆ ฉายในพื้นที่ใกล้บ้านเขา คนเลิกกิจการไปเยอะมาก”

สมุด

ประดิษฐ์ฟิล์ม

เจ้าของบริการหนังเก่าแก่อธิบายว่ายุคฟิล์มจบลงใน พ.ศ. 2556 ไม่ใช่เพราะอุปกรณ์เก่าแก่เสียหาย แต่เพราะวงการภาพยนตร์เลิกใช้ฟิล์ม แล้วหันไปใช้การถ่ายทำแบบดิจิทัลแทน ทำให้ไม่มีฟิล์มหนังใหม่ๆ มาฉายอีกต่อไป แต่ถ้าเจ้าภาพยังต้องการดูหนังจากฟิล์มอยู่ ประดิษฐ์ฟิล์มก็จัดฉายหนังเก่าๆ ให้ได้ ม้วนฟิล์มหนังมากมายที่เคยสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ บรรจุอยู่ในกล่องสีเขียวมากมายในออฟฟิศ ซึ่งตัวเขาเคยนำมาฉายเองและแบ่งปันให้คนอื่นเช่าฉาย

“สมัยก่อน 2 อาทิตย์หลังหนังฉายที่กรุงเทพฯ เราจะได้ก็อปปี้หนังใส่ลังกระดาษมา เราก็มาตัดต่อใส่กล่องสีเขียว แล้วก็กรอหนัง ม้วนใส่ลีนขาว สมมติหนังเฉินหลงมี 5 ม้วนก็ตัดต่อใส่ 5 ลีน”

ฟิล์มหนัง

เครื่องฉายหนัง

“ฟิล์มยุคเก่าถ้าตัดต่อไม่ดี ตอนสาวหน้างานจะขาด ภาพจะสะดุด แต่ในยุคฟิล์มทองก็ไม่ค่อยขาดแล้วนะครับ ถ้าขาดก็ซ่อมกันหน้างาน”

ประดิษฐ์สาธิตการใช้อุปกรณ์อย่างทะนุถนอม แล้วยกเครื่องฉายหนังกลมๆ รุ่นเก่าแบบใส่ถ่านออกมาให้ดู อุปกรณ์ฉายฟิล์มลงบนหน้าจอยังคงสภาพดี และยังเป็นเครื่องเตือนความทรงจำถึงวันเวลาเก่าๆ ที่งดงาม

“ตอนหนังดังๆ เข้ามาสนุกน่าดูครับ คนดูเต็มโรง เราก็มีความสุข”

เครื่องฉายหนัง

โปสเตอร์หนัง

 

Scene 4

นอกจากคาราวานหนังเร่ ประดิษฐ์ยังลงทุนกับธุรกิจโรงหนังสแตนด์อะโลนหลายแห่งในภาคอีสาน โดยสำรวจสภาพโรงหนังเก่า กระบวนการซื้อฟิล์มจากสายหนัง และจำนวนประชากร ก่อนจะตัดสินใจซื้อโรงหนังมาปรับปรุง เช่น โรงหนังเจ้าพระยาขนาด 400 กว่าที่นั่งที่จังหวัดชัยภูมิ โรงหนังปารีสขนาด 500 กว่าที่นั่งที่จังหวัดสกลนคร และโรงภาพยนตร์ปิรามิด อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ที่เสริมเก้าอี้ได้ถึง 700 ที่นั่ง

“โรงหนังเฉลิม ป. ที่อำเภอปากช่อง เป็นโรงเดี่ยว 500 กว่าที่นั่ง ตอนแรกเป็นเก้าอี้ไม้ ผมไปปรับปรุงใหม่ ลงทุนสองสามล้าน เปลี่ยนเป็นเก้าอี้กำมะหยี่ใหม่หมดและติดแอร์ คนปากช่องชอบดูหนังครับ ที่นี่มีโรงงานเยอะ โรงหนังเฉลิม ป. เป็นที่สุดท้ายที่ผมเลิกทำ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ราคาตั๋วสุดท้ายอยู่ที่ 30 บาท”

รูปถ่าย

รูปถ่าย

ตั๋วหนัง

อดีตเจ้าของโรงหนังเปิดอัลบั้มภาพถ่ายฟิล์มประกอบเรื่องเล่า คู่แข่งสำคัญของโรงหนังเดี่ยวคือห้างสรรพสินค้าที่มีโรงหนังหลายโรง ได้ปันส่วนก๊อปปี้หนังมากกว่าและเร็วกว่ามาก ในช่วงท้ายๆ ของยุคฟิล์มที่จำนวนฟิล์มน้อยลงทุกที โรงหนังเดี่ยวจึงทยอยปิดตัวลงไปโดยปริยาย

แม้ไม่คุ้นเคย ประดิษฐ์ฟิล์มและบริการหนังรายย่อยอื่นๆ ได้ก้าวเท้าเข้าสู่ยุคดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว

โปสเตอร์หนัง

Scene 5

ในยุคเทคโนโลยีใหม่ การอคอยภาพยนตร์ต้องใช้เวลานานขึ้นเป็น 2 – 3 เดือน หลังหนังลาโรงทั่วประเทศแล้ว บริการฉายหนังจึงได้สิทธิ์ซื้อหนังใส่ hard disk จากสายหนังมาฉาย ปัจจุบันประดิษฐ์ฟิล์มจะซื้อหนังราว 20 กว่าเรื่องต่อปี ไม่มากมายเท่ายุคฟิล์มที่ซื้อหนังนับร้อยๆ เรื่อง แต่เพียงพอสำหรับขบวนความสุขเล็กๆ ที่เดินทางไปจอดฉายให้เจ้าภาพยามค่ำคืน เคล็ดลับของนักฉายหนังคือจัดหนังตลกไว้เรื่องแรกๆ เพื่อให้คนหัวเราะให้หนำใจ ก่อนจะฉายเรื่องที่อ่อนกว่าในช่วงที่ผู้ชมเริ่มทยอยกลับบ้านกันแล้ว

แดดที่สาดเข้ามาย้อมโปสเตอร์หนังเต็มกำแพงสำนักงานจางลงทุกที ทีมงานเตรียมอุปกรณ์ขึ้นกระบะเพื่อไปฉายหนังที่ศาลหลักเมืองขอนแก่นตามเวลาที่กำหนดไว้ ก่อนแยกย้ายกันเดินทางไปดูหนังในฐานะคนฉายและคนดู ประดิษฐ์เล่าเรื่องที่น่าดีใจเรื่องหนึ่งให้ฟัง

ประดิษฐ์ฟิล์ม

หลังจากเห็นความสำเร็จของหนังท้องถิ่นที่โดนใจตลาดอีสานอย่าง ‘ไทบ้านเดอะซีรีส์’ กลุ่มบริการหนังแห่งภาคอีสานก็จับมือกันสนับสนุนการทำหนังเรื่อง ‘ยองบ่าง’ จากวงดนตรีชื่อเดียวกัน และจัดฉายหนังเรื่องนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2560

หนังเล็กๆ เรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย แต่สำหรับคนฉายหนังรายย่อยในภาคอีสาน มันเป็นสัญญาณว่าพวกเขายังคงมีชีวิต และภาพในจอหนังของพวกเขายังคงเคลื่อนไหว

โปสเตอร์หนัง

เครื่องฉายหนัง

 

ประดิษฐ์ฟิล์ม

ติดต่อ 081-708-5696, 089-274-0990

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พลาสติกคือขยะ ต้องลดการใช้ให้สิ้น

พลาสติกคือองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยต่อชีวิตผู้คน

2 ประโยคนี้อาจฟังดูขัดแย้งกัน แต่เป็นคำนิยามคู่พลาสติกช่วงปีที่ผ่านมาในสังคม

ในฟากหนึ่ง การผลิต ใช้งาน และกำจัดพลาสติกที่ย่อยสลายเองไม่ได้แบบผิดๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และกระทบสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงในระดับที่มนุษย์ไม่ควรรีรอนิ่งเฉยอีกต่อไป

อีกด้านหนึ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพลาสติกกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มนุษย์ในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงโควิด 19 ที่การใช้งานพลาสติกพุ่งสูงขึ้น จากความจำเป็นในการสั่งเดลิเวอรี่ การใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์และความปลอดภัย

เมื่อยังมีการใช้งานอยู่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การหาวิธีผลิตและบริหารจัดการพลาสติกเหล่านั้นอย่างรับผิดชอบร่วมกันของผู้คนในสังคมและองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดคุณค่าในการใช้งานสูงสุด

หนึ่งในบริษัทที่ตื่นตัวเรื่องนี้เป็นอย่างดี พยายามปรับเปลี่ยนกระบวนการมาอย่างต่อเนื่องคือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต รวมทั้งอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งรอบข้างได้อย่างลงตัว

ช่วงปีที่ผ่านมา GC ผลักดันนวัตกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม หนึ่งในโครงการที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้คือ ‘Greater Care Charity by GC & Customers’ ที่ร่วมมือกับบริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ GCM ผู้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ และ 84 องค์กรพันธมิตร ผลิตและส่งมอบนวัตกรรมจากพลาสติกให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด 19 เสริมกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ในวันที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง โดยคำนึงถึงวิธีการจัดการพลาสติกให้เกิดคุณค่าสูงสุดอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

เมื่อพลาสติกสามารถสร้างประโยชน์ในสถานการณ์วิกฤต The Cloud นัดหมายคุยกับ คุณปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ของ GC เพื่อสอบถามถึงการทำงานเบื้องหลังของโครงการนี้ และแนวทางการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับการสนับสนุนสังคม ผ่านความเชี่ยวชาญขององค์กรชั้นนำระดับประเทศ

เพราะไม่มีใครอยู่รอดได้ด้วยตัวเองเพียงตัวคนเดียวอีกต่อไป วินาทีนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อรักษาชีวิตผู้คนและโลกใบนี้ให้คงอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

พลาสติกเพื่อการแพทย์

“GC ให้ความสนใจและพัฒนาเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์มานาน” คุณปฏิภาณกล่าว จากทิศทางของบริษัทที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตเม็ดพลาสติกเกรดทั่วไปเท่านั้น แต่สร้างโซลูชันที่มีความคงทนและคุณค่ามากขึ้น ยกระดับการผลิตพลาสติก เพื่อช่วยตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม โดยอุปกรณ์การแพทย์ถือเป็นแวดวงหนึ่งที่พลาสติกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง 

เพราะพลาสติกมีคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่น เบา ทนทาน ขึ้นรูปง่าย ผลิตปริมาณมากได้ในเวลาอันสั้น ป้องกันสารคัดหลั่งซึมผ่าน นำไปฆ่าเชื้อทำความสะอาดต่อได้ จึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดกาวน์ หน้ากากอนามัย ชุด PPE ฯลฯ

แม้จะดูไม่ซับซ้อน แต่การผลิตให้ใช้งานได้ในทางการแพทย์ ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่และความใส่ใจในรายละเอียดขั้นสูง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อชีวิตของมนุษย์ ซึ่ง GC เคยผ่านการร่วมมือและร่วมผลิตอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาผู้ป่วย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศมาแล้ว

เมื่อวิกฤตจากโควิด 19 ยืดเยื้อนานขึ้น GC เห็นช่องว่างที่มีอยู่ในสังคม และร่วมเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ เพิ่มเติมจากหลายโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่การแพร่ระบาดในระลอกแรก

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“GC เห็นว่าอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่ศูนย์พักคอยและโรงพยาบาลสนาม แต่อุปกรณ์ภายในอาจยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เช่น อายุการใช้งานค่อนข้างสั้น ไม่ทนทานต่อสารคัดหลั่ง ทำความสะอาดยาก ซึ่งจริงๆ การช่วยเหลือตรงนี้เป็นเรื่องดีและทำได้เร็ว สิ่งที่มองเห็นว่าทำได้เพิ่ม คือการเข้าไปเสริมสิ่งที่ยังขาดอยู่”

“ปกติเราจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับลูกค้าทุกปี เช่น การจัดงานสัมมนา แต่ปีนี้ไม่เหมาะจะจัดอยู่แล้ว เราจึงคุยกันว่า เอางบประมาณตรงส่วนนี้มาร่วมทำประโยชน์ให้กับสังคมดีกว่า”

เนื่องจาก GC ร่วมงานกับกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตพลาสติกที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทำงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal หรือ SDGs) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การผนึกกำลังจาก 84 องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พันธมิตรเราต่างมีปรัชญาการทำธุรกิจแบบเดียวกัน คือเข้าใจเรื่องความยั่งยืน ให้ความสำคัญกับสมดุลของ 2E1S คือ Economic, Environment และ Social พอเกิดวิกฤตแบบนี้ขึ้น ทุกคนพูดภาษาเดียวกันและเข้าใจทันที” คุณปฏิภาณกล่าว

ผลลัพธ์จากโครงการนี้คือ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบให้โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย 4 แห่งใน 3 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และระยอง โดยมีตั้งแต่เตียงสนาม 1,000 เตียง ผลิตจากพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) แบรนด์ InnoPlus ที่ถอดประกอบง่าย ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที รับน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม ฆ่าเชื้อได้ง่ายด้วยน้ำยาและความร้อน ใช้ซ้ำเพื่อรองรับผู้ป่วยใหม่และนำกลับมารีไซเคิลได้ ดูแลการผลิตโดยบริษัท AEROKLAS

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร
Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

ชุดกาวน์กันน้ำ 10,500 ชุด จากเม็ดพลาสติก PE ผลิตโดย Thai Hospital Products และชุดคลุมปฏิบัติการ 3,600 ชุดสำหรับพื้นที่ที่ความเสี่ยงไม่สูง ผลิตจากเส้นใย PET สามารถนำไปทำความสะอาดและกลับมาใช้ซ้ำได้ร่วม 20 ครั้ง

ล็อกเกอร์เก็บของขนาดกะทัดรัดจากเม็ดพลาสติก LLDPE ที่แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา 

ถังและถุงขยะป้องกันการติดเชื้อที่มีสีแดงเด่นชัดเจน เพื่อให้คนระมัดระวัง รวมถึงมอบข้าวของเครื่องใช้และขนมที่ผลิตจากข้าวในชุมชนจังหวัดระยองที่ GC ให้การสนับสนุน เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้ ผ่านการคิดอย่างครอบคลุมโดยคำนึงถึงอนาคตระยะยาวไว้ด้วย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“เรานึกถึงการใช้งานในภายหลัง เช่น เตียงที่ผลิตออกมาเป็นพันเตียง ถ้าเกิดโควิด 19 หายไป เราเอาไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้ง่าย ต่อเป็นโต๊ะไว้ทำอย่างอื่นหรือเอาไปรีไซเคิลอีกทีก็ได้ เพราะเป็นพลาสติกประเภทเดียวกันทั้งหมด เก็บรวบรวมไปรีไซเคิลได้โดยตรงเลย”
เมื่อนับรวมการบริจาคทั้งหมด GC และพันธมิตรได้ส่งมอบชุดกาวน์ PE กว่า 4 ล้านชุด เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยอีกมากมาย เข้าถึงมากกว่า 6,181 สถานพยาบาลและหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ และยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่ทำได้ ร่วมกับพันธมิตรที่เห็นพ้องต้องกัน

“GC ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อยๆ โดยดูความต้องการที่เร่งด่วนและสิ่งที่เรามีในปัจจุบัน หากบริษัทใดอยากช่วยเหลือร่วมกัน เราพร้อมเป็นผู้ประสานงานและสนับสนุน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนให้ได้เร็วที่สุด”

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

Chemistry for Better Living

โครงการนี้เป็นเพียงหนึ่งในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม GC ยังมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวางแผนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวไว้อย่างครอบคลุม

เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์ม YOUเทิร์น เปิดรับพลาสติกประเภท HDPE และ PET ที่ใช้แล้วให้กลับเข้าสู่กระบวนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาต้นทางเรื่องการทิ้งขยะอย่างกระจัดกระจาย ซึ่งในช่วงโควิด 19 YOUเทิร์น ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อระดมขวดพลาสติกมาผลิตชุด PPE ในโครงการ ‘แยกขวดช่วยหมอ’ อีกด้วย

อีกทั้งอยู่ในช่วงศึกษาเทคโนโลยีสำหรับ Chemical Recycling เพื่อแปรรูปขยะปนเปื้อนที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบปกติ โดยการทำให้พลาสติกกลับไปเป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบตั้งต้นของเคมีภัณฑ์และนำไปผลิตต่อเป็นอย่างอื่นได้ ตามแนวคิด Circular Economy ที่ทำให้ทรัพยากรมีการหมุนเวียนและสร้างคุณค่าสูงสุด

รวมถึงการสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) แบบครบวงจร ใช้วัตถุดิบเป็นน้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรไทย เพื่อผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดการแตกตัวเป็นไมโครพลาสติก แม้จะต้องใช้ต้นทุนสูงในตอนแรกและมีกระบวนการที่ยาวนานกว่า ไม่อาจทดแทนพลาสติกดั้งเดิมได้ทั้งหมด แต่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต ควบคู่ไปกับการผลิตพลาสติกที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นหนทางช่วยลดการปลดปล่อยมลภาวะและก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เตรียมพร้อมเพื่อรับมือในวันที่สถานการณ์โควิด 19 กลับมาเป็นปกติ และการใช้งานพลาสติกอาจมีปริมาณมากขึ้น

แต่เท่านี้ คงไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโลกใบนี้

“ทุกคนมีส่วนสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ตั้งแต่การคัดแยกขยะต้นทางเพื่อให้รีไซเคิลได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ปลายทางที่ผลิตขึ้นมาใหม่ราคาไม่สูงสำหรับผู้ใช้งาน และควรมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ออกนโยบายกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ เห็นข้อดีของการปรับเปลี่ยนเชิงธุรกิจ และดำเนินการให้ถูกต้องได้ง่ายขึ้น”

เพื่อให้พลาสติกกลายเป็นที่สิ่งมีคุณค่าต่อมนุษย์ โดยไม่ทำร้ายชีวิตและสิ่งแวดล้อม และเราผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นไปได้ด้วยกัน

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load