2 กุมภาพันธ์ 2561
9 K

เชื่อว่านาทีนี้คงไม่มีใครในประเทศไม่รู้จัก โครงการ ‘ก้าวคนละก้าว’ ของพี่อูน พี่ตูน หรือ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย โครงการวิ่งระยะทาง 2,215.40 กิโลเมตร จากใต้สุดที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ถึงเหนือสุดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อระดมทุนให้มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ

ท่ามกลางเสียงเชียร์และกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศ นับถึงวันนี้ (31 มกราคม) ก้าวคนละก้าวมียอดเงินบริจาคทั้งสิ้น 1,368,585,336.85 บาท และแม้การวิ่งจะจบลง แต่ตัวเลขที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศยังไม่หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับเว็บไซต์ของโครงการที่ยังดำเนินต่อไป

วันนี้ เราจึงพามารู้จักทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์  kaokonlakao.com นี้ เว็บไซต์ศูนย์กลางการบริจาคเงินของโครงการนี้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ สาขารัชโยธิน

ท่าทีเคร่งขรึมของตัวแทนทีมงานทั้ง 9 คน บ่งบอกความเชี่ยวชาญในสายงานการเงินธนาคารและ IT อย่างคาดเดาได้ไม่ยาก แต่ทันทีที่เริ่มต้นบทสนทนาถึงวิธีคิดและการทำงานเบื้องหลังโครงการก้าวคนละก้าว สิ่งที่ได้ยินก็เปลี่ยนภาพจำเกี่ยวกับคนธนาคารที่เคยมีมาทั้งหมด

โจทย์ตั้งต้นที่สนุก วิธีแก้ไขปัญหาและทัศนคติในการทำงานที่เปลี่ยนไป ทำให้เผลอถามซ้ำๆ ตลอดการสนทนาว่า นี่เรากำลังคุยกับคนสายงานธนาคารจริงหรือเปล่า

ประชุม

More Than Banking

จริงๆ แล้วหน้าที่ของธนาคารไทยพาณิชย์สำหรับโครงการนี้น่าจะเป็นเพียงผู้รับฝากเงินระดมทุน คล้ายกับสมัยที่ทุกคนร่วมใจโทรเข้าไปบริจาคเงินกับนักแสดง ดารา และนางงาม ในรายการพิเศษ โดยมีสาวสวยชุดม่วงคอยให้เลขบัญชีและจดยอดตัวเลขบริจาค

แต่สิ่งที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทำนั้นปลดล็อกทัศนคติเกี่ยวกับการบริจาคเดิมๆ ไปตลอดกาล

ประชุม ประชุม

“จากโจทย์บรรทัดเดียวจากพี่ตูน นั่นคือ ผมอยากได้เงิน 10 บาท จากคนไทย 70 ล้านคน” ทำให้ทีมงานที่ร่วมกันในโปรเจกต์พิเศษนี้ท้าทายความสามารถตัวเองด้วยการไปให้ไกลกว่าการเป็นธนาคารที่เปิดบัญชีรับเงินบริจาค

หลังจากได้รับโจทย์ตัวเลขจากพี่ตูน ทีม Payment ซึ่งนำทีมโดย วอช-วัชรพงษ์ พจนีย์นนท์ ก็กลับมาพร้อมแผนงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริจาคเงินให้ตอบทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่คนที่เดินไปฝากเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร คนที่ทำธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์ คนที่ใช้บัตรเครดิต ไปจนถึงคนที่เคยใช้ Crowdfunding เว็บไซต์ระดมทุนในต่างประเทศ รวมถึงเสนอระบบพร้อมเพย์ 

แล้ววิธีการใดที่จะทำให้โครงการนี้ได้รับเงิน 10 บาทจากทุกคนเร็วที่สุด วอชชวนเราคิด

และช่องทางแรกอย่าง SMS บริจาคเงินคือคำตอบ คำถามต่อมาคือ แล้วเราจะทำอย่างไรให้มูลนิธิฯ ได้รับเงิน 10 บาทจาก SMS อย่างเต็มจำนวน ทีมงานจึงร่วมกับทางมูลนิธิฯ ขออนุญาตกับทาง กสทช. และคุยกับผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณรายต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือยกเว้นค่าธรรมเนียม อาจจะฟังดูเหมือนง่าย แต่ในทางปฏิบัติแล้วส่งผลต่อระบบหลังบ้านที่ต้องจัดการใหม่

นอกจากนี้ยังมีช่องทางอีกมากมายในการบริจาคที่ทีมงานคิดมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ ตั้งแต่การบริจาคผ่านปุ่มบริจาคใน Easy APP ไม่ต้องจำเลขบัญชีก็บริจาคได้ หรือ QR code ระบบพร้อมเพย์ ที่ช่วยให้การโอนต่างธนาคารไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม รวมถึงเป็น partner กับเว็บไซต์รักดี เพื่อทำระบบรับเงินบริจาคออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ที่สำคัญไม่แพ้ช่องทางบริจาคต่างๆ ก็คือการคิดที่จะสร้างเว็บไซต์ kaokonlakao.com ที่รวมทุกช่องทางการบริจาค และทำระบบที่รวบรวมทุกบาททุกสตางค์เพื่ออัพเดตยอดเงินบริจาค real time แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโครงการรับบริจาคไหนมาก่อน ทั้งหมดนี้มีกำหนดระยะเวลาในการเตรียมงานทั้งสิ้น 1 เดือน

และแม้จะไม่มีความรู้เรื่อง IT มากนัก เราก็พอจะนึกภาพออกว่าการมาของ real time สร้างความวุ่นวายให้ระบบหลังบ้านแค่ไหน

ประชุม

Mission Beyond The Mission

โปรเจกต์เว็บไซต์ก้าวคนละก้าวเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ทดลองที่เปลี่ยนรูปแบบการทำงานของชาว SCB อย่างมาก เป็นตัวอย่างของการทำงานข้ามฟังก์ชันข้ามแผนกอย่างมีประสิทธิภาพ เปิดโอกาสให้ทีมงานได้ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน

โดยมาในรูปแบบโจทย์บรรทัดเดียวที่เปิดกว้างทางความคิด จนออกมาเป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่เกิดประโยชน์ในมิติที่หลากหลายขึ้น บ้างตอบโจทย์การทำงานขององค์กร บ้างตอบโจทย์สังคม บ้างตอบโจทย์ passion ของตัวเอง

“หากเป็นเมื่อก่อน เราคงคิดไม่ออกว่านอกจากเปิดบัญชีรับบริจาคแล้ว เราจะทำอะไรอย่างอื่นได้บ้าง แต่เมื่อเปิดให้ทุกคนลองคิด ลองทำ ลองดู จึงเป็นที่มาของช่องทางและวิธีการต่างๆ จนออกมาเป็นเว็บไซต์ในที่สุด” ตั๊ก-กมลชนก จะโนภาษ จากทีม Marketing เล่า ก่อนจะเสริมว่า หัวใจสำคัญนั้นอยู่ที่การคิดเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของตัวเอง อย่างการตั้งคำถามกับตัวเองว่า…เราทำอะไรได้มากกว่านี้บ้าง

จากกระบวนการทำงานของคนธนาคารสมัยก่อนที่มักจะทำแต่งานในส่วนงานที่ตัวเองรับผิดชอบ เช่น ถ้าเราดูเรื่องฝากเงิน เราก็จะดูแต่เรื่องฝากเงิน และจะตอบคำถามเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ฝากเงินไม่ได้ เป็นต้น โปรเจกต์พิเศษนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีของการทำงานข้ามฟังก์ชันที่ทุกคนพร้อมเปิดใจเรียนรู้ไปด้วยกัน

การร่วมกันคิดหาสิ่งใหม่เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าก็เป็นอีกที่มาหนึ่งของฟังก์ชันในเว็บไซต์ก้าวคนละก้าวที่สามารถเข้ามาดูยอดบริจาคได้แบบ real time

“วิธีการระดมทุนเชิญชวนให้คนบริจาคเงินไม่ได้แตกต่างไปจากโครงการก่อนๆ ที่มี แต่ด้วยไลฟ์สไตล์และการเข้าถึงข้อมูลที่เปลี่ยนไป จากที่เคยใช้โทรทัศน์และวิทยุสื่อสารทางเดียว เมื่อมีช่องทางที่หลากหลายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การสร้างความรู้สึกร่วมจึงทำได้ง่ายกว่า” วรรณ-ธนวรรณ กิจรังษีวิบูลย์ จากทีม Digital Banking เล่าเหตุผลที่ฟังก์ชันของเว็บไซต์ก้าวคนละก้าวมีมากกว่าข้อมูลช่องการบริจาคเงิน

ประชุม

แอปพลิเคชัน

I Believe I Can Fly

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันและพูดถึงอยู่ตลอดการสนทนา คือเรื่องการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี และการทำงานเป็นทีม ที่ทำให้องค์กรไปได้เร็ว เพราะถ้าผู้ใหญ่ในองค์กรทำอะไรเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง ฟันเฟืองของคนทำงานก็คงหมุนต่อไม่ได้

หนึ่งในตัวอย่างของการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ของสถาบันการเงินแห่งแรกในประเทศอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ก็คือโครงการเว็บไซต์ก้าวคนละก้าว

นอกจากวิธีการรับบริจาคที่ทั่วถึงคนทุกไลฟ์สไตล์แล้ว ทีมยังคิดถึงองค์ประกอบอื่นๆ อย่างใบเสร็จออนไลน์ และการอัพเดตยอดเงินบริจาคแบบ real time ซึ่งทั้งหมดนี้มีระยะเตรียมงานทั้งหมดเพียง 1 เดือนเท่านั้น

“ตอนที่ได้รับโจทย์จากผู้ใหญ่ให้ทำหน้าที่ Project Manager โครงการนี้ ไม่ว่าเราจะติดต่อประสานไปยังส่วนงานไหนก็ไม่มีคำว่าทำไม่ได้เลย ทุกคนจะพูดเหมือนกันว่ามาลองดูกันก่อนว่าจะทำยังไงได้บ้าง ตั้งต้นที่โจทย์ เหมือนทุกคนกำลังลงเรือลำเดียวกัน เห็นปลายทางชัดเจนร่วมกันว่ามันต้องทำได้สิ ทุกคนช่วยกันหาโซลูชั่นตามความถนัดของตัวเอง” ติ้ง-ธนพร พัฒนวนิชชากร Project Manager ที่เปลี่ยนตัวเองจากนักสื่อสารจากทีม Marketing มาเรียนรู้กระบวนการทั้งหมดไปพร้อมกันกับทีม 

“แม้จะมีเวลาน้อยมากในการเตรียมระบบหลังบ้าน แต่เป็นธรรมชาติของทีม IT ที่จะทำงาน support ทุกฝ่ายให้ทันในเวลาที่กำหนดหากทีมงานฝั่ง Business สรุปโจทย์ความต้องการชัดเจน และโครงการนี้ก็เช่นกัน กระบวนการที่รวดเร็วเกิดจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวของทำงานคู่ขนานกันไป เช่น ตอนเราคิดแก้ปัญหาเรื่องระบบสำหรับใบเสร็จออนไลน์ ติ้งก็ช่วยประสานเรื่องกฎหมายกับทางทีมกฎหมายสรรพากรของแบงก์ ซึ่งแม้สุดท้ายจะไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย เราก็ได้ลองทำอย่างที่สุดแล้ว” หนิง-อารีรัตน์ เหลืองรุจินันท์ หัวหน้าทีมวางแผนงานด้าน IT เล่าบรรยายกาศการทำงานแข่งกับเวลา

ก้าวคนละก้าว

ก้าวคนละก้าว

แม้เราจะได้ยินศัพท์ IT ในตลอดการสนทนา แต่เพราะทุกคนร่วมด้วยช่วยกันอธิบายซ้ำๆ ในภาษาที่ง่ายอย่างไม่กลัวเสียเวลา ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมบรรยากาศของการทำงานที่มีคนหลากหลายสาขา ตั้งแต่ทีมงานการตลาด โฆษณา ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี งานกำกับและควบคุม งานหน้าบ้านและหลังบ้านธนาคารนี้ จึงเป็นตัวแปรเล็กๆ แต่สำคัญของความสำเร็จของเว็บไซต์ก้าวคนละก้าว

น่าเสียดายที่แผนการใบเสร็จออนไลน์ไม่สามารถเกิดขึ้นจริง ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายในหลายประเด็น จึงทำได้เพียงเป็นช่องทางให้ผู้บริจาคกรอกข้อมูลนำส่งมูลนิธิทางออนไลน์เท่านั้น

ทุกสิ่งที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากธนาคารแห่งประเทศไทยทำสิ่งนี้ เพราะหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุญาตให้สถาบันการเงินประกอบธุรกิจอื่น จึงเป็นหน้าที่ของทีม Compliance ในการเข้าหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขออนุญาตกับธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารสามารถให้บริการสิ่งนี้ได้

“สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง คือความปลอดภัยของข้อมูลและการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยของการเก็บข้อมูลลูกค้า ความปลอดภัยของการใช้บริการเว็บไซต์ ทีมงานจึงต้องประสานงานกับผู้ดูแลโครงการเพื่อเตรียมข้อมูลประกอบการพิจารณาให้ครอบคลุมความเสี่ยง แสดงถึงความตั้งใจของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ส่งผลให้การขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยสำเร็จลุล่วงไปได้ ก็เป็นเพราะเรามีทีมงานสนับสนุนที่ดี” อรรถวิทย์ จุ่งพิวัฒน์ จากทีม Compliance เล่าถึงสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญ

“ถ้าเป็นฝ่ายกำกับยุคเก่าก็คงคิดถึงสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่คำตอบของทีมนี้คือ ได้แหละ ขอลองดูก่อน และหากสิ่งไหนร้ายแรงมากจริงๆ เขาก็จะคอยบอก แต่ก็บอกว่าขอลองดู และเขาจะทำให้เราเห็นข้อเท็จจริงทุกอย่าง ว่ามีวิธีการใดทำให้เกิดขึ้น ไม่ใช้การพูดปฏิเสธ ทั้งๆ ที่เป็นทีมในแผนกที่ควรจะกังวลกับเรื่องนี้มากที่สุด” ตั๊ก-กมลชนก จะโนภาษ จากทีม Marketing เป็นตัวแทนเล่าถึงทัศนคติในการทำงานของทีม Compliance

Working with the Soul

คิดว่าอะไรทำให้บรรยากาศการทำงานเปลี่ยนขนาดนี้ เราถาม

“สิ่งหนึ่งที่พวกเราเหมือนกันคือ เราเคยเป็นลูกค้าแบงก์ที่รู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่เป็น ในวันที่เรามาเป็นพนักงานธนาคารเราก็อยากเปลี่ยน เมื่อก่อนธนาคารจะมองที่ผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็นหลัก แล้วเอาสิ่งนั้นไปขายลูกค้า ตอนนี้กลายเป็นว่าลูกค้าอยากได้อะไรธนาคารต้องทำเพื่อตอบสนองเหล่านั้น พฤติกรรมคนยุคนี้เป็นอย่างไรเราต้องทำ product ให้เหมาะกับพฤติกรรมนั้นมากกว่า” อดีตคนทำงานสายโฆษณาอย่างวรรณ ทีม Digital Banking เล่า

มาถึงทีมงานส่วนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ทีมสาขา ในตลอดเส้นทางจากเบตงถึงแม่สาย ที่มาพร้อม ‘กฐินโมเดล’ หรือการเอาเงินมากองรวมกันในห้องแล้วเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อนับเงิน เป็นบรรยากาศการร่วมแรงที่ทุกคนปลื้มปีติไปตามๆ กันเงินบริจาค

“งานเรากลายเป็นส่วนเล็กๆ ในโปรเจกต์นี้ไปเลยนะ เมื่อเห็นพี่ๆ สาขานั่งนับเงินทีละบาท สิบบาท ยี่สิบบาท เราเป็นแค่จุดจุดเดียว ในโปรเจกต์ที่ฟังดูเล็กอย่าง ‘แค่รับเงินบริจาค’ แบบนี้ แต่เบื้องหลังแล้วมีคนที่เกี่ยวข้องเยอะมาก” แจง-มณฑิรา อหันทริก จากทีม Enterprise Architecture รีบเล่า

“เราไม่ค่อยได้ทำงานร่วมกับฝ่ายอื่น นี่จึงเป็นโอกาสให้เห็นการทำงานของหลายๆ ฝ่าย ทีมสาขาเขาก็ภูมิใจในทีมไอทีขององค์กรมากๆ เลยนะ ยังคุยกันเองอยู่เลยว่าองค์กรของเราสุดยอดจัง” ยุ-ยุพา จั่นเพ็ชร ผู้อำนวยการสาขารัชโยธิน ส่งต่อความภูมิใจจากทีมสาขากลับสู่ทีมงานหลักทุกคน

“ตอนแรกผมแค่คิดอย่างเดียว ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้”

“พี่ตูนมักจะพูดเสมอเรื่องพลังบวก และเราก็เห็นกับตาว่าพลังบวกส่งต่อคนใน SCB อย่างไร ยิ่งมีพลังบวกยิ่งที่ทำให้เรายิ่งพยายาม ถ้าไม่มีทางที่หนึ่ง ก็อาจจะมีทางที่สองและสาม และในวันที่ประสบความสำเร็จเราก็อิ่มเอมกับมัน และไม่ใช่แค่กับโปรเจกต์นี้ แต่เป็นทุกๆ โปรเจกต์ของเรา” วอชกล่าวในฐานะทีมหน้าด่านที่อยู่รับโจทย์พี่ตูนตั้งแต่วันแรก ขณะที่ทุกคนที่เหลือยิ้มรับคำพูดนั้น

ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว สาเหตุที่ทุกคนพร้อมใจกันในวันนี้จะเป็นเพราะพี่ตูนหรือเปล่า

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือการเปิดรับโอกาส กล้าที่ลองผิด ลองดู ลองทำ เรียนรู้บทเรียนเกิดขึ้นและรับความรู้สึกอิ่มเอมร่วมกัน

ก้าวคนละก้าว

ภาพ: kaokonlakao.com  

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

อ่านบทความภาษาไทยได้ที่นี่

As an educator who has the opportunity to give students a number of learning experiences, I strongly believe that the most important evidence of success in education management has to come from the students – how they reflect what they have learnt and felt.  

Looking into Thai education at the moment, I found that there is very little attention paid to the voices of the students despite the broad array of reflections that they give. Those of us who call ourselves ‘adults’ do not care enough about their opinions, while still believing in that old adage, ‘Children are the future of the nation.’

That is why today’s conversation with King’s College International School Bangkok (King’s Bangkok) is interesting because we would discuss with them over their event named ‘King’s Bangkok Education Forum 2022,’ a forum that invites leaders from various fields of work to come together to pass on their experiences to their audience of students along the theme ‘Career. Life. Social Values.’ The event includes Professor Sakorn Suksriwong DBA, Chairman of the Executive Committee of this international school, together with Mr. Ben-Vittawat Panpanich, an Executive Vice President of the school, and two of the Year 11 students ‘Marty’ Yosphat Srithanasakulchai and ‘Japper’ Chanudom Impat. They sat in a circle, side by side, to share what they had learned.

ถอดบทเรียน King’s Bangkok Education Forum ที่จัดโดยนักเรียน เพื่อตั้งใจส่งต่อโอกาสการศึกษาให้กับนักเรียนอีกกลุ่มในสังคม
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

The two students joining us were, in fact, not just attendees of this first ever Education Forum for students at this young age, but also helped to organize the event and were highly involved from start to finish. Thus, the Education Forum is an event hosted by students, for students, that intends to create opportunities for other students in society which is novel approach. From the conception of the event and the selection of the speakers to the publicising of the event and the reception of reflections and feedback from the event, students were involved at every stage of the process.

We would like to invite you to consider and explore with us, ‘What kind of seeds did King’s Bangkok plant in the hearts of their pupils at this event?’

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Career

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

A primary definition of success in life for many people would inevitably be professional success.

Over 30 years in Prof. Sakorn’s career, be it in teaching or business, his career can without doubt be considered one of success. Although in the heart of this teacher, there was one hole that needed to be filled.

“In Thailand, we have quite a few talents and experienced thought leaders, who are highly successful in academic, educational and professional fields. Some of them work in multinational organizations, many of them already have calendars filled with speaking engagements, but the only groups of people who have the opportunity to listen to those successful people speak are those at university or already working. The senior school student audiences do not have the opportunity to hear from these successful professionals, so this is something that I have always wanted to push for.” – Prof. Sakorn who opened our conversation helped us see the big picture and the original idea behind the Education Forum.

 “While I was teaching at Chulalongkorn University, I had the opportunity to initiate a Mentoring Program that connects successful and talented executives with tertiary learners to exchange ideas for the first time, and this mentoring program received the Innovation of the Year award from the Association to Advance Collegiate Schools of Business (AASCB), USA. That got me thinking ‘why can’t high school students have the same opportunities?’”

When the time was right, Prof. Sakorn and King’s Bangkok’s team did not hesitate and gathered student representatives like Marty and friends to form a special student committee to organize a joint Education Forum where all revenue from ticket sales without deducting expenses would be given to high school students in need as a scholarship, under the condition that King’s Bangkok’s students were fully involved in the process from start to finish.

“An event like this would not be too difficult for the school staff to organize themselves,” said Prof. Sakorn with a slight smile. “Our school pays attention to the three core values, namely; good manners, kindness, and wisdom. The main purpose of this event is to provide high school students with firsthand learning experience from the top-notch leaders about their future careers, work and life,  as well as giving  our students the opportunity to work and learn about organizing events at the same time.”

“Moreover, this is also a great opportunity to learn the value of compassion. We want to teach our children to be kind to themselves and to others in society as well.”

“Frankly, this kind of thing cannot be learned by rote, right?” Prof. Sakorn asks. “Children must absorb that feeling with their hearts and reflect by themselves. That is the reason why this Education Forum  was created as an experiment to let them experience kindness with their own hearts.”

“Another essential point is the content that the speakers shared. Whether it is about Ikigai; living with values according to Japanese philosophy; creating value for life through understanding cultures, taking a leadership role in world-class organizations; or discussions on learning, working and living a valuable life. The talks have helped pave the way for children having a strong foundation before moving forward in their working life”

Marty was the first to be invited to the team. Then, he was tasked with finding friends who shared the same ideology, managing to assemble a team of 22 people. One of the team members is Japper, another participant in this conversation who acted as an MC taking to the stage and dealing with the four experienced speakers.

The world of Year 11 students is about to change through the process of working as an adult for the first time in their life.

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Life

“At first, I thought that the opportunity to listen to world-class educated people from Harvard, Stanford, Chicago, Yale and other really successful people on the global stage was very rare for me and my friends. So, I thought that I would like to try and take part, then I invited my friends to come with me not knowing what sort of responsibility I would have or how much I would learn.” Marty recalled his first impression having learned about the  school’s project.

“At the first meeting, they sit very blindly.” Mr. Ben, a graduate of the University of Cambridge and one of King’s Bangkok’s executives who is in charge of coordinating with the student committee, told the story jokingly. “The staff tried to explain to the children how the event would benefit them, but it wasn’t until I described how the event would benefit others. From that moment, I could see the sparkles in their eyes.”

“We tried to plan well, with support from Prof.Sakorn and the marketing team, so I felt confident,” Marty recalls the feeling when he and his friends saw the benefits of organizing the event. “But Japper was super excited.”

“Of course!” Japper jumps in with vigour at this point. “I was going to be an MC on stage. Who wouldn’t be excited? It is a great opportunity for me and all the students who have joined the team to become role models for the younger generation as well. The event is very powerful.”

Participating in the event means setting fundraising goals, creating strategies for selling tickets, promoting the event, and running queues on the event day itself.

For adults like us, it may sound very normal. Now, let’s take a time machine and go back to the first time we had to manage a big event involving a large number of people, such as; sporting events, or a prom. Then imagine how big this experience would be for high school kids?

“It was hard in the beginning to find the team.” Marty began. “We started by designing logos and art works together with the school’s marketing team. Though, finding time to work together is not so easy because we only have free time during lunch and after school. Thus, we often meet during breaks and have lunch together.”

“I like lunch meetings. When we sat in a circle, eating delicious food, and talking about work. For me, it’s much better than online meetings because there’s good food.” Japper cheerfully continued after his friend.

“Selling tickets was challenging. We posted online content. Even the invited speakers helped us promote. Additionally, our parents also helped us with this. Although we set the funding goal for supporting scholarships for 7 students because the number was pretty, we are all very happy that we exceeded our goal.”

Of course, the difficulty did not end at the planning stage. When it came to the day itself, both the people in public-facing positions like Japper, and behind the scenes, Marty, had to solve many problems head-on.

“Today my main task is taking care of the speakers,” Marty explains. “But while taking care of honoured speakers who will be sharing their valuable stories with us, I also have to take care of my team at the same time. I have to make sure each person performs his or her own duty and carry the event off successfully.”

Although this task is not an easy one; a taxing undertaking from start to finish; they both said that it was a great taste of life.

This event covers a broad range of subjects, with speakers coming to give a sense of their lives. They discussed ideas directly valuable to student audiences, from the issue of finding the meaning of life through the Ikigai principle and understanding life through cultural diversity to providing first-hand experience from successful role models and including how they prepared for university to how to find yourself and how to find the right career for you. More than the content, students like them get to practise exerting force to open the first door to adult life with the process behind the event itself.

“This event gives us a taste of adult life,” Japper commented. “As one of our speakers said on stage, the barrier between his ideal and real life came crashing down when he was attending university abroad for the first time. That was the first time he felt the need to face reality. It was very emotional. Luckily, his honesty also helps us to be less afraid of real life as well.”

“When looking superficially, we may see that a duck floats comfortably in the water, although under the water, that duck has to kick its feet vigorously to stay afloat.” Marty talked about what one of the speakers said “To me, it was as if every speaker presenting today was that duck, because underneath the surface of everyone’s success, there always is a story of determination, hard work, and unyielding focus.”

“Another interesting thing is that we got to work closely with our marketing team as well,” adds Japper. “At first, I wondered how adults could work so much, though I understand now.”

 “Where else can we find opportunities to do real work like this if it’s not given to me by the school?” Marty nods in agreement. “I think many of our team members have grown through this process. Initially, they were already good, but they improved even more.”

“Even though you keep complaining that you ran the whole event until your legs almost broke?” Japper teases causing the whole group to laugh heartily.

Social Values

While Marty and Japper only spoke to us for a short time it was clear to see that their experience had altered their outlook on life and that they had both grown as people and moved towards being functioning adult members of society.

Growth comes through a process of learning by doing, surrounded by supportive educators who watched as their students blossomed.

 Additionally, Prof.Sakorn finishes with a reflection on the big picture of how this event for small groups of people can play a role in the education system and for the overall benefit of this country.

 “If we step back and look at the big picture, our group of children are the lucky ones. They have the potential to achieve so much, thus, we have to sow the seeds of creating value for society, so that they have the opportunity to think about this as they grow older. The speakers who come to present at this forum are living proof that when we give something to others, we will receive that back in return.”

Because education is not just about enhancing intellectual power, providing students with a sense of fulfilment allowing them to realize their role in society is equally important.

“We are trying to create a new generation with leaders of change using a new learning process to create people who see the right goal and hold on to the right values. That is what Thai education should offer to the learners, not just academic excellence.”

“Education Philosophy in England, the model of which King’s Bangkok  follows, tells us that in addition to academic excellence, there are two other ingredients that are essential to shaping young people into well-rounded individuals: diligence and a blended curriculum, including music, art, sports, and more. While complementary activities help build social and personal preferences, comprehensive attention will support children to grow up to be happy adults, and learn to overcome obstacles.” The executive lecturer concluded.

But the energetic Japper couldn’t help but add,

“I think many children don’t even know how important social values are. Though, after listening to the experiences of all speakers on stage, I understand that success is not just the matter of being respected, it is also about giving something back to others.”

This conclusion from Japper showed us that learning methods that do not focus on memorisation, but instead on hands-on work help to make  someone’s heart to really grow in a fantastic direction

Moreover, giving children the opportunity to speak, act, and make changes, as teachers and staff at King’s Bangkok have done and shared their results with us through this interview. This would be a good example for adults and even teachers around the country to be open, to listen more, and to give opportunities for their own learners to take action, stand up, and learn from their mistakes.

It matters not what the results will be, the hands-on learning that takes place throughout the process is also an important foundation for preparing students moving towards their dream university and life with goals and early success that is not just about “receiving” but also “giving.”

Writer

Avatar

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load