22 ธันวาคม 2560
13 K

ปี 1980 แบรนด์เสื้อผ้ามินิมอลเรียบเก๋สำหรับผู้ชายถือกำเนิดขึ้นใจกลางสยามเซ็นเตอร์

ภาณุ อิงคะวัต และกลุ่มเพื่อนที่ช่วยกันก่อตั้งร้านเล็กๆ ไม่ใช่แฟชั่นดีไซเนอร์ด้วยซ้ำ แต่พวกเขาเข้าใจศิลปะ วงการโฆษณา และเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดี ความคิดสร้างสรรค์ในทุกอณูของเสื้อผ้าที่เรียบง่าย กระตุกให้วัยรุ่นและคนทั้งวงการเสื้อผ้าหันมามอง Greyhound สิ่งมีชีวิตงามสง่าแห่งโลกการแต่งกาย

Greyhound Original

ปี 1998 สุนัขปราดเปรียวโดดออกจากตู้เสื้อผ้ามาเปิด Greyhound Café ทีมงานเบื้องหลังไม่ใช่เชฟกระทะเหล็ก ไม่ใช่คนในแวดวงอาหาร แต่พวกเขารู้ว่าประสบการณ์ดีๆ ที่มอบให้ลูกค้าได้คืออะไร ร้านอาหารสุดชิคสีขาวเทาดำเสิร์ฟอาหารแบบ Basic with a twist อร่อย เข้าใจง่าย แต่มีลูกเล่นสนุกๆ บนโต๊ะกินข้าว มากว่า 20 ปี ระหว่างทางมีบริษัทต่างชาติซื้อเฟรนไชส์ร้านรสนิยมเลิศล้ำนี้ไปเปิดสาขาที่มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน และฮ่องกง

ปี 2017 หลังก้าวเท้าไปทั่วเอเชีย Greyhound Café ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Mudman Public Company Limited ตัดสินใจกระโจนข้ามโลกด้วยตัวเอง โดยก้าวออกไปเปิดสาขาใหม่ที่ลอนดอน เมืองแปลกหน้าที่มีร้านอาหารไทยมากมายเป็นคู่แข่ง แถมร้านคาเฟ่เก๋โมเดิร์น ตกแต่งเรียบง่ายแบบเดียวกันก็มีอยู่เพียบ

“ตลาดอังกฤษลึกลับซับซ้อนมาก อยู่เมืองไทยเราทันสมัย ไปนู่นทุกที่มีเหมือนเรา แล้วเราจะพิเศษยังไง เราต้องการเป็นร้านไทยร้านแรกในลอนดอนที่แตกต่างจากร้านไทยที่เปิดอยู่เยอะแยะ ต้องกลับมานั่งคิดใหม่ว่าจะไปทางไหนดี”

ภาณุ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Greyhound เอ่ยปากเล่า

Greyhound Café ไม่เป็นที่รู้จักในลอนดอน ไม่เคยออกจากบ้านไกลขนาดนี้ ไม่เคยแตะธุรกิจร้านอาหารที่ยุโรป ถ้าเปรียบเป็นทีมกีฬา พวกเขาคือทีมท้องถิ่นที่ย้ายไปเล่นในเวทีระดับโลก การปักธงที่เมืองหลวงอังกฤษทำให้พวกเขาต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์

นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่บ้าบิ่นตุปัดตุเป๋ พวกเขาทำการบ้านอย่างหนักหน่วงเพื่อตะครุบเป้าหมายใจกลางยุโรป

การวางหมากพิชิตลอนดอนนี้ใช้เวลาถึง 3 ปีเต็ม

Greyhound Café

บุกลอนดอน

สเต็ปแรก Greyhound Café เปิดบริษัทใหม่ที่ประเทศอังกฤษ และจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการทำร้านอาหารไทยมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ พร้อมออกตามหาทำเลสำหรับคาเฟ่สัญชาติไทย

“เราคุยกับฝรั่งและคนไทยที่อยู่ลอนดอนนานๆ ถึงรู้ว่าถ้าอยากเก๋ ห้ามอยู่บนถนนใหญ่ ถนนดังๆ อย่าง Oxford, Regent, Bond มีแต่ร้านอาหารแมส ร้านเล็กๆ ฮิปเก๋คิวยาวที่นักกินสนใจต้องอยู่ซอยหลัก เอาล่ะ งั้นเราต้องไปอยู่ตามซอกตามซอย แล้วต้องไปอยู่ถิ่นไหน” ภาณุเล่าต่อ

ภาณุ อิงคะวัต

การตามหาโลเคชันที่เหมาะสมสำหรับคาเฟ่ต้องไม่ใช่ย่านท่องเที่ยวจ๋าและต้องแสดงตัวตนของแบรนด์ออกมาให้ได้ หมอก-ณัฐพร รุ่งขจรกลิ่น ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศและผู้นำโปรเจกต์บุกเมืองหลวงอังกฤษเล่าว่าโจทย์ใหญ่นี้ต้องใช้เวลายาวนานกว่า 2 ปี

“ความยากคือเราเพิ่งไปครั้งแรก ไม่มีใครรู้จักเรา ลอนดอนค่อนข้างรัดกุมมากเรื่องการทำธุรกิจ เขาสืบประวัติกันเยอะ เราต้องใช้เวลาสร้างความเชื่อใจกับแลนด์ลอร์ดว่าจะสร้างสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นบนพื้นที่นี้ แล้วอสังหาริมทรัพย์ที่นั่นแพงมาก และเคลื่อนไหวเร็วมาก ดูวันนี้ อีกสองสามวันไม่เอานี่ไปแล้ว แล้วไม่ใช่ว่าอยากได้ที่แล้วได้เลย ที่นั่นแบ่งเมืองเป็นโซน A1- A5 ที่ตรงนี้ดี มีคลาส แต่ไม่อนุญาตให้ทำร้านอาหารก็จบ แล้วเขาต้องไปถามเพื่อนบ้านว่าถ้ามีร้านอาหารแล้วโอเคกันรึเปล่า ถ้าชุมชนไม่รับ เราก็ทำไม่ได้”

ประชุม

ในที่สุด Greyhound Café ก็ได้อดีตร้านสเต็กที่มุมถนน Berners ย่าน Fitzrovia มาสร้างอาณาจักรของตัวเอง พวกเขาเลือกพื้นที่ในเขต Westminster เพราะเป็นย่านทำงานสร้างสรรค์ มีบริษัทโฆษณา เอเจนซี่ ร้านรวงต่างๆ ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ Greyhound ลูกค้าจากบริเวณนี้มากินอาหารกลางวันหรือสังสรรค์ยามเย็นที่คาเฟ่ได้ และการอยู่ใกล้ย่านของกินอย่างถนน Charlotte และย่านช้อปปิ้งอย่าง Oxford ทำให้บริเวณนี้มีแนวโน้มจะขยายตัวขึ้นอีกในอนาคต

ปรุงกรุงเทพฯ ใส่จาน

กาลเวลาและโลกาภิวัตน์เปลี่ยนลอนดอนให้เติบโตจากเมืองที่มีแต่อาหารท้องถิ่นให้กลายเป็นแหล่งรวมรสชาติแปลกใหม่ ธุรกิจอาหารเครื่องดื่มและ Casual Restaurant ของลอนดอนเป็นเมืองอันดับต้นๆ ของโลก แบรนด์ดังจากเอเชียหรืออเมริกาก็มักมาเปิดสาขาต่างประเทศที่นี่ และชาวลอนดอนรู้จักและชอบกินอาหารไทยมานาน เป็นรองแค่อาหารอังกฤษและอาหารอินเดีย

“ร้านอาหารไทยในลอนดอนมี 3 แบบ แบบแรกคือ Traditional เข้าไปแล้วเห็นตุ๊กตาไม้สวมชุดไทยยืนไหว้ พนักงานนุ่งสไบยืนสวัสดี แบบต่อมาคือ ไทยแบบฟิวชัน อย่างร้าน Patara, ร้าน Thai Square แบบที่สามคือ กลับไปหาความ authentic เมื่อก่อนเห็นส้มตำเสิร์ฟใส่จานสวยๆ ในต่างประเทศ แต่ร้านอย่าง Smoking Goat, ส้มซ่า หรือ Kiln เสิร์ฟใส่จานเมลามีนสีฟ้า รสชาติเผ็ดจริงแบบที่เราเคยกินตามปั๊มน้ำมัน มีปลาดุก มีเตาถ่าน ทั้งที่เชฟก็เป็นฝรั่ง แต่ได้รับการเทรนอย่างดีจากเมืองไทย” หมอกอธิบายวิวัฒนาการร้านอาหารในเมืองหลวงสหราชอาณาจักร ตอนนี้อาหารไทย อาหารลาว อาหารพม่า ร้าน authentic กำลังฮิตมากในกลุ่มนักกิน ความแปลกใหม่ที่คนลอนดอนไม่รู้จักเป็นเสน่ห์จากแดนไกล

ประชุม

เหม่ง-อังสนา พวงมะลิต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เสริมว่าจุดเปลี่ยนน่าจะเกิดจากเชฟเดวิด ทอมป์สัน ร้าน Nahm ที่กรุงเทพฯ เป็นอาจารย์ฝรั่งที่รู้เรื่องอาหารไทยดีมากและสอนลูกศิษย์เยอะมาก ส่งผลให้บรรดาลูกศิษย์ฝรั่งแยกย้ายไปเปิดร้านอาหารไทยดั้งเดิมที่ลอนดอน

“อาหารไทยดั้งเดิมเป็นที่นิยม แต่ Greyhound ดันเป็นแบรนด์โมเดิร์น ตอนเราขายคนไทย คนไทยไม่ได้ต้องการของ authentic แล้ว เรากินของจริงกันอยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้น เราขายของโมเดิร์น ขายไอเดียใหม่ Basic with creative twists แต่ถ้าจะไปแข่งกับร้านที่ลอนดอน เราต้องเปลี่ยนการทวิสต์ใหม่

“คำว่าทวิสต์กับคำว่า fake มันใกล้กันมากนะ ถ้าล้มเหลวมันเฟก ถ้าเจ๋งมันทวิสต์ จะทำยังไงให้เราทำถึง ดูแล้วไม่เสแสร้ง แสดงตัวตนให้อาหารเราออกมา เฮ้ย ไทย แต่ไม่ไทย เฮ้ย สนุกว่ะ แปลกว่ะ ไม่เคยกิน ไม่เคยเห็น” ภาณุเล่าความท้าทายของการปลุกความเรียบง่ายให้ดึงดูดสายตาคนอีกซีกโลก

Greyhound Café จึงไม่เสิร์ฟความจริงดิบๆ หรือใส่แซลมอนในแกงเหลืองเพื่อประนีประนอม แต่เลือกเสิร์ฟรสชาติของบางกอกในจานของคุณ

บางกอกโกลาหล

จาก Fashion Café สไตล์จัดที่มีรากฐานมาจากแบรนด์เสื้อผ้าเรียบๆ แต่มีบางอย่างน่าสนใจ เมื่อแบรนด์ Greyhound กลายเป็นอาหารก็พัฒนาสูตรและการนำเสนอเต็มที่ เช่น เปลี่ยนข้าวผัดปูที่ข้าวเยอะปูน้อยเป็นปูผัดข้าวที่ข้าวน้อยปูเยอะ ก๋วยเตี๋ยวห่อหมูสับก็ทำเส้น หมูสับ น้ำจิ้มแยกกันให้คลุกเองตามสบาย อาหารมีหลากหลาย ตั้งแต่ผัดไทย ข้าวผัดปลาสลิด ก๋วยเตี๋ยว ไปถึงเบอร์เกอร์ สปาเกตตี้ ทั้งที่กรุงเทพฯ และทั่วเอเชียเข้าใจวัฒนธรรมคาเฟ่แบบนี้

“แต่ลอนดอนแตกต่างจากตลาดเอเชียโดยสิ้นเชิง เรายกเมนูแบบกรุงเทพฯ ไปไม่ได้ ฝรั่งงง ร้านที่กรุงเทพฯ มีอาหาร 90 เมนู ทั้งอาหารไทย จีน ฝรั่ง มีเครื่องดื่ม 70 เมนู ขนม 50 เมนู แต่เมนูร้านอาหารที่ลอนดอนสเกลเล็ก ทั้งร้านมีอาหารไม่เกิน 40 เมนู เราต้องปรับ” เหม่งเล่าคอนเซปต์ Bangkok Café อย่างออกรสชาติ

ต้มยำกุ้ง อาหารอีสาน

“Bangkok แปลว่าอะไร ความวุ่นวาย beautiful chaotic way เละ แต่หัวเราะร่าเริง มีเสน่ห์ เรามีตั้งแต่แบรนด์หรูยันประตูน้ำ อาหารก็มีตั้งแต่ fine dining ยัน street food นี่คือสิ่งที่เรานำเสนอที่ลอนดอน คนกรุงเทพฯ กินอาหารไม่เหมือนคนไทยจังหวัดอื่นๆ เรากินเบอร์เกอร์ปูนิ่ม สปาเกตตี้ปลาเค็ม ผัดขี้เมา หรือสปาเกตตี้คาร์โบนาร่าที่จัดจ้าน ไม่เหมือนฝรั่งกิน เรามี twist อยู่แล้ว นี่คือการนำเสนออาหารที่คนกรุงเทพฯ ชอบและคุ้นเคย นี่คือเรา คอนเซปต์นี้ทำให้เมนูย่นย่อลง จากเมนูอาหาร 90 จาน เหลือแค่ 40 เมนู เครื่องดื่ม 70 เมนู เหลือแค่ 20 และของหวานก็เหลือไม่ถึง 10 เมนู”

ปูผัดข้าว

อาหารไทยฟิวชัน

สร้างรสสร้างชาติ

เมื่อคอนเซปต์ของร้านแข็งแรง หน้าที่เสกความอร่อยต่อมาเป็นของ เชฟโอ๊ะ-หฤษฎ์ เวชากุล Executive Chef แห่ง Greyhound Café ประจำประเทศไทยที่ต้องแบ่งหมวดอาหารใหม่ทั้งหมด คนไทยแบ่งหมวดอาหารเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ ก็ปรับเป็นเมนู small plates เรียกน้ำย่อยจานเล็กๆ ซุปและสลัด เนื้อ อาหารจานเดียว อาหารมังสวิรัติ และของหวาน

อาหารไทยฟิวชัน

อาหารไทยฟิวชัน

อาหารไทยฟิวชัน

“คนกรุงเทพฯ อาจกินผัดกะเพราวันทำงาน วันหยุดอยากหรูหน่อย ไปกินในห้าง เพราะฉะนั้น เมนูของเราจึงมีตั้งแต่ผัดกะเพรายันล็อบสเตอร์ คือมีตั้งแต่สตรีทฟู้ดจนถึงอาหารหรู แล้วเราก็พยายามหาวัตถุดิบที่เหมือนกรุงเทพฯ มากที่สุด ทำให้รสชาติเหมือนที่กรุงเทพฯ มากที่สุด แต่การนำเสนอเปลี่ยนไป”

ประชุม

เชฟโอ๊ะอธิบายความแตกต่างระหว่างการสร้างเมนูที่เมืองไทยและอังกฤษ เมนูเมืองผู้ดีได้รับการปรับให้เป็นอาหารไทยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ บางอย่างฝรั่งไม่เข้าใจต้องปรับให้เรียบง่าย เช่น ทอดมันกลมๆ ฝรั่งกินแนมแตงกวา อาจาด ไม่เป็น ก็ทำให้เป็นทอดมันลูกเล็กๆ จานเดียวที่ราดอาจาดลงไปให้กินได้ทันที แต่ก็แบ่งส่วนสำหรับทดลองประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อหยอดเมนูสนุกๆ ว่าฝรั่งจะเข้าใจมั้ย เช่น สปาเกตตี้ผัดปลาเค็ม เนื้อแกะปรุงแบบไทย ดักแด้ทอด สลัดยำเนื้อที่ใช้ผักฝรั่ง บรูเชตต้าใส่น้ำส้มตำแทนน้ำซัลซ่า

ประชุม

อู้ดดี้-อุทยาน ศุภสุข ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและการขายที่พ่วงตำแหน่งออกแบบเครื่องดื่ม อธิบายเพิ่มว่า Greyhound Café มีบาร์เครื่องดื่มในตัวให้ชาวลอนดอนมาสังสรรค์ทั้งในวันทำงานและวันหยุด การออกแบบเครื่องดื่มเลยต้องพิถีพิถัน ทั้งชา กาแฟ น้ำโซดา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เติมวัตถุดิบจากเมืองไทยให้โดดเด่น เช่น กาแฟที่แบรนด์ ‘มีวนา’ เบลนด์ให้ Greyhound โดยเฉพาะมาร์การิต้าใส่ตะไคร้ หรือการนำ ‘ชาละวัน’ คราฟต์เบียร์ไทยไปลอนดอน

“ที่ยากที่สุดคือเครื่ิองดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคนลอนดอนดื่มหนัก การทำเองให้ถูกใจคงยาก ทำยังไงจะใส่ความเป็นไทยลงไปให้คนลอนดอนเข้าใจ เราเลยต้องเอาวัตถุดิบอย่างแม่โขงคุยกับ mixologist ชาวอังกฤษ ให้ครีเอทีฟคุยคอนเซปต์ให้ฟังแล้วให้เขาไปพัฒนาค็อกเทลแม่โขงต่อเพื่อนำเสนอความเป็น Greyhound มากที่สุดและถูกใจคนลอนดอนด้วย”

เครื่องดื่ม

แฟชั่นแมกกาซีน

เมื่อความเก๋จากในครัวมาเต็มพิกัด ฝ่ายสร้างสรรค์เล่มเมนูอาหารก็ต้องไม่ยอมแพ้ ยิ่งมีโจทย์สำคัญว่าคนลอนดอนไม่ชอบเมนูอาหารที่มีรูปภาพ ร้านอาหารเก๋ๆ จะมีแต่ตัวหนังสืือ เพราะลอนดอนเนอร์คิดว่าเมนูอาหารที่มีรูปเป็นของเชย เหมือนร้านอาหารไชน่าทาวน์ที่ไดคัตรูปมาแปะต่อๆ กัน ชาว Greyhound ยิ่งทุ่มเทกับศิลปะการออกแบบกราฟิกและถ่ายภาพ โดยให้ช่างภาพสายตาเฉียบอย่าง จุ๊-จุฑารัตน์ พรมณีสุนทร เป็นผู้ลั่นชัตเตอร์ ผลที่ได้รับคือฝรั่งบอกว่านี่มันไม่ใช่เมนูอาหาร นี่มันแฟชั่นแมกกาซีนชัดๆ

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร

หนึ่ง-พิสุทธิ์ ขวัญพูลศรี ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ เปิดเมนูอาหารเก๋ไก๋ที่เพิ่งออกจากโรงพิมพ์สดๆ ร้อนๆ ให้ดู

“สำหรับคนอังกฤษ การถ่ายรูปพวกนี้เป็นเรื่องใหญ่ ใช้เงินมหาศาลมาก แบรนด์เราทำงานแฟชั่นอยู่แล้ว เรามั่นใจว่าเราทำสวย เราขอลองทำเมนูเล่มให้คนเห็นหน้าตาอาหารสไตล์ beautiful chaos เราเอาโต๊ะเหล็ก เก้าอี้พลาสติก เสื่อน้ำมัน ลอตเตอรี่ จนถึงเช่าตุ๊กตุ๊กมาถ่าย เล่าเรื่องว่าอาหารกรุงเทพฯ คืออะไร ถ้าเราต้องพาคนอังกฤษที่ไม่เคยมาเมืองไทยไปเที่ยวกินตั้งแต่เช้ายันเย็น เช้าไปกินอาหารเช้าที่ออน ล็อก หยุ่น สายไปเดินโอเดียน เที่ยงไปจตุจักร เย็นไปเยาวราช ดึกๆ ไปหาขนมกิน โดยนำเสนอสถานที่ต่างๆ ที่เราคุ้นเคยแบบแฟชั่น”

ประชุม

อาร์ตเวิร์ค

“คอนเซปต์ทั้งหมดร้อยเข้าด้วยกัน เห็นพนักงานเสิร์ฟใส่กางเกงแดงเหลือง ฝรั่งอาจจะงงว่านุ่งอะไร แต่จะเจออาหารที่มันร้อนแรง เผ็ดจัด สนุก เปิดเมนูจะบอกว่ามาเมืองไทยคุณได้อะไรบ้าง กางเกงชาวเล รอยสัก ถักผม จริงๆ แล้วมันมีเรื่องอาหารด้วย เราเอามาเสิร์ฟคุณที่นี่แล้ว”

เข้าฉากบางกอก

ด้านการแต่งร้าน ครีเอทีฟของ Greyhound Café ร่วมกับ B3 Designers กลุ่มสถาปนิกในลอนดอนเพื่อเสกกรุงเทพฯ ขนาดย่อมที่มีกลิ่นอาย Industrial Chic แบบเฉพาะตัวของ Greyhound Café ออกมา

บาร์

“คนลอนดอนไม่ได้มีความรู้เรื่องกรุงเทพฯ มากนัก เขาอาจเคยเห็นภาพสตรีทฟู้ดเยาวราชในสารคดี เราต้องผสมผสานสิ่งที่เขามองกับสิ่งที่เราเป็น เราไม่ใช่สตรีทฟู้ดผัดกระทะข้างทางตลอดเวลานะ ฉันกินอาหารสไตล์อื่นเหมือนกัน มีเก้าอี้พลาสติก แต่ก็มีอย่างอื่นด้วย” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอธิบาย

ประชุม

พิมฝัน ใจสงเคราะห์ Shop Image Creative ที่ดูแลการตกแต่งร้านร่วมกับดีไซเนอร์ขยายความต่อว่าการออกแบบร้านสาขาลอนดอนจะเพิ่มความเป็นไทยให้ชัดขึ้น เช่น แต่งร้านด้วยกระเบื้องลายตัวอักษรไทย กำแพงลายวินมอเตอร์ไซค์ แผ่นสังกะสี ถังน้ำมัน ใส่บรรยากาศรกแต่เป็นระเบียบของร้านโชห่วย และแขวนไซดักปลาขนาดยักษ์ทำจากทองเหลืืองไว้กลางร้าน ให้แสดงความเป็นไทยและเอาฤกษ์เอาชัยให้เต็มที่

Greyhound Café

อักษรไทย

ศิลปะบนกำแพง

 ฝน-ศุทธินี อัมพุช และ ฟุ่ง-สุภาพร คงวิวัฒน์ไมตรี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและ International F&B Manager เล่าต่อว่าของตกแต่งและอุปกรณ์ทั้งหมดขนไปจากเมืองไทย แม้กระทั่งจานชาม ปิ่นโต ถาดไข่กระทะ ไปจนถึงยูนิฟอร์มพนักงานก็ออกแบบและทำในไทยก่อนส่งไปยุโรป พนักงานฝ่าย Operation ในร้านที่เป็นชาวต่างชาติก็ถูกส่งตัวมาเมืองไทยเพื่อเทรนความเข้าใจการบริการแบบ Greyhound ก่อนเปิดร้านจริง

อาหารไทยฟิวชัน อาหารไทยฟิวชัน

เปิดประตูร้าน

Greyhound Café เปิดตัวที่ลอนดอนในวันที่ 15 ธันวาคม ปี 2017 ในฐานะร้านอาหารไทยที่ไม่เหมือนร้านไหนๆ ในลอนดอน บรรยากาศร้านยังคงแสดงความเป็นไทยเต็มเปี่ยม แต่สลัดภาพจำของความเป็นไทยในสายตาฝรั่งแบบเดิมไปโดยสิ้นเชิง

หลังการทำการบ้านอย่างหนักหน่วงทุกภาคส่วน สำรวจ casual restaurant คู่แข่งในตลาดแล้ว Greyhound เลือกเปิดร้าน 2 ชั้นที่มีที่นั่งร้อยกว่าที่นั่ง เพื่อเปิดประตูต้อนรับผู้คน ไม่ใช่แค่กลุ่ม niche ของนักกินที่แสวงหาความแปลกใหม่ แต่ยังรวมถึงลอนดอนเนอร์ผู้ต้องการประสบการณ์ประทับใจในร้านอาหาร คาเฟ่เลือกใช้กลยุทธ์ราคากลางๆ ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป เพื่อให้ผู้คนแวะเวียนมานั่งได้ทั้งช่วงพักกลางวันไปจนถึงตลอดค่ำคืน

“เวลาเราคุยกับคนอังกฤษ เขาก็ชื่นชมนะว่าเราทำการบ้านกันเยอะมาก คิดมาทุกส่วน ทุกตารางนิ้วของร้านที่นั่น เราคิดมาแล้ว ผ่านการกลั่นกรองทั้งจากคนที่นี่และที่โน่นเพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดไปลอนดอน”

หมอกตบท้าย ไม่มีความบังเอิญอยู่ในการทำงานหนัก หลังจากร้านแรกที่เมืองหลวงอังกฤษ Greyhound Café ตั้งใจจะเปิดสาขาใหม่ในปีถัดๆ ไปที่ประเทศอื่นๆ ในยุโรป ความเรียบง่ายแฝงลูกเล่นหรือ Basic with a twist เป็นรากฐานแข็งแรงที่สื่อสารกับสากลโลก

แบรนด์คาเฟ่สัญชาติไทยเพิ่งเริ่มต้นลงสนามในทวีปใหม่ แม้ข้อจำกัดมากมายกลายเป็นโจทย์สุดหิน แต่ด้วยทุกกระบวนท่าที่มาจากประสบการณ์เกือบ 40 ปี

พวกเขาสร้างเกมของตัวเองขึ้นมาแล้ว

ทีม

ภาพ  Greyhound
www.greyhoundcafe.co.th

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

“มีไหน ๆ…

มีเจียงแสนหลวง”

ภาษาเหนือที่แปลได้ว่า “อยู่ที่ไหน… อยู่เชียงแสนหลวง” ถ้าถามว่าไปเที่ยว ‘เชียงแสนหลวง’ กันไหม อาจจะได้คำตอบเป็นความเงียบ แต่ถ้าถามถึง ‘เชียงแสน’ และทะเลสาบเชียงแสน คงมีคนรู้จักมากกว่า แต่ก่อนแขวงเชียงแสนหลวงเป็นชื่อเดิมของพื้นที่ที่มีภูเขาล้อมรอบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงแยกแขวงเชียงแสนหลวงเป็น 3 อำเภอของจังหวัดเชียงรายใน พ.ศ. 2452 คือ อำเภอแม่จัน แม่สาย อำเภอเชียงแสน 

ส่วนตัวเมืองเชียงแสน คนในพื้นที่ยังคงเรียกว่าเวียงเก่า ด้วยความที่เป็นเมืองโบราณรุ่นแรก ๆ ก่อนเกิดล้านนา จึงมีตำนานเกิดขึ้นมากมาย เดินทางไหน หันไปทางใด ก็ต้องเจอสักเรื่อง นอกจากนี้เชียงแสนหลวงยังมีแม่น้ำจัน แม่น้ำคำ แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง หล่อเลี้ยงพื้นที่ ภายในพื้นที่แอ่งเชียงแสนจึงมีพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งมีความสำคัญระดับชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่โด่งดัง ทั้งทะเลสาบเชียงแสนและเวียงหนองหล่ม ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ทำให้มีการปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ เฉพาะที่อำเภอเชียงแสน มีการสำรวจชื่อพันธุ์ข้าวทั้งข้าวเหนียวและข้าวจ้าวถึง 78 สายพันธุ์ ที่ยังคงพบและปลูกอยู่มีเพียง 36 สายพันธุ์ และสูญหายไปถึง 42 สายพันธุ์ หนึ่งในนั้นคือ ‘ข้าวเหนียวเขี้ยวงู’ ราชาแห่งข้าวเหนียวที่หายไปจากสารบบการปลูกข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากนโยบายเอาข้าวพันธุ์เก่ามาแลกข้าว กข.6 ใน พ.ศ. 2520 เน้นการผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อขาย เพราะข้าว กข.6 ให้น้ำหนักและผลผลิตมากกว่า

การเดินทางในครั้งนี้ เราจึงอยากชวนคุณมากินข้าวเหนียว พร้อมท่องตำนานของเชียงแสนหลวงไปด้วยกัน

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

เมื่อราชาข้าวเหนียวกลับบ้าน

เมื่อหลายปีก่อน ข้าวเหนียวเขี้ยวงูได้กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง โดยศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูพันธุ์ 8974 กลับมาปลูก ความเป็นพันธุ์ท้องถิ่นทำให้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูมีความต้านทานโรค ดูแลง่าย ใช้สารเคมีน้อย เข้าระบบเกษตรอินทรีย์ได้ง่าย ด้วยต้นทุนทางเคมีที่ต่ำลง ทำให้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูกลับมาทวงพื้นที่ปลูกอีกครั้ง และกลับมาครองบัลลังก์ข้าวอันดับหนึ่งที่โดดเด่นในจานของหวานอย่างเต็มภาคภูมิ จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศให้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงรายเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิสาสตร์หรือ GI ความอร่อยเหนียวนุ่มของข้าวชนิดนี้ ทำให้ใน พ.ศ. 2564 มียอดจองผลผลิตข้าวเหนียวเขี้ยวงูที่ออกมาในปีนั้นเกือบทั้งหมด กลายเป็น ‘A Must’ ของการทำข้าวเหนียวมูน

อร่อยจนเกิดปรากฏการณ์ ‘แสร้งว่าข้าวเหนียวเขี้ยวงู’

เราเดินทางมาที่แม่จันเพื่อตามหาข้าวเหนียวเขี้ยวงู เพราะสืบค้นมาได้ว่า มีการนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูพันธุ์แท้มาปลูกที่นี่เป็นพื้นที่แรก กลุ่มเกษตรกรกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มปลูกคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรแปรรูปข้าวปลอดภัยแบบยั่งยืน แม่จัน

ภายใต้แบรนด์อู่ข้าวแม่จัน เราไปเยี่ยมนาของ ประดิษฐ์ ราวิชัย เวลานั้นเป็นช่วงดำนาพอดี คนสำคัญผู้ขับเคลื่อนกลุ่มเล่าให้ฟังว่า

“บ้านเรามีแม่น้ำจันหล่อเลี้ยงพื้นที่ แม่น้ำคำที่มาจากเทือกเขาดอยตุงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้ได้ผลผลิตข้าวหอมนุ่มเพราะไม่ขาดน้ำ มีคนพูดว่า ข้าวที่ดีที่สุดในการมูนข้าวเหนียวคือข้าวเหนียวเขี้ยวงู ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของข้าวชนิดนี้ คือ อุ่นได้หลายครั้งโดยที่ข้าวไม่เสียรูปและไม่อืดแฉะติดมือ เมื่อเอาไปทำข้าวเหนียวมูน ข้าวจึงยังคงชักเงาเรียงเมล็ดสวย แม้นำเข้าตู้เย็นแล้วกลับเอามาอุ่นไมโครเวฟอีกครั้ง นอกจากนี้ยังกินได้เรื่อย ๆ จนอิ่ม โดยไม่รู้สึกแน่นหรืออึดอัด เมื่อเทียบกับข้าว กข. 6 ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจะค่อย ๆ ย่อย ค่อย ๆ ให้พลังงานไป น่าจะดีต่อสุขภาพของคนที่ต้องการคุมอาหาร ย่อยเป็นน้ำตาลช้า ดีต่อคนที่รักษาสุขภาพ โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน”

นั่งคุยกันสักพัก พี่ประดิษฐ์ก็ทอดข้าวแต๋นเพื่อให้ลองกินเปรียบเทียบข้าวสองชนิด คือ ข้าว กข.6 ซึ่งปัจจุบันโรงสีบางแห่งนำไปขัดสีให้เมล็ดเล็กเรียวเหมือนข้าวเหนียวเขี้ยวงู และข้าวเหนียวเขี้ยวงูของแท้ ดูจากหน้าตาแล้ว เมล็ดข้าว กข.6 จะอ้วนกว่าเล็กน้อย แต่ในเรื่องความแน่นของเมล็ด ข้าว กข.6 พรุนกว่า ร่วนกว่า ในขณะที่ข้าวเหนียวเขี้ยวงูแม้จะทอดแล้ว แต่เนื้อก็ยังอัดแน่นด้วยรสชาติและหอมมันกว่า 

  เมื่อความต้องการของข้าวเหนียวเขี้ยวงูเพิ่มขึ้น ปรากฏการณ์ ‘แสร้งว่าข้าวเหนียวเขี้ยวงู’ จึงเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้น การที่จะได้รับรอง GI ว่าเป็นของแท้นั้นจึงต้องมีกฎกติกา คือ ต้องเป็นข้าวเหนียวพันธุ์ 8974 สายพันธุ์บริสุทธิ์ที่ปลูกในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดเชียงรายเท่านั้น ได้แก่ อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน อำเภอพาน และยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ ในการปลูก โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กษิดิศ ใจผาวัง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เล่าให้เราฟังว่า

“กระบวนการปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงูใช้เวลา 150 วัน ในขณะที่ข้าวสายพันธุ์อื่นเก็บเกี่ยวได้ใน 90 วันขึ้นไป นอกจากนี้ ข้าวเหนียวเขี้ยวงูพันธุ์ 8974 ได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ทำให้มีการระบุเรื่องขั้นตอนการปลูก คือ ต้องปลูกด้วยวิธีการดำนาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถดำนาหรือใช้คนก็ได้ ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรผู้ปลูกจึงต้องใช้เวลารอคอยผลผลิตยาวนานกว่า

“ปัญหาอีกข้อคือปริมาณผลผลิตต่อไร่ของข้าวเหนียวเขี้ยวงูค่อนข้างต่ำ ประมาณ 60 ถังต่อไร่ เพราะเป็นข้าวเมล็ดเล็ก ในขณะที่ข้าวสายพันธุ์อื่นเน้นทำน้ำหนัก ขายตามน้ำหนักได้ ด้วยข้อจำกัดดังกล่าวจึงเป็นโจทย์ให้คณะวิจัยว่า จะทำอย่างไรให้เกษตรกรหันมานิยมปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงูเพิ่มขึ้น เราก็เลยเอาแนวคิดการผลิตข้าวเหนียวเขี้ยวงูแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสมผสานกับการปลูกแบบ Eco Rice เข้ามาใช้”

ซึ่งในเวลานี้ก็มีแหล่งปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงูแบบอินทรีย์ที่ได้ GI แล้วที่อำเภอพาน อำเภอแม่จัน ข้าวชนิดนี้จึงกลายเป็นสินค้าสำคัญของเชียงรายในที่สุด 

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน
ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

‘ควาย’ แรงงานในนาข้าว ฮีโร่แห่งเวียงหนองหล่ม

เวียงหนองหล่มมีพื้นที่ราว 10,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่จันและอำเภอเชียงแสน มีตำนานเล่าว่า เดิมที่นี่เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง แต่วันหนึ่งมีชาวบ้านฆ่าปลาไหลเผือกแล้วนำมาแบ่งกันกินทั้งเมือง จึงเกิดอาเพศ เมืองล่มหายลงไปใต้สายน้ำ เหลือเพียงบ้านของแม่หม้ายที่รอดเพราะไม่ได้รับส่วนแบ่งปลาไหล บริเวณนั้นจึงเรียกว่าดอนแม่หม้าย ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดป่าหมากหน่อ ซึ่งเราสามารถไปตามหาเรื่องราวของแม่หม้ายผู้รอดพ้นจากน้ำท่วมได้ในตำนานโยนกนคร 

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

เวียงหนองหล่มนอกจากเป็นพื้นที่ในตำนานแล้ว ยังเป็นพื้นที่เลี้ยงควายตามธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีปางควายอยู่หลายแห่ง เช่นที่บ้านป่าสักหลวง บ้านป่าถ่อน บ้านต้นยาง บ้านห้วยน้ำราก ปางควายทำหน้าที่เหมือนธนาคารควาย ชาวบ้านจะเอาควายมาฝากเลี้ยง เมื่อถึงฤดูกาลปลูกข้าวก็มาเอาไปทำนา 

ในช่วงเดือนสิงหาคม หลังจากทำนาก็มีการทำขวัญควาย เป็นการขอขมาที่ทุบตีหรือดุด่าระหว่างการปลูกข้าว ดังนั้น หากต้องการเห็นพิธีการทำขวัญควาย ก็มาเข้าร่วมได้ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี เนื่องจากควายเหล่านี้ไม่ได้สนตะพาย พวกมันไม่คุ้นเคยกับผู้คน จึงควรมีคนในพื้นที่ให้ข้อมูลและนำเที่ยว

ควายเป็นแรงงานสำคัญในการทำนาเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของเกษตรกร จึงมีความสำคัญต่อเกษตรกรในพื้นที่ ที่นี่จึงไม่มีการกินลาบควาย หรือทำอาหารที่มาจากเนื้อควาย แต่ชาวบ้านก็ใช้ประโยชน์จากควายอีกทางหนึ่งคือ การทำกาแฟขี้ควาย โดยเอาผลเบอร์รี่ของกาแฟให้ควายกิน กาแฟจะย่อยอยู่ในท้องควาย 2 วันและถ่ายลงบนพื้นในคอก เหลือเพียงเมล็ดและสารกาแฟ จากนั้นจึงนำมาล้าง ตาก และคั่วกระทะแบบบ้าน ๆ นำมาบดแล้วชงด้วยไซฟอน เพราะในพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้า จึงไม่มีเครื่องชงกาแฟไฟฟ้า รสชาติไม่เลวเลย มีกลิ่นควันฟืน ต่างจากเมล็ดที่คั่วตามร้าน จิบกาแฟไป คนดูแลปางควายก็บอกว่า

“ความสำคัญของการเลี้ยงควายที่ปางควาย ก็คือถ้ามีควาย ก็มีนา ถ้าคนยังเลี้ยงควาย พื้นที่ชุ่มน้ำปางควายก็จะคงอยู่ได้ ป้องกันคนบุกรุกเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย” นั่นหมายถึงทั้งคน นา และควาย ต่างพึ่งพาอาศัยกัน ทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำของเชียงแสนยังคงสมบูรณ์อยู่

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน
ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

ตำนานสะพานทองคำ กับความอุดมสมบูรณ์ของแม่จัน

จากนาของพี่ประดิษฐ์ จะมองเห็น ผาม้า ผาขนาดใหญ่ตระหง่าน และที่อยู่ไม่ไกลคือผาคอกวัว ซึ่งมีตำนานเล่าถึงสะพานทองคำที่เชื่อมสองผานี้เข้าด้วยกัน วันหนึ่งมีแม่หม้าย (แม่หม้ายอีกแล้ว น่าจะคนละคนกับดอนแม่หม้าย) มาเลื่อยสะพานจะเอาทองคำไปใช้ สะพานก็เลยหดตัวกลับ เศษทองที่เลื่อยไปก็ตกลงในน้ำกลายเป็นที่ร่อนทองคำ เป็นที่มาของชื่อแม่น้ำคำ 

เชื่อว่าจุดที่สะพานหายไป ก็คือจุดที่ชาวบ้านทำฝายผาม้าเพื่อทดน้ำเข้าเหมืองหลวง แจกจ่ายน้ำให้กับพื้นที่ทางการเกษตร เส้นทางระหว่างการไปผาม้าในช่วงเย็นสวยงาม ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูที่ข้าวเขียว จะยิ่งเปลืองเมมโมรี่กล้องถ่ายรูปเข้าไปอีก จากผาม้าเราอยากชวนไปดูจิตรกรรมลายคำ ภายในวิหารวัดพระธาตุนางคอย ผลงานของ อาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง ลวดลายอ่อนช้อยที่สร้างจากแรงศรัทธาในพุทธศาสนา

ช้างงู ต้อนรับคุณสู่เวียงเชียงแสน

เชียงแสนหรือที่คนเก่าคนแก่เรียกว่า เวียงเก่า เป็นเมืองที่มากด้วยตำนาน เริ่มตั้งแต่ก่อนเข้าเชียงแสนจะเจอกับวงเวียนสัตว์ในจินตนาการ มีตัวเป็นงู หัวเป็นช้าง ตามตำนานสิงหนวัติเล่าว่า พญาพรหม ราชบุตรองค์ที่ 2 ของพระเจ้าพังคราชแห่งเวียงพางคำ เป็นผู้กอบกู้เมืองครั้งที่ขอมครองเมือง โดยมีช้างศึกที่ชื่อช้างพางคำ ได้มาจากเห็นงูในแม่น้ำโขงแล้วจับมาได้กลายเป็นช้างมาช่วยรบ พอรบเสร็จก็กลายร่างกลับไปเป็นงูเลื้อยหายไปที่ดอยสะโง้ ดังนั้น เวลาไปวัดในเชียงแสน ก็จะเห็นช้างงูนี้อยู่ตามที่ต่าง ๆ ในวัด

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน
ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

การท่องเที่ยวเชียงแสนจะสนุกครบสมบูรณ์ ถ้าคุณได้เจอกับคุณน้ำหวานที่บ้านฮอมพญ๋าล้านนาเชียงแสน เธอจะชวนคุณไป ‘นุ่งซิ่น กินปิ่นโต เที่ยวเวียงเก่า’ ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น สายมูไม่ควรพลาดทริปนี้ เพราะนอกจากเขาจะพาคุณไปเที่ยวเมืองเก่าเชียงแสนแล้ว ยังจบที่การเสริมดวงชะตาเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย 

เมืองเชียงแสนสร้างมาตั้งแต่สมัยพญาแสนภู ประกอบด้วยกำแพงสองชั้นคั่นด้วยคูน้ำ มี 12 ประตู 7 ป้อม เส้นทางนุ่งซิ่นกินปิ่นโต จะเล่าเรื่องเริ่มจากแผนที่เชียงแสน สู่เส้นทางท่องเที่ยว 9 วัด 8 ทิศ ตามทักษาโหราโบราณ ทีมของเรานั้นเริ่มจากการฟังเรื่องทักษาเมือง แล้วจึงพากันทำหมากเบ็งหมากพุ่ม ดูดวงว่าควรจะไปเอาหมากเบ็งหมากพุ่มที่ทำเสร็จไปไหว้ที่วัดไหน เพื่อเสริมดวงชะตาเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต แล้วก็หิ้วปิ่นโตไปกินข้าวใต้ร่มไม้ที่วัดป่าสัก กลับมาทำผ้าพิมพ์ลายใบสัก ถือว่าเป็นทริป 1 วันที่ครบวงจรมาก ๆ ทำให้เรารู้จักวัดเก่าในเมืองเชียงแสน รู้ประวัติเมือง และเที่ยวอย่างเข้าใจเมืองเชียงแสนไปในคราวเดียวกัน

วัดพันปีบนดอยเชี่ยงเมี่ยง

ถ้าอยากเห็นวิวของสามเหลี่ยมทองคำสวย ๆ จะต้องขึ้นไปที่วัดนี้ ตั้งอยู่บนดอยเล็ก ๆ เรียกว่าดอยเชี่ยงเมี่ยงริมน้ำรวก ที่นี่มีตำนานของพระธาตุปูเข้า เล่าเรื่องราวของกษัตริย์องค์ที่ 2 ของเวียงหิรัญเงินยางผู้ปราบปูยักษ์ มีพระนามว่าพระยาลาวแก้วเก้าเมืองมา ได้รับภารกิจจากพระบิดาคือพระเจ้าลวจังกราช มาปราบปูที่ทำลายนาของชาวบ้าน จับปูยักษ์ได้ตัวหนึ่ง แต่อีกตัวนั้นหนีไปได้ พอพระองค์ขึ้นครองราชย์ ก็เลยสร้างพระธาตุปิดทางไม่ให้ปูเข้าเสียเลย เห็นหลักฐานของปูได้ที่ฐานบันไดนาค ด้านบนเดินจากจุดชมวิวขึ้นไปอีกจะพบวิหารเก่าแก่และร่องรอยพระธาตุปรักหักพัง ภายในวิหารนั้นเย็นสบาย แม้ด้านนอกร้อนระอุมอดไหม้ นั่งแล้วจิตใจสงบมาก

ด้านข้างของวัดเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น เล่าเรื่องราวความหลากหลายของชาติพันธุ์ในเชียงราย การปลูกฝิ่น และที่น่าสนใจที่สุดน่าจะเป็นที่เก็บของสะสมสิงห์รมควัน ตั้วแต่กล้องสูบฝิ่น กล้องสูบยาดินเผา หรือมูยาอายุ 200 – 300 ปี

รู้จักแขวงเชียงแสนหลวงผ่านตำนานและของดีประจำแขวง ที่มีตั้งแต่ข้าวเหนียวเขี้ยวงู จนถึงกาแฟขี้ควาย
รู้จักแขวงเชียงแสนหลวงผ่านตำนานและของดีประจำแขวง ที่มีตั้งแต่ข้าวเหนียวเขี้ยวงู จนถึงกาแฟขี้ควาย

ตำนานเวียงเปิกสา ที่เชียงแสนน้อย

ในเชียงแสนหลวง ยังมีเชียงแสนน้อย หรืออีกชื่อหนึ่งคือเวียงเปิกษา ตามตำนานเชียงแสนน้อยเป็นเมืองที่สร้างขึ้นหลังจากที่เมืองโยนกนาคพันธุ์หรือเวียงหนองหล่มล่มลง คนที่เหลือ (นอกจากแม่หม้ายคนนั้นที่ยังอยู่ที่เดิม) นำทีมโดยขุนลัง ก็พากันมาตั้งเมืองใหม่ทางด้านทิศตะวันออกของเมืองเดิม ให้ชื่อว่าเวียงเปิกสา คือถ้าใครอยากเป็นเจ้าเมืองก็ให้มาเปิกสากันก่อน 

แต่ทว่าในพงศาวดารบันทึกว่า เชียงแสนน้อยนั้นเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นเมืองชั่วคราว เป็นแคมป์ไซต์ของพญาแสนภูที่อยู่ตอนสร้างเมืองเชียงแสน ปัจจุบันถ้าเราอยากเห็นเมืองเชียงแสนน้อย ก็ให้ขึ้นไปที่พระธาตุผาเงา ที่จุดชมวิวถ้ามองลงไปจะเห็นชุมชนบ้านเรือน เขาว่านั่นคือเมืองเชียงแสนน้อย

รู้จักแขวงเชียงแสนหลวงผ่านตำนานและของดีประจำแขวง ที่มีตั้งแต่ข้าวเหนียวเขี้ยวงู จนถึงกาแฟขี้ควาย

การเดินทางไปเชียงแสนหลวงมีเรื่องราวมากมาย จากตำนานหลากหลายที่มาที่คนพื้นที่ผลัดกันเล่า ตั้งแต่ตำนานเมื่องล่ม ช้างงู ปูยักษ์ ไปจนถึงการล่มสลายของเมือง (มีแม่หม้ายหลายคน) ถ้าตั้งตัวไม่ดีฟังไม่ถ้วนถี่ อาจจะเกิดอาการเมาตำนานได้ 

เชียงแสนเป็นเมืองร้างมาหลายครั้ง คนพื้นที่ของเชียงแสนเดิมก็ถูกย้ายไปอยู่หลายที่ ทั้งที่บ้านฮ่อม เชียงใหม่ สระบุรี และกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย คนพื้นที่ปัจจุบันมีทั้งชาวยอง ชาวอีสาน และอีกหลากหลายชาติพันธุ์ที่กลืนกลายเป็นคนเมืองพูดคำเมือง ข้าวที่ปลูกปัจจุบันมีทั้งข้าวเหนียวเขี้ยวงู ข้าวเจ้าหอมมะลิ และข้าวจากหลากหลายชาติพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่เชียงแสน

ในความหลากหลายนี้ มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน คือ ความรักเชียงแสน รักประวัติศาสตร์และตำนานของเชียงแสน พร้อมที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเชียงแสนหลวงให้กับคนรุ่นใหม่ และทุกคนที่มาเยือนอย่างจริงใจ

ข้อมูลติดต่อ

ปางควาย และ กาแฟขี้ควาย : ติดต่อคุณอนันต์ เทศบาลตำบลจันจว้า 08 7177 6769

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรแปรรูปข้าวปลอดภัยแบบยั่งยืน อำเภอแม่จัน : คุณประดิษฐ์ 08 7657 1650

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเพื่อสังคมเชียงแสน : คุณมัชฌิมา ยกยิ่ง (น้ำหวาน) 06 2809 5831

Writer

นฤมล ชมดอก

นักผจญอาหาร ชอบเล่าเรื่องการเดินทาง ตั้งใจจะเปิดเพจรีวิวให้เพื่อนเพราะขี้เกียจตอบคำถาม งานงอกลุกลามกลายเป็นเว็บไซต์ go2askanne.co และแฟนเพจ go2askanne ที่มีมิตรรักนักกินเข้าร่วมมากมาย

Photographer

ฉัตรชัย ยิ้มแย้ม

ช่างภาพสายงานแต่งที่ผันตัวเองมาถ่ายงานสายสารคดีและอาหาร ด้วยใจรักในการผจญภัยจึงเก็บสะสมเรื่องราวการเดินทางมาเป็นเพจพายเรือไปแคมป์ สำหรับนักเดินทางที่รักการแคมป์ปิ้ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load