เราได้ทำงานกระเบื้องคอลเลกชันที่ 2 ร่วมกับ Asiatides ที่ปารีส ซึ่งวางขายในงานแฟร์ Maison et Objet ที่ปารีส ซึ่งเป็นงานที่มีบรรยากาศแบบ buyer มาเลือกสินค้าซึ่งมีนับแสนชิ้น ต้องใช้เวลาเดินดูหลายวัน เราก็เลยไม่คิดว่าจะมีใครมีเวลาสนใจเรื่องแรงบันดาลใจของแต่ละชิ้นงานหรอก ซึ่งก็จริง

เนื่องจากหนึ่งในหุ้นส่วนของ Asiatides เป็นเจ้าของร้าน Wit’s Collection ที่เชียงใหม่ งานของเราเลยวางขายในเมืองไทยด้วย คนที่มาซื้อหลายรายต้องการรู้แรงบันดาลใจในการสร้างงาน เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยซักถามแรงบันดาลใจของเราในการวาดนก เราก็อึกๆ อักๆ เพราะคอลเลกชันแรกทำแบบมวยวัดมาก วาดแบบไม่ค่อยคิดอะไร ประมาณว่าเป็นการโบยบินสู่วงการวาดของเราครั้งแรก ท่านทูตบอกว่าฉันจะเอางานเธอไปแอฟริกาด้วยนะ และจะตั้งไว้ในห้องรับแขกนะ จะมีคนมาเห็นมากมาย และคนก็จะต้องถามไถ่ว่าเธอเป็นใคร นกบนโถนี่หมายถึงอะไร เราก็โอ้โห อยู่ในใจ

พอได้ทำคอลเลกชันที่สองเลยดีใจมาก คิดว่าต้องทำคอลเลกชันแบบมีแรงบันดาลใจ มีเรื่องราว เพราะเรารู้แล้วว่า คนไม่ได้เห็นงานเราเป็นสินค้าเฉยๆ แต่เขาเห็นว่ามันมีความเป็นงานศิลปะอยู่ในตัวด้วย

จานกระเบื้อง โถกระเบื้อง

โจทย์ที่ได้จากปารีสคราวนี้คือ อยากให้เราสร้างงานที่เกี่ยวกับปลา ก็มึนอยู่นาน เพราะมันกว้างมาก พอดีช่วงนั้นทำหนังสือกับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คุยกันบ่อยและนานมาก พออวดรูปปลาที่กำลังเริ่มสเกตช์ ซึ่งเราซื้อตำราวาดปลาแบบจีนจากฮ่องกงมาเรียนเอง โญก็เล่าเรื่องปลาของจวงจื่อและให้หนังสือมาเล่มหนึ่งหนาเกือบ 600 หน้า

ตอนฝึกวาดปลาแรกๆ ยากกว่านกคอลเลกชันแรก และไม่ควรไปฝึกจากแบบฝึกหัดพู่กันจีนเพราะมันยาก จนไปทำฟันแล้ว เจอกิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล กลับมาจากโมซัมบิกพอดี เขาเป็นเจ้าพ่อปลาและไม้น้ำอยู่แล้ว กิ๊กเลยส่งตำราพันธุ์ปลามาให้ศึกษา พอเข้าใจสรีระกายภาพปลา ก็เริ่มพลิ้วขึ้น ถูกสัดส่วนขึ้น ประกอบกับอ่านจวงจื่อแบบอินขึ้น แรงบันดาลใจเริ่มมา

ภาพสเกตช์

จวงจื่อ เป็นปราชญ์นักคิดคนสำคัญของลัทธิเต๋า (Taoism) ลัทธิซึ่งมุ่งเน้นอุดมคติการครองชีวิตอย่างเป็นอิสระของมนุษย์ผู้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความกล้าหาญทางจริยธรรม การใช้วิชาความรู้ และความเข้าใจความเป็นไปตามธรรมชาติ

ตอนท้ายของบทหนึ่งในคัมภีร์จวงจื่อ กล่าวถึงการสนทนาโต้เถียงอันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเฉียบคมระหว่างจวงจื่อกับฮุยจื่อ-นักการเมือง นักปราชญ์ผู้ใฝ่ใจในการโต้เถียงเชิงตรรกศาสตร์

โถกระเบื้อง

จานกระเบื้อง

วันหนึ่งปราชญ์ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนทางเดินเหนือแม่น้ำ จวงจื่อชี้ชวนให้ฮุยจื่อชมปลาที่แหวกว่ายอยู่อย่างมีความสุข ฮุยจื่อชวนถกเถียงทันทีว่าจวงจื่อไม่ใช่ปลาจะสามารถรู้ / ไม่รู้ได้อย่างไรว่าปลามีความสุข หลังจากโต้ตอบไปมาอย่างเฉียบคมกันพักใหญ่ จวงจื่อก็อธิบายปิดประเด็นว่าการที่ตนรู้ว่าปลาสราญสุข โดยที่ไม่ได้เป็นปลา เพราะเพียงยืนอยู่ไกลๆ มองไปยังน้ำ ยังรู้สึกได้ถึงความสุขจากการมองปลาเหล่านั้น สัมผัสถึงความเยือกเย็นไม่รีบร้อน ทำให้รู้สึกเป็นสุข

เราชอบตรงนี้มาก แม้อาจจะยังไม่เข้าใจตรรกะเบื้องลึกความนัยที่ปราชญ์ทั้งสองถกเถียงกัน แต่เราว่าเราเข้าใจถึงความรู้สึกเยือกเย็นไหลรื่น ความชื่นใจจากการมองปลา มันนำมาซึ่งความรู้สึกว่าง สมองหยุดคิดไปชั่วขณะ การเข้าภวังค์เช่นนี้มักนำมาซึ่งจิตสงบ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราได้จากการวาดรูปอยู่แล้ว

โถกระเบื้อง กระปุกกระเบื้อง

ตามความเชื่อของจีน ปลาเป็นสัญลักษณ์มงคล นอกจากสื่อถึงความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีตำนานเล่าถึงปลาที่กระโดดข้ามฝ่าคลื่นยักษ์พายุกระหน่ำแรง และกลายร่างเป็นมังกรสง่างามได้ในที่สุด เปรียบเหมือนมนุษย์ที่สามารถก้าวฝ่าข้ามอุปสรรคจนประสบความสำเร็จได้เพราะใช้สติแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยจิตที่เป็นอิสระ

เราก็เลยคิดว่า ปลาของเราคือฝูงปลาที่จวงจื่อมองเห็นว่ายอยู่ในลำน้ำอย่างสุขสราญ เป็นอิสระ และข้ามฝ่าได้ทุกอุปสรรค เพราะปลาที่เราวาดออกมาดูมีความมุ่งมั่นทีเดียวนะ ทาง Asiatides ก็ชอบใจ บอกว่ามันเป็นปลาหน้าตามีเอกลักษณ์ และคงคอนเซปต์เดิมคือเขาว่าลายเส้นเรามันหมวยๆ แหม่มๆ เป็นปลาที่มีความหมวยขบถ ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่งานผ่าน

กระบวนการผลิตก็สนุกขึ้น คือพอมาคอลเลกชันที่ 2 เริ่มรู้จักรูปทรงของภาชนะ การมองข้างมองบน ควรวาดอะไรแบบไหน สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาและไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เราวาดแล้วถ่ายเอกสารตัดกระดาษแปะบนภาชนะ ยืนเล็งยืนมอง เป็นการออกแบบที่ primitive มาก ฝ่ายผลิตทางโรงงานก็มารับการตัดกระดาษปะบนกระเบื้องไป ซึ่งเรามีสเกตช์วาดรูปบอกรายละเอียดให้อีกแผ่น ก็ดูกันรู้เรื่องอยู่นะ

ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์

เทคนิคการผลิตคราวนี้ก็สนุกขึ้นเช่นกัน อย่าง texture สีพื้น เราเคยเรียนวาดกระเบื้องตอนอยู่ปีหนึ่งปีสอง วิชาหลักคือเรียนนิติฯ แต่เราไปเรียนวาดกระเบื้องกับคุณน้าสัปดาห์ละครั้ง เป็นเทคนิคเดนมาร์ก ก็พอรู้เทคนิคการเขียนสีบนกระเบื้องบ้าง

คอลเลกชันนี้มีเถียงกับทางโรงงานผลิตซึ่งเป็นทีมคุณป้า แกมีวิธีแบบของแก เราก็บอกลองฟองน้ำมั้ยคะ มันอาจจะเรียบกว่านะ ทางโรงงานก็ส่งจาน อุปกรณ์ สี มาให้ลองเลย ก็พบว่ามันเป็นการเขียนสีบนพื้นด้าน สีที่ใช้ก็ต่างกับที่เรารู้จัก ของเราเป็นผงสีผสมน้ำมัน อันนี้เป็นเหมือนก้อนโคลบอลต์แช่ในน้ำ ก็ลองทำไป ทางโรงงานมารับไปเผา แล้วประกวดกันว่าของใครจะเนียนกว่า

วาดรูป วาดรูป

คอลเลกชันความสุขของปลา (The Happiness of Fish) มีถ้ำชา เป็นโถมีฝาปิดใส่ใบชา 5 ชิ้น 6 ลาย จาน 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก กี๋ ม้านั่งในสวนลายเดียวกันแต่ 2 สี รวมทั้งหมด 11 ชิ้นค่ะ

ชุดกระเบื้อง

ทั้งหมดวางจำหน่ายที่งาน Maison et Objet เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ส่วนที่เมืองไทยจะมีให้ชมและเปิดให้จองที่งาน Nap เชียงใหม่ วันที่ 5 ธันวาคมนี้ ที่บูท Wit’s Collection M13 ค่ะ น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ได้พอดี

WIT’S COLLECTION interior design -objects

FB fanpage : Wit’s Collection ChiangMai

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พระราชวังดุสิต ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระราชวังที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พระที่นั่งต่าง ๆ ภายในพระราชวังล้วนมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมวิจิตรบรรจงแบบตะวันตก ห้องหับก็สวยงามจากการตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนัง ประติมากรรม และการจัดวางเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ เราจึงเห็นภาพนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้าแถวต่อคิวกัน เพื่อเข้ามาสัมผัสความสวยงามของพระราชวังนี้ด้วยตาตนเอง

พระราชวังดุสิตก่อสร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยได้ช่างและศิลปินฝีมือดีที่สุดของยุคนั้นมาร่วมกันรังสรรค์พระตำหนักและพระที่นั่งต่าง ๆ โดยเฉพาะพระตำหนักประธานของพระราชวังดุสิต นั่นคือ พระที่นั่งอัมพรสถาน ที่พระองค์ทรงโปรดปราน ใช้เป็นสถานที่ประทับในช่วงปลายรัชกาลกระทั่งเสด็จสวรรคตภายในพระที่นั่งแห่งนี้ แม้จะไม่เปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้ารับชม แต่ภาพถ่ายห้องต่าง ๆ ที่เผยแพร่ออกมาก็ทำให้เรารับรู้ถึงความงดงาม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้ตัดสินใจเลือกสรรและจัดวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ทุก ๆ ตัวโดยพระองค์เอง

แกะรอย Maple & Co. แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ ร.5 ทรงโปรด จากภาพสีน้ำจนเจอตระกูลนักออกแบบ

ความที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมัณฑนากรด้วยพระองค์เอง ทำให้ภาพถ่ายเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องหับของพระที่นั่งอัมพรสถานมีความหมายขึ้นมา และจุดประกายความสงสัยของ อาจารย์แคท-สิรินทรา เอื้อศิริทรัพย์ อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เริ่มต้นค้นคว้าเรื่องราวเบื้องหลังการคัดเลือกและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ของพระองค์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแง่มุมที่ไม่เคยถูกนำเสนอมาก่อน

จุดเริ่มต้นการค้นคว้าของอาจารย์แคทเริ่มต้นขึ้นจากภาพใบหนึ่ง

แกะรอย Maple & Co. แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ ร.5 ทรงโปรด จากภาพสีน้ำจนเจอตระกูลนักออกแบบ

“เพื่อน ๆ แซวเราตลอดว่าเป็นคนชอบจำรายละเอียด แม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ เราเก็บหมด จะว่าเป็นทักษะที่มีประโยชน์กับเราก็ได้ เพราะมีอยู่วันหนึ่ง เรากำลังปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษา (ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย) วันนั้นอาจารย์เปิดภาพหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานที่เขาทำอยู่ เป็นภาพเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่วาดด้วยสีน้ำ เรารู้สึกว่าเฟอร์นิเจอร์บนภาพนั้นสวยมาก 

“พอมีโอกาสได้เห็นภาพถ่ายเก่าของห้องในพระที่นั่งอัมพรสถาน เราสังเกตเห็นว่าเซ็ตเฟอร์นิเจอร์ในภาพคล้ายกับเฟอร์นิเจอร์ในภาพสีน้ำของอาจารย์ ด้วยความที่เราจำแม่น ก็เลยลองค้นภาพเก่าของพระที่นั่งอัมพรสถานเพิ่ม ก็ยิ่งเจอเฟอร์นิเจอร์อื่นที่อยู่ในภาพสีน้ำ ยิ่งค้น ยิ่งเจอ ก็ยิ่งสนใจ แล้วก็อินเลยค่ะ”

แกะรอย Maple & Co. แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ ร.5 ทรงโปรด จากภาพสีน้ำจนเจอตระกูลนักออกแบบ

เธอค้นพบว่าภาพเฟอร์นิเจอร์สีน้ำ คือภาพที่ Maple & Co. บริษัททำเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่จากประเทศอังกฤษจัดทำขึ้นมา เพื่อเสนอแบบการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลือก มีทั้งหมดเกือบ 600 แบบ แม้อาจารย์แคทพบเฟอร์นิเจอร์ที่ตรงกับภาพสีน้ำ แต่การจัดวางของห้องต่าง ๆ ภายในภาพถ่ายเก่าแทบไม่ตรงกับแบบเลย ที่เป็นเช่นนั้นปรากฏอยู่ในหัตถเลขา เอกสารที่บันทึกการโต้ตอบระหว่างรัชกาลที่ 5 กับมหาดเล็กของพระองค์ จากเอกสารพบว่า พระองค์ทรงเลือกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในพระที่นั่งอัมพรสถานด้วยพระองค์เอง 

“ในหัตถเลขามีบันทึกประมาณว่า วันนี้นอนแล้วนึกขึ้นได้ว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ลองย้ายเครื่องเรือนอันนี้ไปไว้ตรงนั้นดีกว่า นึกออกแล้วว่าอันนี้จะไว้ตรงไหนดี ทำให้เราพบว่าเครื่องเรือนส่วนใหญ่พระองค์ทรงเลือกจัดวางเอง ซึ่งการได้รู้เรื่องนี้ ทำให้เรามองภาพถ่ายนั้นเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ”

การเปรียบเทียบภาพและเชื่อมโยงข้อมูล ค่อย ๆ ทำให้ภาพถ่ายห้องในพระที่นั่งอัมพรสถานเผยเรื่องราวเบื้องหลังออกมา… และคำถามที่อาจารย์แคทสงสัยต่อ ก็คือ ทำไมพระองค์ถึงทรงเลือกเฟอร์นิเจอร์ของ Maple & Co. และการตามรอยข้อมูลนี้ทำให้เธอรู้จักการมีอยู่ของสมาคมประวัติศาสตร์เครื่องเรือน The Furniture History Society ในประเทศอังกฤษ ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล จัดกิจกรรมเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเธอก็สมัครเข้าไปเป็นสมาชิก

“The Furniture History Society เป็นสมาคมในอังกฤษที่ศึกษาเฟอร์นิเจอร์ในเชิงประวัติศาสตร์ เวลาเขามีกิจกรรมอะไรเราก็พยายามเข้าร่วม และสมาคมก็มีฐานข้อมูลของเขาอยู่ ทำให้เราพบประวัติโดยย่อของบริษัท Maple & Co. และต่อมาคนในสมาคมก็ช่วยแนะนำให้เราได้เจอหนังสือประวัติของบริษัทแห่งนี้อีกที”

แกะรอย Maple & Co. แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ ร.5 ทรงโปรด จากภาพสีน้ำจนเจอตระกูลนักออกแบบ

Maple & Co. เป็นบริษัทขายเฟอร์นิเจอร์ของอังกฤษ ก่อตั้งในปี 1841 ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้มีกำลังผลิตสูง ผลิตเฟอร์นิเจอร์แนววิกตอเรียนจนได้รับความนิยมในกลุ่มชนชั้นสูงถึงกลาง ทำเฟอร์นิเจอร์ให้บ้านผู้ดี โรงแรมหรู จนถึงวังของกษัตริย์ ก่อนจะค่อย ๆ เสื่อมสลายจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกเทกโอเวอร์ไปในที่สุด

แกะรอย Maple & Co. แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ ร.5 ทรงโปรด จากภาพสีน้ำจนเจอตระกูลนักออกแบบ
แกะรอย Maple & Co. แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ ร.5 ทรงโปรด จากภาพสีน้ำจนเจอตระกูลนักออกแบบ

“ชื่อวังที่ปรากฏในประวัติของ Maple & Co. มีตั้งแต่วังของอังกฤษ วังที่อินเดีย พระราชวังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่รัสเซียของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ซึ่งเป็นพระสหายของพระองค์ และหนังสือยังเขียนไว้ว่า Include King of Siam มีรูปพระราชวังของไทยด้วย เรายังไม่พบหลักฐานที่บอกแน่ชัดว่าอะไรทำให้พระองค์ทรงเลือกใช้เครื่องเรือนของ Maple & Co. อาจจะเกิดจากตอนที่เสด็จไปพระราชวังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ที่เป็นพระสหายอาจทรงแนะนำก็ได้ 

“ในพระราชนิพนธ์ ไกลบ้าน มีบันทึกการเสด็จประพาสยุโรปที่ฝรั่งเศส พระองค์ทรงบันทึกว่า วันนี้ไปที่ร้านเมเปิ้ล 2 หน เช้าก็ไป ตกบ่ายก็ไปอีก เหมือนพระองค์ทำภารกิจอย่างอื่นเสร็จก็กลับมาช็อปต่อ แล้วท่านพูดว่า ช็อปที่ฝรั่งเศสก็เหมือนที่อังกฤษ แสดงว่าตอนท่านเสด็จประพาสอังกฤษก็ไปร้านเมเปิ้ลมาก่อน ท่านต้องทรงชอบมาก ๆ ต่อมา Maple & Co. มาเปิดสาขาที่ห้างยอนแซมสัน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว”

อาจารย์แคทให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนที่ Maple & Co. มาเปิดสาขาที่ไทย พระองค์ทรงเลือกเฟอร์นิเจอร์จากแคตตาล็อกที่ทางบริษัทจัดทำ และสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ จากภาพวาดสีน้ำที่มีจึงไม่ครอบคลุมเครื่องเรือนทั้งหมดที่พระองค์สั่ง และเพื่อให้ทราบว่าพระองค์ทรงคัดเลือกอย่างไร จึงต้องตามหาแคตตาล็อกของ Maple & Co. ในยุคสมัยนั้น

“ในราชหัตถเลขาเราพบบันทึกที่ว่า ตอนแรกพระองค์จะให้พระราชโอรสไปร้านที่อังกฤษเพื่อเลือกให้ แต่ทรงเปลี่ยนพระทัยว่าไม่ต้องแล้ว เมเปิ้ลมาที่เมืองไทยแล้ว มีแคตตาล็อก เดี๋ยวเอามาเปิดเลือกเอง ก็เลยเป็นจุดที่เราเริ่มพยายามหาแคตตาล็อกที่พระองค์ทรงเคยอ่าน แล้วเราก็เจอไฟล์แคตตาล็อกของทางบริษัทที่สแกนเป็นไฟล์เอาไว้ เราก็เอามาพรินต์ดู พบว่ามีเฟอร์นิเจอร์บางตัวที่เหมือนกับในพระราชวัง บางตัวคล้าย แต่ก็ยังเจอไม่เยอะ ทำให้เรารู้ว่ายังมีแคตตาล็อกเล่มอื่น ๆ อยู่อีก และแคตตาล็อกที่เราได้มาอันนี้ ช่วงหน้าครึ่งแรก ๆ ขาดไป ไม่มี เราก็เลยพยายามสอดส่องคอยดูว่าใครจะนำแคตตาล็อกมาขายในเว็บไซต์ ebay หรือตามงานเสวนาต่าง ๆ อยู่ตลอด” อาจารย์แคทเล่าอย่างออกรส

จู่ ๆ วันหนึ่งก็มีคนนำแคตตาล็อกของ Maple & Co. มาวางประมูลในเว็บไซต์ ebay จริงๆ 

อาจารย์แคทไม่รอช้า รีบเสนอราคาอย่างรวดเร็ว และก็เป็นอาจารย์ที่ชนะการประมูลโดยแทบไม่มีคู่แข่ง และการประมูลครั้งนี้นี่เองทำให้เธอได้แหล่งข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ อีกอย่าง และไม่ได้มาจากตัวแคตตาล็อกที่เธอประมูลชนะ แต่เป็นเรื่องราวของเจ้าของที่นำแคตตาล็อกมาประมูล โดยหลังจากที่อาจารย์แคทชนะการประมูล เจ้าของติดต่อเธอเพื่อสอบถามถึงวิธีการขนส่งแคตตาล็อกไปที่ประเทศไทย และเกิดสงสัยขึ้นมาว่าเธอจะเอาแคตตาล็อกของ Maple & Co. ไปทำอะไร เพราะแทบไม่มีใครสนใจเลยด้วยซ้ำ พอได้ทราบเหตุผลจากอาจารย์แคท เจ้าของก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ยิน และบอกกับอาจารย์แคทว่า ตัวเขาเองคือลูกหลานของตระกูลที่เคยทำเฟอร์นิเจอร์ให้กับ Maple & Co.!

“เขาบอกว่าตัวเขามีแคตตาล็อกอยู่อีกเยอะ เพราะเขาพยายามจะเก็บการออกแบบที่ตระกูลเขาเป็นคนออกแบบและทำส่งให้กับ Maple & Co. นำไปขายต่อ เล่มที่เขาปล่อยประมูลคือเล่มที่เขาดูแล้วว่าไม่มีแบบที่ครอบครัวของเขาเป็นคนออกแบบและทำ ซึ่งเขาก็ยังช่วยเราหาแบบจากแคตตาล็อกที่เขามีอยู่ให้ด้วยอีกแรง”

ความบังเอิญยังไม่จบแต่เพียงแค่คุณเจ้าของแคตตาล็อคเท่านั้น เพราะเมื่ออาจารย์แคทได้ตัวแคตตาล็อกมา เธอก็ยังพบอีกว่า แคตตาล็อกที่เธอเพิ่งได้ คือส่วนช่วงแรกที่ขาดหายไปของแคตตาล็อกที่เธอมีอยู่ 

“มันคือเล่มเดียวกัน ครึ่งแรกที่หายไป นี่คือเล่มต่อที่มาประกอบกันพอดี” เธอเปรยตัวน้ำเสียงตื่นเต้น 

“ในแคตตาล็อกเราเจอโต๊ะทำงานทรง Kidney รูปร่างเหมือนไตพระองค์ใช้โต๊ะทรงนี้ และมีเรื่องเล่าตอนที่พระองค์สวรรคต พระองค์ท่านสิ้นในห้องนอนในพระที่นั่งอัมพรสถาน บนโต๊ะทำงานยังมีรูปถ่ายของพระองค์ที่เซ็นค้างไว้อยู่”

จากแคตตาล็อกที่มีอยู่ในมือ เธอเริ่มเห็นเครื่องเรือนที่พระองค์เคยเลือกผ่านแคตตาล็อกเหล่านี้ทีละชิ้น บางชิ้นในภาพถ่ายก็ไม่เหมือนกับในแคตตาล็อกเป๊ะ ๆ เธอได้รับคำแนะนำจากลูกหลานครอบครัวที่เคยทำให้ Maple & Co. ว่า สำหรับงานของลูกค้าระดับสูง ทางบริษัทมีการผลิตตามความต้องการของลูกค้าด้วยเช่นกัน ต่อมาเธอพบบันทึกที่อธิบายว่า พระองค์ทรงตั้งพระทัยลดงบการจัดซื้อเครื่องเรือนลง โดยลดรายละเอียดบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกจากรายละเอียดการสั่งซื้อ แม้ว่าพระองค์จะโปรดเฟอร์นิเจอร์จาก Maple & Co. แค่ไหน แต่ก็มีบันทึกถึงปัญหาที่ทรงพบจากเครื่องเรือนที่สั่งมา

“เหตุผลที่พระองค์น่าจะทรงสั่งให้ปรับเปลี่ยนเครื่องเรือนตามความต้องการ น่าจะเกิดขึ้นเพราะบันทึกที่เราไปพบ พระองค์ท่านพบว่าพวกผ้าบุเครื่องเรือนหนาเกินไป ซึ่งพระองค์ทรงใช้คำว่า ‘มันเป็นเครื่องอุ้มพยุงความหนาว’ นำมาใช้บ้านเราแล้วร้อน เลยมีพระราชดำริว่า คราวนี้จะไม่ให้มันเป็นเครื่องอุ้มพยุงความหนาวแล้วนะ

“เราพบว่าพระองค์ทรงตำหนิเมเปิ้ลเป็นกระตั้กอยู่เหมือนกัน ไม่ต่างกับเราสมัยนี้ที่เจอช่างแย่ ๆ มี 3 เรื่องหลัก ๆ เป็นเรื่องหลังการใช้งาน ซึ่งไม่ได้บ่นเครื่องเรือน แต่บ่นพวกสุขภัณฑ์ของแบรนด์ คือ เรื่องประปา ไฟฟ้า มีน้ำรั่ว พวกอ่างอาบน้ำต่าง ๆ มันไม่เวิร์ก เหมือนเลหลังขายของที่มันตกรุ่นในยุโรปให้เราหรือเปล่า ไปอาบน้ำร้อนแทนที่จะต้มง่าย ๆ แค่นี้เสร็จ ระบบก็กลับยุ่งยาก เหมือนช่างที่มาติดตั้งวางงานระบบไม่โอเค”

นอกจากการสืบค้นข้อมูลและตามหาแคตตาล็อกหรือแหล่งข้อมูลเท่าที่จะทำได้ อาจารย์แคทยังได้เจอร้านที่นำโต๊ะของ Maple & Co. มาขายในไทย เธอจึงตัดสินใจซื้อทันที และปัจจุบันกลายเป็นโต๊ะทำงานของเธอที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จวบจนปัจจุบัน 

สิ่งหนึ่งที่เธอประทับใจโต๊ะตัวนี้ คือ ความฉลาดในการออกแบบของแบรนด์ ที่แยกชิ้นส่วนของโต๊ะถอดประกอบได้อย่างง่ายดาย เป็น Ikea ที่มาก่อนกาล เพื่อสะดวกต่อการขนส่งข้ามประเทศและง่ายต่อการขนย้าย โดยโต๊ะทำงานของเธอก็แยกถอดชิ้นส่วนได้ 3 ชิ้น และประกอบเข้ากันอย่างง่ายดาย

ปัจจุบันงานวิจัยชิ้นนี้ของเธอยังคงไม่สมบูรณ์และอยู่ในกระบวนการทำ ยังมีเฟอร์นิเจอร์อีกหลายชิ้นในพระที่นั่งที่เธอยังเปรียบเทียบไม่เจอ ยังมีแคตตาล็อกอีกหลายเล่มที่เธอต้องค้นหาต่อไป รวมถึงแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างพระองค์กับเครื่องเรือน Maple & Co. 

ในท้ายที่สุดจากงานวิจัยชิ้นนี้ เธอตั้งความคาดหวังไว้ว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อไป ดังนี้

“สิ่งแรกที่ได้จากงานวิจัยนี้คือ การอนุรักษ์ เรารู้จักสไตล์ กายภาพไม้ ผ้าลายต่าง ๆ ของแบรนด์ ทำให้เราทำงานอนุรักษ์ต่อไปได้ อีกส่วนที่สนใจ คือ เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้คือการแสดงตัวตนอย่างหนึ่ง คนที่เลือกของมาไว้ในบ้าน ของเหล่านั้นบ่งบอกได้ว่าเจ้าของบ้านมีรสนิยมยังไง มันแสดงออกผ่านเครื่องเรือนต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงเลือก เราไม่ได้มองแค่มิติวัตถุเท่านั้น แต่มองถึงสิ่งที่เชื่อมโยงกับวัตถุนั้นด้วย นี่คือหนึ่งในตัวตนและอัตลักษณ์ของพระองค์ท่าน

“เราพบว่างานวิจัยนี้ช่วยบอกคุณค่าของเครื่องเรือนมีอายุเหล่านี้ บอกว่าภาพเก่า ๆ เหล่านี้มีค่า มีเรื่องราว มันไม่ใช่แค่ภาพเฉย ๆ ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์เก่าที่สวยเฉย ๆ การทำงานนี้ทำให้เรามีสายตาของอินทีเรีย ที่ไม่ได้มองแต่ความสวยงามอย่างเดียว เราต้องมองให้เห็นความเป็นมาของสิ่งที่เราเลือก บริบทที่เรากำลังจัดวาง มองให้เห็นลักษณะหรืออัตลักษณ์ของผู้คนที่เรากำลังทำงานออกแบบให้ มันทำให้เรามองสิ่งต่าง ๆ ละเอียดขึ้นนะ” อาจารย์จบบทสนทนา

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load