เราได้ทำงานกระเบื้องคอลเลกชันที่ 2 ร่วมกับ Asiatides ที่ปารีส ซึ่งวางขายในงานแฟร์ Maison et Objet ที่ปารีส ซึ่งเป็นงานที่มีบรรยากาศแบบ buyer มาเลือกสินค้าซึ่งมีนับแสนชิ้น ต้องใช้เวลาเดินดูหลายวัน เราก็เลยไม่คิดว่าจะมีใครมีเวลาสนใจเรื่องแรงบันดาลใจของแต่ละชิ้นงานหรอก ซึ่งก็จริง

เนื่องจากหนึ่งในหุ้นส่วนของ Asiatides เป็นเจ้าของร้าน Wit’s Collection ที่เชียงใหม่ งานของเราเลยวางขายในเมืองไทยด้วย คนที่มาซื้อหลายรายต้องการรู้แรงบันดาลใจในการสร้างงาน เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยซักถามแรงบันดาลใจของเราในการวาดนก เราก็อึกๆ อักๆ เพราะคอลเลกชันแรกทำแบบมวยวัดมาก วาดแบบไม่ค่อยคิดอะไร ประมาณว่าเป็นการโบยบินสู่วงการวาดของเราครั้งแรก ท่านทูตบอกว่าฉันจะเอางานเธอไปแอฟริกาด้วยนะ และจะตั้งไว้ในห้องรับแขกนะ จะมีคนมาเห็นมากมาย และคนก็จะต้องถามไถ่ว่าเธอเป็นใคร นกบนโถนี่หมายถึงอะไร เราก็โอ้โห อยู่ในใจ

พอได้ทำคอลเลกชันที่สองเลยดีใจมาก คิดว่าต้องทำคอลเลกชันแบบมีแรงบันดาลใจ มีเรื่องราว เพราะเรารู้แล้วว่า คนไม่ได้เห็นงานเราเป็นสินค้าเฉยๆ แต่เขาเห็นว่ามันมีความเป็นงานศิลปะอยู่ในตัวด้วย

จานกระเบื้อง โถกระเบื้อง

โจทย์ที่ได้จากปารีสคราวนี้คือ อยากให้เราสร้างงานที่เกี่ยวกับปลา ก็มึนอยู่นาน เพราะมันกว้างมาก พอดีช่วงนั้นทำหนังสือกับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คุยกันบ่อยและนานมาก พออวดรูปปลาที่กำลังเริ่มสเกตช์ ซึ่งเราซื้อตำราวาดปลาแบบจีนจากฮ่องกงมาเรียนเอง โญก็เล่าเรื่องปลาของจวงจื่อและให้หนังสือมาเล่มหนึ่งหนาเกือบ 600 หน้า

ตอนฝึกวาดปลาแรกๆ ยากกว่านกคอลเลกชันแรก และไม่ควรไปฝึกจากแบบฝึกหัดพู่กันจีนเพราะมันยาก จนไปทำฟันแล้ว เจอกิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล กลับมาจากโมซัมบิกพอดี เขาเป็นเจ้าพ่อปลาและไม้น้ำอยู่แล้ว กิ๊กเลยส่งตำราพันธุ์ปลามาให้ศึกษา พอเข้าใจสรีระกายภาพปลา ก็เริ่มพลิ้วขึ้น ถูกสัดส่วนขึ้น ประกอบกับอ่านจวงจื่อแบบอินขึ้น แรงบันดาลใจเริ่มมา

ภาพสเกตช์

จวงจื่อ เป็นปราชญ์นักคิดคนสำคัญของลัทธิเต๋า (Taoism) ลัทธิซึ่งมุ่งเน้นอุดมคติการครองชีวิตอย่างเป็นอิสระของมนุษย์ผู้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความกล้าหาญทางจริยธรรม การใช้วิชาความรู้ และความเข้าใจความเป็นไปตามธรรมชาติ

ตอนท้ายของบทหนึ่งในคัมภีร์จวงจื่อ กล่าวถึงการสนทนาโต้เถียงอันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเฉียบคมระหว่างจวงจื่อกับฮุยจื่อ-นักการเมือง นักปราชญ์ผู้ใฝ่ใจในการโต้เถียงเชิงตรรกศาสตร์

โถกระเบื้อง

จานกระเบื้อง

วันหนึ่งปราชญ์ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนทางเดินเหนือแม่น้ำ จวงจื่อชี้ชวนให้ฮุยจื่อชมปลาที่แหวกว่ายอยู่อย่างมีความสุข ฮุยจื่อชวนถกเถียงทันทีว่าจวงจื่อไม่ใช่ปลาจะสามารถรู้ / ไม่รู้ได้อย่างไรว่าปลามีความสุข หลังจากโต้ตอบไปมาอย่างเฉียบคมกันพักใหญ่ จวงจื่อก็อธิบายปิดประเด็นว่าการที่ตนรู้ว่าปลาสราญสุข โดยที่ไม่ได้เป็นปลา เพราะเพียงยืนอยู่ไกลๆ มองไปยังน้ำ ยังรู้สึกได้ถึงความสุขจากการมองปลาเหล่านั้น สัมผัสถึงความเยือกเย็นไม่รีบร้อน ทำให้รู้สึกเป็นสุข

เราชอบตรงนี้มาก แม้อาจจะยังไม่เข้าใจตรรกะเบื้องลึกความนัยที่ปราชญ์ทั้งสองถกเถียงกัน แต่เราว่าเราเข้าใจถึงความรู้สึกเยือกเย็นไหลรื่น ความชื่นใจจากการมองปลา มันนำมาซึ่งความรู้สึกว่าง สมองหยุดคิดไปชั่วขณะ การเข้าภวังค์เช่นนี้มักนำมาซึ่งจิตสงบ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราได้จากการวาดรูปอยู่แล้ว

โถกระเบื้อง กระปุกกระเบื้อง

ตามความเชื่อของจีน ปลาเป็นสัญลักษณ์มงคล นอกจากสื่อถึงความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีตำนานเล่าถึงปลาที่กระโดดข้ามฝ่าคลื่นยักษ์พายุกระหน่ำแรง และกลายร่างเป็นมังกรสง่างามได้ในที่สุด เปรียบเหมือนมนุษย์ที่สามารถก้าวฝ่าข้ามอุปสรรคจนประสบความสำเร็จได้เพราะใช้สติแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยจิตที่เป็นอิสระ

เราก็เลยคิดว่า ปลาของเราคือฝูงปลาที่จวงจื่อมองเห็นว่ายอยู่ในลำน้ำอย่างสุขสราญ เป็นอิสระ และข้ามฝ่าได้ทุกอุปสรรค เพราะปลาที่เราวาดออกมาดูมีความมุ่งมั่นทีเดียวนะ ทาง Asiatides ก็ชอบใจ บอกว่ามันเป็นปลาหน้าตามีเอกลักษณ์ และคงคอนเซปต์เดิมคือเขาว่าลายเส้นเรามันหมวยๆ แหม่มๆ เป็นปลาที่มีความหมวยขบถ ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่งานผ่าน

กระบวนการผลิตก็สนุกขึ้น คือพอมาคอลเลกชันที่ 2 เริ่มรู้จักรูปทรงของภาชนะ การมองข้างมองบน ควรวาดอะไรแบบไหน สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาและไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เราวาดแล้วถ่ายเอกสารตัดกระดาษแปะบนภาชนะ ยืนเล็งยืนมอง เป็นการออกแบบที่ primitive มาก ฝ่ายผลิตทางโรงงานก็มารับการตัดกระดาษปะบนกระเบื้องไป ซึ่งเรามีสเกตช์วาดรูปบอกรายละเอียดให้อีกแผ่น ก็ดูกันรู้เรื่องอยู่นะ

ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์

เทคนิคการผลิตคราวนี้ก็สนุกขึ้นเช่นกัน อย่าง texture สีพื้น เราเคยเรียนวาดกระเบื้องตอนอยู่ปีหนึ่งปีสอง วิชาหลักคือเรียนนิติฯ แต่เราไปเรียนวาดกระเบื้องกับคุณน้าสัปดาห์ละครั้ง เป็นเทคนิคเดนมาร์ก ก็พอรู้เทคนิคการเขียนสีบนกระเบื้องบ้าง

คอลเลกชันนี้มีเถียงกับทางโรงงานผลิตซึ่งเป็นทีมคุณป้า แกมีวิธีแบบของแก เราก็บอกลองฟองน้ำมั้ยคะ มันอาจจะเรียบกว่านะ ทางโรงงานก็ส่งจาน อุปกรณ์ สี มาให้ลองเลย ก็พบว่ามันเป็นการเขียนสีบนพื้นด้าน สีที่ใช้ก็ต่างกับที่เรารู้จัก ของเราเป็นผงสีผสมน้ำมัน อันนี้เป็นเหมือนก้อนโคลบอลต์แช่ในน้ำ ก็ลองทำไป ทางโรงงานมารับไปเผา แล้วประกวดกันว่าของใครจะเนียนกว่า

วาดรูป วาดรูป

คอลเลกชันความสุขของปลา (The Happiness of Fish) มีถ้ำชา เป็นโถมีฝาปิดใส่ใบชา 5 ชิ้น 6 ลาย จาน 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก กี๋ ม้านั่งในสวนลายเดียวกันแต่ 2 สี รวมทั้งหมด 11 ชิ้นค่ะ

ชุดกระเบื้อง

ทั้งหมดวางจำหน่ายที่งาน Maison et Objet เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ส่วนที่เมืองไทยจะมีให้ชมและเปิดให้จองที่งาน Nap เชียงใหม่ วันที่ 5 ธันวาคมนี้ ที่บูท Wit’s Collection M13 ค่ะ น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ได้พอดี

WIT’S COLLECTION interior design -objects

FB fanpage : Wit’s Collection ChiangMai

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ลมหนาวปลายปีมาเมื่อไหร่ กลายเป็นสัญญาณว่า Jim Thompson Farm เปิดแล้ว

ได้เวลาไปถ่ายรูปสวยๆ กลางทุ่งผักผลไม้และดอกไม้ที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา แม้ที่นี่จะเปิดให้เข้าชมเพียงปีละ 37 วัน แต่จากการสำรวจครั้งล่าสุด นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม มีจำนวนมากถึง 2 แสนคนต่อปี มากกว่าการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 18 ปีที่แล้วถึง 100 เท่า

ใน พ.ศ. 2542 พื้นที่กว่า 600 ไร่บนเชิงเขาพญาปราบเปิดฉากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวครั้งแรก ฟักทองลูกโต พืชผักปลอดสารพิษ ดอกไม้หลากสีสัน และการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสำหรับทอผ้า ทำให้ผู้คนประทับใจธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ของที่นี่

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

แต่ธรรมชาติอย่างเดียวไม่เพียงพอให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า ท่ามกลางคู่แข่งที่เกิดขึ้นมากมายเต็มไปหมด โจทย์ของจิม ทอมป์สัน คือทำให้คนได้สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมอีสานอย่างเข้าใจ อุดหนุนสินค้าท้องถิ่น และมีช่วงเวลาดีๆ จนอยากกลับมาใหม่ทุกปี

พ.ศ. 2550 จิม ทอมป์สัน เริ่มรวบรวมบ้านไม้แบบอีสานมารวมไว้บนพื้นที่ 10 ไร่ ทั้งบ้านโคราช บ้านภูไท และเรือนเหย้า แล้วจำลองวิถีชีวิตอีสานโดยเชิญพ่อใหญ่แม่ใหญ่จากหมู่บ้านต่างๆ มาสาธิตวิธีปั้นหม้อ สานไม้ไผ่ สานแห ทำแคน ย้อมคราม ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ไปจนถึงเทศน์มหาชาติ และการแสดงท้องถิ่น และ 2 ปีต่อมาก็เริ่มโครงการ Art on Farm เชิญศิลปินมาทำงานจัดแสดงที่ฟาร์ม โดยเน้นเรื่องการเกษตรและท้องถิ่น

ฟาร์มกลายเป็นสวน มิวเซียม และอาร์ตแกลเลอรี่ขนาดใหญ่ ที่จะเปลี่ยนธีมหลักไปทุกปี สลับระหว่างผ้า วัฒนธรรม และการเกษตร โดยธีมสนุกๆ ที่ผ่านมา ได้แก่ หมอลำ ผ้าขาวม้า และปีนี้ เกษตรกรรมเป็นโจทย์หลัก

“เราคิดว่าจะทำยังไงให้เกษตรเป็นสิ่งที่สนุกสนานน่าสนใจ เราเลยย้อนกลับไปคิดว่าจุดเริ่มต้นของการเกษตรคือน้ำ ถ้าไม่มีน้ำ การเกษตรก็ลำบาก และถ้าลงลึกไปอีก น้ำไม่ได้ใช้สำหรับแค่การเกษตรเท่านั้น แต่น้ำคือทุกอย่าง เราเลยเอารายละเอียดพวกนี้มาตีความและเล่าในงานนี้ จนได้มาเป็น ‘เต๋อเต๋อเวินวัง-พลังแห่งน้ำ’

เราอยากให้คนได้เห็นความสำคัญของน้ำที่เป็นพลังมหาศาลของชีวิต น้ำเป็นทรัพยากรตั้งต้นของทุกสรรพสิ่ง ตัวเรามีน้ำ 80% โลกมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 3 ใน 4 แต่เรากลับมองน้ำเป็นแค่ทรัพยากรที่เราจะฉกฉวย เราเลยคิดกันว่าจะทำอย่างไรดี ทำให้คนที่ได้เข้ามาร่วมงานสัก 1% รู้สึกว่าจะต้องใช้น้ำอย่างประหยัด มันมีคุณค่ามหาศาล และเป็นชีวิตของเรา”

ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ

ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ อาจารย์ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมอีสานของฟาร์ม อธิบายแก่นของงานปีนี้ ‘เต๋อเต๋อเวินวัง’ เป็นภาษาอีสานโบราณ หมายถึงพลังของน้ำที่ดังสะเทือนกึกก้อง ก่อนตำนานเรื่องพญานาคสร้างแม่น้ำจะโด่งดังทั่วภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีตำนานเรื่องยักษ์จมูกแดงชื่อ สะลึคึ ซึ่งตัวใหญ่มากจนเด็กๆ เข้าไปเล่นสะบ้าในรูจมูกได้เมื่ออสูรนอนหลับ เมื่อเดินเปลือยโทงเทงไปทั่วอีสาน ของของยักษ์ตนนี้ก็ลากแผ่นดินทะลุทะลวงไปตามทางจนเกิดเป็นแม่น้ำโขง และยังมีนายพรานจึ่งขึ่งดังแดง พรานยักษ์จมูกแดงที่ตามล่าควายเงินจนตัวตายที่แก่งคุดคู้ จุดหักโค้งบริเวณสะดือแม่น้ำโขง

ตัวละครที่มีสีสันเหล่านี้ถูกนำมาตีความใหม่เป็นมาสคอตยักษ์จมูกแดงประจำปี และตามมาด้วยดีไซน์เส้นทางการเยี่ยมชมฟาร์มตามการเรียนรู้เรื่องน้ำ

“เราคุยกันเองแล้วก็เชิญหลายๆ คนมาคิดงานด้วยกัน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ปราชญ์ชาวบ้าน และพระ เพราะบางทีมีเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความเชื่อด้วย เราเล่าให้ฟังว่าเราทำอะไร มันมีอะไรขาดไปบ้าง เสริมอะไรได้อีก เราก็จะเติมให้มันเต็ม เสร็จแล้วค่อยมาออกแบบลำดับว่าการเข้ามาควรจะเจออะไรบ้าง เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่เราคิดกันไว้”

พหลไชย เปรมใจ

พหลไชย เปรมใจ สถาปนิกที่ปรึกษา จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ผู้ออกแบบพื้นที่นี้มาตลอดสิบกว่าปี อธิบายว่า หลังจากสังเกตพฤติกรรมนักท่องเที่ยวมาตลอด เขาค้นพบว่าผู้คนให้ความสำคัญกับการถ่ายรูปเป็นอันดับหนึ่ง และชอบกิจกรรมที่มีส่วนร่วมได้ เข้าไปจับต้อง ลองเล่น ได้เต็มที่ ไม่ต้องอ่านข้อมูลยืดยาว การดีไซน์เพื่อตอบโจทย์นี้จึงต้องเน้นความแข็งแรง ทนทานต่อนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้ามาตลอด 37 วัน และสื่อสารง่าย เข้าใจทันที

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ดอกไม้

ท่ามกลางลมหนาวในช่วงปลายปี เส้นทางทำความรู้จักน้ำเริ่มต้นตั้งแต่ซุ้มทางเข้าไม้ไผ่ที่พลิ้วไหวเหมือนสายน้ำโขง ผ่านทุ่งดอกคอสมอสบานสะพรั่งและแปลงผักปลอดสาร เข้าสู่ลานฟักทองและทุ่งดอกไม้หลายสี โครงสร้างรูปจมูกยักษ์สีแดงเปิดโอกาสให้คนเข้าไปเล่นสัมผัสได้เต็มที่ เช่นเดียวกับฝูงควายเงิน ไหดักน้ำค้างยักษ์ที่ปีนขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้ และลานยกยอที่กลายเป็นเครื่องเล่นของเด็กๆ

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม สวนสนุก จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

“น้ำไม่ได้มาจากแม่น้ำอย่างเดียว มาได้จากหลายทาง เช่น การดึงเอาน้ำจากอากาศมาใช้ เป็นโครงการที่รัชกาลที่ 9 ทรงทำไว้ ไหดักน้ำค้างจะดักน้ำจากอากาศตอนเช้าๆ สักประมาณ ตี 3 ถึงตี 4 ที่น้ำค้างเริ่มลง เราดักให้มันเป็นน้ำและเก็บมาใช้รดน้ำในส่วนที่อยู่รอบๆ และยอก็เป็นเครื่องมือหาปลาที่เห็นเยอะในอีสานสมัยก่อน ถ้าแม่น้ำไหนอุดมสมบูรณ์แล้วมียอเยอะ จะเป็นดัชนีชี้วัดว่าแม่น้ำนี้อุดมสมบูรณ์มาก มันน่าสนใจแต่ว่ามันหายไปเรื่อย ๆ เด็กสมัยนี้อาจจะไม่เคยเห็นยอเลยก็ได้”

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม สวนสนุก

ยุทธพงศ์อธิบายแนวคิดเบื้องหลังงานศิลปะชิ้นใหญ่ที่กระจายตัวในฟาร์ม เมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ จะเจอปราสาทน้ำ ผลงานของนาวิน ลาวัลย์ชัยกุล ศิลปินที่สร้างที่นี่เป็นปราสาทผ้าขาวม้าลายทุ่งข้าวสีทองในปีที่แล้ว โดยปรับเปลี่ยนงานศิลปะให้เข้ากับปีนี้ พหลไชยเล่าว่า สิ่งก่อสร้างที่ทนทานและสวยงามของแต่ละปีจะนำมา reuse ใหม่ ย้ายที่ หรือปรับเปลี่ยนให้กลมกลืนกับธีมใหม่

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

“เราทำงานร่วมกับศิลปินเพื่อให้มีมิติงานศิลปะในฟาร์ม ปีนี้หลักๆ มีงานของคุณอินทนงศ์ ชิณวงศ์ ที่แสดงวิถีชีวิตอย่าง ‘สุดเหวี่ยง’ เป็นการหว่านแห และ ‘ลวงปลา’ สืบเนื่องจากการเอาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่หว่านแหและจับปลาต่างๆ ก็ทำเป็นเครื่องมือหาปลาประเภทต่างๆ มารวมกัน ถ้าคนเข้าไปก็จะรู้สึกเหมือนเป็นปลา เดินมุดได้ เข้าไปหลงทางได้ ส่วนของอาจารย์ดนุพล เอนอ่อน จะเป็นบั้งไฟพญานาค ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดสองมิติในสิม โบสถ์ของอีสาน และเดินต่อไปอีกจะเจอภาพถ่ายวิถีชีวิตริมน้ำจากการล่องเรือ”

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

สถาปนิกขยายความว่า จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เลือกศิลปินที่ทำงานร่วมกับชุมชนและถ่ายทอดความสนุกสนาน สื่อสารกับคนจำนวนมากได้ดีในเวลาจำกัด เมื่อผ่านโซนศิลปะนี้ไปจะพบหมู่บ้านอีสานที่เพิ่งเปิดท่าน้ำให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือจากท่าน้ำหมู่บ้าน ผ่านหอไตรไม้แสนสวยไปตลาดจิมได้เป็นปีแรก

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

จากนั้นเส้นทางท่องเที่ยวจะนำไปสู่หมู่บ้านจิมที่สอนกระบวนการทอผ้าไหมทุกขั้นตอน และตบท้ายที่ตลาดขายผักผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปและผลิตภัณฑ์ผ้าต่างๆ เติมประสบการณ์เที่ยวฟาร์มที่ปลูกการเกษตร วัฒนธรรม และศิลปะ ให้งอกงามให้ครบถ้วนบริบูรณ์

ทอผ้า ตลาดจิม Jim Thompson Farm ผ้าทอ

การเที่ยวที่นี่ให้ทั่วอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพื่อเติมรสชาติให้ตา หู จมูก ปาก และผิว ได้สัมผัสความรื่นรมย์อย่างเต็มอิ่ม จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เป็นตัวอย่างการลงมือหยิบวัฒนธรรมอีสานมาเล่าในรูปแบบร่วมสมัยได้ลงตัวไม่เคอะเขิน เพื่อให้คนที่ไปลองใช้ชีวิตช้าๆ ซึมซับธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมในคราวเดียว

ประสบการณ์แปลกใหม่ทุกปีที่ตั้งใจมอบให้นักท่องเที่ยว ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่ฟาร์ม แต่เป็นเหมือนสวนสนุกไทยที่จริงใจและสนุกจนอยากกลับไปเยี่ยมทุกปี

 

ภาพ: Jim Thompson Farm

จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2560 : เต๋อเติน เวินวัง-พลังแห่งน้ำ

วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2560 – วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม 2561 (37 วัน)
09.00 – 17.00 น.
โทรศัพท์: 027622566, 044373116
www.jimthompsonfarm.com

Writer & Photographer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load