เราได้ทำงานกระเบื้องคอลเลกชันที่ 2 ร่วมกับ Asiatides ที่ปารีส ซึ่งวางขายในงานแฟร์ Maison et Objet ที่ปารีส ซึ่งเป็นงานที่มีบรรยากาศแบบ buyer มาเลือกสินค้าซึ่งมีนับแสนชิ้น ต้องใช้เวลาเดินดูหลายวัน เราก็เลยไม่คิดว่าจะมีใครมีเวลาสนใจเรื่องแรงบันดาลใจของแต่ละชิ้นงานหรอก ซึ่งก็จริง

เนื่องจากหนึ่งในหุ้นส่วนของ Asiatides เป็นเจ้าของร้าน Wit’s Collection ที่เชียงใหม่ งานของเราเลยวางขายในเมืองไทยด้วย คนที่มาซื้อหลายรายต้องการรู้แรงบันดาลใจในการสร้างงาน เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยซักถามแรงบันดาลใจของเราในการวาดนก เราก็อึกๆ อักๆ เพราะคอลเลกชันแรกทำแบบมวยวัดมาก วาดแบบไม่ค่อยคิดอะไร ประมาณว่าเป็นการโบยบินสู่วงการวาดของเราครั้งแรก ท่านทูตบอกว่าฉันจะเอางานเธอไปแอฟริกาด้วยนะ และจะตั้งไว้ในห้องรับแขกนะ จะมีคนมาเห็นมากมาย และคนก็จะต้องถามไถ่ว่าเธอเป็นใคร นกบนโถนี่หมายถึงอะไร เราก็โอ้โห อยู่ในใจ

พอได้ทำคอลเลกชันที่สองเลยดีใจมาก คิดว่าต้องทำคอลเลกชันแบบมีแรงบันดาลใจ มีเรื่องราว เพราะเรารู้แล้วว่า คนไม่ได้เห็นงานเราเป็นสินค้าเฉยๆ แต่เขาเห็นว่ามันมีความเป็นงานศิลปะอยู่ในตัวด้วย

จานกระเบื้อง โถกระเบื้อง

โจทย์ที่ได้จากปารีสคราวนี้คือ อยากให้เราสร้างงานที่เกี่ยวกับปลา ก็มึนอยู่นาน เพราะมันกว้างมาก พอดีช่วงนั้นทำหนังสือกับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คุยกันบ่อยและนานมาก พออวดรูปปลาที่กำลังเริ่มสเกตช์ ซึ่งเราซื้อตำราวาดปลาแบบจีนจากฮ่องกงมาเรียนเอง โญก็เล่าเรื่องปลาของจวงจื่อและให้หนังสือมาเล่มหนึ่งหนาเกือบ 600 หน้า

ตอนฝึกวาดปลาแรกๆ ยากกว่านกคอลเลกชันแรก และไม่ควรไปฝึกจากแบบฝึกหัดพู่กันจีนเพราะมันยาก จนไปทำฟันแล้ว เจอกิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล กลับมาจากโมซัมบิกพอดี เขาเป็นเจ้าพ่อปลาและไม้น้ำอยู่แล้ว กิ๊กเลยส่งตำราพันธุ์ปลามาให้ศึกษา พอเข้าใจสรีระกายภาพปลา ก็เริ่มพลิ้วขึ้น ถูกสัดส่วนขึ้น ประกอบกับอ่านจวงจื่อแบบอินขึ้น แรงบันดาลใจเริ่มมา

ภาพสเกตช์

จวงจื่อ เป็นปราชญ์นักคิดคนสำคัญของลัทธิเต๋า (Taoism) ลัทธิซึ่งมุ่งเน้นอุดมคติการครองชีวิตอย่างเป็นอิสระของมนุษย์ผู้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความกล้าหาญทางจริยธรรม การใช้วิชาความรู้ และความเข้าใจความเป็นไปตามธรรมชาติ

ตอนท้ายของบทหนึ่งในคัมภีร์จวงจื่อ กล่าวถึงการสนทนาโต้เถียงอันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเฉียบคมระหว่างจวงจื่อกับฮุยจื่อ-นักการเมือง นักปราชญ์ผู้ใฝ่ใจในการโต้เถียงเชิงตรรกศาสตร์

โถกระเบื้อง

จานกระเบื้อง

วันหนึ่งปราชญ์ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนทางเดินเหนือแม่น้ำ จวงจื่อชี้ชวนให้ฮุยจื่อชมปลาที่แหวกว่ายอยู่อย่างมีความสุข ฮุยจื่อชวนถกเถียงทันทีว่าจวงจื่อไม่ใช่ปลาจะสามารถรู้ / ไม่รู้ได้อย่างไรว่าปลามีความสุข หลังจากโต้ตอบไปมาอย่างเฉียบคมกันพักใหญ่ จวงจื่อก็อธิบายปิดประเด็นว่าการที่ตนรู้ว่าปลาสราญสุข โดยที่ไม่ได้เป็นปลา เพราะเพียงยืนอยู่ไกลๆ มองไปยังน้ำ ยังรู้สึกได้ถึงความสุขจากการมองปลาเหล่านั้น สัมผัสถึงความเยือกเย็นไม่รีบร้อน ทำให้รู้สึกเป็นสุข

เราชอบตรงนี้มาก แม้อาจจะยังไม่เข้าใจตรรกะเบื้องลึกความนัยที่ปราชญ์ทั้งสองถกเถียงกัน แต่เราว่าเราเข้าใจถึงความรู้สึกเยือกเย็นไหลรื่น ความชื่นใจจากการมองปลา มันนำมาซึ่งความรู้สึกว่าง สมองหยุดคิดไปชั่วขณะ การเข้าภวังค์เช่นนี้มักนำมาซึ่งจิตสงบ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราได้จากการวาดรูปอยู่แล้ว

โถกระเบื้อง กระปุกกระเบื้อง

ตามความเชื่อของจีน ปลาเป็นสัญลักษณ์มงคล นอกจากสื่อถึงความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีตำนานเล่าถึงปลาที่กระโดดข้ามฝ่าคลื่นยักษ์พายุกระหน่ำแรง และกลายร่างเป็นมังกรสง่างามได้ในที่สุด เปรียบเหมือนมนุษย์ที่สามารถก้าวฝ่าข้ามอุปสรรคจนประสบความสำเร็จได้เพราะใช้สติแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยจิตที่เป็นอิสระ

เราก็เลยคิดว่า ปลาของเราคือฝูงปลาที่จวงจื่อมองเห็นว่ายอยู่ในลำน้ำอย่างสุขสราญ เป็นอิสระ และข้ามฝ่าได้ทุกอุปสรรค เพราะปลาที่เราวาดออกมาดูมีความมุ่งมั่นทีเดียวนะ ทาง Asiatides ก็ชอบใจ บอกว่ามันเป็นปลาหน้าตามีเอกลักษณ์ และคงคอนเซปต์เดิมคือเขาว่าลายเส้นเรามันหมวยๆ แหม่มๆ เป็นปลาที่มีความหมวยขบถ ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่งานผ่าน

กระบวนการผลิตก็สนุกขึ้น คือพอมาคอลเลกชันที่ 2 เริ่มรู้จักรูปทรงของภาชนะ การมองข้างมองบน ควรวาดอะไรแบบไหน สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาและไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เราวาดแล้วถ่ายเอกสารตัดกระดาษแปะบนภาชนะ ยืนเล็งยืนมอง เป็นการออกแบบที่ primitive มาก ฝ่ายผลิตทางโรงงานก็มารับการตัดกระดาษปะบนกระเบื้องไป ซึ่งเรามีสเกตช์วาดรูปบอกรายละเอียดให้อีกแผ่น ก็ดูกันรู้เรื่องอยู่นะ

ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์

เทคนิคการผลิตคราวนี้ก็สนุกขึ้นเช่นกัน อย่าง texture สีพื้น เราเคยเรียนวาดกระเบื้องตอนอยู่ปีหนึ่งปีสอง วิชาหลักคือเรียนนิติฯ แต่เราไปเรียนวาดกระเบื้องกับคุณน้าสัปดาห์ละครั้ง เป็นเทคนิคเดนมาร์ก ก็พอรู้เทคนิคการเขียนสีบนกระเบื้องบ้าง

คอลเลกชันนี้มีเถียงกับทางโรงงานผลิตซึ่งเป็นทีมคุณป้า แกมีวิธีแบบของแก เราก็บอกลองฟองน้ำมั้ยคะ มันอาจจะเรียบกว่านะ ทางโรงงานก็ส่งจาน อุปกรณ์ สี มาให้ลองเลย ก็พบว่ามันเป็นการเขียนสีบนพื้นด้าน สีที่ใช้ก็ต่างกับที่เรารู้จัก ของเราเป็นผงสีผสมน้ำมัน อันนี้เป็นเหมือนก้อนโคลบอลต์แช่ในน้ำ ก็ลองทำไป ทางโรงงานมารับไปเผา แล้วประกวดกันว่าของใครจะเนียนกว่า

วาดรูป วาดรูป

คอลเลกชันความสุขของปลา (The Happiness of Fish) มีถ้ำชา เป็นโถมีฝาปิดใส่ใบชา 5 ชิ้น 6 ลาย จาน 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก กี๋ ม้านั่งในสวนลายเดียวกันแต่ 2 สี รวมทั้งหมด 11 ชิ้นค่ะ

ชุดกระเบื้อง

ทั้งหมดวางจำหน่ายที่งาน Maison et Objet เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ส่วนที่เมืองไทยจะมีให้ชมและเปิดให้จองที่งาน Nap เชียงใหม่ วันที่ 5 ธันวาคมนี้ ที่บูท Wit’s Collection M13 ค่ะ น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ได้พอดี

WIT’S COLLECTION interior design -objects

FB fanpage : Wit’s Collection ChiangMai

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาวังบางขุนพรหมคึกคักขึ้นมาเป็นพิเศษ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดให้ประชาชนเข้าชมในส่วนตำหนักใหญ่ก่อนที่จะปิดปรับปรุงในเดือนกรกฎาคม ภาพความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามากว่า 100 ปีแห่งนี้ อาจชวนให้ผู้มาเยี่ยมชมจินตนาการไปถึงชีวิตหรูหราโรแมนติกอย่างเจ้าหญิงเจ้าชายในละคร แต่หากมองเข้าไปดีๆ คุณอาจพบว่าหน้าต่างทุกบาน บันไดทุกขั้นของวังแห่งนี้ แฝงเรื่องราวชะตากรรมอันแสนบอบช้ำไม่แพ้ผู้เป็นเจ้าของบ้าน

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง


เจ้า ของ บ้าน

วังบางขุนพรหม คือที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต หรือ ‘ทูลกระหม่อมบริพัตร’ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ตำหนักใหญ่เป็นตึกฝรั่งสองชั้นสไตล์บาโรก ฝีมือการสร้างสรรค์ของ มารีโอ ตามัญโญ สถาปนิกชาวอิตาลี ผสมผสานการตกแต่งลายปูนปั้นแบบโรโกโกอย่างสมพระเกียรติจนได้ชื่อว่า เป็นวังที่มีความวิจิตรงดงามที่สุดในบรรดาวังของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

พระอัจฉริยภาพของทูลกระหม่อมบริพัตรทั้งในบทบาทของนักการทหาร นักบริหาร และศิลปิน ทำให้วังบางขุนพรหมถูกใช้เป็นสถานที่ประชุมและต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองมาหลายสมัย ว่ากันว่าวังแห่งนี้ไม่เคยว่างเว้นเสียงดนตรี ด้วยโปรดให้มีการประชันปี่พาทย์อยู่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีการเชิญครูต่างประเทศมาสอนวิชาการต่างๆ แก่พระธิดาและเจ้านายฝ่ายในของวังอื่นๆ จนเรียกขานว่าเป็น ‘บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้’

จนมาถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้ควบคุมองค์ทูลกระหม่อมบริพัตรไว้เป็นองค์ประกันสำคัญสูงสุด เนื่องด้วยทรงเป็นผู้รักษาพระนคร ทั้งยังทรงควบคุมหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ของประเทศ เพื่อตัดเหตุจลาจลที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงทรงตัดสินพระทัยสละวังบางขุนพรหมที่เป็นบ้านมานานกว่า 30 ปีไว้เบื้องหลัง แล้วเสด็จลี้ภัยไปยังเมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ตามข้อเรียกร้องของคณะราษฏร และประทับอยู่ที่นั่นจนสิ้นพระชนม์โดยไม่ทรงมีโอกาสได้เสด็จกลับมายังประเทศไทยอีกเลย

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

ตัวเปล่าเล่าเปลือย

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ชะตากรรมวังบางขุนพรหมก็ถูกเปลี่ยนมือมาโดยตลอด มีส่วนราชการผลัดกันมาใช้ตำหนักทั้งสองเป็นที่ทำการไม่ต่ำกว่า 5 หน่วยงาน จับพลัดจับผลูมาจนถึงการดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2488 ซึ่งแบงก์ชาติก็ได้ใช้ตำหนักใหญ่เป็นสำนักงานเรื่อยมา จนถึงช่วงที่มีแผนบูรณะใหญ่ จึงได้ย้ายสำนักงานไปยังอาคารใหม่และมีการสำรวจสภาพอาคารอย่างจริงจังในปี 2531

การใช้งานอย่างสมบุกสมบันมาตลอด 50 กว่าปี ทำให้วังบางขุนพรหมอยู่ในสภาพเหมือนกับผู้ป่วยอาการโคม่า ความงดงามหรูหราอย่างในอดีตหายไปจนหมดสิ้น เหลือแต่โครงสร้างอาคารที่บอบช้ำยับเยิน หลังคากลายสภาพเป็นกระเบื้องลอนคู่ที่มีน้ำรั่วซึม ลายปูนปั้นตามผนังหลุดลอกไปตามอายุ สิ่งของตกแต่งดั้งเดิมภายในวังทั้งโคมไฟ พรมเปอร์เซีย เครื่องกระเบื้อง เครื่องเรือนนำเข้าจากต่างประเทศสูญหายไปหมด เหลือเพียงแต่โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์สำนักงาน เพดานที่เคยประดับประดาด้วยโคมไฟแก้วก้านทองเหลืองและลายปูนปั้นอ่อนช้อยสไตล์โรโกโก ถูกแทนที่ด้วยแผงไฟนีออนคู่และพัดลมแขวนเพดาน สไตล์เดียวกันกับโรงเรียนประถมในสังกัดกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ บริเวณที่ว่างระหว่างตำหนักใหญ่และตำหนักสมเด็จยังมีการต่อเติมอาคารเพิ่มขึ้นมาเพื่อใช้เป็นห้องมั่นคงหรือตู้เซฟ สำหรับเก็บธนบัตรและเอกสารสำคัญของแบงก์ชาติ ทำให้ภาพรวมของวังบางขุนพรหมยิ่งดูแออัด หมดความสง่างามอย่างเช่นในอดีต

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง  วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

 วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง


ฟื้นคืนชีพ

งบประมาณการซ่อมแซมบูรณะประเมินไว้สูงถึง 46 ล้านบาท

น่าสนใจว่าแบงก์ชาติจะดีดลูกคิดความคุ้มค่าออกมาอย่างไร

คุณบุญเลิศ ตระกูลขจรศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารอาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย เล่าให้ฟังถึงความท้าทายในครั้งนั้นว่า “มีผู้ใหญ่ที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์คิดจะรื้อทิ้งเลย ถ้าตอนนั้นตัดสินใจแบบนั้นก็ไปเลย พอคิดถึงความคุ้มค่าในแง่เศรษฐกิจแล้วมันไม่ใช่ ก็ยังดีที่มีคนพยายามให้ความสำคัญว่า ต่อไปนี่คือสมบัติของชาติ

แบงก์ชาติได้เชิญกรมศิลปากรและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้การบูรณะถูกต้องตามประวัติศาสตร์มากที่สุด ตลอด 50 กว่าปีที่ผ่านมา อาคารถูกทาสีทับไม่รู้กี่ชั้น ทีมบูรณะต้องหาสีดั้งเดิมด้วยการใช้ความร้อนจากไดร์เป่าผมค่อยๆ ลอกสีออกทีละชั้นจนเห็นสีจริง จากนั้นจึงผสมสีใหม่แล้วนำไปทาเทียบกันให้ใกล้เคียงของจริงมากที่สุด

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

สำหรับวังที่แทบไม่เหลืออะไรที่เป็นของเดิมเหลืออยู่เลย เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายในต่างๆ ทั้งผ้าม่านและพรม ต้องจำลองขึ้นมาใหม่จากการเทียบเคียงกับรูปภาพและตำหนักที่สร้างในยุคเดียวกัน เช่นเดียวกับลายปูนปั้นที่ต้องแกะลายขึ้นมาใหม่โดยเทียบเคียงกับศิลปะในยุคสมัยนั้น

โจทย์สำคัญของการบูรณะใหญ่ในครั้งนั้น คือการฟื้นคืนความสง่างามของวังเดิมให้กลับมาอย่างสมพระเกียรติ เพื่อรับกับบทบาทใหม่ในการเป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้ การบูรณะจึงไม่ใช่การมุ่งไปหาวัสดุเดิม แต่มีการผสมผสานวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่เข้ามาเพื่อช่วยให้แข็งแรงคงทน อย่างเช่นกระเบื้องมุงหลังคาแบบใหม่ที่เข้ามาทดแทนของเดิมซึ่งหาไม่ได้แล้ว หรือการเสริมคานเหล็กรับน้ำหนักเข้าไปในส่วนที่มีการทรุด  

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

เมื่อถามถึงสิ่งที่ยากที่สุด คุณบุญเลิศเล่าให้ฟังว่า ในการปรับปรุงอาคารโบราณให้ตอบสนองต่อการใช้สอยแบบใหม่ สิ่งที่ยากที่สุดคือการวางระบบต่างๆ ที่จำเป็น ทั้งระบบปรับอากาศ ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบดับเพลิง  จะต้องทำโดยรบกวนโครงสร้างให้น้อยที่สุด ซึ่งทีมบูรณะก็ได้อาศัยช่องใต้หลังคาทรงสูงเป็นทางเดินระบบต่างๆ แม้แต่ปลั๊กไฟเล็กๆ ก็ถูกซ่อนไว้ด้วยฝาครอบไม้ เพื่อเก็บร่องรอยไม่ให้ทำลายความงดงามทางสถาปัตยกรรม

ปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งคือความชื้น เนื่องจากวังบางขุนพรหมเป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูนที่ใช้กำแพงรับน้ำหนัก ลักษณะการก่อสร้างคือการใช้ท่อนซุงวางเป็นฐานแล้วก่ออิฐบนซุงขึ้นมาอีกที ไม่มีการตอกเสาเข็มอย่างเช่นสมัยนี้ ประกอบกับตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ความชื้นในดินถูกดูดขึ้นมาผ่านกำแพงได้ตลอดเวลา ในการบูรณะขั้นแรก ช่างได้เลือกสีที่ดีสุดมาใช้ จึงทำให้ผนังเกิดอาการที่เรียกว่า ‘หายใจไม่ออก’  กลายเป็นสีโป่งน้ำ ทีมบูรณะจึงต้องแก้ด้วยการถอดปูนฉาบตรงฐานอาคารออกเพื่อให้ผนังสามารถระบายความชื้นออกได้

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

เผยโฉม 6 ดรุณีแห่งตำหนักสมเด็จ

อาคารด้านหลังติดกับตำหนักใหญ่คือ ตำหนักสมเด็จ ที่สร้างเพิ่มเติมเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ผู้เป็นพระมารดาของทูลกระหม่อมบริพัตร บริเวณชั้นสองเหนือห้องบรรทมมีผลงานภาพวาดของนายคาร์โล ริโกลี จิตรกรชาวอิตาลี เจ้าของผลงานจิตรกรรมในพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นภาพนักบวชหญิงแบบยุคพรี-ราฟาเอล วาดด้วยเทคนิคเฟรสโกหรือการเขียนสีปูนเปียก ซึ่งเป็นการเขียนสีลงไประหว่างที่ปูนฉาบยังหมาดๆ เมื่อสีแห้งไปพร้อมกับปูนจึงทำให้ผลงานภาพวาดติดคงทน

เมื่อเทียบกับความยับเยินในส่วนอื่นๆ ของวังก่อนการบูรณะ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ภาพจิตรกรรมนี้จะสามารถอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงปัจจุบัน ในสภาพที่สีสันและรายละเอียดต่างๆ อยู่ครบถ้วนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

ตลอดระยะเวลาที่แบงก์ชาติได้เข้ามาใช้ตำหนักเป็นที่ทำการ ไม่มีใครทราบเลยว่าผนังโดมเหนือห้องบรรทมนี้มีภาพเขียนสีอยู่ เนื่องจากถูกปิดด้วยไม้อัดและฉาบปูนทับไว้ สันนิษฐานว่าเพื่อป้องกันการโดนทำลายเมื่อครั้งที่วังถูกเปลี่ยนมือในสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนภายหลังมีการสำรวจสภาพอาคาร ทีมบูรณะได้บังเอิญไปเคาะผนังส่วนนี้เข้าและพบว่ามีความโปร่งไม่เหมือนผนังทึบ จึงสกัดปูนและแผ่นไม้อัดออกมา จนได้พบกับหญิงงามทั้ง 6 ที่แอบซ่อนอยู่ภายใน หลังจากเวลาล่วงเลยไปแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง


บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้

นับตั้งแต่การปรับปรุงใหญ่ในครั้งนั้นมาจนถึงวันนี้ แบงก์ชาติได้ดูแลรักษาตำหนักใหญ่และตำหนักสมเด็จให้คงความสมบูรณ์งดงามมาอย่างต่อเนื่อง รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของทั้งสองตำหนักที่ผสมผสานกันหลายยุคหลายสมัย กลายเป็นจุดเด่นที่ ผศ. ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ที่นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ แวะเวียนมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง

“ที่นี่เล่าเรื่องได้ครบ ถ้าไปที่อื่นที่สร้างแล้วจบก็จะเห็นแค่ยุคนั้น แต่ตรงนี้เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ต้องขอบคุณแบงก์ว่าเค้าพร้อมจริงๆ ทั้งสถานที่ มีวิทยากรช่วยด้วย เด็กคณะมาเกือบ 200 คน ทางนี้ก็มีความพร้อมที่จะรองรับได้”  

เจ้าหน้าที่ที่คอยให้ความรู้ระหว่างเดินชม ล้วนแล้วแต่เป็นพนักงานแบงก์ชาติ ที่เดิมทีมีความเชี่ยวชาญด้านการเงินการธนาคารมากกว่าวิชาประวัติศาสตร์ แต่ทุกคนต่างศึกษาและค้นคว้าเรื่องราวของวังบางขุนพรหมอย่างจริงจัง จนสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและเกร็ดความรู้ให้กับประชาชนได้อย่างละเอียดครบถ้วน เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทั้งด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ราวกับว่าจิตวิญญาณของบางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้ได้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง

เรื่องราวของวังบางขุนพรหมยังมีให้ค้นหาอีกมากมาย หมดจากเดือนมิถุนายนนี้ไป หากใครอยากเข้ามาเยี่ยมชมวังบางขุนพรหมคงต้องอดใจรอกันอีกสักพัก เพราะแบงก์ชาติปิดปรับปรุงใหญ่อีกครั้งเพื่อซ่อมแซมระบบปรับอากาศที่เริ่มทรุดโทรมลงหลังจากทำหน้าที่มานานเกือบ 30  ปี โดยคาดว่าจะเปิดให้เข้าชมได้อีกครั้งในต้นปีหน้า

วังบางขุนพรหม, แบงก์ชาติ, ปิดปรับปรุง

Writer

แก้วขวัญ เรืองเดชา

โปรดิวเซอร์สารคดีโทรทัศน์ นักเขียน และนักออกแบบนิทรรศการ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load