เราได้ทำงานกระเบื้องคอลเลกชันที่ 2 ร่วมกับ Asiatides ที่ปารีส ซึ่งวางขายในงานแฟร์ Maison et Objet ที่ปารีส ซึ่งเป็นงานที่มีบรรยากาศแบบ buyer มาเลือกสินค้าซึ่งมีนับแสนชิ้น ต้องใช้เวลาเดินดูหลายวัน เราก็เลยไม่คิดว่าจะมีใครมีเวลาสนใจเรื่องแรงบันดาลใจของแต่ละชิ้นงานหรอก ซึ่งก็จริง

เนื่องจากหนึ่งในหุ้นส่วนของ Asiatides เป็นเจ้าของร้าน Wit’s Collection ที่เชียงใหม่ งานของเราเลยวางขายในเมืองไทยด้วย คนที่มาซื้อหลายรายต้องการรู้แรงบันดาลใจในการสร้างงาน เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยซักถามแรงบันดาลใจของเราในการวาดนก เราก็อึกๆ อักๆ เพราะคอลเลกชันแรกทำแบบมวยวัดมาก วาดแบบไม่ค่อยคิดอะไร ประมาณว่าเป็นการโบยบินสู่วงการวาดของเราครั้งแรก ท่านทูตบอกว่าฉันจะเอางานเธอไปแอฟริกาด้วยนะ และจะตั้งไว้ในห้องรับแขกนะ จะมีคนมาเห็นมากมาย และคนก็จะต้องถามไถ่ว่าเธอเป็นใคร นกบนโถนี่หมายถึงอะไร เราก็โอ้โห อยู่ในใจ

พอได้ทำคอลเลกชันที่สองเลยดีใจมาก คิดว่าต้องทำคอลเลกชันแบบมีแรงบันดาลใจ มีเรื่องราว เพราะเรารู้แล้วว่า คนไม่ได้เห็นงานเราเป็นสินค้าเฉยๆ แต่เขาเห็นว่ามันมีความเป็นงานศิลปะอยู่ในตัวด้วย

จานกระเบื้อง โถกระเบื้อง

โจทย์ที่ได้จากปารีสคราวนี้คือ อยากให้เราสร้างงานที่เกี่ยวกับปลา ก็มึนอยู่นาน เพราะมันกว้างมาก พอดีช่วงนั้นทำหนังสือกับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คุยกันบ่อยและนานมาก พออวดรูปปลาที่กำลังเริ่มสเกตช์ ซึ่งเราซื้อตำราวาดปลาแบบจีนจากฮ่องกงมาเรียนเอง โญก็เล่าเรื่องปลาของจวงจื่อและให้หนังสือมาเล่มหนึ่งหนาเกือบ 600 หน้า

ตอนฝึกวาดปลาแรกๆ ยากกว่านกคอลเลกชันแรก และไม่ควรไปฝึกจากแบบฝึกหัดพู่กันจีนเพราะมันยาก จนไปทำฟันแล้ว เจอกิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล กลับมาจากโมซัมบิกพอดี เขาเป็นเจ้าพ่อปลาและไม้น้ำอยู่แล้ว กิ๊กเลยส่งตำราพันธุ์ปลามาให้ศึกษา พอเข้าใจสรีระกายภาพปลา ก็เริ่มพลิ้วขึ้น ถูกสัดส่วนขึ้น ประกอบกับอ่านจวงจื่อแบบอินขึ้น แรงบันดาลใจเริ่มมา

ภาพสเกตช์

จวงจื่อ เป็นปราชญ์นักคิดคนสำคัญของลัทธิเต๋า (Taoism) ลัทธิซึ่งมุ่งเน้นอุดมคติการครองชีวิตอย่างเป็นอิสระของมนุษย์ผู้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความกล้าหาญทางจริยธรรม การใช้วิชาความรู้ และความเข้าใจความเป็นไปตามธรรมชาติ

ตอนท้ายของบทหนึ่งในคัมภีร์จวงจื่อ กล่าวถึงการสนทนาโต้เถียงอันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเฉียบคมระหว่างจวงจื่อกับฮุยจื่อ-นักการเมือง นักปราชญ์ผู้ใฝ่ใจในการโต้เถียงเชิงตรรกศาสตร์

โถกระเบื้อง

จานกระเบื้อง

วันหนึ่งปราชญ์ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนทางเดินเหนือแม่น้ำ จวงจื่อชี้ชวนให้ฮุยจื่อชมปลาที่แหวกว่ายอยู่อย่างมีความสุข ฮุยจื่อชวนถกเถียงทันทีว่าจวงจื่อไม่ใช่ปลาจะสามารถรู้ / ไม่รู้ได้อย่างไรว่าปลามีความสุข หลังจากโต้ตอบไปมาอย่างเฉียบคมกันพักใหญ่ จวงจื่อก็อธิบายปิดประเด็นว่าการที่ตนรู้ว่าปลาสราญสุข โดยที่ไม่ได้เป็นปลา เพราะเพียงยืนอยู่ไกลๆ มองไปยังน้ำ ยังรู้สึกได้ถึงความสุขจากการมองปลาเหล่านั้น สัมผัสถึงความเยือกเย็นไม่รีบร้อน ทำให้รู้สึกเป็นสุข

เราชอบตรงนี้มาก แม้อาจจะยังไม่เข้าใจตรรกะเบื้องลึกความนัยที่ปราชญ์ทั้งสองถกเถียงกัน แต่เราว่าเราเข้าใจถึงความรู้สึกเยือกเย็นไหลรื่น ความชื่นใจจากการมองปลา มันนำมาซึ่งความรู้สึกว่าง สมองหยุดคิดไปชั่วขณะ การเข้าภวังค์เช่นนี้มักนำมาซึ่งจิตสงบ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราได้จากการวาดรูปอยู่แล้ว

โถกระเบื้อง กระปุกกระเบื้อง

ตามความเชื่อของจีน ปลาเป็นสัญลักษณ์มงคล นอกจากสื่อถึงความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีตำนานเล่าถึงปลาที่กระโดดข้ามฝ่าคลื่นยักษ์พายุกระหน่ำแรง และกลายร่างเป็นมังกรสง่างามได้ในที่สุด เปรียบเหมือนมนุษย์ที่สามารถก้าวฝ่าข้ามอุปสรรคจนประสบความสำเร็จได้เพราะใช้สติแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยจิตที่เป็นอิสระ

เราก็เลยคิดว่า ปลาของเราคือฝูงปลาที่จวงจื่อมองเห็นว่ายอยู่ในลำน้ำอย่างสุขสราญ เป็นอิสระ และข้ามฝ่าได้ทุกอุปสรรค เพราะปลาที่เราวาดออกมาดูมีความมุ่งมั่นทีเดียวนะ ทาง Asiatides ก็ชอบใจ บอกว่ามันเป็นปลาหน้าตามีเอกลักษณ์ และคงคอนเซปต์เดิมคือเขาว่าลายเส้นเรามันหมวยๆ แหม่มๆ เป็นปลาที่มีความหมวยขบถ ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่งานผ่าน

กระบวนการผลิตก็สนุกขึ้น คือพอมาคอลเลกชันที่ 2 เริ่มรู้จักรูปทรงของภาชนะ การมองข้างมองบน ควรวาดอะไรแบบไหน สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาและไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เราวาดแล้วถ่ายเอกสารตัดกระดาษแปะบนภาชนะ ยืนเล็งยืนมอง เป็นการออกแบบที่ primitive มาก ฝ่ายผลิตทางโรงงานก็มารับการตัดกระดาษปะบนกระเบื้องไป ซึ่งเรามีสเกตช์วาดรูปบอกรายละเอียดให้อีกแผ่น ก็ดูกันรู้เรื่องอยู่นะ

ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์

เทคนิคการผลิตคราวนี้ก็สนุกขึ้นเช่นกัน อย่าง texture สีพื้น เราเคยเรียนวาดกระเบื้องตอนอยู่ปีหนึ่งปีสอง วิชาหลักคือเรียนนิติฯ แต่เราไปเรียนวาดกระเบื้องกับคุณน้าสัปดาห์ละครั้ง เป็นเทคนิคเดนมาร์ก ก็พอรู้เทคนิคการเขียนสีบนกระเบื้องบ้าง

คอลเลกชันนี้มีเถียงกับทางโรงงานผลิตซึ่งเป็นทีมคุณป้า แกมีวิธีแบบของแก เราก็บอกลองฟองน้ำมั้ยคะ มันอาจจะเรียบกว่านะ ทางโรงงานก็ส่งจาน อุปกรณ์ สี มาให้ลองเลย ก็พบว่ามันเป็นการเขียนสีบนพื้นด้าน สีที่ใช้ก็ต่างกับที่เรารู้จัก ของเราเป็นผงสีผสมน้ำมัน อันนี้เป็นเหมือนก้อนโคลบอลต์แช่ในน้ำ ก็ลองทำไป ทางโรงงานมารับไปเผา แล้วประกวดกันว่าของใครจะเนียนกว่า

วาดรูป วาดรูป

คอลเลกชันความสุขของปลา (The Happiness of Fish) มีถ้ำชา เป็นโถมีฝาปิดใส่ใบชา 5 ชิ้น 6 ลาย จาน 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก กี๋ ม้านั่งในสวนลายเดียวกันแต่ 2 สี รวมทั้งหมด 11 ชิ้นค่ะ

ชุดกระเบื้อง

ทั้งหมดวางจำหน่ายที่งาน Maison et Objet เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ส่วนที่เมืองไทยจะมีให้ชมและเปิดให้จองที่งาน Nap เชียงใหม่ วันที่ 5 ธันวาคมนี้ ที่บูท Wit’s Collection M13 ค่ะ น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ได้พอดี

WIT’S COLLECTION interior design -objects

FB fanpage : Wit’s Collection ChiangMai

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

แม้เราแทบจะอ่านประโยคของภาษาแปลกตาที่ปรากฏเป็นครั้งแรกในการวางกราฟิกไม่ออกเลย แต่วลีเด็ดของ อองตวน เดอ แซง-เต็กซูเปรี (Antoine de Saint-Exupéry) นี้ก็จุดประกายความหวังอันเจิดจ้าขึ้นมาในหัวใจ ให้ความหวังแล้วว่าหนังสือ เจ้าชายน้อย ฉบับล้านนาจะเป็นจริงขึ้นมาได้

เจ้าชายน้อย ฉบับล้านนา

…นี่คือความลับของฉัน มันเป็นเรื่องธรรมดามาก เราจะเห็นอะไรได้ก็ด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา…

คงจริงอย่างว่า การเอาหัวใจเข้าไปสัมผัสกับสิ่งที่สายตาไม่อาจสื่อความหมาย นับเป็นคุณค่าอันลึกซึ้งที่ไม่อาจเปรียบมาเป็นอักขระใดๆได้ อุปสรรคและปัญหานานาที่เราร่วมฝ่าฟันมาเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง ก็ด้วยจากน้ำมือและน้ำใจของเหล่ากัลยาณมิตรที่ต่างก็ใช้หัวใจและความรู้สึกร่วมสร้างมันขึ้นมา จนได้ เจ้าชายน้อย ฉบับล้านนา ตามที่เราตั้งใจไว้

โครงการเจ้าชายน้อยภาษาถิ่นนี้เริ่มจากความรู้สึกรักและเชื่อในความรักที่มนุษย์ควรมอบให้แก่กัน โดยมิได้แบ่งชนชาติ ศาสนา หรือแม้แต่วรรณะใดๆ โดยมีวรรณกรรมอย่าง เจ้าชายน้อย ของแซง-เต็กซูเปรี นักเขียนชาวฝรั่งเศส ผู้ถ่ายทอดมุมมองของความรัก มิตรภาพ และทุกสิ่งทุกเรื่องที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ทุกเผ่าพันธุ์ บนดาวโลกดวงนี้ควรจะตระหนักว่าสิ่งใดสำคัญหรือสิ่งใดมีค่ามีความหมายในอันที่จะยึดโยงชีวิตให้อบอุ่นอย่างแท้จริง

เจ้าชายน้อย ฉบับล้านนา เจ้าชายน้อย ฉบับล้านนา

การดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่าย โดยมีตัวละครอย่างเจ้าชายน้อย และการใช้สัญญลักษณ์อย่างดอกกุหลาบ หมาจิ้งจอก งู อีกทั้งผู้คนในแบบต่างๆ ซึ่งความเป็นไปของนิสัยใจคอและการดำรงชีวิตของตัวละครเป็นบุคลาธิษฐานให้เราใคร่ครวญ เป็นสื่อการเข้าถึงความหมายของความรัก ความอ่อนโยน มิตรภาพ ที่ทั้งตั้งคำถามและให้คำตอบแก่ผู้อ่านตามแต่จิตใจใครจะหยั่งรู้และตีความได้อย่างน่ามหัศจรรย์

หนังสือเล่มนี้ได้ชื่อว่าเป็นอภิปรัชญาที่ถ่ายทอดผ่านวรรณกรรม จนได้รับการต้อนรับอย่างกว้างขวางจากนักอ่านทั่วโลก และเป็นหนังสือที่ถูกนำไปแปลและตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ มากที่สุดในโลก แม้แต่ประเทศที่ไม่เคยว่างเว้นจากภาวะสงครามอย่างอัฟกานิสถานก็ยังเห็นคุณค่าของวรรณกรรมดีๆ เล่มนี้ โดยมีการแปลภาษาอัฟกันออกมาเผยแพร่ด้วยเช่นกัน

เจตนาเบื้องต้นคือการเผยแพร่คุณค่าของวรรณกรรมเล่มนี้เป็นภาษาล้านนา เพื่อประโยชน์อันเกิดแก่กลุ่มชาติพันธุ์บางท้องถิ่น และผู้ที่ต้องการศึกษาภาษาไทยและตัวอักษรล้านนา เราจึงพูดคุย ทำความเข้าใจ และสรุปตรงกันว่าจะเลือกใช้วิธี ‘การปริวรรต’ ซึ่งหมายถึง ‘การแทนคำ’ ในการทำ เจ้าชายน้อย ฉบับภาษาล้านนาเป็นครั้งแรก

เจ้าชายน้อย ฉบับล้านนา

และเมื่อแซ็ง-เต็กซูเปรีให้ความสำคัญกับเรื่องคุณค่าของความรักและความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อกัน ผู้ที่มาปริวรรต เจ้าชายน้อย ฉบับล้านนาจึงต้องเป็นผู้เข้าใจในวรรณกรรมและเข้าถึงความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเราก็ได้รับเกียรติจากกวีล้านนา อย่างอาจารย์วิลักษณ์ ศรีป่าซาง มาเป็นผู้ตรวจทานความหมาย พร้อมกับอาจารย์ดิเรก อินจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญภาษาล้านนาแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เข้ามาช่วยในเรื่องการปริวรรตเนื้อหาตามวัตถุประสงค์หลักของการทำงานครั้งนี้ โดยเราเลือกการปริวรรตหรือการแทนคำในสำนวนของ พี่เอ๋-อริยา ไพฑูรย์ ซึ่งยังคงความหมายของผู้เขียนและผู้แปลเป็นภาษาไทยอย่างครบถ้วน

เมื่อต้นฉบับภาษาไทยถึงมืออาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองแล้ว ดูเหมือนงานชิ้นนี้ก็ปราศจากปัญหาใดๆ แต่เมื่อถึงขั้นตอนการพิมพ์เป็นตัวเมือง อุปสรรคที่เรามิได้คาดไว้ก็เกิดขึ้น เนื่องจากตัวเมืองหรืออักษรล้านนานั้นต้องถูกสร้างขึ้น มิได้มีแป้นพิมพ์มาตรฐานอย่างภาษาหลักๆ ทั่วไป อาจารย์ดิเรกจึงต้องวางตัวอักษรเมืองทีละตัวจนประกอบเป็นคำ จากนั้นจึงต่อแต่ละคำให้เป็นประโยค จนรวมความเป็นเรื่องราวอย่างที่เราได้เห็น

การวางแต่ละคำอย่างประณีตบรรจง ลงรายละเอียดอย่างช้าๆ จนจบเรื่อง แต่เรื่องกลับไม่จบ… เมื่อถึงขั้นตอนการวางกราฟิกเพื่อให้เรื่องราวสอดคล้องกับภาพประกอบตามต้นฉบับของผู้เขียน ตัวอักษรเมืองที่วางไว้อย่างสวยงามก็เกิดสลับที่สลับทาง เว้นช่องว่างไม่ได้อย่างที่วางไว้ ทำให้ต้องกลับมาแก้ไขทั้งหมดอีกรอบ เหมือนกับต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่

เหล่านี้คือข้อจำกัดที่ทำให้เกิดความยุ่งยากและล่าช้า  แต่ด้วยความปรารถนา ความตั้งใจ ของทุกคน (โดยเฉพาะอาจารย์ดิเรกและทางทีมผู้รับผิดชอบการจัดอาร์ตเวิร์ก) ทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคจึงผ่านพ้นด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนในการทำงานร่วมกัน วรรณกรรมเล่มนี้จึงเสร็จสิ้นอย่างสวยงาม อีกทั้งยังซ่อนนัยความเป็นล้านนาไว้ในการออกแบบ เลือกปกที่เป็นภาพภูเขาสูง และการใช้สีแดงอย่างสีจิตรกรรมฝาผนังของช่างแต้มแบบล้านนาเป็นลายเส้น

นอกจากมิตรหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับ เจ้าชายน้อย ฉบับล้านนา มิตรผู้อารีที่เป็นผู้สนับสนุนโครงการเจ้าชายน้อย ฉบับภาษาถิ่นนี้ให้เกิดขึ้นได้คือ ฌอง-มาร์ค พร๊อพสต์ กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งประเทศเยอรมนี ประจำเมืองโลซานน์ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิฌอง-มาร์ค พร๊อพสต์ เพื่อเจ้าชายน้อย (Fondation Jean-Marc Probst pour le Petit Prince) ที่สนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือฉบับนี้เพื่อนำไปแจกสถานศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัยต่างๆ ทางภาคเหนือของไทย และยังร่วมให้การสนับสนุนต่อเนื่องไปถึงภาษาถิ่นต่อๆ ไปคือภาษากะเหรี่ยงและภาษายาวี เพื่อแจกเด็กๆ ตามภูมิภาคต่างๆ

เจ้าชายน้อย

เจ้าชายน้อย

ยังมีนักสะสมหนังสือ เจ้าชายน้อย จำนวนหนึ่งที่ได้ข่าวสารการแปลภาษาล้านนาที่กระจายไปทั่ว ส่งข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อขอซื้อหนังสือ ซึ่งเราต้องปฏิเสธไปว่าเราจัดทำขึ้นเพื่อแจกสถานศึกษาต่างๆ ในภาคเหนือเท่านั้น ไม่ได้มีจำหน่ายแต่อย่างใด นักสะสมบางคนจึงเสนอจะส่ง เจ้าชายน้อย ในคอลเลกชันส่วนตัวมาแลกเปลี่ยนกับฉบับล้านนา ซึ่งในฐานะผู้สะสมคนหนึ่ง ผมยินดีที่จะนำหนังสือส่วนหนึ่งส่งไปแลกเปลี่ยนกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างมิตรภาพที่ไม่เคยพบหน้าค่าตากันมาก่อนเริ่มปรากฏขึ้นในรูปแบบพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งมาจากหลายประเทศ ทั้งสเปน โปรตุเกส อเมริกาใต้ พร้อมกับหนังสือ เจ้าชายน้อย หลากเวอร์ชัน แปลกตาและน่าสนใจยิ่งนัก หลายคนส่งคอลเลกชันฉบับเด็ดของตัวเองมาแลกเปลี่ยน อย่างฉบับภาษาออเรอเบช (Aurebesh) ภาษาเฉพาะที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ในภาพยนตร์อมตะอย่าง Star Wars เป็นต้น

และสุดท้าย หากภารกิจจากการแปลและการอ่านวรรณกรรมเล่มนี้ของทุกคนสามารถแปรเปลี่ยนหวนความรู้สึกอันดำมืดที่เป็นความอคติใดๆ ต่อกัน มาตระหนักในคุณค่าของความรักและมิตรภาพที่แท้จริง  ก็อาจนับได้ว่าการเดินทางของวรรณกรรมเล่มนี้ได้ส่งผ่านดวงใจของผู้นั้นให้บรรลุถึงความหมายที่ซ่อนอยู่อย่างงดงาม และอาจกล่าวด้วยความสง่างามว่า…

“สำหรับเธอ ฉันเป็นเหมือนสุนัขจิ้งจอกอื่นนับร้อยพัน แต่ถ้าเธอฝึกฉันให้เชื่อง เราก็จะต้องการกันและกัน”

Writer & Photographer

สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ

อดีตพนักงานสายการบิน Swiss Air ที่ผันตัวมาเป็นนักเดินทางช่างเขียน นอกจากหนังสือท่องเที่ยวหลายเล่มที่เขาเขียนพร้อมกับการเดินทาง เขายังได้หนังสือเจ้าชายน้อยฉบับภาษาต่างประเทศจากเกือบทั่วโลกมาเป็นของสะสมที่เขารัก และได้นำสิ่งนี้มาเผยแพร่เป็นภาษาถิ่นเพื่อแจกจ่ายเด็กต่างภูมิภาคต่างๆ ของไทยอีกด้วย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load