เราได้ทำงานกระเบื้องคอลเลกชันที่ 2 ร่วมกับ Asiatides ที่ปารีส ซึ่งวางขายในงานแฟร์ Maison et Objet ที่ปารีส ซึ่งเป็นงานที่มีบรรยากาศแบบ buyer มาเลือกสินค้าซึ่งมีนับแสนชิ้น ต้องใช้เวลาเดินดูหลายวัน เราก็เลยไม่คิดว่าจะมีใครมีเวลาสนใจเรื่องแรงบันดาลใจของแต่ละชิ้นงานหรอก ซึ่งก็จริง

เนื่องจากหนึ่งในหุ้นส่วนของ Asiatides เป็นเจ้าของร้าน Wit’s Collection ที่เชียงใหม่ งานของเราเลยวางขายในเมืองไทยด้วย คนที่มาซื้อหลายรายต้องการรู้แรงบันดาลใจในการสร้างงาน เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยซักถามแรงบันดาลใจของเราในการวาดนก เราก็อึกๆ อักๆ เพราะคอลเลกชันแรกทำแบบมวยวัดมาก วาดแบบไม่ค่อยคิดอะไร ประมาณว่าเป็นการโบยบินสู่วงการวาดของเราครั้งแรก ท่านทูตบอกว่าฉันจะเอางานเธอไปแอฟริกาด้วยนะ และจะตั้งไว้ในห้องรับแขกนะ จะมีคนมาเห็นมากมาย และคนก็จะต้องถามไถ่ว่าเธอเป็นใคร นกบนโถนี่หมายถึงอะไร เราก็โอ้โห อยู่ในใจ

พอได้ทำคอลเลกชันที่สองเลยดีใจมาก คิดว่าต้องทำคอลเลกชันแบบมีแรงบันดาลใจ มีเรื่องราว เพราะเรารู้แล้วว่า คนไม่ได้เห็นงานเราเป็นสินค้าเฉยๆ แต่เขาเห็นว่ามันมีความเป็นงานศิลปะอยู่ในตัวด้วย

จานกระเบื้อง โถกระเบื้อง

โจทย์ที่ได้จากปารีสคราวนี้คือ อยากให้เราสร้างงานที่เกี่ยวกับปลา ก็มึนอยู่นาน เพราะมันกว้างมาก พอดีช่วงนั้นทำหนังสือกับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คุยกันบ่อยและนานมาก พออวดรูปปลาที่กำลังเริ่มสเกตช์ ซึ่งเราซื้อตำราวาดปลาแบบจีนจากฮ่องกงมาเรียนเอง โญก็เล่าเรื่องปลาของจวงจื่อและให้หนังสือมาเล่มหนึ่งหนาเกือบ 600 หน้า

ตอนฝึกวาดปลาแรกๆ ยากกว่านกคอลเลกชันแรก และไม่ควรไปฝึกจากแบบฝึกหัดพู่กันจีนเพราะมันยาก จนไปทำฟันแล้ว เจอกิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล กลับมาจากโมซัมบิกพอดี เขาเป็นเจ้าพ่อปลาและไม้น้ำอยู่แล้ว กิ๊กเลยส่งตำราพันธุ์ปลามาให้ศึกษา พอเข้าใจสรีระกายภาพปลา ก็เริ่มพลิ้วขึ้น ถูกสัดส่วนขึ้น ประกอบกับอ่านจวงจื่อแบบอินขึ้น แรงบันดาลใจเริ่มมา

ภาพสเกตช์

จวงจื่อ เป็นปราชญ์นักคิดคนสำคัญของลัทธิเต๋า (Taoism) ลัทธิซึ่งมุ่งเน้นอุดมคติการครองชีวิตอย่างเป็นอิสระของมนุษย์ผู้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความกล้าหาญทางจริยธรรม การใช้วิชาความรู้ และความเข้าใจความเป็นไปตามธรรมชาติ

ตอนท้ายของบทหนึ่งในคัมภีร์จวงจื่อ กล่าวถึงการสนทนาโต้เถียงอันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเฉียบคมระหว่างจวงจื่อกับฮุยจื่อ-นักการเมือง นักปราชญ์ผู้ใฝ่ใจในการโต้เถียงเชิงตรรกศาสตร์

โถกระเบื้อง

จานกระเบื้อง

วันหนึ่งปราชญ์ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนทางเดินเหนือแม่น้ำ จวงจื่อชี้ชวนให้ฮุยจื่อชมปลาที่แหวกว่ายอยู่อย่างมีความสุข ฮุยจื่อชวนถกเถียงทันทีว่าจวงจื่อไม่ใช่ปลาจะสามารถรู้ / ไม่รู้ได้อย่างไรว่าปลามีความสุข หลังจากโต้ตอบไปมาอย่างเฉียบคมกันพักใหญ่ จวงจื่อก็อธิบายปิดประเด็นว่าการที่ตนรู้ว่าปลาสราญสุข โดยที่ไม่ได้เป็นปลา เพราะเพียงยืนอยู่ไกลๆ มองไปยังน้ำ ยังรู้สึกได้ถึงความสุขจากการมองปลาเหล่านั้น สัมผัสถึงความเยือกเย็นไม่รีบร้อน ทำให้รู้สึกเป็นสุข

เราชอบตรงนี้มาก แม้อาจจะยังไม่เข้าใจตรรกะเบื้องลึกความนัยที่ปราชญ์ทั้งสองถกเถียงกัน แต่เราว่าเราเข้าใจถึงความรู้สึกเยือกเย็นไหลรื่น ความชื่นใจจากการมองปลา มันนำมาซึ่งความรู้สึกว่าง สมองหยุดคิดไปชั่วขณะ การเข้าภวังค์เช่นนี้มักนำมาซึ่งจิตสงบ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราได้จากการวาดรูปอยู่แล้ว

โถกระเบื้อง กระปุกกระเบื้อง

ตามความเชื่อของจีน ปลาเป็นสัญลักษณ์มงคล นอกจากสื่อถึงความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีตำนานเล่าถึงปลาที่กระโดดข้ามฝ่าคลื่นยักษ์พายุกระหน่ำแรง และกลายร่างเป็นมังกรสง่างามได้ในที่สุด เปรียบเหมือนมนุษย์ที่สามารถก้าวฝ่าข้ามอุปสรรคจนประสบความสำเร็จได้เพราะใช้สติแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยจิตที่เป็นอิสระ

เราก็เลยคิดว่า ปลาของเราคือฝูงปลาที่จวงจื่อมองเห็นว่ายอยู่ในลำน้ำอย่างสุขสราญ เป็นอิสระ และข้ามฝ่าได้ทุกอุปสรรค เพราะปลาที่เราวาดออกมาดูมีความมุ่งมั่นทีเดียวนะ ทาง Asiatides ก็ชอบใจ บอกว่ามันเป็นปลาหน้าตามีเอกลักษณ์ และคงคอนเซปต์เดิมคือเขาว่าลายเส้นเรามันหมวยๆ แหม่มๆ เป็นปลาที่มีความหมวยขบถ ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่งานผ่าน

กระบวนการผลิตก็สนุกขึ้น คือพอมาคอลเลกชันที่ 2 เริ่มรู้จักรูปทรงของภาชนะ การมองข้างมองบน ควรวาดอะไรแบบไหน สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาและไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เราวาดแล้วถ่ายเอกสารตัดกระดาษแปะบนภาชนะ ยืนเล็งยืนมอง เป็นการออกแบบที่ primitive มาก ฝ่ายผลิตทางโรงงานก็มารับการตัดกระดาษปะบนกระเบื้องไป ซึ่งเรามีสเกตช์วาดรูปบอกรายละเอียดให้อีกแผ่น ก็ดูกันรู้เรื่องอยู่นะ

ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์

เทคนิคการผลิตคราวนี้ก็สนุกขึ้นเช่นกัน อย่าง texture สีพื้น เราเคยเรียนวาดกระเบื้องตอนอยู่ปีหนึ่งปีสอง วิชาหลักคือเรียนนิติฯ แต่เราไปเรียนวาดกระเบื้องกับคุณน้าสัปดาห์ละครั้ง เป็นเทคนิคเดนมาร์ก ก็พอรู้เทคนิคการเขียนสีบนกระเบื้องบ้าง

คอลเลกชันนี้มีเถียงกับทางโรงงานผลิตซึ่งเป็นทีมคุณป้า แกมีวิธีแบบของแก เราก็บอกลองฟองน้ำมั้ยคะ มันอาจจะเรียบกว่านะ ทางโรงงานก็ส่งจาน อุปกรณ์ สี มาให้ลองเลย ก็พบว่ามันเป็นการเขียนสีบนพื้นด้าน สีที่ใช้ก็ต่างกับที่เรารู้จัก ของเราเป็นผงสีผสมน้ำมัน อันนี้เป็นเหมือนก้อนโคลบอลต์แช่ในน้ำ ก็ลองทำไป ทางโรงงานมารับไปเผา แล้วประกวดกันว่าของใครจะเนียนกว่า

วาดรูป วาดรูป

คอลเลกชันความสุขของปลา (The Happiness of Fish) มีถ้ำชา เป็นโถมีฝาปิดใส่ใบชา 5 ชิ้น 6 ลาย จาน 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก กี๋ ม้านั่งในสวนลายเดียวกันแต่ 2 สี รวมทั้งหมด 11 ชิ้นค่ะ

ชุดกระเบื้อง

ทั้งหมดวางจำหน่ายที่งาน Maison et Objet เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ส่วนที่เมืองไทยจะมีให้ชมและเปิดให้จองที่งาน Nap เชียงใหม่ วันที่ 5 ธันวาคมนี้ ที่บูท Wit’s Collection M13 ค่ะ น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ได้พอดี

WIT’S COLLECTION interior design -objects

FB fanpage : Wit’s Collection ChiangMai

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ระยะหลังๆ มานี้ ปกหนังสือในไทยมีการต่อสู้ด้านดีไซน์อย่างต่อเนื่อง จากตัวอย่างหนังสือ 100 เล่มที่ได้รางวัลปกยอดเยี่ยมในปี 2017 เราจะเห็นได้ว่าลูกเล่นคราฟต์สนุกๆ ถูกใส่เข้ามาให้หนังสือบนแผงดูเย้ายวน น่าซื้อเก็บมากขึ้น ต้นปี 2018 นี้ สำนักพิมพ์ผีเสื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังสือสวยงามประณีตมาแต่ไหนแต่ไรกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการ ด้วยการเปลี่ยนปกวรรณกรรมเรื่อง ครูไหวใจร้าย ฉบับครบ 50 ปี ให้เป็นปกผ้าปักมือทุกเล่ม ปกหญิงชราผมขาวหน้าบูดบึ้งที่เราคุ้นตา ได้รับการแปลงโฉมให้เป็นครูหญิงผู้เคร่งขรึมอ่อนหวาน ซึ่งมีรายละเอียดหน้าตาไม่ซ้ำกันสักเล่มเดียว

โครงการเปลี่ยนปกที่บ้าพลังมากๆ นี้เพิ่งเริ่มต้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการแห่งสำนักพิมพ์ผีเสื้อและครูสอนการทำหนังสือ กับ อ๋าย-นพเก้า เนตรบุตร ครูสอนปักผ้าสไตล์อิสระ ตัดสินใจร่วมมือทำสิ่งที่คนอื่นส่ายหน้า บอกว่าทำไม่ได้

“ผมคิดเรื่องนี้มา 33 ปีแล้ว อยากทำหนังสือปกผ้าที่ปักจริงทุกเล่ม ไอ้ความคิดนี้ไม่มีใครอาสาทำกับเราหรอก เพราะต้องใช้เวลามากและใช้คนมาก เหตุที่คิดเรื่องนี้เพราะ 33 ปีที่แล้วเราได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง คือ ต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในสมองว่าถ้าปกเป็นผ้าปักคงสวยน่าดู ก็เลยอยากทำ แต่ได้แต่คิดในใจอยู่เรื่อยมา ต่อมาผมเห็นสำนักพิมพ์เพนกวินเขาทำหนังสือปกปักลายผ้า คือปักผ้าจริงๆ แล้วถ่ายมาพิมพ์เป็นปกกระดาษ แบบนั้นก็ยังไม่ตรงใจเสียทีเดียว เพราะผมอยากเห็นหนังสือที่ปกไม่เหมือนกันสักเล่ม มีฝีปักและสีด้ายที่ไม่เหมือนกันเลย”

มกุฏหยิบตัวอย่างหนังสือ ครูไหวใจร้าย กองใหญ่มาวางบนโต๊ะ ความปรารถนาของเจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อเป็นจริง เมื่อบังเอิญเห็นผลงานปักและทราบว่านพเก้าเป็นอาสาสมัครสอนปักผ้าให้ชาวบ้านแถบชายแดน จึงติดต่อเรื่องการทำปกหนังสือใหม่ ตอนแรกตั้งใจเพียงถ่ายภาพปกลายปักมาใช้เท่านั้น แต่เมื่อได้นั่งลงคุยกัน เขาตัดสินใจบอกนักปักผ้าตรงๆ ว่าอยากได้ปกลายปักหลักร้อยเล่ม

“เขาบอกว่า โอ้โห ยาก ผ้า 100 ผืนอาจใช้เวลาร้อยสัปดาห์ เท่ากับเวลา 2 ปี ผมถามเขาว่ามีลูกศิษย์กี่คน สอนได้มั้ย แบ่งหรือชวนลูกศิษย์มาทำได้มั้ย เขาก็กลับไปคิดแล้วตอบว่าทำได้ ผมเลยบอกว่าจริงๆ แล้วอยากได้ 500 เล่ม (หัวเราะ) เขาบอกว่ายากนะ แต่จะลองดู ครูอ๋ายเขาเคยทำงานบริษัทโฆษณา เคยทำงานกับผู้คน ไปประกาศแป๊บเดียว เพียง 2 – 3 วันเท่านั้น ก็มีคนสมัครเต็มไปหมดหลายร้อยคน”

ผลตอบรับดีเกินคาดทำให้พวกเขาวางแผนทำหนังสือผ้าปักถึง 3 เรื่อง ได้แก่ ครูไหวใจร้าย ครบ 50 ปี, ผีเสื้อและดอกไม้ ครบ 43 ปี และ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ครบ 33 ปี ทั้งหมดเป็นหนังสือสำหรับเด็ก

“คนทั้งหลายเข้าใจว่าหนังสือปกผ้าเป็นของผู้ใหญ่ แต่ทำไมเราไม่สอนให้เด็กๆ ดูแลหนังสือดีๆ ล่ะ ที่สำคัญคือเรากำลังสอนให้เด็กเห็นศิลปะอย่างหนึ่งบนศิลปะอีกอย่างหนึ่ง ศิลปะปักผ้า ศิลปะการใช้สีบนหนังสือ สัมผัสจับต้องที่นุ่มมือทำให้เด็กเรียนรู้ความละเอียดอ่อน ความประณีตที่ต้องทะนุถนอม จะกินขนมแล้วมาทำเลอะเทอะไม่ได้ ถ้าหนังสือบางเล่มในบ้านเป็นแบบนี้บ้างก็ดี และเรากำลังดึงกลุ่มคนใหม่ๆ มาสนใจหนังสือ คนที่สนใจการปักผ้ามีเป็นแสนๆ คนทั่วประเทศ หรืออาจมีเป็นล้านคน ทั้งคนทำงานและคนที่สนใจการปัก ถ้าเราดึงคนเหล่านี้ให้สนใจหนังสือได้ ก็ดีกว่าไม่ดึงผู้อ่านใหม่เลย”

บรรณาธิการผู้สนับสนุนระบบหนังสือมาตลอดชีวิตเอ่ยอย่างมีความหวัง โครงการปักผ้านี้เริ่มลงเข็มบนปก ครูไหวใจร้าย เป็นเล่มแรก เนื่องจากเป็นหนังสือที่อายุมากที่สุด และเป็นที่ระลึกถึงผกาวดี อุตตโมทย์ ผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ผีเสื้อด้วย

“อาจารย์ผกาวดีได้ดูหนังเรื่อง Good Morning, Miss Dove (1955) เกี่ยวกับครูคนหนึ่งที่อุทิศตนเพื่อการสอนอย่างจริงจัง อบรมนักเรียนให้เป็นระเบียบ เข้มงวดแต่รักเด็ก เลยได้แรงบันดาลใจมาแต่งเรื่องนี้ลงเป็นตอนๆ ลงนิตยสาร ชัยพฤกษ์ สมัยก่อน ฉบับแรกยาวกว่าปัจจุบัน แต่ตั้งแต่รวมเล่มพิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นมาก็เรียบเรียงให้สั้นลง”

มกุฏเล่าที่มาหนังสือให้ฟัง ปกแรกๆ ของ ครูไหวใจร้าย เป็นรูปหญิงชราผมขาวตัวเล็กๆ ใส่แว่นตาโต มวยผมเรียบตึงและหน้าตาถมึงทึง

“ครูไหวกลายเป็นอย่างนี้เพราะครูอ๋ายเขาอยากเปลี่ยนบุคลิกครูไหวเดิมที่หน้าดุ ให้ไม่ถึงกับดุและไม่ถึงกับยิ้ม คืออมยิ้มหน้าตาย แต่บางคนก็อดไม่ได้ที่จะปักให้ครูไหวยิ้มบ้างนิดหน่อย กลายเป็นเสน่ห์ของแต่ละปก”

อาจารย์นักปักผ้าออกแบบภาพครูไหวเป็นโครง ให้นักปักผ้าทุกคนเติมรายละเอียดและเลือกใช้สีได้สนุกสนานเต็มที่ และแบ่งกลุ่มสอนนักเรียนทางไกลเป็นกลุ่มๆ คนที่ไม่เคยจับเข็มจับไหมมาก่อนก็ต้องลองซ้อมมือให้คล่องแคล่วก่อนปักจริง โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อจัดเตรียมกล่องวัตถุดิบ ส่งผ้าแคนวาสเนื้อแน่น เข็ม ไหมสารพัดสี และอุปกรณ์ครบครันไปที่บ้านอาสาสมัครนักปักผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 263 คน มีทั้งหญิงและชาย อาศัยอยู่ทั่วประเทศไทย และบางคนก็พำนักอยู่ต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย เยอรมนี คนเหล่านี้สมัครโดยรู้ตัวว่าจะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลย และยังต้องเสียเวลา เสียแรง และต้องเสียสตางค์อีกด้วยซ้ำ หากปรารถนาจะได้หนังสือเป็นของตัวเอง

“ตอนนี้ทุกคนกำลังปักอยู่ เราส่งอุปกรณ์ไปตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เขาต้องส่งกลับมาให้เราภายในสิ้นเดือนมีนาคม เราจะเอามาแช่น้ำให้ผ้าหดเท่ากัน ลบความสกปรกที่เกาะอยู่ หลังจากนั้นก็รีดและส่งให้ร้านทำปกไปหุ้มกระดาษแข็ง ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ ทากาวหุ้มแล้วทิ้งไว้ให้แห้งสนิทดี แล้วค่อยเอาเนื้อหนังสือมาประกบ ภาพประกอบในหนังสือก็ใช้ภาพถ่ายลายปักทั้งหมด และตัวเล่มเราจะทำริมชมพูด้วย

“งานเหล่านี้ทำให้การทำหนังสือยากขึ้นหลายเท่า แต่ความสนุกคือเราจะได้เห็นปกหนังสือเป็นงานศิลปะที่ไม่ซ้ำกันเลย” เจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย

ครูไหวใจร้าย ปกแข็งทั้ง 500 เล่มจะเสร็จสมบูรณ์เพื่อแสดงในหอสมุดแห่งชาติ ในวันที่ 15 กันยายน 2561 และอาจจะมีหนังสือชุดผีเสื้อและดอกไม้ด้วยถ้าเสร็จทัน ปกผ้าปักชุดที่ 2 ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะสนุกขึ้นอีกเพราะคราวนี้ครูอ๋ายจะไม่ร่างแบบให้แล้ว นักปักผ้าทุกคนเลือกปักผีเสื้อ ดอกไม้ หรือลวดลายที่ตัวเองตีความจากหนังสือได้อย่างอิสระ ส่วนหน้าปก โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ยังอยู่ระหว่างการตกลงกับทางประเทศญี่ปุ่น

สำหรับคนที่อยากสั่งซื้อ ครูไหวใจร้าย ฉบับพิเศษ วิธีการที่จะได้หนังสือเหล่านี้ก็พิเศษและแปลกประหลาดไม่แพ้วิธีการปัก ครูไหวใจร้าย ฉบับผ้าปักจะเปิดให้สั่งจองได้คนละ 1 เล่มเท่านั้น ผู้ซื้อจะไม่เห็นลายปกที่ตัวเองจะได้รับล่วงหน้า หลังจากจัดแสดงที่หอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์จะนำทุกปกมาห่อเป็นของขวัญ แล้วสุ่มส่งให้ผู้จองหนังสือ

“เราจะเปิดให้จองตั้งแต่ 15 มีนาคม 2561 15 วันแรกขาย 2,991 บาท และจะแพงขึ้นเรื่อยๆ เดือนละ 500 บาท จนถึง 4,991 บาทในเดือนกรกฎาคม เราหวังว่าหนังสือจะหมดก่อนหน้านั้น ที่ตั้งราคาสูงเพราะนี่คืองานฝีมือ เป็นงานศิลปะที่คนทั้งหลายต้องลงแรงลงพลังมาก และเราต้องการเงินไปตั้งเป็นกองทุนห้องเรียนหนังสือที่พระราชวังมฤคทายวันในอนาคต”

นอกจากหนังสือปกผ้าปัก 500 เล่มสุดคราฟต์ หลังจากนี้สำนักพิมพ์ผีเสื้อจะจัดพิมพ์หนังสือ ครูไหวใจร้าย ปกแข็ง โดยเลือกปกหนังสือจากนักปักผ้าจำนวน 8 คนมาถ่ายภาพและพิมพ์เป็นหนังสือปกแข็ง 4 แบบ (เล่มละ 2 รูป ปกหน้า-ปกหลัง) เพื่อให้ได้หนังสือราคาย่อมเยาลงสำหรับผู้สนใจสะสม และเลือกภาพจากนักปักผ้าอีก 8 คนมาทำเป็นหนังสือปกอ่อนราคาทั่วไปอีก 4 แบบ ลายไม่ซ้ำกัน แถมตอนนี้ยังจัดพิมพ์หนังสือ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ และ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ กลับมาแล้ว เวอร์ชันปกแข็งลายปักนุ่มนวลฝีมือครูอ๋ายอีกด้วย

ท่ามกลางความผันผวนของวงการหนังสือ มั่นใจได้ว่าพลังความประณีตของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะทำให้เราได้เห็นดีไซน์งดงามละเอียดน่าชื่นใจไปตลอดทั้งปี

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2561 เวลาบ่าย 2 โมง – บ่าย 4 โมง มกุฎ อรฤดี และ นพเก้า เนตรบุตร จะล้อมวงพูดคุยเรื่องเบื้องหลังโครงการทำปกผ้าปักมือที่หอสมุดแห่งชาติ ติดตามรายละเอียดการพูดคุยครั้งนี้ และความเคลื่อนไหวของหนังสือปกผ้าปักของผีเสื้อได้ที่ Facebook | ผีเสื้อกับผ้าปัก

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load