5 ธันวาคม 2560
1.64 K

เราได้ทำงานกระเบื้องคอลเลกชันที่ 2 ร่วมกับ Asiatides ที่ปารีส ซึ่งวางขายในงานแฟร์ Maison et Objet ที่ปารีส ซึ่งเป็นงานที่มีบรรยากาศแบบ buyer มาเลือกสินค้าซึ่งมีนับแสนชิ้น ต้องใช้เวลาเดินดูหลายวัน เราก็เลยไม่คิดว่าจะมีใครมีเวลาสนใจเรื่องแรงบันดาลใจของแต่ละชิ้นงานหรอก ซึ่งก็จริง

เนื่องจากหนึ่งในหุ้นส่วนของ Asiatides เป็นเจ้าของร้าน Wit’s Collection ที่เชียงใหม่ งานของเราเลยวางขายในเมืองไทยด้วย คนที่มาซื้อหลายรายต้องการรู้แรงบันดาลใจในการสร้างงาน เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยซักถามแรงบันดาลใจของเราในการวาดนก เราก็อึกๆ อักๆ เพราะคอลเลกชันแรกทำแบบมวยวัดมาก วาดแบบไม่ค่อยคิดอะไร ประมาณว่าเป็นการโบยบินสู่วงการวาดของเราครั้งแรก ท่านทูตบอกว่าฉันจะเอางานเธอไปแอฟริกาด้วยนะ และจะตั้งไว้ในห้องรับแขกนะ จะมีคนมาเห็นมากมาย และคนก็จะต้องถามไถ่ว่าเธอเป็นใคร นกบนโถนี่หมายถึงอะไร เราก็โอ้โห อยู่ในใจ

พอได้ทำคอลเลกชันที่สองเลยดีใจมาก คิดว่าต้องทำคอลเลกชันแบบมีแรงบันดาลใจ มีเรื่องราว เพราะเรารู้แล้วว่า คนไม่ได้เห็นงานเราเป็นสินค้าเฉยๆ แต่เขาเห็นว่ามันมีความเป็นงานศิลปะอยู่ในตัวด้วย

จานกระเบื้อง โถกระเบื้อง

โจทย์ที่ได้จากปารีสคราวนี้คือ อยากให้เราสร้างงานที่เกี่ยวกับปลา ก็มึนอยู่นาน เพราะมันกว้างมาก พอดีช่วงนั้นทำหนังสือกับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คุยกันบ่อยและนานมาก พออวดรูปปลาที่กำลังเริ่มสเกตช์ ซึ่งเราซื้อตำราวาดปลาแบบจีนจากฮ่องกงมาเรียนเอง โญก็เล่าเรื่องปลาของจวงจื่อและให้หนังสือมาเล่มหนึ่งหนาเกือบ 600 หน้า

ตอนฝึกวาดปลาแรกๆ ยากกว่านกคอลเลกชันแรก และไม่ควรไปฝึกจากแบบฝึกหัดพู่กันจีนเพราะมันยาก จนไปทำฟันแล้ว เจอกิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล กลับมาจากโมซัมบิกพอดี เขาเป็นเจ้าพ่อปลาและไม้น้ำอยู่แล้ว กิ๊กเลยส่งตำราพันธุ์ปลามาให้ศึกษา พอเข้าใจสรีระกายภาพปลา ก็เริ่มพลิ้วขึ้น ถูกสัดส่วนขึ้น ประกอบกับอ่านจวงจื่อแบบอินขึ้น แรงบันดาลใจเริ่มมา

ภาพสเกตช์

จวงจื่อ เป็นปราชญ์นักคิดคนสำคัญของลัทธิเต๋า (Taoism) ลัทธิซึ่งมุ่งเน้นอุดมคติการครองชีวิตอย่างเป็นอิสระของมนุษย์ผู้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความกล้าหาญทางจริยธรรม การใช้วิชาความรู้ และความเข้าใจความเป็นไปตามธรรมชาติ

ตอนท้ายของบทหนึ่งในคัมภีร์จวงจื่อ กล่าวถึงการสนทนาโต้เถียงอันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเฉียบคมระหว่างจวงจื่อกับฮุยจื่อ-นักการเมือง นักปราชญ์ผู้ใฝ่ใจในการโต้เถียงเชิงตรรกศาสตร์

โถกระเบื้อง

จานกระเบื้อง

วันหนึ่งปราชญ์ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนทางเดินเหนือแม่น้ำ จวงจื่อชี้ชวนให้ฮุยจื่อชมปลาที่แหวกว่ายอยู่อย่างมีความสุข ฮุยจื่อชวนถกเถียงทันทีว่าจวงจื่อไม่ใช่ปลาจะสามารถรู้ / ไม่รู้ได้อย่างไรว่าปลามีความสุข หลังจากโต้ตอบไปมาอย่างเฉียบคมกันพักใหญ่ จวงจื่อก็อธิบายปิดประเด็นว่าการที่ตนรู้ว่าปลาสราญสุข โดยที่ไม่ได้เป็นปลา เพราะเพียงยืนอยู่ไกลๆ มองไปยังน้ำ ยังรู้สึกได้ถึงความสุขจากการมองปลาเหล่านั้น สัมผัสถึงความเยือกเย็นไม่รีบร้อน ทำให้รู้สึกเป็นสุข

เราชอบตรงนี้มาก แม้อาจจะยังไม่เข้าใจตรรกะเบื้องลึกความนัยที่ปราชญ์ทั้งสองถกเถียงกัน แต่เราว่าเราเข้าใจถึงความรู้สึกเยือกเย็นไหลรื่น ความชื่นใจจากการมองปลา มันนำมาซึ่งความรู้สึกว่าง สมองหยุดคิดไปชั่วขณะ การเข้าภวังค์เช่นนี้มักนำมาซึ่งจิตสงบ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราได้จากการวาดรูปอยู่แล้ว

โถกระเบื้อง กระปุกกระเบื้อง

ตามความเชื่อของจีน ปลาเป็นสัญลักษณ์มงคล นอกจากสื่อถึงความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีตำนานเล่าถึงปลาที่กระโดดข้ามฝ่าคลื่นยักษ์พายุกระหน่ำแรง และกลายร่างเป็นมังกรสง่างามได้ในที่สุด เปรียบเหมือนมนุษย์ที่สามารถก้าวฝ่าข้ามอุปสรรคจนประสบความสำเร็จได้เพราะใช้สติแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยจิตที่เป็นอิสระ

เราก็เลยคิดว่า ปลาของเราคือฝูงปลาที่จวงจื่อมองเห็นว่ายอยู่ในลำน้ำอย่างสุขสราญ เป็นอิสระ และข้ามฝ่าได้ทุกอุปสรรค เพราะปลาที่เราวาดออกมาดูมีความมุ่งมั่นทีเดียวนะ ทาง Asiatides ก็ชอบใจ บอกว่ามันเป็นปลาหน้าตามีเอกลักษณ์ และคงคอนเซปต์เดิมคือเขาว่าลายเส้นเรามันหมวยๆ แหม่มๆ เป็นปลาที่มีความหมวยขบถ ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่งานผ่าน

กระบวนการผลิตก็สนุกขึ้น คือพอมาคอลเลกชันที่ 2 เริ่มรู้จักรูปทรงของภาชนะ การมองข้างมองบน ควรวาดอะไรแบบไหน สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาและไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เราวาดแล้วถ่ายเอกสารตัดกระดาษแปะบนภาชนะ ยืนเล็งยืนมอง เป็นการออกแบบที่ primitive มาก ฝ่ายผลิตทางโรงงานก็มารับการตัดกระดาษปะบนกระเบื้องไป ซึ่งเรามีสเกตช์วาดรูปบอกรายละเอียดให้อีกแผ่น ก็ดูกันรู้เรื่องอยู่นะ

ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์

เทคนิคการผลิตคราวนี้ก็สนุกขึ้นเช่นกัน อย่าง texture สีพื้น เราเคยเรียนวาดกระเบื้องตอนอยู่ปีหนึ่งปีสอง วิชาหลักคือเรียนนิติฯ แต่เราไปเรียนวาดกระเบื้องกับคุณน้าสัปดาห์ละครั้ง เป็นเทคนิคเดนมาร์ก ก็พอรู้เทคนิคการเขียนสีบนกระเบื้องบ้าง

คอลเลกชันนี้มีเถียงกับทางโรงงานผลิตซึ่งเป็นทีมคุณป้า แกมีวิธีแบบของแก เราก็บอกลองฟองน้ำมั้ยคะ มันอาจจะเรียบกว่านะ ทางโรงงานก็ส่งจาน อุปกรณ์ สี มาให้ลองเลย ก็พบว่ามันเป็นการเขียนสีบนพื้นด้าน สีที่ใช้ก็ต่างกับที่เรารู้จัก ของเราเป็นผงสีผสมน้ำมัน อันนี้เป็นเหมือนก้อนโคลบอลต์แช่ในน้ำ ก็ลองทำไป ทางโรงงานมารับไปเผา แล้วประกวดกันว่าของใครจะเนียนกว่า

วาดรูป วาดรูป

คอลเลกชันความสุขของปลา (The Happiness of Fish) มีถ้ำชา เป็นโถมีฝาปิดใส่ใบชา 5 ชิ้น 6 ลาย จาน 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก กี๋ ม้านั่งในสวนลายเดียวกันแต่ 2 สี รวมทั้งหมด 11 ชิ้นค่ะ

ชุดกระเบื้อง

ทั้งหมดวางจำหน่ายที่งาน Maison et Objet เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ส่วนที่เมืองไทยจะมีให้ชมและเปิดให้จองที่งาน Nap เชียงใหม่ วันที่ 5 ธันวาคมนี้ ที่บูท Wit’s Collection M13 ค่ะ น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ได้พอดี

WIT’S COLLECTION interior design -objects

FB fanpage : Wit’s Collection ChiangMai

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

26 มีนาคม 2561
10.24 K

ถ้าจะเรียกอาหารมื้อที่ผมเพิ่งกินไปว่าอาหารขยะ ก็จะดูแรงไปหน่อย แต่ถ้าดูกันตามความหมายแล้ว อาหารมื้อนี้ทำขึ้นมาจากของที่กำลังจะถูกทิ้ง คำว่าอาหารขยะก็ดูจะไม่ผิดมากนัก และไม่แปลกที่เมื่อได้ยินคำนี้ แล้วจะดูไม่น่าอภิรมย์นัก

ใครๆ ก็ชอบบุฟเฟต์ อาหารที่ดูอู้ฟู่หรูหรา มีทุกอย่างให้เราเลือกกินได้ตามใจ เราสามารถเลือกปลาดิบไปพร้อมๆ กับขนมปังอบใหม่ อาหารจากหลายชาติ กินได้แบบไม่อั้นในมื้อเดียว จะตักเท่าไหร่ก็ได้ตามความต้องการ เมื่อหมดก็มีมาเติมเรื่อยๆ

แต่ความจริงที่ทุกคนก็รู้คืออาหารบุฟเฟต์มักเกินความต้องการ ถึงให้เรากินจนพุงกาง อาหารในบาร์บุฟเฟต์ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหมด สุดท้ายก็เหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก

อาหาร

อาหาร

{Re} Food Forum งานเสวนาเรื่องราวของความมั่นคงและความยั่งยืนของอาหาร จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในบ้านเรา ในงานนี้มีอาหารกลางวันมื้อหนึ่งที่น่าสนใจ มื้อนั้นชื่อ ‘Sunday Brunch to Monday Lunch’ ที่นำอาหารที่เหลือจากมื้อบุฟเฟต์โรงแรมในสายวันอาทิตย์มาปรุงใหม่โดย ‘The Fucking Chef’ กลุ่มเชฟที่มีแนวคิดใหม่ในเรื่องความยั่งยืนของอาหาร และถนัดการสร้างสรรค์เมนูขึ้นจากวัตถุดิบและวิธีการใหม่ๆ

ผมตามกลุ่มเชฟเข้าครัวตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์ไปดูว่ามีอะไรจากมื้อสายที่ผ่านมา ที่เหลือพอที่จะเอามาทำอาหารได้บ้าง โจทย์คือใช้ทุกอย่างที่เหลือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเพียงพอที่จะจัดเลี้ยงคน 200 คนที่มาร่วมฟังเสวนาในมื้อเที่ยงของวันจันทร์ ฟังดูเป็นงานที่น่าสนุกและท้าทาย

กลุ่มเชฟไปรับอาหารที่โรงแรมจะทิ้ง ไม่ใช่แค่อาหารที่เหลือจากบุฟเฟต์เท่านั้น แต่สิ่งที่เป็น Food Waste นั้นรวมไปถึงสิ่งที่ใกล้หมดอายุ พืชผักที่ถูกคัดทิ้งเพราะช้ำและไม่สวยอีกด้วย วัตถุดิบทั้งหมดถูกเก็บรักษามาอย่างดีก่อนถึงมือเชฟด้วยการห่อพลาสติกและแช่เย็นในอุณหภูมิที่เหมาะสม

เมนู

ครัว

ครัว

เมื่อกลุ่มเชฟเห็นสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าแล้วจึงค่อยตกลงกันว่าจะออกเป็นเมนูแบบ Canapés หรืออาหารที่เสิร์ฟแบบจานเล็กๆ หลายๆ เมนูให้คนเลือกหยิบได้ตามต้องการ เพราะเป็นทางที่เหมาะสมในการกำจัดของทั้งหมดได้ดีที่สุด ไม่ต้องกำหนดว่าจะใช้วัตถุดิบให้ได้ตามจำนวนคนกิน แต่ทำเท่าที่วัตถุดิบมี และใช้บางวัตถุดิบมาปรุงเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็น

อาหาร

กลุ่มเชฟแบ่งทีมกันรับผิดชอบตามสเตชั่น มีทั้งสลัด ซุป ของคาว ของหวาน ตามรูปแบบของมื้อบุฟเฟต์ แล้วเลือกใช้วัตถุดิบจากของที่กองอยู่ตรงกลาง สิ่งที่เชฟรู้มาก่อนหน้านี้คือบุฟเฟต์มื้อสายนั้นมีอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ไม่มีทางรู้เลยคือจะเหลืออะไรมาถึงมือบ้าง บางอย่างที่นึกภาพเอาไว้บางครั้งก็ต้องมาปรับเปลี่ยนกันหน้างาน เหมือนคิดกันใหม่เลยก็ว่าได้ แต่เชฟทุกคนก็ใช้ประสบการณ์ที่มีสร้างสรรค์เมนูได้มากถึง 16 เมนูตามแบบที่ตัวเองถนัด จะว่าไปบรรยากาศในครัวตอนนั้นก็เหมือนกำลังดูรายการแข่งขันทำอาหารยังไงยังงั้น

 

น้ำพริกปลาป่นหมาล่า

น้ำพริกปลาป่นที่ทำจากปลาฮามาจิ ทูน่า แซลมอน ที่แกะเนื้อปลามาจากซูชิ มากิ และซาชิมิที่เหลือ ออกมาทำให้สุกแล้วเอามาตำกับหอมใหญ่ ต้นหอม ผักชี ที่ช้ำเละใกล้ทิ้ง ตัดส่วนที่ช้ำๆ เละๆ ออก แล้วเอามาตำรวมกับข่าและพริกเผาไฟ พอเป็นเครื่องจิ้มก็ต้องมีผักจิ้ม เลยใช้แอปเปิ้ลเขียวที่เหลืออยู่ 3 – 4 ลูกมาจิ้มกับน้ำพริกแทน

เศษอาหาร อาหาร

 

หลนทะเลเฟต้าชีส องุ่นสด

หลนกะปิจากกุ้งที่แกะมาจากซูชิ ยำทะเล ผัดผัก มารวมกับหอยเชลล์ที่ได้จากหอยเชลล์ผัดน้ำมันหอย แมงกะพรุนจากแมงกะพรุนผัดน้ำมันงา แล้วสับรวมกัน ใส่ข่า ใส่พริก และไส้ถั่วกวนที่เชฟไปแกะจากไส้ขนมช่อม่วง เติมกะทิ ใส่เฟต้าชีสและมะกอกดอง ได้หลนมาอีกเมนูหนึ่ง

เศษอาหาร

อาหาร

 

Ratatouille ผักย่างกับโรตีขนมปัง

Ratatouille จากผักปรุงสุกแล้วที่เหลือๆ มาคลุกกับซอสมะเขือเทศและสับปะรดที่เหลือแล้วเอาไปอบ จากนั้นนำขนมปังที่เหลือเยอะมากมาปั่นผสมเนยและไข่ไก่ รีดเป็นแผ่น อบจนกรอบ แล้วมาตัดเป็นแผ่นๆ กินคู่กันกับ Ratatouille

Ratatouille

อาหาร

Cauliflower & Eggs Quinoa Salad

ไข่และมันฝรั่ง ดอกกะหล่ำ หัวหอม และสลัดควินัวกับไก่ ที่เหลือมาผสมรวมกัน ปรุงรสด้วยเกลือได้เป็นสลัดมันฝรั่ง ที่กินด้วยกันกับเบคอนกรอบที่เหลืออยู่จำนวนมาก

อาหาร

 

บร็อกโคลีน้ำมันหอย

บร็อกโคลีที่ใกล้หมดอายุ ราดด้วยน้ำมันหอยที่ทำขึ้นมาใหม่จากหอยนางรมสด ผัดรวมกับรากผักชีหัวหอมและน้ำมันงา แล้วเติมน้ำซุปที่เหลือจากหมี่เย็นลงไปเคี่ยวให้งวด แล้วกรองเป็นซอส

อาหาร

 

Fruit Salad

มีผักแต่งที่เหลือเยอะมาก จึงนำมายำรวมกับผลไม้ เอาเสาวรส สับปะรด มะม่วง และน้ำเลมอน มาทำเดรสซิ่ง ได้เป็นเมนูสลัดอีก 1 อย่าง

อาหาร

 

แกงคั่วสับปะรดหมูกรอบ

นำหมูกรอบที่เหลืออยู่เยอะมาหั่นเป็นชิ้น ทำซอสแกงคั่วสับปะรดราดกินกับมะระที่สุกจนเหลืองเตรียมทิ้งมาหั่นเป็นชิ้นเล็กแล้วเผา

หมูกรอบ

หมูกรอบ

 

Mac n’ Cheese Shepherd Pie

เส้นสปาเกตตี เพนเน่ ที่เหลือ และชีสที่มีทั้งหมด มาเคี่ยวใหม่ ทำเป็นเมนู Mac n’ Cheese แต่แทนที่จะอบ เชฟกลับเอามันบดมาราดด้านบนแล้วเผาแทน

เชฟ

อาหาร

 

โซบะเย็น กับอ่องลาบไก่ผัดเม็ดมะม่วง

ผัดต่างๆ ของอาหารจีนในบุฟเฟต์เอามาเคี่ยวรวมกันปรุงรสเพิ่มด้วยเต้าเจี้ยว ได้ออกมาเหมือนซอสเสฉวน ราดบนเส้นโซบะ กินกับแอสพารากัส

อาหาร

 

Something Chinese

ปลาที่เหลือเป็นชิ้นเล็กๆ เอามาคลุกรวมเป็นยำกับส้มโอ เสาวรส

ปลา

อาหาร

หมูกะปิยุคใหม่กับสับปะรด

นำหมูที่สุกแล้วจากเมนูต่างๆ มาผัดกับสามเกลอ กระเทียม พริกไทย รากผักชี กะปิผัดเป็นก้อน กินกับผลไม้เปรี้ยวอย่างสับปะรดและองุ่นคล้ายม้าฮ่อ

 

อาหาร

 

เกาเหลาลูกชิ้นเนื้อฉบับใหม่ กับซอสเนื้อหม่าล่าและซอสเนื้อหวาน

ไส้กรอก แหนม เนื้อ ที่เหลือเอามาบดรวมกัน ปั้นก้อนทำลูกชิ้นแล้วทอด ซุปก็เอาผักที่เหลือทั้งหมดมาต้มรวมกันในหม้อ ทำเป็นเกาเหลา

ทำอาหาร

อาหาร

 

Bouillabaisse Soup

ของทะเลทั้งหมด ปลาหมึก ก้างปลา เปลือกกุ้ง เอามาต้มเป็น Bouillabaisse หรือซุปทะเล เคี่ยวแล้วกรองจนได้ซุปใส ส่วนกากที่เหลือเอามาคลุกกับไข่แล้วนึ่งคล้ายห่อหมก ตัดแบ่งออกมาเป็นชิ้นๆ ใส่เข้าไปกินกับซุป

Bouillabaisse Soup Bouillabaisse Soup

Bouillabaisse Soup

 

ข้าวแกงกะหรี่ผักในซุปปลาอย่างคนใต้

ข้าวผัดผงกะหรี่ที่เหลือ มีทั้งเนยกี ทั้งผงกะหรี่ อยู่ในนั้น เชฟเลยเอามาตุ๋นในกะทิ เติมยี่หร่า โป๊ยกั้ก กานพลูลงไป ใส่มะม่วงแก้วทั้งสุกและดิบเพิ่มความหวาน เติมฟักทอง แครอท เนื้อปลากะพงลงไปเพิ่มความเข้มข้น ใส่กะปิและพริกตำที่ไว้ผัดกะเพราลงไปด้วย ได้ออกมาเป็นแกงกะหรี่รสอร่อยที่มีความเป็นแกงใต้อีก 1 เมนู

ข้าวผัด อาหาร

 

Squid & Veggie Stew with Bread

ปลาหมึกผัดเปรี้ยวเอามาทำเป็นซุปแบบเสฉวน ทานกับขนมปังกรอบ

อาหาร

 

Bread Pudding and Mulberry Sorbet

ขนมปังเป็นของที่เหลือทิ้งจำนวนมาก ทำให้เชฟขนมหวานเลือกทำ Bread Pudding เพื่อจะใช้ขนมปังที่มีอยู่มากมายให้หมด เอาครีมตีรวมกับหัวหอมใหญ่ปั่นจนได้เป็นน้ำข้นๆ เอาไปใส่ขนมปัง อบ แล้วโรยน้ำตาล เผาจนเป็นคาราเมล ทานคู่กับไอศกรีมลูกหม่อน

ขนม ขนม

 

ด้วยทักษะและประสบการณ์ของเชฟ หากไม่บอกก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเมนูเหล่านี้มาจากอาหารที่เหลือเตรียมจะทิ้งจากบุฟเฟต์โรงแรมเดียวที่รองรับคน 200 คน ซึ่งสามารถทำเป็นอาหารอีกหนึ่งมื้อเลี้ยงคนได้อีก 200 คน ถ้าคิดง่ายๆ ว่ามีบุฟเฟต์แบบนี้ตลอด 1 ปี ก็สามารถทำอาหารเลี้ยงคนไปได้อีก 1 ปี

ก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ แห่งร้าน Bo.Lan และเป็นผู้สร้างงาน {Re} Food Forum นี้ขึ้นมา เชฟโบเล่าว่าที่จริงแล้วอาหารบุฟเฟต์ของโรงแรมมีมาตรฐานความปลอดภัยอยู่ เรียกว่า HACCP หรือ Hazard Analysis Critical Control Point ใช้ควบคุมความสดสะอาดของอาหารเพื่อความปลอดภัยของคนกิน เช่นถ้าปลาดิบที่เสิร์ฟถูกวางไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม แต่เวลาเกินที่กฎกำหนดไว้จะต้องถูกทิ้งทันที อุตสาหกรรมงานบริการโดยเฉพาะโรงแรมส่วนใหญ่จะใช้มาตรฐานนี้เพื่อความปลอดภัย แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดของเหลือจำนวนมากเช่นเดียวกัน

{Re} Food Forum

ถึงมื้ออาหารแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ยากในโลกของความจริง เพราะมีเรื่องความสะอาดและปลอดภัยของคนกินที่แต่ละโรงแรมต้องมีเป็นมาตรฐาน แต่ก็ถือว่าเป็นมื้อที่ช่วยชี้ให้เห็นวิธีการแก้ปัญหาที่น่าสนใจ และสิ่งที่กลุ่มเชฟอยากเปลี่ยนแปลงให้ได้ก็คือความคิดของคนทั้งโรงแรมที่เป็นคนใช้ทรัพยากร และผู้บริโภค

ความหรูหราอาจจะไม่ใช่ความฟู่ฟ่าแต่อาจจะถูกมองเป็นความฟุ่มเฟือย และอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดของอาหารบุฟเฟต์ ความหรูหราอาจจะมาพร้อมความยั่งยืน ต่อไปความครีเอทีฟและการช่วยกันใช้ทรัพยากรอาหารอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนอาจจะเป็นทางออกที่ดูหล่อเหลามากกว่าก็ได้ ใครจะรู้

อ้อ มื้อนี้ใช้ของที่เหลือหมดเกลี้ยงนะครับ

ส่วนอาหารมื้อนี้ก็เกลี้ยงเช่นกัน

The Fucking Chef

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load