21 พฤศจิกายน 2560
959

ลมหนาวปลายปีเป็นสัญญาณว่าช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและการส่งความสุขมาถึงแล้ว เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทำให้ผู้คนออกมาใช้เวลาร่วมกันและ มองหาของขวัญให้ตัวเองและคนที่รัก
ในปีนี้ เอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์ตั้งโจทย์ใหม่ให้ตัวเอง จะทำให้ของขวัญของ 2 ห้างใหญ่ประจำพร้อมพงษ์ไม่ใช่แค่การเลือกซื้อสินค้าธรรมดา แต่เป็นของขวัญพิเศษที่ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้ให้และผู้รับมีความหมายมากยิ่งขึ้น
เพื่อตอบโจทย์นี้ พวกเขาย้อนกลับไปคิดถึงจุดเริ่มต้นของเทศกาล
“เราให้ของขวัญใคร?”
“ทำไมคนเราต้องให้ของขวัญกัน?”

Jo Malone กระดาษห่อของขวัญ RelationGifts

ห้างเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์

Every Relationship is a gift of life

ครอบครัว คนรัก เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน เป็นคำตอบของคำถามแรก
ของขวัญก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะแสดงถึงความแน่นแฟ้น ความมั่นคงในความสัมพันธ์ระหว่างกัน
การให้ของขวัญ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะส่งความรักไปหาพวกเขา
RelationGifts จึงเกิดขึ้น ด้วยความเชื่อว่าทุกๆ ความสัมพันธ์คือของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน มันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตมีความสุขและมีความหมาย
เราอยากให้การมอบของขวัญให้กันเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึกดีๆ มากกว่าแค่ทำตามธรรมเนียมปฏิบัติ
จึงออกมาเป็นแคมเปญ RelationGifts ที่ทางห้างรวมของขวัญสำหรับความสัมพันธ์ต่างๆให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ เพื่อให้ลูกค้าไม่ได้รับแค่สินค้า แต่ได้ส่งความปรารถนาดี ความคิดถึง และความจริงใจให้คนรอบตัว

ของขวัญ

นักคัดสรร

สำหรับลูกค้าของเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์คำว่า ‘นักคัดสรร’ น่าจะเหมาะที่สุด เพราะพวกเขามองหาสินค้าที่มีเอกลักษณ์และหาซื้อไม่ได้จากที่อื่นๆ ห้างสรรพสินค้าจึงไม่ได้มีแค่ ‘สรรพสินค้า’ แต่ต้องวางตัวเป็น curator of tastes คัดสรรของดีและเหมาะกับลูกค้าที่มีเอกลักษร์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว คนวัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ เพราะสิ่งที่ลูกค้าใส่ถุงกลับบ้านไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่เป็นรสนิยมและคุณค่าทางจิตใจ
เมื่อตัวห้างใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ลูกค้าเองก็ตั้งใจเลือกหาของขวัญที่เหมาะไปให้คนที่รัก ความพยายามของสองฝ่ายทำให้ของขวัญที่จะมอบให้ผู้คนรอบตัวปีนี้มีความหมายมากกว่าที่เคยKaweco

One and Only You

ความพิเศษของของขวัญไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่เป็นความตั้งใจและความใส่ใจของผู้ให้ที่สะท้อนผ่านของขวัญ ต่างหากที่มีความหมาย บริการห่อของขวัญที่ลูกค้าสามารถ customize ได้ทั้งกระดาษห่อ และการ์ดอวยพรตัวแทนความสัมพันธ์ต่างๆ จึงสร้างรอยยิ้มให้ผู้รับตั้งแต่แรกเห็น
นอกจากนี้สิ้นปีไปจนถึงปีใหม่ สินค้ามากมายของเอ็มโพเรียมยังสามารถ personalize และ customize กลายเป็นของขวัญเฉพาะตัวให้ผู้รับ ไม่ว่าจะเป็น Kaweco ปากกาสัญชาติเยอรมัน เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถเลือกสีและประกอบชิ้นส่วนปากกาได้ทุกส่วน ตั้งแต่ฝา หัวปากกา จนถึงตัวด้าม เหมาะเป็นของขวัญให้เพื่อนซี้ของคุณ, บริการ Customized Beauty Bouquet ครั้งแรกกับบริการจัดเครื่องสำอางที่เลือกซื้อเป็นช่อดอกไม้ด้วยสินค้าจากแผนก Beauty Hall ที่รับประกันว่าสาวๆ ต้องยิ้มแก้มปริเมื่อคนรักซื้อให้
แถมยังมีการ personalize อีกมากมายที่สลักชื่อผู้รับบนสินค้า เช่น การสลักตัวอักษรบนขวดน้ำหอมและเทียนหอม Jo Malone สำหรับคนรัก, การปักชื่อย่อบนเสื้อเชิ้ต Brooks Brothers ที่เหมาะจะมอบให้ตั้งแต่คนรัก, คุณพ่อหรือผู้ใหญ่ในครอบครัว, การแสตมป์ชื่อบนปกสมุดบันทึกม้วนได้ 360 องศา จาก Zequenz ก็เป็นไอเดียเก๋ๆ ที่ทำให้ของขวัญสำหรับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานชิ้นนี้พิเศษกว่าทุกปี
Kaweco beauty bouquet service

พบกับบริการ Personalized RelationGifts ที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบนของขวัญอีกมากมายทั่วทั้งห้างเอ็มโพเรียมตลอดเทศกาลปีใหม่นี้
It’s not just the gift you give, it’s also the love you get.
ด้วยความเชื่อของห้างซ่อนตัวอยู่ในของขวัญ แต่หีบห่อที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นรอยยิ้มจากใจของผู้ให้และการมีโมเมนต์ดีๆ ร่วมกัน

Brooks Brother Jo Malone Zequenz 360° Roll Up Journal

It’s not just the gift you give, it’s also the love you get.

สโลแกนประจำเทศกาลบอกชัด ความปรารถนาดีของห้างซ่อนตัวอยู่ในของขวัญ แต่หีบห่อที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นรอยยิ้มหวานและคำพูดดีๆ จากผู้ให้

ของขวัญ

มาสัมผัสและค้นหา RelationGifts สำหรับความสัมพันธ์ของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 มกราคม 2561 ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์

Facebook l Emporium Department Store

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ระยะหลังๆ มานี้ ปกหนังสือในไทยมีการต่อสู้ด้านดีไซน์อย่างต่อเนื่อง จากตัวอย่างหนังสือ 100 เล่มที่ได้รางวัลปกยอดเยี่ยมในปี 2017 เราจะเห็นได้ว่าลูกเล่นคราฟต์สนุกๆ ถูกใส่เข้ามาให้หนังสือบนแผงดูเย้ายวน น่าซื้อเก็บมากขึ้น ต้นปี 2018 นี้ สำนักพิมพ์ผีเสื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังสือสวยงามประณีตมาแต่ไหนแต่ไรกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการ ด้วยการเปลี่ยนปกวรรณกรรมเรื่อง ครูไหวใจร้าย ฉบับครบ 50 ปี ให้เป็นปกผ้าปักมือทุกเล่ม ปกหญิงชราผมขาวหน้าบูดบึ้งที่เราคุ้นตา ได้รับการแปลงโฉมให้เป็นครูหญิงผู้เคร่งขรึมอ่อนหวาน ซึ่งมีรายละเอียดหน้าตาไม่ซ้ำกันสักเล่มเดียว

โครงการเปลี่ยนปกที่บ้าพลังมากๆ นี้เพิ่งเริ่มต้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการแห่งสำนักพิมพ์ผีเสื้อและครูสอนการทำหนังสือ กับ อ๋าย-นพเก้า เนตรบุตร ครูสอนปักผ้าสไตล์อิสระ ตัดสินใจร่วมมือทำสิ่งที่คนอื่นส่ายหน้า บอกว่าทำไม่ได้

“ผมคิดเรื่องนี้มา 33 ปีแล้ว อยากทำหนังสือปกผ้าที่ปักจริงทุกเล่ม ไอ้ความคิดนี้ไม่มีใครอาสาทำกับเราหรอก เพราะต้องใช้เวลามากและใช้คนมาก เหตุที่คิดเรื่องนี้เพราะ 33 ปีที่แล้วเราได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง คือ ต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในสมองว่าถ้าปกเป็นผ้าปักคงสวยน่าดู ก็เลยอยากทำ แต่ได้แต่คิดในใจอยู่เรื่อยมา ต่อมาผมเห็นสำนักพิมพ์เพนกวินเขาทำหนังสือปกปักลายผ้า คือปักผ้าจริงๆ แล้วถ่ายมาพิมพ์เป็นปกกระดาษ แบบนั้นก็ยังไม่ตรงใจเสียทีเดียว เพราะผมอยากเห็นหนังสือที่ปกไม่เหมือนกันสักเล่ม มีฝีปักและสีด้ายที่ไม่เหมือนกันเลย”

มกุฏหยิบตัวอย่างหนังสือ ครูไหวใจร้าย กองใหญ่มาวางบนโต๊ะ ความปรารถนาของเจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อเป็นจริง เมื่อบังเอิญเห็นผลงานปักและทราบว่านพเก้าเป็นอาสาสมัครสอนปักผ้าให้ชาวบ้านแถบชายแดน จึงติดต่อเรื่องการทำปกหนังสือใหม่ ตอนแรกตั้งใจเพียงถ่ายภาพปกลายปักมาใช้เท่านั้น แต่เมื่อได้นั่งลงคุยกัน เขาตัดสินใจบอกนักปักผ้าตรงๆ ว่าอยากได้ปกลายปักหลักร้อยเล่ม

“เขาบอกว่า โอ้โห ยาก ผ้า 100 ผืนอาจใช้เวลาร้อยสัปดาห์ เท่ากับเวลา 2 ปี ผมถามเขาว่ามีลูกศิษย์กี่คน สอนได้มั้ย แบ่งหรือชวนลูกศิษย์มาทำได้มั้ย เขาก็กลับไปคิดแล้วตอบว่าทำได้ ผมเลยบอกว่าจริงๆ แล้วอยากได้ 500 เล่ม (หัวเราะ) เขาบอกว่ายากนะ แต่จะลองดู ครูอ๋ายเขาเคยทำงานบริษัทโฆษณา เคยทำงานกับผู้คน ไปประกาศแป๊บเดียว เพียง 2 – 3 วันเท่านั้น ก็มีคนสมัครเต็มไปหมดหลายร้อยคน”

ผลตอบรับดีเกินคาดทำให้พวกเขาวางแผนทำหนังสือผ้าปักถึง 3 เรื่อง ได้แก่ ครูไหวใจร้าย ครบ 50 ปี, ผีเสื้อและดอกไม้ ครบ 43 ปี และ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ครบ 33 ปี ทั้งหมดเป็นหนังสือสำหรับเด็ก

“คนทั้งหลายเข้าใจว่าหนังสือปกผ้าเป็นของผู้ใหญ่ แต่ทำไมเราไม่สอนให้เด็กๆ ดูแลหนังสือดีๆ ล่ะ ที่สำคัญคือเรากำลังสอนให้เด็กเห็นศิลปะอย่างหนึ่งบนศิลปะอีกอย่างหนึ่ง ศิลปะปักผ้า ศิลปะการใช้สีบนหนังสือ สัมผัสจับต้องที่นุ่มมือทำให้เด็กเรียนรู้ความละเอียดอ่อน ความประณีตที่ต้องทะนุถนอม จะกินขนมแล้วมาทำเลอะเทอะไม่ได้ ถ้าหนังสือบางเล่มในบ้านเป็นแบบนี้บ้างก็ดี และเรากำลังดึงกลุ่มคนใหม่ๆ มาสนใจหนังสือ คนที่สนใจการปักผ้ามีเป็นแสนๆ คนทั่วประเทศ หรืออาจมีเป็นล้านคน ทั้งคนทำงานและคนที่สนใจการปัก ถ้าเราดึงคนเหล่านี้ให้สนใจหนังสือได้ ก็ดีกว่าไม่ดึงผู้อ่านใหม่เลย”

บรรณาธิการผู้สนับสนุนระบบหนังสือมาตลอดชีวิตเอ่ยอย่างมีความหวัง โครงการปักผ้านี้เริ่มลงเข็มบนปก ครูไหวใจร้าย เป็นเล่มแรก เนื่องจากเป็นหนังสือที่อายุมากที่สุด และเป็นที่ระลึกถึงผกาวดี อุตตโมทย์ ผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ผีเสื้อด้วย

“อาจารย์ผกาวดีได้ดูหนังเรื่อง Good Morning, Miss Dove (1955) เกี่ยวกับครูคนหนึ่งที่อุทิศตนเพื่อการสอนอย่างจริงจัง อบรมนักเรียนให้เป็นระเบียบ เข้มงวดแต่รักเด็ก เลยได้แรงบันดาลใจมาแต่งเรื่องนี้ลงเป็นตอนๆ ลงนิตยสาร ชัยพฤกษ์ สมัยก่อน ฉบับแรกยาวกว่าปัจจุบัน แต่ตั้งแต่รวมเล่มพิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นมาก็เรียบเรียงให้สั้นลง”

มกุฏเล่าที่มาหนังสือให้ฟัง ปกแรกๆ ของ ครูไหวใจร้าย เป็นรูปหญิงชราผมขาวตัวเล็กๆ ใส่แว่นตาโต มวยผมเรียบตึงและหน้าตาถมึงทึง

“ครูไหวกลายเป็นอย่างนี้เพราะครูอ๋ายเขาอยากเปลี่ยนบุคลิกครูไหวเดิมที่หน้าดุ ให้ไม่ถึงกับดุและไม่ถึงกับยิ้ม คืออมยิ้มหน้าตาย แต่บางคนก็อดไม่ได้ที่จะปักให้ครูไหวยิ้มบ้างนิดหน่อย กลายเป็นเสน่ห์ของแต่ละปก”

อาจารย์นักปักผ้าออกแบบภาพครูไหวเป็นโครง ให้นักปักผ้าทุกคนเติมรายละเอียดและเลือกใช้สีได้สนุกสนานเต็มที่ และแบ่งกลุ่มสอนนักเรียนทางไกลเป็นกลุ่มๆ คนที่ไม่เคยจับเข็มจับไหมมาก่อนก็ต้องลองซ้อมมือให้คล่องแคล่วก่อนปักจริง โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อจัดเตรียมกล่องวัตถุดิบ ส่งผ้าแคนวาสเนื้อแน่น เข็ม ไหมสารพัดสี และอุปกรณ์ครบครันไปที่บ้านอาสาสมัครนักปักผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 263 คน มีทั้งหญิงและชาย อาศัยอยู่ทั่วประเทศไทย และบางคนก็พำนักอยู่ต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย เยอรมนี คนเหล่านี้สมัครโดยรู้ตัวว่าจะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลย และยังต้องเสียเวลา เสียแรง และต้องเสียสตางค์อีกด้วยซ้ำ หากปรารถนาจะได้หนังสือเป็นของตัวเอง

“ตอนนี้ทุกคนกำลังปักอยู่ เราส่งอุปกรณ์ไปตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เขาต้องส่งกลับมาให้เราภายในสิ้นเดือนมีนาคม เราจะเอามาแช่น้ำให้ผ้าหดเท่ากัน ลบความสกปรกที่เกาะอยู่ หลังจากนั้นก็รีดและส่งให้ร้านทำปกไปหุ้มกระดาษแข็ง ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ ทากาวหุ้มแล้วทิ้งไว้ให้แห้งสนิทดี แล้วค่อยเอาเนื้อหนังสือมาประกบ ภาพประกอบในหนังสือก็ใช้ภาพถ่ายลายปักทั้งหมด และตัวเล่มเราจะทำริมชมพูด้วย

“งานเหล่านี้ทำให้การทำหนังสือยากขึ้นหลายเท่า แต่ความสนุกคือเราจะได้เห็นปกหนังสือเป็นงานศิลปะที่ไม่ซ้ำกันเลย” เจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย

ครูไหวใจร้าย ปกแข็งทั้ง 500 เล่มจะเสร็จสมบูรณ์เพื่อแสดงในหอสมุดแห่งชาติ ในวันที่ 15 กันยายน 2561 และอาจจะมีหนังสือชุดผีเสื้อและดอกไม้ด้วยถ้าเสร็จทัน ปกผ้าปักชุดที่ 2 ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะสนุกขึ้นอีกเพราะคราวนี้ครูอ๋ายจะไม่ร่างแบบให้แล้ว นักปักผ้าทุกคนเลือกปักผีเสื้อ ดอกไม้ หรือลวดลายที่ตัวเองตีความจากหนังสือได้อย่างอิสระ ส่วนหน้าปก โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ยังอยู่ระหว่างการตกลงกับทางประเทศญี่ปุ่น

สำหรับคนที่อยากสั่งซื้อ ครูไหวใจร้าย ฉบับพิเศษ วิธีการที่จะได้หนังสือเหล่านี้ก็พิเศษและแปลกประหลาดไม่แพ้วิธีการปัก ครูไหวใจร้าย ฉบับผ้าปักจะเปิดให้สั่งจองได้คนละ 1 เล่มเท่านั้น ผู้ซื้อจะไม่เห็นลายปกที่ตัวเองจะได้รับล่วงหน้า หลังจากจัดแสดงที่หอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์จะนำทุกปกมาห่อเป็นของขวัญ แล้วสุ่มส่งให้ผู้จองหนังสือ

“เราจะเปิดให้จองตั้งแต่ 15 มีนาคม 2561 15 วันแรกขาย 2,991 บาท และจะแพงขึ้นเรื่อยๆ เดือนละ 500 บาท จนถึง 4,991 บาทในเดือนกรกฎาคม เราหวังว่าหนังสือจะหมดก่อนหน้านั้น ที่ตั้งราคาสูงเพราะนี่คืองานฝีมือ เป็นงานศิลปะที่คนทั้งหลายต้องลงแรงลงพลังมาก และเราต้องการเงินไปตั้งเป็นกองทุนห้องเรียนหนังสือที่พระราชวังมฤคทายวันในอนาคต”

นอกจากหนังสือปกผ้าปัก 500 เล่มสุดคราฟต์ หลังจากนี้สำนักพิมพ์ผีเสื้อจะจัดพิมพ์หนังสือ ครูไหวใจร้าย ปกแข็ง โดยเลือกปกหนังสือจากนักปักผ้าจำนวน 8 คนมาถ่ายภาพและพิมพ์เป็นหนังสือปกแข็ง 4 แบบ (เล่มละ 2 รูป ปกหน้า-ปกหลัง) เพื่อให้ได้หนังสือราคาย่อมเยาลงสำหรับผู้สนใจสะสม และเลือกภาพจากนักปักผ้าอีก 8 คนมาทำเป็นหนังสือปกอ่อนราคาทั่วไปอีก 4 แบบ ลายไม่ซ้ำกัน แถมตอนนี้ยังจัดพิมพ์หนังสือ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ และ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ กลับมาแล้ว เวอร์ชันปกแข็งลายปักนุ่มนวลฝีมือครูอ๋ายอีกด้วย

ท่ามกลางความผันผวนของวงการหนังสือ มั่นใจได้ว่าพลังความประณีตของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะทำให้เราได้เห็นดีไซน์งดงามละเอียดน่าชื่นใจไปตลอดทั้งปี

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2561 เวลาบ่าย 2 โมง – บ่าย 4 โมง มกุฎ อรฤดี และ นพเก้า เนตรบุตร จะล้อมวงพูดคุยเรื่องเบื้องหลังโครงการทำปกผ้าปักมือที่หอสมุดแห่งชาติ ติดตามรายละเอียดการพูดคุยครั้งนี้ และความเคลื่อนไหวของหนังสือปกผ้าปักของผีเสื้อได้ที่ Facebook | ผีเสื้อกับผ้าปัก

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load