โชคดีจัง ที่วันนี้ฝนไม่ตก

หลังจากพยายามเดาทิศเดาทางเมฆฝนบนฟ้าในระยะนี้ มองบนไปไกล ดูฟ้าว่าเมฆฝนจะสื่อสารบอกอะไรเราก่อนออกจากบ้าน

มองบนไปไกล ถึงใครที่อยู่ห่างออกไปจากตรงนี้ว่าเขามีวันที่ดีหรือเปล่า

และมองบนไปไกลถึงใครบนนั้นว่า ไม่ต้องเป็นห่วง

เช่นเดียวกับที่เราอยากจะชวนคุณมองบน บนอีก บนอีก บนไปถึงยอดตึกของอาคารห้างร้านต่างๆ

ใครหลายคนคงเคยเห็นตราครุฑที่อยู่บนยอดตึกสูงบนชื่ออาคารห้างร้านดัง ดูไม่เข้ากันสักเท่าไหร่กับรูปแบบอาคารทันสมัย สืบค้นจึงพบว่าเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงการเป็นกิจการที่ดีแบบโบราณ ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่อยมาจนปัจจุบัน

ที่น่าสนใจคือ นอกจากเรื่องการส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งกิจการที่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศแล้ว ตราตั้งห้างยังทำให้เรานึกถึงหลักการของธรรมภิบาล (Good Governance) หรือหลักการบริหารกิจการที่ดีระดับสากล ในแบบที่มาก่อนกาลร่วมร้อยปี

จากตัวอย่างห้างร้านที่ได้รับตราตั้งห้างอันรุ่งเรืองทั้งในอดีตและปัจจุบันจำนวนมาก ทำให้เราเห็นว่าภายใต้เครื่องหมายทางการอันน่าเกรงขามนั้นเต็มไปด้วยเกียรติยศและความตั้งใจของคนที่ประกอบกิจการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งต่อให้กิจการห้างร้านนั้นๆ อาจและไม่อาจฝืนทนต่อสายธารของยุคสมัยที่เชี่ยวกราก เราก็จะจดจำได้อยู่ดี

 

ตั้งตา

ตราครุฑที่เราเห็นประดับอยู่บนอาคารหรือสถานที่ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ในตำแหน่งเหนือป้ายชื่ออาคาร บริษัท หรือห้างร้านเหล่านี้คือเป็นเครื่องหมายของการพระราชทาน ‘ตราตั้งห้าง’ มีความหมายว่า กิจการห้างร้านแห่งนั้นได้รับพระราชทานเกียรติยกย่องให้เป็นบริษัทห้างร้านที่ประกอบการค้ากับพระราชสำนักมาเป็นเวลานาน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและไว้วางใจของประชาชน

เป็นธรรมเนียมที่เริ่มใช้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเจ้าเกล้าอยู่หัว และยังคงถือปฏิบัติมาตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลมาจากตราตั้งห้างของชาวตะวันตกที่เรียกว่า Royal Warrant of Appointment โดยเฉพาะประเทศในแถบทวีปยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น ซึ่งพระมหากษัตริย์จะพระราชทานตราพระจำพระองค์หรือตราราชวงศ์สำหรับพ่อค้าและกิจการที่จัดหาสินค้าหรือบริการแก่ราชสำนักด้วยความเรียบร้อยและมีความสัมพันธ์อันมั่นคงมายาวนาน

ก่อตั้ง

สำหรับการพระราชทานตราตั้งห้างในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราแผ่นดินแบบอาร์ม (Coat of Arms) ซึ่งมีใช้เฉพาะในรัชกาลที่ 5 มีลักษณะการผูกตราแบบยุโรป เบื้องล่างระบุข้อความ “ตั้งโดยพระบรมราชานุญาต” พระราชทานแก่ผู้ประกอบกิจการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาใช้สอยให้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณ เช่น ช่างทองหลวง ช่างถ่ายรูปหลวง เพื่อเป็นเกียรติยศและพระราชทานไว้เพื่อเป็นตราเพื่อการค้า

นอกจากนี้ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ยังมีการแบ่งแยกตราตั้งพระราชทานที่เป็นของพระมหากษัตริย์ ของสมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ตามราชสำนักของอังกฤษ

เช่น หากห้างร้านติดต่อกิจการค้าโดยเฉพาะกับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ห้างนั้นจะได้รับพระราชทานเครื่องหมายตราพระราชเสาวนีย​์ หรือหากเป็นห้างร้านที่ติดต่อดำเนินกิจการการค้าโดยเฉพาะกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ห้างนั้นจะได้รับพระราชทานพระราชลัญจกรประจำพระองค์

ตั้งชื่อ

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนตราแผ่นดินใหม่เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ ตราตั้งห้างที่พระราชทานจากพระมหากษัตริย์ไทยจึงเปลี่ยนมาเป็นรูปครุฑพ่าห์ หน้าอัดทรงเชิดตามแบบตัวอย่างของกระทรวงวัง มีข้อความประกอบเบื้องล่างว่า “โดยได้รับพระบรมราชานุญาต” หรือเป็นอักษรภาษาต่างประเทศว่า “By Appointment to His Majesty the King of Siam” แทนภาษาไทย

ตั้งตัว

ในรัชสมัยต่อๆ มา ได้ขยายขอบเขตการพระราชทานตราตั้งห้างแก่บริษัทห้างร้านและผู้ประกอบกิจการที่กว้างขวางมากขึ้น โดยจะพระราชทานตราตั้งห้างตามพระราชอัธยาศัยเป็นสำคัญ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ประกอบการในรูปแบบต่างๆ และส่งเสริมให้เกิดการประกอบกิจการภายในประเทศ ประหนึ่งเป็นการรับรองห้างร้านที่ประกอบกิจการดี เป็นที่ยอมรับนับถือและฐานะมั่นคง

ทำให้คิดถึงหลักของการทำธรรมภิบาล (Good Governance) หลักการและแนวคิดที่ได้รับการยอมรับระดับสากล ระบบที่สะท้อนประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ คำนึงถึงหน้าที่และความร่วมมือของผู้ส่วนร่วม เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญ คือความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นวิถีสำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนในองค์กรห้างร้านใดๆ

 

ตั้งใจ

การดำเนินการขอพระราชทานตราตั้งห้างนั้น ตามระเบียบซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2482 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 กำหนดคุณสมบัติของบุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่จะขอพระราชทานตราตั้งห้างกล่าวโดยสรุป ดังนี้

เป็นผู้มีฐานะเป็นนิติบุคคลหรือจดทะเบียนแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้ทำการติดต่อกับกรมกองต่างๆ ในพระราชสำนักมาก่อน มีฐานะการเงินดี เป็นที่เชื่อถือของประชาชนมานาน ประกอบการค้าโดยสุจริต ตั้งอยู่ในศีลธรรมและไม่เคยมีความผิดฐานทุจริตเป็นปฏิปักษ์ต่อความรู้สึกของมหาชน และไม่มีหนี้สินรุงรัง เว้นแต่หนี้อันเป็นปกติวิสัยธรรมดาเฉพาะกิจการค้าตามประเภท

การยื่นหนังสือขอพระราชทานต่อสำนักพระราชวัง ผู้ขอต้องแสดงชื่อ นามสกุล ที่อยู่อันเป็นหลักแหล่ง รวมถึงมีหน้าที่ใดในห้างร้านแห่งนี้ ระบุประเภทของประเภทการค้า ยื่นใบสำคัญแสดงหลักฐานการเงินและค้าขายของห้างร้านประกอบการวินิจฉัย และลงลายมือชื่อรับรองว่าจะปฏิบัติตามข้อบังคับของตราตั้งห้าง

 

ตั้งค่า

เมื่อสำนักพระราชวังตรวจสอบและพิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลหรือห้างร้านบริษัทมีคุณสมบัติสมควรได้รับพระราชทานตราตั้ง จะทำความขึ้นกราบบังคมทูลของพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากนั้นให้นายกรัฐมนตรีในฐานะบังคับบัญชาสำนักพระราชวังออกตราตั้งให้และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จากนั้นบริษัทห้างร้านจะทำเครื่องหมายตราตั้งขึ้นเอง โดยจัดทำให้ถูกต้องตามแบบกระทรวงวัง และจะใช้เครื่องหมายตราตั้งประดับ ณ ที่ทำการค้าขาย พิมพ์รูปจำลองเครื่องตราตั้งลงในกระดาษ ซอง ใบเก็บเงิน ใบเสร็จ ฉลากของ พาณิชยบัตร แผงยานพาหนะส่งของได้ ที่สำคัญ บริษัทห้างร้านนั้นๆ ต้องบำเพ็ญตนให้อยู่ในฐานะอันดีหรือดีขึ้นไป

ตั้ง…แต่

สำหรับข้อบังคับใช้ตราตั้งห้างนั้น สำนักพระราชวังระบุไว้ตามระเบียบดังนี้

ห้ามไม่ให้ใช้เครื่องหมายตราตั้งเป็นยี่ห้อสินค้าของห้าง ห้ามไม่ให้ใช้ธงอันมีรูปเครื่องหมายตราตั้ง ห้ามไม่ให้ใช้คำว่า ‘หลวง’ เช่น ช่างทองหลวง เป็นต้น ห้ามไม่ให้ใช้ตราตั้งหรือรูปจำลองเครื่องหมายตราตั้งในการอันไม่เกี่ยวกับการค้าขาย ห้ามประกาศหรือแจ้งความโฆษณาว่าตนเป็นผู้ทำการติดต่อกับราชการในพระราชสำนัก และห้ามไม่ให้ทำรูปจำลองหรือสำเนาตราตั้งแม้ส่วนใดส่วนหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ตัวตั้ง

บริษัท โอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) จากร้านขายของเบ็ดเตล็ดเล็กๆ ย่านสำเพ็ง ก่อตั้งใน พ.ศ. 2434 โดยนายแป๊ะ โอสถานุเคราะห์ ที่ได้นำสูตรยาจีนโบราณที่ชื่อว่า ยากฤษณากลั่น มีสรรพคุณบรรเทาโรคปวดท้องเป็นอย่างดี ก่อนจะทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ในการซ้อมรบของกิจการเสือป่าที่นครปฐม ด้วยประสิทธิผลของยาต้นตำรับ รัชกาลที่ 6 จึงทรงพระราชทานเข็มเสือป่าและประทานนามสกุลแก่นายแป๊ะ ใน พ.ศ. 2456 นำความภาคภูมิใจสู่ร้านเต๊กเฮงหยู ก่อนจะย้ายไปยังถนนเจริญกรุงและเปลี่ยนชื่อร้านเป็นโอสถสถานเต๊กเฮงหยู ผลิตและจำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน รุ่งเรืองตามลำดับมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 126 ปี และได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2502 

ที่มา: osotspa.com

ห้องทองตั้งโต๊ะกัง ร้านทองเก่าแก่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อตั้งโดยนายโต๊ะกัง แซ่ตั้ง ต่อมาดำเนินการสืบทอดโดยทายาทรุ่นที่สองก่อนจะจดทะเบียนการค้าใน พ.ศ. 2457 และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2464 หรือในสมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบัน อาคารห้างร้านทองตั้งโต๊ะกังที่สูงกว่า 7 ชั้นได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร โดยทายาทครอบครัวตันติกาญจน์เห็นชอบให้จัดทำพื้นที่ชั้น 3 และ 6 เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติห้างและให้ความรู้เรื่องการทำทอง

สยามกลการ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2495 ดำเนินธุรกิจค้ารถยนต์ใหม่และเก่า และเป็นผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศเจ้าแรกของนิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาใน พ.ศ. 2505 ก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทยด้วยกำลังผลิตเพียงวันละ 4 คัน และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2515 ปัจจุบันยังคงดำเนินธุรกิจหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์และเป็นสินค้าชั้นนำในตลาดโลก

ที่มา: www.siammotors.com

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มีจุดเริ่มต้นจากความสำเร็จของกิจการขายหนังสือของคุณสัมฤทธิ์ คุณเตียงผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจร่วมทุนกับลูกชาย เปิดร้านค้านามบริษัทเซ็นทรัลเทรดดิ้งใน พ.ศ. 2490 จำหน่ายหนังสือนานาชนิดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุกเบิกการนำเข้าสินค้าหลากหลายจากต่างประเทศ เป็นแหล่งรวมนักเรียนนอกในสังคมไทย ก่อกำเนิดห้างสรรพสินค้าสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งยุค ก่อนจะเรียนรู้ผ่านเส้นทางทั้งขรุขระและราบรื่น เป็นธุรกิจห้างร้านที่ผูกพันมาตลอด 70 ปี โดยได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2549 

ร้านยูไลย เทเลอร์ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2484 โดยนุ้ย แซ่หลุ่ย ยูไลย มาจากภาษาจีนแปลว่า ความประณีตและพิถีพิถัน ด้วยชื่อเสียงของร้านที่เป็นไปตามชื่อ จึงเป็นที่รู้จักในวงการว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการตัดเย็บเสื้อสูท  เสื้อราชประแตน ที่ทั้งประณีต พิถีพิถัน และตรงต่อเวลา ทั้งเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการชั้นสูง นักการเมือง นักธุรกิจ และลูกค้าจากต่างประเทศ และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2550

วิวิธภูษาคาร ร้านตัดเย็บเครื่องแบบเสือป่าและลูกเสือในสมัยรัชกาลที่ 6 ก่อนจะขยายกิจการเป็นร้านเครื่องแบบข้าราชการและเครื่องแบบนักเรียนใน พ.ศ. 2455 เป็นห้างร้านเดียวในประเทศที่ได้รับตราตั้งห้างแบบพิเศษ เป็นตราที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมข้อความเบื้องล่างตราสัญลักษณ์ว่า “ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตพิเศษ” (ไม่ทราบปีที่ได้รับตราตั้งห้าง) ปัจจุบันร้านวิวิธภูษาคารเปลี่ยนเป็นโรงแรมชื่อ Vivit Hostel โดยที่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งของโรงแรมยังรับตัดเสื้อด้วยช่างฝีมือรุ่นสุดท้าย และจัดโชว์ข้าวของเครื่องแบบสมัยก่อน

ที่มา: www.vivithostel.com

โรงงานวิเศษนิยม โรงงานผลิตและจำหน่ายยาสีฟันตำรับโบราณรายแรกของประเทศไทย จากตำรับวิชายาสีฟันที่นางผิน แจ่มวิชาสอน ผู้ก่อตั้งได้รับมาจากท่านจมื่นสิทธิแสนยารักษ์ แพทย์แผนโบราณประจำโรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนทำยาสีฟันแจกลูกเสือในงามชุมนุมลูกเสื้อทั่วประเทศสมัยรัชกาลที่ 7 จนมีผู้คนเรียกร้องให้ผลิตออกจำหน่าย กลายเป็นยาสีฟันที่แพร่หลายเรื่อยมาจนถึงในปัจจุบัน ก่อนจะได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2509

ที่มา: visetniyom.com

ห้าง ต.เง๊กชวน ก่อตั้งโดย นายชวน ธันวารชน อดีตผู้จัดการโรงภาพยนตร์บางลำพู ผู้บุกเบิกหนังสือและสื่อเกี่ยวกับภาพยนตร์ ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นเสียงตรากระต่าย แผ่นเสียงบันทึกเพลงยุคแรกๆ และสินค้าทุกชนิดที่เกี่ยวกับแผ่นเสียงใน พ.ศ.2468 เป็นห้างร้านที่มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะดนตรีนาฏศิลป์ไทยและเพลงพื้นบ้านไทย ได้รับพระราชทานตราตั้งห้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปัจจุบัน ห้าง ต.เง๊กชวน ยังคงเปิดกิจการอยู่เพียงแต่เปลี่ยนจากแผ่นเสียงมาเป็นขนมเบื้องแม่ประภาเจ้าอร่อยแห่งย่านบางลำพู ด้วยความเชื่อของตระกูลว่าให้ดำเนินกิจการใดๆ ก็ตามที่มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมแล้วจะเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเมื่อเห็นจำนวนลูกค้าที่รอคอยขนมเบื้องหอมๆ ที่หน้าร้านเราก็ไม่ขอปฏิเสธความเชื่อนี้แต่อย่างไร

ที่มา: อะหนึ่ง OKnation

ที่มา

ชนาภา ดิษฐปัญญา. (2559). ห้างทองตั้งโต๊ะกัง. สืบค้นจาก http://asaconservationaward.com/index.php/2016-06-13-15-23-31/commercial2543/347-governor-tangtohkanggoldshop-bkk-province (23 ตุลาคม 2560)

ชัชพล ไชยพร. (ไม่ทราบปี). ตราตั้งห้าง. สืบค้นจาก http://digi.library.tu.ac.th/index/0167/28-1-Jan-2552/12PAGE96-PAGE100.pdf (24 ตุลาคม 2560)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการพระราชทานตราตั้งห้าง. (6 พฤษภาคม 2482). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56 หน้า 422 วันที่ 15พฤษภาคม 2482. สืบค้นจาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/D/418.PDF (24 ตุลาคม 2560)

Writer & Photographer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวกละครโทรทัศน์หรือไม่ เราก็เชื่อมั่นว่าคุณเคยได้ยิน ได้เห็น ชื่อละคร บุพเพสันนิวาส และศัพท์เก่าไม่คุ้นหูอย่าง ‘ออเจ้า’ แน่ๆ

บุพเพสันนิวาส คือละครพีเรียดที่ดัดแปลงจากบทประพันธ์ชื่อเดียวกันของ ‘รอมแพง’ สร้างโดยค่าย Broadcast Thai Television ในมือผู้จัดอย่าง หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ ละครเรื่องนี้กำลังออนแอร์ทางช่อง 33 HD ของช่อง 3 ทุกวันพุธและพฤหัสบดี โดยมีนักแสดงนำคือ โป๊บ-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า-ราณี แคมเปน (อ่านบทสัมภาษณ์เบลล่าเรื่องการแสดงชนิดจ้างร้อยเล่นล้านและตัวตนหลังกองถ่ายของเธอได้ที่นี่)

ในอาทิตย์แรกที่ออกฉาย มีคนทวีตถึง บุพเพสันนิวาส ไปกว่า 1 ล้านทวีต ชื่อละครพุ่งไปติด top ten ของทวิตเตอร์โลก ขณะที่คลิปละครมีคนชมไปกว่า 39 ล้านวิว

บุพเพสันนิวาส

ตัวละครในเรื่องกลายเป็น meme ว่อนอินเทอร์เน็ต ส่วนคำไทยโบราณอย่าง ‘ออเจ้า’ ถูกพูดถึงหนาหูและกลายเป็นคำที่บรรดาเพจหยิบมาเล่น

นวนิยายต้นเรื่องถูกพิมพ์ซ้ำจนล่าสุดไปถึงครั้งที่ 39

และวันหยุดที่ผ่านมา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีรถติดยาวเหยียด เพราะคนดูไปตามรอยโลเคชันละครที่วัดไชยวัฒนาราม

เมืองไทยมีละครพีเรียดมากมาย พล็อตการข้ามภพของตัวเอกจากปัจจุบันสู่อดีตก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ละครเรื่องนี้ซึ่งสร้างจากบทประพันธ์เป็นครั้งแรก ไม่ได้รีเมกละครดังเรื่องไหน กลับสร้างปรากฏการณ์ในยุคที่อาจกล่าวได้ว่าละครโทรทัศน์ไม่เฟื่องฟูเหมือนก่อน

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ด้านล่างนี้คือวิธีคิดเบื้องหลังเรื่องรักสมัยอยุธยาของเกศสุรางค์และหมื่นสุนทรเทวา ที่หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ นั่งลงและเล่าให้เราฟัง

อรุโณชา ภาณุพันธ์

ละครที่มาจากนิยายขวัญใจนักอ่าน

ต้นทางของ บุพเพสันนิวาส มาจากนิยายพีเรียดของ ‘รอมแพง’ นักเขียนผู้เรียนจบด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยศิลปากร หนังสือเล่มนี้โด่งดังชนิดมีคนเลือกเรียนโบราณคดีตามเกศสุรางค์ผู้เป็นนางเอก

หน่อง อรุโณชา
บุพเพสันนิวาส

อรุโณชาบอกเราว่าความดีงามของบุพเพสันนิวาสคือเนื้อเรื่องโดดเด่น สนุกสนาน ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างยุค เมื่อนางเอกจากยุคปัจจุบันย้อนอดีตไปสู่อยุธยารัชสมัยพระนารายณ์ นอกจากความสนุกในการปรับตัว ยังมีเรื่องรักโรแมนติก บวกกับการได้เจอประวัติศาสตร์มีชีวิต ผ่านการใช้ชีวิตกับบุคคลในประวัติศาสตร์ยุคนั้น

ที่สำคัญ เมื่อมีการเปิดโหวตว่าอยากเห็นนิยายเรื่องไหนถูกสร้างเป็นละคร บุพเพสันนิวาส ก็มาอันดับหนึ่ง

บรอดคาซท์จึงไม่ได้สุ่มเลือกหยิบนิยายเรื่องนี้มาทำละคร แต่ตัดสินใจโดยมีปัจจัยต่างๆ รองรับ แถมหลังเซ็นสัญญาซื้อเรียบร้อย ก็มีผู้ที่แสดงตัวว่าอยากซื้อบทประพันธ์อีกหลายเจ้า

ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านี่เป็นการเลือกหยิบวัตถุดิบที่ถูกต้องที่สุด

นักเขียนบทผู้เป็นปรมาจารย์ละครพีเรียด

เมื่อได้ตัวบทประพันธ์ ผู้จัดต้องนำมาดัดแปลงเป็นบทที่เหมาะกับการทำละครโทรทัศน์ บทละครจึงนับเป็นหัวใจสำคัญของละคร 1 เรื่อง

มีคนบอกว่าเราทำละครที่ดีจากบทที่เลวไม่ได้ แต่เราทำละครที่เลวจากบทที่ดีได้ มันมาจากบทเป็นเบื้องต้นก่อน-อรุโณชาอธิบาย

ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส เขียนบทโดย ‘ศัลยา’ หรือศัลยา สุขะนิวัตติ์

นี่คือนักเขียนบทละครไทยชั้นครูผู้โลดแล่นในวงการจอแก้วมาหลายสิบปี มีผลงานโด่งดังฝากไว้นับไม่ถ้วน เช่น ลูกตาลลอยแก้ว คู่กรรม และ ดอกส้มสีทอง มากกว่านั้น อาจารย์ศัลยาคือนักเขียนบทผู้เชี่ยวชาญการเขียนละครพีเรียด เช่น รัตนโกสินทร์ และ สายโลหิต

เรียกได้ว่าบทละคร บุพเพสันนิวาส มีการจับคู่ตัวเรื่องกับคนเขียนที่สมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม บทละครที่ทำคนอินจัดนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ อรุโณชาเล่าว่า ศัลยาออกปากว่าเป็นบทที่ยากมาก เพราะถึงจะมีโครงบทประพันธ์ แต่ผู้เขียนบทต้องไปศึกษาภาษาในยุคนั้นจนแตกฉาน เพราะต้องใช้ในบทสนทนาตลอดเรื่อง รวมถึงศึกษาความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และเกร็ดประวัติศาสตร์ต่างๆ เนื่องจากการทำละครจะใช้เนื้อเรื่องที่ยาวกว่าหนังสือ แปลว่าคนเขียนบทต้องขยายความ เพิ่มเหตุการณ์ โดยรักษาไม่ให้หลุดจากโครงของนวนิยายและต้องตรงกับข้อมูลจริงในประวัติศาสตร์ด้วย  

ศัลยาทุ่มเทพลังเขียนบทละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส อยู่ถึง 2 ปี

และตอนนี้ คนดูคงรู้แล้วว่าบทจากปลายปากกานักเขียนบทชั้นครูคุณภาพคับแก้วแค่ไหน

ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญและเฉียบคม

คนที่ค่ายบรอดคาซท์เลือกมากำกับ บุพเพสันนิวาส คือ ภวัต พนังคสิริ

บุพเพสันนิวาส
บุพเพสันนิวาส

อรุโณชาวิเคราะห์ว่าภวัตกำกับละครได้หลายแนว ที่ผ่านมาเขาเคยทำละครยุคใหม่อย่างบางตอนของซีรีส์ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด ขณะที่ละครย้อนยุคอย่าง บ่วง ก็เอาอยู่ และถ้าเจาะลึกลงไปถึงคุณสมบัติเฉพาะตัว ภวัตมีสายตาละเอียดในการถ่ายทำ ซึ่งแน่นอนว่าเหมาะกับ บุพเพสันนิวาส ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยรายล้อมมากมาย

ภวัตยังกำกับนักแสดงได้ดีด้วย เขาพยายามให้นักแสดงสนุกกับการเล่นแต่ละบทบาท ย้ำให้รักษาความต่อเนื่องของบุคลิกตัวละคร และรู้ว่าน้ำหนักการแสดงที่เหมาะเจาะอยู่ตรงไหน อรุโณชายกตัวอย่างฉากที่เบลล่าทำหน้าเลียนแบบกิ๊ก สุวัจนี ซึ่งตอนแรกเบลล่าจัดมาน้อยกว่านี้ แต่ภวัตขอให้อัพเลเวล จนกลายเป็นที่จดจำ (และกลายเป็น meme ว่อนเน็ต) อย่างที่เห็น

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ การคุมโทนเรื่อง คนที่ดู บุพเพสันนิวาส น่าจะรู้ว่าหนึ่งจุดดึงดูดสุดๆ ของละครเรื่องนี้คือความตลก ซึ่งผู้กำกับจะต้องมองให้ออกว่าตลกแค่ไหนถึงจะพอดี และภวัตก็ทำออกมาได้สวยงาม จนเรานั่งขำกับกับมุกของแม่การะเกด แต่ยังคงได้อรรถรสด้านอื่นครบถ้วน

นักแสดงที่สมบทบาท

หนึ่งในสิ่งที่คนดูประทับใจมากจาก บุพเพสันนิวาส คือนักแสดง

ยิ่งถ้าใครเคยอ่านหนังสือ จะยิ่งรู้ว่าผู้จัดเลือกดาราได้เหมาะสมมาก

บุพเพสันนิวาส

อรุโณชาเล่าถึงเกณฑ์การเลือกให้เราฟังว่า เหตุผลที่เลือก โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ มาเป็น ‘หมื่นสุนทรเทวา’ หรือพี่หมื่นของแฟนคลับ เพราะรู้จักโป๊ปมาตั้งแต่เล่นเรื่อง สะใภ้จ้าว แล้วเล็งเห็นว่าบุคลิกดูอบอุ่นเข้ากับบุคลิกพระเอก รวมถึงเชื่อว่าโป๊ปมีฝีมือพอจะแสดงเป็นหมื่นสุนทรเทวาได้ และผลก็ออกมาดีอย่างที่คาดไว้ แม้บางฉากจะยากเย็น เช่น ต้องแร็พด่ายาวเหยียด (อรุโณชาบอกว่าปาเข้าไป 10 เทก) แต่สุดท้ายคุณพี่หมื่นของเราก็เอาอยู่

(ฉากแร็พว่าแม่การะเกดของคุณพี่หมื่นสุนทรเทวา)
เบลล่า โป๊ป

ส่วน เบลล่า-ราณี แคมเปน ผู้กลายมาเป็น ‘เกศสุรางค์’ และ ‘แม่หญิงการะเกด’ ถูกคัดเลือกมาเพราะมองว่าน่าจะเล่นบทบาทเป็นหลายคน หลายบุคลิกได้ ซึ่งเบลล่าก็พิสูจน์แล้วว่าทำได้ดีมาก เล่นจนคนดูแยกตัวละครจากกันได้เด็ดขาด 

เมื่อเลือกตัวละครได้ดี ก็แน่นอนว่าเราจึงดูได้แบบดำดิ่งจนอินมากอย่างนี้เอง

ฉากและพร็อพที่ประณีตตระการตา

หนึ่งในความยากเย็นของการทำละครพีเรียดคือ ต้องทำให้โลกอดีตมีชีวิตขึ้นในโลกปัจจุบัน แต่เรื่องยากนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นใน บุพเพสันนิวาส

อรุโณชากล่าวว่าว่าบรอดคาซท์ตั้งใจเนรมิตโลกสมัยอยุธยาใบนี้มาก ตั้งแต่ฉากซึ่งต้องค้นข้อมูลอย่างหนัก ออกแบบ ทำเป็นสตอรี่บอร์ดก่อนถ่ายทำ โดยโลเคชันที่มีอยู่จริง เช่น กำแพงเมือง หรือวัดไชยวัฒนาราม ก็เก่าแก่ ต้องทำขึ้นใหม่ให้เหมือนบทประพันธ์ ส่วนฉากที่ไม่หลงเหลือแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องสร้างขึ้นมาใหม่ให้ทั้งสวยและถูกต้องตามประวัติศาสตร์ และไม่ใช่แค่สถานที่ที่ต้องเนรมิตขึ้นให้ดี แต่หมายถึงอุปกรณ์ประกอบหรือพร็อพทั้งหมดด้วย

ภวัต พนังคสิริ

ตัวอย่างเช่น เรือนไทยที่เป็นฉากหลักก็ดูหรูหราเหมาะกับตำแหน่งของครอบครัวพระเอก การตกแต่งก็มีรายละเอียด แพนกล้องซ้ายขวาก็เห็นข้าวของตามแบบยุคอยุธยาวางอยู่ นอกจากนั้น ในฉากที่สะท้อนวัฒนธรรม เช่น ฉากการทำขนมหวาน ก็เชิญอาจารย์ที่เชี่ยวชาญการทำขนมไทยโบราณมาทำให้ จนได้ขนมหวานละเมียดละไม ฝอยทองเส้นเล็กละเอียด หรืออาทิตย์หน้าที่จะมีฉากคุณหญิงจำปาสอนการเรือนการะเกด เราก็ได้เห็นผักแกะสลักอลังการ

นอกจากนั้น ยังมีฉากที่ต้องอาศัยพลังงานมาก เช่น ฉากตลาดจีน ที่สร้างทั้งตลาดขึ้นมาเพื่อการถ่ายทำจริงฉากเดียว ฉากนรกที่ถ่ายกันในสตูดิโอถึง 2 วัน แต่ออกมาแค่ 2 นาที รวมถึงฉากท้องพระโรงที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงรับพระราชสาส์นจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส ซึ่งทางค่ายตั้งใจสร้างออกมาให้สวยเหมือนภาพในหนังสือประวัติศาสตร์ที่เราเรียนกัน

บุพเพสันนิวาส

ไม่หมดเท่านั้น เสื้อผ้าหน้าผมก็จัดเต็มเพื่อให้สวยและถูกต้องตามประวัติศาสตร์ให้มากที่สุด อรุโณชาเล่าว่าเครื่องแต่งกายตัวละครเรื่องนี้มีการออกแบบใหม่หมดตั้งแต่สี ลายผ้า เครื่องประดับจนถึงหัวเข็มขัด ตามบุคลิกตัวละครและตามยศศักดิ์ นอกจากนี้ ทรงผมแต่ละคนก็อ้างอิงจากทรงผมจริงสมัยอยุธยา ผลคือคนชื่นชมและฮือฮา เช่น ทรงผมคุณหญิงจำปาซึ่งมีคนแซวว่าเหมือนบลูทูธ แต่ก็มีผู้ชมที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์มาช่วยตอบว่าเป็นทรงที่เขาทำกันในยุคนั้นจริงๆ

ความบ้าพลังนี้ทำให้คนดูได้เห็นทั้งองค์ประกอบที่สวยงามและได้รู้จักโลกสมัยอยุธยาซึ่งมีชีวิตขึ้นในจอด้วย

กระแสที่มาจากพลังคนทำและคนดู

อรุโณชาบอกเราว่า บุพเพสันนิวาส เริ่มเป็นกระแสตั้งแต่ก่อนละครออกฉาย เพราะมีคลิปเบื้องหลังที่สนุกและตลกมาก เช่น เรื่อง ‘ตุ๊กแกจังหวะเทพ’ หรือเรื่องที่มีตุ๊กแกส่งเสียงร้องทุกครั้งที่นิรุตติ์ ศิริจรรยา ท่องบท จนพี่โป๊ปของเราหลุดขำเล่นไม่ได้ นอกจากนี้ พอฉายแล้ว ทางค่ายมองว่าภาษาในเรื่องค่อนข้างยาก เลยมีการทำคลิป ‘บุพเพสันนิวาสวันละคำ’ เพื่ออธิบายศัพท์จนกลายเป็นสิ่งที่คนกดแชร์ต่อกันไป

จากมุมผู้จัด ละครเรื่องนี้ได้ก่อกระแสเรื่องความเป็นไทยและประวัติศาสตร์ขึ้นในสังคม ข้อพิสูจน์ก็เช่น การตามไปเที่ยวจนอยุธยาแน่นขนัดนั่นเอง

และหลังจากเริ่มสร้างปรากฏการณ์ ก็เป็นผู้ชมทุกคนนี่เองที่หล่อเลี้ยงความเป็นกระแสของละครไว้  ภาษาโบราณในละครกลายเป็นภาษาที่เราแชทเล่นกับเพื่อนทางไลน์ ขณะที่สื่อออนไลน์ต่างสร้างเนื้อหาจาก บุพเพสันนิวาส ตั้งแต่ที่มาคำว่า ‘ออเจ้า’ สีลิปสติกของเบลล่า จนถึงโลเคชันถ่ายทำ

ปฏิกิริยาของคนทั่วไปไม่ใช่สิ่งที่คาดเดาได้ง่ายก่อนละครออกฉาย แต่เมื่อไฟติดแล้ว เราก็กลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ บุพเพสันนิวาส กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ของวงการละครไทย

ละครที่ไม่มีสูตร

ทุกอย่างด้านบนนี้อาจทำให้คุณรู้สึกว่า บุพเพสันนิวาส โด่งดังได้ด้วยสูตรความสำเร็จฉบับบรอดคาซท์

ขอโทษที่อาจทำให้ผิดหวัง เพราะตลอดการสนทนา อรุโณชายืนยันว่าการทำละครไม่เคยมีสูตรตายตัว

ทุกอย่างถูกทำลายได้หมด-เธอบอกเช่นนั้น แล้วยกตัวอย่างว่า เมื่อ บุพเพสันนิวาส ฮิต คนก็จะพูดกันว่าไม่ต้องรีเมกละครเก่าก็ดังได้ แต่เธอเองก็เคยรีเมกเรื่อง แรงเงา จนโด่งดัง แสดงให้เห็นว่าไม่มีข้อสันนิษฐานไหนผิดหรือถูก

หน่อง อรุโณชา

หรือการเขียนบทต้องเป็นแบบไหน สำหรับซีรีส์เกาหลีจะนิยมเขียนให้สั้นกระชับ แต่ละครไทยบางเรื่องก็เขียนฉากที่ยาวเหยียดให้ขึ้นแท่นได้ เช่น หยกลายเมฆ ซึ่งผู้เขียนบทที่เป็นคนเดียวกับผู้เขียนเรื่อง แรงเงา เขียนฉาก 1 ในบทให้ยาวชนิดข้ามเบรกโฆษณา แต่สนุกมากจนลุกไปไหนไม่ได้ เพราะใน 1 ฉากเต็มไปด้วยเหตุการณ์น่าสนใจเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

ไม่มีสูตรสำเร็จ แถมการสร้างละคร 1 เรื่องยังเต็มไปด้วยปัจจัยคาดเดาไม่ได้ แล้วอรุโณชาสร้างละครด้วยหลักยึดอะไร

คำตอบของเธอคือ พยายามคัดสรรและสร้างองค์ประกอบทุกอย่างให้ดีที่สุด

ฟังดูเรียบง่าย แต่เบื้องหลังประโยคคือความซับซ้อน

ต้องเลือกเรื่องที่ดี ไม่ได้หมายถึงต้องเลือกแนวใดแนวหนึ่ง แต่หมายถึงเรื่องที่เข้มข้น หลากหลาย น่าติดตาม เห็นแล้วคิดว่าคนดูน่าจะชอบ

ต้องเขียนบทได้น่าสนใจ ให้คนดูแล้วอยากดูต่อ

ต้องรักษาคุณภาพของทุกองค์ประกอบไว้ ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง การผลิต จนถึงตัดต่อ

แล้วถ้าละครคุณภาพมาบรรจบกับเวลาฉายที่เหมาะสมจากช่อง เช่น ฉาย บุพเพสันนิวาส ในช่วงที่คนกำลังอยากดูละครพีเรียดพอดี ก็แน่นอนว่าผลตอบรับจะออกมายอดเยี่ยม

การที่ บุพเพสันนิวาส ซึ่งทุ่มเทใช้เวลาตั้งแต่เขียนบทถึงตัดต่อเสร็จสิริรวมถึง 4 ปีกลายเป็นปรากฏการณ์ จึงมาจากปัจจัยทุกอย่างทั้งที่ควบคุมได้และไม่ได้ประกอบกัน

แต่พูดอีกอย่าง ถ้าคนทำพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ให้ดีที่สุด การเสี่ยงทายก็น่าจะมีเปอร์เซ็นต์ได้ผลอย่างใจไม่น้อยแล้ว   

ไม่เชื่อลองเปิดโทรทัศน์ดูคุณพี่หมื่นกับแม่การะเกดคืนนี้สิ

อรุโณชา ภาณุพันธ์
ภาพ:   Broadcast Thai Television

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load