ตลอดเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่นอกจากความโศกเศร้า ฉันเชื่อว่าหลายคนคงคิดเหมือนกัน นั่นคือนี่เป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นเรื่องราว ‘พ่อ’ ของคนไทยมากที่สุด ผู้คนต่างบอกเล่าเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่คนอื่นผ่านทักษะและเครื่องมือที่พวกเขามี ช่างภาพถ่ายทอดความรู้สึกผ่านภาพ จิตรกรลงมือวาดเส้นบนกระดาษ

และ 70 Stories of Father หนังสือเล่มใหญ่ปกสีขาวตรงหน้าฉัน คือเรื่องของ ‘พ่อ’ ที่บอกเล่าโดยเหล่านักทำโฆษณา

พ่อ, พ่อหลวง, ในหลวง, ร.9, พ่อ, พ่อหลวง, ในหลวง, ร.9,

หนังสือเล่มนี้จัดทำโดยบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประเทศไทย จำกัด และบริษัทในเครือ เมื่อเปิดหนังสือ จะได้พบภาพประกอบสไตล์ Visual ไอเดียจัด และข้อความในรูปแบบสปอตวิทยุที่แค่อ่านก็รู้ว่าเป็นการเล่าเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ในแบบที่แตกต่าง

วิโรจน์ จารุสาร Creative Director และ อัศวิน เตชะสกุลสิน  Creative Group Head จากโอกิลวี่เล่าว่า หลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต โอกิลวี่และไทยประกันชีวิตตั้งใจอยากทำสิ่งที่บันทึกและเผยแพร่เรื่องพ่อของคนไทยซึ่งจะคงอยู่กับเราไปเนิ่นนาน แรงบันดาลใจนี้กลายมาเป็นหนังสือ 70 Stories of Father ที่นำเสนอ 70 เรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอด 70 ปีแห่งรัชสมัย หลายเรื่องที่เราอาจคุ้นเคยอยู่แล้ว พวกเขาหยิบมาเล่าในมุมใหม่ และหลายเรื่องเมื่อฟังพวกเขาเล่า เราก็รู้ว่านี่คือเรื่องของ ‘พ่อ’ ที่ยังไม่เคยได้ฟัง ซึ่งทั้ง 70 เรื่องนี้ถูกคัดสรรโดยพยายามสะท้อนเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ครบถ้วนทุกมิติที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่ใช่แค่เรื่องราวที่ค้นคว้าและเลือกสรรแล้ว แต่วิธีเล่าของหนังสือเล่มนี้ยังพิเศษไม่เหมือนใคร เพราะชาวโอกิลวี่หยิบข้อมูลคัดสรรมาเล่าผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของนักทำโฆษณา ที่ฝั่งชาว Art Director และ Graphic Designer พวกเขาเลือกนำเรื่องของพ่อมาตีความเป็นภาพสไตล์ Visual ตามความถนัดที่มีและความเหมาะสม เราจึงได้เห็นเรื่องของในหลวงรัชกาลที่ 9 คลี่คลายเป็น Visual ไอเดียแหลมคมที่สวยงามและหลากหลาย ตั้งแต่ภาพสีน้ำ ภาพที่ทำโดยวิธีขึ้นโมเดลสามมิติ ภาพเทคนิค Video Call ไปจนถึงแอนิเมชัน

พ่อ, พ่อหลวง, ในหลวง, ร.9, พ่อ, พ่อหลวง, ในหลวง, ร.9, พ่อ, พ่อหลวง, ในหลวง, ร.9,

ตัดภาพมาที่ฝ่าย Copywriter ที่เชี่ยวชาญถ้อยคำ พวกเขาตั้งใจนำเรื่องราวในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตีความแล้วเล่าผ่าน ‘สปอตวิทยุ’ เพราะเครื่องมือนี้ช่วยให้ทั้งคนฟัง (เราสแกน QR Code ในหนังสือไปฟังสปอตของจริงได้) และคนอ่านหนังรู้สึกเหมือนได้ฟังเรื่องจากการเล่าคนจริงๆ ที่เปี่ยมชีวิตชีวาและหลากมุมมอง อีกทั้งยังฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา  

มากกว่านั้น การเล่าเรื่องของชาวโอกิลวี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ช่องทางออฟไลน์ แต่พวกเขายังเลือกนำทั้งเรื่องและภาพขึ้นเว็บไซต์ TheStoryofFather.com เพราะอยากรวมเรื่องราวทั้งหมดเป็นกลุ่มก้อนในที่เดียวกัน และอยากให้เรื่องพ่อของคนไทยกลายเป็นนิทรรศการเสมือนจริงที่จะคงอยู่เนิ่นนาน รวมถึงเป็นนิทรรศการแสนพิเศษที่ฉันหรือคุณก็เข้าไปเรียนรู้เรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ตลอดเวลา

70 Stories of Father จึงถือเป็นผลงานที่เล่าเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ในแบบชาวโฆษณาแท้ๆ  และไม่ใช่แค่ผ่านสายตา แต่ผ่านหัวใจคนโฆษณาแห่งโอกิลวี่ทุกคน

พ่อ, พ่อหลวง, ในหลวง, ร.9, พ่อ, พ่อหลวง, ในหลวง, ร.9,

“โครงการนี้เป็นโครงการที่เราทำด้วยใจจริงๆ เรียกได้ว่าทุกคนทำไปทั้งน้ำตา แล้วก็ทำกันเต็มที่ บางรูปวาดกันเป็นเดือน เพราะอยากถ่ายทอดเรื่องราวของพ่อให้ดีที่สุด ทำให้สมพระเกียรติของท่านด้วยความรู้ที่คนทำโฆษณาอย่างเรามี ส่วนคนอ่านจะเอาไปตีความต่อหรือเอาไปใช้อะไรในชีวิตประจำวัน ผมว่าแล้วแต่มุมที่เขาเก็บหรือตีความได้ ที่จริงเราก็พยายามทำให้ครอบคลุมทุกมิติที่สุด บางคนอาจชอบเรื่องนี้แล้วเอาไปปรับเปลี่ยนชีวิตเขาให้ดีขึ้นก็ได้” วิโรจน์กล่าว

หากคุณอยากเห็นเรื่องราวในหลวงรัชกาลที่ 9 ในมุมที่ช่างคิดและจับใจ ลองเปิดอ่าน 70 Stories of Father ดูสักครั้ง

**70 Stories of Father เปิดให้สั่งซื้อได้พร้อม CD เสียงในราคาชุดละ 399 บาท ตั้งแต่วันนี้ โดยโทรสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 1124 (มีค่าจัดส่ง) ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น. โดยรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายมอบเข้ามูลนิธิพระดาบส

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

หลังจากอยู่ที่ญี่ปุ่นมาหลายปี อดคิดไม่ได้ว่าสตรอว์เบอร์รี่ควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผลไม้ประจำชาติ แม้จะไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่นแต่กำเนิด แต่เฉิดฉายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่นอย่างลงตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Strawberry Shortcake เค้กยอดนิยมตลอดกาลที่มักเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในหลาย ๆ โอกาส เช่น วันเกิด แม้ทั้งสตรอว์เบอร์รี่และเค้กจะมาจากตะวันตก แต่เมนูนุ่มละมุนนี้ถือกำเนิดในญี่ปุ่นนะ! 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รี่ที่รวมทุกรูปแบบของความอร่อยไว้ให้สำรวจ โรงแรมหรูก็มักจะจัดบุฟเฟต์ขนมหวานที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ และเชื่อมั้ยว่ามียูทูบเบอร์สายปลูกสตรอว์เบอร์รี่ด้วย! 

อะไรจะรักและหลงใหลในสตรอว์เบอร์รี่ขนาดนี้ เมื่อถามคนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาคนหนึ่งว่า “สำหรับคุณ สตรอว์เบอร์รี่คืออะไร” ก็ได้คำตอบว่า “ผลไม้ที่รับประทานทั่วไปในชีวิตประจำวัน” แต่เมื่อถามนักศึกษาญี่ปุ่นจะได้รับคำตอบว่า ‘ของขวัญ น่ารัก ความพิเศษ’ และเมื่อถามถึงสตรอว์เบอร์รี่ช็อตเค้ก คนญี่ปุ่นมักจะตอบว่า ‘วันเกิด ปาร์ตี้ หรือ คริสต์มาส’

ในเมื่อเป็นผลไม้ที่ดีต่อใจและได้ครอบครองพื้นที่พิเศษในหัวใจคนญี่ปุ่น แน่นอนว่าเกษตรกรผู้มุ่งมั่นและใส่ใจในรายละเอียดยิ่งลุยพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง แม้แต่คนไทยเอง ถ้าพูดถึงสตรอว์เบอร์รี่สุดพรีเมียมรสหวานอร่อย ก็คิดถึงสตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นใช่มั้ยล่ะ

ไปทำความรู้จักกับเจ้าจิ๋วแจ๋วที่กินแล้วแจ่มว้าวกันดีกว่า

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

1. สตรอว์เบอร์รี่ คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร

ปลายยุคเอโดะ หรือในช่วงศตวรรษ 1800 ที่สตรอว์เบอร์รี่เพิ่งเข้าญี่ปุ่นใหม่ ๆ คนญี่ปุ่นพยายามจะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งในตอนแรกไม่สำเร็จ เนื่องจากภูมิอากาศไม่เหมาะสม ฯลฯ แต่ในที่สุดก็สามารถพัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกในปี 1898 ที่สวนในพระราชวังอิมพีเรียล และถูกกำหนดไว้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด จึงถือเป็นผลไม้ที่ไฮโซอย่างยิ่ง จนในปี 1919 ได้เริ่มให้ทุกคนปลูกกินได้ทั่วประเทศ หลังจากนั้นความหวานและความสดใสของสตรอว์เบอร์รี่ก็ค่อย ๆ เฉิดฉาย  

บริษัท Kagome ทำสำรวจพบว่าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุ 3 – 6 ขวบ ชอบสตรอว์เบอร์รี่มากที่สุดในหมวดผลไม้ สำหรับผลการสำรวจกับชาวญี่ปุ่นถึงผลไม้สุดป๊อป สตรอว์เบอร์รี่ก็ยังคงคว้าอันดับ 1 อยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจมหาชนทุกยุคสมัยจริง ๆ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

2. จาก 1 ถึง 300 ความอร่อยหลากหลายสายพันธุ์

เกริ่นไปแล้วว่าคนญี่ปุ่นมีความผูกพันกับสตรอว์เบอร์รี่อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่พัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นสำเร็จเป็นครั้งแรก ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา จนปัจจุบันมีมากกว่า 300 สายพันธุ์ ว่ากันว่าเยอะเกินกว่าครึ่งนึงของสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ที่มีในโลกเลยทีเดียว 

สตรอว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ปลูกได้ทั่วประเทศ ในแต่ละท้องถิ่นต่างก็มุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพดีขึ้นออกมาเรื่อย ๆ เพราะรู้ว่านี่คือผลไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับชาวญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยสร้างแบรนด์และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้น ๆ จึงเกิดการแข่งขันกันพัฒนาสายพันธุ์ 

3. ความพิเศษของ Koi Minori และ Yubeni

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าเริ่มกลุ้มใจว่าจะเลือกยังไงดี มีตั้ง 300 สายพันธุ์ เราขอเลือกมาแนะนำ 2 ชนิด ได้แก่ Koi Minori และ Yubeni

Koi Minori ชาติกำเนิดนั้นไม่ธรรมดา เป็นผลงานของ Kyushu Okinawa Agricultural Research Center ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ National Agriculture and Food Research Organization ผู้ทำหน้าที่ค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับผักผลไม้และอาหารของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว น้องถือเป็นดาวเด่นของญี่ปุ่นที่ไปส่องประกายในต่างประเทศ โดดเด่นด้วยผลใหญ่ รสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมที่ชวนให้สดชื่น ที่สำคัญเนื้อไม่ช้ำง่าย ขนส่งไปต่างประเทศก็เก็บไว้ได้นาน เลยนำความอร่อยแบบญี่ปุ่นส่งถึงชาวต่างชาติได้อย่างสมบูรณ์

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Koi Minori 

Yubeni ความอร่อยที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดคุมาโมโตะในปี 2015 ซึ่งเลข 15 อ่านว่าอิจิโกะ พ้องกับคำว่าสตรอว์เบอร์รี่ในภาษาญี่ปุ่นพอดี เชื่อได้เลยว่าน้อง Yubeni เกิดมาเพื่อเป็นสตรอว์เบอร์รี่แสนอร่อย จุดเด่นอยู่ที่ผลใหญ่ทรงสวยสมส่วน สีแดงสด กลิ่นหอมชัด รสเปรี้ยวหวานผสมผสานกันอย่างลงตัว สมแล้วที่ใช้เวลาค้นคว้าถึง 10 ปี

จะให้ดี ไม่ต้องเลือก ลองชิมทั้งสองพันธุ์นั่นแหละ ทั้งสนุกและอร่อย

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Yubeni

4. เฉลยความลับของสตรอว์เบอร์รี่หลากสี

สตรอว์เบอร์รี่ที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่เป็นสีแดง แต่จริง ๆ แล้วที่ญี่ปุ่นสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่สีอื่นได้ด้วย เช่น สีขาวและสีดำ (แดงคล้ำ) สงสัยกันมั้ยว่า สีของสตรอว์เบอร์รี่มาจากอะไร มีผลต่อรสชาติหรือไม่

จริง ๆ แล้วสีแดงของสตรอว์เบอร์รี่เป็นผลมาจาก Anthocyanin ซึ่งเป็นกลุ่มสารสีที่ทำให้ดอกไม้และพืชผักมีสีออกม่วงหรือแดง ดังนั้น สตรอว์เบอร์รี่สีขาวก็คือสตรอว์เบอร์รี่ที่มีปริมาณ Anthocyanin น้อยมาก ส่วนสีชมพูมีปริมาณ Anthocyanin ขึ้นมาอีกระดับ และเมื่อปริมาณ Anthocyanin สูงมากพอ เราจะได้สตรอว์เบอร์รี่สีดำ (แดงก่ำ) ด้วยนะ การปลูกและดูแลน้อง ๆ สีพิเศษเหล่านี้ละเอียดอ่อนและต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเลยทำให้ปลูกยากกว่าพันธุ์สีแดงทั่วไป 

สีไม่เหมือนกัน แล้วความหวานต่างกันมั้ย ?

คำตอบคือ ไม่ ปริมาณ Anthocyanin ในสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้กำหนดความหวานเลย พันธุ์สีขาวที่แพงไม่ได้แปลว่าหวานกว่าแต่อย่างใด เลือกเอาสีที่ชอบที่ใช่ได้เลย 

แต่อย่าเผลอเลือกสตรอว์เบอร์รี่สีอ่อน ๆ ตอนซื้อสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์สีแดงนะ เพราะถ้าเลือกกินพันธุ์สีแดง ก็ต้องเลือกลูกที่แดงสดเพื่อความหวานอร่อยสูงสุด 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

5. การปลูกสตรอว์เบอร์รี่ในญี่ปุ่น 99.99 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นในเรือนเพาะปลูก

สังเกตมั้ยว่า เวลาเราไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ญี่ปุ่น มักอยู่ในโรงเพาะปลูกที่มีผ้าใบคลุมมิดชิด ไม่ใช่ว่าการปลูกตามไร่ในพื้นที่กลางแจ้งไม่ดี แต่เกษตรกรญี่ปุ่นจริงจังเรื่องคุณภาพมาก จึงให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การให้น้ำ ถ้าปลูกกลางแจ้งจะต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักซึ่งควบคุมยาก 

ส่วนขั้นตอนที่ยากที่สุดคือ ตอนเตรียมต้นเบบี๋ในกระถางก่อนนำไปปลูกลงดิน (苗作り) นี่คือพาร์ตที่ท้าทายสกิลล์ของเกษตรกรที่สุด เพราะสภาพแวดล้อมตอนอยู่ในกระถางปลูก วิธีให้น้ำ อุณหภูมิ การย้ายไปปลูกต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดเลยว่าจะเก็บเกี่ยวได้กี่ครั้ง ดอกไม้จะบานเยอะหรือไม่

เรียกได้ว่าคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้อนอ่อนจิ๋วจนเติบโตเนื้อเต่งสีแดงสวยเลยทีเดียว 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

6. ที่มาแห่งความอร่อยก็คือ…

ไม่ว่าคุณจะชอบสตรอว์เบอร์รี่แบบหวานนำหรือหวานอมเปรี้ยว ความหวานอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของสตรอว์เบอร์รี่ ก็คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรัก

ความหวานที่ว่านั้นคือความลับของความอร่อยนั่นเอง ในสตรอว์เบอร์รี่มีน้ำตาลถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส เมื่อได้ความหวานตามธรรมชาติทั้ง 3 ชนิดผสมผสานกัน เลยได้รสหวานอร่อยเกินห้ามใจ

เพื่อให้ได้สตรอว์เบอร์รี่ที่ทั้งหวานและนุ่มอร่อย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของสตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่น เหล่าเกษตรกรเลยพิถีพิถันกับแสงแดดและอุณหภูมิเป็นพิเศษ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะกับสตรอว์เบอร์รี่เท่านั้น ปริมาณแสงแดดนั้นมีความสำคัญมากกับผักผลไม้ที่มีสีแบบที่ค่อย ๆ แดงขึ้นเมื่อสุก

7. สมัยก่อนคนญี่ปุ่นไม่นิยมกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ นะ

แม้ตอนนี้การเก็บสตรอว์เบอร์รี่กินจะเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่บางครั้งก็จองคิวยากสุด ๆ โดยเฉพาะพันธุ์ที่ลูกใหญ่หวานฉ่ำ โดนฉกหมดก่อนเพื่อนตลอด เชื่อมั้ยว่าสมัยก่อนคนญี่ปุ่นชอบสตรอว์เบอร์รี่ลูกเล็กและอมเปรี้ยวมากกว่า ซึ่งเทรนด์การกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ เพิ่งมาเปลี่ยนในช่วง 20 ปีมานี้ เลยทำให้ตลาดสตรอว์เบอร์รี่เริ่มบูม และเกิดกระแสกินสตรอว์เบอร์รี่จิ้มนมข้น 

สมัยก่อนลูกเล็กเป็นที่นิยม เพราะจะได้วางเรียงบนเค้กหรือขนมหวานต่าง ๆ สวยงาม และรสอมเปรี้ยวเข้ากันได้ดีกับครีมสด เหมาะทำขนมหวาน 

พอคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เกษตรกรถึงพัฒนาแบบที่กินสดอร่อยกว่าเดิม เป็นลูกใหญ่ ๆ หวานฉ่ำเต็มคำ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

8. แล้วจะเลือกสตรอว์เบอร์รี่ยังไงดีล่ะ

อันดับแรกเลยต้องสีแดงสดเสมอกันทั่วทั้งลูก ถัดมาคือต้องเล็งช่วงด้วย สตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นมีให้กินตั้งแต่พฤศจิกายนถึงพฤษภาคม แต่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดคือผลที่ออกหลังดอกรุ่นสองบาน คือช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 

ช่วงเวลาอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อยแล้วแต่พันธุ์ แต่โดยทั่วไปช่วงนี้จะมีโอกาสพีกสุด ยิ่งระยะจากออกดอกไปสู่ออกผลนานเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะสตรอว์เบอร์รี่จะค่อย ๆ โต ดูดซึมแร่ธาตุ ทำให้รสชาติเข้มข้น ดังนั้น พอเป็นสตรอว์เบอร์รี่ที่เริ่มเติบโตและออกดอกในช่วงหน้าหนาวของเดือนธันวาคม ไปออกผลช่วงมกราคมเลยอร่อยเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า สตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่นในฤดูกาลอื่นก็อร่อยเช่นกันนะ

สุดท้าย วิธีเลือกสตรอว์เบอร์รี่ในซูเปอร์มาร์เกต นอกจากดูสีแดงสด ๆ เราต้องดูความเงาด้วย ถ้าสีแดงสดแต่ดูสีด้าน ๆ มีแนวโน้มว่าไม่น่าจะฟินเท่าน้องแดงเงา

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

9. วิธีกิน!

ส่วนที่หวานที่สุดของสตรอว์เบอร์รี่นั้นอยู่ที่ส่วนปลาย ชาวญี่ปุ่นจึงแนะนำมาว่า ต้องกินจากฝั่งที่ติดใบ ซึ่งอาจเปรี้ยวกว่า จะได้ได้รสหวานแผ่ความอร่อยในตอนจบ ว่ากันว่าถ้าคนเรากินเปรี้ยวก่อนแล้วตามด้วยหวาน จะทำให้รับรสความหวานได้ดีกว่า

10. สตรอว์เบอร์รี่คือผัก!

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เว็บไซต์กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง เขียนคำจำกัดความของไม้ผล ไว้ว่า ‘ไม้ล้มลุกหรือไม้ยืนต้นที่ปลูกมากกว่า 2 ปี และมีผลสำหรับบริโภค’ ซึ่งหากยึดตามคำนิยามนี้แล้ว สตรอว์เบอร์รี่ที่เป็นพืชฤดูเดียว ผลของน้องจึงถูกนับเป็น ‘ผัก’ นั่นเอง

โอ้โห อยู่ ๆ ก็ได้เป็นคนชอบกินผักขึ้นมา แต่ยินดีมาก ถ้าผักจะรสหวานและเนื้อนุ่มอร่อยพรีเมียมขนาดนี้ ไม่ต้องหั่น ไม่ต้องปอกเปลือก ไม่ต้องอบก็อร่อยทันใจ สมแล้วที่ได้เป็นของขวัญที่ดีต่อใจของคนญี่ปุ่น

Japan Fruits Festival ~Seasonal Gift from Japan~ โครงการกรุบกริบที่พาผลไม้พรีเมียมสดใหม่ในแต่ละฤดูกาลจากญี่ปุ่นส่งตรงถึงเมืองไทย จัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นำเสนอผลไม้ญี่ปุ่นคุณภาพสูงตามความมุ่งมั่นตั้งใจสไตล์ชาวญี่ปุ่น คัดของเด็ดจากฟาร์มที่เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดในการปลูกอย่างพิถีพิถัน ขนส่งอย่างระมัดระวัง และตั้งใจเลือกมาแต่ของอร่อยที่สุดในแต่ละฤดูกาล ให้คนไทยได้ฟินเหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่น ที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่าย ทั้งทางซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุ้นเคย Big-C, Foodland, Gourmet Market, Lotus’s, Makro, MaxValu, Tops Supermarket และช่องทางออนไลน์ อย่าง CityFresh, Freshliving, Imoji และ Shi-Tori

และตอนนี้มีแคมเปญพิเศษที่น่าจะถูกใจคนรักมันหวาน เพียงร่วมตอบแบบสอบถาม “ส่งต่อความอร่อยของญี่ปุ่น” ตอบแล้วอร่อย! ได้รับแล้วดีใจ! ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ไปจนถึง 31 มกราคม 2565 รับเลย ‘มันหวานญี่ปุ่นแท้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น 1 กิโลกรัม’ มูลค่า 350 บาท (มีจำนวนจำกัด) คลิกตอบแบบสอบถามได้ที่ app.skanhubrewards.com/survey/jff02

Writer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load