สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามผลการแข่งขันซีเกมส์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เราอยากกระซิบว่า ทีมแบดมินตันไทยคว้าเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยกวาดมาทั้งหมด 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

โดย 2 เหรียญทองในนั้นเป็นการคว้าเหรียญทองครั้งแรกในรอบ 18 ปี จากประเภทชายคู่ และเหรียญทองเหรียญแรกในรอบ 14 ปี จากประเภทคู่ผสม

แบดมินตันไทย

เรานัดพบ 4 นักแบดบินตันทีมชาติไทยหลังจากคว้าเหรียญที่ซีเกมส์ 2017 ประเทศมาเลเซีย กลับมาครองได้สำเร็จ ประกอบด้วย บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์, สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน, ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และ เอิร์ธ-พุธิตา สุภจิรกุล ที่ศูนย์ฝึกแบดมินตันและวิทยาศาสตร์การกีฬา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือ SCG Badminton Academy ศูนย์ฝึกแบดมินตันควบคู่กับวิทยาศาสตร์การกีฬา ไล่ตั้งแต่ด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกาย ด้านจิตวิทยาการกีฬา ด้านโภชนาการ และด้านเวชศาสตร์การกีฬา ซึ่งทุกด้านที่ว่ามาล้วนแล้วแต่เป็นเบื้องหลังสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทยเราสามารถสร้างประวัติศาสตร์สำคัญในครั้งนี้

แบดมินตันไทย แบดมินตันไทย

ศูนย์ฝึกแห่งนี้เปรียบเสมือนโรงเรียนประจำของนักแบดมินตันรุ่นเยาว์ไปจนถึงทีมชาติที่มีผลงานโดดเด่น หลายๆ คนเข้ารับการฝึกฝนและพัฒนาจนมีผลงานในระดับโลก

และต่อไปนี้คือเรื่องราวและบทบาทของ SCG Badminton Academy จากปากของฮีโร่ซีเกมส์ทั้ง 4 คน

แบดมินตันไทยแบดมินตันไทย

1.

เราพบกับ เอิร์ธ-พุธิตา สุภจิรกุล หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 21 ปี เจ้าของส่วนสูง 183 เซนติเมตร ในห้องฟิตเนส

เอิร์ธคือนักแบดมินตันประเภทหญิงคู่ทีมชาติไทยที่เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 15 ปี และเป็นเจ้าของเหรียญเงินในกีฬาซีเกมส์ 2017 ร่วมกับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

อิร์ธเติบโตในครอบครัวนักกีฬาซึ่งมีคุณพ่อและคุณแม่เป็นอดีตนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย แต่เธอเลือกเส้นทางเดินของตัวเองในกีฬาแบดมินตันและมุ่งมั่นฝึกซ้อมจนก้าวสู่ระดับโลกได้สำเร็จ เธอบอกกับเราว่า ด้วยส่วนสูงและช่วงตัวทำให้เธอได้เปรียบในเรื่องการใช้พื้นที่

แบดมินตันไทย

“แบดมินตันเป็นเกมที่ค่อนข้างใช้ร่างกายเยอะ เราจึงต้องรักษาร่างกายให้สมบูรณ์พร้อมและอยู่กับเราได้นานที่สุด โค้ชจะสอนเสมอว่ามันเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเราได้เลย ถ้าเปรียบเทียบชีวิตกับแบดมินตันเราก็เหมือนอยู่ในคอร์ตสี่เหลี่ยมนี่แหละ มีกฎ มีระเบียบ และมีขอบเขต และทุกอย่างคงไม่สบายหรือถูกใจเราไปทั้งหมด แต่เรายังมีเน็ตเป็นความยืดหยุ่นที่สามารถทำบางอย่างที่ข้ามเขตแดนไปได้ ซึ่งเราจะทำอะไรก็ได้ในส่วนความยืดหยุ่นนั้น”

คำสอนของ โค้ชโอมเทศนา พันธ์วิศวาส หัวหน้าผู้ฝึกสอนของศูนย์ฝึกแห่งนี้ ทำให้เอิร์ธมองแบดมินตันอย่างเข้าใจมากขึ้น และมองเห็นเป้าหมายของตัวเองชัดเจนอยู่เสมอ

“วินัยของนักกีฬาไม่ได้มีแค่เรื่องการฝึกซ้อมอย่างเดียว แต่รวมถึงอาหารการกินของเราด้วยที่ช่วยทำให้ร่างกายของเราสมบูรณ์พร้อม ถ้าเราขาดตรงนี้ไปเราอาจจะเจ็บหรืออาจจะฟอร์มตกได้ แต่ถ้าทำได้และรักษาสภาพนี้ไว้ได้นานมันจะเป็นโมเมนต์ที่ดีที่สุดตั้งแต่เราเล่นแบดมินตันมาเลย เรามีโอกาสขึ้นไปอยู่ท็อปเท็น และถ้าเรายังฟอร์มดีแบบนี้ไปอีก 5 – 10 ปีเราก็สามารถไปได้ไกลมากขึ้น เราต้องซ้อมให้หนักกว่าเดิม พัฒนาตัวเองต่อไป แล้วเราจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้”

ซึ่งที่ศูนย์ฝึกแห่งนี้ก็มีนักโภชนาการที่เข้ามาช่วยออกแบบเมนูอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายของนักกีฬาแต่ละคนแตกต่างตามมวลของร่างกาย

แบดมินตันไทย

เมื่อชวนคุยถึงเส้นทางชีวิตนักกีฬาของ เธอว่าการได้ไปแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิลเมื่อปีที่ผ่านมาคือการต่อสู้ที่คุ้มค่ามากที่สุด เพราะกฎมีอยู่ว่านักกีฬาที่จะไปแข่งขันรายการนี้ได้ต้องเก็บคะแนนเพื่อไต่อันดับไปให้ถึงที่ 1 – 12 ของโลกภายในระยะเวลา 1 ปี

“ในช่วง 6 เดือนแรกเราตกรอบแรกหมดเลย แทบจะไม่เห็นโอกาสที่จะได้ไปโอลิมปิกด้วยซ้ำ แต่เรายังไม่ยอมแพ้ เราเชื่อมันในโค้ช เชื่อมันในแผนของเรา เราบอกตัวเองทุกวันว่าเชื่อมั่นนะว่าเราทำได้ ช่วงเวลา 6 เดือนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เรากดดันมาก ในช่วงนั้นทั้งเราและพี่ป้อกดดันมาก กว่าเราจะผ่านไปได้อุปสรรคมันเยอะมาก เราตั้งใจจะไปโอลิมปิก แต่ว่าคะแนนเราตามหลังคนอื่นตลอด จนมาแซงรายการสุดท้ายของการเก็บคะแนน ซึ่งมันเหมือนเราได้ปลดปล่อยทุกอย่าง”

เล่าถึงตรงนี้ เราเห็นรอยยิ้มภูมิใจปรากฏบนใบหน้าของเธอ

2.

นักหวดลูกขนไก่อีกคนที่ต่อสู้เคียงข้างเอิร์ธมาคือ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันประเภทหญิงคู่ และคู่ผสมทีมชาติไทย วัย 25 ปี

แบดมินตันไทย

ปอป้อเข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 15 ปี เธอคือนักแบดมินตันประเภทหญิงคู่มืออันดับ 11 ของโลก คู่กับเอิร์ธและนักแบดมินตันประเภทคู่ผสม มืออันดับ 7 ของโลก คู่กับบาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์อีกทั้งยังเป็นนักแบดมินตันคนแรกของโลกที่คว้าแชมป์แบดมินตันระดับ Grand Prix Gold ได้ครบทั้ง 3 ประเภท ทั้งหญิงเดี่ยว หญิงคู่ และคู่ผสม หากให้ไล่เรียงผลงานในชีวิตนักกีฬาพื้นที่ตรงนี้คงไม่เพียงพอสำหรับเส้นทางการต่อสู้ของเธอ

ดูเหมือนเส้นทางการเป็นนักกีฬาของปอป้อจะโรยด้วยกลีบกุหลาบและอยู่ในช่วงขาขึ้นจนถึงขีดสุด แต่เมื่อการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซียที่ผ่านมา เธอประสบอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันจนต้องกลับมาพักนานกว่าที่เคย

แน่นอนว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญมากกว่าอาการบาดเจ็บคือความผิดหวัง แต่เธอยังยืนยันว่าไม่ยอมหมดหวังในตัวเอง

แบดมินตันไทย

“ตั้งแต่เคยบาดเจ็บมาครั้งนี้เจ็บมากที่สุดและค่อนข้างสำคัญกับเรามาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องหยุดสักพักและเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน ตอนแรกก็เครียดเพราะเราไม่เคยต้องหยุดนานขนาดนี้มาก่อน อย่างมากก็พัก 2 สัปดาห์ก่อนปีใหม่ หลังจากนั้นเราก็กลับมาซ้อมต่อ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราก็จะได้รู้ว่าเราพลาดตรงไหน มันทำให้เรารู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ มันเป็นบทเรียนให้เราไม่ประมาทกับร่างกายของตัวเอง”

โชคดีที่ศูนย์ฝึกที่เรามาเยือนมีความพร้อมในการดูแลด้านเวชศาสตร์การกีฬา ทำให้ปอป้อคลายกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บได้มาก แม้กายจะยังไม่กลับมาสมบูรณ์พร้อมเต็มร้อย แต่หัวใจของเธอยังพร้อมรับมือกับความผิดหวังเสมอ และเธอไม่เคยคิดจะหยุดพัฒนาตัวเองเลยสักครั้ง

“ทุกแมตช์มันให้บทเรียนกับเราหมดเลย ถึงเราชนะแล้ว เป็นแชมป์แล้ว เราอาจจะคิดว่าเราไม่มีข้อบกพร่อง แต่ในเกมส์นั้นยังไงเราก็มีจุดบกพร่องและมีจุดด้อยที่ต้องเอามาพัฒนาต่อ ถ้าแพ้เราก็ต้องมาดูว่าเราแพ้ในเรื่องอะไร เราแพ้เขาตรงไหน แล้วเราก็ต้องกลับมาศึกษาคู่แข่งคนนั้น”

3.

ที่มุมหนึ่งในศูนย์ฝึก เราพบ บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันประเภทชายคู่ และคู่ผสมทีมชาติไทย วัย 20 ปี

แบดมินตันไทย

บาสเริ่มต้นเล่นแบดมินตันอย่างจริงจังตั้งแต่ 7 ขวบและทำผลงานเข้าตาจนได้เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 14 ปี แม้ว่าในการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่ผ่านมาจะเป็นซีเกมส์ครั้งแรกที่เขาได้ลงแข่ง แต่ด้วยความแข็งแกร่ง วินัยในการฝึกซ้อม และความมุ่งมั่นของเขา ทำให้บาสสามารถทำผลงานได้ถึง 2 เหรียญทอง

เหรียญแรกในการแข่งขันประเภทคู่ผสมกับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และเหรียญที่สองประเภทชายคู่กับ สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน

แต่เบื้องหน้าความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงบาสคนเดียวเท่านั้น ซีเกมส์ทำให้บาสมองเห็นอีกหลายชีวิตที่อยู่นอกสนามและคอยผลักดันให้เขาไปถึงจุดหมาย นอกจากครอบครัวที่เป็นผู้สนับสนุนในความฝันของบาสตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว แต่ยังมีผู้คนในศูนย์ฝึกที่เปรียบเสมือนอีกครอบครัวหนึ่งที่ทำให้บาสพร้อมรับมือกับการแข่งขันทุกรูปแบบ

เพื่อน โค้ช และทุกคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในศูนย์ฝึกแห่งนี้ คือส่วนสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ

แบดมินตันไทย

“ในช่วงที่ไปแข่งซีเกมส์จะมีคนที่แข่งประเภททีมเสร็จแล้วไม่ได้ลงแข่งต่อ แต่เขาก็ยังมานั่งเป็นกองเชียร์ให้เพื่อน คอยซัพพอร์ตเพื่อน คอยออกมายืดให้เวลาเพื่อนตีเสร็จ เวลาแข่งเสร็จก็หาข้าวมาให้กิน คนเหล่านี้คือคนที่อยู่ทีมเดียวกันกับเราทั้งนั้น การแข่งขันครั้งนี้มันเลยไม่ได้มีแค่ตัวเรา แต่ทำให้เราเห็นคนอื่นๆ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเราด้วย”

นอกจากเพื่อนร่วมทีมแล้ว บาสบอกว่าระบบของ SCG Badminton Academy คือส่วนสำคัญที่ทำให้เขาพัฒนาได้เร็วกว่าเดิม

“การจะลงแข่งในแมตช์ระดับโลกได้ อันดับแรก คือการเตรียมความพร้อมให้นักกีฬา ความโชคดีของเราคือเรามีที่นี่ซัพพอร์ตให้ทุกอย่าง ไม่ว่านักกีฬาขาดเหลืออะไรเขาจะหามาให้เพื่อให้เราเล่นได้อย่างเต็มที่ อย่างเพื่อนบางคนเท้าไม่ดี ใส่รองเท้าไม่ค่อยได้ ทีมที่ดูแลเขาก็ไปตัดพื้นรองเท้าให้ บางคนอาจจะมองข้ามเรื่องเล็กๆ แบบนี้ แต่จริงๆ แล้วมันก็สำคัญมาก หรืออย่างอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการเล่นก็สำคัญเช่นกัน คนที่บาดเจ็บจะได้รับการดูแลที่ถูกต้องโดยนักเวชศาสตร์การกีฬา มีการต้องลงบ่อน้ำร้อนน้ำเย็นเพื่อทำกายภาพเพื่อฟื้นตัวให้กลับมาเล่นได้ การเตรียมความพร้อมให้นักกีฬาในทุกๆ ด้านจึงทำให้ความกังวลในการแข่งขันน้อยลง”

4.

ผู้ต่อสู้เคียงข้างบาสในการแข่งขันประเภทชายคู่คือ สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน นักแบดมินตันวัย 21 ปี ที่เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 14 ปี

แบดมินตันไทย

ด้วยความรักและผูกพันกับแบดมินตันมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวเปิดคอร์ตแบดมินตันของตัวเอง ทำให้สกายหันมาเอาดีด้านแบดมินตันตั้งแต่ 7 ขวบและมุ่งสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพมาตลอด

สกายเล่าว่า ในขณะแข่งขันมักจะมีสิ่งเร้ารายล้อมอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสียงของกองเชียร์ ความยากในการแข่งขัน กรรมการ และความคาดหวังในตัวเอง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่นักกีฬาจะไม่รู้สึกกดดันกับการแข่งขันแมตช์สำคัญระดับชาติ

โดยเฉพาะในการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่เป็นซีเกมส์ครั้งแรกของสกายเช่นกัน กว่าจะมีพลังใจที่แข็งแกร่งได้เขาต้องผ่านการเรียนรู้จากนักจิตวิทยาจนนับครั้งไม่ถ้วน

“ก่อนลงสนามเราจะหาที่เงียบๆ เพื่อรวบรวมสติก่อน พอลงไปแล้วก็ต้องโฟกัสอยู่กับตัวเอง ไม่ต้องสนใจกรรมการ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะกรรมการที่เราไม่สามารถบังคับการตัดสินของเขาได้ ลูกไหนจะฟาวล์หรือได้คะแนนมันอยู่ที่ดุลพินิจของเขา เรามีหน้าที่แค่เล่นให้ดีที่สุดตามเกมที่เราซ้อมมา”

หนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของนักกีฬาของศูนย์ฝึกแห่งนี้คือการมีทีมนักจิตวิทยาที่เข้ามาช่วยสอนกระบวนการคิดและแก้ปัญหาให้นักกีฬาอย่างตรงจุด

แบดมินตันไทย

“วิธีสอนของเขาคือเขาจะชี้ให้ดูเหตุผลว่า ถ้าเราไปหงุดหงิดหัวเสียตามกรรมการหรือคนอื่นๆ ถ้าเสียก็เสียเพราะการควบคุมไม่ได้ของเราเอง ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้อะไรเลย แถมเรายังต้องหงุดหงิดเพราะกรรมการและทำให้เล่นไม่ได้ตามแผนที่ซ้อมมา แต่ถ้าเราจัดการกับอารมณ์นี้ได้ และคิดแค่ว่าแต้มนี้ตีเสียไปก็ช่างมัน เราก็แข่งต่อไปได้”

ในยามที่การแข่งขันดุเดือด ปฏิเสธไม่ได้ว่าความกดดันคือสิ่งที่ก่อตัวขึ้นมาได้เร็วที่สุด แต่วิธีการที่นักจิตวิทยาแนะนำ ทำให้สกายมองสิ่งรอบกายที่เข้ามาปะทะอารมณ์เป็นสิ่งเล็กน้อยในชีวิต

“นักจิตวิทยาจะแนะนำวิธีลดความกดดันในการแข่งขันว่าให้เล่นทีละแต้ม เล่นเหมือนแต้มศูนย์เท่า สมมติว่าตอนนี้แต้ม 18-20 เมื่อเทียบกับ 2-0 แล้วจริงๆ คะแนนมันก็ห่างเท่ากัน แต่ในสถานการณ์มันต่างกัน ซึ่งความกดดันมันก็ต่างกันด้วย แต่เขาสอนให้เรามองอีกมุม ให้เราลองคิดว่าเราเล่นเหมือนไม่รู้แต้ม และเล่นเหมือนทุกๆ แต้มที่ผ่านมา เล่นแบบสบายใจ และเล่นให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดเหมือนที่เราซ้อมมา”

หลังจากพูดคุยกับเหล่าฮีโร่เรียบร้อย เราออกมายังทางที่เราเข้า และเมื่อมองจากด้านนอก เราสังเกตเห็นประตูห้องซ้อมของศูนย์ฝึกยังเปิดกว้าง และมีนักแบดมินตันเดินเข้าไปทำตามความฝันอยู่ตลอดเวลา

แบดมินตันไทย

แบดมินตันไทย

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

ลักษิกา จิรดารากุล

ช่างภาพที่ชอบกินบะหมี่ ถูกชะตากับอาหารสีส้ม และรักกะเพราไก่ใส่แครอท

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

1

กว่า 2 ชั่วโมงแล้ว ที่ผมเฝ้าดูนกเป็ดผีเล็กนั่งฟักไข่อยู่อย่างสงบในรังของเขาเอง

แม้นาน หากนกเป็ดผีเล็กก็คลายความเหนื่อยล้าด้วยการสะบัดหัวขับไล่ความง่วงงุน หรือบ้างก็เหยียดปีกไซร้ขน ไม่มีแม้สักเสี้ยวนาทีที่จะลุกยืนเพื่อปรับเปลี่ยนท่าทาง นั่นหมายเพื่อให้ตนได้กกฟักสร้างความอบอุ่นแก่ไข่ทั้ง 3 ใบได้อย่างต่อเนื่อง

เป็นผมเองที่ความเหนื่อยล้าจากการรอคอยเริ่มเข้าคุกคาม

แต่ก่อนจะทันได้ละสายตาเช่นที่คิดไว้ นกเป็ดผีเล็กก็ยกคอตั้งตรง คล้ายสัมผัสถึงบางสิ่ง

ผมแนบสายตาเข้ากับช่องมองภาพ ด้วยหวังว่าอาจมีนาทีสำคัญของชีวิตเกิดขึ้น 

ขณะลุ้นแทบกลั้นหายใจ จู่ ๆ นกเป็ดผีเล็กอีกตัวก็โผล่จากใต้น้ำขึ้นมาในตำแหน่งใกล้รัง เพียงเท่านั้น เจ้าตัวที่ฟักไข่มาอย่างยาวนานก็ลุกยืนสะบัดขน สะบัดตัวไล่ความเมื่อยล้า ก่อนจะกระโดดผลุงลงน้ำและดำหายไปทันที ปล่อยให้อีกตัวขึ้นไปบนรังและเป็นผู้ทำหน้าที่ฟักไข่ต่อไป

กว่า 1 สัปดาห์แล้วที่ผมเฝ้ามองการผลัดกันฟักไข่ของนกเป็ดผีเล็กคู่นี้ และเป็น 1 สัปดาห์เต็มกับพฤติกรรมซ้ำ ๆ โดยไร้วี่แววที่จะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ครั้นเวลาอันมีจำกัดหมดลง ผมจึงจำต้องยุติการเฝ้ารอภาพชีวิตของนกเป็ดผีเล็กไว้เพียงเท่านี้ หากยังหวังใจว่าอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า พวกเขาจะยังคงอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

2

เมื่อวันที่รอคอยเดินทางมาถึง

ผมรีบลงเรือตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายตามตั้งใจ

ขณะเรือลอยลำในบึงกว้าง หัวใจกลับเร่งร้อนต่างไปจากที่เคยเป็น

พลันมาถึงบังไพรลอยน้ำ ผมกระโจนลงน้ำและเร่งติดตั้งกล้องถ่ายภาพทันที

ครั้นแนบสายตากับช่องมองภาพ บางสิ่งที่ปรากฏในนั้นกลับเปลี่ยนแปลงไป

สาหร่าย จอกแหน ที่นกเป็ดผีเล็กเคยนำมาคลุมไข่ในรังเช่นคราวก่อน ๆ วันนี้มันหายไป

ใจหายกับสิ่งที่เห็น หากก็ยังพยายามคิดต่ออย่างมีความหวัง

นัยหวังดีนั้น ผมเห็นภาพลูกนกเป็ดผีเล็กฟักออกจากไข่ไปหมดแล้ว

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

หากนัยหวังร้ายนั้น ผมเห็นไข่ทั้ง 3 ใบโดนทำลายจากศัตรูทางธรรมชาติ จนกระทั่งพ่อและแม่ต้องทิ้งรังไป

กระนั้น ผมยังคงเฝ้ารอ

เฝ้ารอ ด้วยหวังลึก ๆ ว่า คงจะมีโอกาสได้เห็นภาพชีวิตของนกเป็ดผีเล็กครอบครัวนี้

การรอคอยผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง นกเป็ดผีเล็ก 2 ตัวก็ปรากฏขึ้นใกล้ ๆ รังอันว่างเปล่า

จากกำลังขยายของเลนส์ถ่ายภาพ ช่วยให้ผมได้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่างบนหลังของนกเป็ดผีเล็กตัวหนึ่ง ดูฟูฟ่องต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ไม่นานนักความสงสัยก็คลี่คลาย เมื่อมีชีวิตเล็ก ๆ โผล่หัวออกมาจากขนอันฟูฟ่องบนหลังของเจ้านกเป็ดผีเล็กตัวนั้น

ผมกดชัตเตอร์บันทึกภาพด้วยมืออันสั่นเทา ด้วยตื่นเต้นที่ได้เห็นพฤติกรรมเช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต 

และจากภาพใบแรกในชีวิตนี้เอง ที่นำผมมารู้จักบึงน้ำอันเป็นแหล่งอาศัยของนกเป็ดผีเล็กครอบครัวนี้อย่างจริงจัง

บึงน้ำที่เป็นบ้านอันอบอุ่นของทั้งนกเป็ดผีเล็กและผองเพื่อนนกน้ำ มีนามว่า ‘บึงละหาน’

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

3

บึงละหาน ที่ผมถือเอาว่าเป็นอาณาจักรของนกน้ำ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 18,000 ไร่ ครอบคลุม 4 ตำบลใหญ่ของอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ ตำบลละหาน ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวบาน และตำบลลุ่มลำชี

ด้วยขนาดพื้นที่อันกว้างขวาง ที่นี่จึงถูกยกให้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ก่อนนั้นบึงละหานหาได้มีสภาพเป็นบึงใหญ่เช่นที่เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ เดิมพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม ซึ่งภายในมีบ่อน้ำขนาดใหญ่กระจายกันอยู่ห่าง ๆ แต่ละบึงแต่ละบ่อเชื่อมร้อยถึงกันด้วยคลองเล็ก ๆ

เมื่อฤดูฝนมาถึง น้ำจากห้วยลำคันฉูจะไหลล้นเข้าท่วมทับบ่อต่าง ๆ จนกลายเป็นผืนน้ำเดียวกัน แต่มวลน้ำจะคงอยู่ราว 1 – 2 เดือน จากนั้นปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำชี เปิดพื้นที่เดิมให้พืชพันธุ์ต่าง ๆ ได้เจริญเติบโตเพื่อรอการกลับมาของฤดูน้ำหลากในปีถัดไปอีกครั้ง

ละหานเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน…

จนกระทั่งระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2547 จังหวัดชัยภูมิมีนโยบายพัฒนาพื้นที่บึงละหาน เริ่มจากการยกคันดินให้เป็นถนนล้อมรอบ พร้อมกับสร้างประตูน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้ชุมชนรายรอบได้ใช้ประโยชน์ ทั้งการอุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรม การพัฒนาในครั้งนั้น ทำให้สภาพพื้นที่เดิมเกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็น ‘พื้นที่ชุ่มน้ำ’ ขนาดใหญ่เช่นทุกวันนี้

ด้วยบึงละหานมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความลึกตลอดทั่วทั้งบึงประมาณ 1.5 – 2.5 เมตร พื้นที่ลักษณะนี้จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชพรรณมากมายที่ต่างพากันเกิดขึ้นตามชายน้ำ ใต้น้ำ หรือตามริมตลิ่งเป็นอย่างยิ่ง ไม้น้ำเหล่านี้กลายมาเป็นทั้งแหล่งอาศัย แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ให้แก่กุ้ง หอย ปู ปลา หรือบรรดานกน้ำนานาชนิด รวมไปถึงผู้คนที่อาศัยอยู่โดยรอบอีกด้วย

ความอุดมสมบูรณ์ของบึงละหานดำรงอยู่เช่นนี้มาเนิ่นนาน แต่ใยความสำคัญนัยคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำกลับถูกมองข้ามมาโดยตลอด กระทั่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โครงการขุดลอกขนาดใหญ่จากบางหน่วยงานของรัฐกำลังจะเกิดขึ้นในบึงน้ำแห่งนี้

เมื่อใดก็ตามที่เครื่องจักรเริ่มต้นเดินเครื่องทำงาน เมื่อนั้นพื้นที่อันแสนพิเศษเช่นนี้จะหายไปจากผืนแผ่นดินไทยในทันที

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

4

ธรรมชาติคล้ายรอเวลาอันเหมาะสม

ราวต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 ทีมถ่ายทำสารคดีธรรมชาตินาม อาชิแคลน ที่นำโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ได้เข้ามาสำรวจบึงละหาน ด้วยหมายอยากมาถ่ายทำชีวิตของบรรดานกน้ำที่มีอยู่อย่างมากมาย

เพียงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565 วันแรกของการสำรวจหาพื้นที่ถ่ายทำ เต้ย-ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนิน หนึ่งในทีมที่ลงเรือออกสำรวจ ก็ได้ค้นพบ Red-breasted Merganser (นกเป็ดปากยาวอกแดง) และถ่ายภาพได้สำเร็จเป็นคนแรกของประเทศไทย

การพบเจ้า Red-breasted Merganser ซึ่งถือเป็นรายงานแรกของประเทศไทย ไม่ได้ทำให้บึงละหานกลายเป็นที่รู้จักของนักดูนกทั่วประเทศเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น แต่เจ้านกชนิดใหม่ของไทยยังนำนักวิชาการ นักธรรมชาติวิทยา และผู้สนใจอีกมากมาย เข้ามาเห็นความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ด้วยตาของพวกเขาเอง

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ผู้คนมากมายกล่าวถึงบึงละหาน คุณค่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายกันออกไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เช่นนี้เอง จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันของผู้สนใจที่หมายจะศึกษาที่นี่อย่างเป็นระบบ จนได้เริ่มต้นพูดคุยและวางแผนการสำรวจกันอย่างจริงจัง

กระทั่งวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ทางจังหวัดชัยภูมิ ด้วยการนำของ ไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด วรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน และชาวบ้าน ได้ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ทีมอาชิแคลน ที่นำโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ พร้อมด้วยอาสาสมัครนักดูนกจากทั่วประเทศกว่า 60 คน ลงพื้นที่สำรวจนกทั้งทางน้ำและทางบกกันอย่างเข้มข้น

ผลการสำรวจตลอดทั้ง 2 วัน เราพบนกทั้งสิ้น 105 ชนิด ซึ่งถือเป็นข้อมูลชุดล่าสุดที่ครอบคลุมพื้นที่แทบทุกตารางนิ้วของบึงละหานเลยทีเดียว

และกิจกรรมการสำรวจนกในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมเริ่มต้น นับจากนี้เรายังหมายจะสำรวจบึงละหานในทุกมิติ ทั้งพันธุ์พืช ดิน น้ำ และปลา เพื่อให้ชุดข้อมูลจากระบบนิเวศเป็นสิ่งยืนยันว่า พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้มีความสำคัญ ควรค่าแก่การรักษาไว้ให้อยู่คู่กับผืนแผ่นดินแห่งนี้มากมายเพียงใด

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน สวรรค์ของนักดูนกแห่งชัยภูมิ มีนกกว่าร้อยชนิด และ Red-breasted Merganser ที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในไทย

5

กว่า 3 ชั่วโมงที่ได้เฝ้าดูนกเป็ดผีเล็กทั้งสองตัวแบกลูกน้อยไว้บนหลังว่ายน้ำหากิน…

การแบกลูก ๆ เอาไว้บนหลังเช่นนี้ เนื่องจากลูกน้อยที่เพิ่งออกจากไข่ยังอ่อนเยาว์เกินกว่าจะปล่อยให้เขาว่ายน้ำกันเอง การให้ลูกอ่อนขึ้นไปซุกอยู่บนหลังของพ่อและแม่จึงเป็นการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้รอดพ้นจากสายตาของนักล่าในธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย

ภาพนกเป็ดผีเล็กทั้งสองตัวที่กำลังผลัดกันให้ลูก ๆ ขี่หลัง เพื่อให้อีกตัวเป็นฝ่ายไปหาอาหารมาป้อนลูกน้อยนั้น เกิดขึ้นไม่ไกลจากรังของพวกเขา

รัง… ที่แม้วันนี้ไม่ได้ใช้เป็นที่ฟักไข่อีกแล้ว หากพวกเขาก็ยังคงวนเวียนกลับมาใช้เป็นที่พัก เพื่อให้ลูก ๆ ได้ลงจากหลังไปหัดว่ายน้ำใกล้ ๆ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะดำรงอยู่ต่อไปอีกราว 1 สัปดาห์ ลูกน้อยจึงแข็งแรงพอที่จะว่ายน้ำติดตามพ่อแม่ออกไปหากินด้วยกัน

เมื่อลูกน้อยแข็งแรงมากพอ นั่นก็ถึงเวลาที่เส้นทางของเด็กน้อยจะต้องแยกจากพ่อแม่ เพื่อไปเรียนรู้ให้ชีวิตเติบโตได้ด้วยตีนและปีกของตนต่อไป

ขณะเฝ้ามองครอบครัวนกเป็ดผีเล็ก… นกอีแจว นกอีโก้ง ต่างก็บินผ่านเข้ามาหากินรวมกันอยู่ใกล้ ๆ

ภาพนกน้ำที่เดินท่องไปบนใบบัวสายที่กำลังบานดอกสีชมพูเข้มนั้น งดงามยิ่งนัก

ความงามของสรรพชีวิตในบึงละหานที่วันนี้ไม่ได้ถูกมองข้ามเหมือนเช่นวันที่ผ่านมาอีกต่อไป

ความสำคัญและคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำบึงละหานที่พวกเราได้รับรู้นั้น ล้วนมาจากการได้เห็นลีลาของชีวิตอันเสรี ทั้งบรรดานกน้ำ พืชพันธุ์ และฝูงปลามากมายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้

วันนี้เราต่างก็หวังว่า ผู้เป็นเจ้าของกุญแจเครื่องจักรมากมายที่กำลังจะเข้ามาขุดลอกบึงละหานในอีกไม่ช้า คงจะได้เห็นความสำคัญของพื้นที่ เช่นเดียวกับที่เราและคนส่วนใหญ่เห็นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว

บึงละหาน สวรรค์ของนักดูนกแห่งชัยภูมิ มีนกกว่าร้อยชนิด และ Red-breasted Merganser ที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในไทย

ขอขอบคุณ

ท่านไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ

นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส

ทีมอาชิแคลน โดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ

นายอภิรัฐ ทัดกลาง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวบ้านโนนหัวช้างทุกท่าน

Writer & Photographer

มนตรี คำสิงห์

เมื่อโควิดระบาด ก็หันเหจากงานฟรีแลนซ์ทั้งถ่ายภาพและเขียนบทความ มุ่งหน้ากลับเข้าสวนเข้านาในที่ดินของครอบครัว เพื่อปลุกปั้นที่อยู่ที่กินบนแผ่นดินผืนสุดท้ายนามปางกระโดนแห่งนี้ นอกจากนั้นก็กำลังพยายามปลุกบึงละหานให้เป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของบ้านเรา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load