13 กันยายน 2560
14 K

เขาว่ากันว่า Don’t judge a book by its cover. อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่งาน 100 ANNUAL BOOK AND COVER DESIGN 2017 นี้เขาตัดสินหนังสือกันที่ปกล้วนๆ เนื้อหาไม่เกี่ยว สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมมือกับสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย (ThaiGa) จัดงานตัดสินร้อยปกหนังสือดีประจำปี เพื่อรวบรวมดีไซน์ยอดเยี่ยมในวงการหนังสือไทยไว้ในที่เดียว

จากผลงานปก 351 เล่ม และรูปเล่ม (layout) 32 ผลงานที่ส่งเข้ามา มีปกหนังสือ 80 เล่ม และรูปเล่ม 20 เล่มที่เข้าตาคณะกรรมการ

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

สิโรตม์ จิระประยูร เจ้าของร้านหนังสือ The Booksmith และกราฟิกดีไซเนอร์ วีร์ วีรพร เห็นตรงกันว่าภาพรวมของปกปีนี้ไม่หวือหวาหรือแตกต่างจากปีที่แล้วมากนัก ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มในท้องตลาดที่ดีไซน์สวยงาม แต่ไม่ได้ส่งเข้าประกวด อย่างไรก็ตาม พวกเขาคิดว่าเวทีนี้สามารถช่วยกระตุ้นวงการออกแบบปกหนังสือให้น่าสนใจขึ้น

“เราควรจะให้ความสำคัญกับทุกแง่มุมของการผลิตหนังสือ มันเป็นสื่อส่งต่อความรู้ได้ง่ายที่สุด หนังสือที่ดี เมื่อได้ปกที่น่าสนใจ ก็ยิ่งเพิ่มคุณค่าให้หนังสือ ทำให้คนอยากเสพข้อมูลนั้นมากขึ้น กราฟิกดีไซเนอร์ทำหน้าที่เหมือนคนปรุงอาหาร ถ้าเราหาวัตถุดิบที่มีโภชนาการดี แต่ปรุงไม่ดี ไม่สวย คนก็ไม่อยากกิน ดังนั้น การออกแบบหนังสือให้น่าอ่าน น่าเก็บ จะทำให้มันเข้าถึงคนจำนวนมาก”

วีร์อธิบายคุณค่าของปกในฐานะนักออกแบบ ส่วนสิโรตม์แสดงความเห็นในฐานะเจ้าของร้านหนังสือว่า หน้าปกที่ดีมีหน้าที่ดึงดูดใจ ขายเรื่องราวเนื้อใน และต้องทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อลงสนามชั้นวางในร้านหนังสือ

“ปกหนังสือมีเทรนด์ของมัน มีบางช่วงหนังสือท่องเที่ยวมินิมัลทุกปก ท้องฟ้ากว้างๆ มีก้อนเมฆ มีหญ้านิดนึง พอมีปกนึงที่จัดเต็ม มันกลายเป็นหนังสือที่เด่นที่สุดในหมวดไปเลย ใครเข้ามาต้องเดินไปจับหนังสือเล่มนี้ก่อน กลายเป็นหนังสือขายดี กินขาดหมดเลยทั้งชั้น เวลาผมมองหนังสือ ก็อยากได้มุมมองแบบนี้จากผู้ออกแบบ งานออกแบบอาจจะมีเทรนด์ แต่ต้องมีความสร้างสรรค์ของเขาที่ไม่ยึดติดกับยุคสมัย”

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

กราฟิกดีไซเนอร์แห่ง Conscious Studio เสริมว่า หนังสือที่ส่งเข้ามาปีนี้มีทั้งประเภท Fiction, Non-fiction และหนังสือเด็ก ซึ่งครั้งต่อๆ ไปควรจะแยกประเภทหนังสือเพื่อเปิดพื้นที่ให้ความหลากหลาย

“หนังสือเด็กของไทยมักออกแบบให้น่ารัก เรียบง่าย สีสันสดใส ชั้นเชิงออกแบบไม่ค่อยวิจิตรเท่าหนังสือเด็กของต่างชาติ และเสียเปรียบหน้าปกหนังสือผู้ใหญ่ที่ออกแบบลึกซึ้งไม่ได้ ผมคิดว่าปีหน้าควรจะแยกประเภท แบ่งหนังสือเด็ก หนังสือซีรีส์ ออกไป ปกคล้ายๆ กันจะได้แค่รางวัลเดียว ไม่เบียดที่คนอื่น

“ผมให้น้ำหนักกับหนังสือ Non-fiction เพราะบางทีเนื้อหาหนัก จริงจัง หรือนามธรรมมากๆ แต่ยังอุตส่าห์ทำให้มันน่าสนใจได้ ถัดมาก็เรื่องการเอาเนื้อหามาตีความเป็นปกได้น่าสนใจ คิดต่อ หรือปล่อยให้จินตนาการต่อ เช่น ปกที่ผมชอบมากคือการเมืองในพระพุทธรูป พูดเรื่องพระพุทธรูปแต่ไม่มีรูปพระพุทธรูป มีแต่แท่นแล้วเว้นที่ตรงกลางไว้ใส่หนังสือ อย่างนี้มันเกิดการเล่นระหว่างตัวหนังสือกับภาพ วิชวลสามารถเล่นกับเนื้อหาให้ไปในทางเดียวกันหรือขัดแย้งกัน เพื่อก่อให้เกิดความสงสัย

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017

“ผมค่อนข้างชอบปกหรือเลย์เอาต์ที่มีความเฉพาะแบบไทยๆ ไม่ใช่สูตรที่ฝรั่งเคยทำมาแล้ว เช่น ถ้าเป็นหนังสือสวยๆ ใส่ลวดลายทองๆ จัดเสมอหน้าหลังเรียบร้อยในกรอบ ก็เป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้หนังสือมีคุณค่า เป็นทางการ แต่ถ้าใช้กราฟิกทำให้มันน่าสนใจขึ้น มันก็น่าสนใจมากกว่า หรือถ้ามีอารมณ์ขันแทรกไปด้วยก็อาจจะดี”

กรรมการทั้งสองยังเห็นพ้องกันว่านักออกแบบปกหนังสือยังเป็นอาชีพที่ได้ค่าตอบแทนน้อย การแข่งขันไม่สูง การออกแบบที่น่าจดจำอาจทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น เพราะหลังจบงานนี้ หนังสือที่ได้รางวัลจะนำไปจัดนิทรรศการหนังสือที่ต่างประเทศ เป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ผลงานผู้ออกแบบได้ถูกพบเห็นมากขึ้น น่าจะได้ประโยชน์กับทั้งผู้จัดพิมพ์และออกแบบ ทั้งยังเป็นมาตรฐานให้วงการรู้ว่าภาพรวมของดีไซน์ที่ดีในแต่ละปีอยู่ที่ไหน และเป็นการเก็บประวัติศาสตร์ที่ดี ยิ่งตัดสินและบันทึก เราก็จะรู้ว่าเทรนด์การออกแบบหนังสือในไทยเป็นแบบไหน นิยมใช้ตัวอักษร ภาพประกอบ หรือเทคนิคใหม่ๆ อย่างไร

100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017 100 ปกหนังสือไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2017
ติดตามรายชื่อหนังสือที่ได้รับรางวัลทั้ง 100 เล่ม ได้ที่ Facebook:
100 ANNUAL BOOK AND COVER DESIGN 2017  

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

“หนังสือเล่มนี้ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวของนักฝันคนหนึ่งที่มองไปยังเส้นทางในอนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่น่าอัศจรรย์”

ข้อความขึ้นต้นในพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต พอจะทำให้เห็นภาพการเล่าเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ในมุมมองใหม่ การกลั่นกรองข้อมูลมหาศาลเป็นหนังสืออ่านง่ายขนาดถนัดมือ เป็นความตั้งใจของทีมงาน ‘สานต่อที่พ่อทำ’ ที่อยากถ่ายทอดแนวคิดการทรงงานของพระราชาให้เรียบง่ายที่สุด ไม่ใช่เพียงเพื่อชื่นชมพระองค์ในฐานะกษัตริย์ แต่มองเห็นหลักการทำงานและใช้ชีวิตของคนทำงานคนหนึ่ง ซึ่งผู้อ่านสามารถแกะรอยและลงมือปฏิบัติตามได้จริงทันที

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานสานต่อที่พ่อทำ จึงได้รู้ว่าไอเดียเบื้องหลังการทำหนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดา ที่สำคัญคือ ‘The Visionary’ ไม่มีวางแผงขาย เพราะกำลังเปิดให้จอง และจะแจกให้คนไทยที่สนใจฟรีๆ ในเดือนกันยายนที่กำลังมาถึง

ก่อนลงมือสั่งจองหนังสือ มาทำความรู้จักที่มาที่ไปของหนังสือในหลวงที่แปลกที่สุดเล่มหนึ่ง และเหตุผลที่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบรวดเดียวกันดีกว่า

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

1. เล่าเรื่องที่ใครๆ ไม่เคยรู้

เบื้องหลังโครงการ ‘สานต่อที่พ่อทำ’ คือกลุ่มคนที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชน นักคิด นักเขียน ครีเอทีฟ ผู้กำกับหนังโฆษณา ซึ่งรวมตัวกันกลางปี 2559 เพื่อทำงานบอกเล่าเรื่องราวพ่อของแผ่นดิน ในวาระที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครองราชย์ครบ 70 ปี และจะมีพระชนมพรรษา 90 พรรษาในปี 2560 แม้เหตุการณ์ไม่คาดฝันในเดือนตุลาคมปีที่แล้วทำให้โครงการชะงัก แต่สุดท้ายทีมงานทั้งหมดก็ตัดสินใจเดินหน้าทำงานกันต่อ เกิดเป็นหนังโฆษณาชุดสานต่อที่พ่อทำ 9 เรื่อง, ทริป ‘เดินทางพ่อ’, การ์ตูนเด็ก, และเพจ Facebook สานต่อที่พ่อทำ โดยทีมงานกลุ่มสุดท้ายสนใจถ่ายทอด untold story ของในหลวง ไม่ใช่เรื่องโด่งดังอย่างโครงการในพระราชดำริต่างๆ แต่เป็นอีกแง่มุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

“พวกเราเป็นเจนวายรุ่นแรกๆ ที่ตอนเด็กยังทันเห็นพระองค์ทรงงานหนัก เสด็จฯ ไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย แต่ว่าเด็กรุ่นหลังพวกเราไม่กี่ปีไม่ทันเห็นเรื่องเหล่านี้แล้ว ได้แต่ฟังเรื่องราวที่ดูห่างไกล เข้าไม่ถึง เราเลยอยากเล่าเรื่องราวที่จับต้องได้ ไม่อยากเก็บเรื่องของในหลวงไว้บนหิ้ง เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำมีหลักฐาน เลยตั้งใจสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ว่าลองเปิดใจแล้วมารู้จักในหลวงกัน โดยการหาหีบห่อในการเล่าที่ไม่เหมือนเดิม โจทย์ในการหาข้อมูลคือเลือกเรื่องที่ไม่ได้พูดถึงกันทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแก้มลิง คุณยายถือดอกบัว แต่เป็นข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์คนที่ทำงานกับพระองค์จริงๆ เป็นเรื่องดีๆ ที่คนไม่เคยรู้ แล้วเราอยากบอกให้คนอื่นรู้”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

2. กลั่นกรองข้อมูลมหาศาล

“ปัญหาของการหาข้อมูลคือข้อมูลกระจัดกระจาย พระองค์ทรงงานหนักหลายด้านเป็นระยะเวลายาวนานมากๆ แหล่งข้อมูลมีเรื่องในหลวงในมุมเดียว เหลี่ยมเดียว หรือช่วงเวลาเดียว มีเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องป่าไม้ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่มีการรวมรวมข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน ข้อมูลที่คนไทยรับรู้เลยโดดไปโดดมา เราเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงเต็มไปหมด แต่นึกไม่ออกเลยว่านั่นคือช่วงเวลาไหน หรือพระองค์ทรงงานด้านไหนอยู่

“ระหว่างที่เราค้นคว้าข้อมูล เราก็รู้จักในหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็น magic ที่ทำให้ทีมทำงานต่อไปไม่หยุด พอได้ข้อมูลแต่ละที่มาเราก็มาต่อจิ๊กซอว์จนเห็นภาพพระองค์ชัดขึ้น จนเรื่องร้อยกันเป็นหนึ่งเดียว”  

ทีมงานเพจสานต่อที่พ่อทำตัดสินใจใช้เวลา 1 ปีเล่าพระราชประวัติในหลวงรัชกาลที่ 9 บนโลกออนไลน์ ย่อยข้อมูลตลอดระยะเวลา 70 ปีให้อยู่ในปีเดียว โดยแบ่งข้อมูลเป็น 12 หมวด สำหรับ 12 เดือน การวางไทม์ไลน์ยาวๆ ทำให้พวกเขาเข้าใจวิธีและพัฒนาการการทำงาน จากการทดลองอ่างเก็บน้ำราคา 60,000 บาท จนถึงเขื่อนระดับหมื่นล้าน การจัดการข้อมูลมหาศาลเพื่อถ่ายทอดให้สนุก เข้าใจง่าย ทำให้พวกเขามองเห็นภาพพระราชาในมุมที่ต่างออกไป

“ช่วงเวลาที่เข้มข้นสุดๆ คือช่วงที่พระองค์มีพระชนมพรรษาสามสิบกว่าพรรษาถึงหกสิบกว่าพรรษา ทรงมีวังในทุกภาคของประเทศไทย พอภาคเหนือหนาวก็เสด็จฯ ขึ้นเหนือ พอภาคใต้น้ำท่วมก็เสด็จฯ ลงใต้ พออีสานแล้งก็เสด็จฯ ไป แล้วก็กลับมากรุงเทพฯ กับหัวหิน วนเป็นวงจรแบบนี้อยู่หลายสิบปี โครงการต่างๆ ถึงเกิดขึ้นทั่วประเทศและดำเนินไปได้พร้อมกัน งานแต่ละภาคก็ไม่เหมือนกัน ภาคเหนือมีเรื่องฝิ่น ภาคใต้เรื่องป่าพรุ ภาคอีสานมีเรื่องขาดแคลนน้ำ แล้วยังมีศูนย์ทดลองในภาคกลางอีก เราเลยจัดกลุ่มเรื่องพวกนี้เป็นก้อนๆ เรียงตามไทม์ไลน์ และกลั่นกรองเป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเราได้ยินกันจนเบื่อ รู้สึกว่ามันจับต้องไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเรียบง่าย สมเหตุสมผล และดีมาก”

การกลั่นกรองเนื้อหาทำให้ทีมงานตกตะกอนข้อมูลชุดใหม่ขึ้นมาเป็นแนวคิดเบื้องหลังการทรงงาน เมื่อสิ่งที่อยากจะเล่ามีมากเกินกว่าจะถ่ายทอดบนพื้นที่ออนไลน์เพียงอย่างเดียว พวกเขาตัดสินใจแปลงข้อมูลเป็นหนังสือชื่อ ‘The Visionary’

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

3. วิสัยทัศน์สำหรับสวมใส่

“เราทำงานโฆษณามา รู้ว่าต้องทำสิ่งที่คนดูอยากดู ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ และเราไม่ได้อยากทำหนังสือประวัติศาสตร์ แต่นึกถึงหนังสือวิเคราะห์การทำงานของ Steve Jobs, Elon Musk หรือ Jack Ma ที่คนสมัยนี้ชอบอ่าน คนรุ่นใหม่ต้องการผู้นำทางความคิด ไอดอลด้านการทำงาน”

ทีมงานสานต่อที่พ่อทำเล่าว่า ตอนแรกหนังสือเล่มนี้จะชื่อ ‘จักรวาลงานของพ่อ’ โดยเน้นเล่าเรื่องงานต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่เพจ Facebook ทำให้พวกเขาเรียนรู้ว่าเรื่องของพระองค์มีมากกว่าการเล่าผ่านสิ่งของ

vision ของพระองค์ต่างหากที่พิเศษกว่าเรื่องอื่นใด ดังนั้นผู้อ่านควรได้รู้จักพระองค์ในฐานะ ‘คนทำงาน’

พวกเขาทำสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน คือเอาข้อมูลมาแบแล้วเล่นแร่แปรธาตุ ลบไทม์ไลน์เวลาออก แล้วจัดกลุ่มข้อมูลใหม่เป็น 9 บท แต่ละบทถ่ายทอดแนวพระราชดำริการทรงงานที่ในหลวงทรงใช้ตลอดรัชสมัย โดยดีไซน์เส้นทางการอ่านให้ชัดเจน ตรรกะเรียบง่าย ใช้คำราชาศัพท์เพียงเท่าที่จำเป็น ทำให้วิธีคิดในทุกบทนำมาใช้ร่วมกันได้ มีการสรุปใจความเป็น Key of Success ก่อนพลิกไปบทถัดไป

“เราเริ่มเล่าเรื่องจากบทที่ 1 การใช้วิทยุสื่อสาร แก่นคือการสื่อสารเป็นการเชื่อมต่อกับประชาชน บทที่ 2 การใช้อุปกรณ์หรือแผนที่ จริงๆ หมายถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ใช้ทำงานได้หลายอย่าง จนจบที่ปรัชญาการทำงานที่คนรู้จักในชื่อเศรษฐกิจพอเพียง จะเห็นเส้นทางการทำงานจากจุดเล็กๆ คิดแก้ปัญหาจนกลายเป็นปรัชญา”

นอกจากเป็นหนังสือแนวคิดการทำงานยุคใหม่ สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แปลกไปจากหนังสือในหลวงเล่มอื่นๆ คือไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ในตัวเล่มเลย

“เราทำหนังสือในหลวงที่ไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง เพราะอยากให้มองเห็นสารที่จะสื่อมากกว่า สิ่งที่พระองค์ทรงทำน่าสนใจและดีมาก เลยอยากให้คนเสพเนื้อหาจริงๆ ไม่ใช่ติดภาพว่าเป็นพระราชกรณียกิจของในหลวง เรามีแค่รูปฉลองพระเนตรเป็นสัญลักษณ์ เหมือนเราเอาฉลองพระเนตรหรือ vision ของในหลวงมาให้คุณลองใส่ และอีกแง่นึง คือได้มองย้อนกลับไปว่าเบื้องหลังฉลองพระเนตรของพระองค์ ในหลวงทรงมีพระราชดำริอย่างไร”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

4. ของขวัญสำหรับทุกคน

“หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งสุดท้ายในโครงการสานต่อที่พ่อทำ ถ้าสิ่งที่เราทำทั้งหมดเป็นหม้อต้มยา นี่คือเคี่ยวจนได้จอกสุดท้าย กินเข้าไปแล้วนำไปใช้ได้เลย”

ทีมงานสานต่อที่พ่อทำกล่าวตบท้าย

‘The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต จะแจกฟรีทั่วประเทศสำหรับผู้ที่สนใจคนละ 1 เล่ม เข้าไปสั่งจองและดูรายละเอียดการรับหนังสือได้ใน Facebook Page สานต่อที่พ่อทำ หรือ www.zipeventapp.com/e/The-Visionary ตั้งแต่วันนี้ – 12 กันยายน 2560 นอกจากนี้ยังมีหนังสือเสียงที่ศิลปิน 9 คน มาอ่านเนื้อหาแต่ละบท คือ บอย โกสิยพงษ์, แต้ว ณฐพร, หมาก ปริญ, ตูน บอดี้แสลม, มาโนช พุฒตาล, ต่อ ธนญชัย, อาย กมลเนตร, ปุ๊ อัญชลี และ ลีโอ พุฒ โดยหนังสือเสียงนี้จะกระจายตามห้องสมุดเสียงและเผยแพร่ทางออนไลน์ พร้อมๆ กับหนังสือเล่ม ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2560

ขอปิดท้ายเบื้องหลังการถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต ด้วยข้อความในหนังสือที่ทีมงานสานต่อที่พ่อทำฝากไว้

“เราเชื่อว่าการสานต่อสิ่งที่ในหลวงทำ คือการนำวิธีคิดที่เปี่ยมด้วยคุณค่าของพระองค์มาใช้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และเมื่อใดที่เรามีชีวิตที่ดีขึ้น คนรอบตัวก็ดีขึ้น และสุดท้ายสังคมนี้ก็จะดีขึ้น นั่นต่างหากถึงจะสมประสงค์กับสิ่งที่ในหลวงทรงทุ่มเทกระทำมาตลอดอายุขัยของท่าน”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

FB: สานต่อที่พ่อทำ

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load