ผมขับรถออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้าเพื่อเลี่ยงรถติดในเช้าวันจันทร์ วันแรกของวันทำงานมุ่งหน้าไป ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเริ่มเข้าสู่เขตเมืองแปดริ้ว รถบัสขนส่งพนักงานโรงงาน รถบรรทุก ก็หนาแน่นอยู่ดีจนไม่ต่างกันกับเมืองหลวงสักเท่าไหร่ ผมวิ่งเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม เป็นที่ตั้งของโรงงานมากมาย จนเมื่อเริ่มเลี้ยวเข้าสู่อำเภอสนามชัยเขต ความหนาแน่นของโรงงานและรถราจึงเริ่มน้อยลง แทนที่ด้วยความหนาแน่นของสีเขียวจากต้นไม้ที่เริ่มหนาตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผมมาเพื่อร่วมงาน ‘เมนูผักพื้นบ้าน’ ของพี่นัน-นันทพร หาญดี ผู้นำเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกฉะเชิงเทรา เจ้าของโครงการ ‘304 กินได้’ ร่วมมือกับ กินเปลี่ยนโลก องค์กรที่สร้างภูมิปัญญาความรู้เกี่ยวกับอาหาร ทำโครงการที่พี่นันและชาวบ้านกลุ่มเกษตรพื้นที่ลุ่มน้ำบางประกงอยากนำแหล่งอาหารกลับคืนมา จากการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมบนถนนหลวงสาย 304 ที่มลพิษจากทั้งทางอากาศและน้ำเริ่มส่งผลต่อสภาพแวดล้อม จนทำให้แหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์เริ่มหายไป

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

ผมเคยมาที่ตำบลคู้ยายหมีหลายครั้งแล้ว พาคนมาเรียนรู้วิถีชีวิตกับชาวบ้านตั้งแต่ปลูกข้าว หัดทำขนม จนถึงนั่งล้อมวงกินอาหารจากผลผลิตที่ได้จากการปลูกแบบอินทรีย์ฝีมือชาวบ้าน มาทุกครั้งก็มักจะอิ่มแปล้ แถมได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านไปทุกครั้ง เมนูเด็ดที่จะขาดไม่ได้เลยคือส้มตำสารพัดดอกไม้ ขนมจีนห้าสี และข้าวต้มมัดห่อใบ้กะพ้อ โดยเฉพาะส้มตำดอกไม้ ที่ได้พืชผักสวนหลังบ้านจากในหมู่บ้านซึ่งถือเป็น signature dish ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ฝีมือของชาวบ้านที่นี่อร่อยเชื่อมือได้เลยครับ

อันที่จริงความอร่อยของอาหารที่นี่ก็ออกจะได้เปรียบอาหารที่อื่นๆ เพราะความสด และรสแท้ๆ ของวัตถุดิบก็อร่อยด้วยตัวมันไปอยู่แล้วเสียครึ่งหนึ่ง

ที่พูดถึงนั่นแค่คู้ยายหมีตำบลเดียวนะครับ พอผมรู้ข่าวว่าพี่นันจะจัดงานประชันเมนูของชาวบ้านกว่า 10 ตำบลใกล้เคียง ผมก็ตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะขับรถมาร่วมงานถึงที่

เมนูผักพื้นบ้าน

บรรยากาศของงานไม่ใหญ่ไม่เล็ก ชาวบ้านเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ แม่ครัวแต่งตัวกันสวยงาม แบกหม้อ แบกกระทะ เตาแก๊ส เตาถ่าน หอบหิ้ววัตถุดิบที่จะเอามาประชันกัน ดูอบอุ่นเหมือนงานบุญงานบวช ทั้งๆ ที่งานนี้ไม่ได้มาแข่งกันทำอาหารกันแบบเอาเป็นเอาตายหรอกนะครับ แต่พอเริ่มงานเสียงครกจากทุกครัวก็ดังแข่งกันเอาเรื่องเหมือนกัน

เมนูผักพื้นบ้าน

ลานตรงกลางงานเป็นที่รวมพืชผักและวัตถุดิบนานาชนิดที่เป็นพืชปลอดสารทั้งหมด ให้แม่ครัวพ่อครัวมาหยิบเลือกไปปรุงอาหารได้ตามใจ มีมากมายเหลือเฟือ แม่ครัวพูดแซวกันว่าตรงนี้คือซูเปอร์มาร์เก็ตดีๆ นี่เอง

ผมเดินดูแต่ละซุ้มที่เริ่มลงมือทำอาหารกันแล้ว เมนูที่นำมาทำประชันเป็นเมนูประจำบ้าน ประจำครอบครัว บางบ้านก็สืบทอดกันมาจากผู้แก่ผู้เฒ่า บางบ้านก็ทำกินกันในวงสังสรรค์หลายเมนูดูน่ากินตั้งแต่ยังไม่ลงมือปรุง แค่แม่ครัวผัดเครื่องแกงก็เริ่มกลืนน้ำลายแล้วครับ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงไก่ลูกกล้วย

พี่นันชี้ให้ผมดูแกงไก่ลูกกล้วยจากบ้านบางพะเนียง บอกว่าเป็นแกงโบราณที่นานๆ จะหาทานได้สักที ใช้กล้วยน้ำว้าดิบลูกเล็กจะอร่อยกว่าพันธุ์ลูกใหญ่ๆ แกงกับไก่บ้าน หลังจากรวนไก่บ้านกับเครื่องแกงที่โขลกกันสดๆ ตรงนั้นแล้วก็เติมกะทิลงไป พอแกงได้ที่ก็ใส่ใบกะเพราเป็นขั้นตอนสุดท้ายตามสูตรดั้งเดิมของบ้าน

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

อ่อมปูนา

บ้านไม้แก้วนำเสนอการกินตามฤดูกาลผ่านเมนูอ่อมปูนา เพราะที่หอบเอามาเต็มตะกร้าล้วนเป็นพืชผักตามฤดูกาลทั้งหมด แม้กระทั่งปูนาที่ใช้ก็เป็นฤดูที่เหมาะกับการนำมาทำอาหาร เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ปูนาจะเริ่มวางไข่ จะมีความมันอยู่ในตัวมากกว่าปกติ แต่ปูก็จะคาวมาก เมนูเลยต้องใช้กระเทียมมากหน่อยมาดับคาว และปกติอ่อมจะใช้ข้าวเบือหรือข้าวเหนียวตำละเอียดมาผสมเพื่อทำให้น้ำแกงข้น แต่สูตรแม่ครัวที่นี่เขาจะใช้ไข่ไก่เพื่อทำให้น้ำข้นแทนครับ

ผมชอบเมนูนี้เป็นพิเศษ แม่ครัวเล่าว่าพอทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช่ยาฆ่าแมลง ปูก็กลับมาสู่นาข้าว ฟังดูจะเหมือนดี แต่ที่จริงปูนาเป็นศัตรูข้าวและเป็นศัตรูของชาวนาด้วย เลยจับมันมาทำอาหารกินเสียเลย

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงนางหวาน

แกงนางหวานคือชื่อเรียกแก้เคล็ดของแกงบอน ซึ่งบอนเป็นวัตถุดิบหลักของเมนูนี้ รู้กันอยู่ว่าแกงบอนไม่ได้ทำกันง่ายๆ หากเลือกหรือทำไม่เป็น มันจะคันคอคันปาก ต้องอาศัยประสบการณ์ และการแก้เคล็ดบ้าง (ฮา) แม่ครัวบอกเราคร่าวๆ ว่าบอนมี 2 แบบ แบบที่มันขาวๆ ใสๆ จะกินไม่ได้ ส่วนอีกแบบหนึ่งที่สีเข้มกว่าจะเอามาทำอาหารได้ ถึงยังไงผมก็ไม่กล้าเสี่ยงทำเองอยู่ดี แกงนางหวานนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ส่วนผสมลับ คือน้ำใบไชยาที่ถือว่าเป็นผงชูรสธรรมชาติ นำมาบีบขยำคั้นเอาน้ำมาผสมลงในแกง ทำให้น้ำแกงที่ได้รสนัวมาก ไม่อยากเฉลยก่อนเลยว่าแกงนี้ได้รางวัลป๊อปปูลาร์โหวตจากคนทั้งงานที่ร่วมชิมเลยนะครับ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงไก่บ้าน 3 สายพันธุ์ใส่หยวกกล้วย

ไก่ 3 พันธุ์ที่ว่าไม่ใช่ไก่ที่ใส่ในแกงนั้นมีอยู่ 3 ชนิดนะครับ แต่มันคือไก่บ้านพันธุ์ใหม่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ที่ผสมกันระหว่างไก่บ้าน ไก่ไข่ และไก่เนื้อ ออกมาเป็นไก่บ้านพันธุ์ใหม่ที่เนื้อนุ่มกว่าไก่บ้านทั่วไป แกงกับหยวกกล้วยสาว หรือกล้วยที่ยังไม่เคยออกลูกมาก่อน พริกแกงของบ้านนี้พิเศษตรงที่ไม่ใส่หอมลงไปในเครื่องแกง พ่อครัวบอกว่าคนเฒ่าคนแก่เขาทำกันมา ผมลองชิมดูแล้วมันค่อนข้างเห็นความแตกต่างเหมือนกันนะครับ แถมอร่อยเสียด้วยสิ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงคั่วลูกจาก

ตอนแรกผมนึกภาพเมนูนี้ว่าเป็นลูกจากเนื้อวุ้นใสๆ ขุ่นๆ ที่เราเอามาทำขนมกัน แกงลูกจากของบ้านโพธิ์นี้ใช้ก็ใช้ลูกจากเหมือนกัน แต่จะใช้ลูกจากแบบอ่อนยังจนเนื้อด้านในยังไม่กลายเป็นวุ้นใส หั่นและต้มหลายๆ น้ำจนหายฝาด เคล็ดลับคือใส่มะขามเปียกลงไปด้วยตอนต้ม ผมเพิ่งเคยได้ชิมต้นจากแบบอ่อนเป็นครั้งแรก เนื้อลูกจากคล้ายๆ กระท้อนหรือขนุนอ่อนเลยครับ พอเอามาทำแกงแล้วทำให้นึกถึงแกงคั่วกระท้อนนิดๆ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงเลียง

ชื่อเมนูจากบ้านยางแดงบนที่ฟังดูปกติธรรมดา แต่ที่มาและรสชาติไม่ได้ธรรมดานะครับ เพราะผักที่นำมาแกงนี้เป็นผักที่ปลูกมาจากการเก็บเมล็ดพันธุ์ออร์แกนิกทั้งหมดของกลุ่มแม่ครัวเอง ทำให้ได้ผักรสอร่อยและปลอดภัยไว้ทำอาหาร ส่วนประกอบที่ใส่ในแกงเลียงมีทั้งบวบ ผักก้านตรง ฟักทอง ยอดฟักทอง และแตงไทย ให้ความข้นและหวานของน้ำแกงจากข้าวโพด อีกเคล็ดลับสำคัญของน้ำแกงคือใช้ปลาช่อนนาย่างด้วยไม้ไผ่ จะให้ความหอมมากเป็นพิเศษเสียด้วย

เมนูผักพื้นบ้าน

คั่วไส้เทวดา

ชื่อเมนูดึงดูดใจมากพอๆ กับหน้าตา คั่วไส้เทวดาคือไข่ตุ๋นที่ผสมเครื่องแกงและดอกไม้นานาพรรณลงไปด้วย เป็นของที่พ่อครัวอารมณ์ดีบอกว่าเอาไว้กินเวลาสังสรรค์กัน พริกแกงที่ต้องเอาวัตถุดิบไปเผาไฟให้หอมก่อน ใส่ผักและดอกไม้ แล้วตีไข่ลงไปผสมก่อนจะนำไปนึ่งจนสุก ได้ไข่ตุ๋นหอมพริกแกง และสามารถปรุงรสเพิ่มได้ตามชอบใจ

เมนูผักพื้นบ้าน

ยำตะไคร้สามสาวกับน้ำพริกกะปิผักทอด

เมนูยำทำง่ายแต่อร่อยเมนูจากบ้านดงบัง จังหวัดปราจีนบุรี ยำตะไคร้ใส่หอมแดง แครอท มะม่วง ผักชี ถั่วลิสง แต่พิเศษที่ใช้ตะไคร้พันธุ์พื้นบ้านที่จะให้กลิ่นหอมกว่าตะไคร้พันธุ์เกษตรที่จะให้กลิ่นหอมน้อยกว่า และการใส่มะพร้าวคั่วลงไปด้วยคั่วมะพร้าวไฟอ่อน ให้มีกลิ่นหอมและเพิ่มความมันของยำมากขึ้น ทานคู่กับน้ำพริกกะปิใส่มะอึก ผักทอด

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงบวดรุ่ย

เมนูนี้เป็นเมนูของหวานล้างปาก รุ่ยเป็นพืชน้ำกร่อยที่ขึ้นอยู่ในป่าชายเลน ชาวบ้านนิยมนำรุ่ยมาปรุงอาหาร ได้ทั้งคาวทั้งหวาน แต่ก็หาทานได้ยากนะครับเพราะต้องใช้ความพยายามในการนำมาทำอาหาร ต้องขูดเปลือกฝักรุ่ยออก ก่อนที่จะล้างน้ำต้มหลายๆ น้ำ แล้วยังต้องแช่น้ำด่างจากขี้เถ้าอีกเพื่อให้ไม่ฝาด กว่าจะได้รุ่ยที่พร้อมนำมาทำอาหารต่อ รุ่ยนิยมนำมาเชื่อม และทำแกงบวดเหมือนที่ทำมาให้กินในวันนี้ เนื้อของรุ่ยคล้ายๆ กับมัน และฟักทองเวลานำมาทำขนมเลยมีรสที่คุ้นเคยกว่าที่คิด พี่นันเล่าว่า สาเหตุที่นำรุ่ยมาปรุงเป็นอาหารก็เพื่อฟื้นองค์ความรู้ของการทำอาหารจากรุ่ยที่กำลังจะหายไป รุ่ยมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศป่าชายเลนที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ การใช้รุ่ยมาทำอาหารจึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับรุ่ย และเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนด้วย

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

รายการนี้ไม่ได้มีแต่เมนูของพ่อครัวแม่ครัวชาวบ้าน แต่ยังมีแขกรับเชิญจากกลุ่มเชฟจากเมืองกรุงด้วยครับ เชฟแต่ละคนที่ถูกรับเชิญมาต่างสนุกกับผักพื้นบ้านสดๆ และวัตถุดิบดีๆ ที่สามารถเลือกมาทำเป็นเมนูได้ทันที เมนูน้ำพริก แกงอ่อม ถูกปรับเปลี่ยน พลิกแพลงให้กลายเป็นเมนูใหม่ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารของชาวบ้าน ปิดท้ายด้วยการเสิร์ฟอาหารของเชฟให้ชาวบ้านได้ลองชิมกัน เชฟหลายคนบอกว่าปกติไม่เคยได้ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ขนาดนี้ ปกติวัตถุดิบที่ใช้ในร้านต้องผ่านการเก็บ การแช่แข็ง ก่อนที่จะนำมาทำอาหาร การได้จับวัตถุดิบสดใหม่ทำให้รู้สึกดีมากๆ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

พี่นันบอกว่าที่ตั้งใจเชิญเชฟมา เพราะต้องการจะพูดเรื่องราวที่อยากสื่อสารอย่างผักพื้นบ้านเกษตรอินทรีย์ และองค์ความรู้ในการกินในวงกว้างมากขึ้น เชฟจากเมืองกรุงก็จะมาช่วยสร้างองค์ความรู้ในการกินให้ไปถึงคนในเมืองมากขึ้น อยากบอกให้คนเห็นความสัมพันธ์ ได้รู้ว่าการกินไม่ได้แค่สุขภาพของตัวเองหรือสิ่งแวดล้อม แต่มันมากไปถึงว่าจะทำเกษตรกรต้นทางเข้มแข็งได้อย่างไร ทำให้จะช่วยคุ้มครองปกป้องพื้นที่เพาะปลูกอาหารดีๆ ได้อย่างไร รวมไปถึงเป้าหมายใหญ่ๆ คือการเปลี่ยนนโยบายของรัฐด้วย พี่นันบอกว่า ถ้าเราเพาะปลูกกันอย่างเดียวโดยที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจมันก็ไม่ได้ผล พลังมันไม่พอ เพราะสิ่งที่หวังไว้คืออยากให้ไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารจริงๆ ใครที่อยากกินผักปลอดภัยก็สามารถทานที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องจะต้องมาหาที่นี่แล้ว

เมนูผักพื้นบ้าน

Writer & Photographer

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

เราได้ทำงานกระเบื้องคอลเลกชันที่ 2 ร่วมกับ Asiatides ที่ปารีส ซึ่งวางขายในงานแฟร์ Maison et Objet ที่ปารีส ซึ่งเป็นงานที่มีบรรยากาศแบบ buyer มาเลือกสินค้าซึ่งมีนับแสนชิ้น ต้องใช้เวลาเดินดูหลายวัน เราก็เลยไม่คิดว่าจะมีใครมีเวลาสนใจเรื่องแรงบันดาลใจของแต่ละชิ้นงานหรอก ซึ่งก็จริง

เนื่องจากหนึ่งในหุ้นส่วนของ Asiatides เป็นเจ้าของร้าน Wit’s Collection ที่เชียงใหม่ งานของเราเลยวางขายในเมืองไทยด้วย คนที่มาซื้อหลายรายต้องการรู้แรงบันดาลใจในการสร้างงาน เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยซักถามแรงบันดาลใจของเราในการวาดนก เราก็อึกๆ อักๆ เพราะคอลเลกชันแรกทำแบบมวยวัดมาก วาดแบบไม่ค่อยคิดอะไร ประมาณว่าเป็นการโบยบินสู่วงการวาดของเราครั้งแรก ท่านทูตบอกว่าฉันจะเอางานเธอไปแอฟริกาด้วยนะ และจะตั้งไว้ในห้องรับแขกนะ จะมีคนมาเห็นมากมาย และคนก็จะต้องถามไถ่ว่าเธอเป็นใคร นกบนโถนี่หมายถึงอะไร เราก็โอ้โห อยู่ในใจ

พอได้ทำคอลเลกชันที่สองเลยดีใจมาก คิดว่าต้องทำคอลเลกชันแบบมีแรงบันดาลใจ มีเรื่องราว เพราะเรารู้แล้วว่า คนไม่ได้เห็นงานเราเป็นสินค้าเฉยๆ แต่เขาเห็นว่ามันมีความเป็นงานศิลปะอยู่ในตัวด้วย

จานกระเบื้อง โถกระเบื้อง

โจทย์ที่ได้จากปารีสคราวนี้คือ อยากให้เราสร้างงานที่เกี่ยวกับปลา ก็มึนอยู่นาน เพราะมันกว้างมาก พอดีช่วงนั้นทำหนังสือกับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คุยกันบ่อยและนานมาก พออวดรูปปลาที่กำลังเริ่มสเกตช์ ซึ่งเราซื้อตำราวาดปลาแบบจีนจากฮ่องกงมาเรียนเอง โญก็เล่าเรื่องปลาของจวงจื่อและให้หนังสือมาเล่มหนึ่งหนาเกือบ 600 หน้า

ตอนฝึกวาดปลาแรกๆ ยากกว่านกคอลเลกชันแรก และไม่ควรไปฝึกจากแบบฝึกหัดพู่กันจีนเพราะมันยาก จนไปทำฟันแล้ว เจอกิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล กลับมาจากโมซัมบิกพอดี เขาเป็นเจ้าพ่อปลาและไม้น้ำอยู่แล้ว กิ๊กเลยส่งตำราพันธุ์ปลามาให้ศึกษา พอเข้าใจสรีระกายภาพปลา ก็เริ่มพลิ้วขึ้น ถูกสัดส่วนขึ้น ประกอบกับอ่านจวงจื่อแบบอินขึ้น แรงบันดาลใจเริ่มมา

ภาพสเกตช์

จวงจื่อ เป็นปราชญ์นักคิดคนสำคัญของลัทธิเต๋า (Taoism) ลัทธิซึ่งมุ่งเน้นอุดมคติการครองชีวิตอย่างเป็นอิสระของมนุษย์ผู้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความกล้าหาญทางจริยธรรม การใช้วิชาความรู้ และความเข้าใจความเป็นไปตามธรรมชาติ

ตอนท้ายของบทหนึ่งในคัมภีร์จวงจื่อ กล่าวถึงการสนทนาโต้เถียงอันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเฉียบคมระหว่างจวงจื่อกับฮุยจื่อ-นักการเมือง นักปราชญ์ผู้ใฝ่ใจในการโต้เถียงเชิงตรรกศาสตร์

โถกระเบื้อง

จานกระเบื้อง

วันหนึ่งปราชญ์ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนทางเดินเหนือแม่น้ำ จวงจื่อชี้ชวนให้ฮุยจื่อชมปลาที่แหวกว่ายอยู่อย่างมีความสุข ฮุยจื่อชวนถกเถียงทันทีว่าจวงจื่อไม่ใช่ปลาจะสามารถรู้ / ไม่รู้ได้อย่างไรว่าปลามีความสุข หลังจากโต้ตอบไปมาอย่างเฉียบคมกันพักใหญ่ จวงจื่อก็อธิบายปิดประเด็นว่าการที่ตนรู้ว่าปลาสราญสุข โดยที่ไม่ได้เป็นปลา เพราะเพียงยืนอยู่ไกลๆ มองไปยังน้ำ ยังรู้สึกได้ถึงความสุขจากการมองปลาเหล่านั้น สัมผัสถึงความเยือกเย็นไม่รีบร้อน ทำให้รู้สึกเป็นสุข

เราชอบตรงนี้มาก แม้อาจจะยังไม่เข้าใจตรรกะเบื้องลึกความนัยที่ปราชญ์ทั้งสองถกเถียงกัน แต่เราว่าเราเข้าใจถึงความรู้สึกเยือกเย็นไหลรื่น ความชื่นใจจากการมองปลา มันนำมาซึ่งความรู้สึกว่าง สมองหยุดคิดไปชั่วขณะ การเข้าภวังค์เช่นนี้มักนำมาซึ่งจิตสงบ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราได้จากการวาดรูปอยู่แล้ว

โถกระเบื้อง กระปุกกระเบื้อง

ตามความเชื่อของจีน ปลาเป็นสัญลักษณ์มงคล นอกจากสื่อถึงความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีตำนานเล่าถึงปลาที่กระโดดข้ามฝ่าคลื่นยักษ์พายุกระหน่ำแรง และกลายร่างเป็นมังกรสง่างามได้ในที่สุด เปรียบเหมือนมนุษย์ที่สามารถก้าวฝ่าข้ามอุปสรรคจนประสบความสำเร็จได้เพราะใช้สติแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยจิตที่เป็นอิสระ

เราก็เลยคิดว่า ปลาของเราคือฝูงปลาที่จวงจื่อมองเห็นว่ายอยู่ในลำน้ำอย่างสุขสราญ เป็นอิสระ และข้ามฝ่าได้ทุกอุปสรรค เพราะปลาที่เราวาดออกมาดูมีความมุ่งมั่นทีเดียวนะ ทาง Asiatides ก็ชอบใจ บอกว่ามันเป็นปลาหน้าตามีเอกลักษณ์ และคงคอนเซปต์เดิมคือเขาว่าลายเส้นเรามันหมวยๆ แหม่มๆ เป็นปลาที่มีความหมวยขบถ ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่งานผ่าน

กระบวนการผลิตก็สนุกขึ้น คือพอมาคอลเลกชันที่ 2 เริ่มรู้จักรูปทรงของภาชนะ การมองข้างมองบน ควรวาดอะไรแบบไหน สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาและไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เราวาดแล้วถ่ายเอกสารตัดกระดาษแปะบนภาชนะ ยืนเล็งยืนมอง เป็นการออกแบบที่ primitive มาก ฝ่ายผลิตทางโรงงานก็มารับการตัดกระดาษปะบนกระเบื้องไป ซึ่งเรามีสเกตช์วาดรูปบอกรายละเอียดให้อีกแผ่น ก็ดูกันรู้เรื่องอยู่นะ

ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์ ภาพสเกตช์

เทคนิคการผลิตคราวนี้ก็สนุกขึ้นเช่นกัน อย่าง texture สีพื้น เราเคยเรียนวาดกระเบื้องตอนอยู่ปีหนึ่งปีสอง วิชาหลักคือเรียนนิติฯ แต่เราไปเรียนวาดกระเบื้องกับคุณน้าสัปดาห์ละครั้ง เป็นเทคนิคเดนมาร์ก ก็พอรู้เทคนิคการเขียนสีบนกระเบื้องบ้าง

คอลเลกชันนี้มีเถียงกับทางโรงงานผลิตซึ่งเป็นทีมคุณป้า แกมีวิธีแบบของแก เราก็บอกลองฟองน้ำมั้ยคะ มันอาจจะเรียบกว่านะ ทางโรงงานก็ส่งจาน อุปกรณ์ สี มาให้ลองเลย ก็พบว่ามันเป็นการเขียนสีบนพื้นด้าน สีที่ใช้ก็ต่างกับที่เรารู้จัก ของเราเป็นผงสีผสมน้ำมัน อันนี้เป็นเหมือนก้อนโคลบอลต์แช่ในน้ำ ก็ลองทำไป ทางโรงงานมารับไปเผา แล้วประกวดกันว่าของใครจะเนียนกว่า

วาดรูป วาดรูป

คอลเลกชันความสุขของปลา (The Happiness of Fish) มีถ้ำชา เป็นโถมีฝาปิดใส่ใบชา 5 ชิ้น 6 ลาย จาน 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก กี๋ ม้านั่งในสวนลายเดียวกันแต่ 2 สี รวมทั้งหมด 11 ชิ้นค่ะ

ชุดกระเบื้อง

ทั้งหมดวางจำหน่ายที่งาน Maison et Objet เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ส่วนที่เมืองไทยจะมีให้ชมและเปิดให้จองที่งาน Nap เชียงใหม่ วันที่ 5 ธันวาคมนี้ ที่บูท Wit’s Collection M13 ค่ะ น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ได้พอดี

WIT’S COLLECTION interior design -objects

FB fanpage : Wit’s Collection ChiangMai

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load