ผมขับรถออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้าเพื่อเลี่ยงรถติดในเช้าวันจันทร์ วันแรกของวันทำงานมุ่งหน้าไป ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเริ่มเข้าสู่เขตเมืองแปดริ้ว รถบัสขนส่งพนักงานโรงงาน รถบรรทุก ก็หนาแน่นอยู่ดีจนไม่ต่างกันกับเมืองหลวงสักเท่าไหร่ ผมวิ่งเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม เป็นที่ตั้งของโรงงานมากมาย จนเมื่อเริ่มเลี้ยวเข้าสู่อำเภอสนามชัยเขต ความหนาแน่นของโรงงานและรถราจึงเริ่มน้อยลง แทนที่ด้วยความหนาแน่นของสีเขียวจากต้นไม้ที่เริ่มหนาตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผมมาเพื่อร่วมงาน ‘เมนูผักพื้นบ้าน’ ของพี่นัน-นันทพร หาญดี ผู้นำเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกฉะเชิงเทรา เจ้าของโครงการ ‘304 กินได้’ ร่วมมือกับ กินเปลี่ยนโลก องค์กรที่สร้างภูมิปัญญาความรู้เกี่ยวกับอาหาร ทำโครงการที่พี่นันและชาวบ้านกลุ่มเกษตรพื้นที่ลุ่มน้ำบางประกงอยากนำแหล่งอาหารกลับคืนมา จากการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมบนถนนหลวงสาย 304 ที่มลพิษจากทั้งทางอากาศและน้ำเริ่มส่งผลต่อสภาพแวดล้อม จนทำให้แหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์เริ่มหายไป

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

ผมเคยมาที่ตำบลคู้ยายหมีหลายครั้งแล้ว พาคนมาเรียนรู้วิถีชีวิตกับชาวบ้านตั้งแต่ปลูกข้าว หัดทำขนม จนถึงนั่งล้อมวงกินอาหารจากผลผลิตที่ได้จากการปลูกแบบอินทรีย์ฝีมือชาวบ้าน มาทุกครั้งก็มักจะอิ่มแปล้ แถมได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านไปทุกครั้ง เมนูเด็ดที่จะขาดไม่ได้เลยคือส้มตำสารพัดดอกไม้ ขนมจีนห้าสี และข้าวต้มมัดห่อใบ้กะพ้อ โดยเฉพาะส้มตำดอกไม้ ที่ได้พืชผักสวนหลังบ้านจากในหมู่บ้านซึ่งถือเป็น signature dish ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ฝีมือของชาวบ้านที่นี่อร่อยเชื่อมือได้เลยครับ

อันที่จริงความอร่อยของอาหารที่นี่ก็ออกจะได้เปรียบอาหารที่อื่นๆ เพราะความสด และรสแท้ๆ ของวัตถุดิบก็อร่อยด้วยตัวมันไปอยู่แล้วเสียครึ่งหนึ่ง

ที่พูดถึงนั่นแค่คู้ยายหมีตำบลเดียวนะครับ พอผมรู้ข่าวว่าพี่นันจะจัดงานประชันเมนูของชาวบ้านกว่า 10 ตำบลใกล้เคียง ผมก็ตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะขับรถมาร่วมงานถึงที่

เมนูผักพื้นบ้าน

บรรยากาศของงานไม่ใหญ่ไม่เล็ก ชาวบ้านเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ แม่ครัวแต่งตัวกันสวยงาม แบกหม้อ แบกกระทะ เตาแก๊ส เตาถ่าน หอบหิ้ววัตถุดิบที่จะเอามาประชันกัน ดูอบอุ่นเหมือนงานบุญงานบวช ทั้งๆ ที่งานนี้ไม่ได้มาแข่งกันทำอาหารกันแบบเอาเป็นเอาตายหรอกนะครับ แต่พอเริ่มงานเสียงครกจากทุกครัวก็ดังแข่งกันเอาเรื่องเหมือนกัน

เมนูผักพื้นบ้าน

ลานตรงกลางงานเป็นที่รวมพืชผักและวัตถุดิบนานาชนิดที่เป็นพืชปลอดสารทั้งหมด ให้แม่ครัวพ่อครัวมาหยิบเลือกไปปรุงอาหารได้ตามใจ มีมากมายเหลือเฟือ แม่ครัวพูดแซวกันว่าตรงนี้คือซูเปอร์มาร์เก็ตดีๆ นี่เอง

ผมเดินดูแต่ละซุ้มที่เริ่มลงมือทำอาหารกันแล้ว เมนูที่นำมาทำประชันเป็นเมนูประจำบ้าน ประจำครอบครัว บางบ้านก็สืบทอดกันมาจากผู้แก่ผู้เฒ่า บางบ้านก็ทำกินกันในวงสังสรรค์หลายเมนูดูน่ากินตั้งแต่ยังไม่ลงมือปรุง แค่แม่ครัวผัดเครื่องแกงก็เริ่มกลืนน้ำลายแล้วครับ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงไก่ลูกกล้วย

พี่นันชี้ให้ผมดูแกงไก่ลูกกล้วยจากบ้านบางพะเนียง บอกว่าเป็นแกงโบราณที่นานๆ จะหาทานได้สักที ใช้กล้วยน้ำว้าดิบลูกเล็กจะอร่อยกว่าพันธุ์ลูกใหญ่ๆ แกงกับไก่บ้าน หลังจากรวนไก่บ้านกับเครื่องแกงที่โขลกกันสดๆ ตรงนั้นแล้วก็เติมกะทิลงไป พอแกงได้ที่ก็ใส่ใบกะเพราเป็นขั้นตอนสุดท้ายตามสูตรดั้งเดิมของบ้าน

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

อ่อมปูนา

บ้านไม้แก้วนำเสนอการกินตามฤดูกาลผ่านเมนูอ่อมปูนา เพราะที่หอบเอามาเต็มตะกร้าล้วนเป็นพืชผักตามฤดูกาลทั้งหมด แม้กระทั่งปูนาที่ใช้ก็เป็นฤดูที่เหมาะกับการนำมาทำอาหาร เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ปูนาจะเริ่มวางไข่ จะมีความมันอยู่ในตัวมากกว่าปกติ แต่ปูก็จะคาวมาก เมนูเลยต้องใช้กระเทียมมากหน่อยมาดับคาว และปกติอ่อมจะใช้ข้าวเบือหรือข้าวเหนียวตำละเอียดมาผสมเพื่อทำให้น้ำแกงข้น แต่สูตรแม่ครัวที่นี่เขาจะใช้ไข่ไก่เพื่อทำให้น้ำข้นแทนครับ

ผมชอบเมนูนี้เป็นพิเศษ แม่ครัวเล่าว่าพอทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช่ยาฆ่าแมลง ปูก็กลับมาสู่นาข้าว ฟังดูจะเหมือนดี แต่ที่จริงปูนาเป็นศัตรูข้าวและเป็นศัตรูของชาวนาด้วย เลยจับมันมาทำอาหารกินเสียเลย

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงนางหวาน

แกงนางหวานคือชื่อเรียกแก้เคล็ดของแกงบอน ซึ่งบอนเป็นวัตถุดิบหลักของเมนูนี้ รู้กันอยู่ว่าแกงบอนไม่ได้ทำกันง่ายๆ หากเลือกหรือทำไม่เป็น มันจะคันคอคันปาก ต้องอาศัยประสบการณ์ และการแก้เคล็ดบ้าง (ฮา) แม่ครัวบอกเราคร่าวๆ ว่าบอนมี 2 แบบ แบบที่มันขาวๆ ใสๆ จะกินไม่ได้ ส่วนอีกแบบหนึ่งที่สีเข้มกว่าจะเอามาทำอาหารได้ ถึงยังไงผมก็ไม่กล้าเสี่ยงทำเองอยู่ดี แกงนางหวานนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ส่วนผสมลับ คือน้ำใบไชยาที่ถือว่าเป็นผงชูรสธรรมชาติ นำมาบีบขยำคั้นเอาน้ำมาผสมลงในแกง ทำให้น้ำแกงที่ได้รสนัวมาก ไม่อยากเฉลยก่อนเลยว่าแกงนี้ได้รางวัลป๊อปปูลาร์โหวตจากคนทั้งงานที่ร่วมชิมเลยนะครับ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงไก่บ้าน 3 สายพันธุ์ใส่หยวกกล้วย

ไก่ 3 พันธุ์ที่ว่าไม่ใช่ไก่ที่ใส่ในแกงนั้นมีอยู่ 3 ชนิดนะครับ แต่มันคือไก่บ้านพันธุ์ใหม่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ที่ผสมกันระหว่างไก่บ้าน ไก่ไข่ และไก่เนื้อ ออกมาเป็นไก่บ้านพันธุ์ใหม่ที่เนื้อนุ่มกว่าไก่บ้านทั่วไป แกงกับหยวกกล้วยสาว หรือกล้วยที่ยังไม่เคยออกลูกมาก่อน พริกแกงของบ้านนี้พิเศษตรงที่ไม่ใส่หอมลงไปในเครื่องแกง พ่อครัวบอกว่าคนเฒ่าคนแก่เขาทำกันมา ผมลองชิมดูแล้วมันค่อนข้างเห็นความแตกต่างเหมือนกันนะครับ แถมอร่อยเสียด้วยสิ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงคั่วลูกจาก

ตอนแรกผมนึกภาพเมนูนี้ว่าเป็นลูกจากเนื้อวุ้นใสๆ ขุ่นๆ ที่เราเอามาทำขนมกัน แกงลูกจากของบ้านโพธิ์นี้ใช้ก็ใช้ลูกจากเหมือนกัน แต่จะใช้ลูกจากแบบอ่อนยังจนเนื้อด้านในยังไม่กลายเป็นวุ้นใส หั่นและต้มหลายๆ น้ำจนหายฝาด เคล็ดลับคือใส่มะขามเปียกลงไปด้วยตอนต้ม ผมเพิ่งเคยได้ชิมต้นจากแบบอ่อนเป็นครั้งแรก เนื้อลูกจากคล้ายๆ กระท้อนหรือขนุนอ่อนเลยครับ พอเอามาทำแกงแล้วทำให้นึกถึงแกงคั่วกระท้อนนิดๆ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงเลียง

ชื่อเมนูจากบ้านยางแดงบนที่ฟังดูปกติธรรมดา แต่ที่มาและรสชาติไม่ได้ธรรมดานะครับ เพราะผักที่นำมาแกงนี้เป็นผักที่ปลูกมาจากการเก็บเมล็ดพันธุ์ออร์แกนิกทั้งหมดของกลุ่มแม่ครัวเอง ทำให้ได้ผักรสอร่อยและปลอดภัยไว้ทำอาหาร ส่วนประกอบที่ใส่ในแกงเลียงมีทั้งบวบ ผักก้านตรง ฟักทอง ยอดฟักทอง และแตงไทย ให้ความข้นและหวานของน้ำแกงจากข้าวโพด อีกเคล็ดลับสำคัญของน้ำแกงคือใช้ปลาช่อนนาย่างด้วยไม้ไผ่ จะให้ความหอมมากเป็นพิเศษเสียด้วย

เมนูผักพื้นบ้าน

คั่วไส้เทวดา

ชื่อเมนูดึงดูดใจมากพอๆ กับหน้าตา คั่วไส้เทวดาคือไข่ตุ๋นที่ผสมเครื่องแกงและดอกไม้นานาพรรณลงไปด้วย เป็นของที่พ่อครัวอารมณ์ดีบอกว่าเอาไว้กินเวลาสังสรรค์กัน พริกแกงที่ต้องเอาวัตถุดิบไปเผาไฟให้หอมก่อน ใส่ผักและดอกไม้ แล้วตีไข่ลงไปผสมก่อนจะนำไปนึ่งจนสุก ได้ไข่ตุ๋นหอมพริกแกง และสามารถปรุงรสเพิ่มได้ตามชอบใจ

เมนูผักพื้นบ้าน

ยำตะไคร้สามสาวกับน้ำพริกกะปิผักทอด

เมนูยำทำง่ายแต่อร่อยเมนูจากบ้านดงบัง จังหวัดปราจีนบุรี ยำตะไคร้ใส่หอมแดง แครอท มะม่วง ผักชี ถั่วลิสง แต่พิเศษที่ใช้ตะไคร้พันธุ์พื้นบ้านที่จะให้กลิ่นหอมกว่าตะไคร้พันธุ์เกษตรที่จะให้กลิ่นหอมน้อยกว่า และการใส่มะพร้าวคั่วลงไปด้วยคั่วมะพร้าวไฟอ่อน ให้มีกลิ่นหอมและเพิ่มความมันของยำมากขึ้น ทานคู่กับน้ำพริกกะปิใส่มะอึก ผักทอด

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

แกงบวดรุ่ย

เมนูนี้เป็นเมนูของหวานล้างปาก รุ่ยเป็นพืชน้ำกร่อยที่ขึ้นอยู่ในป่าชายเลน ชาวบ้านนิยมนำรุ่ยมาปรุงอาหาร ได้ทั้งคาวทั้งหวาน แต่ก็หาทานได้ยากนะครับเพราะต้องใช้ความพยายามในการนำมาทำอาหาร ต้องขูดเปลือกฝักรุ่ยออก ก่อนที่จะล้างน้ำต้มหลายๆ น้ำ แล้วยังต้องแช่น้ำด่างจากขี้เถ้าอีกเพื่อให้ไม่ฝาด กว่าจะได้รุ่ยที่พร้อมนำมาทำอาหารต่อ รุ่ยนิยมนำมาเชื่อม และทำแกงบวดเหมือนที่ทำมาให้กินในวันนี้ เนื้อของรุ่ยคล้ายๆ กับมัน และฟักทองเวลานำมาทำขนมเลยมีรสที่คุ้นเคยกว่าที่คิด พี่นันเล่าว่า สาเหตุที่นำรุ่ยมาปรุงเป็นอาหารก็เพื่อฟื้นองค์ความรู้ของการทำอาหารจากรุ่ยที่กำลังจะหายไป รุ่ยมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศป่าชายเลนที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ การใช้รุ่ยมาทำอาหารจึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับรุ่ย และเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนด้วย

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

รายการนี้ไม่ได้มีแต่เมนูของพ่อครัวแม่ครัวชาวบ้าน แต่ยังมีแขกรับเชิญจากกลุ่มเชฟจากเมืองกรุงด้วยครับ เชฟแต่ละคนที่ถูกรับเชิญมาต่างสนุกกับผักพื้นบ้านสดๆ และวัตถุดิบดีๆ ที่สามารถเลือกมาทำเป็นเมนูได้ทันที เมนูน้ำพริก แกงอ่อม ถูกปรับเปลี่ยน พลิกแพลงให้กลายเป็นเมนูใหม่ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารของชาวบ้าน ปิดท้ายด้วยการเสิร์ฟอาหารของเชฟให้ชาวบ้านได้ลองชิมกัน เชฟหลายคนบอกว่าปกติไม่เคยได้ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ขนาดนี้ ปกติวัตถุดิบที่ใช้ในร้านต้องผ่านการเก็บ การแช่แข็ง ก่อนที่จะนำมาทำอาหาร การได้จับวัตถุดิบสดใหม่ทำให้รู้สึกดีมากๆ

เมนูผักพื้นบ้าน เมนูผักพื้นบ้าน

พี่นันบอกว่าที่ตั้งใจเชิญเชฟมา เพราะต้องการจะพูดเรื่องราวที่อยากสื่อสารอย่างผักพื้นบ้านเกษตรอินทรีย์ และองค์ความรู้ในการกินในวงกว้างมากขึ้น เชฟจากเมืองกรุงก็จะมาช่วยสร้างองค์ความรู้ในการกินให้ไปถึงคนในเมืองมากขึ้น อยากบอกให้คนเห็นความสัมพันธ์ ได้รู้ว่าการกินไม่ได้แค่สุขภาพของตัวเองหรือสิ่งแวดล้อม แต่มันมากไปถึงว่าจะทำเกษตรกรต้นทางเข้มแข็งได้อย่างไร ทำให้จะช่วยคุ้มครองปกป้องพื้นที่เพาะปลูกอาหารดีๆ ได้อย่างไร รวมไปถึงเป้าหมายใหญ่ๆ คือการเปลี่ยนนโยบายของรัฐด้วย พี่นันบอกว่า ถ้าเราเพาะปลูกกันอย่างเดียวโดยที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจมันก็ไม่ได้ผล พลังมันไม่พอ เพราะสิ่งที่หวังไว้คืออยากให้ไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารจริงๆ ใครที่อยากกินผักปลอดภัยก็สามารถทานที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องจะต้องมาหาที่นี่แล้ว

เมนูผักพื้นบ้าน

Writer & Photographer

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

หลังจากอยู่ที่ญี่ปุ่นมาหลายปี อดคิดไม่ได้ว่าสตรอว์เบอร์รี่ควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผลไม้ประจำชาติ แม้จะไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่นแต่กำเนิด แต่เฉิดฉายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่นอย่างลงตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Strawberry Shortcake เค้กยอดนิยมตลอดกาลที่มักเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในหลาย ๆ โอกาส เช่น วันเกิด แม้ทั้งสตรอว์เบอร์รี่และเค้กจะมาจากตะวันตก แต่เมนูนุ่มละมุนนี้ถือกำเนิดในญี่ปุ่นนะ! 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รี่ที่รวมทุกรูปแบบของความอร่อยไว้ให้สำรวจ โรงแรมหรูก็มักจะจัดบุฟเฟต์ขนมหวานที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ และเชื่อมั้ยว่ามียูทูบเบอร์สายปลูกสตรอว์เบอร์รี่ด้วย! 

อะไรจะรักและหลงใหลในสตรอว์เบอร์รี่ขนาดนี้ เมื่อถามคนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาคนหนึ่งว่า “สำหรับคุณ สตรอว์เบอร์รี่คืออะไร” ก็ได้คำตอบว่า “ผลไม้ที่รับประทานทั่วไปในชีวิตประจำวัน” แต่เมื่อถามนักศึกษาญี่ปุ่นจะได้รับคำตอบว่า ‘ของขวัญ น่ารัก ความพิเศษ’ และเมื่อถามถึงสตรอว์เบอร์รี่ช็อตเค้ก คนญี่ปุ่นมักจะตอบว่า ‘วันเกิด ปาร์ตี้ หรือ คริสต์มาส’

ในเมื่อเป็นผลไม้ที่ดีต่อใจและได้ครอบครองพื้นที่พิเศษในหัวใจคนญี่ปุ่น แน่นอนว่าเกษตรกรผู้มุ่งมั่นและใส่ใจในรายละเอียดยิ่งลุยพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง แม้แต่คนไทยเอง ถ้าพูดถึงสตรอว์เบอร์รี่สุดพรีเมียมรสหวานอร่อย ก็คิดถึงสตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นใช่มั้ยล่ะ

ไปทำความรู้จักกับเจ้าจิ๋วแจ๋วที่กินแล้วแจ่มว้าวกันดีกว่า

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

1. สตรอว์เบอร์รี่ คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร

ปลายยุคเอโดะ หรือในช่วงศตวรรษ 1800 ที่สตรอว์เบอร์รี่เพิ่งเข้าญี่ปุ่นใหม่ ๆ คนญี่ปุ่นพยายามจะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งในตอนแรกไม่สำเร็จ เนื่องจากภูมิอากาศไม่เหมาะสม ฯลฯ แต่ในที่สุดก็สามารถพัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกในปี 1898 ที่สวนในพระราชวังอิมพีเรียล และถูกกำหนดไว้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด จึงถือเป็นผลไม้ที่ไฮโซอย่างยิ่ง จนในปี 1919 ได้เริ่มให้ทุกคนปลูกกินได้ทั่วประเทศ หลังจากนั้นความหวานและความสดใสของสตรอว์เบอร์รี่ก็ค่อย ๆ เฉิดฉาย  

บริษัท Kagome ทำสำรวจพบว่าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุ 3 – 6 ขวบ ชอบสตรอว์เบอร์รี่มากที่สุดในหมวดผลไม้ สำหรับผลการสำรวจกับชาวญี่ปุ่นถึงผลไม้สุดป๊อป สตรอว์เบอร์รี่ก็ยังคงคว้าอันดับ 1 อยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจมหาชนทุกยุคสมัยจริง ๆ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

2. จาก 1 ถึง 300 ความอร่อยหลากหลายสายพันธุ์

เกริ่นไปแล้วว่าคนญี่ปุ่นมีความผูกพันกับสตรอว์เบอร์รี่อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่พัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นสำเร็จเป็นครั้งแรก ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา จนปัจจุบันมีมากกว่า 300 สายพันธุ์ ว่ากันว่าเยอะเกินกว่าครึ่งนึงของสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ที่มีในโลกเลยทีเดียว 

สตรอว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ปลูกได้ทั่วประเทศ ในแต่ละท้องถิ่นต่างก็มุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพดีขึ้นออกมาเรื่อย ๆ เพราะรู้ว่านี่คือผลไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับชาวญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยสร้างแบรนด์และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้น ๆ จึงเกิดการแข่งขันกันพัฒนาสายพันธุ์ 

3. ความพิเศษของ Koi Minori และ Yubeni

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าเริ่มกลุ้มใจว่าจะเลือกยังไงดี มีตั้ง 300 สายพันธุ์ เราขอเลือกมาแนะนำ 2 ชนิด ได้แก่ Koi Minori และ Yubeni

Koi Minori ชาติกำเนิดนั้นไม่ธรรมดา เป็นผลงานของ Kyushu Okinawa Agricultural Research Center ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ National Agriculture and Food Research Organization ผู้ทำหน้าที่ค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับผักผลไม้และอาหารของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว น้องถือเป็นดาวเด่นของญี่ปุ่นที่ไปส่องประกายในต่างประเทศ โดดเด่นด้วยผลใหญ่ รสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมที่ชวนให้สดชื่น ที่สำคัญเนื้อไม่ช้ำง่าย ขนส่งไปต่างประเทศก็เก็บไว้ได้นาน เลยนำความอร่อยแบบญี่ปุ่นส่งถึงชาวต่างชาติได้อย่างสมบูรณ์

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Koi Minori 

Yubeni ความอร่อยที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดคุมาโมโตะในปี 2015 ซึ่งเลข 15 อ่านว่าอิจิโกะ พ้องกับคำว่าสตรอว์เบอร์รี่ในภาษาญี่ปุ่นพอดี เชื่อได้เลยว่าน้อง Yubeni เกิดมาเพื่อเป็นสตรอว์เบอร์รี่แสนอร่อย จุดเด่นอยู่ที่ผลใหญ่ทรงสวยสมส่วน สีแดงสด กลิ่นหอมชัด รสเปรี้ยวหวานผสมผสานกันอย่างลงตัว สมแล้วที่ใช้เวลาค้นคว้าถึง 10 ปี

จะให้ดี ไม่ต้องเลือก ลองชิมทั้งสองพันธุ์นั่นแหละ ทั้งสนุกและอร่อย

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Yubeni

4. เฉลยความลับของสตรอว์เบอร์รี่หลากสี

สตรอว์เบอร์รี่ที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่เป็นสีแดง แต่จริง ๆ แล้วที่ญี่ปุ่นสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่สีอื่นได้ด้วย เช่น สีขาวและสีดำ (แดงคล้ำ) สงสัยกันมั้ยว่า สีของสตรอว์เบอร์รี่มาจากอะไร มีผลต่อรสชาติหรือไม่

จริง ๆ แล้วสีแดงของสตรอว์เบอร์รี่เป็นผลมาจาก Anthocyanin ซึ่งเป็นกลุ่มสารสีที่ทำให้ดอกไม้และพืชผักมีสีออกม่วงหรือแดง ดังนั้น สตรอว์เบอร์รี่สีขาวก็คือสตรอว์เบอร์รี่ที่มีปริมาณ Anthocyanin น้อยมาก ส่วนสีชมพูมีปริมาณ Anthocyanin ขึ้นมาอีกระดับ และเมื่อปริมาณ Anthocyanin สูงมากพอ เราจะได้สตรอว์เบอร์รี่สีดำ (แดงก่ำ) ด้วยนะ การปลูกและดูแลน้อง ๆ สีพิเศษเหล่านี้ละเอียดอ่อนและต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเลยทำให้ปลูกยากกว่าพันธุ์สีแดงทั่วไป 

สีไม่เหมือนกัน แล้วความหวานต่างกันมั้ย ?

คำตอบคือ ไม่ ปริมาณ Anthocyanin ในสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้กำหนดความหวานเลย พันธุ์สีขาวที่แพงไม่ได้แปลว่าหวานกว่าแต่อย่างใด เลือกเอาสีที่ชอบที่ใช่ได้เลย 

แต่อย่าเผลอเลือกสตรอว์เบอร์รี่สีอ่อน ๆ ตอนซื้อสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์สีแดงนะ เพราะถ้าเลือกกินพันธุ์สีแดง ก็ต้องเลือกลูกที่แดงสดเพื่อความหวานอร่อยสูงสุด 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

5. การปลูกสตรอว์เบอร์รี่ในญี่ปุ่น 99.99 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นในเรือนเพาะปลูก

สังเกตมั้ยว่า เวลาเราไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ญี่ปุ่น มักอยู่ในโรงเพาะปลูกที่มีผ้าใบคลุมมิดชิด ไม่ใช่ว่าการปลูกตามไร่ในพื้นที่กลางแจ้งไม่ดี แต่เกษตรกรญี่ปุ่นจริงจังเรื่องคุณภาพมาก จึงให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การให้น้ำ ถ้าปลูกกลางแจ้งจะต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักซึ่งควบคุมยาก 

ส่วนขั้นตอนที่ยากที่สุดคือ ตอนเตรียมต้นเบบี๋ในกระถางก่อนนำไปปลูกลงดิน (苗作り) นี่คือพาร์ตที่ท้าทายสกิลล์ของเกษตรกรที่สุด เพราะสภาพแวดล้อมตอนอยู่ในกระถางปลูก วิธีให้น้ำ อุณหภูมิ การย้ายไปปลูกต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดเลยว่าจะเก็บเกี่ยวได้กี่ครั้ง ดอกไม้จะบานเยอะหรือไม่

เรียกได้ว่าคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้อนอ่อนจิ๋วจนเติบโตเนื้อเต่งสีแดงสวยเลยทีเดียว 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

6. ที่มาแห่งความอร่อยก็คือ…

ไม่ว่าคุณจะชอบสตรอว์เบอร์รี่แบบหวานนำหรือหวานอมเปรี้ยว ความหวานอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของสตรอว์เบอร์รี่ ก็คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรัก

ความหวานที่ว่านั้นคือความลับของความอร่อยนั่นเอง ในสตรอว์เบอร์รี่มีน้ำตาลถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส เมื่อได้ความหวานตามธรรมชาติทั้ง 3 ชนิดผสมผสานกัน เลยได้รสหวานอร่อยเกินห้ามใจ

เพื่อให้ได้สตรอว์เบอร์รี่ที่ทั้งหวานและนุ่มอร่อย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของสตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่น เหล่าเกษตรกรเลยพิถีพิถันกับแสงแดดและอุณหภูมิเป็นพิเศษ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะกับสตรอว์เบอร์รี่เท่านั้น ปริมาณแสงแดดนั้นมีความสำคัญมากกับผักผลไม้ที่มีสีแบบที่ค่อย ๆ แดงขึ้นเมื่อสุก

7. สมัยก่อนคนญี่ปุ่นไม่นิยมกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ นะ

แม้ตอนนี้การเก็บสตรอว์เบอร์รี่กินจะเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่บางครั้งก็จองคิวยากสุด ๆ โดยเฉพาะพันธุ์ที่ลูกใหญ่หวานฉ่ำ โดนฉกหมดก่อนเพื่อนตลอด เชื่อมั้ยว่าสมัยก่อนคนญี่ปุ่นชอบสตรอว์เบอร์รี่ลูกเล็กและอมเปรี้ยวมากกว่า ซึ่งเทรนด์การกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ เพิ่งมาเปลี่ยนในช่วง 20 ปีมานี้ เลยทำให้ตลาดสตรอว์เบอร์รี่เริ่มบูม และเกิดกระแสกินสตรอว์เบอร์รี่จิ้มนมข้น 

สมัยก่อนลูกเล็กเป็นที่นิยม เพราะจะได้วางเรียงบนเค้กหรือขนมหวานต่าง ๆ สวยงาม และรสอมเปรี้ยวเข้ากันได้ดีกับครีมสด เหมาะทำขนมหวาน 

พอคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เกษตรกรถึงพัฒนาแบบที่กินสดอร่อยกว่าเดิม เป็นลูกใหญ่ ๆ หวานฉ่ำเต็มคำ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

8. แล้วจะเลือกสตรอว์เบอร์รี่ยังไงดีล่ะ

อันดับแรกเลยต้องสีแดงสดเสมอกันทั่วทั้งลูก ถัดมาคือต้องเล็งช่วงด้วย สตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นมีให้กินตั้งแต่พฤศจิกายนถึงพฤษภาคม แต่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดคือผลที่ออกหลังดอกรุ่นสองบาน คือช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 

ช่วงเวลาอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อยแล้วแต่พันธุ์ แต่โดยทั่วไปช่วงนี้จะมีโอกาสพีกสุด ยิ่งระยะจากออกดอกไปสู่ออกผลนานเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะสตรอว์เบอร์รี่จะค่อย ๆ โต ดูดซึมแร่ธาตุ ทำให้รสชาติเข้มข้น ดังนั้น พอเป็นสตรอว์เบอร์รี่ที่เริ่มเติบโตและออกดอกในช่วงหน้าหนาวของเดือนธันวาคม ไปออกผลช่วงมกราคมเลยอร่อยเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า สตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่นในฤดูกาลอื่นก็อร่อยเช่นกันนะ

สุดท้าย วิธีเลือกสตรอว์เบอร์รี่ในซูเปอร์มาร์เกต นอกจากดูสีแดงสด ๆ เราต้องดูความเงาด้วย ถ้าสีแดงสดแต่ดูสีด้าน ๆ มีแนวโน้มว่าไม่น่าจะฟินเท่าน้องแดงเงา

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

9. วิธีกิน!

ส่วนที่หวานที่สุดของสตรอว์เบอร์รี่นั้นอยู่ที่ส่วนปลาย ชาวญี่ปุ่นจึงแนะนำมาว่า ต้องกินจากฝั่งที่ติดใบ ซึ่งอาจเปรี้ยวกว่า จะได้ได้รสหวานแผ่ความอร่อยในตอนจบ ว่ากันว่าถ้าคนเรากินเปรี้ยวก่อนแล้วตามด้วยหวาน จะทำให้รับรสความหวานได้ดีกว่า

10. สตรอว์เบอร์รี่คือผัก!

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เว็บไซต์กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง เขียนคำจำกัดความของไม้ผล ไว้ว่า ‘ไม้ล้มลุกหรือไม้ยืนต้นที่ปลูกมากกว่า 2 ปี และมีผลสำหรับบริโภค’ ซึ่งหากยึดตามคำนิยามนี้แล้ว สตรอว์เบอร์รี่ที่เป็นพืชฤดูเดียว ผลของน้องจึงถูกนับเป็น ‘ผัก’ นั่นเอง

โอ้โห อยู่ ๆ ก็ได้เป็นคนชอบกินผักขึ้นมา แต่ยินดีมาก ถ้าผักจะรสหวานและเนื้อนุ่มอร่อยพรีเมียมขนาดนี้ ไม่ต้องหั่น ไม่ต้องปอกเปลือก ไม่ต้องอบก็อร่อยทันใจ สมแล้วที่ได้เป็นของขวัญที่ดีต่อใจของคนญี่ปุ่น

Japan Fruits Festival ~Seasonal Gift from Japan~ โครงการกรุบกริบที่พาผลไม้พรีเมียมสดใหม่ในแต่ละฤดูกาลจากญี่ปุ่นส่งตรงถึงเมืองไทย จัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นำเสนอผลไม้ญี่ปุ่นคุณภาพสูงตามความมุ่งมั่นตั้งใจสไตล์ชาวญี่ปุ่น คัดของเด็ดจากฟาร์มที่เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดในการปลูกอย่างพิถีพิถัน ขนส่งอย่างระมัดระวัง และตั้งใจเลือกมาแต่ของอร่อยที่สุดในแต่ละฤดูกาล ให้คนไทยได้ฟินเหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่น ที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่าย ทั้งทางซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุ้นเคย Big-C, Foodland, Gourmet Market, Lotus’s, Makro, MaxValu, Tops Supermarket และช่องทางออนไลน์ อย่าง CityFresh, Freshliving, Imoji และ Shi-Tori

และตอนนี้มีแคมเปญพิเศษที่น่าจะถูกใจคนรักมันหวาน เพียงร่วมตอบแบบสอบถาม “ส่งต่อความอร่อยของญี่ปุ่น” ตอบแล้วอร่อย! ได้รับแล้วดีใจ! ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ไปจนถึง 31 มกราคม 2565 รับเลย ‘มันหวานญี่ปุ่นแท้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น 1 กิโลกรัม’ มูลค่า 350 บาท (มีจำนวนจำกัด) คลิกตอบแบบสอบถามได้ที่ app.skanhubrewards.com/survey/jff02

Writer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load