14 Aug 2017
6 PAGES
2 K
วิชา: Earth Tone Unfolding
คำอธิบายรายวิชา: ศึกษาความสัมพันธ์ของสีในธรรมชาติต่อชีวิต กายภาพของโลก ความเชื่อและนวัตกรรม
ประเภทวิชา: Nature Application1 (Colours)
ประเทศ: ไทย

การเดินทางของน้ำเริ่มจากใต้ท้องเมฆสีเทาอมม่วงเข้มก้อนมหึมา ที่กำลังพยายามพยุงตัวจากน้ำหนักของมันเอง น้ำฝนใสๆ เม็ดแรกที่ไม่มีใครรู้ว่ากลั่นมาจากไอน้ำขาวปุยไหนของก้อนเมฆสีเทา ไม่อาจต้านแรงดึงดูดจากความชื้นของภูเขาเขียวทะมึนได้อีกต่อไป การเดินทางที่เชื่อมหลายชีวิตเข้าไว้ด้วยกันจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ระหว่างทางก่อนถึงแผ่นดิน เม็ดฝนทรงกลมใสได้หักเหแสงสีขาวของดวงอาทิตย์ฉายเป็นเฉดสีทั้งหมดที่มนุษย์เห็นได้และที่เห็นไม่ได้ เป็นทางเดินโค้งลงสู่โลกเบื้องล่าง ในขณะเดียวกัน ก็ฉายภาพโลกสีฟ้าย้อนกลับไปสู่หมู่เมฆเบื้องบน เชิญชวนเม็ดฝนเม็ดอื่นๆ ให้รีบกลั่นตัวลงมา สีทั้งหมดในฉากนั้นก็ละลายเข้าหากัน ทั้งเทาเข้มของเมฆก้อนหนัก สีขาวของปุยไอน้ำบางเบา เขียวอมฟ้าทะมึนๆ ของเทือกเขาที่ลึกเข้าไปเป็นชั้นสลับซับซ้อน สีฟ้าจางๆ ของอากาศ และสีฝ้าๆ ของม่านฝนที่ละลายทุกสีอย่างเนิบช้าในขณะที่มันเคลื่อนผ่าน

น้ำหยดแรกที่มาถึงผิวโลกได้เปลี่ยนสีดินให้เข้ม เปลี่ยนลำธารใสเป็นสีแดงส้ม เปลี่ยนเมล็ดไม้สีน้ำตาลไหม้ให้เป็นต้นกล้าสีเหลืองอ่อน เปลี่ยนต้นไม้จากใบแก่เขียวเข้มให้งอกใบใหม่เขียวอ่อน หน่อไม้ใหม่ๆ สีเหลืองนมแทงทะลุดินดำ ชีวิตในดักแด้เผยสีสัน แมลงปอบ้านสีบานเย็นเข้ม ส้มและน้ำเงินไล่จับยุงและแมลงเล็กๆ อย่างวุ่นวายข้างบ่อน้ำเดียวกับที่แมลงปอน้ำตกตูดฟ้ากำลังหาที่เกาะนิ่งๆ บนใบไม้ แมลงทับปีกเขียวเลื่อมน้ำเงินตื่นจากการนอนอันยาวนาน นกยางตัวผู้ผลัดชุดขนสีใหม่ ลูกค่างคลอดใหม่ขนสีเหลืองทอง เห็ดราหลากสีขมวดมัดเส้นใยเป็นต้นเป็นดอกจากซากชีวิตสีเข้มดำ

แล้วโลกก็ได้ต้อนรับฤดูกาลของการเกิดใหม่

เมื่อน้ำหยดมาถึงดิน ดินคือองค์ประกอบสำคัญที่เป็นฐานให้ทุกชีวิต ไม่ใช่แค่ในมิติที่ซับซ้อนทางชีววิทยา แต่สามัญและเรียบง่ายกว่ามาก ในฐานะที่เป็นฐานให้เราทุกคนมีที่ยืนบนโลกกลมๆ นี้อย่างมั่นคง

เราสังเกตสีของดินแล้วบอกลักษณะและองค์ประกอบคร่าวๆ ของดินได้ เช่น สีน้ำตาลดำเป็นดินที่มีซากพืชซากสัตว์ (Humus) ที่ย่อยสลายโดยสมบูรณ์ผสมกับแร่ต่างๆ เป็นชั้นดินบนสุด (ชั้น A หรือ Top Soil) ในการแบ่งชั้นดิน (Soil Horizon) สีแดง เหลือง ส้มเข้มในชั้นถัดลงมา (ชั้น B) เป็นชั้นที่มีการสะสมของสนิมโลหะ เช่น สนิมเหล็ก น้ำ และความชื้น จากดินชั้นบน สีขาวจากแคลเซียม ยิปซัม แมกนีเซียมคาร์บอเนต และเกลือ เป็นสัญลักษณ์ว่าพื้นที่แถบนี้เคยเป็นทะเลมาเมื่อนานมาแล้ว หากดินมีสีอ่อนมากแปลว่ามีส่วนผสมของทราย (ผลึกควอตซ์) มาก สีที่แตกต่างและลักษณะทางกายภาพของชั้นดินทำให้เราย้อนกลับไปทำความรู้จักประวัติศาสตร์ทางกายภาพของบริเวณที่ดินนั้นอยู่ได้หลายล้านปี

วิธีการเก็บตัวอย่างสีดินคือ ตักดินแล้วเอาส่วนที่เป็นกรวดทรายเศษรากไม้ใบไม้ออกจากดินโดยการร่อนผ่านตะแกรง บดแล้วเอาไปแยกส่วนที่หนักกับส่วนที่เบากว่าออกจากกันโดยการผสมน้ำทิ้งไว้นิ่งๆ ให้แยกชั้น ตักมาเฉพาะชั้นบนสุด เอามาตากให้แห้งแล้วบดหรือร่อนผ่านตะแกรงอีกที จะได้ผงสีละเอียดและสม่ำเสมอ

ถัดจากผืนดิน เมื่อน้ำซึมมาถึงรากไม้ ชีวิตก็เริ่มต้นผลิใบ แตกหน่อ ออกลูกหลาน ความลับของสายพันธุ์ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในเมล็ดพันธุ์แห้งแข็งก็เผยออก เปลี่ยนสีน้ำตาลแห้งสากของกิ่งและลำต้นเป็นเขียวชอุ่มหรือแดงระเรื่อด้วยใบอ่อน เปลี่ยนสีไร่นาจากดินดำเป็นสีเขียวตองด้วยกอต้นกล้า

องค์ประกอบสำคัญที่ให้สีในกลีบดอกไม้และใบไม้แบ่งออกเป็น 3 สีหลักๆ คือ สีเขียวจากคลอโรฟิลล์ แคโรทีนอยด์ให้สีเหลืองสีส้ม และสีแดงน้ำเงินม่วงจากแอนโทไซยานิน องค์ประกอบเหล่านี้ไม่ใช่แค่ให้สีสันเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่สำคัญในการสังเคราะห์แสง สร้างอาหาร ป้องกันอันตรายจากแสงแดด

วิธีบันทึกสีดอกไม้ใบไม้ แบบง่าย ฉีกและบี้กลีบดอกไม้ใบไม้ให้ฉ่ำเละ แล้วกดลงไปบนกระดาษสีน้ำ สังเกตสีที่เกิดกับสีดอกก่อนทำ ส่วนแบบ Brewing นำกลีบดอกไม้ใบไม้มาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในขวดแก้ว เทน้ำร้อนเดือดๆ ลงไปให้ท่วม ทิ้งไว้ 1 คืน กรองเอากากออก แล้วหยดแอลกอฮอล์สองสามหยด คนให้เข้ากันจะได้สีน้ำจากธรรมชาติ (เปลี่ยนสีได้หากเปลี่ยนสภาพความเป็นกรด / ด่าง) ปิดฝาแล้วเก็บในตู้เย็นได้นานเป็นเดือน

หลังจากผ่านดินผ่านรากไม้ เมื่อน้ำไหลรวมมาที่ลำธาร ในที่สุดน้ำได้พาตะกอนดิน หินแร่มากองไว้ที่ท้องน้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เล็กและฟอกอากาศให้ออกซิเจนแก่ชีวิตในสายน้ำ

เราสืบค้นลักษณะทางธรณีวิทยาย้อนสายน้ำขึ้นไปได้โดยการจำแนกประเภทของหิน ตั้งแต่หินที่แข็งมากๆ อย่างอัคนี แกรนิต ไล่มาจนถึงหินที่อ่อนมากๆ เช่น หินทราย หินตะกอน หินดินดาน

เรานำหินที่อ่อนพวกนี้มาขูด บดกับหินที่แข็งกว่าแล้วให้สีต่างๆ ออกมาได้เช่น สีแดง ส้ม เหลืองจากสนิมเหล็ก (ออกไซด์ของเหล็ก) สีขาวจากเปลือกหอย แคลไซต์ เกลือและยิปซัม สีเทา เขียว ม่วง ฟ้า [ตัวอย่างที่น่าสนใจจากประวัติศาสตร์ของการใช้สีจากหินเช่น สีน้ำเงินเข้ม (Ultramarine) ที่ได้มาจากหิน Lapis Lazuli เป็นหินที่หายากและมีราคาสูง เพราะเมื่อบดเป็นผงยังคงรักษาความสดเข้มของสีไว้ได้ ใช้กันมาตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมีย ในรูปปั้นเทพเจ้าทั้งหลาย แต่โด่งดังมากในภาพวาดยุคเรเนซองส์และบาโร้ก ภาพที่เป็นที่รู้จักและโด่งดังมากคือภาพ Virgin Mary ก็ใช้สีจาก Lapis Lazuli เป็นสีผ้าขององค์ประกอบหลักตรงกลางของภาพ]

วิธีการเก็บสีหินแบบเปียก ขูดหินตะกอนหินดินดานกับหินที่แข็งกว่า จะได้ผงสีของหินนั้นออกมา ผสมหยดน้ำในลำธาร แล้วป้ายลงบนกระดาษ หรือเอามาทาหน้าทาตัวได้ ส่วนวิธีเก็บแบบแห้ง ตำหินดินดานด้วยครก บดให้ละเอียดด้วยโกร่งบดยา ร่อนผ่านตะแกรง แล้วเก็บใส่ขวดใส (บันทึกสถานที่ไว้ด้วย)

แล้วเมื่อน้ำเดินทางกลับสู่เบื้องบน เมื่อการเดินทางอันยาวนานของเม็ดฝนเม็ดแรกมาถึงการกลับสู่จุดเริ่มต้น ไอน้ำที่ระเหยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศผสมกับก๊าซหลากชนิดทำให้เกิดสีสันต่างๆ บนท้องฟ้า โดยเฉพาะในยามเย็นสีสันจะหลากหลายเปลี่ยนไปตามฤดู

การเก็บสีท้องฟ้า เตรียมสีน้ำหรือสีโปสเตอร์ไว้ ใช้แม่สี แดง เหลือง น้ำเงิน ขาว ดำ และสีสะท้อนแสงอีก 3 – 4 สี เพื่อให้ครอบคลุมเฉดสีของท้องฟ้ายามเย็นที่มีสีสันสดใส ผสมใส่ขวดแก้วใบเล็กให้ใกล้เคียงสีที่เห็นให้ได้มากที่สุด (ตามทฤษฎีสี) จดบันทึกเวลา วันเดือนปีและสถานที่ทุกครั้งที่บันทึกสีท้องฟ้า

สีของโลกบ่งบอกทั้งเรื่องของชีวิต การเกิดการตาย จังหวะ การเปลี่ยนแปลง ทั้งยังส่งผลต่อกิจกรรม การงาน ความเป็นอยู่ อาหาร รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกและระบบต่างๆ ข้างในร่างกายของเรา ความร่าเริง หมองเศร้า ตื่นเต้น เฉื่อยชา สงบ วุ่นวาย ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบเมตาบอลิซึ่ม ระบบภูมิคุ้มกัน และผลต่อจิตวิญญาณ

การทำความรู้จักโลกจึงมิใช่เพื่อรู้จักแต่เพียงโลก แต่เพื่อการรู้จักตนเองในมิติต่างๆ เพื่อท่าทีที่เหมาะสมที่สัมพัทธ์และสัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆ ชีวิตอื่นๆ

วิชา: Earth Tone Unfolding
คุณสมบัติผู้เรียน: ผ่านพื้นฐาน Basic Nature Appreciation 1-3, สนใจใคร่รู้จักมิติที่ลึกขึ้นของสีและความสัมพันธ์
เก็งข้อสอบ: เชื่อมโยงศาสตร์ต่างๆ ทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะ มีระบบในการสืบค้น เข้าใจระเบียบในมุมมองใหม่และมีความรู้สึกของตนเอง
วิชาต่อเนื่อง: Form, Line and Texture of Life, Fifth Element

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่ / บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue/โรงเรียนนานาชาติ’

ถ้าผลงานของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

CONTRIBUTOR

คทา มหากายี

เรียนออกแบบแต่ไม่ได้ทำแบบที่เรียน มาออกแบบมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์แทน เริ่มทำงานกับเด็กๆและธรรมชาติมาตั้งแต่ปี2540 หลงป่าอยู่หลายสิบปีจนปัจจุบันมาโผล่กลางทุ่งนาที่เชียงดาว ทำบ้านเรียนกับลูกๆสองคนและกำลังเรียนรู้ไปพร้อมกับพวกเขา