กลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

ข้างต้นที่ว่านี้ อ่านแล้วคุณอาจขมวดคิ้วนึกกลิ่นไม่ออก แต่ทั้งหมดนี้คือกลิ่นที่โรงงานน้ำหอม ‘Scent And Sense’ เคยทำมาหมดแล้ว ซึ่งการใช้จินตนาการแปลงสิ่งนามธรรมให้ออกมาเป็นกลิ่นนั้น เป็นเพียงแค่เสี้ยวความสามารถของธุรกิจนี้

เรามีนัดคุยกับ เจ-รุจิรา ตระกูลยิ่งเจริญ กรรมการผู้จัดการ Scent And Sense บริษัทโรงงานน้ำหอมที่เป็นทั้งเจ้าของแบรนด์เครื่องหอมและผู้รับจ้างผลิตสินค้า OEM เธอเคยเป็นนักวิจัยโรคระบาด ก่อนหันมาสนใจปรุงน้ำหอมอย่างจริงจัง จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่น (Scent Expert) และอยู่เบื้องหลังแบรนด์ชั้นนำมากมาย 

ความฝันของเธอคือการได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบกลิ่น ที่ไม่เพียงสร้างธุรกิจได้จริง แต่ยังได้ช่วยกลุ่มเกษตรกรไทย ด้วยการเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้และเหลือใช้แล้วอีกด้วย 

Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน

ถึงตรงนี้คุณคงจะนึกถึงกลิ่นนวดแผนไทยหรือตะไคร้ใบมะกรูด ต้องขอบอกก่อนว่าทุกกลิ่นที่รังสรรค์จากที่นี่ มีความร่วมสมัยและตอบโจทย์ของลูกค้าได้ด้วย

เปิดโสตประสาทของคุณไว้ให้ดี และรับชมเรื่องราวของกลิ่นหอมต่อไปนี้ได้เลย

Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน

จากนักวิจัยโรคระบาดสู่วงการน้ำหอม

เจและ แบงค์-รัชพล ตันติประภากุล กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งร่วม เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์และเป็นสายรหัสกันสมัยมหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบต่างแยกย้ายไปทำงานคนละสาย เจเป็นนักวิจัยเรื่องโรคระบาด ออกพื้นที่ดูแลควบคุมโรคระบาดให้กับชาวเขาเผ่าอาข่าที่เชียงราย ส่วนแบงค์ทำงานตรวจสอบคุณภาพและแก้ปัญหาไลน์ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นตัวแทนจำหน่ายยาที่ดูแลโซนภาคเหนือเหมือนกัน  

“สิ่งที่เราทั้งสองคนเจอเหมือนกันคือ ทางเหนือหรือบนดอยต่าง ๆ มีแต่คนแก่กับเด็กเล็ก ลูกหลานวัยทำงานเข้าไปในเมืองหมด เพราะที่บ้านไม่มีงานรองรับ เราจึงมานั่งคุยกันว่า มันน่าจะดีถ้าเราใช้ความรู้ที่มี พาธุรกิจ พางาน กลับเข้าไปที่บ้านเกิดเขาได้ และทำให้อาชีพดั้งเดิมอย่างการเกษตรแข็งแรงขึ้น”

พื้นฐานทางด้านชีววิทยาของเจที่รวมถึงความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ ช่วยให้การศึกษาเรื่องน้ำหอมนั้นง่ายขึ้นและตอบโจทย์ที่ตั้งใจไว้ได้ เพราะการนำพืชมาสกัดเป็นน้ำหอมสามารถเพิ่มมูลค่าให้ผลิตผลทางการเกษตรของชาวบ้าน รวมถึงในหลาย ๆ ครั้งก็ช่วยลดของเสียที่ไม่ใช้แล้วได้ด้วย 

ตัวอย่างเช่น กลุ่มสวนมะนาวที่นอกจากคั้นน้ำไปขายเพิ่มมูลค่าแล้ว เปลือกมะนาวยังนำมาทำ Essential Oil หรือน้ำมันหอมระเหยสกัดได้ราคาสูงถึงกิโลละ 7,000 บาท เป็นต้น

Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน

ปรับโทนกลิ่นของสมุนไพรให้เข้ากับยุคสมัย

แบรนด์ Scent And Sense จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2014 โดยเริ่มทำสบู่จากสารสกัดสมุนไพรหรือผงสมุนไพรเป็นตัวชูโรง และมีน้ำหอมเป็นผลิตภัณฑ์เสริม 

สิ่งที่ลูกค้าพูดถึงและจดจำได้กลับไม่ใช่สรรพคุณของสบู่ แต่เป็นกลิ่นต่างหาก 

“ยุคนั้นเราไม่ชอบผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่กลิ่นดูผู้ใหญ่จนใช้ยาก เราจึงปรับมาเป็นโทนกลิ่นมีความร่วมสมัยควบคู่ไปกับการใช้สมุนไพร ทำให้เจออินไซต์ว่าคนชอบกลิ่นที่เราทำค่อนข้างเยอะ เป็นกลิ่นที่ใช้สมุนไพรไทย แต่กลุ่มอายุไหนก็ใช้ได้ เราเลยเข้ามาขยายงานส่วนนี้เพิ่ม จนกลายมาเป็นสินค้าหลักในปัจจุบัน”

การผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์กับศิลปะ

น้ำหอมถือเป็นงานที่รวมสิ่งที่เจรักทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะในคราวเดียว 

“เจเป็นคนชอบศิลปะ วาดรูป เล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก งานกลิ่นทำให้ได้ใช้จินตนาการเต็มที่ เป็นประสาทสัมผัสที่ทรงพลังในแง่การสื่อสาร เหมือนการวาดภาพที่เลยขอบเขตของตาออกไปอีก เพราะมันเข้าไปปลุกความทรงจำเฉพาะคนได้ สำหรับเรา นี่คือมนต์เสน่ห์ของน้ำหอม พอเราฝึกทดลองเองจนรู้ระดับหนึ่ง ก็ไปเรียนเพิ่มจนได้ใบประกาศนียบัตรมาเป็น Perfumer หรือนักปรุงน้ำหอม”

Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน
Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน

สิ่งที่ทำให้ Scent And Sense แตกต่าง

เราสงสัยว่าในปัจจุบันมีคนทำธุรกิจในลักษณะนี้มากน้อยแค่ไหน ทำไมลูกค้าถึงต้องมาเลือกใช้บริการปรุงกลิ่นกับ Scent And Sense 

เจตอบเราว่าในประเทศไทยตอนนี้ยังมีไม่เยอะมาก ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีเอกลักษณ์หรือลายเซ็นเฉพาะตัวในการออกแบบกลิ่น ไม่แพ้นักวาดการ์ตูนหรือศิลปิน

“วรรณกรรมที่เราโตขึ้นมาด้วยอย่าง Harry Potter หรือชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลตของ Roald Dahl ทำให้เราใช้จินตนาการแฟนตาซี บวกกับเทคนิคการปรุงที่เน้นใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของไทย แต่ว่ากลิ่นที่ออกมาต้องมีความร่วมสมัย มีเอกลักษณ์ แต่คงความเข้าถึงง่าย เราอยากเล่าโดยใช้จินตนาการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่อยู่บนฐานที่ว่าต้องหอมและใช้งานจริงได้ด้วย”

ขั้นตอนการสร้างกลิ่น

ปัจจุบัน Scent And Sense ให้คำปรึกษาด้านกลิ่นครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ ดูแลให้คำปรึกษาตั้งแต่คอนเซ็ปต์การสร้างกลิ่น ไปจนถึงแพ็กเกจจิ้งพร้อมผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GHP (Good Hygiene Practices)

ใน 1 ปีมีการร่วมงานกับกว่า 90 แบรนด์ มีกลิ่นที่สร้างไม่ต่ำกว่า 300 กลิ่น ซึ่งหลายคนเข้าใจว่ากลิ่นเป็นเรื่องของน้ำหอมอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วมีรายละเอียดซับซ้อนกว่าที่คิดไว้

“เราดูแลตั้งแต่งาน OEM น้ำหอมที่เป็นแบรนด์ทั้ง Niche และแฟชั่น เครื่องหอมอโรม่า กลิ่นของสถานที่ก็มี อย่างโรงแรมหรือห้างต่าง ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใช้ในบ้าน อย่างกลิ่นที่ใช้ในทิชชูเปียก ผงซักฟอก หรืออะไรก็ตามที่มีกลิ่นหอมทั้งหมด 

“เวลาจะสร้างกลิ่นขึ้นมา เราเริ่มที่ตัวตนของแบรนด์ เน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โฟกัสที่ผู้บริโภคของแต่ละรายว่าเป็นใคร ซึ่งความหอมเหม็นของแต่ละทาร์เก็ตเป็นเรื่องเฉพาะมาก ๆ อย่างเช่น เอากลิ่น Luxury ไปใช้ตลาดแมส หลายคนอาจจะมองว่าเป็นไอเดียที่ดี แต่หลาย ๆ ครั้งตลาดแมสไม่เข้าใจ เพราะมันไม่ได้หอมในมุมของเขา เราเลยต้องโฟกัสไปที่ผู้บริโภคของแบรนด์นั้น แล้วเอาอินไซต์จากผู้บริโภคมารวมกับตัวตนของแบรนด์ที่จะถ่ายทอด วิธีนี้จะช่วยให้การสื่อสารและการออกสินค้าแม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงของลูกค้าไปในตัวด้วย”

เจบอกว่างานหลังบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะกลิ่นหอมเป็นงานที่ต้องค้นคว้าและพัฒนาเยอะ เช่น น้ำหอมแบบไหนเหมาะกับภูมิอากาศร้อนอย่างบ้านเรา ที่เมื่อผ่านเวลาและผสมกลิ่นเหงื่อเข้าไปแล้วจะไม่เพี้ยน หรือทำไมจุดเทียนหอมแล้วไม่หอมเหมือนตอนดมแรก ๆ มันมีเรื่องทางเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้องว่า เมื่อกลิ่นเข้าไปอยู่ในสินค้า จะทำยังไงให้ประสิทธิภาพออกมาอย่างเต็มที่ หรือมีความฟุ้งกระจายและอยู่ได้นานตามชั่วโมงที่เคลมไว้จริง 

“ถ้าลูกค้ามาหาเรา เขาสามารถโฟกัสไปที่การขายของเขาได้เต็มที่ เพราะหลังบ้านที่เหลือจนเสร็จเป็น Finishing Product เราเป็นคนดูแลให้ทั้งหมด”

โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

ทิศทางที่เปลี่ยนไปของธุรกิจกลิ่น

ในขณะที่สถานการณ์ของโรคระบาดยังไม่จบสิ้น และหลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ซบเซาลง แต่ธุรกิจกลิ่นหอมกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ตั้งแต่ล็อกดาวน์ครั้งแรก จากที่ชีวิตเราค่อนข้างเร่งรีบ อยู่ในห้องหรือบ้านน้อยมาก พอมีการ Work from Home ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องหอมที่ใช้ในบ้านเติบโต ก้านหอมเติบโต กลุ่มเทียนในไทยโตขึ้นเป็นประวัติการณ์ 

“เมื่อก่อนคนไม่ค่อยกล้าจุดเทียนเพราะกลัวไฟไหม้ ตลาดเทียนเมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว ของเราส่งออกไปยุโรปอย่างเดียวนะ ในไทยเองก็เกิดกลุ่มคนที่รักน้ำหอมฉีดตัวมากขึ้น 2 ปีที่ผ่านมาเลยคึกคัก เติบโตค่อนข้างชัดเจน รวมถึงโรคซึมเศร้า วิตกกังวล เป็นอาการที่คนเป็นกันเยอะ ผลิตภัณฑ์อโรม่าในหมวด Stress Relief, Office Syndrome Relief ช่วยให้หลับง่ายจึงเติบโตตามขึ้นด้วย”

ส่วนเทรนด์ของน้ำหอมที่ใช้กับร่างกาย เริ่มมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในรูปแบบ Unisex ไม่นำเสนอเพศผ่านกลิ่น แต่บอกเล่าถึงตัวตนและบุคลิกแทน อย่างแบรนด์ Jo Malone หรือ Byredo รวมถึงเน้นความโปร่งสบายของกลิ่น แต่ก็ต้องติดทนนานด้วย

“แต่ก่อนตลาดน้ำหอม ลูกค้าจะชอบกลิ่นที่ฉุนชัด ฉีดแล้วต้องรู้สึกได้เลยว่ากลิ่นเต็ม แน่น แต่ว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เวลาเราพูดถึงกลิ่นหอมจะมีความเป็น Skin Scent มากขึ้น มีความโปร่งเบาเหมือนการแต่งหน้าแบบ No Make Up ให้ความรู้สึกที่ดูเป็นคนเข้าถึงง่าย ดูดีแบบไม่ได้ตั้งใจมากจนเกินไป แต่ตลาดรวมของบ้านเราก็ยังชอบจำนวนชั่วโมงที่อยู่ได้นาน ยังมองว่าชั่วโมงที่นานสะท้อนถึงคุณภาพของกลิ่นเช่นเดิม”

โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย
โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

การร่วมพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ต่าง ๆ 

อีกเหตุผลหลักที่ทำให้การทำแบรนด์ Scent And Sense สนุก เป็นเพราะในทุกครั้งที่ได้เริ่มงานใหม่กับลูกค้า เหมือนได้เดินเข้าไปในโลกใบใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา 

“ในการทำงานกลิ่นกับทุก ๆ บริษัท โดยเฉพาะรูปแบบองค์กรใหญ่ก็จะจริงจังในเรื่องที่ต่างกัน อย่างแบรนด์แฟชั่นที่เราร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น Dapper หรือ Greyhound ก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับ Creative Director และ CEO เองเลย ได้เห็นวิธีการมองแบรนด์ มองสินค้าของเขาในหลาย ๆ ด้าน เช่น Emotional, Functional หรือ User Experience มีข้อมูลและมีการใส่ใจรายละเอียดในตัวตนของแบรนด์ค่อนข้างสูง รวมถึงความเคารพในความชอบของลูกค้าของแบรนด์สูงมาก 

“หรืออย่างงานกับ LUFFALA วิสาหกิจชุมชนในเครือ PTT Global Chemical เราเข้าไปดูแลการออกแบบกลิ่นและพัฒนาสูตรสำหรับนวัตกรรมใหม่ของเขา เป็นประสบการณ์ที่ได้ไปอยู่กับทีมนักวิทยาศาสตร์ร่วมวิจัยพัฒนา และได้เห็นอีกฟากของวิสาหกิจชุมชน ที่เขาตั้งใจผลักดันให้ปลูกพืชท้องถิ่นไปพร้อม ๆ กับการสร้างมูลค่าด้วย”

โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย
โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

ทุกประสบการณ์ถูกเล่าผ่านกลิ่นได้

เราเอ่ยถามว่าแล้วมีงานอะไรที่แปลกออกไปบ้างไหม เจรีบตอบทันทีว่าหนึ่งในงานที่รักที่สุด คือการทำกลิ่นให้ตัวละครในนิยายชุด ถั่วงอกและหัวไฟ ของ ทรงศีล ทิวสมบุญ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเขียนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษอยู่แล้ว

“ตัวละครคือ Lady Black Dress เราต้องเข้าไปนั่งค้นชีวิต ดูปูมหลัง ยุคที่เขาอยู่ เสื้อผ้าที่เขาใส่ พฤติกรรม ของชอบของเกลียดที่ทำให้เขากลายมาเป็นคนที่ดุดันอะไรอย่างนี้ รู้สึกเหมือนเราได้ชุบชีวิตให้ตัวละครออกมาจริง ๆ ได้ใช้กลิ่นคาวเลือด กลิ่นไม้ กลิ่นใบยาสูบที่ตัวละครชอบ”

เธอเล่าต่อว่า งานกลิ่นเป็นงานที่ทำให้ได้รับฟังเรื่องราวใหม่ ๆ อย่างกลิ่นตัวคน กลิ่นอวกาศ กลิ่นแมงดา กลิ่นซากศพ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย ก็เคยทำมาแล้วทั้งนั้น

“เราอยากให้ Scent And Sense เป็นโลกอีกใบที่ทุกประสบการณ์ถูกเล่าผ่านกลิ่นได้ จึงพยายามบอกลูกค้าทุกครั้งว่า เวลาคุยงานกัน อย่าเพิ่งรีบปิดกั้นตัวเอง บางคนคิดไว้แฟนซีมาก แต่กลัวว่าจะเป็นกลิ่นไม่ได้ เราก็จะบอกว่าจริง ๆ มันเหมือนการวาดภาพ เป็นไปได้หมดแหละ อยู่ที่ว่าเราอยากเล่าแบบไหนมากกว่า”

อนาคตของ Scent And Sense

เป้าหมายหลักในอนาคตของแบรนด์ เจอยากเป็นเบื้องหลังการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงให้กับลูกค้า ไม่มีการขาดตลาดของสินค้า รวมถึงได้กลับไปสานต่อเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่อยากช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีรายได้มั่นคงยิ่งขึ้น 

“ในทุก ๆ ปีเราจะคาดการณ์ว่าของช่วงนี้ใกล้หมด ต้องเริ่มกักตุนให้ลูกค้า เพื่อที่เขาจะได้มีวัตถุดิบในการผลิตอยู่ตลอด เพราะยุคนี้ผู้บริโภครอไม่ได้ 

“นอกจากนี้ เราอยากขยายจำนวนพืชและจำนวนกลุ่มเกษตรกรชุมชนตามความตั้งใจแรกด้วย การสกัดเกิดขึ้นที่หน้าฟาร์มเพื่อให้ได้กลิ่นที่ดีที่สุด และบทบาทของธุรกิจเราคือการรวบรวม Demand ที่มากพอ เพื่อให้ในฝั่งของการสกัดทำงานได้จริง ๆ เมื่อทำออกมาแล้วต้องมีคนเอาไปใช้ต่อ ไม่งั้นเขาก็จะจมและไม่สามารถลงทุนต่อได้ เหมือนกับว่าเราเป็นตัวกลางกระจายของ นำมาใช้เพื่อให้เกิดเป็น Volume ใหญ่ ปีหนึ่งเราเลยรับงานแมสค่อนข้างเยอะ เพื่อที่จะบาลานซ์ปริมาณการใช้งานวัตถุดิบเหล่านี้ เพราะอยากให้ชุมชนเติบโตไปพร้อม ๆ กัน โดยหวังว่าทุกโอกาสที่เราได้มาจะส่งต่อกลับไปให้กับชุมชนด้วย”

โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

Lessons Learned

  • การทำธุรกิจให้ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ตลอดเวลาเป็นเรื่องสำคัญ อย่ายึดถือว่าสินค้าหลักควรเป็นอย่างเดิมอย่างเดียวตลอดไป
  • อย่ายัดเยียดสิ่งที่คิดว่าดีกว่าให้กลุ่มเป้าหมายโดยขาดการศึกษาก่อน เพราะอาจกลายเป็นผลเสียได้มากกว่าผลดี
  • มองหาความสนุกในการทำงานให้เจอ แล้วการทำธุรกิจจะกลายเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ
  • การนำความชอบส่วนตัวมาเป็นพื้นฐานในการธุรกิจ จะช่วยให้งานของคุณมีเอกลักษณ์และไม่มีใครเหมือน

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

สำหรับ ‘โรงเรียนปิติศึกษา’ (Pitisuksa School Chiang Rai Montessori) Montessori แห่งแรกของจังหวัดเชียงราย ‘ต้นไม้ สายลม แสงแดด ดิน หญ้า’ ไม่ใช่ของตกแต่งที่ทำให้สถานศึกษาดูดี แต่ทั้งหมดคือสื่อการเรียนการสอนและเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการชิ้นสำคัญจากธรรมชาติ เพื่อการเติบโตตามธรรมชาติของเด็ก

ว่าแต่การศึกษา Montessori (มอนเตสซอรี่) ที่เราพูดถึงคืออะไร

Montessori คือหลักสูตรอายุกว่า 120 ปี มีต้นกำเนิดจากแพทย์หญิงชาวอิตาลี มาเรีย มอนเตสซอรี่ (Maria Montessori) โดยเน้นให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ เติบโตตามธรรมชาติและความต้องการของตนเองอย่างมีความสุข ซึ่งในหลายประเทศ สิ่งนี้ไม่ใช่การศึกษาทางเลือก แต่คือรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้ทั่วไป

แล้ว Montessori ที่เน้นการเล่นมากกว่าการเรียนแบบท่องจำ ได้ผลจริงหรือ

การพัฒนาการศึกษาที่เป็น ‘ทางเลือก’ ในสังคมไทยต้องเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง

เหล่าผู้บริหารสร้างความเชื่อมั่นและทำให้โรงเรียนเติบโตได้อย่างไร

The Cloud ขอเดินตาม ณัฐฬส วังวิญญู, นุก-ทรงธรรม ศรีนัครินทร์ กรรมการ และ ครูอ้อย-ปิยะนุช ชัชวรัตน์ ผู้อำนวยการ ไปหาคำตอบทั้งหมดใต้เงาไม้ ในอาคารที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางเสียงภาษาอังกฤษดังเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ที่เป็นเครื่องบ่งบอกว่าพวกเขากำลังมีความสุขแค่ไหน

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

2542

Welcome to Pitisuksa School

25 ปีก่อน เชียงรายเป็นจังหวัดที่โรคเอดส์และวัณโรคระบาดหนัก นักวิจัยจากต่างประเทศ ทั้ง CDC สหรัฐอเมริกา RIT ของญี่ปุ่น และอังกฤษ เข้ามาทำวิจัยในพื้นที่พร้อมครอบครัว ทำให้ผู้ปกครองต้องการหาสถานศึกษาให้ลูก แต่ในยุคนั้นยังไม่มีโรงเรียนนานาชาติ พวกเขาจึงรวมตัวกันก่อตั้ง ‘มูลนิธิปิติศึกษา’ ขึ้นใน พ.ศ. 2542 มีนักเรียน 12 คน คละวัยกันทั้งหมด

ปรากฏว่าสิ่งที่ริเริ่มได้ผลตอบรับดี จากตำบลป่างิ้ว ทางตอนใต้ของเชียงราย พวกเขาจึงย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันใน พ.ศ. 2545 เปลี่ยนสวนลิ้นจี่ เงินบริจาคจากเจ้าของที่ดิน และการระดมทุนจากผู้ปกครองมาเป็นอาคารและปัจจัยในการพัฒนาลูกหลาน

เรามองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบและคิดว่า บรรยากาศดี ต้นไม้เยอะ พื้นที่วิ่งเล่นแยะ

แต่พวกเขาทั้งหมดหันมาบอกเราพร้อมกันว่า ยังไม่เพียงพอ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ช่วงนี้โรงเรียนกำลังเติบโต มีนักเรียน 240 คน ที่ดินเดิมกลับกลายเป็นคับแคบอีกครั้ง พวกเขาจึงวางแผนเพื่อไปยังสถานที่ที่กว้างพอให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดย Master Plan แห่งใหม่ออกแบบโดย อาจารย์จุลพร นันทพานิช ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ป่า’ เพราะเชื่อว่าธรรมชาติสำคัญต่อการเรียนรู้ มีสระน้ำเพื่อศึกษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเสมือนลำเหมืองในภาคเหนือ มีทุ่งนาสำหรับทำกิจกรรม เรียนรู้เรื่องป่า เวิร์กชอปงานฝีมือ และสร้างความสุนทรีให้ตัวเด็กเอง

ครูอ้อยเล่าว่า เธอตั้งใจลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูกคนที่สองซึ่งเป็นออทิสติก สามีของเธอเป็นกรรมการโรงเรียนยุคก่อนจึงชวนมาทำงานที่นี่ พร้อมให้ลูกมาเรียน จากที่จบเศรษฐศาสตร์จึงเรียนครูเพิ่มในสาขา Montessori สำหรับเด็กพิเศษ และเรียนต่อทางการบริหารการศึกษาเพื่อมาเป็นผู้จัดการโรงเรียน

โครงสร้างดั้งเดิมเป็นรูปแบบมูลนิธิ แต่มีข้อจำกัดเยอะ เมื่อไม่แสวงหาผลกำไรจึงระดมทุนพัฒนาต่อได้ยาก ไม่เกิดการบริหารอย่างยั่งยืน เมื่อไม่ยั่งยืน ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองจึงไม่เกิด โรงเรียนก็ขยับขยายไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องมีการเปลี่ยนวาระของผู้รับอนุญาต ซึ่งต้องดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ ทางกรรมการจึงพิจารณาโครงสร้างใหม่ให้เลี้ยงต้นเองได้ เพื่อพาทุกคนเดินไปข้างหน้า

“คุณณัฐฬส ชวน นายแพทย์ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร มา เขาจึงบอกว่าเราต้องเปลี่ยนเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทไตรสิกขา คุณณัฐฬสเป็นผู้รับใบอนุญาต 

“ครูอ้อยทำหน้าที่ School Director ควบ School Manager ถ้าโรงเรียนรัฐบาลจะไม่มีตำแหน่งหลัง เพราะไม่ต้องคิดวิธีหาเงิน แต่ในเอกชนต้องมี บริหารเงินอย่างไร พัฒนาบุคลากรอย่างไร เก็บค่าเทอมมาเท่าไหร่ต้องบริหารให้พอ ประเด็นคือต้องไม่ขาดทุน พอได้โครงแบบนี้เราก็ต้องทำให้ผู้ปกครองเห็นว่าเราเปลี่ยนแปลงและยังคงอยู่ คุณนุกก็เริ่มรีโนเวตสถานที่อีกทาง”

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

หลังจากนั้นปิติศึกษาก็ไม่เคยหยุดอยู่ที่เดิม แม้จะมีคำถามจากสังคมถึงความไม่เชื่อมั่นในรูปแบบการเรียนการสอน แต่ศักยภาพของเด็กที่จบไปกลับแสดงผลลัพธ์ของความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

“หลายคนถามว่าสถานศึกษาแบบนี้เหมาะสมกับสังคมเราอย่างไร ผมถามต่อว่า จริง ๆ แล้วสังคมต้องการสถานศึกษาแบบไหน ที่มีในปัจจุบันตอบโจทย์หรือเปล่า ตอนนี้เราทำในสิ่งที่เชื่อว่าการศึกษาควรจะเป็น เส้นทางการศึกษาที่แท้จริงไม่ได้มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ แต่คือการพัฒนาความเป็นมุนษย์ให้สมบูรณ์ในแบบของพวกเขาเอง” 

นุกทิ้งท้ายก่อนเริ่มอธิบายถึงสิ่งที่โรงเรียนตั้งใจมอบให้เด็ก เพื่อให้เด็กไปมอบกับสังคม

Montessori

โรงเรียนที่ไม่ควรเป็นทางเลือก

“เรานิยามตัวเองว่าเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทุกคนเรียนรู้ด้วยกันทั้งเด็ก ครู และผู้ปกครอง โดยให้ความอิสระ (Independent) เป็นเรื่องใหญ่ สังคมบอกว่าคุณฉลาด คุณเก่ง จริง ๆ ไม่ใช่ เรามีคุณค่าในตัวเอง

“สังคมบางส่วนยังคงความเชื่อเรื่องการท่องจำและวัดผลด้วยการสอบไม่ต่างจากโรงงานผลิตคน แต่ Montessori เชื่อว่าศักภาพของมนุษย์ไปได้ไกลและหลากหลายกว่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องถนัดสิ่งเดียวกัน”

ณัฐฬสยืนยันว่า เด็กต้องมีอิสระทั้งร่างกายและจิตใจถึงจะนำไปสู่การพัฒนาที่ดี พวกเขาคือผู้สร้างความหมายและคุณค่าของตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนในสังคมจะมีความคิดนี้ การสร้างทัศนคติดังกล่าวตั้งแต่เด็กจึงเป็นรากฐานสำคัญ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ปิติศึกษาใช้หลักสูตรบูรณาการไทย-มอนเตสซอรี่ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยจัดตามโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งหลักสูตรเป็น 5 ระดับ ได้แก่ เตรียมอนุบาล (อายุ 2 – 3 ปี) อนุบาล (อายุ 3 – 6 ปี) ประถมต้น (อายุ 6 – 9 ปี) ประถมปลาย (อายุ 9 – 12 ปี) และมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุ 12 – 15 ปี) 

ทั้งหมดเป็นการแบ่งแบบคละ ไม่มีการแบ่งเกรด ไม่มีการตีตราว่าเด็กเก่งหรือไม่เก่ง แม้อายุจะต่างกันแต่ก็เป็นการเรียนรู้ตามช่วงวัย ให้น้องเรียนรู้จากพี่ และพี่พัฒนาความเป็นผู้นำจากน้อง โดย 1 ห้องมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน พร้อมครูไทย 1 คน และครูต่างชาติ 1 คน

ปรัชญาการสื่อสารแบบ Montessori ไม่เน้นท่องจำ แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการทำงานกับสื่อ ซึ่งลักษณะคล้ายของเล่น มีการแบ่งพื้นที่ในห้องเรียนเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ทักษะชีวิต ประสาทสัมผัส ภาษา คณิตศาสตร์ และ Cultural Science เช่น ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พืช หรือสัตว์ โดยการจัดห้องเรียนเป็นอิสระของครูผู้ดูแล

“Help me to do it myself เด็กอนุบาลของเราช่วยเหลือตัวเองได้ 

“เด็กประถมศึกษาเรียน Cosmic Education แปลว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเชื่อมโยงกัน เรียนรู้จาก 5 เรื่อง คือ การกำเนิดจักรวาล การกำเนิดโลก การกำเนิดสิ่งมีชีวิต การกำเนิดตัวอักษร และตัวเลข จากนั้นจึงกระจายออกเป็นวิชาต่าง ๆ ซึ่งต้องเรียนผ่านการกระทำ ไม่ใช่กระดาน

“สำหรับเด็กโตต้องเตรียมเขาให้เป็นผู้ใหญ่ Help me to become an independent adult ไม่ได้เรียนแค่ 8 กลุ่มสาระ แต่มีเรื่อง Humanity ทักษะชีวิต การทำงาน การพัฒนาตนเอง มีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักแบ่งปันและดูแลคนอื่น เป็น Golbal Citizen ที่ดี ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ คือ เคารพตนเอง เคารพผู้อื่น และเคารพสิ่งแวดล้อม” ผู้อำนวยการอธิบาย

เป้าหมายของการศึกษา คือการทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น

จุดหมายปลายทางของปิติศึกษาคือ สันติภาพ เริ่มจากเด็กที่จบไปแล้วปรับตัวได้ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน ดูแลตนเองและผู้อื่นได้ เข้าใจและชื่นชมความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมโลก 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Parenting Classroom

ห้องเรียนดูแลผู้ปกครอง

“ความท้าทายที่เจอคือการสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง เขาต้องเข้าใจในแบบเรา เพราะรูปแบบการเรียนค่อนข้างแตกต่างและละเอียดอ่อน ผู้ปกครองต่างชาติจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายกว่า” 

ครูอ้อยเล่าถึงเรื่องที่เคยเป็นประเด็นน่ากังวล แต่ในตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าต้องจัดการกับความไม่เข้าใจอย่างไร

“เรามี Parenting Classroom ให้ความรู้พ่อแม่ว่า ถ้าคุณเลือกส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษา คุณควรรู้อะไร เรายังต้องทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและต้องทำมากขึ้น เพราะพวกเขาต้องช่วยสนับสนุนการเรียนรู้แบบนี้ที่บ้าน ทั้งในแง่การสื่อสาร การจัดการสิ่งแวดล้อม และเวลา

“สมมติพ่อแม่ไม่เห็นคุณค่าของเวลา กลับบ้านไปลูกเปิดโทรทัศน์ดู ให้คนอื่นเลี้ยง อยู่โรงเรียนล้างจานเอง แต่กลับบ้านมีคนล้างให้ แม้เราจะสอน แต่ที่บ้านสปอยล์เหมือนเดิม สิ่งที่ท้าทายจึงเป็นการเอาพ่อแม่มาเรียนด้วย การทำโรงเรียนคือการทำการเรียนรู้ให้พ่อแม่ไปพร้อมกัน โตไปพร้อมกับเด็ก ไม่ใช่พ่อแม่อยู่ที่เดิมจะกลายเป็นอุปสรรค” ณัฐฬสอธิบาย

“ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็ก กล้ามเนื้อมัดเล็กกับมัดใหญ่เป็นตัวทำให้เซลล์สมองถูกประดิษฐ์ในช่วง 0 – 6 ปี ถ้าเกิดให้ดูแต่จอ เซลล์สมองจะหยุดพัฒนา แต่ถ้าเกิดเขาได้จับหรือปีนต้นไม้จะยิ่งผลิตเยอะ” นุกเสริมในฐานะคุณพ่อที่ส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษาเช่นกัน

แผนของพวกเขาคือการจัดเวิร์กชอปผู้ปกครอง นั่งคุยและให้ผู้ใหญ่ซึบซับสิ่งเดียวกับที่ลูกจะได้

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“ผู้ปกครองสำคัญมาก เพราะเป็นเอกชนที่ไม่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เราต้องอยู่ได้ด้วยค่าเทอม จำนวนของเด็กจึงสำคัญ ค่าเทอมเราโปร่งใส เก็บเท่าไหร่ ขออนุญาตเขตเท่านั้น ไม่มีเพิ่มเติมยกเว้นไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัดก็แจ้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น”

การบริหารความเชื่อมั่นคือสิ่งที่ห้ามละเลย ครูอ้อยรับหน้าที่พาทัวร์โรงเรียน ประเมินความพร้อมเด็ก และอธิบายให้ผู้ปกครองฟังทุกอย่าง ดังนั้นผู้ปกครองทุกคนจะต้องได้พบผู้อำนวยการ พร้อมข้อมูลที่ครบทุกรายละเอียด

We are your supporters

ส่งเสริมในทุกทาง

01 หลักสูตรสู่ความสุข

ความสุขเกิดได้ใน 3 มิติ อย่างแรกคือ ตัวตนของเด็ก พวกเขาต้องปรับตัวให้เข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อม มีแรงจูงใจในการเรียนด้วยตัวเอง เป็นตัวเอง พึ่งตนเอง เป็นอิสระ เชื่อมั่น และดูแลคนอื่นได้

ด้านสังคม พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจ อยากช่วยเหลือสังคม เรียนรู้วิธีการบอกความต้องการของตนเองอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการสร้างและรักษาความสัมพันธ์

มิติด้านการศึกษา หลายคนอาจมองว่าสิ่งที่ผ่านมาดูเป็นนามธรรม ทดสอบไม่ได้ด้วยกระดาษข้อสอบ นั่นก็เพราะทางโรงเรียนไม่เน้นการแข่งขัน ไม่มีการสอบ ไม่มีการบ้าน เด็กได้ความรู้ในสิ่งที่ต้องการ โดยมีครูเป็นผู้จัดหาความรู้ให้เพียงพอต่อการส่งเด็กไปรู้จักโลกกว้าง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“แต่หากต้องการดูคะแนน เราเห็นคะแนน O-net ด้วยความที่เรียนเป็นอังกฤษ เรื่องภาษาดีมากอยู่แล้ว หากดูคะแนนเฉลี่ยทุกวิชาล้วนสูงกว่าระดับภาคและระดับชาติ คะแนนที่เกาะกลุ่มสะท้อนภาพรวมแต่ละวิชา วิธีการเรียนการสอนไม่ได้มีท่องจำ ไม่ได้มีสอบ แต่เราก็พัฒนาให้ผู้ปกครองเห็นเสมอ” ครูอ้อยอธิบาย

02 ครูเป็นตัวของตัวเอง

ปิติศึกษามองว่า ครูคือผู้อำนวยความสะดวกให้เด็ก ไม่ใช่ผู้สอน เพราะหากสอนนักเรียนในห้องที่มีอายุต่างกันย่อมมีเด็กที่เรียนไม่ทัน ครูจึงเป็นผู้ประเมินและดูแลเด็กตามที่ธรรมชาติของเขาต้องการ

ครูในโรงเรียนมาจากหลายประเทศ ทั้งเปรู รัสเซีย อังกฤษ อเมริกา ฟิลิปปินส์ อินเดีย ทุกคนได้รับอนุญาตให้เป็นตัวเอง ถือเป็นการนำเข้าวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภายในห้องมีทั้งครูไทยและครูต่างชาติ ทำงานกันเป็นทีม

หากเกิดปัญหาให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขและนึกถึงความสัมพันธ์เป็นหลัก ครูไม่ต้องทำงานเอกสารและเสนอกรรมการโรงเรียนได้ว่ามีสิ่งที่ไหนต้องการเพิ่มเติมหรือปรับปรุง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

03 อาหารดีและอิ่มท้อง

ปิติศึกษาจัดอาหารโดยคำนึงถึงโภชนาการเป็นหลัก อาหารกลางวัน 1 มื้อ เลือกวัตถุดิบที่ปลอดสารพิษมากที่สุด โดยติดต่อไปยังหมู่บ้านที่ปลูกโดยตรง ไม่ใส่ผงชูรสเด็ดขาด ส่วนอาหารว่าง 2 มื้อ ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล

นักเรียนไม่ต้องมีเงินติดตัว เพราะไม่ขายขนม ไม่มีของหวาน แม้กระทั่งเด็กที่เอานมมาดื่มจะขอความร่วมมือผู้ปกครองงดนมรสหวาน นมรสช็อกโกแลต หรือนมเปรี้ยว ให้เด็กดื่มนมรสธรรมชาติ

04 ให้ทุกวันเป็นรันเวย์

วันจันทร์เป็นวันเดียวที่ใส่ชุดนักเรียน เสื้อสีขาว กระเปงสีส้มสำหรับผู้หญิง และกางเกงสีเดียวกันสำหรับผู้ชาย ที่เหลือแต่งอะไรมาเรียนก็ได้ที่เสริมความมั่นใจให้กับพวกเขา

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

05 อาคารที่สร้างจากความใส่ใจ

อาคารหลังใหม่ได้รับการออกแบบโดยนุก ซึ่งเป็นสถาปนิก อาคารหลังนี้ประหยัดพลังงานแบบ Passive คือลดการใช้งานมากกว่าการหาพลังงานสะอาดมาทดแทน หน้าต่างรับลมจากทิศทางที่เหมาะสม ไฟไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา หลังคาเป็นแบบสองชั้นเพื่อให้มีการระบายอากาศ

ห้องเรียนปกติเปิดประตูออกไปเรียนด้านนอกได้ แต่เนื่องจากอาคารหลังนี้มี 2 ชั้น และห้องเรียนอยู่ชั้นบน ทำให้มีการเติมชั้นลอยให้เด็กเล่นเพื่อรู้สึกผ่อนคลาย

โซน Practical Life ช่วยจำลองการใช้ชีวิตจริง มีครัวให้เด็กเตรียมของว่างให้เพื่อน ๆ นอกจากนี้ห้องเรียนของ Montessori ยังออกแบบให้มี Wet Area หรือพื้นที่เปียก มีที่ให้เด็กซักล้าง และทำความสะอาด 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

06 สิ่งแวดล้อมที่ดีในทุกแง่มุม

ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความสะอาด ความปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมภายนอกมีสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่ให้เด็กสัมผัส สำรวจ และค้นหา 

ผู้ปกครองหลายคนสะท้อนมาว่า เข้ามาแล้วไม่รู้สึกกดดัน เพราะมีต้นไม้เยอะ ด้านหลังเป็นสวนให้เด็กเลี้ยงกระต่ายและปลากันเอง

07 กิจกรรมหลากหลาย

การลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ปิติศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรใหม่เสมอ พร้อมเปิดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น Farming ให้เด็กลองทำการเกษตร Product Exchange เรียนรู้การผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย Self-Expression การแสดงออกในลักษณะศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น การพูดในที่สาธารณะ หรือการแสดงละคร

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Lessons Learned

  • แม้โรงเรียนจะต้องทำกำไรในฐานะธุรกิจ แต่อย่ามองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก ให้มองเป็นเรื่องการบริหารการศึกษาและการพัฒนาคน เพื่อสร้างเด็กที่เคารพตนเองและผู้อื่น ให้นำไปสู่สังคมที่น่าอยู่กว่าเดิม
  • อย่ายึดติดและอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเวลาที่ความเดิม ๆ ไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนา
  • ทำโรงเรียน ต้องมองให้กว้าง ดูแลทั้งเด็ก ผู้ปกครอง ครู และสิ่งแวดล้อม เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงและมีผลกระทบต่อกันหมด
  • อย่าวัดผลความสำเร็จด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะมนุษย์มีศักยภาพที่ซับซ้อนเกินกว่าจะมีกฎเกณฑ์มาประเมินผล
  • จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและรักษาความเชื่อใจผ่านการกระทำอย่างสม่ำเสมอ แม้หลายครั้งคนอื่นจะมองว่าแปลกแยกก็ตาม
  • อย่าละทิ้งความรอบคอบและความใส่ใจในรายละเอียด แม้ธุรกิจจะเติบโตแล้ว

 

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load