กลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

ข้างต้นที่ว่านี้ อ่านแล้วคุณอาจขมวดคิ้วนึกกลิ่นไม่ออก แต่ทั้งหมดนี้คือกลิ่นที่โรงงานน้ำหอม ‘Scent And Sense’ เคยทำมาหมดแล้ว ซึ่งการใช้จินตนาการแปลงสิ่งนามธรรมให้ออกมาเป็นกลิ่นนั้น เป็นเพียงแค่เสี้ยวความสามารถของธุรกิจนี้

เรามีนัดคุยกับ เจ-รุจิรา ตระกูลยิ่งเจริญ กรรมการผู้จัดการ Scent And Sense บริษัทโรงงานน้ำหอมที่เป็นทั้งเจ้าของแบรนด์เครื่องหอมและผู้รับจ้างผลิตสินค้า OEM เธอเคยเป็นนักวิจัยโรคระบาด ก่อนหันมาสนใจปรุงน้ำหอมอย่างจริงจัง จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่น (Scent Expert) และอยู่เบื้องหลังแบรนด์ชั้นนำมากมาย 

ความฝันของเธอคือการได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบกลิ่น ที่ไม่เพียงสร้างธุรกิจได้จริง แต่ยังได้ช่วยกลุ่มเกษตรกรไทย ด้วยการเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้และเหลือใช้แล้วอีกด้วย 

Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน

ถึงตรงนี้คุณคงจะนึกถึงกลิ่นนวดแผนไทยหรือตะไคร้ใบมะกรูด ต้องขอบอกก่อนว่าทุกกลิ่นที่รังสรรค์จากที่นี่ มีความร่วมสมัยและตอบโจทย์ของลูกค้าได้ด้วย

เปิดโสตประสาทของคุณไว้ให้ดี และรับชมเรื่องราวของกลิ่นหอมต่อไปนี้ได้เลย

Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน

จากนักวิจัยโรคระบาดสู่วงการน้ำหอม

เจและ แบงค์-รัชพล ตันติประภากุล กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งร่วม เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์และเป็นสายรหัสกันสมัยมหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบต่างแยกย้ายไปทำงานคนละสาย เจเป็นนักวิจัยเรื่องโรคระบาด ออกพื้นที่ดูแลควบคุมโรคระบาดให้กับชาวเขาเผ่าอาข่าที่เชียงราย ส่วนแบงค์ทำงานตรวจสอบคุณภาพและแก้ปัญหาไลน์ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นตัวแทนจำหน่ายยาที่ดูแลโซนภาคเหนือเหมือนกัน  

“สิ่งที่เราทั้งสองคนเจอเหมือนกันคือ ทางเหนือหรือบนดอยต่าง ๆ มีแต่คนแก่กับเด็กเล็ก ลูกหลานวัยทำงานเข้าไปในเมืองหมด เพราะที่บ้านไม่มีงานรองรับ เราจึงมานั่งคุยกันว่า มันน่าจะดีถ้าเราใช้ความรู้ที่มี พาธุรกิจ พางาน กลับเข้าไปที่บ้านเกิดเขาได้ และทำให้อาชีพดั้งเดิมอย่างการเกษตรแข็งแรงขึ้น”

พื้นฐานทางด้านชีววิทยาของเจที่รวมถึงความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ ช่วยให้การศึกษาเรื่องน้ำหอมนั้นง่ายขึ้นและตอบโจทย์ที่ตั้งใจไว้ได้ เพราะการนำพืชมาสกัดเป็นน้ำหอมสามารถเพิ่มมูลค่าให้ผลิตผลทางการเกษตรของชาวบ้าน รวมถึงในหลาย ๆ ครั้งก็ช่วยลดของเสียที่ไม่ใช้แล้วได้ด้วย 

ตัวอย่างเช่น กลุ่มสวนมะนาวที่นอกจากคั้นน้ำไปขายเพิ่มมูลค่าแล้ว เปลือกมะนาวยังนำมาทำ Essential Oil หรือน้ำมันหอมระเหยสกัดได้ราคาสูงถึงกิโลละ 7,000 บาท เป็นต้น

Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน

ปรับโทนกลิ่นของสมุนไพรให้เข้ากับยุคสมัย

แบรนด์ Scent And Sense จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2014 โดยเริ่มทำสบู่จากสารสกัดสมุนไพรหรือผงสมุนไพรเป็นตัวชูโรง และมีน้ำหอมเป็นผลิตภัณฑ์เสริม 

สิ่งที่ลูกค้าพูดถึงและจดจำได้กลับไม่ใช่สรรพคุณของสบู่ แต่เป็นกลิ่นต่างหาก 

“ยุคนั้นเราไม่ชอบผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่กลิ่นดูผู้ใหญ่จนใช้ยาก เราจึงปรับมาเป็นโทนกลิ่นมีความร่วมสมัยควบคู่ไปกับการใช้สมุนไพร ทำให้เจออินไซต์ว่าคนชอบกลิ่นที่เราทำค่อนข้างเยอะ เป็นกลิ่นที่ใช้สมุนไพรไทย แต่กลุ่มอายุไหนก็ใช้ได้ เราเลยเข้ามาขยายงานส่วนนี้เพิ่ม จนกลายมาเป็นสินค้าหลักในปัจจุบัน”

การผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์กับศิลปะ

น้ำหอมถือเป็นงานที่รวมสิ่งที่เจรักทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะในคราวเดียว 

“เจเป็นคนชอบศิลปะ วาดรูป เล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก งานกลิ่นทำให้ได้ใช้จินตนาการเต็มที่ เป็นประสาทสัมผัสที่ทรงพลังในแง่การสื่อสาร เหมือนการวาดภาพที่เลยขอบเขตของตาออกไปอีก เพราะมันเข้าไปปลุกความทรงจำเฉพาะคนได้ สำหรับเรา นี่คือมนต์เสน่ห์ของน้ำหอม พอเราฝึกทดลองเองจนรู้ระดับหนึ่ง ก็ไปเรียนเพิ่มจนได้ใบประกาศนียบัตรมาเป็น Perfumer หรือนักปรุงน้ำหอม”

Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน
Scent And Sense โรงงานน้ำหอมที่ใช้จินตนาการสร้างแบรนด์และช่วยเหลือเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน

สิ่งที่ทำให้ Scent And Sense แตกต่าง

เราสงสัยว่าในปัจจุบันมีคนทำธุรกิจในลักษณะนี้มากน้อยแค่ไหน ทำไมลูกค้าถึงต้องมาเลือกใช้บริการปรุงกลิ่นกับ Scent And Sense 

เจตอบเราว่าในประเทศไทยตอนนี้ยังมีไม่เยอะมาก ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีเอกลักษณ์หรือลายเซ็นเฉพาะตัวในการออกแบบกลิ่น ไม่แพ้นักวาดการ์ตูนหรือศิลปิน

“วรรณกรรมที่เราโตขึ้นมาด้วยอย่าง Harry Potter หรือชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลตของ Roald Dahl ทำให้เราใช้จินตนาการแฟนตาซี บวกกับเทคนิคการปรุงที่เน้นใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของไทย แต่ว่ากลิ่นที่ออกมาต้องมีความร่วมสมัย มีเอกลักษณ์ แต่คงความเข้าถึงง่าย เราอยากเล่าโดยใช้จินตนาการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่อยู่บนฐานที่ว่าต้องหอมและใช้งานจริงได้ด้วย”

ขั้นตอนการสร้างกลิ่น

ปัจจุบัน Scent And Sense ให้คำปรึกษาด้านกลิ่นครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ ดูแลให้คำปรึกษาตั้งแต่คอนเซ็ปต์การสร้างกลิ่น ไปจนถึงแพ็กเกจจิ้งพร้อมผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GHP (Good Hygiene Practices)

ใน 1 ปีมีการร่วมงานกับกว่า 90 แบรนด์ มีกลิ่นที่สร้างไม่ต่ำกว่า 300 กลิ่น ซึ่งหลายคนเข้าใจว่ากลิ่นเป็นเรื่องของน้ำหอมอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วมีรายละเอียดซับซ้อนกว่าที่คิดไว้

“เราดูแลตั้งแต่งาน OEM น้ำหอมที่เป็นแบรนด์ทั้ง Niche และแฟชั่น เครื่องหอมอโรม่า กลิ่นของสถานที่ก็มี อย่างโรงแรมหรือห้างต่าง ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใช้ในบ้าน อย่างกลิ่นที่ใช้ในทิชชูเปียก ผงซักฟอก หรืออะไรก็ตามที่มีกลิ่นหอมทั้งหมด 

“เวลาจะสร้างกลิ่นขึ้นมา เราเริ่มที่ตัวตนของแบรนด์ เน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โฟกัสที่ผู้บริโภคของแต่ละรายว่าเป็นใคร ซึ่งความหอมเหม็นของแต่ละทาร์เก็ตเป็นเรื่องเฉพาะมาก ๆ อย่างเช่น เอากลิ่น Luxury ไปใช้ตลาดแมส หลายคนอาจจะมองว่าเป็นไอเดียที่ดี แต่หลาย ๆ ครั้งตลาดแมสไม่เข้าใจ เพราะมันไม่ได้หอมในมุมของเขา เราเลยต้องโฟกัสไปที่ผู้บริโภคของแบรนด์นั้น แล้วเอาอินไซต์จากผู้บริโภคมารวมกับตัวตนของแบรนด์ที่จะถ่ายทอด วิธีนี้จะช่วยให้การสื่อสารและการออกสินค้าแม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงของลูกค้าไปในตัวด้วย”

เจบอกว่างานหลังบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะกลิ่นหอมเป็นงานที่ต้องค้นคว้าและพัฒนาเยอะ เช่น น้ำหอมแบบไหนเหมาะกับภูมิอากาศร้อนอย่างบ้านเรา ที่เมื่อผ่านเวลาและผสมกลิ่นเหงื่อเข้าไปแล้วจะไม่เพี้ยน หรือทำไมจุดเทียนหอมแล้วไม่หอมเหมือนตอนดมแรก ๆ มันมีเรื่องทางเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้องว่า เมื่อกลิ่นเข้าไปอยู่ในสินค้า จะทำยังไงให้ประสิทธิภาพออกมาอย่างเต็มที่ หรือมีความฟุ้งกระจายและอยู่ได้นานตามชั่วโมงที่เคลมไว้จริง 

“ถ้าลูกค้ามาหาเรา เขาสามารถโฟกัสไปที่การขายของเขาได้เต็มที่ เพราะหลังบ้านที่เหลือจนเสร็จเป็น Finishing Product เราเป็นคนดูแลให้ทั้งหมด”

โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

ทิศทางที่เปลี่ยนไปของธุรกิจกลิ่น

ในขณะที่สถานการณ์ของโรคระบาดยังไม่จบสิ้น และหลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ซบเซาลง แต่ธุรกิจกลิ่นหอมกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ตั้งแต่ล็อกดาวน์ครั้งแรก จากที่ชีวิตเราค่อนข้างเร่งรีบ อยู่ในห้องหรือบ้านน้อยมาก พอมีการ Work from Home ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องหอมที่ใช้ในบ้านเติบโต ก้านหอมเติบโต กลุ่มเทียนในไทยโตขึ้นเป็นประวัติการณ์ 

“เมื่อก่อนคนไม่ค่อยกล้าจุดเทียนเพราะกลัวไฟไหม้ ตลาดเทียนเมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว ของเราส่งออกไปยุโรปอย่างเดียวนะ ในไทยเองก็เกิดกลุ่มคนที่รักน้ำหอมฉีดตัวมากขึ้น 2 ปีที่ผ่านมาเลยคึกคัก เติบโตค่อนข้างชัดเจน รวมถึงโรคซึมเศร้า วิตกกังวล เป็นอาการที่คนเป็นกันเยอะ ผลิตภัณฑ์อโรม่าในหมวด Stress Relief, Office Syndrome Relief ช่วยให้หลับง่ายจึงเติบโตตามขึ้นด้วย”

ส่วนเทรนด์ของน้ำหอมที่ใช้กับร่างกาย เริ่มมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในรูปแบบ Unisex ไม่นำเสนอเพศผ่านกลิ่น แต่บอกเล่าถึงตัวตนและบุคลิกแทน อย่างแบรนด์ Jo Malone หรือ Byredo รวมถึงเน้นความโปร่งสบายของกลิ่น แต่ก็ต้องติดทนนานด้วย

“แต่ก่อนตลาดน้ำหอม ลูกค้าจะชอบกลิ่นที่ฉุนชัด ฉีดแล้วต้องรู้สึกได้เลยว่ากลิ่นเต็ม แน่น แต่ว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เวลาเราพูดถึงกลิ่นหอมจะมีความเป็น Skin Scent มากขึ้น มีความโปร่งเบาเหมือนการแต่งหน้าแบบ No Make Up ให้ความรู้สึกที่ดูเป็นคนเข้าถึงง่าย ดูดีแบบไม่ได้ตั้งใจมากจนเกินไป แต่ตลาดรวมของบ้านเราก็ยังชอบจำนวนชั่วโมงที่อยู่ได้นาน ยังมองว่าชั่วโมงที่นานสะท้อนถึงคุณภาพของกลิ่นเช่นเดิม”

โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย
โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

การร่วมพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ต่าง ๆ 

อีกเหตุผลหลักที่ทำให้การทำแบรนด์ Scent And Sense สนุก เป็นเพราะในทุกครั้งที่ได้เริ่มงานใหม่กับลูกค้า เหมือนได้เดินเข้าไปในโลกใบใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา 

“ในการทำงานกลิ่นกับทุก ๆ บริษัท โดยเฉพาะรูปแบบองค์กรใหญ่ก็จะจริงจังในเรื่องที่ต่างกัน อย่างแบรนด์แฟชั่นที่เราร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น Dapper หรือ Greyhound ก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับ Creative Director และ CEO เองเลย ได้เห็นวิธีการมองแบรนด์ มองสินค้าของเขาในหลาย ๆ ด้าน เช่น Emotional, Functional หรือ User Experience มีข้อมูลและมีการใส่ใจรายละเอียดในตัวตนของแบรนด์ค่อนข้างสูง รวมถึงความเคารพในความชอบของลูกค้าของแบรนด์สูงมาก 

“หรืออย่างงานกับ LUFFALA วิสาหกิจชุมชนในเครือ PTT Global Chemical เราเข้าไปดูแลการออกแบบกลิ่นและพัฒนาสูตรสำหรับนวัตกรรมใหม่ของเขา เป็นประสบการณ์ที่ได้ไปอยู่กับทีมนักวิทยาศาสตร์ร่วมวิจัยพัฒนา และได้เห็นอีกฟากของวิสาหกิจชุมชน ที่เขาตั้งใจผลักดันให้ปลูกพืชท้องถิ่นไปพร้อม ๆ กับการสร้างมูลค่าด้วย”

โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย
โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

ทุกประสบการณ์ถูกเล่าผ่านกลิ่นได้

เราเอ่ยถามว่าแล้วมีงานอะไรที่แปลกออกไปบ้างไหม เจรีบตอบทันทีว่าหนึ่งในงานที่รักที่สุด คือการทำกลิ่นให้ตัวละครในนิยายชุด ถั่วงอกและหัวไฟ ของ ทรงศีล ทิวสมบุญ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเขียนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษอยู่แล้ว

“ตัวละครคือ Lady Black Dress เราต้องเข้าไปนั่งค้นชีวิต ดูปูมหลัง ยุคที่เขาอยู่ เสื้อผ้าที่เขาใส่ พฤติกรรม ของชอบของเกลียดที่ทำให้เขากลายมาเป็นคนที่ดุดันอะไรอย่างนี้ รู้สึกเหมือนเราได้ชุบชีวิตให้ตัวละครออกมาจริง ๆ ได้ใช้กลิ่นคาวเลือด กลิ่นไม้ กลิ่นใบยาสูบที่ตัวละครชอบ”

เธอเล่าต่อว่า งานกลิ่นเป็นงานที่ทำให้ได้รับฟังเรื่องราวใหม่ ๆ อย่างกลิ่นตัวคน กลิ่นอวกาศ กลิ่นแมงดา กลิ่นซากศพ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย ก็เคยทำมาแล้วทั้งนั้น

“เราอยากให้ Scent And Sense เป็นโลกอีกใบที่ทุกประสบการณ์ถูกเล่าผ่านกลิ่นได้ จึงพยายามบอกลูกค้าทุกครั้งว่า เวลาคุยงานกัน อย่าเพิ่งรีบปิดกั้นตัวเอง บางคนคิดไว้แฟนซีมาก แต่กลัวว่าจะเป็นกลิ่นไม่ได้ เราก็จะบอกว่าจริง ๆ มันเหมือนการวาดภาพ เป็นไปได้หมดแหละ อยู่ที่ว่าเราอยากเล่าแบบไหนมากกว่า”

อนาคตของ Scent And Sense

เป้าหมายหลักในอนาคตของแบรนด์ เจอยากเป็นเบื้องหลังการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงให้กับลูกค้า ไม่มีการขาดตลาดของสินค้า รวมถึงได้กลับไปสานต่อเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่อยากช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีรายได้มั่นคงยิ่งขึ้น 

“ในทุก ๆ ปีเราจะคาดการณ์ว่าของช่วงนี้ใกล้หมด ต้องเริ่มกักตุนให้ลูกค้า เพื่อที่เขาจะได้มีวัตถุดิบในการผลิตอยู่ตลอด เพราะยุคนี้ผู้บริโภครอไม่ได้ 

“นอกจากนี้ เราอยากขยายจำนวนพืชและจำนวนกลุ่มเกษตรกรชุมชนตามความตั้งใจแรกด้วย การสกัดเกิดขึ้นที่หน้าฟาร์มเพื่อให้ได้กลิ่นที่ดีที่สุด และบทบาทของธุรกิจเราคือการรวบรวม Demand ที่มากพอ เพื่อให้ในฝั่งของการสกัดทำงานได้จริง ๆ เมื่อทำออกมาแล้วต้องมีคนเอาไปใช้ต่อ ไม่งั้นเขาก็จะจมและไม่สามารถลงทุนต่อได้ เหมือนกับว่าเราเป็นตัวกลางกระจายของ นำมาใช้เพื่อให้เกิดเป็น Volume ใหญ่ ปีหนึ่งเราเลยรับงานแมสค่อนข้างเยอะ เพื่อที่จะบาลานซ์ปริมาณการใช้งานวัตถุดิบเหล่านี้ เพราะอยากให้ชุมชนเติบโตไปพร้อม ๆ กัน โดยหวังว่าทุกโอกาสที่เราได้มาจะส่งต่อกลับไปให้กับชุมชนด้วย”

โรงงานน้ำหอมที่เคยผลิตทั้งกลิ่นความสุข กลิ่นซากศพ กลิ่นอวกาศ กลิ่นเกิดแก่เจ็บตาย

Lessons Learned

  • การทำธุรกิจให้ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ตลอดเวลาเป็นเรื่องสำคัญ อย่ายึดถือว่าสินค้าหลักควรเป็นอย่างเดิมอย่างเดียวตลอดไป
  • อย่ายัดเยียดสิ่งที่คิดว่าดีกว่าให้กลุ่มเป้าหมายโดยขาดการศึกษาก่อน เพราะอาจกลายเป็นผลเสียได้มากกว่าผลดี
  • มองหาความสนุกในการทำงานให้เจอ แล้วการทำธุรกิจจะกลายเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ
  • การนำความชอบส่วนตัวมาเป็นพื้นฐานในการธุรกิจ จะช่วยให้งานของคุณมีเอกลักษณ์และไม่มีใครเหมือน

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ใครจะรู้ว่าในซอยหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองทองธานี จะมีรถ Land Rover ซ่อนอยู่นับร้อยคันราวกับอาณาจักร

เราเดินทางมาไกล หลังได้ฟังเรื่องเล่าจากทีม The Cloud ว่ามีธุรกิจอู่ซ่อมรถที่รับเฉพาะคนร้อยเอ็ดเป็นพนักงานเท่านั้น แน่นอน คำถามแรก ๆ ที่เราถาม ประชัน หาญพละ คือมันเป็นจริงตามนั้นหรือเปล่า

เขาตอบกลับมาว่า “เป็นร้อยเอ็ดประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นขอนแก่น” เรื่องจริงแท้ที่สุดจึงกลายเป็นพนักงานทั้งหมดมาจากอีสานไม่ผิดแน่

บทความชิ้นนี้เกิดจากการนั่งคุยกับเขานาน 2 ชั่วโมงกว่า บวกกับการทดลองนั่งรถรอบเมืองทองอีกเกือบชั่วโมง ประชันเปลือยชีวิตตั้งแต่การเป็นลูกเกษตรกรเมืองร้อยเอ็ด ระหกระเหินมาทำงานที่ศูนย์รถอีกร่วมสิบปี ก่อนลาออกมาเปิดอู่นอกเองแบบเพิงหมาแหงน สู่เจ้าของกิจการอู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทย ที่คัดเลือกพนักงานจากบ้านเกิดเป็นอันดับแรก

หลังพวงมาลัยรถคันละหลายล้าน พาหนะยอดนิยมของนักธุรกิจหลักร้อยล้านขึ้นไป คือผลงานของเหล่าช่างเลือดอีสานที่ไม่เพียงฝีมือดี แต่ยังอยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนยกแผ่นดินอีสานมาไว้ที่นี่ 

ต่อไปนี้คือเรื่องราวการทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ของประชัน ที่รับรองว่าม่วนคักอย่าบอกใคร

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

ประชันบอกกับเราว่าเขาขี่มอเตอร์ไซค์เป็นตั้งแต่ ป.3 และขับรถยนต์เป็นตั้งแต่ ป.5 

แต่รถคันแรกที่ทำให้เกิดความชอบเรื่องเครื่องยนต์คือ แบคโฮ รถขุดดิน สมัยที่บ้านเกิดของเขาเริ่มขยายทางถนน

“เราไปนั่งดูเขาทำ แบคโฮมันจ้วงยังไง สวิงยังไง ไปทำตัวสนิทกับเขาจนเขาให้เราลองไปนั่งเล่น ได้ขับรถที่มันมีปุ่มเยอะ ๆ ล้อเอียงแล้วใบมีดมันจะหมุน เวลาคนขับไปกินข้าวเราก็ขับแทนแก ขับเล่น แต่งทางไปเรื่อย

“บ้านเราเป็นร้านขายของชำเล็ก ๆ ถ้าใครมีรถมอเตอร์ไซค์ เราก็จะให้เขาพาขี่รอบบ้านก่อนถึงจะขายของให้ หรือวัยรุ่นที่เขามีรถยนต์กลับมาจากกรุงเทพฯ เราก็จะไปถามเขาว่าขอนั่งด้วยได้ไหม”

ประชันเป็นเด็กที่ปั่นจักรยานไปกลับโรงเรียนกว่า 40 กิโลเมตรจนถึงมัธยมต้น ด้วยความที่ครอบครัวเกษตรกรของเขามีรายได้ไม่มากนัก เมื่อถึงชั้นมัธยมปลายก็เริ่มขัดสนที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนต่อ แต่ประชันก็ยังตั้งใจเรียนอย่างหนัก เพราะเชื่อว่าการศึกษาจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นกว่าที่เป็น และถีบตัวเองให้พ้นจากความยากจน

“เราคิดกับตัวเองว่า ฉันต้องมาอยู่แบบนี้เหรอ ไม่อยากทำนา ไม่อยากทำไร่ เราไม่ได้อยากหนีจากความจนนะ แต่เราไม่มีสิทธิ์เลือกเหรอ เราจะหาจุดยืนของเราใหม่ การศึกษาเท่านั้นที่จะพาเราไปถึงจุดนั้นได้ 

“ถ้ามองว่าเรามีที่ทางแล้วจะไปทำนาอยู่กินอย่างสมถะก็ได้ แต่บางทีคนเรามันต้องไขว่คว้าหาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต เราอยากเรียนหนังสือ เราต้องได้ดีกว่านี้ เราอยากไปดูโลกกว้างบ้าง”

จากร้อยเอ็ด จุดมุ่งหมายต่อไปของประชันคือ ตักสิลา เมืองแห่งการศึกษา จ.มหาสารคาม หวังจะเป็นพรมปูทางให้เขาเข้ามาเรียนในเมืองหลวงได้สำเร็จ โดยอาศัยอยู่กับญาติที่เป็นช่างซ่อมรถไถ พอได้ช่วยซ่อมนิด ๆ หน่อย ๆ ตามประสา

ในที่สุดหนุ่มน้อยจากแดนอีสานก็ได้มีชีวิตในกรุงเทพฯ สมใจนึก ด้วยการเรียน ปวส. ที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประชันอาศัยอยู่กับญาติและมีเพื่อนเป็นเครื่องยนต์อีกครั้ง แปลกที่คราวนี้เขาไม่ได้รับบทเป็นช่าง แต่หาเลี้ยงตัวเองด้วยการรับจ๊อบเสริมเป็นกระเป๋ารถเมล์สาย 6 ทุกเสาร์-อาทิตย์ 

เราถามเขาในภายหลังว่ามีอะไรเกี่ยวกับรถยนต์ที่ยังไม่เคยทำอีกบ้าง ประชันตอบทันควันว่า “คงไม่มีแล้ว” เพราะแม้กระทั่งนักแข่งรถออฟโรดเขาก็เคยเป็น

เรื่องราวของเขาเริ่มจะสนุกเข้มข้นก็ตรงนี้ เพราะหลังเรียนจบ เขาดันเลือกไปเป็นครูสอนหนังสือเด็กช่าง พบเจอคนที่มีต้นทุนชีวิตสูงกว่าแต่กลับโยนทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ประชันคิดอยากมีธุรกิจของตัวเองเป็นครั้งแรก

“ชีวิตเราแม่งตื่นตั้งแต่ตี 5 ปั่นจักรยานไปกลับวันละ 40 กิโล ความคิดของเด็กบ้านนอกนะ เราคิดว่าทำไม ทำไมถึงไม่เป็นกูวะ”

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

เพิงหมาแหงน

สอนนักเรียนอยู่ได้ปีกว่า ประชันก็ไปสะสมประสบการณ์มาเต็มกระเป๋าจากการทำงานที่ศูนย์ซ่อม Land Rover อีกกว่า 13 ปี นานพอที่จะทำให้พนักงานคนหนึ่งออกรถป้ายแดงให้ครอบครัวได้ 

ระหว่างนั้น ความคิดสมัยเป็นครูก็คอยวนเวียนมากวนใจอยู่เรื่อย ๆ ว่าเขาจะต้องเป็นเจ้าของธุรกิจให้ได้ในสักวัน หลังจากประชันเริ่มเล่าความฝันของตนให้ภรรยาฟัง เป้าหมายนั้นก็ไม่ใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป

สองสามีภรรยาทุบหม้อข้าวตัวเองแตก ทำธุรกิจอู่ซ่อมรถในสภาพเพิงหมาแหงน ตัวเขาอาศัยความเชี่ยวชาญและลูกค้าเก่าจากการซ่อมรถมานานนับทศวรรษ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นอดีตนักบัญชี ถือว่าเป็นคู่สร้างคู่สมเลยก็ว่าได้ 

“เรากางเต็นท์แบบเพิงหมาแหงนอยู่ข้างทาง ลูกค้าที่รู้จักกันก็ทยอยเข้ามา จนทำให้เราต้องขยายกิจการมาอยู่ที่นี่ 

“เขาไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งปลูกสร้างหรอก คุณมาอยู่เพิงหมาแหงนอย่างนี้เหรอ คนเรามันดูที่ฝีมือ ลูกค้าเขาจะสนใจว่าดูแลเรื่องรถยนต์ให้ฉันจบมากกว่า รู้จักเกี่ยวกับระบบแลนด์โรเวอร์มากกว่า ดีกว่าเขาไปเข้าศูนย์ที่ โอเค คุณกลับบ้านนะ เสร็จแล้วจะโทรบอก แต่บางคนเขาต้องการนั่งคุยกับช่าง ลองรถกับช่าง ว่ารถเป็นอะไร มีส่วนไหนที่ต้องระวังหรือดูแลบ้าง”

จนถึงตรงนี้ก็ยังไม่เห็นว่าประชันเอาขาเข้าไปเกี่ยวกับวงการธุรกิจตอนไหน เขาบอกกับเราว่าต้องผลัดกันไปลงเรียนเพิ่ม ภรรยาเรียนวันเสาร์ ตัวเขาเรียนวันอาทิตย์ เมื่อเรียนรู้เรื่องธุรกิจจนครบถ้วนกระบวนการ ก็ยากที่จะมีใครมาเอาเปรียบ อย่างการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ผู้ประกอบการควรรู้ไว้เป็นอย่างยิ่ง

ปัจจุบันอู่ซ่อมรถของประชันมีพนักงานอยู่เกือบ 30 คน แบ่งเป็นแผนกเครื่องยนต์ แผนกทำสี แผนกประกอบ แผนกซ่อมทั่วไป ช่างทุกคนเลือกแผนกได้ตามความถนัด และลูกค้าทุกคนสามารถเดินเข้ามาพูดคุย บอกความต้องการกับช่างได้อย่างใกล้ชิด 

ส่วนอายุ ช่างของประชันมีตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 18 ไปจนถึงคนอายุ 70 ที่เก่าแก่พอ ๆ กับรถคลาสสิกด้านหลังนั่นแหละ เขาตั้งฉายาให้อย่างติดตลกว่า ช่างเทวดา จนเราต้องถามต่อว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

“เพราะจะไปแตะต้องเขาไม่ได้เลย” ประชันตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะ

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

ช่างเทวดา

“คิดตั้งแต่ตอนอยู่ข้างทางว่า ทำไมมีโอกาสแล้วไม่ดึงคนอื่นให้มีโอกาสเหมือนเรา ถ้าเขาอยากกินดี เขาก็ต้องได้กินดีเหมือนเรา ทำไมเราไม่ไปสอนเขา ทำไมไม่ดึงมาทำด้วย ไม่มีความคิดว่ากลัวเขาจะรวยกว่า คิดแค่ว่าอยากให้เขาได้มีชีวิตดีขึ้นเหมือนกันกับเรา 

“เราเลี้ยงข้าวช่าง 3 มื้อ ใครอยากกินอะไรแม่บ้านก็ทำให้หมด ค่าข้าวอย่างมากก็วันละ 200 – 300 บาทแล้วนะ เดือนหนึ่งก็เกือบหมื่น พนักงานเกือบ 30 คน ต้องมีงาน Happy Birthday ทุกเดือนถูกไหม (หัวเราะ) แต่ที่นี่เราเป็นคนจ่าย มีวงเงินให้

“อยากให้เขามีเงินเก็บ พอมีแล้วการบริหารงานมันจะไม่รั่วไหล เขาจะไม่คิดลักเล็กขโมยน้อย ถ้าเลี้ยงไม่อิ่มก็อาจจะคิดเยอะ รับจ๊อบไปตามบ้าน ดูกระสอบข้าวสารตรงนู้น” เขาชวนให้เรามองไปตามไปยังลานกว้างกลางอู่ “เราทำนาเพื่อมากินที่นี่เลย

“เราบังคับพนักงานทุกคน ต้องโอนตังค์ให้พ่อแม่เดือนละ 3,000 บาท พ่อแม่เขาจะได้กินอยู่สบาย อยากให้เขามีความภูมิใจในตัวเอง ไม่ใช่ทำงานไป 3 ปีไม่มีอะไรเลย มันท้อนะ 30 ชีวิตนี้เวลากลับบ้านพ่อแม่เขาก็ดีขึ้น ขับรถกลับบ้านเรียงกัน 3 คันแบบนี้ มันก็มีความสุข”

ไม่เพียงดูแลคนที่ร้อยเอ็ดเท่านั้น ประชันเพิ่มเงินเดือนเป็นค่าเช่าห้องให้กับพนักงานที่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ ส่วนคนไหนที่ครองตัวเป็นโสดก็มีห้องนอนบนชั้นสองของอู่ให้อยู่ฟรี เสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์มก็ตัดเย็บให้อย่างดี เพราะเขาพยายามประหยัดรายจ่ายของทุกคนให้ได้มากที่สุด แม้คนที่ต้องเสียมากขึ้นจะเป็นตัวเขาเองก็ตาม

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

โรงเรียนเพาะช่าง

ประชันเล่าว่า การที่พนักงานทั้งหมดเป็นคนอีสานทำให้พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ทุกคนมีปูมหลังคล้ายกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ค่อยอิจฉาริษยา เขาเองก็เคยรับคนจากหลากหลายพื้นที่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กเมืองนั้นมีวิถีชีวิตแตกต่างกันมาก ทำให้บางครั้งก็พากันออกนอกลู่นอกทาง นำปัญหาภายนอกเข้ามาจนวุ่นวาย

“ที่นี่เราสอนกัน ช่วยกัน เรียนรู้เทคนิคจากกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เจ้าไขน็อตบ่เบิดเด้อ ข้อยขันให้ มื้อนี้มึงดีนะที่กูไปตรวจให้ยู้ ด้วยความมาจากพื้นที่เดียวกันก็ต้องช่วยกันสร้างองค์กร เพื่อนที่ยังสอนอยู่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น เขาก็จะเอาเด็กฝึกงานมาส่งให้เรา

“จะมาจากถิ่นไหนก็โอเค ขอแค่เข้ากับพวกเราได้ และเราคัดเด็กนะ กฎคือห้ามดื่มเหล้าระหว่างขับรถส่งของ ง่วงก็จอดพักนะลูกพี่ เพราะสินค้าบนรถของเรามีมูลค่ามหาศาล ยาเสพติดก็ห้ามเด็ดขาด ที่นี่รับประกันเลย เพราะว่าเราตรวจเด็กทุกเดือน ถ้ามีคืออัญเชิญออก ลาขาด นี่คือองค์กรเรา ไม่งั้นมีแต่ความเสียหาย”

นอกจากนี้เวลาไปดูงานเรื่องรถที่ต่างประเทศ ประชันจะไปพร้อมกับพนักงานอย่างน้อย 2 คนและล่ามแปลภาษา อัดคลิปไว้ทั้งหมดเพื่อนำกลับมาให้ทุกคนศึกษาเองที่เมืองไทย และเขาจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษช่วงเงินเดือนออก ประชันเล่าพลางหัวเราะว่า ช่วงนี้จะปล่อยให้หยุดงานไม่ได้เป็นอันขาด เขาลงมือสอนหนังสือให้กับพนักงานรุ่นเล็กทุกคน ส่วนรุ่นใหญ่ก็ฝึกฝนการแก้ปัญหารถยนต์ผ่านการดูวิดีโอด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นกิเลสคงเข้าครอบงำเป็นแน่

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

เท่าที่ฟังมา รูปแบบการดูแลพนักงานของเขาคล้ายกับโรงเรียนประจำอยู่ไม่น้อย เราจึงถามเขาถึงวิธีการควบคุมให้ลูกอีสานทุกคนปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

“ตอนเทรนเราจะพูดถึงชีวิตก่อน คุณมาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร คุณมาทำมาหากิน คุณมาเป็นช่าง วันหนึ่งคุณโตไปเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นบุคลากรของสังคม คุณต้องมีความรู้ อย่ามัวมาเล่นไร้สาระ เสเพลเสพยาบ้าอยู่นี่ไม่มีประโยชน์ เด็กพวกนี้ต้องอบรมเพราะพื้นเพเขาคือเด็ก ม.3 เด็กเกเรที่พ่อแม่พี่น้องฝากมา เราก็เอามาชุบจนดีทุกคน เปลี่ยนหัวสมองมันใหม่หมดเลย สอนให้เขาได้เรียนรู้ว่านี่คือสิ่งที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตจนวันตาย

“พอเป็นคนบ้านเดียวกัน ถ้าวันนี้จะส่งแล้วขอเลื่อน เราก็จะพูดแรงนิดหนึ่งว่า เงินเดือนพวกมึงกูเปลี่ยนเป็นวันที่ 15 บ้างได้ไหม มันก็จะทันกันตรงนี้ ไม่มีลูกเล่นเยอะ”

ตลอดเวลาการพูดคุย สำเนียงท้องถิ่นกับลีลาการเล่าของประชัน ทำให้พอจะเข้าใจว่า แม้โรงเรียนประจำแห่งนี้จะเต็มไปด้วยข้อกำหนดกฎเกณฑ์ แต่ก็คงเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่นักเรียนกับครูใหญ่หยอกล้อกันได้อย่างสนิทสนม เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ 

…แล้วก็เรื่องน่าปวดหัว

“ช่างบางคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็ดึงเขามาทำงานด้วย เราบอกเขา ทำไมไม่คลุมผ้ารถ มื้อนี้ฝนมันบ่ตกดอกหำ เอ้า แล้วพี่จะรู้ได้ไง นี่แหละคือคำว่าญาติพี่น้อง ต้องค่อย ๆ บอกเขาว่า ไปคลุมให้หน่อยแหน่”

ข้อเสียที่ต้องเผชิญก็หนีไม่พ้นความสนิทสนมอีกเช่นเคย  เพราะคำที่ถูกบรรจุไว้ให้เป็นนิสัยยอดนิยมของคนไทย นั่นคือ หยวน ๆ ให้หน่อย เดี๋ยวค่อยทำ

ประชันจึงต้องสลับบทบาทของตนอย่างชัดเจน นับจาก 8 โมงเช้าเป็นต้นไปทุกคนคือพนักงานโดยมีเขาเป็นผู้บริหาร จะมาเกรงใจกัน ไม่กล้าใช้งานพี่น้องไม่ได้ ต่อให้เป็นช่างเทวดาก็ไม่สน เว้นเสียแต่ช่างมีอายุที่เขาสนิทมาก ประชันต้องอาศัยลูกล่อลูกชน มอบหมายให้ภรรยาเป็นคนจัดการความเรียบร้อย (ในที่นี้คือการว่ากล่าวตักเตือน) เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ถึงมือภรรยา เมื่อนั้นก็เหมือนผึ้งแตกรังทุกที 

พอเข็มนาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเย็นพอดี จากนายช่างก็พากันถอดเสื้อคลุม กลายมาเป็นลุงหลานครอบครัวเดียวกัน ล้อมวงกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม 

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท
อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

ไปหนำแหน่

หากจะนับว่าในประเทศไทยมีอู่ซ่อมรถ Land Rover โดยเฉพาะอยู่เท่าไหร่ ก็ให้ใช้แค่มือข้างเดียว 

“ถือว่าขาดแคลนมากนะ แต่ใครไม่มีประสบการณ์เปิดไม่ได้หรอก อู่พวกนี้จะอยู่ยืนยาวได้ต่อเมื่อฝีมือคุณดีจริง เพราะสังคมมันแคบมาก” 

นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้นทุกวัน มองปราดเดียวก็รู้ว่างานช้าเพราะอะไร ไม่เว้นช่องว่างให้พนักงานโกหก จุดแข็งอีกอย่างของเขาคือการเป็นอู่ครบวงจร แทนที่เจ้าของรถจะตระเวนไปซ่อมช่วงหลังร้านนี้ที ตั้งศูนย์ใหม่ร้านนู้นที ประชันรวบรวมทุกบริการมาไว้ที่นี่ จะสี จะผ้า จะหลังคา แอร์ ยาง ก็ทำให้หมดในครั้งเดียว จึงเป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องลงทุนกับพนักงานอย่างเต็มที่ เพื่อรักษามาตรฐานให้ได้ดีในทุกกระบวนการ

“อะไหล่เราก็มีครบทุกอย่างทั้งใหม่และมือสอง นำเข้าเอง ต้นทุนก็ถูกกว่า เรื่องเงินไม่ค่อยเป็นปัญหาของลูกค้า แต่ถ้าเขาสั่งเองแล้วใช้ได้ 3 เดือนพังใครจะรับผิดชอบ ถ้ามาหาเรา ราคาเท่ากัน แต่ประชันเคลมให้”

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

ด้วยความเป็นศูนย์นอก Land Rover ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ก็คล้ายจะเป็นศูนย์กลางของคนรักรถด้วยเหมือนกัน ประชันจัดทริปพาก๊วน Land Rover ขึ้นเหนือล่องใต้ ไต่ขอบประเทศไปไกลถึงเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว เวียดนามก็มี โดยเขาไปในนามทีมเซอร์วิส หลังผ่านเส้นทางดีสลับลูกรัง ช่างก็เตรียมพร้อมที่จะตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมใช้งานทุกเช้า เพียงแค่ยื่นกุญแจให้ 

เป้าหมายต่อไปของเขา จึงเป็นการกระจายกิจการให้ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่มากขึ้น 

“อายุเยอะแล้ว อยากให้ทุกคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเราขยายกิจการให้ได้ อยากมีเครือข่ายที่สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี มีให้หมด คุณไม่ต้องพะวงเลยว่าไปไหนแล้วจะไม่มีคนซ่อม” 

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

อีสานคงกระพัน

ช่วงสุดท้ายของการสนทนา ประชันสตาร์ทรถคู่ใจพร้อมพาเรากับน้องฝึกงานอีกคนนั่งรถไปด้วย เหตุเกิดจากคำถามว่าทำไมถึงชอบ Land Rover เขาไม่ตอบ แต่บอกให้ลองนั่งแล้วจะรู้

สิ่งที่เรารู้ คือประชันในวัย 46 ปี หวังเพียงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และขอให้ลูกหลานของเขาตั้งหลักเป็นเท่านั้น 

“มีคนหนึ่งทำ Land Rover กับเรามาสิบกว่าปี พอเดินได้ขาแข็งแล้วเขาก็ไปเปิดสาขาที่ขอนแก่น ชีวิตดีขึ้น เป็นเจ้าของธุรกิจ มีอู่เหมือนเรา เอาคนในพื้นที่มาเป็นพนักงานเหมือนเรา แต่เขายังเรียกเราเฮียเหมือนเดิม ไปไหนเฮียมีที่พักนอนสบาย อยากกินอะไรน้องมันก็พาไปกิน เพราะเขาเกิดมาจากน้ำใจเรา เราสอนให้เขาเป็นนายคนและเป็นนายตัวเองให้ได้”

หนุ่มใหญ่ผิวคล้ำแดดชวนสังเกตตลอดทาง ว่าทัศนวิสัยบนท้องถนนชัดเจนมากขนาดไหนด้วยท่วงท่าทะมัดทะแมง มีฐานะ ต่างจากภาพจำความเป็นอีสานที่คนบางกลุ่มยังคงมองว่า…

“โง่ เขามองว่าคนอีสานมันโง่ ซื่อบื้อ หลอกใช้ง่าย” ประชันพูดสวนมาทันทีแม้เราจะยังพูดไม่จบ

ทำให้อยากรู้ต่อว่าในฐานะเด็กอีสานที่ดิ้นรนด้วยตัวเองมาจนถึงจุดนี้ ผ่านการฝึกฝนบักหำหล่ามาก็มากจนเป็นช่างฝีมือดี แล้วตัวเขาเองมองภาพคนอีสานในปัจจุบันนี้อย่างไร 

“ด้วยความจน ยุคหนึ่งการศึกษาอาจจะยังเข้าไม่ถึง แต่ยุคนี้ไม่ใช่แบบที่คุณคิดหรอก 

“หนึ่ง คนอีสานเขามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สอง เขาเป็นคนรักเพื่อนฝูง สาม เขาไม่เอาเปรียบใคร โดยพื้นเพเป็นคนชอบสนุก ชอบเต้นรำฟังเพลง แต่ความซื่อทำให้คนอีสานมีข้อเสียอยู่อย่าง คือไว้ใจคนง่าย

“เกณฑ์การรับพนักงานเราเลยเลือกจากพื้นเพก่อน ไม่ได้แปลว่าไม่รับเหนือ ไม่รับใต้นะ แต่ต้องยอมรับว่ามันทำให้บ้านเราที่ร้อยเอ็ดดีขึ้น

“พ่อแม่ลูกน้องจากที่เคยลำบากก็มีเงินใช้ทุกเดือน มีเงินซื้อหยูกซื้อยา ซื้ออาหารกิน ถึงลูกเขาจะมาจากสังคมเสื่อมโทรม เราก็มาปรับให้เขามีความคิด เป็นคนใหม่ ในบุคลิกใหม่ ใช้ชีวิตแบบมีวิชาความรู้ให้มากที่สุด พอเด็ก ๆ ได้เห็นว่าลุงคนนี้ น้าคนนี้ พี่คนนี้ สร้างตัวได้จากหยาดเหงื่อแรงงาน เขาก็อยากจะเอาเป็นแบบอย่าง ถ้าวันหนึ่งสังคมที่เราเลี้ยงขึ้นมามันดี เด็กที่มีปมด้อยพวกนี้ก็จะหายไปเรื่อย ๆ

“พี่มีรอยยิ้ม น้องก็มีรอยยิ้ม สิ่งนี้มันยิ่งกว่ากำไร” ประชันแสดงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกินกว่าทัศนวิสัยรถในฝันของเขาเสียอีก

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

Lesson Learned:

  • การทำธุรกิจแบบครอบครัว ควรหาเส้นแบ่งระหว่างเจ้านายกับลูกน้องให้เจอ ข้อดีคือเปิดอกคุยกันได้ทุกอย่าง แต่ข้อเสียคือความสนิทสนมและความเกรงใจ อาจทำให้แผนงานยืดหยุ่นจนควบคุมยาก
  • ตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้ในครั้งเดียวด้วยการทำธุรกิจครบวงจร สิ่งสำคัญคือต้องรักษามาตรฐานให้ได้ในทุกกระบวนการ 
  • ไม่จำเป็นต้องรับทุกคนที่สมัคร แต่ขอให้คัดเลือกพนักงานเสมอ เฟ้นหาคนที่พร้อมจะเรียนรู้ เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาฝีมือในอนาคต
  • ลงทุนกับพนักงานอย่างเต็มที่ ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ความเป็นอยู่ เพื่อให้พนักงานรับผิดชอบภาระน้อยลง ทำงานที่รับมอบหมายได้อย่างเต็มกำลัง
  • การดึงคนจากพื้นเพเดียวกันมาช่วยงาน ไม่เพียงสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังส่งเสริมให้คุณภาพของสังคมโดยรวมดีขึ้นตามไปด้วย

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load