“I can never decide whether Paris is more beautiful by day or by night”

จำได้อย่างแม่นยำว่าในช่วงก่อนไปปารีส ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ดูวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ชวนฝันหวานถือว่าความปารีสนั่นก็คือ Midnight in Paris ภาพยนตร์ลำดับที่สี่สิบกว่า (!!) จากฝีมือผู้กำกับและเขียนบทเฒ่าแสนซิ่ง Woody Allen ปารีส อันอบอวนไปด้วยกลิ่นแห่งศิลปะ ปรัชญา และความฟุ้งหอมหวานชวนพร่ำเพ้อของปารีสในยุค 20

Midnight in Paris เป็นหนังตลกกึ่งแฟนตาซี เล่าถึงหนุ่มนักเขียนอเมริกัน ‘Gil’ (Owen Wilson) ที่กำลังว้าวุ่นใจทั้งในเรื่องชีวิตคู่และชีวิตงาน นั่งมึนๆ อยู่ดีๆ ตอนเที่ยงคืน ดันจับพลัดจับผลูวาร์ปข้ามยุคสมัยไปเจอปารีสในช่วงยุค 20 เดินชนบ่ากับนักคิดนักเขียนและศิลปินชื่อดัง

นอกเหนือจากความตลกขบขันแบบแฟนตาซีแล้ว ความน่าหลงใหลชวนติดตามคือความสวยงามของเมืองปารีสในมุมต่างๆ จนถึงขั้นว่า ณ ช่วงเวลานึงเป็นเมืองที่บุคคลมีชื่อเสียงในวงการวรรณกรรม ปรัชญา และศิลปะ ต่างต้องมารวมตัวกันที่นี่ เพราะอะไรหนอที่ทำให้เขาเหล่านั้น (และลุงวูดี้) หลงใหลในปารีส โดยไม่หวั่นกลิ่นฉี่และขี้หมา (เพราะเยอะจริงๆ นะเมืองนี้) ปัดชุดสูท เตรียมชุดเดรสแบบยุค 20 ของคุณให้พร้อม แล้วออกไปเดินเล่นเมืองปารีสกับลุงวูดี้ อัลเลน กัน!

ปารีส Woody Allen

Marché aux Puces de Saint-Ouen

ถ้าคุณติดใจบรรยากาศตลาดนัดดูหรูหราและต้องการตามหาแผ่นเสียงเก่าของ Cole Porter พบปะแม่ค้าสวยชิคแบบ ‘Gabrielle’ (Léa Seydoux) ท่ามกลางบรรยากาศของเก่าสินค้าวินเทจแบบในหนัง ขอให้คุณจงพุ่งตัวให้สุดแล้วหยุดที่ Marché aux Puces de Saint-Ouen

Midnight in Paris Marché aux Puces de Saint-Ouen

 

ตลาดของเก่าแห่งนี้อยู่ในละแวก Porte de Clignancourt สุดสายปลายทางรถไฟหมายเลข 4 ซึ่งถือว่าออกมาจากแหล่งท่องเที่ยวหลักพอสมควรเลยทีเดียว สำหรับมือใหม่นักท่องเที่ยวเมืองปารีส เมื่อขึ้นมาจากสถานีรถไฟ Porte de Clignancourt ก็อย่าเพิ่งตกใจกับจำนวนพี่ๆ ชาวต่างชาติร่างยักษ์ที่ยืนด้อมๆ มองๆ แลดูมีพิรุธ ซึ่งคอยเร้าแต่จะขาย iPhone ปลอมจนคุณอาจเข้าใจผิดนึกว่าขึ้นผิดสถานีก็เป็นได้ แต่อย่ากังวลไป เพราะคุณมาถูกแล้ว จงมุ่งมั่นตั้งใจเดินฝ่าดงตลาดนัดของปลอมมาอย่างมั่นคง แล้วคุณจะได้พบกับตลาดที่ได้ชื่อว่าเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมกว่า 14 โซนที่มีตั้งแต่ผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังก้องโลก เฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ และของสะสมยิบย่อยอีกมากมาย เรียกว่าเป็นขุมทรัพย์ของนักสะสมเงินหนาก็ว่าได้

ท่ามกลาง 14 โซนที่ซ่อนตัวอยู่นี้ ถ้าเป้าหมายของคุณคือการอยากมาเห็นโลเคชัน Midnight in Paris จงเดินหา Marché Paul Bert ในถนน Rue des Rosiers ซึ่งไม่ไกลจากถนนใหญ่นัก ตลาดนัด Paul Bert จะเน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์เก่าราคาสูงปรี๊ด หลากหลายชิ้นที่อายุอานามเข้าขั้นคุณปู่คุณย่า สำหรับโลเคชันเป๊ะๆ ก็อาจจะต้องเดินวนกันสักนิด เพราะมีตรอกซอกซอยนิดหน่อย แต่แนะให้สังเกตสามแยกที่มีห้องน้ำและนาฬิกายักษ์ใหญ่ นั่นแหละ…คุณมาถึงเป้าหมายแล้วค่ะ!

 

Midnight in Paris Marché aux Puces de Saint-Ouen Midnight in Paris Marché aux Puces de Saint-Ouen

(ข้อแนะนำเพิ่มความฟินส่วนตัว ปกติของเก่าอายุมากขนาดนี้มักจะถูกตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของชีวิตในอดีต แต่มาตั้งขายแบบนี้ ความสนุกคือเราได้ ‘สัมผัส’ ความเก่าด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่า คุณสามารถทดลองนั่งเก้าอี้มูลค่าหลักแสนได้ จับนาฬิกายุคหลุยส์ ชวนมโนเหมือนได้สวมบทเป็นเศรษฐีเก่าได้สนุกเลยเชียวคุณเอ๋ย

หรือถ้าเบื่อที่จะซื้อของฝากเป็นหอไอเฟลจิ๋วกับพวงกุญแจแล้ว ที่ Marché aux Puces ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่คุณจะได้ของฝากที่ไม่เหมือนใครกลับบ้าน คนชอบค้นจะชอบมากเพราะมีแผ่นเสียงเพลงเก่าๆ ราคาถูกให้เลือกสรร หรือชอบดูภาพประวัติศาสตร์อย่างแผนที่โลกเวอร์ชันเก่าประกอบภาษาฝรั่งเศสและภาพถ่ายย้อนยุค ที่นี่ก็มีให้เลือกสรรและสะสมในราคาไม่แพง)

 

Crémerie-Restaurant Polidor

จริงอยู่ว่าปารีสนั้นรายล้อมไปด้วยร้านอาหารเก่าแก่มากมายที่โดดเด่นทั้งในเรื่องราวและรสชาติ (และราคาด้วยแหละนะ เอาจริงๆ แล้ว..) แต่สำหรับแฟนๆ หนังเรื่อง Midnight in Paris นั้นไม่ต้องเสียเวลาหาร้านอื่นกินให้ยาก พักก่อนร้านมิชลินสตาร์ทั้งหลาย เพราะถ้าคุณอยากนั่งในร้านที่ Ernest Hemingway นั่งในหนัง ก็ต้องเป็นที่ร้าน Crémerie-Restaurant Polidor เท่านั้น

Midnight in Paris Crémerie-Restaurant Polidor

สำหรับเราแล้ว เสน่ห์ที่สวยงามที่สุดของปารีสคือความเก่าที่ถูกเชิดชูในทุกมุมเมือง ร้าน Polidor นี่ก็เช่นกัน กว่าร้อยปีที่ร้านนี้เปิดมา (เริ่มตั้งแต่ 1845) Polidor คงความ ‘เก๋า’ แก่ไว้อย่างสวยงาม จนไม่น่าแปลกใจว่าทำไมลุงวูดี้ อัลเลน ถึงเลือกร้านนี้เป็นหนึ่งในโลเคชันหนังย้อนยุค แต่นอกเหนือจากความเก่าแบบในหนังแล้ว แขกเหรื่อที่แวะเวียนมาร้านนี้ในช่วงยุครุ่งเรืองก็เก๋ไก๋ไม่ต่างกับในหนังเลย ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน Ernest Hemingway (ตัวจริงๆ นะ ไม่ใช่นักแสดง) James Joyce และ Henry Miller เรียกได้ว่าต่ิงสายงานวรรณกรรมชั้นครูก็ไม่ควรพลาดร้านนี้ด้วยเช่นกัน

Midnight in Paris Crémerie-Restaurant Polidor

Midnight in Paris Crémerie-Restaurant Polidor

นอกเหนือจากความคลาสสิกในบรรยากาศร้านแล้ว Polidor ก็เสิร์ฟอาหารพื้นบ้านฝรั่งเศสรสชาติดั้งเดิมฝีมือมาตรฐานมาตั้งแต่เปิดร้าน โดยเมนูยอดฮิตติดท็อปห้ามีตั้งแต่ Bouef Bourguignon (สตูว์เนื้อ) Blanquette de Veau à L’ancienne (เนื้อลูกวัวซอสขาว) และ Tartare Steak (สเต๊กเนื้อดิบ) ในราคากันเองไม่สูงกว่ามาตรฐานความปารีเซียง

Bouef Bourguignon Crémerie-Restaurant Polidor

 

Pont Alexandre III

สะพานข้ามแม่น้ำ Seine นั้นมีอยู่ทั่วเมืองปารีส แต่จะให้สวยท่ามกลางฝนพรำปิดท้ายวันฟินาเล่อย่างสวยงามเหมือนใน Midnight in Paris หาได้ที่ Pont Alexandre III ซึ่งอยู่ติดกับ Grand Palais ในกลางเมือง

สำหรับสะพาน Pont Alexandre III นี้โผล่มาในช่วงตอนจบที่… เอิ่ม… เราจะไม่สปอยล์สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู (แต่อยากสปอยล์แล้ว ช่วยๆไปดูกันหน่อยได้มั้ย!) สะพานสุดอลังนี้เชื่อมเมืองระหว่างฝั่งเหนือ (Rive Droit) และใต้ (Rive Gauche) โดยข้ามแม่น้ำ Seine เชื่อมระหว่างฝั่ง Champs-Élysées และ Eiffel Tower และชื่อสะพานนี้ก็มาจากสมเด็จพระจักรพรรดิอะเลคซันดร์ที่ 3 แห่งรัสเซีย เพื่อเป็นการฉลองมิตรไมตรีที่ดีระหว่างสองประเทศในปี ค.ศ. 1892

Midnight in Paris Pont Alexandre III

ด้วยความที่พาดกลางเมืองในระยะที่ไม่ไกลจากหอไอเฟลมากนัก สะพานนี้จึงเป็นหนึ่งในจุดชมหอไอเฟลที่สวยที่สุด ทั้งในประวัติศาสตร์ของตัวสะพาน การเดินทางอันสะดวกสบาย (มาจากสถานีรถไฟ Invalides เพียงจึ๋งเดียว) และการตกแต่งอันหรูหราเกินหน้าเกินตาสะพานอื่นๆ Pont Alexandre III จึงคู่ควรแก่การเป็นแลนด์มาร์กหยุดชมหอไอเฟลยามไฟกะพริบที่สุด

Midnight in Paris หอไอเฟล

ไม่ว่าคุณจะชอบ Midnight in Paris หรือไม่ การเดินทางตามรอยหนังเรื่องนี้มีความหมายมากกว่าการกรี๊ดหนังทั่วๆ ไป แต่ยังเป็นการได้ชื่นชมสัมผัสอดีตของฝรั่งเศสอีกด้วย ความสนุกของเมืองปารีสต้องยกให้การอนุรักษ์สถานที่ต่างๆ และคงไว้ซึ่งรูปโฉมเดิม ไม่ว่าคุณจะเดินไปมุมไหนของเมือง ก็จะหลงเหลือร่องรอยของประวัติศาสตร์กาลเวลาที่ถูกบูรณะไว้อย่างดี เพราะ ‘ศิลปะ’ และ ‘วัฒนธรรม’ คือสิ่งที่ฝรั่งเศสเชิดชูให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ เดชะบุญสายติ่งยิ่งนักที่เรายังได้สัมผัสความมหัศจรรย์ข้ามเวลาเหล่านี้จนชวนเพ้อฝันตามภาพยนตร์และเรื่องราวตามประวัติศาสตร์ กระทั่งเป็นความทรงจำสุดประทับใจไม่รู้ลืม

Writer & Photographer

ศิขรินทร์ ลางคุลเสน

นักเพ้อฝันมืออาชีพ งานประจำคือทาสแมว ส่วนยามว่างก็จัดทำกิจกรรมด้านภาพยนตร์กับเพื่อนๆ ในนาม "YOUNG จะทำ”

What I’ve Scene

เที่ยวตามรอยหนังเรื่องโปรดไปทั่วโลก

นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์อันยาวนานแล้ว อีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ดึงดูดและคอยกวักมือเรียกนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาเยือนประเทศจีนก็คือวัฒนธรรมการก๊อปปี้ ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าแบรนด์เนม เครื่องไฟฟ้า ไปจนถึงการก่อสร้างเมืองต่างๆ ที่ถอดแบบเมืองชั้นนำของยุโรปมาเป๊ะๆ เริ่มเทรนด์กันมาตั้งแต่ปี 1990 ในช่วงที่เศรษฐกิจของจีนกำลังรุ่งโรจน์ ผู้คนต่างต้องการบ้านเป็นของตัวเองเพื่อแสดงสถานะทางสังคม การก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์แบบเมืองยุโรปก๊อปเกรดเอจึงเกิดขึ้นและกระจายตัวไปแถบนอกเมืองใหญ่ ด้วยเป้าหมายให้เป็นทั้งโครงการบ้านพักอาศัยและแหล่งท่องเที่ยวสำหรับชาวจีน ถ่ายทอดความหรูหราผ่านเสาโรมัน รูปปั้นกรีก และแลนด์มาร์กสำคัญต่างๆ ทั่วยุโรปที่ถูกย่อส่วนมาไว้ที่จีน

น่าเสียดายที่โครงการเหล่านี้กลับไม่เปรี้ยงอย่างที่คาด อันเป็นปัญหาต่อเนื่องจากขนาดเมือง โลเคชันที่ไม่ค่อยสะดวก และการวางผังที่ไม่ดี ทำให้เมืองยุโรปก๊อปเกรดเอเหล่านี้กลายเป็นเมืองร้าง และในความขาดๆ (ประชากร) เกินๆ (ขนาดเมือง) นี้ นำมาซึ่งความลักลั่นทางวัฒนธรรม ผสมปนเปสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและจีนสมัยใหม่ จนไปเตะตา Romain Gavras ผู้กำกับฝรั่งเศสสายเถื่อนเข้าให้ และเลือกเทียนตูเฉิง (Tianducheng) เมืองฝาแฝดปารีสเป็นโลเคชันถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลง Gosh ของ Jamie xx ฉวยใช้วัฒนธรรมของจีนเข้ากับเพลงอิเล็กโทรได้อย่างลงตัว เกิดเป็นเสน่ห์อย่างประหลาด ทำให้คนดูอย่างเราแอบสบถเบาๆ ในใจถึงความแปลกและยิ่งใหญ่ ชวนให้ไปตามรอยยิ่งนัก

เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้เครื่องบินอีก 1 ลำ (เล่นใหญ่อีกแล้ว) ถ้าคุณมีแพลนที่จะเดินทางไปเซี่ยงไฮ้อยู่แล้ว และวันเหลือๆ ไม่รู้จะทำอะไร ลองวางแผนออกนอกเมืองไปเทียนตูเฉิงสักวัน และพบกับอีกด้านหนึ่งของวัฒนธรรมจีนที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือท่องเที่ยว

เทียนตูเฉิง มีความหมายว่า เมืองท้องฟ้า (แต่เป็นชื่อเกี่ยวกับปารีสอย่างไรก็ยังคงเป็นปริศนาธรรมต่อไป) เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2007 เป็นเมืองที่พักอาศัยและพักผ่อนหย่อนใจขนาดเล็ก อยู่ห่างจากตัวเมืองหางโจว (Hangzhou) ไปประมาณ 30 นาที ด้วยความคาดหวังที่จะรองรับผู้พักอาศัยกว่า 10,000 คน แต่ปัจจุบันมีผู้อยู่จริงเพียงแค่ 2,000 คน ทำให้ในวันธรรมดาคนอาจจะดูบางตาไปบ้าง 

แต่ความเงียบเหงาไม่ใช่ปัญหาของที่นี่ เพราะเมื่อถึงเวลาพักจากการทำมาหากิน ชาวเทียนตูเฉิงใช้ประโยชน์สวนพักผ่อนหย่อนใจขนาดใหญ่และวงเวียนหอไอเฟลอย่างเต็มที่ ที่นี่คลอด้วยเสียงเพลงออกกำลังกาย เด็กๆ ออกมาปั่นจักรยาน อาม่าควงอากงมาเดินแกว่งแขน หรือวัยรุ่นก็หามุมถ่ายเซลฟี่กัน 

เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx

ไฮไลต์คงไม่แคล้วหอไอเฟลขนาด ⅓ เท่าของของจริง ห้อมล้อมด้วยสนามหญ้ารกๆ นิดหน่อยพอให้หวั่นงู แต่ยังพอวิ่งเล่นได้ 

เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx

หากหันหน้าออกจากตัวหอไอเฟลจะเห็น Champs-Élysées ขนาดย่อม ขนาบข้างด้วยอาคารแบบ Haussmann และน้ำพุรูปปั้นแบบยุโรปตลอดทางเดิน หากมองแค่ด้านบนอาคาร ก็ถือว่าเหมือนกันเป๊ะๆ ถ้าลดระดับสายตาลงมามองด้านล่าง จะพบป้ายภาษาจีนขนาดยักษ์โฆษณาร้านอาหาร ร้านของเล่นพลาสติก และร้านขายของสะดวกซื้อ บวกเพิ่มกลิ่นเต้าหู้เหม็นและปลาตากแห้งที่ดึงเข้าสู่โลกความจริง 

ด้วยโครงสร้างของเมืองที่ตึกหันหน้าเข้าหากัน ทำให้เมืองนี้คึกคักมากทั้งๆ ที่คนอาศัยไม่เยอะ โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่เด็กๆ เลิกเรียนออกมาวิ่งเล่นเต้นระบำกันนอกบ้านอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงดังเอะอะมะเทิ่งตั้งแต่ต้นยันท้ายซอย เป็นบรรยากาศงงๆ อันเป็นเสน่ห์ของเทียนตูเฉิง 

เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx

สุดทาง Champs-Élysées จะพบทางเข้าสวนขนาดใหญ่ เปิดตัวอลังการงานสร้างด้วยน้ำตกหลากชั้นขนาบด้วยขั้นบันได รูปปั้นรถม้าร่างยักษ์การันตีความมโหฬารที่ซ่อนอยู่ด้านใน ด่านแรกเราต้องจ่ายค่าเข้าสวน 50 หยวน ขึ้นบันไดน้ำตกไป แล้วจะพบสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีลูกเล่นการตกแต่งแบบยุโรปยำรวมมิตรอยู่ภายในที่แห่งนี้อีกเพียบ 

ที่นี่ห้อมล้อมไปด้วยบรรยากาศร่มรื่น ถ้าอยู่ในโซนเงียบๆ ก็เหมือนหลุดมาอยู่คนละประเทศเลยทีเดียว แถมยังมีส่วนให้ทำกิจกรรมอีกมากมาย เช่น เวทีการแสดงกลางแจ้ง สวนทรายริมน้ำที่นักท่องเที่ยวมาเล่นทรายและกินปิ้งย่างบาร์บีคิวได้ (เรียกว่า Swan Lake แต่ไม่เห็นหงส์สักตัว นอกจากปลาวาฬปลอมขนาดใหญ่) รถม้าให้ถ่ายรูป และเซอร์วิสถ่ายเว็ดดิ้งที่มีผู้คนเข้าออกไม่ขาดสาย

เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx

ปัจจุบัน ด้วยอานิสงส์ของนักธุรกิจหัวใสเอาใจสายเว็ดดิ้ง และบรรยากาศสุดโรแมนติกแบบหลุดมาจากยุโรป ที่นี่จึงฮอตฮิตติดชาร์ตสำหรับคู่รักที่มาถ่ายรูปงานแต่ง เรียกว่าหนาแน่นกันแทบจะทุกมุม แบ่งกันสร้างสรรค์ครีเอทีฟโพสต์ท่าต่างๆ ถือเป็นเรื่องดีซะด้วยซ้ำ เพราะถ้าไปถ่ายกันจริงๆ ที่ปารีสคงไม่สะดวกเท่านี้

เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx

ถึงอย่างนั้นการผุพังของเมืองเกือบร้างก็เป็นเรื่องห้ามกันไม่ได้ เมื่อจำนวนผู้พักอาศัยไม่ได้เป็นไปตามที่คาด กลิ่นความทรุดโทรมจึงคืบคลานกัดกินเมือง จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเมืองนี้ประสบความสำเร็จตามขนาดของมันและได้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่แล้ว เทียนตูเฉิงที่มีสีสันจะสร้างสังคมแบบไหน 

Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx

พวกเราอาจจะมองสถานที่นี้ว่าตลกและประหลาด แต่สำหรับคนจีนจำนวนมาก นี่คือสิ่งที่ใกล้เคียงความฝันที่สุด และด้วยความเชื่อที่ว่าสไตล์ยุโรปสื่อถึงความหรูหรา สถานที่เหล่านี้จึงได้เกิดขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงความฝันและความหรูหราได้ง่ายยิ่งขึ้น สุดท้าย การปะทะกันอย่างผิดที่ผิดทางของวัฒนธรรมทำให้ที่เทียนตูเฉิงน่าฉงน มีมุมน่าค้นหาเพลินๆ กำลังดีสำหรับการเที่ยวชม 1 วัน 

เทียนตู้เฉิง ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx

การเดินทางไปเทียนตูเฉิงจะเรียกว่าลำบากก็ไม่เชิง แต่จะสบายมากถ้าคุณรู้ภาษาจีน เนื่องจากไม่มีรถไฟสายตรง วิธีเดินทางจึงต้องเป็นการนั่งรถไฟไปหางโจว แล้วต่อรถไปเทียนตูเฉิง แต่เว็บต่างๆ ที่เกี่ยวกับตารางเดินรถล้วนเป็นภาษาจีน ทำให้การจองล่วงหน้าค่อนข้างงงงวย เราจึงดุ่มไปที่สถานีรถไฟ Shangha Hongqiao Station หลังจากมั่วซั่วจนแทบเข่าทรุดร้องไห้สังเวยให้ความเนิร์ดของตัวเอง จึงได้ข้อสรุปในการเดินทางมาดังนี้ :

  1. ไปที่บูทซื้อตั๋ว โปรดจงระวัง ที่นั่นไม่มีภาษาอังกฤษเลย แต่จะหาบูทเจอแน่ เพราะคนต่อแถวเยอะประมาณ 20 แถวได้ 
  2. ปักหมุดหางโจวไว้ในแมพส์ให้เรียบร้อย เมื่อถึงคิวซื้อตั๋ว ยื่นมือถือให้เขาดูเลยว่าจะไปเมืองนี้ พนักงานจะชี้ไปที่ค่าตั๋วและเวลาเดินทาง เมื่อตกลงเวลาตามใจประสงค์ ก็ชำระค่าตั๋วกับพนักงาน (จ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น ยกเว้นมีระบบจ่ายเงินที่จีนรองรับ)
  3. ประตูทางออกและที่นั่งมีระบุไว้ในตั๋ว รถไฟสบายและสะอาดมาก 
  4. เมื่อถึงหางโจว วิธีการเดินทางที่ง่ายที่สุดคือแท็กซี่ โดยจะมีคิวชัดเจนตรงทางออก
  5. ปักหมุดเทียนตูเฉิงไว้ (เลือกโลเคชันใกล้ๆ Eiffel Tower) เมื่อได้แท็กซี่คู่ใจจงยื่นแผนที่ให้เขาดู
  6. ถ้าโชคดี หลังจากจุดนี้คุณก็ไม่ต้องคุยกับเขาอีกเลย แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจได้ยินพี่โชเฟอร์สบถบ้างเล็กน้อย
  7. หากเขาหันมาคุยกับคุณด้วยท่าทางมีคำถาม ยื่น Google Maps ให้เขาไปเลย จบสิ้นทุกคำถามแน่นอน 
  8. ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย 
  9. ขากลับแนะนำให้โหลดแอป DiDi เอาไว้ (เหมือน Uber เวอร์ชันจีน) แล้วเรียกแท็กซี่กลับมาสถานีรถไฟหางโจวผ่านแอป ง่ายสุด ไม่ต้องเจรจากับคนขับรถอีกเลย
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx
Tianducheng ยุโรปก๊อปเกรดเอแห่งประเทศจีนที่มีเสน่ห์จนเป็นโลเคชันถ่าย MV ของ Jamie xx

นอกจากปารีสแล้ว ยังมี Thames Town ก๊อป หรือ Pujiang New Town ที่เพียงตีตั๋วรถไฟออกไปนอกเมืองเซี่ยงไฮ้เพียงนิดเดียวก็ส่งคุณวาร์ปไปยังประเทศอังกฤษ ทะลุใจกลางลอนดอน ถอดแบบคลองเล็กคลองน้อยและตึกรามบ้านช่องแบบเวนิส และ Anting New Town ที่เปรียบเหมือนเยอรมนีขนาดย่อม

Writer & Photographer

ศิขรินทร์ ลางคุลเสน

นักเพ้อฝันมืออาชีพ งานประจำคือทาสแมว ส่วนยามว่างก็จัดทำกิจกรรมด้านภาพยนตร์กับเพื่อนๆ ในนาม "YOUNG จะทำ”

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load