ทุกวันนี้ ผู้คนต่างมองหาบ้านที่ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นทั้งพื้นที่ปลอดภัยและสถานที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ในทุกมิติ ยิ่งช่วงที่วิกฤตและเทคโนโลยีพัดพาเอาความต้องการใหม่ ๆ มาสู่โลก คงถึงเวลากลับมาตั้งคำถามเรื่อง ‘บ้าน’ อีกครั้ง ว่าคำนี้เปลี่ยนไปแค่ไหน แล้วเทรนด์แบบไหนในอนาคตที่กำลังมาถึง

คอลัมน์หมู่บ้าน พาไปเปิดแนวคิดเรื่องบ้านจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจรมากว่า 19 ปี กับ คุณจูน-โฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กร SC Asset ชวนฟังถึงแก่นหลักในการทำบ้านที่วางตัวเองเป็น Living Solutions Provider ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกบ้านกังวลเรื่องที่อยู่อาศัยให้น้อยที่สุด พร้อมตื่นเช้ามาใช้ชีวิตให้ได้มากที่สุด

และนี่คือเรื่องราวของคนทำบ้าน ผู้อยากทำให้บ้านเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

สำรวจแนวคิดคนทำบ้านแบบ SC Asset ที่ตั้งใจแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างทุกเช้าที่ดี

Home is everything 

คุณจูนเริ่มเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์หลังโควิด-19 เข้ามาแวะเวียนตลอด 2 ปี ‘บ้าน’ ในมุมมองของ SC Asset ยังคงความหมายเช่นเดิม ต่างกันก็ตรงกิจกรรมและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป นับเป็นก้าวใหญ่ในวงการที่อยู่อาศัย

“เราพบว่าพฤติกรรม (Behavior) คือหัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ รากฐานยังเหมือนเดิม แต่กิจกรรมที่อยู่ข้างในกลับหลากหลายมากขึ้น พอเกิดเหตุการณ์ล็อกดาวน์ บ้านก็กลายเป็นที่ออกกำลังกาย เป็นโฮมคาเฟ่ เรียนหนังสือ บางคนใช้สร้างอาชีพด้วย โจทย์สำคัญที่เราได้เรียนรู้คือ จะออกแบบบ้านอย่างไรให้คนใช้พื้นที่ได้มากขึ้น”

สำรวจแนวคิดคนทำบ้านแบบ SC Asset ที่ตั้งใจแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างทุกเช้าที่ดี

เธอบอกต่อว่า การเปลี่ยนเหมือนตัวกระตุ้นใหญ่ที่ทำให้ผู้พัฒนาต้องก้าวไปให้ทันและเรียนรู้ให้มาก จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ Home is everything ที่พวกเขาพยายามศึกษาและทำอย่างจริงจัง ให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย และตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของชีวิต

“ยกตัวอย่าง เราค้นพบว่าสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าค่อนข้างกังวล คือโรงหนัง เรื่อง Home Entertainment เลยเข้ามามีบทบาทสำคัญ จะทำอย่างไรให้เขามีโฮมเธียเตอร์ได้ในบ้านขนาดเท่าเดิม ราคาเท่าเดิม เราก็เอาโปรเจกเตอร์มาติด ฉายไปที่กำแพงฝั่งหนึ่งของห้องนั่งเล่นชั้นสอง

สำรวจแนวคิดคนทำบ้านแบบ SC Asset ที่ตั้งใจแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างทุกเช้าที่ดี
สำรวจแนวคิดคนทำบ้านแบบ SC Asset ที่ตั้งใจแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างทุกเช้าที่ดี

“บางคนขายของอยู่บ้าน รีวิวสินค้า จริง ๆ เขาใช้พื้นที่น้อยมาก เราก็ออกแบบโดยใช้ส่วนหนึ่งข้าง ๆ บันไดมาทำเป็นห้องอเนกประสงค์ ใช้ถ่ายวิดีโอหรือทำห้องอัดพอดแคสต์ได้”

ในวันที่เราต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ออกไปไหนไม่สะดวกเช่นเคย พวกเขาก็ให้ความสำคัญกับพื้นที่นอกบ้าน จึงคิดทำ ‘ลา-ไน’ (Lanai) หรือระเบียงในร่ม มาตอบโจทย์ชีวิตหลังโควิดและแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่พักผ่อนนอกบ้าน ซึ่งตรงนี้ผู้อยู่อาศัยจัดฟังก์ชันใช้งานได้ตามใจ

“สิ่งที่คนต้องการมากที่สุดคือแสงแดด ได้ออกไปสูดอากาศ หรือแม้กระทั่งพื้นที่สีเขียว ปกติเวลาอยู่ในบ้านจะไม่ค่อยมีพื้นที่เหล่านี้ เราก็ทำเป็น Semi-outdoor โดยออกแบบให้แสงรับลมได้” เธออธิบายความตั้งใจนี้ เพื่อย้ำสิ่งที่ SC Asset ทำให้บ้านหนึ่งหลังเป็นมากกว่าบ้าน

Living Solutions 

เมื่อนั่งลงฟังต่อ เราก็ค้นพบเคล็ดลับในการสร้างบ้านของ SC Asset ที่เกิดจากการตั้งคำถามเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่อย่าง ‘เราสร้างบ้านให้ใคร’

“การสร้างบ้านข้อที่หนึ่งเลยคือการรู้จักลูกบ้าน เขาอยู่กันกี่คน ใช้ชีวิตแบบไหน เพราะในแต่ละโลเคชันของกรุงเทพฯ ก็ไม่เหมือนกัน บางโลเคชันลูกค้าเป็นหมอเยอะ บางที่เป็นผู้ประกอบการ หรือเป็นคนทำงานออฟฟิศ เราสร้างบ้านจัดสรร ข้อจำกัดหนึ่งเลยคือ สร้างทุกหลังให้ไม่เหมือนกันไม่ได้ มันไม่ใช่วิถี แต่ เราต้องตอบโจทย์ด้วยการออกแบบสเปซตัวอาคารให้เหมาะเจาะกับชีวิตโดยรวมของลูกค้าในละแวกนั้น

“อย่างคนทำงานประจำ เรารู้ว่าพื้นที่ส่วนครัวอาจไม่ได้จำเป็นกับเขามากนัก แต่ต้องมีพื้นที่สีเขียว เราก็ต้องทำให้เกิดขึ้นได้”

อีกข้อหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญ ก็คือการเป็น Living Solutions ให้กับผู้คน 

“เรามาพร้อมกับการแก้ปัญหาจาก Pain Point ที่ลูกค้าได้รับ ยิ่งปัญหามากขึ้น วิธีการก็ต้องมากตาม และถ้าปัญหาอยู่บนโลกดิจิทัล การแก้ปัญหาก็ต้องอยู่บนนั้นด้วยเช่นกัน” เธอเล่าว่าการทำงานแบบ SC Asset คือการรับหน้าที่ผู้คลี่คลายสารพัดปัญหาเรื่องบ้าน และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตราบเท่าที่ลูกค้าต้องการ

เป็นที่มาของโครงการบ้านในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะ อย่าง ‘บ้านคนโสด’

สำรวจแนวคิดคนทำบ้านแบบ SC Asset ที่ตั้งใจแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างทุกเช้าที่ดี
สำรวจแนวคิดคนทำบ้านแบบ SC Asset ที่ตั้งใจแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างทุกเช้าที่ดี

“โครงการนี้เกิดจากการที่เราเฝ้าดูลูกค้าในปัจจุบัน ด้วยขนาดครอบครัวที่เล็กลง ทั้งอยู่คนเดียว อยู่กับแฟน หรืออยู่กับสัตว์เลี้ยง เลยออกแบบมาเพื่อคนที่มีสมาชิกน้อย คิดขนาดที่ว่า ถ้าพวกเขาต้องกลับดึกแล้วอยากซักผ้า ทำไมต้องเดินออกไปหน้าบ้านคนเดียว เราก็ยกพื้นที่ซักล้างไปไว้ด้านบนเพื่ออำนวยความสะดวก”

สำรวจแนวคิดคนทำบ้านแบบ SC Asset ที่ตั้งใจแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างทุกเช้าที่ดี
สำรวจแนวคิดคนทำบ้านแบบ SC Asset ที่ตั้งใจแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างทุกเช้าที่ดี

ส่วนแบบบ้านในอีกขั้วหนึ่ง คือซีรีส์ ‘บ้านเดียวกัน’ เหมาะสำหรับอยู่อาศัยกันทั้งครอบครัว หลายเจเนอเรชัน สร้างจากการที่มีโรคระบาดเร่งให้มองเห็นความต้องการมากขึ้น

“จากการศึกษาเรื่องบ้านมาเกือบสิบเก้าปี เราค่อนข้างมีข้อมูลจากลูกค้าพอสมควรว่าเขาต้องการอะไร ประกอบกับผลงานวิจัยที่ทำให้เห็นว่าโควิด-19 คือตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้รู้ว่าการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ คนไม่มีพื้นที่ของตัวเองที่สุดเลยคือคุณแม่ เพราะคุณแม่ใช้ชีวิตอยู่ทั่วไปในบ้าน ดังนั้น บ้านเดียวกัน จึงออกแบบให้กลายเป็นสามชั้นภายในขนาดเท่าเดิม แล้วชั้นบนสุดยกให้เป็นโลกส่วนตัวของคุณแม่ให้ทำอะไรก็ได้ รวมถึงออกแบบพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุด้านล่าง ส่วนห้องสำหรับลูก ๆ ก็เก็บเสียงได้ ให้ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัวในบ้าน”

และที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้อย่างพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งทั้งชาวคอนโดฯ และบ้านจัดสรรต้องแบ่งปันกันใช้งาน พวกเขาก็มีโจทย์ใหญ่อย่างการอยู่ร่วมกันอย่างไร ให้ยังเป็นส่วนตัวและรักษาความสะอาดได้ด้วย

“สมัยก่อนเราแชร์กันอย่างเต็มที่ ทั้งเล่น ทั้งทำงาน แต่พอมาในยุคนี้ พื้นที่ส่วนกลางกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย เราเริ่มคิดถึงวัสดุใหม่ ๆ มากขึ้น อย่างราวจับ เปลี่ยนพื้นผิวให้ทนต่อการใช้งานและทนต่อการทำความสะอาดหลายครั้ง” คุณจูนเสริมว่าทั้งหมดนี้ ตลอดจนการคิดถึงการออกแบบพื้นที่ให้มีฟังก์ชันเพิ่มขึ้น ทั้งเล่นและทำงานเพื่อรองรับทุกกิจกรรมที่เปลี่ยนไป เกิดจากการเก็บปัญหาและความต้องการมาพัฒนาต่อทั้งสิ้น

Smart Home

จากปัจจัยทั้งเรื่องสถานการณ์โรคระบาดและความต้องการที่แปรเปลี่ยนไป ยังมีอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือเทคโนโลยี

“เราทุกคนที่นี่เชื่อเรื่องเทคโนโลยี เราเลยมีสิ่งที่เรียกว่า ‘รู้ใจคลับ’ หลังซื้อบ้านเสร็จ ลูกบ้านทุกคนจะเข้าไปสู่รู้ใจคลับโดยอัตโนมัติ โดยเลือกได้เองว่า อยากจะ Subscribe ให้เราช่วยเรื่องบ้านในด้านไหน”

มองวิธีคิดเรื่องที่อยู่อาศัยกับ Living Solution Provider ถึงเทรนด์การสร้างบ้านยุคใหม่ที่รู้ใจคนอยู่ และอยากทำให้ทุกการตื่นเช้ามีความหมาย

แอปพลิเคชันรู้ใจคลับ (RueJai Club) คิดขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2561 และพัฒนามาเรื่อย ๆ จนปล่อยให้ใช้งานเมื่อปีที่แล้ว ทำหน้าที่เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว และเป็นประโยชน์มากสำหรับช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา เพราะเมื่อคนออกจากบ้านไม่ได้ นี่จึงเป็นการรวมบริการขั้นพื้นฐานในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ Ecosystem ที่อยู่ด้วยกันทั้งลูกบ้าน ลูกค้า พาร์ตเนอร์ และคู่ค้า ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ตั้งแต่ช่วยส่งข้าว ส่งน้ำ จ้างแม่บ้านทำความสะอาด หรือการติดตามดูแลด้านต่าง ๆ ได้สะดวกสบายขึ้น

มองวิธีคิดเรื่องที่อยู่อาศัยกับ Living Solution Provider ถึงเทรนด์การสร้างบ้านยุคใหม่ที่รู้ใจคนอยู่ และอยากทำให้ทุกการตื่นเช้ามีความหมาย
มองวิธีคิดเรื่องที่อยู่อาศัยกับ Living Solution Provider ถึงเทรนด์การสร้างบ้านยุคใหม่ที่รู้ใจคนอยู่ และอยากทำให้ทุกการตื่นเช้ามีความหมาย

และยังมี รู้ใจโฮมฮับ (RueJai Home Hub) หรือแผง Smart Home ติดตั้งในบ้าน ให้ลูกบ้านทุกคนควบคุมที่อยู่อาศัยได้ผ่านมือถือ

“ตอนนี้เรากำลังพยายามติดในบ้านให้ครบทุกหลัง เพราะเราจะไม่ทิ้งลูกค้าคนไหนแม้แต่คนเดียว” คุณจูนย้ำชัดจุดยืนที่มีมาเสมอ

ในอนาคต เราอาจได้เห็นการพัฒนาแอปพลิเคชันในแง่มุมที่หลากหลายขึ้น นอกจากที่อยู่อาศัยแล้ว ก็ยังตั้งใจอำนวยความสะดวกให้โรงแรมและสำนักงานด้วยเช่นกัน ที่เซอร์ไพร์สไปกว่านั้น คือไอเดียการทำ Tokenization ขึ้นในวงการอสังหาฯ เป็นเจ้าแรก ๆ 

“โดยปกติแล้ว พวกเราทุกคนในฐานะพนักงาน ต้องใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อ SC in One ในการเช็กภารกิจของแต่ละคนกันอยู่แล้ว สะสมในรูปแบบ SC Token ซึ่งเป็น Utility Token เพื่อแลกบัตรของขวัญต่าง ๆ มันก็สนุกดี เราเลยอยากขยายสิ่งนี้ต่อไป” ไม่แน่นะว่าปีหน้าอาจได้เห็นสินทรัพย์ประเภท NFT จาก SC Asset ก็เป็นได้

และใน พ.ศ. 2565 อาจเป็นก้าวสำคัญ เพราะเป็นปีที่เปิดโครงการที่อยู่อาศัยมากที่สุด ซึ่งเป็นผลมาจากสิ่งที่เรียนรู้ในปีวิกฤตตลอด 2 ปี ซึ่งคุณจูนเองก็อยากชวนติดตามกันต่อ ว่าจะถูกพัฒนาไปสู่ความต้องการเช่นไรต่อไป 

Custom-made Home

ในวันที่วงการอสังหาริมทรัพย์แข่งขันกันอย่างดุเดือด กลายเป็นว่าบ้านในแบบ SC Asset ต่างจากบ้านจัดสรรในความคิดแรกแบบลิบลับ ไม่ได้จับวางคนเข้าไปอยู่ แต่ดูว่าพวกเขาต้องการอะไร แล้วทำสิ่งนั้นเพื่อตอบสนอง

“ความท้าทายของเราเลยไม่ใช่เรื่องการแข่งขัน เรามองว่าในอุตสาหกรรมเดียวกัน ถ้ามันจะเข้มแข็งได้ ต้องไปพร้อมกันหมด ความท้าทายของเราคือลูกค้าต่างหาก เพราะพวกเขาเปลี่ยนเร็วมาก บ่อยมาก เราเลยต้องคิดมากว่าต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรสำหรับสิ่งนั้น”

และไม่ใช่แค่ความเปลี่ยนแปลงของลูกค้า แต่ความเปลี่ยนแปลงของเมืองก็ท้าทายไม่แพ้กัน 

“ต้องยอมรับว่าตอนนี้เมืองขยายตัวออกไปชานเมืองมากขึ้น ทำเลยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่คนซื้อบ้านจะพิจารณาถึงและตัดออกไปไม่ได้ มันยังมีเรื่องระยะทางจากทำเลนั้นเข้าสู่เมืองด้วยเช่นกันว่ายากมาก-น้อยแค่ไหน อีกแง่หนึ่งก็เป็นไปได้เหมือนกันว่า การมาถึงของ Work from Anywhere หรือทำงานอิสระจากที่ไหนก็ได้ เปลี่ยนรูปแบบความคิดเรื่องที่อยู่อาศัยไปพอสมควร

มองวิธีคิดเรื่องที่อยู่อาศัยกับ Living Solution Provider ถึงเทรนด์การสร้างบ้านยุคใหม่ที่รู้ใจคนอยู่ และอยากทำให้ทุกการตื่นเช้ามีความหมาย

“อย่างเวลาคิดอะไรไม่ออกก็กลับไปที่คนซื้อบ้านก่อนเลย เพราะว่าเขาจะเป็นคนให้คำตอบเรา”

ทั้งหมดนี้ขมวดรวมเป็นคอนเซ็ปต์ For Good Mornings โจทย์การดูแลเพื่อทุกเช้าให้ลูกบ้านพร้อมรีสตาร์ทแล้วออกไปใช้ชีวิต ดูแลกันทั้งเรื่องการออกแบบ กระทั่งบรรยากาศรอบข้างตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน 

For Good mornings

จากการออกแบบทั้งเรื่องพื้นที่ ตอบโจทย์ตามความต้องการ ไปจนถึงการดูแลบ้านทุกมิติแทนผู้อยู่อาศัย ก็เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน

“เราพูดมาตั้งแต่แรกสร้างว่า ชีวิตดี ๆ เกิดจากจุดเริ่มต้นที่ดี นั่นก็คือที่บ้าน เราพยายามสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ทุกเช้า พอพรุ่งนี้ดี เราก็ออกไปสู้ใหม่ได้ เพราะฉะนั้น บ้านต้อง Worry-Free”

สิ่งนี้เอง เป็นความฝันและสิ่งที่ SC Asset ลงมือทำ เพื่อให้ลูกบ้านคนคิดถึง เมื่อต้องการความสบายใจ ซึ่งนั่นคือการยกเรื่องบ้านให้พวกเขาดูแล

“เพราะลูกค้าไม่ควรต้องมานั่งห่วงบ้านว่าล็อกบ้านหรือยัง น้ำแอร์หยดหรือเปล่า พวกเขาควรไปสร้างชีวิตข้างนอก แล้วก็ปล่อยเรื่องบ้านให้เราดูแล ซึ่งเป็นฝันของทีมผู้ก่อตั้งมาตั้งแต่แรก ที่เห็นบ้านดูแลตัวเองได้ ไม่ว่าจะมาจากเทคโนโลยีหรือการบริการจากคนก็ตาม

“นี่คือวิสัยทัศน์ของเราเลย ถ้าคุณสบายใจ ไม่มีความกังวลเรื่องชีวิต คุณก็พร้อมที่จะออกไปทำเรื่องดี ๆ ข้างนอกให้คนอื่น ให้กับสังคม ชุมชน แม้กระทั่งโลกของเราให้ดีขึ้น”

การทำบ้านให้ความกังวลกลายเป็นศูนย์อย่าง SC Asset นั้น รวมไปถึงสุขภาพกาย ใจ และการเงินอีกด้วย 

“เดี๋ยวนี้บ้านต้องมีความเป็น Wellness เราคำนึงถึงการดูแลสุขภาพด้วย แม้อยู่บ้าน เราก็มีบริการให้ลูกบ้านคุยกับคุณหมอได้โดยไม่ต้องขับรถไปโรงพยาบาล เรื่อง Financial เราก็มีที่ปรึกษาให้ ทำให้รูปแบบการผ่อนบ้านหรือคอนโดฯ ง่ายขึ้น คุณจะได้ Worry Free จริง ๆ”

ความใส่ใจเพื่อให้บ้านเป็นความสบายใจในชีวิตของคนมากที่สุด ก็เพื่อให้แบรนด์บ้านเดี่ยวเป็นอันดับ 1 ในใจทุกคนที่อยากเริ่มต้นการใช้ชีวิต และการเป็นคอนโดฯ แบบ Premium ครบวงจรที่ตั้งใจออกแบบให้อยู่ได้นาน ๆ 

“เราอยากเป็นผู้นำเรื่องที่อยู่อาศัย ในวันที่คุณอยาก Worry-Free และสบายใจ คุณต้องคิดถึงเรา และขอให้มั่นใจเรื่องบริการหลังการขายได้เลย เพราะเรามีสิ่งที่เรียกว่า SC Able และรู้ใจคลับ เราไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง คุณจะมีเราอยู่เคียงข้าง” หัวหน้าสายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กร อธิบายหมุดหมายในวันนี้ที่ SC Asset พยายามทำและต้องการไปให้ถึง

จูน โฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กร SC Asset

SC Coffee House

ด้วยความเชื่อเรื่อง For Good Mornings ที่พวกเขายึดถือมาตลอด ทำให้ในปีนี้ SC Asset อีกเซอร์ไพรส์เรา ด้วยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Thailand Coffee Fest 2021 ที่ The Cloud ร่วมกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 26 ธันวาคม จากความชอบเฝ้าดูลูกบ้านใช้พื้นที่เพื่อศึกษาพวกเขาอยู่แล้ว และธีม Coffee People ที่ว่าด้วยเรื่องผู้คนในวงการกาแฟตั้งแต่ต้นจนถึงปลายน้ำ ซึ่งมี ‘บุคคล’ และ ‘ผู้คน’ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้วงการกาแฟไทยเติบโตและพัฒนาต่อไปได้ ก็ตรงกับเรื่องผู้คนที่พวกเขาให้ความสำคัญและต้องการสื่อสาร 

“ใจความหลักของงานที่นำเสนอกิจวัตรว่าคนส่วนใหญ่ชอบกินกาแฟตอนเช้าแล้วค่อยออกไปใช้ชีวิต ก็คล้ายคลึงกับความหมายเพื่อทุกเช้าที่ดีในแบบของเรา เลยอยากใช้บ้านเข้าไปสนับสนุนบรรยากาศแห่งความผ่อนคลายตรงนี้” เธอกล่าวเชิญชวน

ในพื้นที่ของ SC Asset จะมีเวิร์กชอปเล็ก ๆ ในบ้านกาแฟ ให้คนได้เข้ามาเรียนรู้ตัวเองกับรสชาติกาแฟที่ชอบ และได้ เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ แชมป์บาริสต้าประเทศไทย แห่ง Roots Coffee Roaster มาช่วยค้นหาเส้นทางกาแฟที่ใช่ จับคู่ความตั้งใจของ SC Asset กับกาแฟชื่อสร้างสรรค์อย่างดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย และต้นไม้ใหญ่ ให้บาริสต้าชงให้ดื่มหรือนำกลับบ้านได้ 

“เชื่อเถอะว่าเรารู้ว่าถ้าคุณเดินชิมกาแฟไปเรื่อย ๆ คุณจะเมากาแฟ ลองมาแวะหยุดพักและรู้จักตัวเองที่ SC Coffee House ของเราได้นะ” คุณจูนทิ้งท้าย

ขอบคุณภาพจาก SC Asset และสถานที่ถ่ายทำ STEPS with Theera

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

รีสอร์ทสู่เรสสิเดนซ์

คอลัมน์หมู่บ้านคราวนี้ พามุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี เยือน ‘Veranda Pool Villas hua hin – cha am’ โครงการบ้านพักตากอากาศแบบพูลวิลล่าติดกับโครงการวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ ซึ่งตั้งใจทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้น โดย คุณบุ๊ค-คุณวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าถึงความพิเศษของที่นี่ และการขยับขยายธุรกิจจากโรงแรม-รีสอร์ทสู่ที่พักอาศัยแบรนด์วีรันดา  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

“ตอนแรกรีสอร์ทของเราเปิดที่หัวหิน-ชะอำมากว่า 18 ปี ไม่มีส่วน Residence เพราะความต้องการของลูกค้าในตอนนั้นมีไม่มากครับ มาเริ่มทำเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่ สร้างเป็น Residence ติดกับรีสอร์ท 20 ยูนิต”

การขยับไปทำที่พักอาศัยของวีรันดา จึงไม่ใช่การเริ่มใหม่จากศูนย์ซะทีเดียว แต่เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จเดิมของหนึ่งในโรงแรม-รีสอร์ทดีไซน์ดีมีเอกลักษณ์ที่ผู้คนมักจะนึกถึง เมื่อมองหาการบริการแบบ 5 ดาว วิวสวย นอนสบาย หาที่พักง่าย เพราะกระจายอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน หรือ So/Bangkok ที่ได้วิวสวนลุมพินีใจกลางเมือง โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ จนอยากเปลี่ยนมาเป็นลูกบ้านก็มีไม่น้อย

บ้านพักตากอากาศที่ดีเป็นอย่างไร 

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ที่วีรันดากำลังดำเนินการสร้างอยู่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ของบ้านพักตากอากาศในย่านหัวหิน-ชะอำ เราเลยอดไม่ได้ที่จะถามถึงหัวใจของบ้านพักตากอากาศที่ดีผ่านมุมมองเจ้าของโครงการ 

เขาบอกกับเราว่า ‘การทำวันหยุดให้มีคุณค่ามากขึ้น’ เป็นหัวใจสำคัญ

แต่จะทำด้วยวิธีไหน… ไปดูกัน

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

องค์ประกอบสำคัญที่วีรันดาคิดว่าจะทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 – 4 ข้อ 

1. Location

โลเคชันสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับเวลา Veranda Pool Villas hua hin – cha am เลยเลือกที่ตั้งที่อยู่บริเวณรอยต่อของชะอำกับหัวหิน บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนเส้นหลักรถวิ่งได้สะดวก ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่นานก็ถึงที่พัก ทำให้วันหยุดเริ่มต้นได้เร็ว เมื่อเทียบกับโลเคชันอื่นที่ต้องขับรถลงใต้ไปจากตัวเมืองหัวหินอีกครึ่งชั่วโมง อย่างเขาเต่าหรือปราณบุรี

2. Early Check-in / Late Check-Out

อีกข้อดีของการมีบ้านพักตากอากาศ นอกจากการมีห้องพักแน่นอน ไม่ต้องจองล่วงหน้า และไม่โดนฟันราคาในช่วงวีกเอนด์แล้ว ยังมีเรื่องความยืดหยุ่นในการเช็กอิน-เช็กเอาต์ ที่คุณบุ๊คมองว่าสำคัญ และได้เปรียบกว่าการพักโรงแรม รีสอร์ท เพราะเป็นอีกส่วนที่ช่วยยืดเวลาวันหยุดของเราให้ยาวนานขึ้น ออกจากกรุงเทพฯ ได้แต่เช้า เลี่ยงเวลารถติด พอมาถึงแล้วก็เข้าที่พักได้เลย ไม่ต้องรอเช็กอินหลังบ่าย 3 หรือตอนขากลับ ถ้ายังอยากละเลียดใช้เวลาพักผ่อน อ้อยอิ่งได้อีกหน่อย ไม่ต้องรีบตื่นมาเก็บข้าวของให้ทันก่อนเที่ยง

3. Service 

เนื่องจาก Pool Villa ใหม่นี้สร้างติดกับวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน-ชะอำ เจ้าของบ้านจะสามารถเข้าถึงการบริการมาตรฐานเดียวกับรีสอร์ท ทั้งบริการจากส่วนของรีสอร์ทที่เข้ามาเซอร์วิสในที่พัก หรือการเข้าไปใช้บริการในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม เช่น สปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร และเดินผ่านรีสอร์ทไปถึงหน้าหาดได้โดยไม่ต้องขับรถออกไปนอกโครงการ นอกจากนั้นยังอยู่ในระยะที่สามารถใช้บริการจากภายนอก เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันอีกได้อีกด้วย 

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

4. Design

โครงการนี้เป็นพูลวิลล่า เพราะจากการสังเกตเทรนด์ท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะหลังที่เริ่มเปลี่ยนไป มีความต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนเลือกที่จะพักในบ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่ามากขึ้น เพราะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ต้องเข้าไปปะปนกับผู้อื่นในพื้นที่ส่วนกลาง ที่นี่จึงมีวิลล่าเพียง 13 หลัง เพราะเน้น Optimum Return มากกว่า Maximum Return

โครงการนี้คุณบุ๊คลงไปเลือกที่ดินด้วยตัวเอง และพัฒนาแบบร่วมกับนักออกแบบมือดีที่ร่วมงานกันมาหลายโครงการ อย่างบริษัทสถาปนิกกรุงเทพ (OBA) รับหน้าที่ออกแบบสถาปัตยกรรม และบริษัท August Design ดูแลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้น่าอยู่

“เขาเข้าใจว่าเราต้องการสร้างโปรดักต์แบบไหน อันที่ดูง่ายไป เขาก็จะทำให้มันดูยากขึ้นนิดหน่อย เพื่อให้ได้โครงการที่แตกต่าง ซึ่งเขาก็ได้เครดิตไปด้วยครับ” หัวเรือใหญ่ของวีรันดาเล่าถึงการร่วมงานกับดีไซเนอร์คู่ใจกลั้วเสียงหัวเราะ

บ้านพักทั้ง 13 หลังแบ่งเป็น Pool Villa แบบ 2 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 481 ตร.ม. และแบบ 5 ห้องนอน เพียง 1 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 756 ตร.ม. สำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งบริการและพื้นที่แบบพรีเมียม โดยแยกเป็น 2 ฝั่ง คั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำ ระหว่าง Pool Villa 2 ห้องนอน ชั้นเดียวสูงโปร่ง และ Pool Villa แบบ 3 กับ 5 ห้องนอนซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าอีกด้วย  

“ส่วนของสระว่ายของ 3 ห้องนอน กับ 5 ห้องนอน เรายกขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เพราะเคยเห็นหลายโครงการที่คนเดินผ่านหน้าสระแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัว พอเป็นวิลล่าที่แพงหน่อย เราเลยยกสระไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า นอกจากเพิ่มพื้นที่ด้านล่างแล้ว ด้านบนยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ได้ด้วย ผมมองว่าลูกค้าน่าจะโหยหาพื้นที่แบบนี้ เพราะถ้าเป็นคอนโดมิเนียมปกติ ต่อให้เป็นห้อง Penthouse คุณก็ต้องไปเล่นสระรวมอยู่ดี แต่ที่นี่คุณได้สระส่วนตัว เข้ากับไลฟ์สไตล์ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา” 

นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของวีรันดาหรือ?

“ไม่ถึงกับเคล็ดลับหรอกครับ แต่ผมมองว่าตอนเราตั้งโจทย์ เราต้องตั้งบนความแตกต่างที่เรามีและตอบโจทย์ลูกค้าได้ อย่างตอนนี้ลูกค้าชอบความ Instagramable ชอบมุมถ่ายรูปอะไรแบบนี้ เราก็ต้องจัดหาให้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียพื้นที่บางส่วน ทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนต่อตารางเมตรสูงสุด อย่างเช่นการสร้างสระน้ำบนดาดฟ้า แทนที่จะสร้างบนพื้นเพราะค่าโครงสร้างถูกกว่า แต่พอลงทุนสร้างชั้นบนแล้วได้มุมแบบที่ที่อื่นไม่มี มันก็จะเป็นจุดเด่นของเราไปตลอด ซึ่งลูกค้าที่มาหรือใครที่จะลงทุนต่อจากเราก็จะแฮปปี้ นอกจากนั้นก็ยังเพิ่มดีเทลอื่น เช่น ที่ชาร์จรถ EV ที่พยายามทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ด้วยครับ”

“เวลาพูดถึง 3 ห้องนอน คนอาจจะนึกถึงห้องขนาด 100 – 200 ตร.ม. แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่ Pool Villa แบบ 3 ห้องนอน เราให้พื้นที่ 400 กว่าตารางเมตรเลย เพราะเราเน้นเทรนด์ที่มีหมู่เพื่อนหรือญาติเข้ามาใช้งานด้วย เขาอาจจะมาเล่นน้ำทำกิจกรรมในวิลล่าเราก็ได้ ส่วนห้องนอนที่ต้องเพิ่ม สามารถจองห้องพักในโรงแรมได้เลย เจ้าของบ้านประหยัดขึ้น ไม่ต้องลงทุนทำวิลล่า 7 – 8 ห้องนอนไว้รับแขก มีแค่ 2 – 3 ห้องนอนสำหรับครอบครัวก็เพียงพอ” 

ชั้น 1 มีที่จอดรถได้ 2 คัน มีห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว และห้องนอนที่ตัวห้องน้ำออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ ฝั่งข้างบ้านเป็นระเบียงที่นั่งเล่น รับลมแบบ Semi-outdoor ส่วนชั้น 2 เป็นห้อง Master Bedroom ที่มองออกไปเป็นวิวสระว่ายน้ำส่วนกลาง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว และชั้นดาดฟ้ามีสระว่ายน้ำกับ Pool Deck สำหรับนั่งพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ ซึ่งมองเห็นวิวได้กว้างขึ้น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากระดับอาคารที่สูงกว่า Pool Villa แบบ 2 ห้องนอนชั้นเดียว 

ส่วน Pool Villa แบบ 5 ห้องนอน จอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีจุดเด่นเป็นคอร์ตบริเวณกลางบ้าน มีช่องแสงเจาะทะลุลงมาจากสระว่ายน้ำ สร้างมิติแสงเงาน่าสนใจเปลี่ยนไปตลอดวัน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าว ความพิเศษของหลังนี้คือมีครัวไทยและห้องแม่บ้านให้กับลูกค้าด้วย เหมาะกับการยกพลมาพักผ่อนกันทั้งบ้าน และได้ทานอาหารรสมือที่คุ้นเคย ในขณะที่ฝั่งขวาประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน มีห้องน้ำซึ่งออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์

ส่วนชั้นสอง ห้อง Master Bedroom อยู่ฝั่งซ้าย มีจากุซซี่ที่ระเบียงไว้สำหรับแช่น้ำและดื่มด่ำกับวิวจากมุมสูง ในขณะที่พื้นที่ดาดฟ้าเข้าถึงได้ด้วยลิฟต์ เป็นอีกความพิเศษที่โครงการเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อเปิดออกไปจะเห็นวิวกว้างของท้องฟ้าและธรรมชาติรอบ ๆ มีพื้นที่ Pool Deck ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ พร้อมสระน้ำ 2 แบบ คือ Shallow Pool ที่วาง Daybed ไว้สำหรับนอนเล่น อาบแดด รับลม และสระว่ายขนาดประมาณ 5 x 10 ม. ที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริง 

นอกจากความสะดวกในตัวบ้านพักแล้ว เจ้าของบ้านยังเข้าไปใช้พื้นที่ Recreation Space ที่อยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางเข้าของโรงแรมอีกด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมให้ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Fitness พื้นที่ Meeting ที่กั้นเป็นยูนิต เป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัวนั่งทำงานได้ พื้นที่นั่งเล่น เป็น Lifestyle Area ใช้ร่วมกันระหว่างโรงแรมและส่วน Pool Villa 

Facilities ที่โดดเด่นอันเป็นจุดขายของวีรันดา รีสอร์ท คือเรื่อง Branded Residence ทุกโครงการเรสซิเดนซ์จะเปิดติดกับรีสอร์ทเสมอ จากความตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่ซื้อโครงการได้รับบริการต่าง ๆ เสมือนมาพักรีสอร์ท รวมถึงเข้าถึง Facilities ของรีสอร์ทได้ ตั้งแต่อาหารเช้า รูมเซอร์วิส แม่บ้านทำความสะอาด ร้านอาหารภายในรีสอร์ท สปา ซึ่งการมาใช้เวลาพักผ่อนก็แทบไม่ต้องออกไปไหน จึงใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดได้มากขึ้น 

รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัย ที่นี่มีทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีการบริหารการปล่อยเช่าโครงการโดย วีรันดา รีสอร์ท ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาในวันที่ไม่ได้เข้าใช้บริการเองอีกด้วย  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต

5. คุณค่าในการส่งต่อ

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am สำหรับวิลล่าแบบ 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท 

“ราคาอาจจะดูสูงนะครับ แต่ลูกค้าจะได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าพูลวิลล่าทั่วไป เมื่อหารออกมา ตารางเมตรหนึ่งจะอยู่ที่ 50,000 – 60,000 บาท หาได้ยากนะครับ อย่างคอนโดมิเนียมที่ราคาตารางเมตรละ 60,000 ไม่มีหรอกครับที่จะลงทุนตกแต่งและดีไซน์แบบนี้ อันนี้เป็นอีกมุมมองเรื่องความคุ้มค่านะครับ”

คุณบุ๊ครีบเสริมขึ้นมาทันทีที่เราตาโตกับราคาค่างวดของวิลล่าแต่ละแบบ เขาให้เหตุผลเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากเรื่องราคาต่อตารางเมตรแล้ว ยังมีความคุ้มค่าในแง่ที่พูลวิลล่าแห่งนี้ เป็น Property ที่อยู่ใน Branded Residence ตัวอาคารจะอยู่ในสภาพค่อนข้างดี เพราะเมื่อที่พักติดกับโรงแรม ก็จะจูงใจให้เจ้าของดูแล เป็นหน้าเป็นตา ทำให้ส่วนกลางหรือตัวบ้านน่าไปอยู่เสมอ เมื่อผ่านเวลาไปราคาขายต่อก็จะมีแต่จะเพิ่มขึ้น 

ปกติแล้วเจ้าของบ้านพักตากอากาศบางหลัง นอกจากจะใช้เองในวันพักผ่อนแล้ว ก็ยังปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Airbnb ด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am มีอีกบริการเสริมเป็น Option สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการปล่อยเช่าแต่ไม่ต้องการบริหารเอง โดยทีมของวีรันดาจะดูแลให้ทั้งหมดทั้งการติดต่อ การจัดการที่พักด้วยการบริการแบบ 5 ดาว เพราะนอกจากการซื้อเก็บเพื่อเก็งกำไรขายต่อ เจ้าของยังสร้างกำไรเพิ่มเติมจากการปล่อยเช่า ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ นำมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าบำรุงรักษาบ้านได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเกี่ยวกับบ้านพักตากอากาศสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์อีกต่อไป แต่จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำช่วยทำให้วันหยุดของลูกค้ามีคุณค่ามากขึ้นในทุก ๆ ด้าน 

ภาพ : Veranda 

ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ

Website : https://bit.ly/3gVH5aW 

สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม โทร 092 354 5511 

Add LINE : https://line.me/R/ti/p/@024qgfee

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load