01

ผมก็ให้คำตอบไม่ได้

“เวลาถามว่า มาสวรรคโลกแล้วไปไหนดี เราในฐานะคนสวรรคโลกก็ให้คำตอบไม่ได้ ผมเลยคิดว่า ถ้าไม่มี เราก็ทำสิ เลยทำที่นี่ขึ้นมา อยากให้เป็นห้องรับแขกของเมือง ถ้ามาเที่ยวสวรรคโลกแล้วไม่รู้จะไปไหน มาที่นี่ก่อน” บาส-โสภณ ปลูกสร้าง เจ้าของสิบสองหน่วยตัด เล่าถึงที่มาของสถานที่แห่งนี้

บาสเป็นคนสวรรคโลก คนที่นี่มักจะแนะนำตัวอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นคนสวรรคโลก มากกว่าบอกว่าเป็นคนสุโขทัย ที่นี่มีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ เคยเป็นจังหวัดสวรรคโลก เคยเจริญกว่านี้มาก แต่ตอนนี้กลับเงียบเหงา ทั้งเมืองเหลือแต่คนแก่กับเด็ก เป็นเมืองทางผ่านระหว่างอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรให้แวะชม

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

ถ้าไม่มี ก็ทำให้มี-บาสคิดง่ายๆ แค่นั้น

นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิบสองหน่วยตัด ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และฟาร์มเมล่อน แม้จะอยู่นอกตัวเมืองสวรรคโลกออกไป แต่ก็มีผู้แวะมาเยือนตลอด เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในทั้งในด้านชื่อเสียงและธุรกิจ

ชายวัย 35 ปีส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่ สิ่งที่เรียกว่าสำเร็จคือ มีคนรุ่นใหม่กล้าลุกขึ้นมาสร้างอะไรใหม่ๆ ในสวรรคโลกอีกมากมาย เพราะสิบสองหน่วยตัดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โอกาสในเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีอยู่จริง

02

ผมเห็นเมืองเปลี่ยนไป

สิบสองหน่วยตัดไม่ใช่ทางผ่าน คนที่มาต้องตั้งใจมาก หลายคนขับรถตรงมาจากตัวเมืองสุโขทัย มาสวรรคโลกเพราะอยากมาเที่ยวสิบสองหน่วยตัด บาสบอกว่าปีที่ผ่านมา แม้ในภาพรวมการท่องเที่ยวจะดูซบเซา แต่ในสวรรคโลกถือว่าคึกคักกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเมื่อไปต่างประเทศไม่ได้ คนไทยเลยหันมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

เมื่อนักท่องเที่ยวมากขึ้น คนในเมืองก็ตื่นตัว มีคนเปิดร้าน เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน ประตูเหล็กหน้าตึกแถวที่เคยปิด ก็เปิดให้คนเข้าไปดู ไปถ่ายรูป ไปนั่งคุย เมืองก็มีชีวิตชีวาขึ้น ภาครัฐก็มองเห็นว่า มองข้ามสวรรคโลกไปไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เข้ามาทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว

นั่นคือแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นแบบเกิดคาด จากสถานที่เล็กๆ ที่ชื่อ สิบสองหน่วยตัด

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

03

ผมอยากให้คุณสงสัย

“สิบสองหน่วยตัด เป็นชื่อลายผ้าทอของสุโขทัย มาจากกลุุ่มชาติพันธุ์ไทพวนที่อพยพมาอยู่สุโขทัย ผมเอามาใช้ในเชิงสัญลักษณ์ เพราะสิบสองหน่วยตัดคือลายย่อมุมไม้สิบสองที่เป็นกรอบอยูุ่ด้านนอก ผมให้เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมชุมชนภาคกลาง ส่วนลายหงส์ ลายโคม ที่อยู่ด้านใน ผมให้เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมชุมชนภาคเหนือ มันบ่งบอกได้ดีถึงความเป็นคนสุโขทัย เป็นการอยู่ร่วมกันของพหุวัฒนธรรมทั้งภาคเหนือและภาคกลาง อย่างที่หลายคนเรียกสุโขทัยว่า เหนือตอนล่าง กลางตอนบน” บาสเล่าที่มาของชื่อด้วยการคลี่ชายผ้าซิ่นตีนจกที่วางขายในร้านขายของที่ระลึกให้ดู

“อีกอย่าง มันเป็นชื่อที่แปลก มันทำให้คนอยากรู้ว่าคืออะไร อยากมา พอมาแล้วได้คุยกับผมหรือพนักงานเป็นบทสนทนาแรก ก็จะนำไปสู่บทสนทนาอื่นๆ และเกิดความเป็นกันเองตามมา”

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

04

ผมอยากกลับบ้าน

บทสนทนาถัดมา บาสเล่าว่าเขาจากบ้านไปเรียนหนังสือและทำงานที่กรุงเทพฯ เขาทำงานด้านอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรมห้าดาว อย่างโอเรียนเต็ล โฟร์ซีซั่น และสุโขทัย ระหว่างนั้นก็เรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ พอเรียนจบก็ย้ายมาทำงานที่บริษัทลอรีอัล 4 ปี

เมื่อสะสมประสบการณ์ทั้งงานบริการและบริหารมากพอ บาสในวัยต้น 30 ก็อยากกลับบ้าน

พื้นเพครอบครัวของบาสเป็นเกษตรกร หลังจากหาข้อมูลอยู่นาน เขาตัดสินใจทิ้งเมืองหลวงกลับมาปลูกเมล่อนที่สวรรคโลก เพราะเป็นพืชที่ทำเงินดี ปลูกในโรงเรือนที่ควบคุมทุกอย่างได้หมด ไม่ต้องพึ่งพาฟ้าฝน เขาหาความรู้ด้วยการลงเรียนคอร์สสั้นๆ แล้วเริ่มต้นปลูกเมล่อนเป็นรายแรกในสวรรคโลกเมื่อ พ.ศ. 2559

‘รุ่งอรุณแห่งความสุข เมล่อน & ฟาร์ม’ มีโรงเรือน 6 หลัง กิจการไปได้สวย ตัดขายได้ทุก 15 วัน นับรายได้รวมกันเดือนนึงก็ 5 – 6 หมื่นบาท

แต่โชคชะตาไม่ได้ขีดมาให้บาสเป็นเกษตรกรเพียงอย่างเดียว

05

ผมขอบคุณทุกคำปฏิเสธ

“น้องไม่มีที่นั่งกินเหรอ พี่มาสองคนกินเมล่อนทั้งลูกไม่หมด อยากกินแค่ชิ้นเดียว มีขายไหม” นี่คือคำถามของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของบาสไปตลอดกาล

เมล่อนราคากิโลกรัมละ 120 บาท ลูกหนึ่งก็ 400 – 500 บาท ถือว่าเป็นผลไม้ที่ราคาสูงมากสำหรับชาวสวรรคโลก บาสเก็บคำถามของลูกค้ามาคิด แล้วตัดสินใจสร้างสถานที่สำหรับนั่งกินเมล่อนหน้าฟาร์ม และแบ่งขายให้ชิมเป็นชิ้น

เขาไม่ได้ทำคาเฟ่สุดเก๋ เป็นอะไรที่ดูตรงข้ามเสียด้วยซ้ำ

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

บาสเปิดร้านขายขนมจีนธรรมดาๆ เป็นเพิงง่ายๆ ไม่ต่างจากร้านอาหารชานเมืองสวรรคโลกอื่นๆ แต่ในร้านมีเมล่อนขายเป็นชิ้น และมีน้ำเมล่อนปั่นขาย

“ลูกค้าเราคือคนในท้องถิ่น” บาสเล่าถึงที่มาของการเลือกเปิดร้านขนมจีน “แรกๆ เขามาเพราะอยากลองสิ่งใหม่ ไปสักพักมันก็คือจุดอ่อนของสวรรคโลก ไม่มีอะไรให้ไป คนที่นี่เลยพาแขกพาเพื่อนมา แม้จะเป็นแค่ฟาร์มเมล่อนกับร้านขนมจีน แต่มันก็เป็นที่เดียวในเมืองที่มีอะไรมากกว่าที่อื่น”

ถ้าที่นี่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยว ก็ทำให้มี บาสเปลี่ยนโอกาสนี้ให้กลายที่พักแบบฟาร์มสเตย์เต็มรูปแบบ ซึ่งกำลังฮิตเมื่อ 4 ปีก่อน นี่แหละคือสิ่งที่จะเป็นห้องรับแขกของเมืองสวรรคโลกตามที่บาสฝัน

“ไม่มีสถาปนิกคนไหนรับออกแบบให้เลยครับ ทุกคนปฏิเสธหมดเพราะเราอยู่ไกล เขาไม่สะดวกมาคุมงานก่อสร้าง แล้วก็ไม่มั่นใจฝีมือช่างท้องถิ่นว่าจะทำงานตามที่ออกแบบได้ไหม”

ต้องขอบคุณทุกคำปฏิเสธ เพราะมันทำให้บาสค้นพบเส้นทางชีวิตเส้นใหม่

06

ผมออกแบบเอง

“ผมเกิดในครอบครัวช่างไม้ คุณปู่ คุณพ่อ คุณอา เป็นช่างไม้ บ้านไม้แถวนี้พ่อกับปู่ผมสร้างเกือบทั้งหมด” บาสเล่าถึงต้นทุนสำคัญอีกอย่างในชีวิต

“ผมก็เลยออกแบบที่นี่เอง” บาสค่อยๆ ทำทีละนิด เริ่มต้นจากการทำร้านอาหาร ธุรกิจที่เขาพิสูจน์แล้วว่าอยู่รอดได้ บาสไปซื้อเรือนไทยเก่ามาสองหลัง หลังละห้าหมื่นกว่าบาท เอามาดัดแปลงอย่างที่เขาอยากเห็น วิธีการออกแบบของเขาคือ เปิดนิตยสาร บ้านและสวน กับดูภาพตามเพจเฟซบุ๊ก แล้วถามพ่อว่าทำแบบนี้ได้ไหม

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก
สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

พ่อทำอาคารไม้ขึ้นมาได้ไม่ยาก ส่วนบาสก็ทำร้านอาหารเมนูท้องถิ่นที่อร่อย บรรยากาศดี มีแอร์ เหมาะกับการรับแขก ออกมาได้ถูกใจลูกค้า

“ถ้าทำแล้วไม่สำเร็จ ก็คิดซะว่าสร้างบ้านไว้อยู่เอง เหมือนเราเอารายได้จากการขายเมล่อนมาผ่อนสร้างบ้านตัวเอง ทุกอย่างที่สร้างเลยไม่มีอะไรที่แปลกแยกไปจากตัวผมเลย ถ้าวันหนึ่งไม่มีแขกมา มันก็คือบ้านของผม”

แต่สิบสองหน่วยตัดไม่เคยร้างแขก บาสสนุกกับการขุดสระ ทำสวน เพิ่มโซนห้องพัก และร้านกาแฟ ถึงตอนนี้เวลาผ่านมา 4 ปี เขาก็ยังต่อเติมไม่หยุด

07

ผมเลือกใช้บ้านไม้เก่า

สิบสองหน่วยตัดเป็นบ้านไม้สไตล์ที่บาสชอบ คือเป็นไทยร่วมสมัย ไม่ไทยจ๋าจนคนยุคใหม่เข้าไม่ถึง แต่ก็ไม่ใหม่จนทิ้งความเป็นพื้นบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวคาดหวัง และเป็นตัวตนของบาส

“ผมเลือกใช้บ้านไม้เก่าเพราะให้ความรู้สึกอบอุ่น ไม่ใช่อาคารสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ เป็นเรือนกระจกที่มีประตูหน้าต่างบ้าง ตั้งโต๊ะเก้าอี้ ขายของ เก็บเงิน กินอิ่ม กลับ ที่นี่เข้ามาแล้วเหมือนอยู่บ้าน คนรุ่นกลางจะได้ย้อนว่า ช่วงหนึ่งของชีวิตเคยอยู่บ้านไม้แบบนี้ เด็กรุ่นใหม่ก็ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ จากสถาปัตยกรรมแบบนี้ ทำให้เราได้ลูกค้าหลากหลายวัย”

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

บาสชี้ให้ดูอาคารไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสำนักงานของบริษัทค้าไม้บอร์เนียวประจำเมืองสวรรคโลก ส่วนอีกหลังเขาซื้อต่อมาจากคนที่กำลังจะรื้อบ้านไม้ทิ้ง

ผนังต่างๆ ของสิบสองหน่วยตัดเต็มไปด้วยภาพถ่ายเก่าและภาพวาดของศิลปินมากมาย บาสพาไปดูรูปวาดเด็กผู้หญิงผมเปียฝีมือของเขา เขาออกแบบที่นี่ตามความรู้สึกในภาพนี้ และใช้สีเขียวในภาพนี้เป็นสีหลักในการตกแต่งภายในทั้งหมด

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

08

ผมเก็บประวัติศาสตร์

ถ้าวันนั้นสถาปนิกมืออาชีพตอบรับงานออกแบบที่นี่ เราคงไม่ได้เห็นการขนของเก่าเลอค่ามากมายมาใช้ตกแต่งที่นี่

บาสเป็นนักสะสมของเก่าที่มีของล้ำค่ามากมายเต็มคอลเลกชัน เขาตระเวนหาซื้อจากร้านค้าของเก่าทั่วโลก ถึงขนาดส่งอีเมลไปทิ้งไว้ทุกร้านที่หาทางติดต่อได้ เพื่อบอกว่าถ้ามีของจากเมืองไทยช่วยบอกเขาด้วย

ชิ้นที่เด็ดสุดคือ ผ้าสุจหนี่ปักหักทองขวาง สมัยรัชกาลที่ 4 – 5 เป็นผ้าปูรองยืน รองนั่ง ที่สงวนไว้ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น อีกชิ้นคือย่ามของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ที่เขาได้มาจากนิวยอร์ก ชนิดที่ต้องเหมากองย่ามจีนโบราณมา 50 กว่าใบ เพื่อเอาย่ามใบนี้ใบเดียว ของสองชิ้นนี้ล้ำค่าขนาดของชนิดเดียวกันนี้จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก
สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

แล้วก็ยังมีโบราณวัตถุอีกมากมาย ภาพถ่ายหายากที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน รวมไปถึงจดหมายลายพระหัตถ์ของสมเด็จย่า

คนรักของเก่า แค่มาดูของเหล่านี้ก็คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้ว

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก
สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

09

ผมเน้นเรื่องคุณภาพกับการบริการดีกว่า

“ถ้าเราตั้งใจทำให้ดี ใส่ใจลงไปในทุกอย่าง ผู้บริโภคในปัจจุบันเขารับรู้ได้ มันทำให้เขากล้าตัดสินใจมาพักที่นี่” บาสวิเคราะห์ให้ฟังว่า แขกที่ตั้งใจมากพักที่นี่มาจากไหน

“ถ้าเทียบกับหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่ทำโรงแรมในสนามบินสุโขทัย ทำไมปลาใหญ่ถึงกล้ามาว่ายน้ำแถวนี้ล่ะ เราเป็นเหมือนเหาฉลาม ขอว่ายไปข้างๆ ปลาใหญ่ ได้กินเศษอาหารจากปลาใหญ่บ้าง แขกที่มาพักในสนามบิน เขามากินข้าวที่นี่แล้วชอบ ครั้งต่อไปเขาก็มาพักที่นี่ หรือไม่ก็แนะนำให้เพื่อน”

ที่นี่มีห้องพัก 3 ห้อง ซึ่งเต็มตลอด บาสตัดสินใจขยายเพิ่มเป็น 5 ห้อง แล้วก็จะหยุดเท่านี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะพอเหมาะกับความต้องการที่พักในเมืองสวรรคโลกแล้ว

“เรามาเน้นเรื่องคุณภาพกับการบริการดีกว่า”

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

10

ผมอยากให้คนมานอนสวรรคโลกสักคืน

“ตอนเริ่มต้น คนในชุมชนมองว่า เราเป็นนายทุนใหญ่จะมากินรวบทุกอย่าง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก ร้านเล็กร้านน้อยในเมืองจะต้องซบเซา แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเราช่วยกระตุ้นเมืองให้มีชีวิตชีวา เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเราคนเดียวแล้ว ผมอยากเชื่อมโยงส่งนักท่องเที่ยวไปยังจุดอื่นๆ ในเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ให้เป็นเครือข่ายเป็นปึกแผ่นมากกว่านี้”

บาสพูดถึงเป้าหมายสูงสุดที่เขาอยากจะไปให้ถึงในวันนี้ว่า

“ทำยังไงให้คนมานอนสวรรคโลกสักคืนหรือสองคืน ไม่ใช่มาเที่ยวสุโขทัย ใช้ไกด์สุุโขทัย เช่ารถสุโขทัย แวะมาเที่ยวสวรรคโลก แล้วกลับไปกินข้าวสุโขทัย คนสวรรคโลกในฐานะเจ้าของพื้นที่ไม่ได้อะไรเลย ถ้าคนมาค้างอย่างน้อยหนึ่งคืน กิจกรรมการท่องเที่ยวก็เกิด รายได้ก็เกิด เป็นของคนทั้งเมือง”

สิบสองหน่วยตัดอยากเป็นที่พักที่ดึงคนนอกเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในเมืองสวรรคโลก

นับเป็นเป้าหมายของที่พักที่อาจไม่ตรงกับตำราการโรงแรม ทว่างดงามมาก

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

11

คุณคือแขกของเมืองสรรคโลก

“คนไทยเราต้อนรับแขกอย่างดี ต่อให้บ้านเราขัดสนยังไง มีแขกมีญาติมาเยี่ยมบ้าน เราก็จะนำของที่ดีที่สุดมาต้อนรับแขก เพราะมันคือหน้าตาของเจ้าของบ้าน ที่นี่ก็เหมือนกัน นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมอยากทำที่นี่ให้ดีที่สุด คนพาแขกมาที่นี่เพราะคิดว่าเราดีพอ ผมเป็นคนสวรรคโลก ผมทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน แขกทุกคนที่มาไม่ใช่แขกของผมคนเดียว แต่เป็นแขกของเมือง เราทำหน้าที่ต้อนรับทุกคนเพราะที่นี่คือ ห้องรับแขกของเมือง” บาสเว้นจังหวะ

“ทุกคนในสวรรคโลก ในสุโขทัยก็กำลังทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านแบบเดียวกับผมเหมือนกัน”

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

สิบสองหน่วยตัด

ที่ตั้ง : 87 หมู่6 ตำบล ย่านยาว อำเภอ สวรรคโลก สุโขทัย 64110 (แผนที่)

Facebook : สิบสองหน่วยตัด 

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

ปรีชญา จงศรีสวัสดิ์

ช่างภาพที่เชื่อว่าการตายอย่างมีคุณภาพคือการตายด้วยของกินที่ดีและอร่อย

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load