01

ผมก็ให้คำตอบไม่ได้

“เวลาถามว่า มาสวรรคโลกแล้วไปไหนดี เราในฐานะคนสวรรคโลกก็ให้คำตอบไม่ได้ ผมเลยคิดว่า ถ้าไม่มี เราก็ทำสิ เลยทำที่นี่ขึ้นมา อยากให้เป็นห้องรับแขกของเมือง ถ้ามาเที่ยวสวรรคโลกแล้วไม่รู้จะไปไหน มาที่นี่ก่อน” บาส-โสภณ ปลูกสร้าง เจ้าของสิบสองหน่วยตัด เล่าถึงที่มาของสถานที่แห่งนี้

บาสเป็นคนสวรรคโลก คนที่นี่มักจะแนะนำตัวอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นคนสวรรคโลก มากกว่าบอกว่าเป็นคนสุโขทัย ที่นี่มีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ เคยเป็นจังหวัดสวรรคโลก เคยเจริญกว่านี้มาก แต่ตอนนี้กลับเงียบเหงา ทั้งเมืองเหลือแต่คนแก่กับเด็ก เป็นเมืองทางผ่านระหว่างอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรให้แวะชม

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

ถ้าไม่มี ก็ทำให้มี-บาสคิดง่ายๆ แค่นั้น

นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิบสองหน่วยตัด ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และฟาร์มเมล่อน แม้จะอยู่นอกตัวเมืองสวรรคโลกออกไป แต่ก็มีผู้แวะมาเยือนตลอด เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในทั้งในด้านชื่อเสียงและธุรกิจ

ชายวัย 35 ปีส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่ สิ่งที่เรียกว่าสำเร็จคือ มีคนรุ่นใหม่กล้าลุกขึ้นมาสร้างอะไรใหม่ๆ ในสวรรคโลกอีกมากมาย เพราะสิบสองหน่วยตัดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โอกาสในเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีอยู่จริง

02

ผมเห็นเมืองเปลี่ยนไป

สิบสองหน่วยตัดไม่ใช่ทางผ่าน คนที่มาต้องตั้งใจมาก หลายคนขับรถตรงมาจากตัวเมืองสุโขทัย มาสวรรคโลกเพราะอยากมาเที่ยวสิบสองหน่วยตัด บาสบอกว่าปีที่ผ่านมา แม้ในภาพรวมการท่องเที่ยวจะดูซบเซา แต่ในสวรรคโลกถือว่าคึกคักกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเมื่อไปต่างประเทศไม่ได้ คนไทยเลยหันมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

เมื่อนักท่องเที่ยวมากขึ้น คนในเมืองก็ตื่นตัว มีคนเปิดร้าน เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน ประตูเหล็กหน้าตึกแถวที่เคยปิด ก็เปิดให้คนเข้าไปดู ไปถ่ายรูป ไปนั่งคุย เมืองก็มีชีวิตชีวาขึ้น ภาครัฐก็มองเห็นว่า มองข้ามสวรรคโลกไปไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เข้ามาทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว

นั่นคือแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นแบบเกิดคาด จากสถานที่เล็กๆ ที่ชื่อ สิบสองหน่วยตัด

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

03

ผมอยากให้คุณสงสัย

“สิบสองหน่วยตัด เป็นชื่อลายผ้าทอของสุโขทัย มาจากกลุุ่มชาติพันธุ์ไทพวนที่อพยพมาอยู่สุโขทัย ผมเอามาใช้ในเชิงสัญลักษณ์ เพราะสิบสองหน่วยตัดคือลายย่อมุมไม้สิบสองที่เป็นกรอบอยูุ่ด้านนอก ผมให้เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมชุมชนภาคกลาง ส่วนลายหงส์ ลายโคม ที่อยู่ด้านใน ผมให้เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมชุมชนภาคเหนือ มันบ่งบอกได้ดีถึงความเป็นคนสุโขทัย เป็นการอยู่ร่วมกันของพหุวัฒนธรรมทั้งภาคเหนือและภาคกลาง อย่างที่หลายคนเรียกสุโขทัยว่า เหนือตอนล่าง กลางตอนบน” บาสเล่าที่มาของชื่อด้วยการคลี่ชายผ้าซิ่นตีนจกที่วางขายในร้านขายของที่ระลึกให้ดู

“อีกอย่าง มันเป็นชื่อที่แปลก มันทำให้คนอยากรู้ว่าคืออะไร อยากมา พอมาแล้วได้คุยกับผมหรือพนักงานเป็นบทสนทนาแรก ก็จะนำไปสู่บทสนทนาอื่นๆ และเกิดความเป็นกันเองตามมา”

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

04

ผมอยากกลับบ้าน

บทสนทนาถัดมา บาสเล่าว่าเขาจากบ้านไปเรียนหนังสือและทำงานที่กรุงเทพฯ เขาทำงานด้านอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรมห้าดาว อย่างโอเรียนเต็ล โฟร์ซีซั่น และสุโขทัย ระหว่างนั้นก็เรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ พอเรียนจบก็ย้ายมาทำงานที่บริษัทลอรีอัล 4 ปี

เมื่อสะสมประสบการณ์ทั้งงานบริการและบริหารมากพอ บาสในวัยต้น 30 ก็อยากกลับบ้าน

พื้นเพครอบครัวของบาสเป็นเกษตรกร หลังจากหาข้อมูลอยู่นาน เขาตัดสินใจทิ้งเมืองหลวงกลับมาปลูกเมล่อนที่สวรรคโลก เพราะเป็นพืชที่ทำเงินดี ปลูกในโรงเรือนที่ควบคุมทุกอย่างได้หมด ไม่ต้องพึ่งพาฟ้าฝน เขาหาความรู้ด้วยการลงเรียนคอร์สสั้นๆ แล้วเริ่มต้นปลูกเมล่อนเป็นรายแรกในสวรรคโลกเมื่อ พ.ศ. 2559

‘รุ่งอรุณแห่งความสุข เมล่อน & ฟาร์ม’ มีโรงเรือน 6 หลัง กิจการไปได้สวย ตัดขายได้ทุก 15 วัน นับรายได้รวมกันเดือนนึงก็ 5 – 6 หมื่นบาท

แต่โชคชะตาไม่ได้ขีดมาให้บาสเป็นเกษตรกรเพียงอย่างเดียว

05

ผมขอบคุณทุกคำปฏิเสธ

“น้องไม่มีที่นั่งกินเหรอ พี่มาสองคนกินเมล่อนทั้งลูกไม่หมด อยากกินแค่ชิ้นเดียว มีขายไหม” นี่คือคำถามของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของบาสไปตลอดกาล

เมล่อนราคากิโลกรัมละ 120 บาท ลูกหนึ่งก็ 400 – 500 บาท ถือว่าเป็นผลไม้ที่ราคาสูงมากสำหรับชาวสวรรคโลก บาสเก็บคำถามของลูกค้ามาคิด แล้วตัดสินใจสร้างสถานที่สำหรับนั่งกินเมล่อนหน้าฟาร์ม และแบ่งขายให้ชิมเป็นชิ้น

เขาไม่ได้ทำคาเฟ่สุดเก๋ เป็นอะไรที่ดูตรงข้ามเสียด้วยซ้ำ

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

บาสเปิดร้านขายขนมจีนธรรมดาๆ เป็นเพิงง่ายๆ ไม่ต่างจากร้านอาหารชานเมืองสวรรคโลกอื่นๆ แต่ในร้านมีเมล่อนขายเป็นชิ้น และมีน้ำเมล่อนปั่นขาย

“ลูกค้าเราคือคนในท้องถิ่น” บาสเล่าถึงที่มาของการเลือกเปิดร้านขนมจีน “แรกๆ เขามาเพราะอยากลองสิ่งใหม่ ไปสักพักมันก็คือจุดอ่อนของสวรรคโลก ไม่มีอะไรให้ไป คนที่นี่เลยพาแขกพาเพื่อนมา แม้จะเป็นแค่ฟาร์มเมล่อนกับร้านขนมจีน แต่มันก็เป็นที่เดียวในเมืองที่มีอะไรมากกว่าที่อื่น”

ถ้าที่นี่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยว ก็ทำให้มี บาสเปลี่ยนโอกาสนี้ให้กลายที่พักแบบฟาร์มสเตย์เต็มรูปแบบ ซึ่งกำลังฮิตเมื่อ 4 ปีก่อน นี่แหละคือสิ่งที่จะเป็นห้องรับแขกของเมืองสวรรคโลกตามที่บาสฝัน

“ไม่มีสถาปนิกคนไหนรับออกแบบให้เลยครับ ทุกคนปฏิเสธหมดเพราะเราอยู่ไกล เขาไม่สะดวกมาคุมงานก่อสร้าง แล้วก็ไม่มั่นใจฝีมือช่างท้องถิ่นว่าจะทำงานตามที่ออกแบบได้ไหม”

ต้องขอบคุณทุกคำปฏิเสธ เพราะมันทำให้บาสค้นพบเส้นทางชีวิตเส้นใหม่

06

ผมออกแบบเอง

“ผมเกิดในครอบครัวช่างไม้ คุณปู่ คุณพ่อ คุณอา เป็นช่างไม้ บ้านไม้แถวนี้พ่อกับปู่ผมสร้างเกือบทั้งหมด” บาสเล่าถึงต้นทุนสำคัญอีกอย่างในชีวิต

“ผมก็เลยออกแบบที่นี่เอง” บาสค่อยๆ ทำทีละนิด เริ่มต้นจากการทำร้านอาหาร ธุรกิจที่เขาพิสูจน์แล้วว่าอยู่รอดได้ บาสไปซื้อเรือนไทยเก่ามาสองหลัง หลังละห้าหมื่นกว่าบาท เอามาดัดแปลงอย่างที่เขาอยากเห็น วิธีการออกแบบของเขาคือ เปิดนิตยสาร บ้านและสวน กับดูภาพตามเพจเฟซบุ๊ก แล้วถามพ่อว่าทำแบบนี้ได้ไหม

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก
สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

พ่อทำอาคารไม้ขึ้นมาได้ไม่ยาก ส่วนบาสก็ทำร้านอาหารเมนูท้องถิ่นที่อร่อย บรรยากาศดี มีแอร์ เหมาะกับการรับแขก ออกมาได้ถูกใจลูกค้า

“ถ้าทำแล้วไม่สำเร็จ ก็คิดซะว่าสร้างบ้านไว้อยู่เอง เหมือนเราเอารายได้จากการขายเมล่อนมาผ่อนสร้างบ้านตัวเอง ทุกอย่างที่สร้างเลยไม่มีอะไรที่แปลกแยกไปจากตัวผมเลย ถ้าวันหนึ่งไม่มีแขกมา มันก็คือบ้านของผม”

แต่สิบสองหน่วยตัดไม่เคยร้างแขก บาสสนุกกับการขุดสระ ทำสวน เพิ่มโซนห้องพัก และร้านกาแฟ ถึงตอนนี้เวลาผ่านมา 4 ปี เขาก็ยังต่อเติมไม่หยุด

07

ผมเลือกใช้บ้านไม้เก่า

สิบสองหน่วยตัดเป็นบ้านไม้สไตล์ที่บาสชอบ คือเป็นไทยร่วมสมัย ไม่ไทยจ๋าจนคนยุคใหม่เข้าไม่ถึง แต่ก็ไม่ใหม่จนทิ้งความเป็นพื้นบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวคาดหวัง และเป็นตัวตนของบาส

“ผมเลือกใช้บ้านไม้เก่าเพราะให้ความรู้สึกอบอุ่น ไม่ใช่อาคารสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ เป็นเรือนกระจกที่มีประตูหน้าต่างบ้าง ตั้งโต๊ะเก้าอี้ ขายของ เก็บเงิน กินอิ่ม กลับ ที่นี่เข้ามาแล้วเหมือนอยู่บ้าน คนรุ่นกลางจะได้ย้อนว่า ช่วงหนึ่งของชีวิตเคยอยู่บ้านไม้แบบนี้ เด็กรุ่นใหม่ก็ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ จากสถาปัตยกรรมแบบนี้ ทำให้เราได้ลูกค้าหลากหลายวัย”

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

บาสชี้ให้ดูอาคารไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสำนักงานของบริษัทค้าไม้บอร์เนียวประจำเมืองสวรรคโลก ส่วนอีกหลังเขาซื้อต่อมาจากคนที่กำลังจะรื้อบ้านไม้ทิ้ง

ผนังต่างๆ ของสิบสองหน่วยตัดเต็มไปด้วยภาพถ่ายเก่าและภาพวาดของศิลปินมากมาย บาสพาไปดูรูปวาดเด็กผู้หญิงผมเปียฝีมือของเขา เขาออกแบบที่นี่ตามความรู้สึกในภาพนี้ และใช้สีเขียวในภาพนี้เป็นสีหลักในการตกแต่งภายในทั้งหมด

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

08

ผมเก็บประวัติศาสตร์

ถ้าวันนั้นสถาปนิกมืออาชีพตอบรับงานออกแบบที่นี่ เราคงไม่ได้เห็นการขนของเก่าเลอค่ามากมายมาใช้ตกแต่งที่นี่

บาสเป็นนักสะสมของเก่าที่มีของล้ำค่ามากมายเต็มคอลเลกชัน เขาตระเวนหาซื้อจากร้านค้าของเก่าทั่วโลก ถึงขนาดส่งอีเมลไปทิ้งไว้ทุกร้านที่หาทางติดต่อได้ เพื่อบอกว่าถ้ามีของจากเมืองไทยช่วยบอกเขาด้วย

ชิ้นที่เด็ดสุดคือ ผ้าสุจหนี่ปักหักทองขวาง สมัยรัชกาลที่ 4 – 5 เป็นผ้าปูรองยืน รองนั่ง ที่สงวนไว้ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น อีกชิ้นคือย่ามของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ที่เขาได้มาจากนิวยอร์ก ชนิดที่ต้องเหมากองย่ามจีนโบราณมา 50 กว่าใบ เพื่อเอาย่ามใบนี้ใบเดียว ของสองชิ้นนี้ล้ำค่าขนาดของชนิดเดียวกันนี้จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก
สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

แล้วก็ยังมีโบราณวัตถุอีกมากมาย ภาพถ่ายหายากที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน รวมไปถึงจดหมายลายพระหัตถ์ของสมเด็จย่า

คนรักของเก่า แค่มาดูของเหล่านี้ก็คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้ว

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก
สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

09

ผมเน้นเรื่องคุณภาพกับการบริการดีกว่า

“ถ้าเราตั้งใจทำให้ดี ใส่ใจลงไปในทุกอย่าง ผู้บริโภคในปัจจุบันเขารับรู้ได้ มันทำให้เขากล้าตัดสินใจมาพักที่นี่” บาสวิเคราะห์ให้ฟังว่า แขกที่ตั้งใจมากพักที่นี่มาจากไหน

“ถ้าเทียบกับหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่ทำโรงแรมในสนามบินสุโขทัย ทำไมปลาใหญ่ถึงกล้ามาว่ายน้ำแถวนี้ล่ะ เราเป็นเหมือนเหาฉลาม ขอว่ายไปข้างๆ ปลาใหญ่ ได้กินเศษอาหารจากปลาใหญ่บ้าง แขกที่มาพักในสนามบิน เขามากินข้าวที่นี่แล้วชอบ ครั้งต่อไปเขาก็มาพักที่นี่ หรือไม่ก็แนะนำให้เพื่อน”

ที่นี่มีห้องพัก 3 ห้อง ซึ่งเต็มตลอด บาสตัดสินใจขยายเพิ่มเป็น 5 ห้อง แล้วก็จะหยุดเท่านี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะพอเหมาะกับความต้องการที่พักในเมืองสวรรคโลกแล้ว

“เรามาเน้นเรื่องคุณภาพกับการบริการดีกว่า”

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

10

ผมอยากให้คนมานอนสวรรคโลกสักคืน

“ตอนเริ่มต้น คนในชุมชนมองว่า เราเป็นนายทุนใหญ่จะมากินรวบทุกอย่าง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก ร้านเล็กร้านน้อยในเมืองจะต้องซบเซา แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเราช่วยกระตุ้นเมืองให้มีชีวิตชีวา เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเราคนเดียวแล้ว ผมอยากเชื่อมโยงส่งนักท่องเที่ยวไปยังจุดอื่นๆ ในเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ให้เป็นเครือข่ายเป็นปึกแผ่นมากกว่านี้”

บาสพูดถึงเป้าหมายสูงสุดที่เขาอยากจะไปให้ถึงในวันนี้ว่า

“ทำยังไงให้คนมานอนสวรรคโลกสักคืนหรือสองคืน ไม่ใช่มาเที่ยวสุโขทัย ใช้ไกด์สุุโขทัย เช่ารถสุโขทัย แวะมาเที่ยวสวรรคโลก แล้วกลับไปกินข้าวสุโขทัย คนสวรรคโลกในฐานะเจ้าของพื้นที่ไม่ได้อะไรเลย ถ้าคนมาค้างอย่างน้อยหนึ่งคืน กิจกรรมการท่องเที่ยวก็เกิด รายได้ก็เกิด เป็นของคนทั้งเมือง”

สิบสองหน่วยตัดอยากเป็นที่พักที่ดึงคนนอกเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในเมืองสวรรคโลก

นับเป็นเป้าหมายของที่พักที่อาจไม่ตรงกับตำราการโรงแรม ทว่างดงามมาก

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

11

คุณคือแขกของเมืองสรรคโลก

“คนไทยเราต้อนรับแขกอย่างดี ต่อให้บ้านเราขัดสนยังไง มีแขกมีญาติมาเยี่ยมบ้าน เราก็จะนำของที่ดีที่สุดมาต้อนรับแขก เพราะมันคือหน้าตาของเจ้าของบ้าน ที่นี่ก็เหมือนกัน นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมอยากทำที่นี่ให้ดีที่สุด คนพาแขกมาที่นี่เพราะคิดว่าเราดีพอ ผมเป็นคนสวรรคโลก ผมทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน แขกทุกคนที่มาไม่ใช่แขกของผมคนเดียว แต่เป็นแขกของเมือง เราทำหน้าที่ต้อนรับทุกคนเพราะที่นี่คือ ห้องรับแขกของเมือง” บาสเว้นจังหวะ

“ทุกคนในสวรรคโลก ในสุโขทัยก็กำลังทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านแบบเดียวกับผมเหมือนกัน”

สิบสองหน่วยตัด ที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มเมล่อน ผู้ชุบชีวิตให้สวรรคโลก

สิบสองหน่วยตัด

ที่ตั้ง : 87 หมู่6 ตำบล ย่านยาว อำเภอ สวรรคโลก สุโขทัย 64110 (แผนที่)

Facebook : สิบสองหน่วยตัด 

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

ปรีชญา จงศรีสวัสดิ์

ช่างภาพที่เชื่อว่าการตายอย่างมีคุณภาพคือการตายด้วยของกินที่ดีและอร่อย

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อยู่เมืองไทย ใครเลยจะไม่เคยเห็นครุฑ

สัตว์ใหญ่ในตำนาน อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนก พาหนะของพระนารายณ์ผู้ทรงเป็นหนึ่งในสามมหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์

คติความเชื่อที่ไล่เรียงมาข้างต้น ล้วนเป็นคำตอบว่าทำไมครุฑจึงมีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งในสังคมไทย แม้ว่าเราทุกคนจะไม่เคยเห็นครุฑองค์เป็น ๆ แต่ศิลปะรูปครุฑกลับปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งหน ทั้งในจิตรกรรมฝาผนัง วัตถุมงคล ผืนธง ตราแผ่นดิน ไปจนกระทั่งประติมากรรมหน้าห้างร้านหรือธนาคารต่าง ๆ ที่เด็กทุกคนน่าจะเคยถูกผู้ใหญ่ชี้ชวนให้ดูกันทั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

แต่จะมีสถานที่ใดในไทย (และในโลก) ที่มีครุฑให้เห็นมากเท่าที่นี่ไหม

ทดคำถามนี้ไว้ในใจ แล้วให้ตัวอักษรพาทุกท่านเยี่ยมยลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ครุฑหน้าธนาคาร

หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ตราครุฑที่ติดอยู่หน้าธนาคารเรียกว่า ‘ตราตั้งห้าง’ หรือ ‘ตราตั้ง’ เป็นรูปครุฑพ่าห์หรือครุฑซึ่งเป็นพาหนะ ตราครุฑพ่าห์ (พระครุฑพ่าห์) ถูกใช้ในส่วนราชการมาช้านาน ก่อนจะมีการออกแบบตราครุฑพ่าห์สำหรับใช้เป็นตราตั้งห้างของภาคเอกชนให้มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย ธุรกิจเอกชนสามารถขอตราตั้งห้างประดับอาคารที่ทำการได้ ด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวัง ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากิจการนั้นจะต้องปลอดหนี้สิน ทำธุรกิจด้วยความสุจริต และทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เป็นต้น

ธนาคารเอกชนมากมายได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ติดตั้งตราครุฑ หลายแห่งยังดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่บางแห่งก็สิ้นชื่อไปจากสารบบนานแล้ว ตัวอย่างเช่น ‘ธนาคารนครหลวงไทย’ ซึ่งควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาตไปเมื่อ พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เนื่องจากนครหลวงไทยเป็นธนาคารเก่าแก่ ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 ประกอบธุรกิจการเงินนานกว่า 70 ปี ในวันที่ยุบรวมกับธนชาต ย่อมเป็นธรรมดาที่ธนาคารนี้จะได้รับพระราชทานครุฑ แต่เมื่อกิจการถูกโอนสู่มือเจ้าของใหม่อย่างธนาคารธนชาต องค์ครุฑที่เคยกางปีกเป็นสง่าอยู่หน้าสาขาธนาคารนครหลวงไทยทั่วประเทศจำต้องถอดลงตามกฎหมาย แต่แทนที่จะเก็บครุฑทั้งหมดไว้ให้เปล่าดาย ผู้บริหารธนาคารกลับเล็งเห็นคุณค่าของตราครุฑพระราชทานเหล่านี้

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ ที่รวบรวมองค์ครุฑจากธนาคารนครหลวงไทยสาขาต่าง ๆ มาจัดแสดงไว้ที่บางปู

ในระยะแรก พิพิธภัณฑ์ครุฑสงวนไว้ให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ติดต่อเข้ามาเป็นกรณีพิเศษ เช่น คณะนักเรียนที่เข้ามาทัศนศึกษา กระทั่งธนาคารธนชาตได้ควบรวมกิจการกับธนาคารทหารไทยใน พ.ศ. 2564 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ที่นี่จึงเปิดสู่สาธารณชนเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนของทีทีบี ที่เราได้วางแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเยาวชน ชุมชน และการจุดประกายความเป็นไทย ซึ่งองค์ครุฑอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม ซึ่งไม่ว่าโลกจะทันสมัยไปอีกสักแค่ไหน แต่ 3 สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เราควรรักษา”

คุณกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาดและประสบการณ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับพวกเราชาว The Cloud ไว้

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว ด้วยเรื่องราวของพญาครุฑ การอนุรักษ์และจัดแสดงครุฑพระราชทานกว่า 150 องค์ รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่จะส่งผ่านถึงคนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าขององค์ครุฑ ในรูปแบบการจัดแสดงที่ทันสมัยทั้งแอนิเมชันและมัลติมีเดียที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งการเปิดให้ชมสำหรับบุคคลทั่วไปครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี จึงนับเป็นโอกาสดีที่พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจ”

ครุฑองค์ใหญ่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้เห็นเมื่อมุ่งหน้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ก็คือประติมากรรมรูปครุฑองค์ใหญ่สูงกว่า 4 เมตร สยายปีกต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เหนือป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ สีสันที่ลอกเลือนตามกาลเวลาบอกให้รู้ว่าครุฑองค์ใหญ่นี้มีอายุไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษ

ครุฑองค์นี้ได้รับการอัญเชิญมาจากหน้าสำนักงานใหญ่ของอดีตธนาคารนครหลวงไทยบนถนนเพชรบุรี ไม่นานหลังเกิดการรวมกิจการเมื่อ พ.ศ. 2554 พร้อมกับเสียงร่ำลือมากมายเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพญาครุฑองค์นี้ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนได้จุดธูปสักการะครุฑองค์ใหญ่ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 

ตึกทรงครุฑ

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้อยู่ในอาคารหลังเดียวกับศูนย์ฝึกอบรมธนาคารธนชาต บางปู

ตอนที่ถอดครุฑลงจากธนาคารนครหลวงไทยแต่ละสาขา องค์ครุฑพระราชทานเหล่านั้นก็ได้รับการอัญเชิญมาไว้ศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมากที่อาคารนี้มีปีกยื่นออกไปสองข้าง แผนผังคล้ายกับพญาครุฑในอิริยาบถกางปีกอันคุ้นตา หากมองมาจากมุมสูง

สถานที่นี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ประดิษฐานองค์ครุฑซึ่งอัญเชิญมาจากทั่วสารทิศ โดยพื้นที่ที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์คืออาคารกลางและปีกขวาบางส่วน

ภายในพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน มีเจ้าหน้าที่พาชมและคอยให้ความรู้เป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกชีวิตก้าวสู่โลกของพญาครุฑไปพร้อม ๆ กัน

โถงต้อนรับ

ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติสองบานตั้งขนาบกลางป้ายประกาศสรรพคุณของที่นี่ว่า ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน’ เพราะแม้ว่าเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับพญาปักษีจะมีอยู่ทั่วอุษาคเนย์ แต่ก็ไม่มีพิพิธภัณฑ์ใดในภูมิภาคนี้ที่มีครุฑเป็นธีมหลัก นอกจากที่นี่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เมื่อเราย่างเท้าผ่านประตูบานนี้ไป สายตาก็จะเผชิญกับผนังทรงโค้งวาดลวดลายธรรมชาติของป่าหิมพานต์ ความเจ๋งของฝาผนังนี้อยู่ที่ QR Code ซึ่งสแกนเพื่อใช้ฟิลเตอร์ใหม่ในอินสตาแกรมสตอรี่ได้ หากนำกล้องมือถือไปส่องกับผนัง ก็จะพบภาพกราฟิก AR (Augmented Reality) เล่าขานศึกสายเลือดระหว่างครุฑกับนาคโดยมีป่าหิมพานต์เป็นพื้นหลัง

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ
พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

ส่วนจัดแสดงนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์สั้นที่จะพาผู้ชมไปรู้จักประวัติพิพิธภัณฑ์ และเรื่องราวเบื้องต้นของพญาครุฑ เริ่มตั้งแต่จุดกำเนิด ข้อแตกต่างระหว่างครุฑในศาสนาฮินดูกับพุทธ ธรรมชาติของครุฑ ฯลฯ เพื่อปูทางความรู้เรื่องครุฑก่อนไปชมส่วนจัดแสดงต่อไป

ครุฑพิมาน

เสร็จจากการเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงชั้นล่าง เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราทุกคนขึ้นไปชั้นบนโดยผ่านบันไดที่ตกแต่งด้วยก้อนหินและสุมทุมพุุ่มไม้หนาทึบประหนึ่งผืนป่าใจกลางตึก

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เป็นภาพจำลองของป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อของชาวไทยในอดีต ซึ่งภาพจำลองนั้นยิ่งดูแจ่มชัดขึ้นเมื่อเราไปถึงส่วนจัดแสดงที่สองอันมีชื่อว่า ‘ครุฑพิมาน’

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

โถงใหญ่กลางชั้นสองคือห้องเรียนจักรวาลไตรภูมิ และดินแดนในเทพนิยายอย่างป่าหิมพานต์ ป่าเชิงเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของสิงสาราสัตว์นานาชนิด

ช่องว่างกลางโถงถูกดัดแปลงเป็นสระอโนดาต สระน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตที่ไม่มีวันแห้งเหือดตราบเท่าที่กลียุคยังไม่มา มุมสระทั้ง 4 ทิศมีทางน้ำไหลระบายออกจากปากสัตว์มงคล 4 ชนิด ประกอบด้วยราชสีห์ ช้าง ม้า และโค รอบพื้นที่จัดแสดงเดียรดาษไปด้วยต้นไม้ สัตว์หิมพานต์ ฤๅษี คนธรรพ์ วิทยาธร รวมถึงต้นไม้ประหลาดอย่าง ‘นารีผล’ หรือ ‘มักกะลีผล’ ที่ออกผลเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่น มีหน้าตาสะสวยราวนางอัปสร ดึงดูดให้เหล่าเทวดาเพศชายพากันหมายปองและแย่งชิงกันเด็ดไปเชยชม

นครนาคราช

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

เมื่อพูดถึง ‘ครุฑ’ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึง ‘นาค’ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดาและศัตรูตัวฉกาจของเจ้าแห่งนก

ส่วนจัดแสดงที่ 3 มีชื่อว่า ‘นครนาคราช’ ซึ่งมาในธีมโลกบาดาล ฉากพรรณไม้ในป่าหิมพานต์เมื่อห้องที่แล้วถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินของเกลียวคลื่นและผืนสมุทร เมื่อมาถึงห้องนี้ ผู้เข้าชมจะได้รู้จักความเชื่อเรื่องโลกบาดาลในพุทธศาสนา บทบาทของพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ขณะบรรทมอยู่เหนือเกษียรสมุทร ปิดท้ายด้วยตำนานความบาดหมางระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่เป็นพี่น้องต่างมารดาของกัน แต่กลับต้องบาดหมางกันเพราะนางวินตา มารดาพญาครุฑตกเป็นทาสของนางกัทรุ มารดาแห่งนาค 1,000 ตน นานถึง 500 ปี พญาครุฑจึงใช้สติปัญญาของตนชิงเอาน้ำอมฤตไปไถ่ความเป็นทาสแก่ผู้ให้กำเนิดได้สำเร็จ เป็นเหตุให้นาคกับครุฑกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันสืบมา

อมตะเจ้าเวหา

ส่วนจัดแสดงที่ 4 มีลักษณะเป็นห้องทรงกลมโอบล้อมด้วยประติมากรรมครุฑพ่าห์ 

เมื่อสาวเท้าเข้าสู่ห้องนี้ รอบตัวเราจะมืดสนิท ก่อนที่แสงแรกจะฉายฉานขึ้นบนหน้าจอทรงโค้ง เพื่อสดุดีคุณธรรมอันสูงส่งขององค์ครุฑ อันได้แก่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความกตัญญูกตเวทิตา

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

แอนิเมชันลายเส้นสวยในห้องนี้บรรยายเหตุการณ์ตอนที่พญานาคตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับพญาครุฑให้ไปชิงน้ำอมฤตมาเพื่อปลดปล่อยนางวินตาสู่ความเป็นไทอีกครั้ง แม้ว่าพระนารายณ์จะเสด็จขึ้นมาจากการบรรทมหลับกลางทะเลน้ำนมเพื่อหยุดยั้งการชิงน้ำอมฤตของพญาครุฑ แต่พญาครุฑก็ยังดึงดันจะช่วยมารดาให้ได้ทั้งที่ต้องเสี่ยงถึงชีวิต ทั้งสองฝ่ายจึงประจัญบานกัน ผลลงเอยที่ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือชนะ พระนารายณ์จึงทรงแลกเปลี่ยนกับครุฑ ด้วยการขอใช้ครุฑเป็นพาหนะยามที่พระองค์เสด็จไปไหนต่อไหน และทรงยินยอมให้ครุฑอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ พร้อมประทานความเป็นอมตะให้ เป็นที่มาของชื่อห้อง ‘อมตะเจ้าเวหา’

ล้นเกล้าจอมราชัน

แอนิเมชันอันน่าตื่นเต้นจบลงพร้อมกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ผู้เข้าชมอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดพญาครุฑถึงมีความผูกพันกับพระนารายณ์อย่างแนบแน่น แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจเกิดความฉงนใจก้อนใหม่ขึ้นมาแทนว่า ครุฑเกี่ยวข้องอย่างไรกับชาติไทย สัญลักษณ์รูปครุฑจึงโผล่มาอยู่ในเอกสารราชการให้เราเห็นได้แทบทุกวัน

‘ล้นเกล้าจอมราชัน’ ส่วนจัดแสดงที่ 5 ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม ด้วยสื่อผสมผสานทั้งวิดีโอและป้ายให้ข้อมูล ทำให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้รู้ว่าศิลปกรรมรูปครุฑนั้นพบในดินแดนไทยมาตั้งแต่ยุคทวารวดีแล้ว ก่อนจะทวีความสำคัญขึ้นในสมัยอยุธยา เมื่อตรา ‘ครุฑพ่าห์’ เริ่มได้รับการใช้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ เหตุเพราะคติเทวราชที่ไทยรับมาจากเขมรมีความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์เป็นอวตารของพระนารายณ์ ผู้ทรงครุฑเป็นพาหนะ

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

สื่อจัดแสดงในห้องนี้เล่าย้อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อธิบายสาเหตุที่ธงตราครุฑบนพื้นเหลืองอันมีชื่อเรียกว่า ‘ธงมหาราช’ ต้องถูกเชิญขึ้นเหนือเสาพระราชวังเมื่อพระมหากษัตริย์ไทยประทับอยู่ การออกแบบตราครุฑพ่าห์โดยฝีพระหัตถ์เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือมูลเหตุที่ตราครุฑพ่าห์กลายเป็นตราแผ่นดินไทยสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 

นอกจากนี้ ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดทำการครั้งแรกใน พ.ศ. 2554 อันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พื้นที่หนึ่งในส่วนจัดแสดงนี้จึงถูกใช้บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

ห้องจัดแสดงครุฑ

ห้องที่เป็นทั้งไฮไลต์และจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ถือเป็นส่วนจัดแสดงสุดท้ายที่เราจะได้ชมกัน

ห้องโถงใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่งเจาะหน้าต่างยาวตลอดแนว คือสถานที่ประดิษฐานครุฑตราตั้งห้างพระราชทานทั้ง 150 องค์ ซึ่งรับรองได้ว่าไม่มีที่ใดรวบรวมงานศิลปะเฉพาะตราครุฑไว้มากเท่าที่นี่มาก่อน

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

องค์ครุฑที่เห็นอยู่นี้ส่วนใหญ่เป็นงานไม้ ย้ายมาจากธนาคารนครหลวงไทยกว่า 100 สาขา ต่างได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิมวันที่อัญเชิญมาจากแหล่งเก่า โดยที่ไม่มีการซ่อมแซมแก้ไขเลยแม้แต่จุดเดียว เพื่อให้เห็นความเก่าแก่และสภาพจริงของครุฑองค์นั้นนั้น

การจะอัญเชิญองค์ครุฑมาจัดแสดงรวมกันที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเอาเสียเลย เพราะว่าครุฑเป็นของสูง เจ้าหน้าที่ผู้รับบทวิทยากรนำชมได้เล่าให้เราฟังว่า ก่อนจะเชิญแต่ละองค์ลงจากอาคารที่ติดตั้งไว้ ต้องมีการปิดตาครุฑเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์กึ่งเทพที่ปกติอยู่บนที่สูงเช่นครุฑมองในที่ต่ำ เมื่ออัญเชิญมาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑแล้วจึงต้องทำพิธีเบิกเนตรเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกครั้งหนึ่ง

ทอดสายตาดูครุฑที่ประดับอยู่บนผนังและบนแท่นกลางห้อง แม้มองเพียงผ่าน ๆ ตาก็จะดูรู้ว่าครุฑแต่ละองค์มี ‘ครุฑลักษณะ’ แตกต่างกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะครุฑที่เห็นอยู่เป็นผลงานของนายช่างคนละคนกัน ต่างคนก็ต่างฝีมือ ต่างแนวคิด ต่างค่านิยมในการสร้าง ยังผลให้ครุฑเกือบทุกองค์ดูผิดแผกจากกันด้วยสรีระ ใบหน้า เครื่องทรง ไปจนถึงสีสันผ้านุ่งที่สวมใส่

อ้อ มาถึงห้องนี้แล้วอย่าลืมมองหาครุฑองค์แรกของธนาคารนครหลวงไทย กับครุฑจากสาขาเยาวราชด้วยนะ แล้วตอบตัวเองให้ได้ด้วยล่ะว่าครุฑสององค์นี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต กำลังจะเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 โดยจะเปิดให้ชมเฉพาะวันศุกร์และเสาร์วันละ 3 รอบ ได้แก่ เวลา 10.00 น., 13.00 น. และ 15.00 น. มีผู้นำชมทุกรอบ และไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องการเดินทาง ถึงแม้พิพิธภัณฑ์จะอยู่ไกลจากถนนใหญ่สักหน่อย แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะทางธนาคารได้จัดรถตู้คอยจอดรอรับ-ส่ง จากพิพิธภัณฑ์เคหะ วันละ 3 รอบ ตามเวลาเข้าชม

ส่วนใครที่อยากเข้าชม แต่ไปไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ก็ไม่ต้องเสียใจอีกเช่นกัน เพราะพิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดให้ชมทางออนไลน์ที่ Garuda Virtual Tour 

นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับพวกเราคนไทยว่า ครุฑนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นแค่ตราสัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยจนชินชา

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต

ที่ตั้ง : นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-เสาร์ เวลา 10.00 น., 13.00 น., 15.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8882 3900

เว็บไซต์ : /www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/

หมายเหตุ

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑจะได้รับของที่ระลึกเป็นแผ่นผ้าองค์ครุฑ พร้อมข้อความแสดงถึงคุณธรรมสำคัญที่องค์ครุฑทั้งสามข้อ เฉพาะผู้เข้าชม 500 ท่านแรกเท่านั้น

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load