ชื่อเข้าโรงเรียนของผม คือ อัศวิน คงศุภมานนท์ หรือ เล็ก ใบเมี่ยง – นามปากกาที่ใช้ในงานเขียน พื้นเพเป็นคนมุกดาหาร แต่กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาสที่ผมเติบโตมาในสายอาชีพทำเสื้อผ้าและร้านอาหาร ปัจจุบันผมได้พาหัวใจกลับบ้านริมโขงมา 12 ปีแล้ว

ผมเคยอ่านเจอมาว่า ‘นักอ่านมักอยากมีหนังสือของตัวเองสักเล่ม นักดื่มอยากมีร้านกินดื่มไว้สังสรรค์กับคนคอเดียวกัน นักเดินทางก็ฝันอยากมีที่พักหรือโรงแรมในแบบที่ตัวเองหลงใหล’

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร
สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

ผมเลียนแบบประโยคข้างต้นทุกประการ โดยการมีหนังสือของตัวเอง 2 เล่ม เปิดร้าน ‘ใบเมี่ยง’ ที่เป็นทั้งผับและร้านอาหารสไตล์เวียดนามมา 15 ปี และฝันสุดท้ายคือกลับไปแก่และตายที่ริมโขงบ้านเกิด ด้วยการเปิดบูติกโฮเทลและร้านอาหารสไตล์โคโลเนียล

ความชอบและรสนิยมของคนเราเปลี่ยนไปตามวัย ช่วงที่เป็นหนุ่มน้อยเคยชอบการตกแต่งประเภทซานตาเฟ่ คันทรี มิดเซ็นจูรี ลอฟต์และโรงนา แต่ทุกครั้งที่เดินทางไปเห็นบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลทีไร หัวใจก็เต้นแรงและรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเจอเพื่อนเก่า เพราะวัยเด็กผมเติบโตที่เมืองสะหวันนะเขต ประเทศลาว ซึ่งตรงข้ามกับจังหวัดมุกดาหาร เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลทั้งเมือง เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

‘สะหวันสำราญ’​ ที่มาของชื่อจึงมาจากสะหวันนะเขต + ถนนสำราญชายโขง โดยมีสโลแกนต่อท้ายว่า ‘ที่ซึ่งความโรแมนติกของสายน้ำ แกล้มด้วยความงามของวันวาน -​ Where good old days meet romance’ เมื่อได้แนวสถาปัตยกรรมแล้ว ผมเริ่มตามหาสถาปนิกที่ถนัดแนวนี้

โชคดีที่ผมเจอ น้องโอ๊ต-ธิติ สงวนเผ่า โอ๊ตบอกผมว่า “ทำงานกับพี่เล็กค่อนข้างง่ายและเร็ว พี่เล็กแม่นเรื่องสเกลและดีเทลสไตล์โคโลเนียลเป็นอย่างมาก” มันคงซึมซับทางผิวหนังผมมาตั้งแต่เด็กกระมัง

คอนเซ็ปต์ใหญ่ที่ผมคุยกับโอ๊ตคือ การคารวะอดีต 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องให้คนที่มาเห็นครั้งแรกคิดว่าเป็นตึกเก่าโบราณที่นำมารีโนเวตเสียใหม่ ประมาณว่าก๊อปเกรดเอ และผมก็เป็นสถาปนึกคุมช่างก่อสร้างและตกแต่งภายในเองทั้งหมด จำนวนห้องพักมีเพียง 5 ห้อง ผมเลยฟุ้งให้เป็น 5 อารมณ์ โดยมีเพื่อนรุ่นน้องมาช่วยตกแต่ง 2 ห้อง

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร
สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

French Colonial แรงบันดาลใจในการตกแต่งมาจากฉากเต้นรำยามค่ำคืนในห้องครัวของหนัง The Bridges of Madison County จุดเด่นของห้องคือ วอลเปเปอร์และเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจที่ให้ความรู้สึกเหมือนชนบททางภาคใต้ของฝรั่งเศส

The Keeper of Light ห้องนี้ได้ น้องจิรศักดิ์ ทองหยวก อดีต บ.ก.ภาพ นิตยสาร Room มาช่วยตกแต่งในสไตล์ห้องนอนของช่างภาพ โดยเน้นภาพถ่ายสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่ศักดิ์ชื่นชอบ

Good Old Days แรงบันดาลใจจากหนังของ หว่อง กาไว บรรยากาศห้องนี้เหมือนจำลองภาพของฮ่องกงในยุค 60s

Sumroeng ห้องนี้ได้ น้องกานต์ บุญทริก โปรดักต์ดีไซเนอร์มาช่วยรังสรรค์อารมณ์ลอฟต์ โดยมีหัวรถโฟล์กหน้าวีปี 1959 ประดับเด่นสง่าอยู่บนหัวเตียง

Vintage Emotion ห้องที่ผสมผสานระหว่างความเนี้ยบและความดิบแบบย้อนแย้งสุนทรียะ ความคลาสสิกของพื้นไม้ปาร์เกต์ตัดกับผนังอิฐก่อโชว์ ทาสีขาวแบบถลอก และเฟอร์นิเจอร์แนวสแกนดิเนเวีย

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

ด้วยเนื้อที่เกือบ 3 ไร่ริมโขง สถาปนิกเลยวางแปลนตึกให้ชิดด้านขวาหน้าโขง เหลือพื้นที่ไว้ต่อเติมห้องพักในภายหลัง พื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการจึงจัดเป็นส่วนร้านอาหาร ซึ่งเป็นรายได้หลักมาหล่อเลี้ยงความฝันไปก่อน ประสบการณ์ที่ทำร้านอาหารมา 15 ปี และมีแม่ยายเชื้อสายเวียดนามเป็นแม่ครัวใหญ่ เมนูหลักเลยเป็นอาหารเวียดนามและปลาแม่น้ำโขง แหนมเนืองสูตรโบราณของแม่ยายที่ใครได้ชิมก็ติดใจจนต้องบอกต่อ อีกทั้งความสดของวัตถุดิบจำพวกปลาแม่น้ำโขงก็ยิ่งเสริมรสชาติให้ตราตรึง

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงมีวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ซึ่งอยู่บนภูเขาที่ใกล้เมืองเพียง 3 กิโลเมตร และเป็นจุดชมแม่น้ำโขงที่สวยงามที่สุดของเมือง เป็นมุมที่แม่น้ำโค้งสวยเหมือนท้องมังกรตามที่ซินแสกล่าวไว้

กิจกรรมพิเศษที่แนะนำคือ ล่องน้ำโขงด้วยซัพบอร์ด โดยนำซัพบอร์ดลงที่หน้าโรงแรมแล้วลอยละล่องแบบอ้อยอิ่งไปตามสายน้ำ พร้อมกับชมภาพพระอาทิตย์ตกกลางลำน้ำ ที่สะท้อนสะพานสีทองลงแม่น้ำ เป็นโมเมนต์ที่คุณจะหลงรักแบบไม่รู้ลืม เมื่อล่องไปได้สัก 30 นาทีจะถึงเกาะหินสูง ขึ้นไปนั่งพักบนลานหินคล้าย ๆ สามพันโบก หลังพระอาทิตย์ตกดิน ลานหินตรงนี้มีดวงดาวนับล้านดวงมาเผยโฉมความงามในยามค่ำคืน ถ้าโชคดีกว่านั้น บางคืนอาจเห็นฝูงหิ่งห้อยตัวน้อยบินมาเต้นรำใต้แสงดาว

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

เสร็จจากการพายซัพบอร์ด ใต้โรงแรมเรามี So Bar -​ cocktail & vinyl บาร์ที่เสิร์ฟสุนทรียะโดย บลูกาย ลูกชายคนเดียวของผมเอง เขาเป็นทั้งบาร์เทนเดอร์และอินทีเรีย ทำให้บรรยากาศออกมาในยุค 50s อีกทั้งยังขับกล่อมบทเพลงด้วยแผ่นไวนิล ถ้าดื่มด่ำยังไม่พอ แนะนำให้ไปต่อที่เมืองเก่า ซึ่งผมและน้อง ๆ ได้หุ้นกันทำแกลเลอรี่คาเฟ่อารมณ์หว่อง กาไว -​ ตงเสี่ยวหลง โดยจุดประสงค์ของคาเฟ่คืออยากส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักฝันท้องถิ่น และมีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ ‘ปล่อยของ’

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน
บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมามุกดาหาร คือการนั่งเรือข้ามไปยังฝั่งสะหวันนะเขต

เหมือนวลีที่ผมชอบโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า “เพียงข้ามเรือ 20 นาที อารมณ์ก็เปลี่ยน…”​ เหมือนเราไปสงขลาและมีของแถมได้ข้ามไปเที่ยวปีนังอีกเมือง สะหวันนะเขตเป็นเมืองที่ผมเติบโตมาในวัยเด็ก เป็นเมืองที่หัวใจเต้นช้าอีกเมืองหนึ่ง เมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลของฝรั่งเศส และอาร์ตเดโคของอเมริกา ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน เป็นเมืองที่มีโรงหนัง Stand Alone ไซส์สกาลาอยู่ 3 โรง

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

เพียงมีจักรยานสักคันกับกล้องคู่ใจ ปั่นละเลียดชมความงามของเมืองแบบไม่รีบร้อน บรรยากาศรูป-รส-กลิ่น-เสียง และชีพจรอันอ้อยอิ่งของเมือง เหมือนจะพาเราหลงหายไปในฉากหนังของ Cinema Paradiso โรงหนังลาวเจริญ รามา หนึ่งในโรงหนัง Stand Alone ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง กำลังถูกแปลงโฉมเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ รวมร้านรวงหลากหลายและมีโถงใหญ่ของโรงหนังไว้จัดนิทรรศการหรือจัดมินิคอนเสิร์ตด้วย เสร็จจากชมเมืองเก่า มีไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่ริมโขงฝั่งลาว เป็นภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยไม่แพ้ที่ใดในโลก…

มีลูกค้าห้องพักสะหวันสำราญ 2 ท่านมาทิ้งตัวที่นี่ และเกิดแรงบันดาลใจไปสร้างอาณาจักรที่พักในฝันของตัวเองสำเร็จไปแล้ว เหมือนที่ผมเขียนเกริ่นไว้ในช่วงต้น รายต่อไปอาจเป็นคุณก็ได้

ถ้าจะบอกว่าสะหวันสำราญคือ ‘โรงงานบ่มเพาะความฝัน’ หรือ ‘แท่นพิมพ์ส่งต่อแรงบันดาลใจ’​ คงจะไม่เกินเลย

สะหวันสำราญ

ที่ตั้ง : 199 ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 4263 2669Facebook : Savan Sumran สะหวันสำราญ

Writer

อัศวิน คงศุภมานนท์

เรียนจบ ม.รามคำแหง สาขาบริหารโฆษณา อาชีพหลักเป็นนักฝัน งานอดิเรกคือเฟสติวัลเมกเกอร์และนักอยากเขียน มีผลงานมาแล้ว 2 เล่ม คือ 'ฮอยอันหวานเย็น'​ และ 'โรงรูปเงา')

Photographer

อิสรพงษ์ ชาภูบาล

ช่างภาพอิสระ มุกดาหาร พันธ์ุแท้ 100%

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

26 พฤศจิกายน 2565
1 K

ถ้านึกถึงเชียงราย หลายคนอาจนึกถึงความเงียบสงบของป่าเขาลำเนาไพร แต่ถ้าขยับเข้ามาในตัวเมืองสักหน่อย อีกบรรยากาศหนึ่งที่เราจะเห็นคือความคึกคักในย่านการค้าและโรงเรียน 

คึกคักมากเสียจนวันที่เรามาหยุดยืนตรงหน้าที่พักขนาดย่อมอย่าง ‘บ้านนอนเพลิน’ บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่และเสียงนกร้อง เราก็ตกอยู่ในภวังค์ เพราะนอกจากที่นี่จะเงียบสงบแล้ว ตัวบ้านยังชวนให้นึกถึงบ้านสวนที่ถ้าเหนื่อยเมื่อไหร่ก็อยากวาร์ปไปพักใจทุกที

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

ถ้าถามคนรุ่นปู่รุ่นย่า หลายคนอาจเรียกไม่ถนัดนักว่านี่คือ ‘บ้านนอนเพลิน’ แต่คนเชียงรายรู้จักกันดีว่าที่นี่คือ ‘โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์’ นอกจากสถานที่แห่งนี้จะเป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งแรก ๆ ของเมืองแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ยังดูแลเด็กได้ดีตั้งแต่รุ่นย่าอย่าง คุณย่าศรีพันธุ์ กิตติศัพท์ จนรุ่นหลานสาวอย่าง กุ้ง-ภชฤมน หาญพิพัฒน์ หรือ ครูกุ้ง ที่ผู้ปกครองและเด็ก ๆ เรียกขาน

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

โรงเรียนเตรียมอนุบาลที่ว่าอยู่ภายใต้การดูแลของคุณย่าศรีพันธุ์กว่า 40 ปี ก่อนที่กุ้งจะรับช่วงต่ออีก 26 ปี และหันมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักสุดอบอุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2554 เอกลักษณ์ที่ใครมาก็หลงคือความอบอุ่นคล้ายมานอนบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติจนหลายคนต้องกลับมาซ้ำ 

พูดถึงตรงนี้อาจจะสงสัยกันว่า บ้านนอนเพลินนั้นน่าหลงใหลและนอนเพลินแค่ไหน เรื่องราวของโรงเรียนศรีพันธุ์เป็นยังไง ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ครูกุ้งรอพาไปชมอยู่กลางสวนเขียวแล้ว

โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 70 กว่าปีก่อน เชียงรายปราศจากศูนย์เด็กเล็กที่รับเลี้ยงดูเด็กก่อนประถมเพื่อช่วยแบ่งเบาพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องทำมาหากิน เพราะเสียงเรียกร้องของผู้ปกครองเหล่านี้เอง คุณย่าศรีพันธุ์ซึ่งเคยเป็นคุณครูเก่ามาก่อนจึงเปลี่ยนผืนดินที่มีให้เป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่รับดูแลลูกเด็กเล็กแดง

“เมื่อก่อนเป็นอาคารโล่งกว้าง มีลานดิน ลานของเล่นทั้งในและนอกอาคาร ส่วนชั้นบนก็เป็นที่พักของคุณย่า เราก็มานอนที่โรงเรียนนี่แหละ เช้ามาก็เห็นเด็กวิ่งเล่นกันแล้ว” ครูกุ้งเล่าภาพความทรงจำในอดีต

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์ดูแลเด็กได้ดีจนเป็นที่วางใจของคนเชียงรายแค่ไหน คงการันตีได้ด้วยอายุโรงเรียน 40 ปีแรก คุณย่าเป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วน 26 ปีหลัง หลานสาวอย่างครูกุ้งซึ่งไม่เคยเป็นครูมาก่อนเข้ามาปรับเปลี่ยนระบบ และกลับมาเปิดให้โรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งนี้เดินหน้าต่อไปได้

“ความตั้งใจในการกลับมารับช่วงต่อคือ หนึ่ง เราไม่อยากไปทำงานที่อื่น สอง สมัยต่างจังหวัดนั้นมีอาชีพไม่เยอะ จะไปทำงานธนาคารก็ไม่ใช่ตัวเรา จะไปขายของเหมือนเด็กสมัยนี้ ก็ไม่รู้จะขายอะไรดี หรือจะไปรับราชการ เราก็ดันเป็นคนไม่ชอบทำอะไรในกรอบ เลยคิดว่าการกลับมารับช่วงต่อก็คงเป็นทางเลือกที่ดี” 

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

หลังคุณย่าปิดโรงเรียนไป 4 ปี หลานสาวพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับเปลี่ยนระบบโรงเรียนให้มีมาตรฐาน ปรับหลักสูตรให้เหมาะกับวัยของเด็ก และเพิ่มอาคารบางส่วนเพื่อรองรับนักเรียน

“รากฐานที่คุณย่าสร้างนั้นแข็งแรงมาก พอกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองที่เคยเรียนที่นี่โตจนมีลูกหลานหมดแล้ว เขาก็ไว้วางใจพาลูก ๆ มาฝากเรียนกับเราเหมือนเดิม

“เวลาพ่อแม่มาส่งเด็ก เขาจะเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเขาเรียนที่นี่ ถ่ายรูปตรงนั้น เล่นตรงนี้” กุ้งหัวเราะ พลางเล่าประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการยังสาวให้เราฟัง

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

“เราไม่เคยคิดเรื่องการทำโรงแรมเลยแม้แต่น้อย” ครูกุ้งเกริ่น “คิดว่าคงทำโรงเรียนแบบยาว ๆ ไปเลยแต่ 26 ปี อาจนานเกินพอ เลยอยากเปลี่ยนไปทำอะไรใหม่ ๆ มีอยู่วันหนึ่ง เราเดินออกจากที่นี่ ไปเจอร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่รู้จักกัน เราแนะนำให้เขาเปลี่ยนห้องว่าง ๆ ข้างบนเป็นที่พัก เขาก็สวนมาว่า โรงเรียนของเราต่างหากที่เหมาะกับการเป็นที่พัก” 

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

ได้ยินแบบนั้น เมื่อเดินกลับมาพิจารณาอาคารตรงหน้าและเริ่มเห็นความเป็นไปได้

แต่ก่อนจะตัดสินใจทำจริงจัง เธอเลือกไปพูดคุยกับเจ้าของโฮมสเตย์ใกล้ ๆ นี้ก่อน

“เขาตาเป็นประกายมาก เขาบอกว่าทำแล้วสนุกนะ ได้คุยกับแขก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้วเชียงรายกำลังพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ถ้าวันนั้นเขาไม่ตาวิบวับขนาดนั้น ไฟที่มอดของเราคงไม่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง” แม้คนในครอบครัวบางส่วนจะคัดค้านเพราะกลัวทำแล้วไม่รุ่ง แต่กุ้งหญิงแกร่งที่ชอบความท้าทายก็ยืนกรานว่าเธออยากลอง

“ถ้าไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ” เพราะแบบนั้น บ้านนอนเพลินจึงเกิดขึ้น

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

จากโรงเรียนที่คนไว้ใจ สู่โรงแรมที่คนอยากพักใจ

28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 คือวันสุดท้ายของโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์ที่ครูกุ้งเฝ้าดูแลมานานกว่า 26 ปี ในปีเดียวกันนั้นเอง ‘บ้านนอนเพลิน’ ที่พักขนาดย่อมใจกลางเมืองเชียงรายก็ถือกำเนิดขึ้น

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

การรีโนเวตมาเป็นที่พักแบบบ้านนอนเพลินนั้นไม่ยุ่งยาก ด้วยความที่เคยเป็นโรงเรียนมาก่อน ห้องหับหลับนอนจึงมีมากโข แถมแต่ละห้องเรียนก็ยังมีห้องน้ำในตัวอีก 2 ห้อง เมื่อแบ่งพื้นที่ใหม่ บ้านนอนเพลินจึงมีห้องพักมากถึง 14 ห้องแบบลงตัวพอดี ชนิดไม่ต้องเพิ่มโครงสร้างอะไรมากนัก ซึ่งปัจจุบันห้องพักเหลือเพียง 9 ห้องเท่านั้น เพื่อจะได้ดูแลแขกอย่างทั่วถึง ส่วนห้องชั้นบนก็เปลี่ยนเป็นที่พักของครอบครัว

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย
ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

แรกเริ่ม ครูกุ้งเลือกธีมโรงเรียนอนุบาลเป็นไฮไลต์หลัก แต่ละห้องมีป้ายเลขห้องติดอยู่ บางห้องก็มีโต๊ะไม้นักเรียนประดับด้วย แต่ท้ายที่สุดกลิ่นอายความเป็นโรงเรียนอนุบาลก็เหลือเพียงป้ายเลขห้องและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

และสิ่งที่ทำให้บ้านนอนเพลินอบอุ่น คล้ายกับบ้านสวนของคุณย่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเธอเลือกเก็บต้นไม้เก่าอายุหลายสิบปีของคุณย่าไว้ และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าของครอบครัวมาตกแต่งมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น ชั้นวางหนังสือตรงทางเข้า เก้าอี้โรงหนังจากโรงหนังเก่าของบ้านสามีมาจัดวาง หรือบริเวณครัวกลาง เธอก็เลือกเฟอร์นิเจอร์เดิมของโรงเรียนมาประดับ ชวนให้นึกถึงเวลาพักกลางวันที่เด็ก ๆ ต่อแถวเข้าคิวรับอาหารยังไงยังงั้น

ความอบอุ่นที่ชวนให้กลับมาพักแล้วพักอีก

“เชื่อไหมว่าคืนก่อนเปิดบ้านนอนเพลิน เรานอนไม่หลับ” 

ครูกุ้งเล่าแล้วอธิบายว่า ความที่สมัยก่อนยังไม่มีช่องทางโซเชียลมีเดียมากนัก การประชาสัมพันธ์ให้โลกรู้ว่ามีบ้านนอนเพลินอยู่ตรงนี้จึงเป็นเรื่องยาก แต่เหมือนเธอจะมากับดวง เพราะบ้านนอนเพลินเปิดพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวอย่างสิงห์ปาร์คพอดี แถมยังมีคนมารีวิวบ้านนอนเพลินควบคู่กับสิงปาร์กหรือไร่บุญรอดลงเว็บไซต์ให้ด้วย 

“ตอนแรกคาดว่าจะต้องใช้เวลา 6 เดือนในการประชาสัมพันธ์ ปรากฏว่าเดือนแรกแขกก็เต็มแล้ว” 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

จากวันนั้นจนวันนี้ ครูกุ้งยังคงดูแลแขกเหมือนเพื่อนและญาติผู้ใหญ่จริง ๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนโควิด-19 ครูกุ้งและแขกสนิทกันแบบสุด ๆ เรียกว่าถ้าไม่มีแขก ก็คงไม่มีเพจเฟซบุ๊กบ้านนอนเพลิน 

“แขกคนแรกๆ เขามาทำเพจให้ แต่เขาพักคืนเดียวเลยยังทำไม่เสร็จ พออีกคืน แขกอีกคนเลยมาทำต่อจนเสร็จ” เธอเล่าขำ ๆ ความเป็นกันเอง ความน่ารักของห้องพัก และความสงบของบ้านนี้เอง ทำให้บ้านนอนเพลินยังคงเป็นอีกหมุดหมายหนึ่งที่คนอยากมาเข้าพักแม้จะเปิดตัวมานานกว่า 1 ทศวรรษ 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

“มีคนบอกว่าทำไมเราไม่ทำเป็นตึกหลายชั้น จะได้คุ้มค่ากับที่ดินดี ๆ ที่อยู่ใจกลางเมืองเช่นนี้ แต่เรามองว่าบ้านนอนเพลินก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ เป็นแบบที่เราชอบ เป็นที่ที่มีต้นไม้เขียว ๆ แล้วก็เป็นบ้านของเราด้วย

“เราอยากให้แขกสัมผัสความรู้สึกเดียวกันกับที่เรารู้สึก ทุกคนบอกว่าที่นี่อบอุ่นและสงบเหมือนมาพักบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติผู้ใหญ่ หลายคนมาพักแล้วก็กลับมาอีก บางคนถึงขั้นบอกเลยว่า ถ้าไม่ใช่ที่นี่ เขาไม่อยากพัก และมีคนที่มาพักทุกเดือน พอมาถึงก็บอกว่า ‘ผมกลับมาบ้านผมแล้วนะครับ’”

บ้านนอนเพลินนอนเพลินแค่ไหน คำตอบที่ได้คงชัดเจนแล้วในตอนนี้

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

บ้านนอนเพลิน

ที่ตั้ง : 382 ถนนบรรพปราการ ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 7926

Facebook : บ้านนอนเพลิน Baan Norn Plearn

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ปฏิเวธ ยืนธรรม

สถาปนิกอิสระ ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ชื่นชมแสงธรรมชาติสวยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load