19 พฤศจิกายน 2564
2 K

เมื่อเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดในวิกฤตโควิด-19 มีแอปพลิเคชันชื่อ ‘Sati App’ เปิดตัวในเวลาพอเหมาะพอดีกับบรรยากาศในสังคม

Sati App คือแอปพลิเคชันที่วางตัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แต่เป็นใครก็ตามที่อยู่ในภาวะเครียดและต้องการหาเพื่อนพูดคุย โดยจับคู่กับอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมในการเป็นผู้ฟังมาแล้ว ซึ่งจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Social Enterprise Thailand Forum 2021 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤศจิกายน 2564 นี้ 

เราต่อสายถึง อมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ที่มีหลักการทำงาน 3 ข้อ คือ Care ใส่ใจผู้ป่วย Connect ช่วยเหลือด้วยความเข้าใจ และ Communicate สื่อสารและรับฟังด้วยความเข้าใจ ทั้งหมดนี้เกิดจากประสบการณ์การเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าของตัวเอง ได้พบปัญหาที่เกิดขึ้นจากมุมมองที่คนอื่นมีต่อโรคนี้ ไปจนถึงเล็งเห็นช่องว่างด้านการช่วยเหลือและการรักษาที่ยังไม่เคยเติมเต็ม

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง

เริ่มต้นจากตัวเอง

จุดเริ่มต้นของ Sati App ต้องย้อนกลับไปใน ค.ศ. 2015 อมรเทพพบว่าตัวเองเริ่มมีภาวะซึมเศร้า จนต้องเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์ จากใบสั่งยาไม่กี่เม็ดกลายเป็น 16 เม็ดต่อวัน และผ่านการบำบัดด้วยไฟฟ้า 

เขาเล่าว่าตอนอยู่โรงพยาบาลก็รู้สึกปลอดภัย ไม่คิดว่าตัวเองอยู่คนเดียว เพราะแพทย์และพยาบาลรู้ว่าต้องคุยกับเขาอย่างไร แต่พอออกจากโรงพยาบาลทีไร มักได้ยินเรื่องเดิมซ้ำๆ เช่น ‘มีคนอื่นที่แย่กว่าแกอีก’ ‘คิดบวกไว้สิ’ หรือ ‘อย่าไปคิดมาก’ ‘เรายังมีรถขับ มีข้าวกิน’

“เรายิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เหมือนเป็นภาระคนอื่นไปหมด เราไม่สามารถใส่เสื้อแขนสั้นได้ เพราะมีรอยเต็มไปหมด ไม่สามารถเข้าสังคมได้ 

“ค.ศ. 2017 เราตัดสินใจจบชีวิตตัวเองรอบแรก เขียนจดหมายลาทุกอย่าง ทำลงไปแล้วโดนส่งเข้า ICU และโรงพยาบาลจิตเวชอีกครั้ง ออกมาคราวนี้แทนที่จะมีคนถามไถ่ กลับโดนต่อว่า ‘ฆ่าตัวตายเดี๋ยวต้องเกิดซ้ำอีกเจ็ดชาติ’ รู้ไหม ทำแบบนี้พ่อแม่จะเป็นยังไง’ ไม่มีใครถามเลยว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น”

หนึ่งปีถัดมา อาการของอมรเทพกลับมาอีกครั้ง เขาลองโทรไปที่ศูนย์ Suicide Prevention Hotline แต่ไม่มีใครรับสาย จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป อมรเทพออกจากโรงพยาบาลพร้อมคำถามที่หนักอึ้งในใจ ว่าทำไมสังคมไทยยังไม่คุยเรื่องสุขภาพจิตกันอย่างจริงจังสักที

หากมองการรักษาโลกนี้เป็นพีระมิด จะประกอบด้วยนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และการนอนโรงพยาบาล และเขาคิดว่าฐานล่างที่สุดควรเป็นผู้รับฟัง (Peer Support) ซึ่งยังขาดในสังคมบ้านเรา

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง

“ตอนแรกสร้างเพจชื่อ คุยกัน ให้เป็นพื้นที่ชวนคนมาคุยเรื่องปัญหาสุขภาพจิต แต่แค่นั้นไม่พอ อย่างตอนเรารักษา ผ่านมาแล้วทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โรงพยาบาลเอกชนแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายสูง โรงพยาบาลรัฐถูกกว่าจริง แต่ต้องเสียเวลาเป็นวันในการนัดหมายแต่ละครั้ง รอเจ็ดชั่วโมงได้เจอหมอเดี๋ยวเดียว

“แล้วกลุ่มคนที่มีปัญหาทางจิตเวชในสังคมไทยมีหลายระดับ แต่ละกลุ่มความเครียดที่แตกต่าง ส่วน Resource จิตแพทย์ก็มีไม่มากพอ เรามีจิตแพทย์อยู่หนึ่งคนต่อประชากรสองแสนห้าหมื่นคน มีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นประมาณหนึ่งคนต่อเยาวชนหนึ่งหมื่นคน แล้วจิตแพทย์ของประเทศส่วนมากก็อยู่ในเมืองใหญ่ๆ ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณอยู่นอกเมือง อาจจะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้”

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง

พื้นที่ปลอดภัย

Pain Point หลักที่อมรเทพเห็นในตอนนั้นมี 2 ข้อใหญ่ๆ 

หนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงเกินไป ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่ม

สอง สังคมยังขาด Peer Support หรือผู้ฟังเพื่อบรรเทาปัญหา ถ้ามีก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน

Sati App จึงเกิดขึ้นเพื่อมาแก้สองปัญหานี้อย่างยั่งยืน กลายเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างผู้มีปัญหา และผู้ฟังอาสาสมัครที่มีใจพร้อมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ และที่สำคัญ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ 

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง

ใครสนใจใช้งานสามารถสมัครสร้างโปรไฟล์ได้บนแอปพลิเคชัน เลือกใช้ชื่อ Username ได้หากไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ผู้ใช้ไม่ต้องถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า หากมีภาวะเศร้าซึมหรือรู้สึกตึงเครียดแล้วไม่มีที่ระบาย ก็เข้ามาใช้บริการแอปฯ นี้ได้เช่นกัน

ในส่วนของผู้ฟังอาสาสมัคร หรือ Listener หากเป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาอยู่แล้วให้ส่งหลักฐาน หากไม่เคยมีประสบการณ์หรือผ่านการฝึกอบรมมาก่อน ต้องเข้าอบรมตามที่เราแนะนำ และผ่านการทดสอบ 20 ข้อเพื่อให้มีความรู้ ความเอาใจใส่ และเข้าใจจิตใจอีกฝ่ายได้

“ในอนาคต เราตั้งใจจะขอโลเคชัน เช่น คุณอยู่ภาคอีสาน เราจะพยายามแมตช์ผู้ใช้กับผู้ฟังในภูมิภาคเดียวกัน เพราะอาจจะเข้าใจและใช้ภาษาเดียวกัน ถ้าผู้ใช้อยู่ภาคใต้ ก็จะได้แมตช์กับคนที่มีวัฒนธรรมเดียวกัน 

“ต่อไปถ้าเรามีข้อมูลเรื่องเพศ เราก็สามารถทำ Gender Matching ได้ ผู้หญิงบางคนอาจมีปัญหาที่อยากคุยกับผู้หญิงด้วยกันแล้วจะสบายใจกว่า หรือแม้กระทั่งภาษาก็สำคัญ ประเทศเราไม่ได้มีแค่คนไทยที่พูดภาษาไทย ยังมีคนต่างชาติที่เข้ามาทำงาน หรือบางคนอยากใช้สองภาษาก็ได้เช่นกัน”

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง
แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาสมัคร ที่อยากแก้ปัญหาสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน

Sati App ไม่ได้บรรเทาปัญหาของคนที่มีอาการซึมเศร้าหรือตึงเครียดอย่างเดียว ขณะเดียวกัน แอปฯ นี้ก็ให้ความรู้กับคนทั่วไป เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ หลายครั้งคนมักคิดว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องของความคิด แต่ทางชีววิทยาก็มีส่วนเกี่ยวข้อง

“เช่น คุณเครียดมาก การส่งสัญญาณของประสาทเคมีก็จะบกพร่องได้ หรืออย่างเรื่องเพศ ถ้าดูตามตัวเลข ผู้หญิงมีแนวโน้มจะมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายฆ่าตัวตายเยอะกว่า ความไม่สมบูรณ์ทางร่างกายก็เกี่ยว อาจทำให้เขามีความเครียดสูงกว่าคนทั่วไป สิ่งแวดล้อมก็เหมือนกัน สังคมที่อยู่เท่าเทียมแค่ไหน มีปัญหาด้านการเงินหรือเปล่า ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความเข้าใจ

“เราจึงพยายามสร้างความเข้าใจตระหนักรู้เรื่องการดูแลตัวเอง เรื่องการช่วยเหลือคนรอบข้าง ไปจนถึงแนวทางในการจัดการกับปัญหานี้ ตัวเราเองยังได้ไปพูดตามเวทีต่างๆ นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับมูลนิธิสติ (SATI Foundation) ลงพื้นที่ไปอบรมเรื่องการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น ให้ชุมชนเข้าใจกระบวนการช่วยเหลือคนคนหนึ่งให้ผ่านพ้นจากภาวะนั้นให้ได้”

ธุรกิจเพื่อสังคม

อมรเทพจดทะเบียนบริษัทเป็น 2 รูปแบบคือ กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) เเละองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (Nonprofit Organization) โดย Sati App เป็นอย่างหลัง เพราะความตั้งใจแรกคือการให้บริการฟรี 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วอาศัยพลังจากภาคประชาชนมาสนับสนุนให้มากที่สุด

ในส่วนของกิจการเพื่อสังคมมีอยู่ 2 เรื่อง หนึ่งคือ E-learning Platform อบรมเรื่องการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นบนเว็บไซต์ เมื่ออบรมเสร็จ สามารถชำระเงินเพื่อรับใบประกาศนียบัตรเป็นหลักฐานได้ 

สองคือ พื้นที่ให้คนเข้าถึงจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา โดยรายได้จากส่วนนี้จะส่งกลับไปพัฒนา Sati App ให้ดำเนินการต่อไปได้เรื่อยๆ ทั้งยังเป็นประตูให้เกิดความร่วมมือและโอกาสอีกมากมาย

แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาสมัคร ที่อยากแก้ปัญหาสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน

“เราทำงานร่วมกับหลายองค์กร เช่น กรมสุขภาพจิต สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้การสนับสนุนเรื่องงบประมาณ คำปรึกษา และการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ซึ่งเป็นศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติของประเทศไทย ไปจนถึงบริษัท Microsoft ที่สนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันให้เกิดขึ้นผ่านโครงการ AI for Good”

ในปีที่ผ่านมา อมรเทพยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 50 วิทยากรที่เวที The World Economic Forum Annual Meeting 2020 ที่เมืองดาโวส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย

โลกที่เปลี่ยนไป

ปัจจุบันแอปพลิเคชันมีผู้ใช้งานเกือบ 5,000 ราย และมีผู้ฟังอาสาสมัครเกือบ 300 คน สิ่งที่อมรเทพอยากเห็นต่อจากนี้คือ การสร้างความตระหนักรู้เรื่องปัญหาสุขภาพจิต และความเท่าเทียมในการเข้าถึงระบบการดูแลรักษาสุขภาพจิต

“ประเทศเราอยู่ในกลุ่มที่มีฐานรายได้ต่ำถึงปานกลาง หมายความว่าอีกสิบปีข้างหน้า เราจะเป็นกลุ่มประเทศที่เปราะบางด้านปัญหาสุขภาพจิต และไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึงการรักษาได้ การที่ประชาชนไม่ได้อยู่ในภาวะที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นั้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เราอยากให้คนเข้าใจถึงสิ่งนี้ จะเพิ่ม Resource ที่เป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยามากขึ้นได้อย่างไร”

Sati App กำลังจะเปิดตัวที่สาธารณรัฐเช็ก โดยทำงานร่วมกับรัฐบาลของที่นั่น และตั้งใจขยายธุรกิจในทวีปยุโรปต่อไป อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบ AI Machine Learning 

“ถ้าเราเอาระบบนี้มาใช้ เวลาคนเข้ามาคุยในแอปฯ ระหว่างรอผู้ฟังก็จะได้คุยกับ AI ก่อน AI จะพิจารณาว่าคนคนนั้นมีความตึงเครียดมากกว่าปกติไหม เพื่อจัดลำดับสายตามอาการ หรือถ้าผู้ใช้พูดเรื่องฆ่าตัวตายหลายครั้ง ก็ส่งเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เลย ไม่ต้องผ่านการคุยกับ Listener แล้วเราเชื่อมข้อมูลกับกลุ่มของกรมสุขภาพจิต เพื่อส่งคนไปช่วยดูแลก่อนเขาจะทำอะไรลงไป ในทางกลับกัน ถ้าผู้ใช้เริ่มพูดจารุนแรงกับ Listener ระบบนี้ก็จะช่วยดูแลอาสาสมัครของเราด้วย”

แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาสมัคร ที่อยากแก้ปัญหาสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน

อมรเทพทิ้งท้ายว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เป็น Wake-up Call ที่ทำให้คนตระหนักถึงปัญหานี้เพราะมีความเครียดสูงขึ้น และแม้วันนี้สังคมอาจจะยังเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตไม่มากนัก แต่มีความต้องการที่จะเข้าใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อน 

นั่นเป็นเรื่องน่าชื่นใจสำหรับเขา

Social Enterprise Thailand Forum 2021 คือฟอรั่มสำหรับทุกคนที่เชื่อว่าธุรกิจสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งยังเป็นพื้นที่รวบรวมหน่วยงานสนับสนุนมากมายเพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ งานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤศจิกายน 2564 ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ https://goodsociety.network/goodsociety/Forum_SEThailand

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

“When life gives you lemons, squeeze them in people’s eyes.”

เราพยายามอ่านประโยคที่กำแพงประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาในใจ พร้อมนึกหาเหตุผลที่ทำให้อยากหยิบลิปสติกสีเบอร์กันดีแดงฉ่ำขึ้นมาทันที แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

จนกระทั้ง ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา Co-founder and Executive Creative Director แห่ง SOUR Bangkok (บริษัท เซาเออร์ บางกอก) เจ้าของสถานที่เดินเข้ามาเฉลยความหมายที่ซ่อนในระหว่างบรรทัด

SOUR Bangkok เป็นบริษัทเอเจนซี่โฆษณาน้องใหม่ที่ประกาศจุดยืนในตลาดชัดเจนกว่าใครว่า เป็นเอเจนซี่ที่สนใจและทำเนื้อหาประเด็นเรื่องผู้หญิงโดยเฉพาะ

และไม่ว่าสัดส่วนการครองตลาดที่มีตัวเลขอัตราส่วนประชากรโลกชายและหญิง 1:7 จะมีนัยสำคัญมาเกี่ยวหรือไม่ เรากำลังจะเข้าสู่สังคมสาวโสดจนต้องสนใจตลาดผู้หญิงล้วนหรือเปล่า ความสนุกของเกมวงการโฆษณาที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของสื่อสร้างสรรค์และการเป็นเอเจนซี่น้องใหม่ที่มุ่งเน้นไปตลาดผู้หญิงเป็นอย่างไร

เอเจนซี่เพื่อนหญิงพลังหญิงนี้จะเล่าให้คุณฟัง

คำเตือน โปรดระวังจะหลงเสน่ห์

SOUR Bangkok, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา

Sweet and SOUR

“ผู้หญิงจะสวยด้วยเก่งด้วยไม่ได้หรอ” ดมิสาฐ์บอกเรา เมื่อเราถามถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ของผู้หญิง

“เราอยู่วงการโฆษณา สัมผัสมาตลอดว่าคนวงการโฆษณามักจะตีความไปที่ Core Idea อย่างความสวยต้องมาจากข้างใน นักแสดงหญิงต้องไม่แต่งหน้า เรารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความหมายของพลังหญิงที่แท้จริง พลังหญิงน่าจะรวมรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน เราอยากผลักดันประเด็นความคิดนี้สู่การรับรู้ในสังคมว่าผู้หญิงยุคนี้ทั้งสวยและเก่งได้” ดมิสาฐ์เล่าถึงความตั้งใจเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากทำเอเจนซี่ที่สนใจประเด็นเรื่องผู้หญิง

พอพูดถึง content ผู้หญิง ทุกคนมักจะกระโดดไปนึกถึงเครื่องสำอางอยู่เสมอ

“ทุกคนจะเข้าใจว่า content ของผู้หญิงคือเรื่องความสวยความงาม จะว่าไปเหล่านี้เป็นความเข้าใจผิดของตลาด ซึ่งลูกค้าหลายรายที่เราพบก็ยังคิดแบบนั้น เขามักจะถามเสมอว่าเรารับแต่สินค้าเครื่องสำอางใช่ไหม แต่สำหรับเราคำว่าผู้หญิงมีมุมและมิติต่างๆ ในชีวิตอีกเยอะมากที่เราไม่เคยเล่น เรื่องไลฟ์สไตล์ แรงบันดาลใจ ศิลปะและอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่รอบตัวผู้หญิง เรื่อง knowledge และ how to ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ในวันที่ออฟฟิศเราได้เครื่องต้มกาแฟเป็นของขวัญวันเปิดบริษัท ทีมงานเรามีแต่ผู้หญิงและทุกคนไม่มีใครใช้เครื่องต้มกาแฟนี้เป็นเลย (หัวเราะ) อย่างแรกที่น้องในทีมทำก็คือ เปิด YouTube พิมพ์ชื่อเครื่องและรุ่นก็เจอขั้นตอนการต้ม 1 2 3 4 จะเห็นว่ามีเนื้อหาทำนองนี้อยู่มากมายนะ และวันหนึ่งผู้หญิงบางคนอาจจะลุกขึ้นมาทำอะไรเกี่ยวกับ IT รถยนต์ งานศิลปะ”

ก่อนที่เราจะถามถึงที่มาของชื่อว่าทำไมต้องเปรี้ยวจี๊ดมะนาวจริงด้วย “เราชอบคำว่า sour ก่อนหน้านี้เราเคยดูมิวสิกวิดีโอของญี่ปุ่น จำชื่อวงและเพลงไม่ได้ แต่จำความรู้สึกได้ว่าเท่มาก ในวันที่ทำบริษัทของตัวเองเราก็นึกถึงคำที่เป็นรสชาติของผู้หญิงซึ่งมีหลายรสชาติ แค่รสหวานกับเผ็ดคงไม่พอ ต้องเติมรสเปรี้ยวลงไปด้วย รสชาติก็จะกลมกล่อมขึ้น”

So tell me what you want, what you really really want

คนที่ทำงานเอเจนซี่โฆษณามามากกว่า 10 ปีกับการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

“เราทำงานอยู่เอเจนซี่มาสิบกว่าปี และพบทุกที่มีปัญหาแตกต่างกันไป ดังนั้นในวันที่เริ่มต้นจริงๆ เราก็คิดว่าเราควรจะหยุดบ่น เราควรจะ stop complaining แล้วมา start doing นั่นคือ เมื่อไม่ชอบหลักการของที่นี่แล้วย้ายไปที่นั่นแบบแต่ก่อนมันไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาแล้ว ในเมื่อเราไม่เชื่อในที่นั่นเราก็ทำในทางที่เราเชื่อไปเลยสิ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากทำเอเจนซี่ของตัวเอง ตอนแรกตั้งใจจะทำเล็กๆ เริ่มจากมองหาจุดขายว่าในตลาดยังไม่มีอะไร ซึ่งพอดีกับช่วงหลังเราได้ทำงานและแคมเปญเกี่ยวกับผู้หญิง เราก็เริ่มรู้สึกอิน จึงตัดสินใจวาง positioning ของแบรนด์ให้เป็นเอเจนซี่ที่โฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิง

“พอมีเพื่อนๆ ในวงการเริ่มรู้ว่าเราคิดทำอะไรก็เริ่มมีคนติดต่อมาขอร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ ซึ่งเราตัดสินใจร่วมงานกับ CJ Worx เหตุผลข้อแรกก็คือ CJ Worx เป็น Independent Agency อย่างแท้จริง เราอยู่กับ network มาตลอดชีวิตก็พบว่ามีข้อดีข้อเสียที่ทำให้เราอยากลองดูว่าถ้าการทำงานแบบใหม่นี้ไม่ขึ้นตรงกับ network หรือ KPI และเป็น Independent Agency ก็น่าจะอิสระมากกว่า เหตุผลขอที่สองคือ เราเองโตมาจากงานครีเอทีฟล้วนๆ อะไรที่เราไม่ถนัด CJ Worx ช่วยสนับสนุนเต็มที่ทั้งเรื่ององค์ความรู้ใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สื่อ สนับสนุนให้เราลองทำสิ่งใหม่ๆ หรือแม้แต่เรื่องการ setup ระบบบริษัทด้วย”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้

By women, for women

“ข้อดีของการกำหนด positioning ชัดเจน คือคนที่เข้ามาร่วมงานไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พาร์ตเนอร์ หรือน้องในทีม เขาจะพอรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องทำอย่างไร เขาอยากได้อะไร เขามีความเห็นในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นเราแทบจะไม่ต้องใช้เวลาอธิบายความตั้งใจ และไม่น่าเชื่อว่าตลาดนี้กว้างกว่าที่เคยคิดมาก

“ตอนเริ่มต้นทำบริษัทมีแค่ 2 – 3 คนที่เห็นด้วยกับความคิดนี้ ส่วนใหญ่จะทักถามว่าตีกรอบ positioning ไปที่ผู้หญิงจะแคบไปไหม ผู้หญิงในที่นี้หมายถึงกลุ่มผู้ชมหรือเปล่า โลกปัจจุบันมีความหลากหลายทางเพศทำไมเราคิดถึงแค่ผู้หญิง ซึ่งในความจริงเราไม่ได้มองว่าผู้หญิงหมายความถึงเพศหญิงอย่างเดียวนะ แต่มีมุมมองหรือมิติที่มากมายกว่านั้น ทั้งในแง่เพศสภาพ จิตใจ อายุ ซึ่งหมายรวมถึงพฤติกรรมของเขา เช่น สินค้าที่เป็นแบรนด์รถยนต์ทุกคนก็จะคิดถึงผู้ชาย แต่แทบไม่เคยมีใครรู้เลยว่าจากข้อมูลสถิติมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาผู้หญิงออกรถเยอะกว่าผู้ชายเสียอีก เพราะฉะนั้น ผู้หญิงเป็นเจ้าของรถเยอะและปัญหาคือผู้หญิงดูแลรถไม่เป็น เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าพฤติกรรมก็เป็นตัวกำหนดแบรนด์นะ ไม่ได้หมายความว่าคำว่า ผู้หญิง เท่ากับผู้หญิง แต่มีเรื่องของพฤติกรรมที่สามารถนำมาทำแคมเปญก็ได้”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้

STRONG!

“ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายมากเพราะว่ามี Independent Agency เปิดใหม่เยอะมาก และเอเจนซี่แต่ละที่ก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแตกต่างกันไป บางเจ้า one-stop service เป็นทั้งครีเอทีฟเป็นทั้งโปรดักชัน บางเจ้าก็มีเครือข่ายสนับสนุนจากเอเจนซี่ประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ท้าทายคือลูกค้าก็จะมีตัวเลือกมากมาย และในกรณีที่ลูกค้ายังไม่เชื่อเรื่องตลาดผู้หญิงมากนัก เขาก็มอบโจทย์ให้ลองเสนอแผนงานเรื่องความเป็นผู้หญิงที่เชื่อมกับสินค้า จะเห็นว่าลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ค่อนข้างเปิดโอกาสให้พวกเรา”

ดมิสาฐ์เล่าให้เราฟังว่าอีกหนึ่งความท้าทายของเอเจนซี่ยุคใหม่นี้ก็คือการดึงคนรุ่นใหม่ที่เก่งๆ ให้ทำงานอยู่กับองค์กรได้ตลอด “คิดว่าในหลายๆ บริษัทน่าจะเจอเหมือนกันหมดนะ เด็กรุ่นใหม่มักจะอยากจะเป็นฟรีแลนซ์เพราะคิดว่ามีอิสระด้านเวลาและรายได้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่บริษัทใหม่ๆ จะสามารถรั้งคนเก่งให้ทำงานอยู่กับเขาไปได้ตลอด แต่จากการทำงานกับน้องๆ ในทีมของเรา เราพบว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่เขาอยากอยู่กับเรา ก็คือการมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ทุกคนที่มาทำงานกับเราต่างรู้ตัวเองว่าอยากได้งานที่ดี มีความมุ่งมั่นในแบบเดียวกัน เฉลิมฉลองด้วยกันเวลาที่ลูกค้าซื้อไอเดียแบบที่เราอยากทำ เราจึงคิดว่าความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยู่กับเรา”

นอกจากจะเป็นเอเจนซี่ที่มีโจทย์ชัดเจนเรื่องแคมเปญสำหรับผู้หญิงแล้ว ในด้านการทำงานกับทีมที่มีแต่ผู้หญิง เราสงสัยว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกับเอเจนซี่ทั่วไปบ้างหรือไม่

“เรื่องการทำงานคงไม่เปลี่ยนไปจากเอเจนซี่แบบเดิม แต่ถ้าเป็นเรื่องที่แตกต่างชัดเจนคงเป็นเรื่องการมีอยู่ของกระจกเงากลางออฟฟิศ (หัวเราะ) จริงๆ เราทำงานกับผู้หญิงมาบ้างอยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ชัดเจนเมื่อเทียบการทำงานระหว่างชายและหญิงคือเรื่องความละเอียด ทั้งการคิดที่รอบด้านและรายละเอียดเล็กๆ ที่บางทีเราลืมไป ถ้าใครอยู่ในสายงานนี้แล้วเคยทำงานกับคนตัดหนังหรือคนทำสีในหนังที่เป็นผู้หญิงจะเห็นว่างานละเอียดกว่านะ”

SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้
SOUR Bangkok, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา

Give me a SOUR, hit me baby one more time

แม้ SOUR Bangkok จะเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็มีผลงานเปรี้ยวแซ่บสมชื่อให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ เราจึงขอให้ดมิสาฐ์เล่ากระบวนการคิดงานที่แปลกและสร้างสรรค์ที่สุดตั้งแต่เคยทำมา หนึ่งในนั้นก็คืองานไวรัล ใครซื้อเต่าให้

จากวันที่ได้รับฟังเรื่องราวของแบรนด์เครื่องหนัง Viera by Ragazze ดมิสาฐ์รู้สึกถึงความพิเศษในเรื่องราวที่เกี่ยวกับเครื่องหนังซึ่งลูกค้าของแบรนด์มักมองหาแต่สิ่งเนี้ยบๆ ไม่ค่อยรู้ว่าเครื่องหนังต้องใช้ให้เกิดร่องรอยแล้วจะยิ่งสวย ทาง SOUR Bangkok จึงเสนอคอนเซปต์ Craft by Life ร่องรอยความสวยงามที่แตกต่างจากการใช้งานที่แตกต่างกัน ผลก็คือลูกค้าชอบมาก โดยตอนแรกทีมงานตั้งใจจะทำหนังสั้นเล่าร้อยเรียงเรื่องราว แต่ในขณะที่กำลังพรีเซนต์เพื่อเตรียมถ่ายทำจริงอยู่นั้นลูกค้าก็บรีฟเพิ่มเติมว่า “ขอหนังที่ดูไม่รู้เรื่องได้ไหม อันนี้มันรู้เรื่องเกินไป”

“ฟังแล้วท้าทายมากเลย (หัวเราะ) เพราะเราทำการสื่อสารซึ่งก็ต้องให้คนรู้เรื่อง สุดท้ายจึงกลายมาเป็น Fashion Film ที่อยู่ตรงกลางระหว่างการเล่าเรื่องแบบไม่รู้เรื่องและนำเสนอสินค้า ซึ่งก็ทำให้คนดูเข้าใจว่าคอนเซปต์คืออะไร และพอดีกับการรีแบรนด์ครั้งนี้ลูกค้าเปลี่ยนโลโก้เป็นรูปเต่า ในวินาทีสุดท้ายมากๆ ลูกค้าถามว่า ‘ใส่เต่าลงไปในหนังด้วยได้ไหม’ เราก็คิดว่าไหนๆ หนังก็มาทางนี้แล้ว ก็ให้ผู้หญิงสักคนในเรื่องเลี้ยงเต่าเลยแล้วกัน จึงเกิดเป็นเรื่องราวชีวิตหลายๆ คู่ในนั้นหนังสั้นเรื่องนี้ สุดท้ายหนังไม่ได้เฉลยนะว่าใครซื้อเต่าให้ใคร เลยเกิดเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ มันไม่รู้เรื่องแต่มันโอเค เป็นงานที่แปลกสุดที่เคยทำเพราะลูกค้าบรีฟได้เซอร์เรียลมากๆ”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok

Wonder Women x Women

และแม้จะเป็นเอเจนซี่ที่น้องใหม่ เมื่อถามถึงบทเรียนสำคัญของการทำธุรกิจนี้ ดมิสาฐ์ก็ชวนเรามองเห็นความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์และการทำงานอย่างตั้งใจ

“มีแบรนด์เกิดใหม่ทุกวัน พอใครมีไอเดียอะไรก็ลุกขึ้นมาทำแบรนด์ จากบทเรียนที่ผ่านมาเราพบว่าการสร้างแบรนด์ๆ หนึ่งให้โดดเด่นออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลูกค้าเองก็มีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น และถ้าสังเกตพฤติกรรมการรับสื่อปัจจุบันจะเห็นว่าในแต่ละวันคนเรารับเนื้อหาสุดทางมาก บางวันก็รุนแรงสุดๆ เศร้าหมองจากคดีฆ่าหั่นศพ และบางวันก็ชวนกันไปฮิตขนมหวานน้ำแข็งไส มันหลากหลายมากและสุดทางจนทำให้คนเราด้านชา เราจึงเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกงานที่ทำเราตั้งใจให้มีไอเดียที่แข็งแรงเป็นหลักเพื่อให้งานนั้นๆ ทำงานกับความรู้สึกของคน ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องยากและท้าทายเราและตลาดไม่น้อย” ได้ยินแบบนี้ก็ทำให้ไฟในการทำงานของเราลุกโชนขึ้นไม่น้อย ก่อนจะฝากคำแนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจจากความรัก

“ ‘ความรักกับการทำธุรกิจ’ สำหรับเราแล้วคนละเรื่องกันนะ รักอย่างเดียวบางทีก็ไปไม่รอด มันต้องมีทักษะด้านอื่นๆ ด้วย อย่างเราโตมาจากสายงานครีเอทีฟที่ทั้งชีวิตไม่เคยต้องบริหาร วันหนึ่งต้องมา run ธุรกิจทั้งหมด เป็นทั้งเจ้านาย เป็นทั้งลูกน้อง ต้องโน้มน้าวคน แม้กระทั่งทำออฟฟิศก็ต้องคุยกับช่าง รายละเอียดที่ต้องติดต่อประสานคนมันเยอะมากๆ ดังนั้นความรักอย่างเดียวจึงไม่พอ ปกติเราก็แค่คิดงาน พรีเซนต์งานลูกค้า ขายผ่าน ก็คือจบแล้ว แต่มันยังมีงานหลังบ้านอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการบริหารและเรื่องแหล่งเงินทุนซึ่งจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วย เรื่องความรักในสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ดีแต่ว่าต้องรู้จักหาคนที่จะดำเนินธุรกิจไปรอดได้ และโชคดีที่เราโตมากับพ่อและแม่ที่ทำกิจการเราก็เลยพอเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการอยู่บ้าง”

บทความนี้เรียบเรียงไปพร้อมๆ กับลองยาทาเล็บสีพีชสลับกากเพชรสีเขียวเทอควอยซ์

“When life gives you lemons, squeeze them in people’s eyes.” เรากลับขึ้นไปมองประโยคในบรรทัดแรกอีกครั้งก่อนขยิบตาข้างขวา แล้วแกล้งเปิดฝาแยมสตรอว์เบอร์รี่ Super Manly Man ที่ SOUR Bangkok ฝากมาให้ลองชิมไม่ออก

ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา
 ภาพ: SOUR Bangkok

The Rules

  1. ใช้ความเป็นผู้หญิงให้เป็นประโยชน์: ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจได้มาด้วยการบังคับ เราได้สิ่งที่เราต้องการมาด้วยการอ้อน
  2. ใช้ความอิจฉาจุดประกายเรา: อยู่ในวงการครีเอทีฟมันต้องมี passion เช่น CJ Worx ได้กรังด์ปรีซ์ เราจะยอมแพ้ไม่ได้ เราต้องทำงานให้ดียิ่งขึ้นไป จุดประกายให้เราอยากคิดงานดีๆ ออกมาทุกวัน
  3. คิดถึงคนอื่นเสมอ: พี่ต่อ (ธนญชัย ศรศรีวิชัย) สอนเสมอว่าทำงานให้คิดถึงคนอื่น คิดถึงลูกค้าด้วยว่าเขาจะขายของได้ไหม อย่าคิดถึงแต่ทำงานเอารางวัลเพียงอย่างเดียว

 

SOUR Bangkok

Website: www.sourbangkok.com
Facebook: SOUR Bangkok

 

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load