เมื่อเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดในวิกฤตโควิด-19 มีแอปพลิเคชันชื่อ ‘Sati App’ เปิดตัวในเวลาพอเหมาะพอดีกับบรรยากาศในสังคม

Sati App คือแอปพลิเคชันที่วางตัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แต่เป็นใครก็ตามที่อยู่ในภาวะเครียดและต้องการหาเพื่อนพูดคุย โดยจับคู่กับอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมในการเป็นผู้ฟังมาแล้ว ซึ่งจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Social Enterprise Thailand Forum 2021 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤศจิกายน 2564 นี้ 

เราต่อสายถึง อมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ที่มีหลักการทำงาน 3 ข้อ คือ Care ใส่ใจผู้ป่วย Connect ช่วยเหลือด้วยความเข้าใจ และ Communicate สื่อสารและรับฟังด้วยความเข้าใจ ทั้งหมดนี้เกิดจากประสบการณ์การเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าของตัวเอง ได้พบปัญหาที่เกิดขึ้นจากมุมมองที่คนอื่นมีต่อโรคนี้ ไปจนถึงเล็งเห็นช่องว่างด้านการช่วยเหลือและการรักษาที่ยังไม่เคยเติมเต็ม

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง

เริ่มต้นจากตัวเอง

จุดเริ่มต้นของ Sati App ต้องย้อนกลับไปใน ค.ศ. 2015 อมรเทพพบว่าตัวเองเริ่มมีภาวะซึมเศร้า จนต้องเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์ จากใบสั่งยาไม่กี่เม็ดกลายเป็น 16 เม็ดต่อวัน และผ่านการบำบัดด้วยไฟฟ้า 

เขาเล่าว่าตอนอยู่โรงพยาบาลก็รู้สึกปลอดภัย ไม่คิดว่าตัวเองอยู่คนเดียว เพราะแพทย์และพยาบาลรู้ว่าต้องคุยกับเขาอย่างไร แต่พอออกจากโรงพยาบาลทีไร มักได้ยินเรื่องเดิมซ้ำๆ เช่น ‘มีคนอื่นที่แย่กว่าแกอีก’ ‘คิดบวกไว้สิ’ หรือ ‘อย่าไปคิดมาก’ ‘เรายังมีรถขับ มีข้าวกิน’

“เรายิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เหมือนเป็นภาระคนอื่นไปหมด เราไม่สามารถใส่เสื้อแขนสั้นได้ เพราะมีรอยเต็มไปหมด ไม่สามารถเข้าสังคมได้ 

“ค.ศ. 2017 เราตัดสินใจจบชีวิตตัวเองรอบแรก เขียนจดหมายลาทุกอย่าง ทำลงไปแล้วโดนส่งเข้า ICU และโรงพยาบาลจิตเวชอีกครั้ง ออกมาคราวนี้แทนที่จะมีคนถามไถ่ กลับโดนต่อว่า ‘ฆ่าตัวตายเดี๋ยวต้องเกิดซ้ำอีกเจ็ดชาติ’ รู้ไหม ทำแบบนี้พ่อแม่จะเป็นยังไง’ ไม่มีใครถามเลยว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น”

หนึ่งปีถัดมา อาการของอมรเทพกลับมาอีกครั้ง เขาลองโทรไปที่ศูนย์ Suicide Prevention Hotline แต่ไม่มีใครรับสาย จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป อมรเทพออกจากโรงพยาบาลพร้อมคำถามที่หนักอึ้งในใจ ว่าทำไมสังคมไทยยังไม่คุยเรื่องสุขภาพจิตกันอย่างจริงจังสักที

หากมองการรักษาโลกนี้เป็นพีระมิด จะประกอบด้วยนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และการนอนโรงพยาบาล และเขาคิดว่าฐานล่างที่สุดควรเป็นผู้รับฟัง (Peer Support) ซึ่งยังขาดในสังคมบ้านเรา

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง

“ตอนแรกสร้างเพจชื่อ คุยกัน ให้เป็นพื้นที่ชวนคนมาคุยเรื่องปัญหาสุขภาพจิต แต่แค่นั้นไม่พอ อย่างตอนเรารักษา ผ่านมาแล้วทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โรงพยาบาลเอกชนแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายสูง โรงพยาบาลรัฐถูกกว่าจริง แต่ต้องเสียเวลาเป็นวันในการนัดหมายแต่ละครั้ง รอเจ็ดชั่วโมงได้เจอหมอเดี๋ยวเดียว

“แล้วกลุ่มคนที่มีปัญหาทางจิตเวชในสังคมไทยมีหลายระดับ แต่ละกลุ่มความเครียดที่แตกต่าง ส่วน Resource จิตแพทย์ก็มีไม่มากพอ เรามีจิตแพทย์อยู่หนึ่งคนต่อประชากรสองแสนห้าหมื่นคน มีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นประมาณหนึ่งคนต่อเยาวชนหนึ่งหมื่นคน แล้วจิตแพทย์ของประเทศส่วนมากก็อยู่ในเมืองใหญ่ๆ ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณอยู่นอกเมือง อาจจะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้”

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง

พื้นที่ปลอดภัย

Pain Point หลักที่อมรเทพเห็นในตอนนั้นมี 2 ข้อใหญ่ๆ 

หนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงเกินไป ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่ม

สอง สังคมยังขาด Peer Support หรือผู้ฟังเพื่อบรรเทาปัญหา ถ้ามีก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน

Sati App จึงเกิดขึ้นเพื่อมาแก้สองปัญหานี้อย่างยั่งยืน กลายเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างผู้มีปัญหา และผู้ฟังอาสาสมัครที่มีใจพร้อมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ และที่สำคัญ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ 

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง

ใครสนใจใช้งานสามารถสมัครสร้างโปรไฟล์ได้บนแอปพลิเคชัน เลือกใช้ชื่อ Username ได้หากไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ผู้ใช้ไม่ต้องถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า หากมีภาวะเศร้าซึมหรือรู้สึกตึงเครียดแล้วไม่มีที่ระบาย ก็เข้ามาใช้บริการแอปฯ นี้ได้เช่นกัน

ในส่วนของผู้ฟังอาสาสมัคร หรือ Listener หากเป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาอยู่แล้วให้ส่งหลักฐาน หากไม่เคยมีประสบการณ์หรือผ่านการฝึกอบรมมาก่อน ต้องเข้าอบรมตามที่เราแนะนำ และผ่านการทดสอบ 20 ข้อเพื่อให้มีความรู้ ความเอาใจใส่ และเข้าใจจิตใจอีกฝ่ายได้

“ในอนาคต เราตั้งใจจะขอโลเคชัน เช่น คุณอยู่ภาคอีสาน เราจะพยายามแมตช์ผู้ใช้กับผู้ฟังในภูมิภาคเดียวกัน เพราะอาจจะเข้าใจและใช้ภาษาเดียวกัน ถ้าผู้ใช้อยู่ภาคใต้ ก็จะได้แมตช์กับคนที่มีวัฒนธรรมเดียวกัน 

“ต่อไปถ้าเรามีข้อมูลเรื่องเพศ เราก็สามารถทำ Gender Matching ได้ ผู้หญิงบางคนอาจมีปัญหาที่อยากคุยกับผู้หญิงด้วยกันแล้วจะสบายใจกว่า หรือแม้กระทั่งภาษาก็สำคัญ ประเทศเราไม่ได้มีแค่คนไทยที่พูดภาษาไทย ยังมีคนต่างชาติที่เข้ามาทำงาน หรือบางคนอยากใช้สองภาษาก็ได้เช่นกัน”

Sati App แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาที่มีความเข้าใจจริง
แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาสมัคร ที่อยากแก้ปัญหาสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน

Sati App ไม่ได้บรรเทาปัญหาของคนที่มีอาการซึมเศร้าหรือตึงเครียดอย่างเดียว ขณะเดียวกัน แอปฯ นี้ก็ให้ความรู้กับคนทั่วไป เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ หลายครั้งคนมักคิดว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องของความคิด แต่ทางชีววิทยาก็มีส่วนเกี่ยวข้อง

“เช่น คุณเครียดมาก การส่งสัญญาณของประสาทเคมีก็จะบกพร่องได้ หรืออย่างเรื่องเพศ ถ้าดูตามตัวเลข ผู้หญิงมีแนวโน้มจะมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายฆ่าตัวตายเยอะกว่า ความไม่สมบูรณ์ทางร่างกายก็เกี่ยว อาจทำให้เขามีความเครียดสูงกว่าคนทั่วไป สิ่งแวดล้อมก็เหมือนกัน สังคมที่อยู่เท่าเทียมแค่ไหน มีปัญหาด้านการเงินหรือเปล่า ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความเข้าใจ

“เราจึงพยายามสร้างความเข้าใจตระหนักรู้เรื่องการดูแลตัวเอง เรื่องการช่วยเหลือคนรอบข้าง ไปจนถึงแนวทางในการจัดการกับปัญหานี้ ตัวเราเองยังได้ไปพูดตามเวทีต่างๆ นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับมูลนิธิสติ (SATI Foundation) ลงพื้นที่ไปอบรมเรื่องการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น ให้ชุมชนเข้าใจกระบวนการช่วยเหลือคนคนหนึ่งให้ผ่านพ้นจากภาวะนั้นให้ได้”

ธุรกิจเพื่อสังคม

อมรเทพจดทะเบียนบริษัทเป็น 2 รูปแบบคือ กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) เเละองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (Nonprofit Organization) โดย Sati App เป็นอย่างหลัง เพราะความตั้งใจแรกคือการให้บริการฟรี 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วอาศัยพลังจากภาคประชาชนมาสนับสนุนให้มากที่สุด

ในส่วนของกิจการเพื่อสังคมมีอยู่ 2 เรื่อง หนึ่งคือ E-learning Platform อบรมเรื่องการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นบนเว็บไซต์ เมื่ออบรมเสร็จ สามารถชำระเงินเพื่อรับใบประกาศนียบัตรเป็นหลักฐานได้ 

สองคือ พื้นที่ให้คนเข้าถึงจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา โดยรายได้จากส่วนนี้จะส่งกลับไปพัฒนา Sati App ให้ดำเนินการต่อไปได้เรื่อยๆ ทั้งยังเป็นประตูให้เกิดความร่วมมือและโอกาสอีกมากมาย

แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาสมัคร ที่อยากแก้ปัญหาสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน

“เราทำงานร่วมกับหลายองค์กร เช่น กรมสุขภาพจิต สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้การสนับสนุนเรื่องงบประมาณ คำปรึกษา และการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ซึ่งเป็นศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติของประเทศไทย ไปจนถึงบริษัท Microsoft ที่สนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันให้เกิดขึ้นผ่านโครงการ AI for Good”

ในปีที่ผ่านมา อมรเทพยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 50 วิทยากรที่เวที The World Economic Forum Annual Meeting 2020 ที่เมืองดาโวส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย

โลกที่เปลี่ยนไป

ปัจจุบันแอปพลิเคชันมีผู้ใช้งานเกือบ 5,000 ราย และมีผู้ฟังอาสาสมัครเกือบ 300 คน สิ่งที่อมรเทพอยากเห็นต่อจากนี้คือ การสร้างความตระหนักรู้เรื่องปัญหาสุขภาพจิต และความเท่าเทียมในการเข้าถึงระบบการดูแลรักษาสุขภาพจิต

“ประเทศเราอยู่ในกลุ่มที่มีฐานรายได้ต่ำถึงปานกลาง หมายความว่าอีกสิบปีข้างหน้า เราจะเป็นกลุ่มประเทศที่เปราะบางด้านปัญหาสุขภาพจิต และไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึงการรักษาได้ การที่ประชาชนไม่ได้อยู่ในภาวะที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นั้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เราอยากให้คนเข้าใจถึงสิ่งนี้ จะเพิ่ม Resource ที่เป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยามากขึ้นได้อย่างไร”

Sati App กำลังจะเปิดตัวที่สาธารณรัฐเช็ก โดยทำงานร่วมกับรัฐบาลของที่นั่น และตั้งใจขยายธุรกิจในทวีปยุโรปต่อไป อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบ AI Machine Learning 

“ถ้าเราเอาระบบนี้มาใช้ เวลาคนเข้ามาคุยในแอปฯ ระหว่างรอผู้ฟังก็จะได้คุยกับ AI ก่อน AI จะพิจารณาว่าคนคนนั้นมีความตึงเครียดมากกว่าปกติไหม เพื่อจัดลำดับสายตามอาการ หรือถ้าผู้ใช้พูดเรื่องฆ่าตัวตายหลายครั้ง ก็ส่งเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เลย ไม่ต้องผ่านการคุยกับ Listener แล้วเราเชื่อมข้อมูลกับกลุ่มของกรมสุขภาพจิต เพื่อส่งคนไปช่วยดูแลก่อนเขาจะทำอะไรลงไป ในทางกลับกัน ถ้าผู้ใช้เริ่มพูดจารุนแรงกับ Listener ระบบนี้ก็จะช่วยดูแลอาสาสมัครของเราด้วย”

แอปพลิเคชันเชื่อมผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกับผู้ฟังอาสาสมัคร ที่อยากแก้ปัญหาสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน

อมรเทพทิ้งท้ายว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เป็น Wake-up Call ที่ทำให้คนตระหนักถึงปัญหานี้เพราะมีความเครียดสูงขึ้น และแม้วันนี้สังคมอาจจะยังเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตไม่มากนัก แต่มีความต้องการที่จะเข้าใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อน 

นั่นเป็นเรื่องน่าชื่นใจสำหรับเขา

Social Enterprise Thailand Forum 2021 คือฟอรั่มสำหรับทุกคนที่เชื่อว่าธุรกิจสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งยังเป็นพื้นที่รวบรวมหน่วยงานสนับสนุนมากมายเพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ งานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤศจิกายน 2564 ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ https://goodsociety.network/goodsociety/Forum_SEThailand

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกับคำว่า ความงามจากธรรมชาติ หรือความงามแบบออร์แกนิก

หลายเดือนก่อน เพื่อนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความเห็นต่อรูปภาพรูปหนึ่งของเรา ภายใต้ท่าทางที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนไปทั้งดวงตา และพรางร่องรอยการอดหลับอดนอนด้วยที่ปกปิดใต้ตาสูตรเข้มข้น เพื่อนคนเดิมนิยามมันว่า เป็นความหมวยและสวยแบบออร์แกนิก

อย่าเพิ่งดับฝันกันด้วยการบอกว่าออร์แกนิกในที่นี้มีความหมายคนละอย่าง

เห็นด้วยทุกอย่างกับคำพูดที่ว่า สวยจากภายใน แต่โลกที่หมุนเร็วขนาดนี้ บางทีเราก็ต้องระเบิดความสวยนั้นออกมา

สาวจืดทุกคนคะ โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว คนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอย่างยั่งยืนและปลอดภัย เข้าอกเข้าใจการสวยแบบค่อยๆ เผยความสดใส เบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม ลองหยิบอายแชโดว์จากสารสกัดธรรมชาติหลายเฉดสี ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนคล้ายผ่านความร้อนแดด ตามด้วยลิปกลอสสีสวยมีส่วนผสมของผงโกโก้ ทำให้สีติดทนและมีรสชาติอร่อยๆ ติดริมฝีปาก ก่อนจะฉีดสเปรย์น้ำกุหลาบจากไร่ที่บัลแกเรียแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกพรมให้ทั่วทั้งหน้า เพิ่มความสดชื่นตลอดทั้งบ่าย

เครื่องสำอาง

ทั้งหมดนี้และอื่นๆ อีกมากมายดึงความสนใจของเราระหว่างสนทนากับ คุณป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดร้าน All About You ร้านคัดสรรผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก 

All About You

ยิ่งได้คุยถึงความตั้งใจตั้งต้น สรรพคุณสนุกๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และหลากหลายเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์คัดสรร เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ชื่อไม่คุ้น รับรองว่าหัวใจคุณจะเต้นไม่เป็นจังหวะ

เพื่อความงามอันเป็นนิรันดร์ ขอให้คุณเดินไปหยิบตะกร้าแล้วตามมาค่ะ
All About You

คนจะงาม งามที่ใจ และใช้ใบหน้า

น้อยคนจะรู้ว่า นอกจากความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ ราคาแพงที่เราจ่ายให้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกนั้น ผลและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและประทินผิวไม่ได้ด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติแบรนด์ดังและเวชภัณฑ์ทั่วไป

ความเข้าใจเกี่ยวกับออร์แกนิกของคนไทยเราเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา

คุณป๊อปเล่าให้ฟังว่า คนทั่วไปเริ่มมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกต่างไปจากเมื่อก่อน สังเกตได้จากผู้บริโภคในยุคหลังมานี้ใส่ใจดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้ รวมถึงการเข้ามาสอบถามรายละเอียดของส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียของทางร้านกันมากขึ้น

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ healthy lifestyle ที่ไม่เพียงสร้างไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเอง ตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และบริโภค ยังทำให้คนกลับมาตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตสมดุลเหมาะสมแล้วหรือยัง

เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ทางเลือกที่มากมายนั้นมีเพื่อรักษาสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง

“จะเห็นได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศ เขาจะมีแผนกสินค้าออร์แกนิกใหญ่มากๆ บางประเทศก็มีร้านที่ขายออร์แกนิกทั้งร้าน มีสินค้าทุกประเภท ที่สำคัญ มีคนจำนวนไม่น้อยเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ตลอดเวลา” คุณป๊อปเล่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออร์แกนิกกับความงาม ยิ่งศึกษาก็พบโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ จึงตัดสินใจต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญนำเข้ายามากว่า 30 ปี

All About You เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

“ผมรู้สึกสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เกี่ยวกับความงาม เพราะมองว่าเป็นสิ่งยั่งยืนมากกว่า ซึ่งไม่ใช่การสวยขาวภายใน 7 วัน แต่เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะใช้เวลา คุณจะไม่มีทางขาวแบบสะท้อนแสง แต่จะขาวสวยแบบผิวของคุณเอง ซึ่งบางทีเราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราอยากจะขาวขนาดนั้นมั้ย” คุณป๊อปเล่า

โชคดีที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ All About You เข้าใจความงามในแบบฉบับนี้ตรงกัน

นอกจากความดีงามที่ปราศจากสารเคมีอันส่งผลต่อผิวแล้ว เราสงสัยว่าตรารับรองหรือเครื่องหมายการันตีความปลอดภัยเหล่านี้ส่งผลต่อความรู้สึกลูกค้าในแต่ละประเทศอย่างไรบ้าง คุณป๊อปจึงเล่าว่า ในต่างประเทศ ตรารับรองเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องทางกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนจิตสำนึกต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

และแม้จะมีการพูดถึงเรื่องของออร์แกนิกในบ้านเราสักพักใหญ่แล้ว แต่เรื่ององค์ความรู้ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงามเหล่านี้ก็ยังมีอย่างจำกัด นอกจากจะเป็นร้านแรกในประเทศไทยที่คัดสรรและรวบรวมผลิตภัณฑ์แล้ว All About You ยังเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารความรู้นี้

นางงามมิตรภาพ

หากเป็นแผนการทำธุรกิจจากความรักและความตั้งใจ บทแรกของเรื่องราวในนั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการสร้างเรื่องราวของตัวเอง เราจึงสงสัยว่าทำไม All About You จึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้คัดสรร มากกว่าจะทำผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อตัวเอง

“เมื่อเริ่มต้น ผมมองว่าองค์ความรู้ของเราเองยังมีไม่มากพอ เราจึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้เลือกก่อน เราเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เขามีทั้งความรู้ มีองค์กรระดับชาติรับประกัน ขณะที่บ้านเรายังไม่มีหน่วยงานรับรองเหล่านี้ เราจึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของต่างประเทศ” คุณป๊อปอธิบายเหตุผลที่เราเห็นด้วยทุกประการ

ความน่าสนใจก็คือ ไม่เพียงเป็นผู้คัดสรรผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วโลก All About You ยังรับบทเป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ ตอบคำถามเรื่องส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์และให้คำแนะนำอย่างซื่อสัตย์เมื่อได้รับการร้องขอจากลูกค้า แม้กระทั่งสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในร้าน All About You

“ตอนแรกเราก็ไม่ได้ไปถึงขั้นจะเป็นที่ปรึกษา คิดแค่ว่าไม่ว่าอย่างไรเราต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นกลุ่มไหน จะมีตั้งแต่คนที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ไปจนถึงคนที่เพิ่งเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สิ่งสำคัญคือเราต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่แนะนำเพราะมีโปรโมชันหรืออยากทำยอดขายให้มากๆ แต่ต้องเหมาะสมกับลูกค้าจริงๆ” คุณป๊อปเสริมว่าแนวคิดนี้ทำให้สัดส่วนของลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำเป็นที่น่าพอใจ

All About You All About You

ลำดับต่อมา คือวิธีการคัดกรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาจำหน่ายที่ร้าน คุณป๊อปเล่าว่า หลังจากศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์จาก supplier จะเป็นหน้าที่ของเภสัชกรจากบริษัทแม่ ที่จะมาช่วยทดลองและตรวจสอบส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ All About You แตกต่างจากแบรนด์นำเข้าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั่วไป

เช่นเดียวกับปรัชญาของแบรนด์ที่บอกว่า High Performance Cosmetic Non-Toxic Beauty

“เราอยากบอกลูกค้าว่า การที่เราเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เป็นออร์แกนิก ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพที่มีจะด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลความงามทั่วไป เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้สารสกัดจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีได้ประสิทธิภาพสูงเช่นกัน โดยเฉพาะไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างสะสม ช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างยั่งยืน เป็นหลักการสำคัญของแบรนด์ที่เราอยากมอบความสวยงามอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า” คุณป๊อปกล่าว

ใครงามเลิศในปฐพี

ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว เพื่อจะเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแบบไหนจึงเหมาะสมค่าควร ซึ่งวิธีการคัดสรรของ All About You ได้แก่

อันดับแรก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดคือ สรรพคุณของสินค้า

นอกจากตัวแทนสาวงามจะมาผ่าน supplier ผู้ส่งเข้าประกวดแล้ว ทางร้านก็ต้องค้นหาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกที่อยู่ในตลาดนี้ รวบรวมรายชื่อ ก่อนค้นคว้าหารีวิวและกระแสตอบรับจากลูกค้า จากนั้นทดลองสั่งซื้อมาดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และทดลองสินค้าว่าเนื้อสัมผัสเหมาะกับผิวของคนไทยหรือไม่ รวมถึงกลิ่นที่ไม่แย่จนเกินไปนัก

“ต้องบอกก่อนว่าสินค้าออร์แกนิกจะมีกลิ่นที่เฉพาะที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีกลิ่นหอมน่าใช้ ซึ่งจากข้อมูลปัจจัยการแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว พบว่าเกิดจากสารสังเคราะห์แต่งกลิ่นเป็นอัตราที่สูงที่สุด ทางร้านเราจึงไม่มีกลิ่นหอมๆ แบบนั้นเลย จะมีก็แต่กลิ่นของ Essential Oil หรือน้ำมันหอมระเหย”

เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดหน้า All About You

เรื่องต่อมาคือ ราคา แม้จะมีกำแพงเรื่องภาษีแต่คุณป๊อปตั้งใจทำราคาให้ใกล้เคียงกับที่ขายในต่างประเทศ ขณะที่เรื่องบรรจุภัณฑ์สวยงามเป็นปัจจัยหลังสุดของการพิจารณา

เนื่องจากในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโดยทั่วไป จะมีการทำวิจัยเก็บข้อมูลเพื่อปรับและพัฒนาสูตรให้เข้ากับคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ และเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เลือกสรรมาจากต่างประเทศ ทำให้ All About You ทำงานยากขึ้นด้วยมั้ย เราถาม

“ถ้าติดตามจะสังเกตว่าช่วงหลังมานี้คนสนใจ oil ทาผิวกันมากขึ้น ในความเป็นจริงองค์ประกอบของผิวมีน้ำและน้ำมันเป็นส่วนประกอบพื้นฐานอยู่แล้ว สิ่งที่คืนความสมดุลให้ผิวควรมีองค์ประกอบของน้ำและน้ำมันเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันทุกตัวจะเหมาะกับผิวหน้า ก็ต้องเลือกเช่นกัน โดยทั่วไปคนไทยมีความกลัวการทาน้ำมันเยอะมาก อาจกลัวอุดตันหรือกลัวจะเป็นสิว แต่เมื่อให้ความรู้คนก็กล้าทดลองและผลก็คือผิวสุขภาพดีขึ้น” ซึ่งสุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวพิสูจน์ผลิตภัณฑ์นั้นและทำให้คนกล้าเปิดใจลองผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากขึ้น

ขณะที่ชื่อเสียงและเรื่องราวของแบรนด์ก็เป็นอีกปัจจัยพิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ น่าสนใจ

All About You

หนึ่งในเรื่องราวของแบรนด์ที่คุณป๊อปชอบมาก คือแบรนด์ที่ชื่อว่า Mad Hippie จากสหรัฐอเมริกา เริ่มจากผู้ก่อตั้งอยู่วงการเครื่องสำอาง ส่วนสามีเป็นนักโต้คลื่น ต่อมากิจกรรมที่รักของสามีทำให้ผิวของเขาเสียและแพ้ง่าย เธอจึงพัฒนาสูตรและออกผลิตภัณฑ์ที่ทั้งกันแดดและลดปัญหาริ้วรอย จนได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกา

อีกแบรนด์คือ Alteya Organics จากบัลแกเรีย เป็นแบรนด์ที่มีไร่กุหลาบของตัวเอง ที่น่าสนใจคือ น้อยคนจะรู้ว่าบัลแกเรียเป็นประเทศที่เป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ดีที่สุดในโลก ที่นี่มี rose water น้ำกุหลาบแท้ๆ ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันสิว ลดการอักเสบ ทำให้ภูมิของผิวดีขึ้น มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์จากน้ำมันกุหลาบ โดยปกติราคาขายน้ำมันกุหลาบสำหรับเป็น raw material อยู่ที่กิโลกรัมละ 2 แสนบาท นอกจากมีไร่ของตัวเองแล้ว ยังมีห้องแล็บที่สกัดอยู่ที่นั่น ดังนั้นทุกอย่างจึงสดใหม่มากๆ

“ที่สำคัญ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบนั้นมีแค่ปีละ 1 ครั้งและต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น กลิ่นที่ได้เป็นกลิ่นกุหลาบแท้ๆ ซึ่งช่วงแรกเราต้องให้ความรู้เรื่องนี้เยอะมาก เพราะคนทั่วไปเคยชินกับกลิ่นกุหลาบหอมๆ” ก่อนที่คุณป๊อปจะเสริมว่า การได้สินค้าจากประเทศที่เป็นแหล่งปลูกทำให้รู้สึกว่าได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่จริงๆ  

เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

งด-งาม

อีกเรื่องที่สำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก คือในเมื่อคนเรามีโอกาสที่จะแพ้ถั่ว แพ้แป้งสาลี จากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็เช่นเดียวกัน คุณมีโอกาสเกิดอาการแพ้ตามลักษณะจำเพาะบุคคล แต่ถึงกระนั้น All About You ทำการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงและการเกิดสารตกค้าง

“เช่น พาราเบน ที่แม้มีทั้งชนิดที่องค์การอาหารและยาประกาศห้ามใช้และอนุญาตให้ใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเคยมีงานวิจัยพบว่าพาราเบนอาจเป็นสาเหตุที่ให้ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ทางร้านเราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านั้นในร้านเลย หรือสาร SLS ที่อยู่ในสบู่และแชมพูช่วยให้เกิดฟอง บางคนแพ้และมีอาการระคายเคือง เราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านี้”

ช้าช้าในใบหน้างามงาม

ตลอดการสนทนาเราเห็นว่าสิ่งที่คุณป๊อปและ All About You นำเสนอนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นผู้ประกอบการจึงคิดทำสิ่งนี้ แต่มาจากความเชื่ออย่างแท้จริงว่า สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แต่คือไลฟ์สไตล์ ให้ความรู้และปลูกฝังความเข้าใจอีกด้านหนึ่ง

ป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์

“ส่วนตัวผมเป็นคนที่เชื่อว่าธรรมชาติดีที่สุด มีวิจัยให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าบุคคลที่มีอายุยืนยาวในโลกอาศัยในประเทศใดบ้าง ถ้าศึกษาวิถีชีวิตพวกเขาเหล่านี้จะพบว่าเขาไม่กินอาหารรสจัดไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนัก ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูแล้วลองวินิจฉัยว่าหากไม่อยากเป็นอย่างนั้นเราควรเลือกรับ เลือกปฏิเสธ และใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากการกินอาหารที่พิถีพิถันและปลอดภัยแล้ว ผิวพรรณก็สำคัญ ผิวหน้าและหนังศีรษะของเราดูดซึมสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายมากกว่าส่วนอื่นๆ ถึง 7 เท่า ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหน้าทั้งหมดจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว ครีมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจึงส่งผลตามที่เราสัมผัสได้จริงๆ”

เหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ความงาม แต่เป็นการเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตของเรา ราวกับจะบอกเราว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้

“การใส่ใจเรื่องรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเรายากขึ้นมั้ย” เราถาม

“ถ้าในแง่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ยุ่งยากขึ้นหรอก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมบางอย่าง ทดลองเปิดใจเพื่อทำความรู้จัก” คุณป๊อปตอบ

จริงอยู่ที่ความงามในอุดมคติเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งไม่ว่าคุณจะรัก ชอบ และเชื่อ ในวิถีธรรมชาติหรือไม่ มีมุมมองต่อความงามภายนอกหรือภายในอย่างไร ทุกอย่างล้วนเกิดจากการเลือกสรรและจังหวะชีวิตที่พอเหมาะพอดี เช่นเดียวกับความตั้งใจของร้านผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกคัดสรร All About You ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวสวยอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

The Rules

  1. อย่ายอมแพ้
  2. อย่าหยุดเรียนรู้
  3. ทำงานเป็นทีม และสร้างพันธมิตรทั้งในและนอกองค์กร

Website: www.allaboutyou.co.th

Facebook: allaboutyouorganics

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load