ตามคติของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งมีเทวะเทวีมากมายสุดจะประมาณได้ แต่ละสายงานย่อมต้องมีเทพเจ้าอย่างน้อยหนึ่งองค์ที่อุปถัมภ์ค้ำชูผู้ประกอบอาชีพนั้น ๆ

คนประกอบอาชีพครูอาจารย์ควรนับถือ ‘พระแม่สุรัสวดี’ ซึ่งเป็นเทวีแห่งศิลปะและการเรียนรู้ ส่วนผู้ที่ทำงานด้านการค้าและการเงินก็นิยมบูชา ‘พระแม่ลักษมี’ เทวีแห่งโชคลาภ หรือถ้าหากเป็นผู้บริหาร มีบริวารต้องปกครอง ก็ต้องเลื่อมใสในเทพผู้ประทานความกล้าหาญชาญชัยเยี่ยง ‘พระขันทกุมาร’

แต่หากเป็น ‘คน 4 อาชีพ’ อย่าง โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต แล้วไซร้ คงมีเทพไม่กี่องค์ที่จะประทานพรครอบคลุมทุกอาชีพของเขาได้เหมือนกับ ‘พระพิฆเนศ’ ผู้ทรงความสำเร็จทั้งปวง

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

คนส่วนใหญ่น่าจะได้รู้จักโน้ตในบทบาทนักร้องหนุ่มเสียงดีจากนครสวรรค์ ผู้ชนะเลิศรางวัลเคพีเอ็น จูเนียร์ อวอร์ด พ.ศ. 2534 ต่อด้วยรางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทยในอีก 10 ปีถัดมา

ทุกวันนี้ ‘โน้ต KPN’ ยังคงร้องเพลง พากย์เสียง และแสดงละครเวทีด้วยใจรัก แม้จะต้องห่างหน้าจากบรรดาแฟนเพลงบ่อยหน่อย เนื่องด้วยงานประจำที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่อนข้างรัดตัว แถมยังทำอาชีพเสริมเป็นคอลัมนิสต์กับอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยหลายสถาบันอีก

นอกจากงานทั้ง 4 ที่สาธยายมาข้างต้น โน้ตยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่เสริมเติมมาในรอบ 5 ปีหลัง คือการเป็นนักสะสมองค์พระพิฆเนศนานารูปแบบ ซึ่งมีเยอะเสียจนเจ้าตัวกะจำนวนไม่หวาดไม่ไหว

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แล้วตามโน้ตไปเจาะลึกบทบาทที่ 5 ของเขาพร้อม ๆ กัน

รู้จัก

ทั้งที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพราหมณ์-ฮินดู ทว่าเราชาวไทยที่ในบัตรประชาชนระบุว่านับถือศาสนาพุทธร้อยทั้งร้อยก็ย่อมได้รู้จัก ได้เห็น ตลอดจนได้ขอพรต่อเทวดาผู้มีเศียรเป็นช้างมาแต่เล็กแต่น้อย เหตุเพราะวัฒนธรรมไทยได้ซึมซับความเชื่อทั้งพุทธและพราหมณ์มานานนม วงการศิลปะไทยที่รับเอาขนบประเพณีฝ่ายพราหมณ์มาใช้อย่างเต็มเปี่ยมก็บูชาพระพิฆเนศเป็นเทพประจำวงการ

“ผมเป็นคนสายดนตรี ก็ได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้วล่ะ เพราะร้องเพลงมาตั้งแต่ 8 ขวบ 9 ขวบ ก็เห็นผู้ใหญ่บางคนเขาบูชา ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ๆ ก็งงว่าทำไมบูชาท่าน สิ่งที่รู้สึกว่าแปลกใจคือท่านมีรูปลักษณ์ที่พิเศษ คือเศียรเป็นช้าง แต่องค์เป็นคน บางองค์ก็มี 4 กร มีหลายกร”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

เจ้าของศิลปะพระพิฆเนศนับร้อยองค์ระลึกถึงวันที่เขาเพิ่งได้รู้จักโอรสแห่งพระศิวะและพระแม่อุมาเทวีใหม่ ๆ พร้อมทั้งย้ำว่าเขาคงไม่ได้บูชาพระองค์ หากมิได้ก้าวเท้ามาอยู่ในวงการเสียงเพลง

“ในวงการนี้เขานับถือ ‘พระพิฆเนศ’ เพราะถือว่าท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จ เทพแห่งศิลปะ แต่ก็แล้วแต่ความเชื่อกันไป เพราะแต่ละองค์ แต่ละคนจะเชื่อในทิศทางที่ไม่เหมือนกัน ส่วนมากแล้วใจความสำคัญเป็นเรื่องศิลปะกับความสำเร็จเป็นหลัก ก็จะขอพรในเรื่องเหล่านี้เป็นหลัก

“ตั้งแต่เด็กมาผมก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้มาบูชาหรือนับถือ แต่การที่เราเป็นนักร้องก็มีคนมาให้ ‘พระพิฆเนศ’ มีคนให้มาตลอดแหละครับ ตอนนั้นก็ไม่เก็ต จนเมื่อไม่นานมานี้ สัก 5 – 6 ปีหลัง ก็มีคนมาทักอีกว่า ไหน ๆ เราก็ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว ทำไมไม่ลองไหว้ท่านดู”

บูชา

“ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจ เพราะผมก็เป็นคนศาสนาพุทธ รู้สึกว่ามันจะขัดแย้งกันไหม ก็ลองมาคิดดู แล้วก็คิดได้ว่าไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะพุทธเราก็ไม่ได้ปิดกั้น ห้ามนู่นห้ามนี่ ก็เลยลองไหว้”

คิดสะระตะเสร็จพลัน โน้ตจึงบ่ายหน้าไปยังวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) แล้วตัดสินใจเช่าพระพิฆเนศองค์แรกมาบูชาด้วยตัวเอง เป็นพระพิฆเนศสัมฤทธิ์สีดำ ปางลีลา ซึ่งในเวลานั้นเขายังไม่เข้าใจกระทั่งความหมายของชื่อปาง รวมทั้งคำทายทักของคนรู้จักที่ว่า “ถ้าได้องค์แรกมาปุ๊บ เดี๋ยวองค์ที่เหลือตามมาเพียบ”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

“ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะตามมายังไง เพราะองค์หนึ่งก็ไม่ได้ถูก มีราคา ยิ่งถ้าเป็นวัสดุอย่างสัมฤทธิ์ก็แพงใช่มั้ย เราก็ไหว้แค่องค์เดียวนี่แหละ ไหว้ไปตามศรัทธาก็ตัวเรามี ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีศรัทธาหรือยัง เพราะมีคนบอกเราก็ลองทำ”

เขากล่าวด้วยสีหน้างุนงงประกอบวาจา

“แล้วคนก็เริ่มพูดว่าเดี๋ยวจะได้เจออภินิหารของท่าน ท่านจะมาให้รู้ว่าท่านมีจริง แต่ผ่านมา 3 – 4 เดือนแล้วก็ยังไม่เห็นเจอเลย…” สีหน้าโน้ตยังไม่คลายความตื่นเต้นเมื่อเล่าถึง ‘อภินิหาร’ ที่พบมากับตัว

คลังสะสมพระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ ที่มีทั้งองค์เศียร เหรียญจิ๋ว จนถึงหุ่นแนวการ์ตูน

นั่นคือช่วงที่เขาพักอยู่ที่คอนโดมิเนียมห้องหัวมุมเพียงลำพัง คืนหนึ่งขณะที่โน้ตหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา มีเสียงผู้ชายร่างใหญ่ตะโกนเรียกชื่อ “โน้ต” ดังเสียจนตัวเขาสะดุ้งตื่น ครั้นตั้งสติหลับตาลงนอนอีกครั้ง นิมิตแรกที่เห็นในภวังค์คือพระพิฆเนศองค์มหึมา มีสรรพางค์กายสีชมพู อยู่ห่างจากใบหน้าของเขาแค่คืบ ฉวีวรรณระยิบพริบพรายล้วนชมพูพริ้ง ประทับยืนตระมื่นอยู่เบื้องหน้า

“นี่ขนลุกนะ เล่าแล้วยังขนลุกอยู่เลย” หนุ่ม 4 อาชีพเอ่ยพลางลูบแขนตัวเองไปพลาง “มันกึ่งฝันกึ่งจริง ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือความฝัน ผมเหลือบขึ้นไปมอง เห็นเป็นเศียรช้างเลย แล้วงวงท่านก็สะบัด ผมจะลืมตาขึ้นมาพิสูจน์ก็ลืมได้ แต่พอหลับตาใหม่ท่านก็ยังอยู่อย่างนั้น แต่ไม่ได้ใส่ใจผม ไม่ได้พูดกับผมเลยสักคำเดียว เหมือนแค่มาปรากฏให้เห็นว่าท่านมีอยู่จริง”

ศรัทธา

ประสบการณ์ลี้ลับในคอนโดมิเนียมเมื่อหลายปีก่อน ช่วยยกระดับความผูกพันที่โน้ตมีต่อองค์คณปติ จากเคยรับมาบูชาในฐานะเทพประจำวงการ มาบัดนี้เขารู้แล้วว่าพระพิฆเนศทรงอยู่กับเขา โน้ตเลยขยับสถานะทางความเชื่อของตนเองจากผู้บูชาเป็นผู้ศรัทธาองค์พระพิฆเนศในที่สุด

“หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนมาให้บ้าง เช่าเองบ้าง ทั้งให้ทั้งเช่า จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปประกวดร้องเพลงที่สหรัฐอเมริการายการ World Championship of Performing Arts 2017 ที่ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ กับ แนน-สาธิดา พรหมพิริยะ ไปประกวดแล้วได้รับรางวัลกลับมา”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ก่อนออกเดินทาง โน้ตไหว้ขอกำลังใจจากพระพิฆเนศที่บ้าน โดยวอนขอให้ท่านติดตามไปด้วย แล้วเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเป็นลำดับ เริ่มด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อกลางดึกระหว่างค้างแรมที่บ้านเพื่อน พอรุ่งสาง เพื่อนคนหนึ่งผู้มีวิชาการพยากรณ์ไพ่ได้อาสาดูดวงชะตาให้เขา โน้ตสุ่มไพ่ได้ไพ่ลายพระพิฆเนศ ซึ่งเพื่อนเกลอตีความหมายของไพ่ใบนั้นได้ว่า

“พระพิฆเนศอยู่กับแก”

เหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นกับตัวบ่อยเข้า ยิ่งเสริมความมั่นใจแก่โน้ตว่า พระพิฆเนศทรงปกป้องคุ้มครองเขามาตลอด แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่ส่งมาด้วยใจ

สะสม

“นี่แค่บางส่วนนะครับ ยังมีที่บ้านนครสวรรค์กับที่ทำงานอีกเยอะ ขนมาไม่ไหว”

โน้ตออกตัวขณะเปิดบ้านหลังงามในหมู่บ้านจัดสรร อันแลลานตาด้วยงานศิลปะพระพิฆเนศทั้งที่มีไว้สำหรับบูชาและตกแต่งห้อง เรียกได้ว่าปราดตาไปทางใดก็พบเศียรช้างที่มีงาหักข้างหนึ่งได้ทั้งสิ้น

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

“มาด้วยหลากหลายสาเหตุ ทั้งคนให้ เช่าเอง สมมติไปแสดง คนเขาก็จะให้มา บางคนให้มาเพราะรู้ว่าเราชอบ บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าเราชอบแต่ก็ให้ ส่วนใหญ่ก็จะมาจากการให้มากกว่า ซึ่งก็เป็นไปตามคนที่เคยพูดแหละว่า พอองค์แรกมา องค์ที่เหลือมาแน่ แล้วมาเยอะด้วย ลองสังเกตดูแล้วกัน (หัวเราะ)”

แล้วถ้าต้องเลือกเอง ผู้สะสมพระพิฆเนศมีวิธีการเลือกอย่างไร ประเด็นนี้โน้ตมีคำตอบ

“อย่างแรกคือถูกชะตาก่อน เห็นแล้วรู้สึกว่าใช่ก็จะเลือก ต้องบอกว่าไม่ใช่ทุกองค์ที่เราเห็นแล้วจะรู้สึกว่าใช่เลยนะ ต่อให้บางองค์คนนิยมกัน แต่เราไม่ถูกชะตาก็ไม่อิงตามกระแส

“อย่างที่สองคือเลือกด้วยปาง แต่ละปางมีความหมายอย่างไร บางปางเขาก็บูชาเฉพาะในบางเหตุการณ์ เช่น ปางออกศึกก็ต้องบูชาในเหตุการณ์ต่อสู้แข่งขัน คือเราก็คงไม่ได้พึ่งบารมีท่านทุกปาง บูชาทุกเวลาก็คงไม่ใช่

“แล้วสังเกตว่าถ้าผมเป็นคนเลือก จะเลือกองค์ที่ไม่ซ้ำกัน ไม่มีแบบแผนว่าต้องเลือกองค์ที่ดูไทยจ๋าอะไรแบบนี้ ผมรู้สึกว่าพวกนี้เป็นงานศิลปะ เรามองแล้วเราสบายใจด้วย เราชื่นชมศิลปะชิ้นนี้ด้วย เราก็มีความสุข แต่ขณะเดียวกันเราก็มีศรัทธา สามารถผูกใจไว้กับท่านได้ด้วย มันเลยมี 2 มิติที่ต้องสมดุลกัน ระหว่างความเชื่อและศิลปะ มองแล้วมีความสุข เป็นงานศิลป์ที่สวยอย่างนี้ครับ”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ในโอกาสที่พระพิฆเนศหลายสิบองค์ของโน้ตได้รับการอัญเชิญมาไว้ในห้องรับแขกเป็นกรณีพิเศษ อดีตผู้ชนะรางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทยขอหยิบยกพระพิฆเนศ 8 องค์ที่เขาประทับใจที่สุดมาเล่าขานชีวิต 5 ปีหลังบนเส้นทางของผู้ศรัทธา ซึ่งโน้ตยังไม่วายแบ่งรับแบ่งสู้อีกว่า

“จริง ๆ ทุกองค์ดีหมดเลยนะ เพราะว่าตอนจะเช่า เราเลือกอย่างมาก”

1. สัมฤทธิ์สีดำ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง สัมฤทธิ์สีดำ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

“แน่นอน องค์แรกก็ต้องเป็นองค์นี้ คือองค์ปฐมฤกษ์ของผม ได้มาจากวัดแขกสีลม คนเขาบอกว่าควรจะบูชาและควรจะเป็นปางลีลา เพราะว่าด้วยอาชีพของผมก็เป็นนักร้องและแสดงละครเวทีด้วย ดังนั้นปางนี้เลยค่อนข้างตรงกับจริตอาชีพ พอไปถึงวัดแขกก็เลือก เป็นองค์ที่แทบจะเป็นองค์สุดท้ายแล้วมั้ง ก็เช่ามาเลย แล้วให้ทางพราหมณ์ทำพิธี”

2. องค์จำลองจากอุทยานพระพิฆเนศ จังหวัดฉะเชิงเทรา

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง องค์จำลองจากอุทยานพระ

“องค์นี้เป็นองค์ที่จำลองมาจากองค์ยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่ฉะเชิงเทรา เหมือนเป๊ะทุกอย่าง มีตัวเลขที่ฐาน องค์นี้ต้องบอกว่าราคาสูงไปสำหรับงบประมาณที่ผมวาง แต่เหมือนธรรมะจัดสรร อยู่ ๆ ก็เจอคนที่ปล่อยเช่าให้เรา ก็ได้นัดเจอกับคนขาย เขาก็บอกว่าตั้งใจปล่อย เลือกคนปล่อยให้ เพราะเขามีแบบนี้หลายองค์แล้ว จะปล่อยหนึ่งองค์ ผมก็เลยได้คุยแล้วถูกคอกัน เขาก็ปล่อยเช่า”

3. พระศรีคเณศวิเศษศิลป์ วัดแค เมืองสุพรรณบุรี

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง พระศรีคเณศวิเศษศิลป์ วัดแค เมืองสุพรรณบุรี

“อีกองค์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำคือองค์นี้ เราจะไม่เห็นองค์ที่ถือดอกบัวแบบนี้ทั่ว ๆ ไป จัดสร้างโดยวัดที่สุพรรณบุรีในวาระพิเศษเพื่อเรี่ยไรเงินบุญเข้าวัด ผมเห็นว่าปางที่ถือดอกบัวแบบนี้ไม่เหมือนใครดี และด้วยรูปทรง สีสัน การตกแต่งรายละเอียดสวยมาก ก็เลยคอนเฟิร์มทันที ตอนนี้ราคาองค์นี้ไปเท่าไหร่แล้วผมก็ไม่รู้ อย่างน้อยน่าจะคูณ 3 แต่เราเช่าได้ในราคาเริ่มต้น เพราะเป็นล็อตแรก ๆ ที่จองกับเขาเลยครับ”

4. องค์เศียร

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง องค์เศียร

“ผู้ใหญ่ที่เคารพรักกันมอบให้จากงานคอนเสิร์ตที่เพิ่งผ่านมา ผมอยากบูชาองค์เศียรอยู่แล้ว ดังนั้นก็คิดว่าจังหวะ อาจารย์ท่านนี้มอบให้มาพอดี”

5. ปางขัดสมาธิที่ได้มาจากการฝัน

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางขัดสมาธิที่ได้มาจากการฝัน

“เมื่อก่อน ตอนยังไม่มีโควิด ผมชอบไปเดินเจเจมอลล์ แล้วปรากฏว่าคราวนั้นเห็นจากไกล ๆ เราไม่รู้ว่าคือพระพิฆเนศหรืออะไร รู้แต่ว่าดูสวยจัง เพราะท่านฝังอยู่บนหิน หมายถึงเกิดจากการแกะหิน

“คืนหนึ่งก็ฝัน อันนี้รู้เลยว่าอยู่ในฝัน เห็นพระพิฆเนศรูปร่างหน้าตาสวยงามแบบนี้เป๊ะ ร่างท่านเป็นสีแดงหมดเลย ผมไม่เคยมีสีแดงแบบนี้ พอลืมตาตื่นมาก็ไถเฟซบุ๊กตามสไตล์เรา แล้วก็ไปเจอแบบนี้เป๊ะเลย เป็นองค์หายาก กำลังจะผลิตเพิ่ม ถอดแบบมาจากความฝันทุกอย่าง เป็นปางนั่งขัดสมาธิ”

6. ปางออกศึก ดุแต่น่ารัก

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางออกศึก ดุแต่น่ารัก

“มีช่วงหนึ่งที่ต้องสู้กับชีวิต ก็นึกถึงปางออกศึก แต่เวลาเราไปหาเช่าปางออกศึกก็มักจะเจอแต่ปางที่ดุ แล้วก็จะมีลีลาของการรบจริง ๆ ซึ่งก็เข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของปางนี้คือเพื่อการสู้ แต่เผอิญว่าไปเจออาจารย์ที่อยู่ ๆ คุยกันถูกคอ 

“ก็ได้มาเป็นปางออกศึกกึ่ง ๆ Comic คือถามว่าสู้ไหม สู้ อาวุธครบมือ แต่จริง ๆ อารมณ์ดี ที่ตีความเองก็คือเลือกที่จะเป็นใคร ตัวตนของเราเป็นคนน่ารักได้ แต่เมื่อถึงเวลาเราต้องสู้ก็สู้นะ”

7. ตุ๊กตาเซรามิกที่ช่วยให้เปิดใจ

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางตุ๊กตาเซรามิกที่ช่วยให้เปิดใจ

“ศิลปินคนที่ทำชิ้นนี้เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กด้วย ตอนเขาทำงานแนวนี้ออกมาทีแรก ผมยังรู้สึกขัดแย้งในใจนิดหนึ่ง พระพิฆเนศท่านเป็นเทพนะ มาทำเล่นในมุมแบบดู ๆ เป็นของเหมือนการ์ตูนได้เหรอ ช่วงนั้นเรานับถือมาก ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ แต่พอเห็นเขาผลิตงานออกไปอย่างต่อเนื่อง ก็ลองไปคลุกคลีดู

“เขาบอกว่าเขาไม่ได้ไม่เคารพ แต่มันคือการแสดงออกทางศิลปะของเขา แล้วเขาไม่ได้ทำให้รูปแบบท่านน่าเกลียด ก็เลยรู้สึกว่านั่นทำให้เราเปิดใจมากขึ้นว่าก็น่ารักดี ไม่ได้ไปลดทอนคุณค่าความเป็นเทพของท่านซะที่ไหน ถ้าใจเราบูชา ท่านก็คือท่านนั่นแหละ ไม่ว่าอยู่ในรูปไหนก็ตามแต่”

8. องค์สีฟ้า งาเต็ม

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางองค์สีฟ้า งาเต็ม

“วิธีการทำของศิลปินองค์นี้พิเศษมาก เพราะด้วยสี เห็นไหม ไม่เหมือนใครเลย ทั้งหมดทั้งมวลนี้เขาทำสีพิเศษ แล้วสังเกตสิครับว่าปกติพระพิฆเนศจะต้องมีงาหักหนึ่งข้าง (เพราะถูกขวานของปรศุรามตัด – ผู้เขียน) แต่องค์นี้งาท่านเต็ม ศิลปินเขาว่าเป็นช่วงที่ท่านยังมีงาอยู่ครบ แล้วอยู่ในปางสมาธิ คือพระพิฆเนศไม่ได้ออกแผลงฤทธิ์อย่างเดียว ท่านก็อยู่ในสมาธิได้ด้วยเหมือนกัน”

พึ่งพิงใจ

ถึงจะได้ครอบครองศิลปกรรมพระพิฆเนศจำนวนเหลือคณานับ แล้วยังสัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติมาหลายหน หากโน้ตยืนกรานหนักแน่นว่าเขาไม่ใช่สายมูผู้งมงาย

“อะไรที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลเราก็ไม่เชื่อ ยังไงเราก็ยังต้องใช้หลักของเหตุผลและวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิตอยู่ดีแหละครับ” เพราะอย่างนี้ พระพิฆเนศสำหรับโน้ตจึงทรงเป็นสรณะทางใจ มิใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตที่ต้องทุ่มสุดตัวทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์เพียงเพื่อสังเวยบวงสรวง

พาชมคลัง 'พระพิฆเนศ' ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ยามใดที่โน้ตต้องการขวัญกำลังใจเป็นพิเศษ เขาก็จะนึกถึงท่าน สวดมนต์บทบูชาสั้น ๆ ประจำองค์ท่านว่า “โอม ศรี คเณศายะ นะมะหะ” 3 จบ หรือ 5 จบตามแต่โอกาส

และบูชาองค์ท่านด้วยวิธีการและเครื่องสักการะไม่เหมือนใคร

“ผมรู้สึกว่าท่านคอยช่วยผมในการทำงานอยู่เสมอ เลยจะตอบแทนท่านด้วยผลของการทำงาน” โน้ตว่าพลางขยายความทันทีที่เห็นคุณผู้อ่านมีเครื่องหมายคำถามผุดบนใบหน้า

“อย่างเช่นเวลาเราไปขึ้นแสดง ออกคอนเสิร์ต ก็จะมีคนเอาดอกไม้มาให้ใช่ไหมครับ ทุกครั้งที่ได้มา ผมก็จะแบ่งดอกไม้บางส่วนไปถวายท่านเพื่อขอบคุณที่ให้ผลของงานนี้ ไม่รู้มีใครบูชาแบบนี้อีกหรือเปล่านะ แต่นี่เป็นวิธีของผม”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

นับจากวันแรกที่เช่าพระพิฆเนศสัมฤทธิ์จากวัดแขกสีลมเมื่อหลายปีก่อน ชื่อเสียงความเป็นนักสะสมองค์พระพิฆเนศของโน้ตค่อย ๆ ขจรขจายในหมู่เพื่อนฝูงไปเรื่อย ๆ กระทั่งเป็นผู้คอยให้คำปรึกษาและแนะนำคนใกล้ตัวที่อยากเริ่มต้นบูชาเทพผู้ขจัดอุปสรรคปัญหา แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

บทบาทที่ 5 ของโน้ตอาจไม่ก่อเกิดรายได้เหมือนอย่างการบริหารองค์กร ขับร้อง สอนหนังสือ หรือแม้แต่เขียนบทความตามสื่อต่าง ๆ 

แต่ก็ดูราวกับว่าบทบาทนี้มีส่วนช่วยให้บทบาทอื่น ๆ ของเขาดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่นสุขสันต์ ด้วยพลังใจล้นเหลือ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘ศรัทธา’ นี่เอง

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

Avatar

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

คำว่า ‘หลงรัก’ อาจอธิบายความรู้สึกได้น้อยไป แต่ถ้า ‘หลงใหล’ คงพออธิบายได้ว่าทำไมคอนโดของ เอก-ทวีป ฤทธินภากร จึงได้ให้ความรู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่มีคลังสมบัติอายุเฉลี่ยนับร้อยปีวางดาษดื่นขนาดนี้

เอก ทวีป ไม่ใช่แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าลุนตยา แต่เขาคือนักสะสมผู้ใช้ความหลงใหลและเวลากว่า 20 ปี ทุ่มเทเก็บเกี่ยวทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับพม่า ตั้งใจร่ำเรียนตำราด้วยตัวเอง และถึงขั้นเรียนภาษาพม่านาน 3 ปี เพื่อให้อ่านหลักฐานที่พบได้เข้าใจ

วันนี้ ความชอบไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เขาได้ต้อนรับแขกผู้สนใจมากถึง 5 คนในคราวเดียว แต่เพราะเอกเป็นทั้งภัณฑารักษ์ผู้รอบรู้ (สำหรับเรา) นักเรียนดีเด่นผู้ไม่เคยหยุดศึกษา และนักเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงสิ่งของทุกชิ้นเข้าหากันด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิตของเขา

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

เอกเติบโตมาในปี 1980 มีบ้านอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถไปไม่เกินชั่วโมงก็จะข้ามพรมแดนสู่ดินแดนแห่งทองคำ เขาเล่าว่าตอนเด็กเคยได้ยินเสียงคนยิงกันดังไกลถึงอำเภอฝาง เมื่อถามผู้ใหญ่ก็ได้คำตอบว่าเป็นชาวไทใหญ่ ไม่ก็ชาวเขา 

นั่นคือภาพจำในยุคที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักประเทศพม่า นอกจากคำอธิบายว่าเป็น ‘เพื่อนบ้านที่ยากจนและมีปัญหาการเมือง’ เมื่อโตขึ้นเข้าระบบการศึกษา พม่าก็เปลี่ยนเป็นคู่แค้นที่เผากรุงศรีอยุธยาและขนทองกลับไป

ไม่ผิดที่มีการถ่ายทอดให้คนจดจำเช่นนั้น เพราะเป็นเรื่องของการเล่าประวัติศาสตร์ในยุคหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วบ้านใกล้เรือนเคียงมีอะไรให้ศึกษาและทำความเข้าใจมากกว่านั้น ใครจะรู้ว่าครั้งหนึ่งพม่าเคยรุ่งเรืองเป็นเมืองท่าที่ไฮโซไม่ต่างจากสิงคโปร์ และผู้ดีเมืองไทยต้องเดินทางไปช้อปปิ้งถึงที่นั่น

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

“ผมจึงอยากแสดงให้คนเห็นมุมที่หลากหลายขึ้นจากสิ่งของที่สะสม โดยเริ่มศึกษาจากสิ่งที่เก็บ เพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่มีคืออะไร มีที่มาอย่างไร ใครเป็นคนใช้ ทำไมต้องสีนี้ มีความเชื่ออะไรอยู่ในนั้น” เจ้าของห้องบอกต่อว่า ความเข้าใจน้อยและเข้าใจผิดที่เคยมีคือปมที่ทำให้เขาขวนขวายศึกษา

โดยทั้งหมดเริ่มจากเพียงความชอบใน ‘ผ้าลุนตยาอเชะ’ แต่เมื่ออ่านเอกสารมากเข้า กลับพบว่าข้อมูลยังไม่พอแก่ใจที่ต้องการ เขาจึงตีตั๋วลงพื้นที่ถึงโรงทอที่พม่าเพื่อทำการวิจัยขั้นปฐมภูมิ ขยันไปหาเหล่าช่างทอ 4 – 5 ครั้ง แม้จะพูดภาษาเขาไม่ได้ จนในที่สุดกำแพงแห่งความไม่ไว้ใจก็ถูกทลาย กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ให้ทั้งมิตรภาพและความรู้

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ช่วงปี 1980 – 1990 ผ้าลุนตยาอเชะเข้ามาในไทยผ่านทางแม่สายเป็นจำนวนมาก เพราะมีตลาดทางเชียงใหม่ที่ต้องการ
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

ลุน แปลว่า กระสวย ตยา (ตะ-ยา) แปลว่า หนึ่งร้อย รวมกัน ลุนตยา แปลว่า ร้อยกระสวย อเชะ (อะ-เชะ) แปลว่า เกาะเกี่ยว มาจากวิธีการทอผ้าที่ใช้กระสวยพุ่ง สีละกระสวย เมื่อพุ่งไปถึงจุดที่ต้องการจึงผูกปมเอาไว้ แล้วพุ่งกระสวยอันถัดไปต่อ หากผ้ามีสีมากก็ยิ่งใช้กระสวยเยอะ สมมติ เรากางผ้าออกมาดู มีลายที่ใช้สีแดงสลับกับสีเหลือง 40 ครั้ง แปลว่า มีกระสวยสีแดง 20 อัน และกระสวยสีเหลือง 20 อัน รวมเป็น 40 อัน แต่ผ้าจริงที่เราเห็นมีรายละเอียดเยอะกว่านั้น

เรามองผ้าลุนตยาอเชะทั้งเก่าและใหม่ที่เอกเปิดให้ดู นี่คืองานหัตถกรรมชั้นครูที่น่าภูมิใจของพม่า

“เส้นที่โค้งสวยแปลว่าคนทอเก่งมาก บางทีสีเดียวกันจะใช้กระสวยอันเดียวก็ได้ แต่คนทอต้องไขว้เส้นให้เป็น ไม่อย่างนั้นพันกันยุ่งเหยิง ระดับครูเก่ง ๆ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน เป็นผ้าชั้นสูงจึงมีราคาแพงมาแต่โบราณ ปัจจุบันราคาหลายหมื่นต่อผืน”

เมื่อต้นทางถูกสงวนให้ใช้แค่ในราชสำนัก เหล่าช่างทอจึงได้รับการปูนบำเหน็จเสร็จสรรพ แต่เมื่อราชสำนักล่มสลาย มียุคหนึ่งที่ช่างทอต้องเผชิญปัญหา เพราะทำอาชีพอื่นไม่เป็น ขายเองก็ไม่เคยคิดเรื่องต้นทุนมาก่อน แต่หลังจากนั้นผ้าลุนตยากลายเป็นสินค้าไฮโซสำหรับคนที่อยากมีไว้ประดับบารมี ช่างทอจึงกลับมามีอาชีพอีกครั้ง

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ผ้าลุนตยาอเชะอาจถูกตัดหลังเจ้าของเสียเพื่อทำเป็นผ้าห่อคัมภีร์ถวายวัด
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
เนื่องจากเป็นของแพง บางคนจึงมีเพียงผืนเดียวทั้งชีวิตเพื่อใช้ใส่ตอนออกเรือนหรือในพิธีสำคัญ ใช้ได้ทั้งชายและหญิง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ สี และลาย

แม้จะได้ข้อมูลมากกว่าในตำรา แต่ชายคนนี้ยังไม่คลายความสงสัย เขาอยากรู้ว่าคนสมัยก่อนนุ่งห่มผ้ากันอย่างไรจึงไปหาภาพถ่ายโบราณมาชม เมื่อเจอแล้วก็อยากเห็นอีก กลายเป็นเก็บมาเรื่อย ๆ กว่า 1,000 ใบ ส่วนใหญ่ได้มาจากโลกออนไลน์ส่งตรงจากยุโรป ซึ่งบางทีมีปีและสถานที่เขียนด้วย

“ที่พม่ามีภาพน้อย เพราะสภาพอากาศไม่ดี รูปพังไปเยอะ ดังนั้น ที่เราเจอในประเทศจะถอยกลับไปแค่ยุค 30 – 50 แต่เก่ากว่านั้นจะไม่เจอ”

เอกเล่าว่าสมัยโบราณการถ่ายภาพเป็นเรื่องยาก ผู้ที่ถือกล้องจึงต้องเป็นช่างภาพผู้เชี่ยวชาญหาใช่มือสมัครเล่น โดยคอลเลกชันแรกที่เขาหยิบออกจากกล่องไม้มาให้ชมเป็นของช่างภาพชาวเยอรมันชื่อ Philip Adolphe Klier ถ่ายไว้ประมาณปี 1870 – 1890 

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

“ในยุคแรกเขาถ่ายเพราะเป็นของแปลก เพื่อนำรูปไปทำการค้า Klier จะนำฟิล์มกระจกที่ถ่ายภาพรวบรวมไว้เป็นคอลเลกชันของสตูดิโอตัวเอง เขามีที่มะละแหม่งก่อนย้ายไปย่างกุ้ง เวลามีนักท่องเที่ยวมาก็จะได้อัดภาพขายตามออเดอร์เป็นของที่ระลึก”

ชาวพม่ามีความหวาดกลัวกล้องถ่ายรูปไม่ต่างจากชาวไทยโบราณที่กลัวถ่ายแล้ววิญญาณหลุดออกจากร่าง ในยุคแรกที่กล้องเข้ามาจึงมีแต่ชาวต่างชาติเข้าไปใช้บริการ แต่เมื่อผ่านไปเป็นปี ชาวบ้านเรียนรู้ว่าคนที่เคยถูกถ่ายยังไม่มีใครเสียชีวิต ประกอบกับเริ่มมีรายได้ที่ดีขึ้น พวกเขาจึงเริ่มนิยมถ่ายภาพกันมากขึ้น

กระทั่งเข้าสู่ช่วงปี 1900 – 1920 ฟิล์ม Kodak เริ่มเป็นที่แพร่หลาย กล้องขนาดเล็กมาพร้อมช่างภาพมือสมัครเล่นที่เผยแพร่ภาพแนว Candid กดชัตเตอร์ตามความสนใจ ไม่มีการเซ็ตอัป

“อันนี้ผมได้ฟิล์มมาจากอังกฤษ เป็นการซื้อออนไลน์โดยไม่รู้ว่าเป็นรูปอะไร คนขายบอกแค่เป็นภาพพม่า ผมก็เลยเอาฟิล์มไปอัดที่ร้านฉายาจิตรกร”

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
อัลบัมที่เอกนำฟิล์มไปล้างและอัดออกมาเป็นรูป

“นี่คือ หม่องชอว์ลู อยู่ที่มะละแหม่ง แล้วไปเข้ารีตได้ทุนไปกัลกัตตาและไปเรียนต่อถึงอเมริกา เรียนจบเป็นแพทย์คนแรกของพม่า ภาพนี้เขียนไว้ว่าถ่ายที่คลีฟแลนด์ โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา 

“ส่วนอันนี้เป็นเสนาบดีพม่าที่ถูกส่งไปเป็นเอกอัครราชทูตที่ยุโรปแล้วถ่ายภาพที่อิตาลี ผมไปเจอภาพนี้ที่ร้านขายหนังสือเก่าที่อิตาลี เขาเขียนอธิบายไว้ว่า Exotic asian gentleman in costume แต่เราเห็นแล้วรู้เลยว่านี่คนพม่าระดับสูง หาข้อมูลเพิ่มก็พบว่าพระเจ้ามินดงส่งเขาไปเรียนเมืองนอกเป็นคนแรก ๆ จบวิศวกรที่ฝรั่งเศส ตำแหน่งเขาชื่อ บัน แชะก์ หวุ่น ฝรั่งเขียนเอาไว้ว่า เขาเป็นคนที่เก่งมาก พูดฝรั่งเศสเก่ง อังกฤษดี เวลามีฝรั่งมา คนนี้เป็นคนรับแขกหมดเลย เห็นแต่งตัวแบบพม่า แต่กริยาเป็นตะวันตก”

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
บัน แชะก์ หวุ่น

“พม่าน่าสนใจเพราะทุกวันนี้เรายังรู้จักเขาแบบผิว ๆ สิ่งที่ผมสะสมส่วนใหญ่เป็นศิลปะที่ใช้ประดับตกแต่งได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพหรือผ้า มันน่าสนใจเพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคน เราเหมือนเรียนรู้ชีวิตและสังคมของเขาไปด้วย”

ต่อมาเอกหยิบภาพที่หลายคนอาจคุ้นตา เพราะถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพจากละครโทรทัศน์เรื่อง เพลิงพระนาง นั่นคือภาพของพระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัต ถ่ายในพระราชวังที่มัณฑะเลย์ ด้านหลังเขียนอธิบายไว้โดยลูกหลานเจ้าของภาพที่นำมาขาย ความว่า ต้นตระกูลเป็นชาวอังกฤษ ประกอบอาชีพทนายอยู่ที่รัตนคีรีและกัลกัตตา เป็นผู้เจรจาเรื่องเงินบำเหน็จให้กับพระเจ้าสีป่อและรัฐบาลอังกฤษ พระเจ้าสีป่อจึงพระราชภาพนี้ให้

“การที่ท่านพระราชทานให้ เราก็เดาว่าภาพนี้ถ่ายในประเทศและนำติดตัวไปตอนเนรเทศ” เอกเสริม โดยพระเจ้าสีป่อคือพระมหากษัตริย์พม่าองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบองหรืออลองพญา ถูกเนรเทศไปอินเดียหลังจบสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 3 

พระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัต
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ภาพผู้มีภาวะขนดกในอดีต

“ความเศร้าคือเวลาที่เจ้าของเดิมเสียไป ลูกหลานขายภาพออกมา พ่อค้าส่วนมากมักจะตัดภาพจากอัลบั้มมาขายแยกทีละแผ่น อย่างอันนี้คาดว่าเป็นอัลบัมหรือ Scrapbook (สมุดติดรูปหรือข่าวที่ตัดมาจากสื่อสิ่งพิมพ์) แต่เราได้มาแค่ 2 แผ่น แล้วมีเอกสารติดมาด้วย

“สมัยนั้นมีสมาคมยานยนต์ของพม่า นี่คือเอกสารบอกเส้นทางสำหรับคนขับรถไปเอง เมืองไหนห่างไปกี่กิโลเมตร จะเจออะไรบ้าง ต้องเลี้ยวซ้ายหรือขวา”

เรียกว่านี่คือ Google Maps เมื่อ 100 ปีก่อนที่พม่ามีออกไปจนถึงชายแดนก็คงได้

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

นอกจากภาพทิวทัศน์ภายนอก เอกหยิบภาพเด็กชาวต่างชาติคนหนึ่งในชุดพม่าขึ้นมาให้ชม ดูแล้วก็พอทราบได้ว่าพ่อแม่คงพาไปถ่ายรูปในสตูดิโอ 

เขาเสริมว่า ภาพถ่ายในสตูดิโอหลายต่อหลายใบในยุคแรก ๆ คนในภาพอาจไม่เคยเห็นก็ได้ เพราะพวกเขาอาจถูกจ้างมาเป็นแบบ และนำภาพไปทำโปสการ์ดส่งขาย เนื่องจากสมัยก่อนเป็นช่องทางที่คนสื่อสารถึงกันอย่างแพร่หลาย 

อีกคอลเลกชันที่นำมาให้ชมคือซีรีส์ขายดีของโปสการ์ดปี 1900 – 1910 จัดทำโดย D.A.Ahuja (ห้างแขกที่ทั้งถ่ายรูป ทำสตูดิโอ และผลิตโปสการ์ด) ซึ่งร่วมมือกับเยอรมนี โดยส่งไปพิมพ์และลงสีที่เยอรมนี แต่ด้วยความที่คนทางนั้นไม่เคยเห็นว่าผ้านุ่งที่แท้จริงสีอะไร บางภาพจึงมีสีสดใสให้พวกเราแปลกใจเล่น เพราะไม่เหมือนจริงเลย

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“พวกนี้เป็นบัตรเชิญสมัยโบราณ นามบัตร หนังสือแนะนำทัวร์ด้วยรถไฟ ลามไปจนถึงเอกสาร หนังสือของที่ระลึกสมัยโบราณ โบรชัวร์เที่ยวพม่าของ โทมัส คุก บริษัทท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ อันนี้ปี 1933 – 1934 ซึ่งยุคทองของโลกคือหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเทคโนโลยีดี เดินทางง่าย ไม่ลำบาก โลกเชื่อมโยงกัน โปรแกรมทัวร์จึงเกิดขึ้น ทำให้เห็นว่าร้อยปีที่แล้วเขาเที่ยวกันอย่างไร”

เจ้าของห้องเล่าต่อว่า แต่เดิมพม่าใช้เกวียนในการคมนาคม แม่น้ำอิรวดีมีเรือพื้นบ้านลอยล่อง เมื่ออังกฤษเข้ามาจึงเกิดกาารพัฒนาระบบคมนาคม สร้างรางรถไฟ และระบบขนส่งทางน้ำ มีเรือกลไฟเข้ามา ช่วงแรกบริษัทอิรวดี โฟลทิลล่า (Irrawaddy Flotilla) ตั้งขึ้นเพื่อขนยุทธภัณฑ์ จากนั้นจึงพัฒนาเป็นการค้าจริงจัง ขนตั้งแต่ย่างกุ้งขึ้นไปถึงต้นแม่น้ำมราติดกับชายแดนเมืองจีน เกิดเป็นระบบไปรษณีย์ขึ้นมา เรือบางลำเป็นเหมือนตลาดนัดที่มีคนขายของด้านบน เมื่อมาเทียบท่า ชาวบ้านก็แห่ลงไปซื้อของ

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“ทุกครั้งที่ศึกษาวัฒนธรรมของคนอื่นลึกซึ้งขึ้น มันทำให้เราไม่ตัดสินและเข้าใจเขาในแบบที่เป็นเขามากกว่าเดิม ยกตัวอย่าง พี่น้องชาวพม่าที่มาทำงานบ้านเรา เขาไม่ใช่เชื้อชาติพม่า แค่ถือสัญชาติเมียนมา ในแง่ชาติพันธุ์อาจเป็นไทใหญ่ มอญ กะเหรี่ยง ซึ่งเราไม่ได้สนใจ แถมยังมองเป็นก้อนเดียว

“วันนี้กลับบ้านไป ลองถามพวกเขาดูสิว่าเป็นคนที่ไหน ถ้าเราเริ่มสนใจเรื่องเหล่านี้ของเขา เขาก็จะดีใจว่าเราไม่ได้เหมารวม”

พม่ามีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย กลุ่มหลักชื่อว่า บะม๊า (Bamar) อาศัยอยู่เยอะทางตอนกลางของประเทศ แถมลุ่มแม่น้ำอิรวดี ตั้งแต่มัณฑะเลย์ลงมาถึงพุกาม หากลงไปย่างกุ้งหรือต่ำกว่านั้นเป็นพื้นที่ของชาวมอญ ส่วนพื้นที่ทางกาญจนบุรีเป็นชาวกะเหรี่ยง และทางเชียงใหม่ เชียงราย เป็นของชาวรัฐฉานหรือชาวไทใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ กระจายอยู่ทั่วไป

“ของที่ผมเก็บจะชอบของมอญ บะม๊า ไทใหญ่ และสนใจเป็นพิเศษกับสิ่งของช่วงสมัยอาณานิคม เพราะเห็นภาพของโลกาภิวัตน์ว่ามีมานานแล้ว ไหนจะเรื่องการเชื่อมโลก การค้าขาย แลกเปลี่ยน อย่างภาพถ่ายที่ผมเก็บ ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากจักรวรรดินิยมที่นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพเข้ามา”

ที่เคยกล่าวว่าคอนโดของเอกไม่ต่างจากพิพิธภัณฑ์นั้นไม่เกินจริง เพราะเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนเป็นของสะสมจากต่างชาติทั้งสิ้น เช่น เก้าอี้ที่ฝรั่งสั่งทำโดยผสมผสานสไตล์ยุโรปเข้ากับศิลปะพม่า เอกเปรียบว่าเป็น La-Z-Boy เมื่อ 100 ปีก่อน

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“ฝรั่งมักอินกับเรื่องท้องถิ่นเหล่านี้ พอเข้าไปประเทศไหนก็สั่งทำหมด” เขาเปิดตู้ (ที่มาจากพม่า) โชว์เครื่องเงินลายนูนสูงให้ชม

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

เราค้นพบว่าเครื่องเงินเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ชาวพม่าทำขายคนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นเหยือกนม กาน้ำชา แก้วเบียร์ ถาดใส่อาหาร จิ๊กเกอร์ค็อกเทล ที่เสียบเมนู หรือกล่องใส่บุหรี่ ส่วนสิ่งที่คนพม่าทำมาใช้งานจริงคือขัน โดยลายที่นิยมก็หนีไม่พ้นเรื่อง รามเกียรติ์ พระเวสสันดร รวมไปถึงชาดกต่าง ๆ

ลายบนขันที่เอกหยิบขึ้นมาคือเรื่องราวของภิกษุณี พระปฏาจาราเถรี เดิมนางเป็นธิดาของเศรษฐีชาวเมืองสาวัตถี วันหนึ่งหลงรักคนรับใช้จึงหนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตด้วยกัน แต่หลังจากนั้นชีวิตของนางกลับทุกข์ทรมานแสนสาหัส สามีถูกงูกัดตาย ลูก 2 คนและบิดามารดาเสียชีวิต สุดท้ายนางเสียสติวิ่งแก้ผ้าอย่างไม่รู้ตัวจนพบพระพุทธเจ้า ภายหลังจึงได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ศึกษาพระธรรมจนสำเร็จเป็นภิกษุณี

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
J. & M. P. Bell & Co.Ltd. จานจากสกอตแลนด์ส่งมาขายที่พม่า โดยทำลายตามที่ชาวเอเชียนิยม

สมบัติใจทั้งหมดในห้องเริ่มต้นจากความต้องการรู้ สานต่อด้วยความใฝ่รู้ที่ไม่มีทางสิ้นสุดของเจ้าตัว 

เอกบอกว่าประเทศไทยไม่มีวัฒนธรรมของการสะสมมาตั้งแต่ต้น ขณะที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตลอดจนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มเก็บสิ่งของตามแนวคิดของต่างชาติที่ปลูกฝังเรื่องนี้มานานแล้ว เช่น เริ่มสอนให้เด็กรู้จักสะสมอะไรก็ได้ เพราะการสะสมสร้างนิสัยของความอยากรู้ อยากศึกษาอะไรบางอย่างให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

หลังใช้เวลา 4 ชั่วโมงลงลึกไปกับพม่าอย่างสนุกสนาน เราบอกลาเจ้าของห้องด้วยความอิ่มเอมใจ และตั้งใจกลับบ้านให้เร็ว เพื่อไปเปิดบทสนทนากับพี่สาวข้างบ้านว่า เล่าเรื่องที่บ้านของพี่ให้ฟังหน่อยสิ

การสะสมคือการต่อยอดการเรียนรู้ ความสงสัยพาเราไปหาผู้คนและค้นพบโลกกว้าง บางครั้งก็พาคนที่สนใจมาหาเพื่อให้เราส่งต่อความรู้ 

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับพม่าและชมภาพโบราณเพิ่มเติมได้ในหนังสือ Unseen Burma โดย เอก-ทวีป ฤทธินภากร จัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์ ริเวอร์บุ๊คส์

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load