12 กันยายน 2563
28 K

วิน-ทศพร จิรัฐติพงษ์ เปิดร้านราเมนที่เชียงใหม่เมื่อ 1 ปีก่อน ตอนแรกเขาคิดแค่จะทำร้านราเมนวันละไม่กี่เสิร์ฟให้คนเชียงใหม่ได้กิน ผมก็ได้ชิมราเมนฝีมือวินในช่วงแรกด้วย ราเมนของวินจัดอยู่ในประเภทราเมนที่รสชาติถูกปากผมทันที 

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

วินเป็นคนที่สนใจเรื่องอาหาร เคยฝึกงานกับ เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ เจ้าของร้าน Blackitch ตั้งแต่สมัยเขายังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย สนใจจริงจังถึงขั้นไปลงเรียนทำอาหาร และตัดสินใจบินไปหาประสบการณ์ถึงอเมริกา

วินบินไปดัลลัสเพื่อหางานทำ จนไปได้งานที่ร้านยากิโทริ ร้านของคนญี่ปุ่นและคนในครัวก็เป็นญี่ปุ่น การทำงานเลยเป็นแบบคนญี่ปุ่น 

“เราไปแบบเลเวลหนึ่งเลย แล้วศาสตร์ของยากิโทริมันแรงมาก เขานึกถึงลูกค้าเป็นอย่างแรก ไม่ใช่ตัวคนทำ เป๊ะทุกอย่าง ทุกอย่างต้องดีที่สุด หั่นผิดไปสองมิลลิเมตรก็โดนด่าแล้ว เขวี้ยงมีด ตบหัวมีหมด ผมร้องไห้แบบวันเว้นวันเลย เครียด ยอมแพ้ แล้วก็ลาออกในที่สุด” วินเล่าถึงชีวิตจริงที่เขาเจอเมื่อไปใช้ชีวิตในครัวที่ต่างแดน

“หลังจากลาออกผมมีหนี้อยู่ก้อนหนึ่ง เลยต้องทำงานเสิร์ฟใช้หนี้ ช่วงที่ว่างๆ แล้วก็ไปหาอะไรกิน จนไปเจอราเมน กินราเมนแล้วมันอร่อย รู้สึกว่าราเมนเติมเต็มเรา ตอนนั้นสำหรับผมราเมนเป็นเหมือน Soul Food เลย

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

มันเป็นอาหารที่เข้ากับคนง่าย ตอนนั้นก็เหมือนตกหลุมรักมันไป” 

ความอินกับราเมนตอนที่เขาเล่า รู้สึกได้ถึงการตกหลุมรักอาหารชนิดนี้ ผมถามวินว่าตอนนั้นเขามีความคิดที่จะทำราเมนขึ้นมาบ้างไหม แต่คำตอบกลับไม่เหมือนอย่างที่คิด

“ความคิดเป็นศูนย์เลยครับ ตอนนั้นก็ไม่คิดเรื่องอื่นเลย เพราะว่าเรารู้สึกว่าการทำราเมนมันโคตรไกลจากตัวเราเลย เพราะเราคิดไว้ตั้งแต่เด็กเลยว่าราเมนเป็นสิ่งที่ทำยาก ต้องให้เวลา ต้องทำงานหนักกับมัน เรากินแล้วเราก็ตื่นเต้น ขนาดไม่ใช่ที่ญี่ปุ่นแท้ๆ เรายังรู้สึกกับมันมาก ตอนหลังเริ่มลงลึกไปเรื่อยๆ

“จิตใจตอนนั้นมันเปราะบางมาก ผมพร้อมที่จะไปญี่ปุ่น พร้อมที่จะกลับไทย พร้อมที่จะไปนิวยอร์ก พร้อมที่ไปไหนก็ได้ เพราะว่ามันหลังชนฝา ตอนนั้นก็เลยศึกษาหลายๆ ที่ แต่นิวยอร์กน่าจะตอบโจทย์ที่สุด

“ที่นั่นมีราเมนเยอะมาก ก่อนไปนิวยอร์กก็หาข้อมูลอยู่ว่า ไปญี่ปุ่นได้ไหม ถามจากหลายๆ คนแล้วมันแทบจะไม่มีโอกาส เพราะถ้าเราพูดภาษาเขาไม่ได้ เขาไม่มีทางรับอยู่แล้ว สื่อสารกันคงไม่ได้แน่นอน

“สุดท้ายก็ตั้งเป้าแล้วว่า ถ้าใช้หนี้หมดก้อนนี้จะบินไปนิวยอร์กแล้ว

“ไปทำราเมนดีกว่า”

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

NY

วินบินไปนิวยอร์กพร้อมความตั้งใจที่จะทำงานกับร้านราเมนสักร้าน เขามองหาตำแหน่งงานว่างในร้าน จนในที่สุด วินก็ได้งานในร้านราเมนสมใจ

ด้วยตำแหน่งล้างจาน 

“ตั้งใจเลยว่าถึงล้างจานก็จะล้างจานในร้านราเมน ไม่เอาร้านไทยเลย มันอยากรู้ด้วยว่าในร้านราเมนเป็นยังไง แล้วก็ได้เห็นจริงๆ อ๋อ ร้านราเมนเป็นแบบนี้นะ อ๋อ มันจะรวมร่างกันประมาณนี้ ตำแหน่งในครัวมันจะมีแบบนี้ อ๋อ หม้อ อ๋อ ชาชู จะอยู่ในหม้อแบบนี้

“เราทำงานล้างจาน แต่พอเขาเห็นว่าเราจับมีดเป็นอยู่บ้าง เพราะได้เบสิกจากที่เคยเรียนทำอาหารมาก่อน ก็ได้เลื่อนตำแหน่งไปหั่นผัก ไปลวกเส้น ไปตักซอสทาเระ ตอนนั้นก็ได้รู้จักว่ามันมีซอสที่เป็นหัวใจของราเมน เราฝึกอยู่สักพักก็ลาออกไปอีกร้าน พอเป็นอีกร้านก็เปลี่ยนสไตล์ราเมนอีก เราก็เห็นราเมนมากขึ้น กว้างขึ้น”

วินย้ายร้านที่เขาทำงานอีกครั้ง ครั้งนี้เขาได้ตำแหน่งเป็นหัวหน้าเชฟในร้านราเมน นั่นแปลว่า จากที่ทำตามสูตรของร้าน เขาได้รับความไว้ใจ และเริ่มที่จะได้คิดราเมนแบบตัวเอง และกำลังสนุกกับการสร้างรสใหม่ๆ ของราเมน

เมื่อฝึกฝนฝีมือได้ระยะหนึ่ง ร้านราเมนของวินก็มาถึงเร็วกว่าแผนที่คิดไว้ หลังจากที่บ้านบอกให้กลับมาอยู่ไทย วินตัดสินใจกลับ

แต่ก่อนกลับ วินแวะฝึกงานราเมนที่ญี่ปุ่น ด้วยเหตุผลว่าถ้าเขากลับไทยเลยโดยที่ไม่ได้เห็นราเมนต้นตำรับ คงจะมีแต่ความข้องใจตลอดไปแน่ จนดั้นด้นบินไปญี่ปุ่นเพื่อขอฝึกงานในร้านราเมน สิ่งที่ได้จากการฝึกงานในร้านราเมนในประเทศแห่งราเมน เขาได้เห็นความขลังของต้นฉบับ ความเป๊ะอย่างมีระเบียบ ซุปหมูก็ต้องเป็นรสหมู ซุปไก่ก็ต้องเป็นรสไก่ ไม่ยอมประนีประนอมผสมผสานแบบสไตล์นิวยอร์ก ทำให้เขากลับมาบ้านด้วยความหายข้องใจ

Sanmai

วินเปิดร้านราเมนเล็กๆ ชื่อ Sanmai ในตึกของพี่ชายที่สร้างไว้ในบริเวณบ้านย่านสันติธรรม ‘San’ มาจากสันติธรรม ส่วน ‘Mai’ มาจากเชียงใหม่ 

เขายังไม่เห็นภาพร้านราเมนของตัวเองชัดเจน นึกภาพร้านราเมนในไทย โดยเฉพาะเชียงใหม่ไม่ออก 

“ตอนแรกเราคิดว่าเปิดเล็กๆ ตรงนี้ ยังได้ลองทำราเมนอยู่ ทดลองไปเรื่อยๆ คิดว่าวันนึงขายสักยี่สิบถ้วยก็สนุกแล้ว แต่แล้วมันก็ดัน…(หัวเราะ)” วินไม่กล้าตอบว่าร้านของเขาได้รับความนิยมเกินคาด แต่หนึ่งปีที่ผ่านมา มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ร้านคนแน่นทุกวัน ไม่ใช่แค่คนเชียงใหม่ แต่คนกรุงเทพฯ ก็บินมากินถึงที่ นั่นเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเขา รวมถึงผมเองก็รู้สึกเช่นนั้น

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น
Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

Ramen

เท่าที่ตาเห็น ราเมนมีส่วนประกอบหลักๆ คือ เส้น ซุป และท็อปปิ้ง เรียบง่ายมาก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คิดว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่ตาเห็น แปลว่าคุณน่าจะรู้ความยุ่งยากซับซ้อนเบื้องหลังของมัน สไตล์ของราเมนมีหลากหลายมาก แต่รสมือและการตีความราเมนของแต่ละร้านแยกออกไปอีกจำนวนมหาศาล แต่ละคนก็มีราเมนต่างกันออกไป

“สำหรับผม ราเมนคือบาลานซ์” วินบอกผม

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

ราเมนมีส่วนประกอบหลัก 5 อย่าง คือเส้น ซุป ท็อปปิ้ง ซอสทาเระ และน้ำมันอโรมา 5 อย่างนี้รวมกันจะเป็นราเมนที่ดีหนึ่งถ้วย

คนทั่วไปจะเข้าใจว่าเป็นซุป อาจจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายสุด และซุปก็สำคัญ เพราะว่าคำแรกที่คนกินไม่ใช่เส้นแน่นอน แต่ซุปมันคือซอสทาเระ ซอสที่กำหนดรสชาติของซุปราเมน ผสมกับน้ำมันอโรมา ที่เหมือนเป็นตัวที่มาเตะจมูก เตะแบบ ฟึดฟัด นิดๆ ตอนกินมีนู่นมีนี่นิดๆ 

แค่ผสม 3 อย่างนี้ให้ได้รสที่ดีก็คือการบาลานซ์รสชาติแล้ว

ซุป

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

“ซุปของ Sanmai เราเป็นซุปหมู เราคิดว่าจะทำให้ซุปนี้มันอร่อยได้ยังไง เราใช้หมูหลายส่วนมาทำซุป ใช้หัวหมูเป็นเบสหลักของซุปเพื่อเอาเจลาติน แบบสไตล์คุมาโมโตะที่ผมชอบ แต่ถ้าเจลาตินเยอะเกิน มันก็จะหนึบติดปาก หรือถ้ามันมีไขกระดูกที่แรงเกิน มันก็จะมีความหมูที่หนักมากในซุป บางคนชอบสไตล์นี้ แต่เราคิดว่ามันกินไม่สบายปากเท่าไหร่ เลยเอาความหวานมาจากข้อมานิด ใช้เจลาตินจากเท้ามาอีกหน่อย ทดลองปรับสัดส่วนมันให้ได้ความสมดุล” วินขยายความถึงความสมดุลที่อยู่ในซุปหลักในร้านของเขา

พอพูดถึงเรื่องความชอบส่วนตัว สิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งที่เขาได้มาจากร้านยากิโทริที่ดัลลัส ว่าลูกค้าสำคัญที่สุด แต่สำหรับ Sanmai วินทำราเมนจากความชอบของตัวเองเป็นหลัก ผมเลยอยากรู้ว่าราเมนในอุดมคติของเขาเป็นแบบไหน หรือราเมนที่สมบูรณ์แบบของเขาต้องเป็นอย่างไร

เขาก้มหน้าคิดสักพัก ก่อนเงยหน้ามาตอบผมว่า “ไม่มีครับ”

“ราเมนมันคือสิ่งที่มันต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ” เขาอธิบายเพิ่ม

“พอเราคิดว่าราเมนมันยังพัฒนาไปได้ เราก็เลยทำร้านให้เหมือนมันเป็นทดลองของเราไปเลย ทุกวันนี้รสมันยังเพี้ยนอยู่เลย บางวันก็อร่อย บางวันก็เพี้ยนไปนิดหนึ่ง แต่ผมจะชิมตลอด มันแกว่งอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้พยายามทำให้มันดีที่สุดเป็นหม้อๆ ไป 

“สมมติเราได้กระดูกข้อห้าโล เป็นห้าโลที่มาจากหมูคนละตัว ตัวนี้เดินเยอะ ตัวนี้เดินน้อย มันทำให้รสเปลี่ยนหมด เราพยายามคิดในหลักวิทยาศาสตร์ ทุกวันนี้ก็มีที่วัดเป็นค่าความหวานเป็น บริกซ์ มันเป็นสิ่งที่เราพอจะควบคุมได้”

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

ซอส

ว่ากันว่าในร้านราเมนสิ่งที่เป็นความลับที่สุดคือซอสทาเระ ทาเระเป็นเหมือนหัวใจของราเมนทั้งชาม และเป็นเหมือนหัวใจของร้าน

“สำหรับผมสิ่งที่อยู่ในซอสทาเระคือสิ่งที่สำคัญ ที่สุดหรือเปล่าไม่รู้ แต่สำคัญ

“ซอสทาเระต้องบ่มทิ้งไว้สะสมไปเรื่อยๆ ทำแล้วใช้เลยไม่ได้ ตอนนี้ผมมีสองแบบ มีทาเระหมูที่เอาไว้ใช้ทาชาชู แล้วก็เป็นซอสทาเระที่ใช้กับน้ำซุปราเมน ผมสะสมซอสทบไว้เรื่อยๆ มาตั้งแต่เปิดร้าน ผมได้ความรู้เพราะว่าไปแอบดูเขาเก็บซอสทาเระที่ใช้ทาไก่ย่างในร้านยากิโทริ ตอนที่อยู่ดัลลัส ที่เก็บสะสมทบไว้เรื่อยๆ แบบเดียวกัน

“ตอนนี้ซอสทาเระของผมมันมีรสชาติอูมามิแปลกๆ ขมอะไรก็ไม่รู้ ฉุน แบบที่ต่อให้ปรุงใหม่มันก็ไม่ได้อย่างนี้แน่นอน

“ส่วนซุปใสก็จะมีทาเระของตัวเอง ผมหมักบ่มตัวซอสทาเระสำหรับราเมนซุปเกลือไว้ตั้งแต่เปิดร้านเหมือนกัน” 

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

Shio Ramen

นานๆ ครั้ง เราจะเห็นวินโพสต์บอกว่าวันนี้จะทำราเมนซุปเกลือ ราเมนซุปเกลือเป็นราเมนน้ำใส ซึ่งส่วนตัว ผมคิดว่าการทำซุปอะไรก็ตามให้ใสแต่รสดีเป็นสิ่งที่ยากกว่าน้ำข้น ราเมนซุปเกลือที่อร่อยจึงเป็นสิ่งที่จะบอกฝีมือของคนทำราเมนได้พอสมควร

“ยากกว่าหรือเปล่าไม่รู้แต่ต้องใส่ใจมากกว่าแน่นอน” เขาบอกผมแบบนั้น

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

วินบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่ชอบกินราเมนน้ำข้น ร้านอยู่ได้เพราะราเมนแบบนั้น และตัวเขาก็ชอบ ทำเป็นปกติทุกวันได้ฝึกจนรู้สึกได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากการฝึกทำน้ำข้นไปเรื่อยๆ 

“เวลาชิมราเมนน้ำข้นของตัวเอง จะรู้สึกว่าก็ไม่แย่นี่หว่า ใกล้เคียงกับที่เคยกินที่ญี่ปุ่นแล้ว มันรู้สึกใกล้มากที่จะไปถึงจุดที่เราชอบ แต่กับราเมนน้ำใสยังรู้สึกอีกไกล เลย คิดว่าถ้าวันไหนว่างก็จะทำ ชิโอะราเมน มันเหมือนเป็นการฝึกตัวเอง เป็นการเรียนรู้มากกว่า และจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ทำ ตอนทำเสร็จแล้วจะมาชิมว่ามันจะออกมาเป็นยังไง

“มีโอกาสที่จะเพี้ยนที่จะผิดได้แล้วก็เห็นได้มากกว่าแน่นอน อย่างน้ำข้นมันก็ยังพอแก้ไขได้ แต่ถ้าอย่างน้ำใสถ้าขึ้นไขก็จบ”

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

มันน่าจะเรียกว่าความเซนซิทีฟของซุป ซุปใสมันเซนซิทีฟกว่าซุปแบบข้นมาก ผมเคยไปกินร้านหนึ่งที่ญี่ปุ่น เป็นร้านระดับดาวมิชลิน เป็นราเมนน้ำซุปจากหอยกับไก่ พอชิมเข้าไปแล้วแล้วรู้สึกว่า อูมามิระเบิดในปาก คำเดียวนี่คือแทบจะเป็นลมเหมือนโดนต่อย เลยฝังใจว่า กูจะทำน้ำซุปแบบนี้ให้ได้ ช่วงไหนที่ทำผมชิโอะ น่าจะหมายถึงเราเริ่มรู้สึกว่าต้องเริ่มกระตุ้นตัวเองแล้ว”

ในฐานะที่ได้ชิมราเมนซุปเกลือของวิน ก็ต้องขอบอกว่าไม่ควรพลาดหากโอกาสมาถึงครับ มีเรื่อยๆ แต่ก็ไม่บ่อย 

เส้น

“เส้นนี่เราก็ให้ความสำคัญกับมัน ตอนนี้เรายังไม่ได้ทำเอง แต่พอเป็นคนทำราเมนสุดท้ายมันก็อยากทำเอง ตอนนี้เส้นที่ใช้ ก็ออกแบบสัดส่วนที่ต้องการไปให้โรงงานเขาทำให้

“เราก็มาปรับเอาด้วยการลวกเส้น อย่างซุปใส มันก็ควรจะเป็นเส้นที่อุ้มน้ำเยอะหน่อย กินแล้วมันนุ่ม ลื่น ตอนนี้เราก็ใช่วิธีเพิ่มเวลาลวกให้นานขึ้นแทน”

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

Ramen Destination 

Sanmai Ramen ยังไม่ทันถึงเวลาเปิด ก็มีคนเริ่มมารอถึงหน้าร้าน ไม่นานที่นั่งประมาณ 20 ที่ในร้านก็เต็ม ที่หน้าร้านก็ยังมีคิวรอโต๊ะอยู่ให้เห็น

ราเมนของวินไม่ใช่ราเมนที่สร้างขึ้นใหม่แบบไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน แต่เป็นราเมนในสไตล์ที่เขาทำกันอยู่แล้วทั่วโลก 

แต่เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของราเมนคือการใส่ใจกับรายละเอียด สร้างรสอร่อยอันซับซ้อนให้ออกมาอยู่ในสิ่งที่ดูเรียบง่าย และให้ความสุขและอบอุ่นใจกับคนที่กินแบบที่เขาเชื่อว่ามันคือ Soul Food

“ผมจะรู้สึกเป็นเกียรติมากถ้าเกิด Sanmai จะเป็น Destination ของคนรักราเมน เพราะเราก็รักราเมน ถ้าวันหนึ่งมีคนรักราเมนอยากมากินที่นี่ พอมากิน แล้วถ้าเกิดเขาชอบ มันก็น่าจะรู้สึกดี ผมไม่ได้อยากให้เป็นแค่ร้านราเมนร้านหนึ่งในเชียงใหม่ แต่อยากให้รู้สึกว่านี่คือหนึ่งร้านราเมนอีกร้านที่น่าจะต้องไปลองชิม

“ผมก็เป็นคนรักราเมน เราไปได้จริงๆ นะ พลังแห่งราเมนนี่มันแรงมาก แล้วมันไม่ใช่แค่เรา คนอีกเยอะมากที่มันเป็นอย่างผม ที่พร้อมจะไปหาราเมน มันน่าจะดี ผมอยากให้ Sanmai เป็น Destination แบบนั้น” เขาพูดถึงเป้าหมายที่ผมคิดว่า ถึงร้านจะเปิดมาไม่นาน แต่ก็เหมือนไม่ไกลกว่าที่คิดแล้ว

Sanmai ramen ร้านราเมนสุดประณีตในเชียงใหม่ ที่กลายเป็นจุดหมายของคนรักเส้น

Sanmai Ramen

เวลาเปิดปิด : อังคาร-ศุกร์ 17.00-20.00

เสาร์-อาทิตย์ 11.30-14.00 และ 17.00-20.00 

(ปิดวันจันทร์)

Facebook: SanmaiRamenChiangmai

Instagram : Sanmai.Ramen

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Full Course

เปิดสูตรลัดเรื่องรสชาติและความสัมพันธ์ของมนุษย์กับอาหาร ผ่านการนั่งกินอาหารกับเชฟ

หากพูดถึงร้านอาหาร Fine Dining หลายคงนึกถึงภัตตาคารหรูใจกลางเมือง หรืออาจเห็นภาพร้านที่มีบรรยากาศทางการนิด ๆ มีความหรูหราหน่อย ๆ แต่ภาพเหล่านั้นจะยังคงเหมือนเดิมไหม ถ้า Fine Dining ไม่ใช่ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงอย่างที่เราเคยรู้จัก

‘แก่น’ ร้านอาหารที่ยกความเป็น Fine Dining ไปตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น บ้านเกิดของ เชฟไพศาล ชีวินศิริวัฒน์

“เชฟทุกคนจริง ๆ 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ อยากมีร้านของตัวเอง”

หลังสะสมประสบการณ์กว่า 20 ปี ในฐานะเชฟที่ทำงานให้กับโรงแรมระดับสากลมามาก ‘ชีวาศรม’ แบรนด์ Wellness Hotel ที่ทำให้เชฟไพศาลได้พบกับ เชฟจิ๊บ-กัญญารัตน์ ถนอมแสง การได้ร่วมงานกันในครั้งนั้นทำให้ทั้งคู่จับเข่าคุยและจับมือกันออกมาสร้างร้านอาหารของตัวเองตามเสียงหัวใจของคนเป็นเชฟ

นั่นคือจุดเริ่มต้นของร้านแก่น ร้านอาหารไทยที่เสิร์ฟอาหารไทยร่วมสมัย และไม่ลืมหยิบกลิ่นอายอาหารอีสานมาผสมผสานได้อย่างลงตัว เราอยากพาไปรู้จักกับร้าน Fine Dining ที่ท้าทายให้ผู้คนได้เข้ามาเปิดประสบการณ์ใหม่ที่คนขอนแก่นยังไม่คุ้นชิน

ร้านแก่น Fine Dining ติดดินของคนขอนแก่น ที่อยากส่งต่อของดีในบ้านเกิดไปให้ถึงระดับโลก

แก่นของความแปลกใหม่

การกลับบ้านของเชฟมากฝีมืออย่างเชฟไพศาล เป็นการกลับบ้านด้วยความตั้งใจเต็มเปี่ยมร่วมกับเชฟจิ๊บที่ต้องการเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง และเป็นร้านอาหารที่แสดงตัวตนของตัวเองด้วย

เริ่มต้นกันง่าย ๆ จากการสำรวจพื้นที่ น้องสาวของเชฟไพศาลมีร้านซักผ้าอยู่กลางชุมชนเมืองฝั่งกังสดาล 

“ตรงนั้นเป็นที่ของที่บ้าน เคยเป็นบ้านเก่าที่มันติดกัน ซึ่งร้านซักผ้าเป็นของน้องสาว เราเลยคิดว่าน่ารักดี พอไปเห็นบ้านที่ติดกับร้านซักผ้าของน้องสาวเรารู้สึกบางอย่าง รู้สึกถึงว่าอันนี้ใช่ เหมือนผู้หญิงเดินไปซื้อเสื้อผ้า เห็นชุดหนึ่งแล้วเอ๊ะ ชุดนี้มันใช่เลย อันนี้ใช่”

พื้นที่เล็ก ๆ กับความตั้งใจของคู่หูเชฟที่ไม่ได้หวังสร้างร้านให้ใหญ่โต เริ่มต้นกันด้วย 25 ที่นั่งก็แฮปปี้มากแล้ว

“การวางแผนทำร้านในใจเราคิดแค่ว่าทำให้ดีที่สุด ทำเพื่อให้ขอนแก่นมีร้านอาหารดี ๆ สักร้าน ร้านเรามีแค่ประมาณ 25 ที่นั่ง รู้สึกแค่ว่าทำออกมาแล้วคนมากินแฮปปี้ ตัวเราเองแฮปปี้ ไม่ได้คิดด้วยว่าตัวเองเป็นเจ้าแรกหรือเจ้าที่สอง เพราะความเป็น Fine Dining ร้านข้างทางขายลาบเขาก็เป็นได้ เช่น ลาบเนื้อ เขาเอาเนื้อส่วนไหนมาทำ เนื้อดิบประมาณไหน ปรุงประมาณไหน”

ร้านแก่น Fine Dining ติดดินของคนขอนแก่น ที่อยากส่งต่อของดีในบ้านเกิดไปให้ถึงระดับโลก
ร้านแก่น Fine Dining ติดดินของคนขอนแก่น ที่อยากส่งต่อของดีในบ้านเกิดไปให้ถึงระดับโลก

ความเป็น Fine Dining ของเชฟไพศาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่หรือพิธีรีตอง แต่แสดงออกมาจากเมนูของฝีมือเชฟ ซึ่งเชฟแต่ละคนก็มีความเป็นตัวตนและโชว์ความเป็น Fine Dining ไม่เหมือนกัน

เชฟไพศาลและเชฟจิ๊บต่างก็มีตัวตนในแบบฉบับของตัวเอง แต่ทั้งสองมีพื้นฐานความตั้งใจร่วมกัน จนเกิดเป็นร้าน ‘แก่น’ ที่สื่อถึงแก่นความตั้งใจ 5 แก่นของทั้งคู่

“แก่นที่ 1 คือ แกนกลาง (Core) เราคิดว่าการกินเป็นแกนกลางหรือเป็นแก่นของชีวิต เป็นหลักสำคัญของชีวิต 

“แก่นที่ 2 คือ แก่นไม้ ถ้าผ่านไปผ่านมาบ้าง ก็จะเห็นว่าร้านตกแต่งด้วยไม้เยอะ เพราะด้วยความบังเอิญว่าที่บ้านผมทำธุรกิจค้าไม้ ก็เลยเอาไม้มาลงเยอะแยะ โต๊ะเก้าอี้ก็เอามาจากที่บ้าน ไม้ที่อยู่ในร้านคือทำเองทั้งหมด โลโก้เรายังเป็นตราไม้เลย จริง ๆ แล้วโลโก้มองได้ 2 แบบด้วย มันคือการผสมผสานกันระหว่างวงปีของไม้กับลายนิ้วมือ เพราะลายนิ้วมือสื่อถึงซิกเนเจอร์ของแต่ละคน 

“แก่นที่ 3 คือ ซนแก่น มันเหมือนเราพูดว่า เด็กนี่มันซนจัง ซึ่งความซนความแก่นออกมาในรูปแบบของเมนู เพราะเราทำอาหารไทยผสมผสานอาหารอีสานให้ดูทันสมัย จับนั่นผสมนี่ มีความซนผ่านเมนู

“แก่นที่ 4 แปลว่า อยู่สบาย เป็นคำในภาษาอีสาน ยกตัวอย่างประโยคที่เขาพูดกันอย่าง คนแถวนี้มาอยู่เยอะเนอะ เขาคงจะแก่นที่แถวนี้ ที่แถวนี้ทำให้อยู่สบาย เพราะงั้นแก่นเป็นภาษาอีสานแปลว่าอยู่สบาย หรือ Comfortable 

“แก่นที่ 5 คือ ขอนแก่น เพราะเป็นร้านในขอนแก่น และเราเองก็เป็นคนขอนแก่น”

5 แก่นที่คิดมาอย่างลงตัวทำให้ร้านนี้นิยามตัวเองให้เป็นร้านสไตล์ Casual Fine Dining ลดความเป็นทางการ เพิ่มความขี้เล่นซนแก่น แต่ยังคงคุณภาพอาหารระดับมิชลินสตาร์ไว้ได้

“พอร้าน Fine Dining มาอยู่ต่างจังหวัด มันมีหลายอย่างที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนแถวนี้ เพราะคนมักจะมองว่าต้องแต่งตัวสวย ๆ มากิน ต้องจองก่อน ต้องมีจริตกิริยากันนิดหน่อยถึงจะเข้ามากินได้ เพราะเหตุนี้จึงอาจจะเข้ากับคนต่างจังหวัดยากนิดหนึ่ง เราเลยอยากให้คนใส่ขาสั้น สวมรองเท้าแตะ ก็กินได้ อาหารไม่ได้ดูเป็นพิธีรีตองหรูหราจนถึงขั้นจับต้องไม่ได้ คนขอนแก่นเขาสบาย ๆ เขาไม่พิธีรีตอง

“ร้านเลยแบ่งเมนูออกเป็น 2 โซน โซนแรกคือแบบเซ็ต เมนูจะมีความจริตเยอะ แต่ถ้าเป็นอาหารจานเดียวก็จะสบาย ๆ แต่ไม่อยากทิ้งความเป็น Fine Dining เราเลยบอกว่ามันเป็น Casual Fine Dining เพราะคอนเซ็ปต์ของไม้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่น ความสนุก และลูกเล่นของเมนูที่เรานำเสนอ ทำให้คนมากินหัวเราะได้”

ร้านแก่น Fine Dining ติดดินของคนขอนแก่น ที่อยากส่งต่อของดีในบ้านเกิดไปให้ถึงระดับโลก
ร้านแก่น Fine Dining ติดดินของคนขอนแก่น ที่อยากส่งต่อของดีในบ้านเกิดไปให้ถึงระดับโลก

แก่นของตัวตน

ทุกเมนูของร้านแก่นสรรสร้างด้วยความตั้งใจของเชฟไพศาลกับเชฟจิ๊บ ทุกกระบวนการถูกคิดมาอย่างดี และทุกเมนูก็โชว์ความแก่น ความสนุกสนาน และความเป็นเชฟทั้งสองคนไว้ด้วย

ซึ่งกว่าจะคิดแต่ละเมนูออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์นั้นไม่ง่ายเลย

“เมนู Combination แตกต่างกันในเชิงกระบวนการคิด บางครั้งวัตถุดิบจุดประกายก่อน เราเห็นวัตถุดิบตัวหนึ่ง เลยอยากทำอะไรสักอย่างกับมัน บางครั้งเทคนิคมาก่อน เช่น เราอยากใช้เทคนิค Reduction ซอสตัวนี้คงไปกินกับซอสตัวนั้นได้ หรือบางครั้งเมนูรอบข้างเกิดก่อน อย่างเรามีเมนูจานปลาหรือจานกุ้งแล้ว แต่ขาดจานเนื้อ เมนูต่อมาเราก็ต้องคิดว่าจะเอาเนื้ออะไรมาเล่น เมนูที่ร้านซับซ้อนและทำได้ไม่ง่าย เพราะการคิดเมนูเหมือนเป็นเรื่องราว มีความเป็นตัวตนของเชฟ เหมือนเขียนหนังสือเล่มหนึ่งที่ผ่านกระบวนการคิดมาเยอะ”

เราเลยสงสัยว่า แล้วตัวตนของเชฟไพศาลและเชฟจิ๊บที่แฝงอยู่ในเมนูนั้นคือแบบไหน

“มีความ Playful อย่างเราชอบกินของอร่อยและรักสุขภาพบ้าง จากประสบการณ์ที่เคยอยู่ Wellness Hotel หลายสิบปี บางเมนูจึงมีกลิ่นอายของความเป็นสุขภาพ เป็นการแสดงตัวตนผ่านประสบการณ์ด้วย

“แล้วโดยพื้นฐานเราเรียนทำอาหารฝรั่งเศสมา ก็จะใช้เทคนิคทำอาหารฝรั่งเศสในความเป็นอีสาน หรือมีความเป็นสุขภาพแบบฝรั่งเศสแต่ก็ความสนุก เอามาผสมผสานกันเป็นสไตล์สนุก ถ้าถามว่าร้านเราสไตล์อะไร ตอบว่าเป็นฟรีสไตล์ ออกมาเป็นอาหารไทยร่วมสมัยที่สนุกสนาน”

นอกจากความเป็นตัวตนของเชฟแล้ว ร้านแก่นยังคงกลิ่นอายความเป็นอีสานและคงความเป็นอาหารขอนแก่นไว้ได้อย่างดี สิ่งที่คงความเป็นอีสานได้ดีที่สุด คือรสชาติอาหารแบบไทย ๆ

“บางครั้งเราเคยเห็นคนหน้าตาแบบชาวต่างชาติแต่พูดอีสาน เราเปรียบเทียบได้แบบนั้น อาหารเราอาจจะดูอินเตอร์ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันคือรสชาติของความเป็นท้องถิ่น บางจานก็ใส่ปลาร้าลงไปเลย รสชาติเลยเป็นอีสาน เพราะเราใช้วัตถุดิบอีสาน”

ร้านแก่น Fine Dining ติดดินของคนขอนแก่น ที่อยากส่งต่อของดีในบ้านเกิดไปให้ถึงระดับโลก
ร้านแก่น Fine Dining ติดดินของคนขอนแก่น ที่อยากส่งต่อของดีในบ้านเกิดไปให้ถึงระดับโลก

วัตถุดิบชั้นดีของขอนแก่นที่เชฟไพศาลการันตีคุณภาพ ทุกเมนูที่มีกลิ่นอายความเป็นขอนแก่นแฝงไปด้วยวัตถุดิบแท้จากท้องถิ่น ตั้งแต่การซื้อโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางจากกลุ่มเกษตรสีเขียว อำเภอน้ำพอง จาก ว. ทวีฟาร์ม อำเภอหนองเรือ หรือจะเป็นไข่ไก่จากฟาร์มสีอิฐ จนกระทั่งไก่ที่ซื้อตรงจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

“ขอนแก่นมีวัตถุดิบที่ดีเยอะ แต่อาจเป็นม้านอกสายตา ยังไม่ค่อยมีคนหยิบจับมาแสดงความเป็นตัวตนของมันมาก แต่เราอยากเล่น เราอยากจับ เช่น ขอนแก่นปลูกกะเพราเยอะและคุณภาพดีมาก ที่น้ำพองเขาปลูกผักเกษตรอินทรีย์ส่งขายทั่วประเทศ ขอนแก่นมีเกลือที่ดีระดับเชฟมิชลินสตาร์หลายคนใช้ คือเกลือบ่อกระถินที่บ้านไผ่ ขอนแก่นมีไก่ประดู่หางดำที่เทียบได้กับ Cochin Chicken ของญี่ปุ่น ขอนแก่นมีเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งปลาเขื่อนอร่อย ไม่มีกลิ่นสาบ เราใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทุกเมนู เพราะอยากไฮไลต์ว่าอีสานเป็นยังไง”

สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเหมือนวงน้ำเล็ก ๆ ที่ส่งต่อหล่อเลี้ยงเกษตรกรหลายกลุ่ม แม้จะไม่ใช่วงน้ำที่ใหญ่มาก แต่เชฟไพศาลเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต

“มันอาจจะเป็นแค่วงน้ำเล็ก ๆ เป็นแค่จุดเริ่มต้นอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่บางทีมันอาจจะขยายใหญ่จนไปเป็น Soft Power ก็ได้ แล้ววันหนึ่งพอทุกคนเห็นว่ามันดี คนอื่นก็อาจจะทำด้วยและทำงานกับเกษตรกรแบบเรา เราคิดว่าสังคมต้องโตไปด้วยกัน เพียงแค่เกษตรกรอยู่ได้ เราก็อยู่ได้”

วัตถุดิบที่ใช้ในร้านถูกคัดสรรมาอย่างดี ใส่กระบวนการคิด ใส่ความเป็นตัวตนของเชฟ อีกทั้งคงความเป็นอีสานที่มีหน้าตาสะสวยทุกเมนู เชฟไพศาลจึงยก 3 เมนูประจำร้านที่อยากชวนมาลิ้มลองกันให้ได้สักครั้ง

หมูกรอบอีสานเยอรมัน 

Fine Dining ที่พูดความเป็นอีสานผ่านอาหารว่า ความเรียบง่าย สบาย และไร้พิธี ก็เป็นอาหารระดับ World Class ได้

“เมนูที่ได้หมูสามชั้นจาก ว.ทวีฟาร์มของหมอฟิวส์ หมูที่หมอฟิวส์เลี้ยงมีความพิเศษคือเป็นหมูแบบที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ไม่ใส่ยา ไม่ใส่สารเร่ง เลี้ยงในขอบเขตธรรมชาติบนภูเขาและกินพืชสมุนไพร เราทำเป็นหมูกรอบม้วนสไตล์หมูชาชูกลม ๆ โดยปกติคนอีสานกินตำถั่วหมูกรอบ ซึ่งคนเยอรมันเองก็มีขาหมูเยอรมันที่กินกับ Sauerkraut ที่เป็นผักดองแบบเยอรมัน หนึ่งในเชฟทีมเราเคยอยู่เยอรมันมาก่อน เขาทำอร่อย เราเลยได้หมูกรอบเป็นตัวเชื่อมเมนูนี้ คือมีความเป็นอีสานถ้ากินกับตำถั่ว แล้วมีความเป็นเยอรมันเมื่อกินกับ Sauerkraut”

แซลมอนปลาร้า 

Fine Dining ที่พูดความเป็นอีสานผ่านอาหารว่า ความเรียบง่าย สบาย และไร้พิธี ก็เป็นอาหารระดับ World Class ได้

“เป็นความคิดสนุก ๆ ที่เราเอาแซลมอนมาเคียวหรือไปหมักดองสไตล์นอร์ดิก โดยใช้เกลือน้ำตาลแล้วใส่ส้มซ่า มีความคล้ายกับสโมกแซลมอนที่มีความแห้ง เราเคยเห็นคนเคยทำแซลมอนปลาร้ากันอยู่ เราเลยอยากเอาปลาร้ามาใส่ด้วย ด้านบนเมนูนี้เราโรยผักสมุนไพร มีกระเทียมดำที่ได้มาจากศรีสะเกษ เป็นกระเทียมที่มีรสชาติอร่อย กินด้วยกันกับเมนูนี้แล้วเข้ากันดี กระเทียมดำมีความหวานธรรมชาติในตัว แถมมีสรรพคุณทางยาด้วย เป็นเมนูที่มีรสชาติหลากหลายมาก”

เป็ดสาโท

Fine Dining ที่พูดความเป็นอีสานผ่านอาหารว่า ความเรียบง่าย สบาย และไร้พิธี ก็เป็นอาหารระดับ World Class ได้

“เป็ดย่างกินกับซอสที่ทำจากสาโท ปกติซอสเป็ดต้องกินกับของหวาน ๆ โดยมากเป็นผักที่หวาน ตรงนี้เราใช้ลูกมะเดื่อฝรั่ง เป็นวัตถุดิบที่หาได้จากขอนแก่นเหมือนกัน ส่วนตัวซอสออกเป็นเมนูฝรั่งนิด ๆ คือซอสเกรวี่ ซึ่งเกรวี่ของฝรั่งใช้ไวน์แดงทำ แต่เราใช้สาโทอีสานมาทำแทน เป็นเมนูที่ออกมาอร่อย ลูกค้าชอบ”

เป็น 3 เมนูที่โชว์ความเป็นอาหารไทยร่วมสมัย และคงกลิ่นอายอาหารอีสานไว้ได้เป็นอย่างดี อาหารทุกจานเสิร์ฟพร้อมกับการเล่าถึงความเป็นมาของแต่ละเมนู ทำให้ลูกค้าเข้าถึงความเป็นอาหารอีสาน และเข้าถึงรสชาติของความเป็นขอนแก่นมากขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่แสน Casual

แก่นของความท้าทาย

การพลิกผันจากเชฟมือหนึ่งในโรงแรมระดับสากล สู่การเปิดร้านของตัวเองในต่างจังหวัด แน่นอนว่าความไม่คุ้นชินกับร้านอาหาร Fine Dining ของคนที่นี่อาจเป็นอุปสรรคบ้าง

“ร้านเราคอนเซ็ปต์ค่อนข้างใหม่สำหรับต่างจังหวัด ถ้าคอนเซ็ปต์นี้เปิดที่กรุงเทพฯ อาจจะไม่เคอะเขิน เพราะฉะนั้น การกินอาหารประเภทนี้แค่เปิดปากไม่ได้ แต่ต้องเปิดใจด้วย มันต้องรู้สึกถึงสิ่งที่อยากสื่อสาร เราอยากสื่อสารถึงสิ่งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการได้ช่วยเกษตรกร หรือเทคนิคที่ทำยากลำบากเหลือเกิน เวลาน้อง ๆ ไปเสิร์ฟ เขาจะเล่าให้ลูกค้าฟังว่าจานนั้นเป็นยังไง เราว่ามันเป็นการเปิดประสบการณ์ในการกิน อยากให้ทุกคนเปิดประสาทรับรู้รับรส และเปิดใจเสพความตั้งใจของเรา”

แต่ความไม่คุ้นชินเหล่านั้นกลับเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เชฟไพศาลอยากให้ชาวขอนแก่นเปิดใจรู้จักร้านแก่นมากขึ้น เชฟจึงลงมือลงแรงทุกอย่างที่ไม่ใช่แค่งานในครัวอย่างที่ผ่านมา

Fine Dining ที่พูดความเป็นอีสานผ่านอาหารว่า ความเรียบง่าย สบาย และไร้พิธี ก็เป็นอาหารระดับ World Class ได้

“สมัยทำงานโรงแรม เราเป็น Executive Chief แต่ตอนนี้มีร้านของตัวเอง ก็เป็นทั้งคนสวน คนล้างจาน ช่างซ่อม คนจัดซื้อ คนเสิร์ฟ เป็นทุกตำแหน่ง แต่มีประโยชน์อย่างหนึ่งคือ เราเห็นภาพรวมองค์กรชัดขึ้น เมื่อก่อนเราอยู่ในโรงแรมหรือที่ใหญ่ ๆ บางทีก็รู้สึกว่าเท้าเราไม่ติดพื้น แต่พอทำร้านของตัวเองแล้ว ไม่ใช่แค่เท้าติดพื้น แต่เรานอนกลิ้งไปกับพื้นเลย เรา Down to Earth มากขึ้น แต่ก็มีความสุขในแบบของมัน”

ความสุขในแบบของเชฟไพศาลไม่ได้ออกมาในรูปแบบเงิน แต่เป็นความสุขที่ตอบแทนจากการได้ช่วยเหลือเกษตรกร เป็นความสุขที่ได้สร้างร้านตามตัวตนของตัวเอง และได้เป็นอีกเสียงที่อยากตะโกนก้องให้คนรู้จักอาหารอีสานมากขึ้น

“การทำให้คนได้รู้ว่าอีสานก็มีเชฟระดับมิชลิน เรามีความสุขที่ได้ขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ เพราะเรารู้สึกว่าอาหารอีสานเป็นม้านอกสายตา อยากทำให้อาหารอีสานเป็น Soft Power เล็ก ๆ ที่พัฒนาต่อไปได้”

แน่นอนว่าเชฟไพศาลก็มีภาพวาดฝันของวงการอาหารอีสานอยู่ในใจ

“อาหารอีสานเป็นอาหาร World Class อยู่แล้ว มีวันหนึ่งผมดูคลิปรีวิวสายการบิน เขาจะบินมาเมืองไทย แล้วเขาก็บอกว่า ฉันกำลังจะบินไปไทยหลังจากที่ไม่ได้ไปนานมาก ฉันคิดถึง Papaya Salad มากเลย เราก็ เอ๊ะ ทำไมพูดถึงส้มตำ หมายความว่ามันเป็นอาหารที่เขารู้จัก รู้จักข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ ผมเลยอยากเห็นอาหารอีสานไปสู่ระดับเวทีโลก แล้วก็อยากให้คนไทยเองที่นึกถึงอีสานแล้วรู้สึกว่าร้านอาหารอีสานอร่อย ไม่ใช่ Eat Cheap”

การจะไปถึงจุดนั้นได้ เชฟไพศาลจึงอยากเป็นอีกหนึ่งกำลังที่ช่วยต่อยอดพัฒนาวงการอาหารอีสานให้เป็นที่รู้จัก ทั้งในแวดวงคนไทยเอง จนไปถึงระดับชาติให้ได้ด้วยจุดเริ่มต้นนี้

Fine Dining ที่พูดความเป็นอีสานผ่านอาหารว่า ความเรียบง่าย สบาย และไร้พิธี ก็เป็นอาหารระดับ World Class ได้
Fine Dining ที่พูดความเป็นอีสานผ่านอาหารว่า ความเรียบง่าย สบาย และไร้พิธี ก็เป็นอาหารระดับ World Class ได้

“ร้านแก่นน่าจะโตไปในแบบของมัน Ultimate Dream สุด ๆ เลย เราเห็นภาพแก่นไปเปิดที่นิวยอร์ก เป็นภาพในหัวของเรากับจิ๊บที่เชื่อว่า If you can make it in New York, You can make it anywhere. เราหวังไว้ มันคงไม่ใช่ Tomorrow Plan แต่มันคงเป็นแผน 6 – 7 ปีไปเลย”

เช่นนั้นแล้วความตั้งใจเหล่านั้นจึงเริ่มต้นด้วยความใส่ใจและความพิถีพิถัน ให้คนขอนแก่นได้จดจำร้านแก่นที่นำเสนออาหารอีสานในรูปแบบใหม่ แปลความหมายของอาหารขอนแก่นออกมาได้วงน้ำเล็ก ๆ ที่มองการณ์ไกลขนาดนี้ นิยามตัวเองว่าเป็น Casual Fine Dining อาจจะสั้นไปหน่อย เราเลยขอให้เชฟให้คำนิยามของความเป็น ‘แก่น’ ที่อยากบอกให้คนรู้จักมากขึ้นอีกสักนิยาม

“แก่นเป็นร้านของคนขอนแก่น ร้านที่จะเป็นความภูมิใจของขอนแก่น และเป็นร้านที่อาหารมีความสร้างสรรค์ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรและรักษ์โลก”

Fine Dining ที่พูดความเป็นอีสานผ่านอาหารว่า ความเรียบง่าย สบาย และไร้พิธี ก็เป็นอาหารระดับ World Class ได้

แก่น (KAEN)

ที่ตั้ง : ซ.อดุลยาราม 3 อ.เมืองขอนแก่น / แก่น I KAEN (กังสดานซอย Pizza Company) (แผนที่)

เมนูอาหารมีให้เลือกทั้งแบบ A La Carte และ Set Menu

วัน-เวลาทำการ : 11.00 – 15.00 และ 17.00 – 21.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร) 

Facebook : แก่น I KAEN

โทรศัพท์ : 08 6222 2203

Writer

กชกร ด่านกระโทก

มนุษย์แมนนวล ผู้หลงใหลในกลิ่นและสัมผัสของหนังสือ ใช้เวลาว่างไปกับการอ่านนิยาย/มังงะ สนุกไปกับการเดินทาง และชื่นชอบในการเรียนรู้โลกทัศน์ของกลุ่มชาติพันธุ์

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load