27 พฤศจิกายน 2564
8 K

อำเภอสังขละบุรี เป็นอำเภอที่อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 200 กว่ากิโลเมตร มีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ถึงจะห่างไกลจากตัวเมือง แต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวน่ารักของชาวสังขละบุรี มีอาหารหลากหลาย ผสมผสานวัฒนธรรม ประเพณีที่น่าจดจำ และสถานที่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของวิถีชีวิต 

แม้การระบาดของวิกฤตการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สังขละบุรีเงียบเหงาลงไปบ้าง แต่ดีแทคก็ได้พาเสน่ห์ที่น่าดึงดูดของชุมชนกลับมาอีกครั้ง ชวนนักท่องเที่ยวมาเห็นเสน่ห์ของสังขละบุรีในมุมใหม่ จับจ่ายสินค้าฝีมือชาวบ้านได้แม้ไม่ต้องมาด้วยตัวเอง กู้รอยยิ้มของชาวสังขละบุรีกลับมา ด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ดีทั่วถึงเพื่อชีวิตเท่าเทียม 

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ชวนผู้อ่านไปสัมผัสและซึมซับวิถีชีวิตอันน่าค้นหาของชาวสังขละบุรีด้วยกัน 

01

สะพานมอญ

8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

สะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หากมาอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จะต้องมาเยือนให้ได้ บ้างยืนสูดอากาศ บ้างชื่นชมวิวธรรมชาติ บ้างก็มาเฝ้ามองและเรียนรู้วิถีชีวิตชาวมอญ

สะพานแห่งนี้เป็นสะพานไม้ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528 เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งต้องการสร้างสะพานเชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนมอญกับคนไทย ทำให้เดินทางข้ามไปมาได้สะดวก และเพื่อให้เด็ก ๆ มีทางเดินที่ดีไปโรงเรียน 

ในอดีตสะพานมอญเป็นสะพานไม้ที่มีลักษณะโค้งไปโค้งมา มีความยาวกว่า 845 เมตร นับว่าเป็นสะพานสร้างจากไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับที่สองของโลก รองมาจากสะพานไม้อูเบ็งของเมียนมา ถูกสร้างและปรับปรุงมากว่า 5 ครั้ง จนมาเป็นสะพานไม้ที่ยาวตรงขนาด 445 เมตร พาดผ่านแม่น้ำซองกาเลียในปัจจุบัน

8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ชาวมอญเคร่งครัดเรื่องศาสนามาก และนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้วิถีชีวิตของพวกเขาแสดงออกมาผ่านกระทำและวิถีชีวิตในแต่ละวัน ทุกเช้าชาวมอญจะตื่นเช้าขึ้นมาเตรียมข้าวสวยร้อน ๆ ที่นับเป็นข้าวสุกข้าวแรกของหม้อเพื่อนำไปถวายพระ เป็นภาพที่นักท่องเที่ยวเห็นกันจนชินตา

สะพานมอญไม่มีช่วงที่สวยเป็นพิเศษ เพราะที่สังขละบุรี แต่ละฤดูกาลมีเอกลักษณ์และเสน่ห์แตกต่างกัน หากมาฤดูร้อน แม้อากาศจะร้อนและไม่เห็นหมอกเหมือนในหน้าหนาว แต่จะได้ล่องเรือชมวัดจมน้ำ แบบที่เดินทอดน่องลงไปดูสถาปัตยกรรมจมน้ำได้ในระยะใกล้ หากมาในฤดูฝน ก็จะเห็นชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาจากหลายภูมิภาคมาตกปลาที่นี่ ส่วนฤดูหนาว ก็จะได้สูดอากาศเย็นสบาย และชมหมอกหนาที่สวยจับใจ 

ที่ตั้ง : ซอยสะพานไม้ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน

02

พี่เย็น เทินหม้อ

8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

การเทินคือการวางสิ่งของไว้บนศีรษะแทนการถือ เพื่อให้ถือของได้ในจำนวนที่เยอะขึ้น แถมยังไม่รู้สึกหนักเท่ากับการถือด้วยมือ นับว่าเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมของชาวมอญที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และอดนึกถึงไม่ได้เมื่อคิดถึงชาวมอญ 

ป้าเย็น นับได้ว่าเป็นเดอะมาสเตอร์ด้านการเทินหม้อ ไม่ว่าใครผ่านมาผ่านไปแถวสะพานมอญ เป็นต้องเห็นป้าเย็นเดินเทินหม้ออยู่แถวนี้เพื่อมารอตักบาตร พร้อมขายชุดตักบาตรให้กับนักท่องเที่ยวในยามเช้า

แม้บนศีรษะของป้าเย็นจะมีหม้อข้าวสูง 15 ใบ หนักเกือบ 5 กิโลกรัมตั้งอยู่ แต่เธอก็ยังคงเดินอย่างมั่นคง แวะถ่ายรูปสนุกสนาน พูดคุยอย่างเพลิดเพลิน และแจกรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ

ที่ตั้ง : สะพานมอญ ซอยสะพานไม้ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน

03

แม่น้ำซองกาเลีย

8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

แม่น้ำซองกาเลียเป็นแม่น้ำที่ตัดผ่านเมืองสังขละบุรีออกเป็น 2 ฟาก ระหว่างฝั่งชุมชนมอญที่ตั้งรกรากมากว่าร้อยปี และฝั่งชุมชนไทยที่เป็นเหมือนตัวเมือง มีทั้งที่ว่าการอำเภอ โรงเรียน โดยมีสะพานมอญคอยเชื่อมสายใยระหว่างสองฝั่ง ให้ผู้คนมอญ ไทย เมียนมา และกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อาศัยในละแวกนี้ได้ไปมาหาสู่ และข้ามมาทำธุระในอีกฝั่งได้

แม่น้ำซองกาเลียเป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านทั้งไทยและมอญ ชาวบ้านที่อาศัยและใช้ชีวิตบนแพ นำน้ำจากแม่น้ำไปกิน ไปใช้ และหล่อเลี้ยงเลี้ยงอาชีพให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนฝั่ง จากการทำประมง การล่องเรือพานักท่องเที่ยวชมวัด และยังเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงความมีชีวิตชีวา เป็นสนามเด็กเล่นจากธรรมชาติให้กับเด็ก ๆ ในชุมชน ได้มาใช้เวลาเรียนรู้และเล่นสนุก

8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เดิมที่มาของแม่น้ำซองกาเลียเป็นปริศนา เพราะสายน้ำสายนี้ไหลออกมาจากชั้นของหินในหมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยง ก่อนจะค้นพบว่า จริง ๆ แม่น้ำสายนี้เชื่อมมาจากเมียนมา ก่อนไหลมายังสังขละบุรีและไปบรรจบกับแม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตีในจุดที่เรียกว่าสามประสบ 

สำหรับใครที่อยากลงเล่นน้ำหรือพักผ่อนใจ ก็ขับรถออกมาจากตัวเมืองอีกหน่อย ไปยังห้วยซองกาเลีย จุดลงเล่นน้ำที่ชวนให้ผู้อ่านมาสัมผัสความเย็นสบาย คลายร้อน ใช้เวลาไปอย่างช้า ๆ และนับว่าเป็นเสน่ห์ของแม่น้ำซองกาเลีย

ที่ตั้ง : ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน

04

ล่องเรือชมวัดจมน้ำ

8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

วัดจมน้ำตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่าสามประสบ ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้านสังขละบุรีทั้งเมือง มีทั้งวัด สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และสถานที่สำคัญในการดำรงชีวิตของชุมชนชาวไทย เมียนมา และกะเหรี่ยง ก่อนทั้งหมดจะถูกน้ำท่วม เพราะการสร้างเขื่อนและจมอยู่ใต้น้ำมานานหลายสิบปี ชาวบ้านจึงต้องอพยพและตั้งรกรากใหม่ในบริเวณเมืองสังขละบุรีปัจจุบัน 

วัดวังก์วิเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตตมะเก่า มีโบราณสถานของหอระฆัง โบสถ์วัดวังวิก์เวการาม และกุฏีของหลวงพ่ออุตตมะ กุฏิของหลวงพ่อจะมีคานที่เป็นรางรถไฟจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ด้วย ส่วนภายในผนังโบสถ์จะมีร่องรอยของการประดิษฐานพระพุทธรูปกว่า 2,500 องค์ บ้างก็ถูกย้ายไปยังวัดใหม่ และบางส่วนก็จมลงไปยังแม่น้ำ หากได้มาในช่วงหน้าแล้งก็จะเดินลงไปชมใกล้ ๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่หากมาในช่วงหน้าหนาว น้ำจะมีปริมาณสูงขึ้น ทำให้ล่องเรือชมได้เพียงหลังคาโบสถ์ที่ยังคงความสวยงามไปอีกแบบ

นอกจากนี้ ผู้อ่านยังเลือกเส้นทางล่องเรือได้ด้วยตัวเอง เพราะยังมีโบราณสถานอีกหลากหลายให้ได้ชม ทั้งวัดศรีสุวรรณ วัดมอญอีกหนึ่งแห่งที่จมอยู่ใต้น้ำ วัดสมเด็จ ซึ่งเป็นวัดเดียวที่ยังคงมีพระพุทธรูปให้เข้าไปสักการะได้ รวมถึงไปชมประตูเมืองระหว่างเมียนมาและไทยได้ด้วย 

ที่ตั้ง : ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

ติดต่อบริการไกด์ท้องถิ่นสำหรับล่องเรือชมวัดจมน้ำได้ที่ Facebook : สะพานมอญ สังขละบุรี Powered by dtac 700MHz

โทรศัพท์ : 06 2982 3114 (คุณซานต้า)

05

เจดีย์พุทธคยา

8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เจดีย์พุทธคยา เป็นเจดีย์องค์ใหญ่สีทองสะดุดตา ทรงสี่เหลี่ยมสูง 59 เมตร บนยอดสูงสุดประดับด้วยฉัตรและทองคำหนัก 400 บาท สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 จำลองลักษณะมาจากเจดีย์พุทธคยาองค์จริง ณ ประเทศอินเดีย จากความตั้งใจของหลวงพ่ออุตตมะ ที่อยากสร้างไว้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธที่อยู่ร่วมกันอย่างไม่แยกเชื้อชาติ 

8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
8 แลนด์มาร์กสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ อ.สังขละบุรี ที่ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ด้านหน้าของเจดีย์มีต้นโพธิ์ต้นใหญ่ หลวงพ่ออุตตมะนำเมล็ดมาจากอินเดีย ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ต้นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ บนยอดของเจดีย์ยังมีพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญจากประเทศศรีลังกามาประดิษฐานไว้ ส่วนภายนอกของเจดีย์มีสีทองอร่าม เพราะชาวบ้านร่วมมือร่วมใจกันบูรณะตลอดทุกปี 

นอกจากเป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้าน เจดีย์พุทธคยายังเป็นศูนย์กลางในการรวมตัวเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในวันสำคัญ อาทิ เทศกาลสงกรานต์ และประเพณีบูชาเรือสะเดาะห์เคราะห์ ซึ่งจัดขึ้นช่วงก่อนออกพรรษา

ที่ตั้ง : ซอยเจดีย์พุทธคยา ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น.

โทรศัพท์ : 09 4338 0790

06

ป้าหยิน อาหารพื้นบ้าน ขนมจีนมอญ

ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น
ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น

คนมอญนิยมกินขนมจีนเป็นมื้อเช้า เปรียบเหมือนโจ๊กและข้าวเหนียวหมูปิ้งของคนไทย 

หนึ่งในอาหารพื้นบ้านจานเด็ด ที่หากมาสังขละบุรีแล้วพลาดไม่ได้ คือขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ขนมจีนเส้นสดที่ใช้ระยะเวลาเตรียมแป้งหลายอาทิตย์ ต้องนำข้าวเหนียวและข้าวจ้าวแช่ไว้ 1 อาทิตย์ โม่อีก 1 – 2 อาทิตย์ ก่อนจะเอามาพัก เพื่อให้น้ำไหลออกมาอีก 1 คืน ค่อยนำมาตีให้เข้ากัน ผสมน้ำ และกดออกมาเป็นเส้น

น้ำยาหยวกกล้วยให้รสหวานธรรมชาติมาจากเนื้อปลา ส่วนหยวกกล้วยต้องผ่านกรรมวิธีการล้างและลวกอย่างดี เพราะหากลวกไม่ดีจะทำให้รู้สึกคันคอได้ ออกมาเป็นหยวกกล้วยเนื้อสัมผัสนิ่ม ๆ ส่วนเนื้อปลา คุณป้าใช้ปลานวลจันทร์หรือปลายี่สก คัดเลือกเฉพาะปลาตัวใหญ่ นำมาแกะเนื้อ เลาะก้าง แล้วตุ๋นทั้งคืนด้วยเตาถ่านจนมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว 

เคล็ดลับของจานนี้ ป้าหยินแนะนำว่าให้ใส่พริกป่น น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก เพื่อชูรสเพิ่มเติมสักหน่อย 

ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น

ที่ตั้ง : ซอยสะพานไม้ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

Facebook : ร้านป้าหยิน อาหารพื้นบ้าน ขนมจีนมอญ

โทรศัพท์ : 08 9808 3002

07

ร้านอาหารมอญ

ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น
ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น

นอกจากคนมอญจะกินขนมจีนเป็นมื้อเช้า ยังมีมื้อเย็นเป็นข้าวสวยร้อน ๆ และแกงฮังเลมอญ ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูห้ามพลาด แม้ชื่ออาจคุ้นหู แต่แกงฮังเลที่นี่ไม่เหมือนที่ไหน เพราะใช้พริกแกงพม่าสูตรต้นตำหรับ ให้กลิ่นและรสไม่เหมือนพริกแกงของไทย สืบทอดสูตรมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า จนได้รับเลือกเป็นหนึ่งในอาหารจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘บ้านของดี วิถีมอญ’ และถูกบันทึกลงในแผนที่ท่องเที่ยวชุมชนมอญบ้านวังกะ ใครมาเยือนต้องมาลองลิ้ม 

แม้จะเป็นเมนูทั่วไปที่คนมอญชอบทำและหากินได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่พริกแกงของร้านนี้กลับถูกปากถูกใจผู้คนที่ได้ลองชิมมากว่า 30 ปี เพราะรสชาติถึงเครื่องแถมยังมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ 

มีทั้งแกงฮังเลหมู แกงฮังเลเนื้อ แกงฮังเลไก่ ให้เลือกชิมตามความชอบ 

ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น

ที่ตั้ง : อุตมานุสรณ์ ซอย 7 หมู่บ้านวังกะ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่

Facebook : สะพานมอญ สังขละบุรี Powered by dtac 700MHz

08

โจ๊กนั่งยอง

ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น

โจ๊ก หรือ เปิ่นด้าดเกริด กินคู่กับปาท่องโก๋ หรือ อีจาเกว้ย ในตอนเช้า ๆ เหมาะเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีทีเดียว

ร้านโจ๊กนั่งยอง ร้านโจ๊กเจ้าเด็ดในดวงใจของคนมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะนักท่องเที่ยวหรือคนพื้นที่ ด้วยบรรยากาศน่ารักที่มีเก้าอี้ตัวเล็กไว้ให้นั่งกินอาหารแบบยอง ๆ อันเป็นที่มาของชื่อร้าน 

โจ๊กของที่นี่ทำจากข้าวหอมมะลิคัดพิเศษ เอามาโม่ใหม่เกือบทุกอาทิตย์ ก่อนเอาไปเคี่ยวกับซุปหมูจนเนื้อเนียนละเอียด แถมขึ้นชื่อเรื่องความหอม หมูรวนของร้านโจ๊กนั่งยองก็เป็นสูตรพิเศษฉบับคุณแม่พี่อรที่หมักข้ามคืนเพื่อให้รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง ใส่ขิง พริกไทย กระเทียมเจียว ต้นหอม และหมี่กรอบได้ตามใจ เพราะทอดหมี่กรอบใหม่ ๆ ทุกวันกว่า 3 หม้อ เพราะอยากให้ลูกค้าได้กินอย่างหนำใจและถูกปากมากที่สุด

ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น
ทำความรู้จักสังขละบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านวิถีชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และร้านอาหารท้องถิ่น

ส่วนของฝากที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งเส้นหมี่มอญ พริกไทย ชาพม่า ขมิ้น ปลาหัวยุ่ง หมูฝอย และพริกแกงฮังเลสูตรคุณตา ใครได้ลองชิมแกงฮังเลที่ร้านก็ติดใจมานักต่อนัก ทำสดใหม่ตามออเดอร์เท่านั้น สืบทอดมากว่า 40 ปี ใช้เครื่องแกงและพริกของพม่า ให้รสชาติเข้มข้น หอมกระเทียม รับรองว่าไม่เหมือนพริกแกงที่ไหน 

หากสนใจของฝากก็จับจ่ายได้ทั้งออฟไลน์ที่หน้าร้าน และออนไลน์บนเพจโจ๊กนั่งยอง เพราะที่นี่ครอบคลุมสัญญาณคลื่น 700MHz แถมมีทีมเน็ตทำกินจากดีแทคมาปันความรู้และเพิ่มทักษะพี่ ๆ ให้ขายออนไลน์ได้ไม่มีสะดุด 

ที่ตั้ง : หัวสะพานมอญ (ฝั่งมอญ) ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 0111 0536

ดีแทคถ่ายทอดภาพยนตร์โฆษณาผ่าน ‘สะพานมอญ’ จุดท่องเที่ยวสำคัญของสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งชวนทีมดีแทค ‘เน็ตทำกิน’ ลงพื้นที่แบ่งปันความรู้ พัฒนาความสามารถของคนในชุมชนสู่ทักษะดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เพื่อประกอบอาชีพและสนับสนุนการท่องเที่ยว ตลอดจนการขายสินค้าท้องถิ่นต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย 

ซึ่งดีแทคติดตั้งคลื่น 700 MHz มาแล้วมากกว่า 11,800 สถานีฐาน ขยายสัญญาณครบ 77 จังหวัด ครอบคลุม 923 อำเภอทั่วไทย พร้อมเปิดเส้นทางรับแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทยและยกระดับพัฒนาชีวิตชุมชน โดยจะขยายครอบคลุมประชากร (Population Coverage) ประมาณ 93 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสัญญาณ 4G ภายในสิ้นปีนี้

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

หฤษฎ์ หอกเพ็ชร์

ถ่ายภาพตั้งแต่อยู่ปี 1 รู้ตัวอีกทีก็เป็นงานประจำไปซะแล้ว

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

เข็มสั้นชี้เลข 11 เข็มยาวชี้เลข 12 พระอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวตั้งฉากกับท้องฟ้า บ่งบอกเวลาใกล้เที่ยงวัน ใกล้ชั่วโมงพักจากกิจกรรมตรงหน้า ถ้ามีมื้อสายสนุก ๆ สักจาน คงเติมเต็มช่วงวันสาย ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่อาหารก็มีหลากหลายนานาจิตตัง บางคนอาจจะมีคำถามว่า วันนี้กินอะไรดีนะ? เป็นส่วนหนึ่งก่อนการเริ่มมื้ออาหาร เราเลยมีช้อยส์สนุก ๆ อยากชวนทุกคนไปเปิดโลกอาหารนานาชาติจากหลายตรอกซอกมุมรอบกรุงเทพฯ (ท้องร้องกันแล้วใช่มั้ย)

Take Me Out รอบนี้ ตระเวนคัดสรรมาแล้วเน้น ๆ กับร้านอาหารมื้อสายฉบับนานาชาติ 10 ร้าน 10 สัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน อย่างอาหารญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม หรือจะเป็นอาหารที่ไม่เคยคุ้นแต่อยากเปิดใจลอง เช่น อาหารพม่า เนปาล แอฟริกา รวมทั้งสัมผัสประสบการณ์ทานอาหารที่น่าจดจำด้วยจานหลักที่ปรุงจากแพสชันและวัตถุดิบสดใหม่ 

เชฟทุกคน ทุกร้าน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวของอาหารประจำชาติและเสิร์ฟมื้อสายนี้สุดฝีมือเพื่อนักชิมทุกคน

ความอร่อยแปลกใหม่รออยู่ตรงหน้า แค่ปักหมุดไว้ แล้วออกไปกิน Brunch พร้อมกันเลย!

01
มิงกะละบา!

ชิมยำใบชารสจัดจ้าน หอมเครื่องเทศ ขนานเมียนมาแท้ ๆ ที่ MO.NA

ร้านแรกที่เราพาไป คือต้นตำรับของอาหารพม่าแท้ ๆ เลยต้องขอกล่าวทักทายด้วยภาษาประจำชาติสักเล็กน้อย

ประเดิมชาติแรกที่พม่า หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่มีความสัมพันธ์สนิทกับไทยมาช้านาน แต่เรื่องอาหารอาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นเคยเท่าไร สองเท้าเลยพาเรามาหยุดหยู่หน้าร้านเล็ก ๆ หลังจากลัดเลาะเข้ามาในตลาดย่านพระโขนง

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

MO.NA เรียกสั้น ๆ จำง่าย ๆ ชื่อเดียวกับเจ้าของร้านอย่าง โมนา เธอเริ่มต้นจากการขายอาหารเร่แบบรถเข็น พอขายมาเรื่อย ๆ ก็เก็บเงินก้อนหนึ่งเปิดร้านอาหารพม่าท้องถิ่น คงกลิ่นและรสชาติเอกลักษณ์ตามฉบับพม่าไว้ได้อย่างดี เพราะเธอเลือกนำเข้าวัตถุดิบหลักจากประเทศพม่าโดยตรง คนที่เข้ามาทานอาหารที่ร้านก็มักเป็นคนพม่าในย่านพระโขนง บางครั้งก็มีนักท่องเที่ยวต่างถิ่นและชาวไทยผู้อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ต่อมรับรสแวะเวียนมาทานอยู่บ้าง

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

อาหารพื้นถิ่นพม่าที่ไม่ควรพลาด คือ ยำใบชา จานนี้เป็นอาหารและขนมขบเคี้ยวยอดนิยมของคนพม่าที่เปรียบเสมือนเอเนอจี้บาร์ มีส่วนผสมหลักเป็นใบชาหมักและถั่วชนิดต่าง ๆ รวมทั้งพริกขี้หนู มะเขือเทศ งา กระเทียม และขิง ส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศพร้อมรสชาติจัดจ้าน ดึงดูดให้คนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ มาเรียนรู้ผ่านการชิมรสชาติได้ในทุกวัน

พิกัด : 10/32 ซอยสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (BTS พระโขนง)

เวลาทำการ : 07.00 -19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2709 0665

02
ซิน จ่าว!

ลิ้มรสบั๋นห์แบ่วรสมือคนเวียดนามตัวจริงเสียงจริงที่ Tonkin Annam

เขยิบจากพม่ามาไม่ใกล้ไม่ไกล ไปที่อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออกอย่างเวียดนาม

ย้อนกลับไปสมัยสงครามเวียดนาม ผู้คนบางส่วนอพยพมาที่ไทย เช่นเดียวกับเจ้าของร้านนี้ นอกจากสิ่งที่ติดตัวมาคือวัฒนธรรม ยังมีตำราอาหารในความทรงจำ เขาเชื่อว่าเป็นสิ่งสะท้อนภาพรวมทุกอย่าง ทั้งสังคม การเมือง และวิถีชีวิต

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

การทำอาหารนับว่าเป็นหนึ่งในตัวตนของ กาย ไล มิตรวิจารณ์ เขาคิดถึงรสมือคุณป้าที่เคยทำอาหารให้กิน จึงกลับไปรื้อฟื้นความทรงจำ ศึกษา คลุกคลี ทำความรู้จักกับอาหารเวียดนามให้ถ่องแท้ที่ Tonkin บ้านเกิดของย่าในแคว้นตอนเหนือ และ Annam บ้านเกิดของปู่ในแคว้นตอนกลาง Tonkin Annam จึงเกิดขึ้นและเสิร์ฟอาหารเวียดนามถิ่นเหนือและแถบกลางสไตล์โฮมคุกมาตลอด 5 ปี

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

หนึ่งในจานที่อยากแนะนำ คือ บั๋นห์แบ่ว อาหารว่างสำหรับทานกลางวัน เป็นที่นิยมของคนเวียดนาม มองเผิน ๆ หน้าตาคล้ายขนมถ้วยบ้านเรา แต่บ้านเขาเป็นของคาวด้วยหน้าหมูสับผัดต้นหอม เสิร์ฟคู่กับน้ำปลาสูตรเฉพาะของร้าน (เราชิมแล้วอร่อยติดใจ เค็มกำลังดีและมีกลิ่นหอมจากน้ำมันต้นหอม ปรุงเข้ากับน้ำปลาเวียดนาม) และส้มจี๊ดทำหน้าที่ให้ความเปรี้ยวแทนมะนาว 

วัตถุดิบหลักที่พิเศษของร้านนี้ หนึ่ง คือ แป้งข้าวเจ้าที่ไม่ผ่านการแช่น้ำ สอง คือ ผักทุกชนิดในร้านปลูกสดจากสวนของ ตงกิง อันนัม ทุกเมนูเสิร์ฟในจานชามที่อวดลวดลายศิลปะท้องถิ่น และตะเกียบไม้ขนุนเสริมบรรยากาศให้เหมือนบินไปกินถึงถิ่นเวียดนาม

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 69 ซอยท่าเตียน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เวลาทำการ : 11.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3469 2969

03
ซาลามัต ดาตัง!

สัมผัสรสชาตินาซี เลอมัก ฉบับโฮมคุกฝีมือชาวมาเลเซียที่ 8817 Cafe

อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ติดกับทางตอนใต้ของไทย มีการค้าขาย สถานที่ท่องเที่ยวที่สัมพันธ์กับไทยมากมาย อยู่ติดกันแค่นี้ แต่เราเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยชิมอาหารมาเลเซียสักครั้ง เราเลยอาสาพาไปเปิดประสบการณ์อาหารมาเลเซียที่คาเฟ่ย่านสุทธิสาร เจ้าของร้านเกริ่นว่าเสน่ห์ของอาหารมาเลคือ ต้องกินร้อน ๆ ทันทีหลังเสิร์ฟ ถ้าผ่านไป 10 – 20 นาที รสชาติจะเปลี่ยน

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

บ้านเลขที่ 88 ในซอยรัชดา 17 เป็นที่ตั้งของ ‘8817 คาเฟ่’ ร้านอาหารมาเลจากชาวมาเลที่อยู่ไทยมานาน อย่าง เดวิด เซ็ก ตั๊ก ไว และ เจนต์-วุฒิศักดิ์ นาชัยธง พร้อมกับหุ้นส่วนที่เคยทำธุรกิจท่องเที่ยวด้วยกัน ลูกค้าที่เคยมาทานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนกลับไปกินข้าวที่บ้าน ด้วยรสชาติฉบับมาเลเซียแท้ ๆ ใช้วัตถุดิบสำคัญส่งจากปีนัง พร้อมพลิกแพลงสูตรให้ถูกปากคนไทย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

เมนูที่เราชวนทุกคนไปชิม และเจ้าของร้านกระซิบว่ามาที่นี่ห้ามพลาด คือ นาซี เลอมัก ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารประจำชาติของมาเลเซีย ไปทางไหนก็เจอได้ตามสตรีทฟู้ดทั่วไป ข้าวหุงด้วยกะทิรับบทหลักของจานนี้ แวดล้อมด้วยน้ำพริกและเครื่องเคียง 5 อย่าง มีไก่ทอดหรือแกงกะหรี่ ไข่ต้ม ถั่วลิสง แตงกวา ปลาเล็กทอด ถ้าใครสายเส้นสายแป้ง ที่ร้านยังมีเมนูน่าลองอีกมากมาย เช่น หมี่ฮกเกี๊ยน ชาก๋วยเตี๋ยว โรตีชะไน และอย่าลืมเพิ่มความกลมกล่อมด้วยเครื่องดื่มประจำชาติ อย่างเต ตาริก หรือชามาเล ด้วยนะ

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 88 ซอยรัชดาภิเษก 17 (อินทามระ 45) เขตดินแดง แขวงดินแดง กรุงเทพมหานคร (MRT สุทธิสาร)

เวลาทำการ : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5812 6817

04
คนนิจิวะ!

สั่งชุดกับข้าวและซดซุปร้อน ๆ ตามสไตล์ชาวญี่ปุ่นที่ Okonomi 

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยมีมากมาย เราขอชวนเลือก Okonomi ร้านอาหารญี่ปุ่นของ เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ซึ่งพาร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านบรูกลิน สหรัฐอเมริกา มาสู่ประเทศไทย ภายใต้ 2 คอนเซ็ปต์หลักที่อยากให้ทุกคนที่มารู้สึกเหมือนได้ Start the Day เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารญี่ปุ่น และ Stay the Day ใช้เวลาวันนี้ของคุณเพื่อผ่อนคลายในร้านที่ตกแต่งแนวสแกนดิเนเวียน องค์ประกอบภายในร้านคัดสรรอย่างดี ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ ยันแผ่นไม้ที่เลือกใช้ไม้ฮานาโกะเพราะกลิ่นที่ให้ความสบาย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

อาหารที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง ได้แก่ Ichiju Sansai (อิจิสุ ซันไซ) ซุป 1 อย่างกับข้าว 3 อย่าง และเลือกวัตถุดิบหลักอย่างปลาได้ 3 ชนิด พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 11 โมง นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มแก้วพิเศษ Kuromitsu Macchiato กาแฟหอมกรุ่น ใช้ความหวานจากน้ำตาลดำญี่ปุ่นแทนคาราเมล เหมาะแก่การเริ่มต้นวันสาย ๆ กับมื้ออาหารที่ครบทั้งรสชาติและสารอาหาร

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 33/1 ซอยสุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง กรุงเทพมหานคร (BTS พระโขนง)

เวลาทำการ : 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1338 8000

05
อันยองฮาเซโย!

ซดซุปกิมจิถึงเครื่องเสมือนมีออมม่ามาปรุงให้ถึงบ้านที่ Kiani Korean Restaurant

กระแส K-Pop และซีรีส์เกาหลียังคงมาแรง ขอชวนสายเกาและผู้ชื่นชอบวัฒนธรรมแดนกิมจิมาชิมอาหารเกาหลีใต้รสชาติต้นตำรับฝีมือคนเกาหลีแท้ ๆ สูตรจากออมม่า (คุณแม่) ของ อี จงจิน ลูกชายผู้หลงใหลการทำอาหารและชื่นชอบประเทศไทย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

จากร้านคิมบับเล็ก ๆ ในศูนย์การค้า Fifty Fifth Thonglor เมื่อ 10 ปีก่อน สู่ร้าน Kiani Korean Restaurant 

เดิมที แม่ของจงจินเปิดร้านขายอาหารที่ปูซาน ลูกชายจึงอยากเปิดร้านอาหารสาขาลูกบ้าง แต่การเปิดร้านที่นู่นมีการแข่งขันสูง เขามีเพื่อนเป็นคนหลายเชื้อชาติจากการทำงานสายวิศวกร ทำให้รู้จักเและมาเที่ยวเมืองไทยบ่อยจนเรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่ 2 จึงตัดสินใจเปิดร้านและใช้สูตรอาหารเกาหลีกลิ่นอายบ้านเกิดฝีมือแม่ ด้วยรสชาติโฮมเมดของที่นี่ รับรองเลยว่าคนเกาหลีกินแล้วต้องคิดถึงบ้าน ส่วนคนต่างชาติหรือคนไทยชิมแล้วก็เหมือนได้ไปเยือนแดนโสมขาวเลยทีเดียว

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

‘Kiani’ ในภาษาเกาหลีแปลว่าคุณพ่อขายาว ซึ่งพร้อมดูแลทุกคนด้วยอาหาร คุณพ่อขายาวแนะนำเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ซุปกิมจิพร้อมเครื่องเคียง ซุปกิมจิแต่ละร้านรสชาติไม่เหมือนกัน สูตรของที่นี่มีความเฉพาะตัว กลมกล่อมเหมือนมีคุณแม่มาทำซุปให้กินที่บ้าน ไม่หวานไม่เผ็ดจนเกินไป กินกับเครื่องเคียงและข้าวในช่วงสาย ๆ ก็อร่อยอิ่มท้อง พร้อมเริ่มทำงานช่วงบ่ายทันที!

ทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัว มาฝากท้องให้คุณพ่อขายาวดูแลได้เลย

พิกัด : 90 ถนนสุขุมวิท ซอย 55 (ซอยทองหล่อ 2) เขตคลองตันเหนือ กรุงเทพมหานคร (ใกล้กับ BTS ทองหล่อ 400 ม.)

เวลาทำการ : 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2714 7730

06
นมัสเต!

ตักคาร์จาร์เซ็ตตำรับเนปาลเข้าปาก และสัมผัสอ้อมกอดหิมาลัยที่ Himalaya Restaurant

คนไทยมักคิดว่าอาหารเนปาลและอาหารอินเดียรสชาติคล้ายกัน แต่ที่นี่จะพานักชิมไปรู้จักรสชาติแห่งอาหารจากเทือกเขาหิมาลัย สูตรต้นตำรับเอกลักษณ์เนปาลแท้ที่ไม่เหมือนอาหารอินเดีย

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ธันวา-อัสสชิตะ อวาเล อดีตนักข่าวต่างประเทศสำนักพิมพ์มติชน ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านอาหารเนปาลสูตรท้องถิ่นอย่าง Himalaya Restaurant การทำงานในวงการสื่อของธันวาทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะคนกลาง ผู้ดูแลคนไทยที่อยากไปเยือนเนปาล และคนเนปาลที่อยากมาเยือนเมืองไทย ร้านนี้เกิดขึ้นเพื่อบริการคนเนปาลที่มาไทยแต่กินอาหารไทยไม่ได้ และคนไทยที่อยากไปเนปาลได้ลองชิมอาหารเนปาลก่อนไปเที่ยวเพื่อความสบายใจ 

ร้านฮิมาลายาจึงไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เปรียบเสมือนทูตทางวัฒนธรรม เผยแพร่ความเป็นเนปาลแท้ ๆ ให้คนภายนอกได้รู้จัก และเป็นพื้นที่สำหรับชาวเนปาลผู้หวนคิดถึงบ้าน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

อาหารพื้นเมืองเนปาลที่ไม่ควรพลาดคือ Khaja Set (คาจาร์เซ็ต) เป็นเมนูเอกลักษณ์ของเนปาล มีแค่ร้านนี้ร้านเดียวในไทยที่มีขาย ในเซ็ตมีข้าวเม่า ยำมันฝรั่ง ยำไก่ คนเนปาลจะกินช่วงเช้า-บ่าย รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ด กินง่าย ไม่ฉุนเครื่องเทศ 

อาหารเนปาลกินง่าย รสชาติดี ถูกปากคนไทย ขอเชิญนักชิมมาพิสูจน์ได้ทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

พิกัด : 122/16 ถนนราชปรารภ กรุงเทพมหานคร (BTS พญาไท / BTS ราชเทวี)

เวลาทำการ : 11.00 – 22.00 น

โทรศัพท์ : 0 2​060 4778

07
ชาโลม!

หยิบขนมปังจิ้มน้ำมันมะกอกและผงสมุนไพร เติมพลังฉบับชาวอิสราเอลที่ Nine Pastry

ขนมปัง Rush Hour ของชาวออฟฟิศมักเป็นแซนด์วิชแฮมง่าย ๆ อีกมือถือแก้วกาแฟเล็ก ๆ ถ้าขนมปังรสชาติเดิมอาจจำเจ ขอแนะนำร้านเบเกอรี่แนวใหม่ เสิร์ฟขนมปังสไตล์อิสราเอล โดยเชฟผู้เปี่ยมแพสชันต่อการอบขนมปังและเชื่อว่าขนมปังเป็นสิ่งมีชีวิต

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

Nine Pastry ร้านเบเกอรี่โดยหนุ่มชาวยิวผู้เคยทำงานในสายการบินอย่าง เนียร์ เน็ตเซอร์ ร่วมกับ Food Stylist สาวไทย แพตตี้-พิชญา ศิริวงศ์รังสรรค์ คู่หูผู้รักในการทำขนมปัง ที่อยากเสิร์ฟขนมปังสไตล์ตะวันออกกลางในชั่วโมงเร่งด่วนให้ลูกค้าเข้ามา Grab & Go เบเกอรี่หลักของร้านคือขนมปังซาวร์โดว (Sourdough) และครัวซองต์ 

ขนมปังทุกชิ้นเกิดจากแพสชันและความรักในการทำขนมปังของเนียร์ เขาเลี้ยงยีสต์สำหรับทำขนมปังเอง เพราะหลงใหลการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของยีสต์ก่อนเป็นขนมปัง ดังนั้น การนำก้อนยีสต์เข้าเตาอบให้ออกมาเป็นขนมปังแต่ละก้อน สร้างความภูมิใจและเติมแพสชันในการตื่นตี 5 มาอบขนมได้ในทุก ๆ วัน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ขนมปังที่ชวนลิ้ม คือ Classic Sourdough ขนมปังสไตล์อิสราเอล จิ้มน้ำมันมะกอกและผงซาตาร์ (Za’atar) สมุนไพรจากตะวันออกกลาง หอมผงสมุนไพร กินง่ายอยู่ท้อง แถมมีเมนูพิเศษทุกวันศุกร์และเสาร์ เป็นเมนูที่ทำเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ในวัฒนธรรมของคนยิว 

พิกัด : 615 สุขุมวิท 22 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (BTS พร้อมพงษ์)

เวลาทำการ : 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5815 5839

08
เคีย โอร่า!

รังสรรค์ Fish & Chips มื้อสนุก ๆ แบบคนนิวซีแลนด์ ที่ Kai New Zealand

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ข้ามมาฝั่งตะวันตกที่ประเทศนิวซีแลนด์กันบ้าง ดินแดนนี้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอังกฤษค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกีฬา การแต่งกาย หรือภาษา ที่สำคัญคือเรื่องอาหารประจำชาติ ซึ่งคำว่า Kai มาจากภาษาเมารี แปลว่า อาหาร เกิดจากความต้องการเผยแพร่สูตรอาหารจากคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าของร้านชาวนิวซีแลนด์สู่คนไทย ทั้งยังใช้วัตถุดิบชั้นดีส่งตรงจากประเทศนิวซีแลนด์ เช่น เนื้อวัว แกะ กวางเกรดพรีเมี่ยม หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโต ๆ เพิ่มดีกรีความอร่อยด้วยขั้นตอนการปรุงอย่างพิถีพิถันในครัวเปิดโล่งกลางโถงชั้น 1 มีเมนูเด็ดให้เลือกชิมหลากหลาย ทั้งเบอร์เกอร์ สปาเก็ตตี้ และของหวาน ตามตำรับตำรานิวซีแลนด์แท้ ๆ

ส่วนจานที่ขึ้นชื่อสุด ๆ ของ Kai คือ Fish & Chips อาหารทานง่ายแต่มีกิมมิกแสนสนุก 

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

นักชิม DIY ทุกจานอาหารได้เต็มที่ เลือกได้เลยว่าจะเอาปลาชนิดอะไร (มีหลากหลายชนิดปลาแต่แวกว่ายมาจากนิวซีแลนด์ที่เดียว) จะปรุงแบบไหน หาซอสที่ชอบ เครื่องเคียงที่ใช่ เลือกตามจริตปรับให้เข้ากับสไตล์ได้ในเมนูสุดพิเศษมื้อนี้ ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้หลังใหญ่ เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย เหมาะแก่การเริ่มต้นมื้อสายสุดชิลล์ใจกลางเมือง

พิกัด : 142 22-23 ซอยสาทร 12 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (BTS เซนต์หลุยส์)

เวลา : 11.00 – 23.00 น.

ติดต่อ : 0 2635 3800

09
ฮัลโหล!

ตักแกงซาก้าซาก้า คู่ Fufu ตะลึงความอร่อยของแอฟริกาที่ Saima Food Master

เดินทางมาถึงร้านเกือบสุดท้ายแห่งเดียวของทวีปแอฟริกา 

ถ้าพูดถึงดินแดนนี้ เราอาจติดภาพสิงสาราสัตว์อันอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางทุ่งหญ้าสะวันนา แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากับอาหารแอฟริกันสักเท่าไร เราเลยอาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาหารแอฟริกาอันโอชามื้อนี้กัน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

Saima Food Master เกิดจากเรื่องราวของ คุณพ่อทาเฮ มูฮัมหมัด ชายชาวปากีสถานพบรักกับ คุณแม่สมยงค์ มูฮัมหมัด แม่ครัวสาวไทยในร้านอาหารย่านที่มีคนแถบแอฟริกาและตะวันออกกลางอาศัยอยู่เยอะ ด้วยภาวะทางเศรษฐกิจซบเซา ทำให้ร้านเก่าที่คุณแม่เคยทำงานปิดตัวลง คุณพ่อและคุณแม่จึงตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเอง 

จากครัวเล็ก ๆ ในอพาร์ตเมนต์ ขายส่งให้แค่คนในละแวกใกล้เคียงในวันนั้น สู่วันที่มีลูกค้าติดอกติดใจมากขึ้นทั้งคู่จึงขยับขยายมาเปิดร้าน Saima Food ตั้งตามชื่อของลูกสาว แจน-ไซม่า มูฮัมหมัด อยู่ที่ย่านบางรักจนถึงปัจจุบัน (นี่เป็นร้านอาหารที่เกิดจากความรักและครอบครัวจริง ๆ เรารู้สึกอย่างนั้น)

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

คุณพ่อคุณแม่บอกว่าคนแอฟริกันนิยมทาน Fufu 1 ก้อน (เปรียบเสมือนข้าวสวยบ้านเรา) กับเมนูเครื่องเคียงอีกเล็กน้อย เช่น ปลาทอด กล้วยผัดเปรี้ยวหวาน และแกง 2 – 3 อย่าง ซึ่งจานที่เราแนะนำให้ลองสักครั้งในชีวิต คือ Saka Saka (ซากาซาก้า) เป็นแกงผักโขมสไตล์แอฟริกัน โดดเด่นด้วยน้ำซุปสูตรลับของร้านที่ใช้ผักแทนซาดีน เพื่อลดปริมาณโซเดียม และให้สายวีแกนทานได้ด้วย หรือใครอยากทานเนื้อสัตว์ด้วย ก็มีทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อไก่ เนื้อปลา ให้เลือกชนิดเนื้อได้ตามใจชอบ 

พิกัด : 293/30 ซอยกำจายเอี่ยมสุรีย์ ถนนสุรวงค์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (BTS เซนต์หลุยส์)

เวลาทำการ : 13.30 – 21.30 น.

โทรศัพท์ : 0 2235 1329

10
โอล่า!

กัดหมับ! ‘I love you honey wrap’ รสชาติเข้มข้นสไตล์เม็กซิกันที่ Wraptor

เอาใจสายเฮลท์ตี้ กับคนชอบทานผักและวัตถุดิบชั้นดี แต่ยังคงรสชาติจัดจ้านถึงใจ เราขอผายมือแนะนำร้านสุดท้ายด้วยอาหารเม็กซิกัน เน้นความสด รสจัด มีผัก เนื้อสัตว์ และซอส เป็นส่วนประกอบหลักของทุกจาน ชิมรสชาติเม็กซิกันแท้ ๆ โดยไม่ต้องบินไกล แค่โดยสารฉับไวมาที่ย่านอารีย์ มีด้วยกัน 2 สาขา ห่างกันเพียง 200 เมตร พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเพื่อลูกค้าทุกคน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

‘ไส้ต้องแน่น แป้งต้องดี!’ คือคอนเซ็ปต์หลักของ Wraptor ร้านที่เริ่มต้นจากความชอบทาน Wrap ของ แมว-พิสิฐ สุธีโร เขาจึงศึกษาสูตรอาหารเม็กซิกันด้วยตัวเอง จนพัฒนาออกมาเป็นสูตรลับของร้าน ทุกจานให้มากกว่าความอิ่มอร่อย เพราะทุกวัตถุดิบเป็นมิตรต่อสุขภาพ ใช้น้ำมันรำข้าวเพื่อลดคอเลสเตอรอลและใช้เนยแท้ ไม่มีมาการีนผสม 

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

‘I love you honey wrap’ คือซิกเนเจอร์ของที่นี่ ไม่ว่าจะตัดซ้าย หั่นขวา ผ่ากลาง ก็เจอแต่ไส้ล้น ๆ หนึ่งคำได้สารอาหารครบ 5 หมู่ ความนุ่มของแป้ง ความกรอบของผัก ความแน่นของเนื้อสัตว์ เติมเต็มด้วยรสชาติซอสสุดเข้มข้นอย่างฮันนี่มัสตาร์ดสูตรเฉพาะ แมวกระซิบว่าเขาใช้น้ำผึ้งจากธุรกิจของครอบครัวมาเคี่ยวใหม่หอมกรุ่นวันต่อวัน กินคู่กับเครื่องดื่มเปรี้ยวซ่าอย่าง Wild honey lemon lime ก็เติมความสดชื่นได้ดี หรือหนุ่มสาวคอแอลกอฮอล์จะกระดกคราฟต์เบียร์สักแก้ว ก็เสริมรสชาติอาหารให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น 

จบมื้อนี้ ใครหลายคนอาจจะบอกกับตัวเองได้เลยว่า I love you honey, Wraptor

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : ปากซอยอารีย์สัมพันธ์ 2 และซอยอารีย์ซอย 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (BTS อารีย์)

เวลาทำการ : 11.30 – 22.00 น. 

โทรศัพท์: 08 5660 8880

เรื่อง : ปิยฉัตร เมนาคม, กชกร ด่านกระโทก, วิทย์ อนันต์ธนาเกษม, ปุณณ กาญจนะโภคิน

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load