คุณชายถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เคยให้คำแนะนำกับ อ๊อด-ภูมิพัฒน์ บุณยรัตพันธ์ ผู้สืบทอดสูตรขนมอบของร้านสนั่นเบเกอรี่รุ่นที่ 2 ไว้ว่า อยากให้ทำขนมสูตรดั้งเดิมของร้านไว้ ไม่ต้องเปลี่ยนไปตามกระแส ที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นพัก ๆ 

ร้านสนั่นเบเกอรี่เป็นร้านที่ตั้งขึ้นมาโดย คุณสนั่น บุณยรัตพันธ์ ช่างทำขนมปังที่เคยได้เรียนรู้จากเชฟขนมปังฟิลิปปินส์ ก่อนจะมาทำร้านเป็นของตัวเองตั้งแต่ พ.ศ. 2511 ร้านขนมปังห้องแถวหลังตลาด อ.ต.ก. เป็นที่รู้จักและชื่นชอบจากลูกค้า เป็นร้านขายขนมปังแรก ๆ โดยนักอบขนมปังคนไทยที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเมื่อก่อนนี้ เวลาจะกินขนมปังแบบฝรั่งที่ไม่ใช่อาหารหลักของบ้านเรา จะหาได้เฉพาะตามโรงแรม

“สมัยก่อนบ้านเรายังมีแต่ร้านขนมปังที่เป็นฝีมือคนจีน เป็นพวกขนมอบอีกแบบ อย่างเช่นขนมเปี๊ยะ ยังไม่ค่อยมีขนมปังแบบฝรั่งที่ทำร้านขายขนมปังโดยเฉพาะ ตอนนั้นจะมีลิตเติ้ลโฮม เบเกอรี่เจ้าแรกที่ทำ มีช่างทำขนมปังเป็นคนฟิลิปปินส์ เขาเคยเป็นเมืองขึ้นของสเปน เพราะฉะนั้นเลยมีความรู้ในการอบขนมปัง เขามีวัฒนธรรมการกินแบบตะวันตก คนฟิลิปปินส์เลยเหมือนเป็นต้นแบบของวัฒนธรรมเบเกอรี่ของบ้านเราเหมือนกัน

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม
Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

“คุณพ่อก็เคยทำในครัวของลิตเติ้ลโฮม ถือเป็นลูกจ้างคนไทยคนแรก อยู่กับลิตเติ้ลโฮมมา 13 ปี เลยได้เรียนรู้จากช่างชาวฟิลิปินส์มามาก แล้วก็ออกมาทำกิจการของตัวเองตอนผมเกิด แต่ยังไม่ได้เปิดหน้าร้าน ทำขายส่งตามโรงเรียน”

หลายสิบปีก่อนอ๊อดไปใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น และกำลังจะเข้าเรียนต่อทางด้านวิศวกรรม แต่ได้แรงบันดาลใจจากการเดินไปพบร้านเบเกอรี่ร้านหนึ่งที่ญี่ปุ่น เลยคิดอยากกลับมาสืบทอดธุรกิจของที่บ้านต่อ และน่าจะพัฒนาได้ 

“ช่วงหนึ่งมีคนญี่ปุ่นเคยชวนไปเรียนและฝึกทำขนมที่ฟุกุโอกะ ไปอยู่กับเขาหลายเดือน ฝึกทำขนม ทำเค้ก จนเราทำเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นเป็น ตอนกลับมาทำงานกับที่บ้าน เราก็ฟิตอยากทำขนมแบบที่เรียนมาเพิ่มให้กับร้าน อยากทำร้านเบเกอรี่สวย มีตู้ขนมญี่ปุ่นต่างหากของเราเอง 

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

“วันหนึ่งคุณชายถนัดศรีนั่งคุยกับผมสองคน ท่านแนะนำว่าน่าจะทำขนมแบบที่คุณพ่อทำต่อ มันจะอยู่ได้นานกว่า และช่วยสืบทอดสูตรของที่บ้านด้วย วันนั้นผมเลยตัดสินใจไม่ทำขนมสไตล์ญี่ปุ่นต่อ อีกสาเหตุหนึ่งคือในสมัย 20 – 30 ปีก่อน วัตถุดิบทำขนมแบบญี่ปุ่นในไทยไม่ได้หาง่ายเหมือนสมัยนี้ ก็เลยทำขนมแบบเดิมของร้านและอยากพัฒนาให้ดีขึ้น

“สมัยก่อนที่บ้านไม่มีการชั่งตวงวัด คนงานใช้ประสบการณ์ในการกะกันคร่าว ๆ ทำทีละเยอะ ๆ แต่พอจะต้องทำจำนวนน้อยก็กะไม่ค่อยถูก เราเลยเปลี่ยนใหม่ ทำสูตรของคุณพ่อให้ชัดเจนขึ้น อีกอย่างหนึ่งพอมีสูตร ก็จะคิดต้นทุนต่อชิ้นได้ถูกด้วย”

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม
Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

สนั่นเบเกอรี่ยังดำเนินกิจการต่อเนื่องมากว่า 50 ปี จนถึงปัจจุบัน หลาน ๆ ที่เป็นรุ่นที่ 3 ของร้านช่วยกันรีแบรนดิ้งให้ร้านของคุณตาใหม่ หน้าตาของแบรนด์ Sanan Bakery1968 และการตกแต่งร้าน กลายเป็นคาเฟ่ที่ร่วมสมัยขึ้น และอยากให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มวัยรุ่น-คนรุ่นใหม่ โดยยังคงมีน้าอ๊อดของหลาน ๆ เป็นคนช่วยทำขนมให้กับร้านใหม่ด้วย

“เราอยากพิสูจน์ด้วยว่าขนมแบบที่เราทำ ยังอยู่ร่วมในยุคนี้ได้ไหม แต่ก็เชื่อว่าต้องมีคนที่ยังชอบกินอยู่ เหมือนที่หลานทำคาเฟ่ แล้วมีกาแฟสเปเชียลตี้ เราก็คิดว่ามันต้องมีคนที่ยังชอบกินโอเลี้ยงและกาแฟโบราณอยู่ดี เพียงแต่ว่าเรามาทำให้ขนมมันดีขึ้นได้อีก ใช้วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม แต่หน้าตาไม่เปลี่ยนไป เพราะหลาน ๆ เขาอยากเอาขนมของคุณตามาขาย เราก็เห็นด้วย เลยมาช่วยทำคาเฟ่นี้” น้าอ๊อดของหลาน ๆ เล่า

เปิดร้านไปได้ไม่นานก็พอจะเริ่มเห็นว่า ขนมอบแบบสมัยก่อน ยังคงอยู่ในความนิยมของคนในยุคนี้ได้ มีคนที่ยังชอบ และให้ความสนใจเบเกอรี่แบบคลาสสิกอยู่มาก

Sanan Bakery1968 เป็นคาเฟ่ที่มีจุดแข็งเรื่องการอบขนมปังแบบสดใหม่ ออกจากเตาอุ่น ๆ แล้วพร้อมเสิร์ฟได้ทันทีวันต่อวัน มีขนมที่ไม่เหมือนใคร ต่างจากคาเฟ่อื่น ๆ และแทบไม่มีใครทำได้หรือขายในคาเฟ่แล้วในทุกวันนี้ 

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

มีกาแฟแบบสเปเชียลตี้และเครื่องดื่มที่รุ่นหลายช่วยกันเลือกและคิดมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญ ยังเป็นการสืบทอดสูตรขนมอย่างยาวนานมาถึง 3 รุ่นด้วย

นอกจากความอร่อย ขนมแต่ละชิ้นก็ยังมีเรื่องราวที่อ๊อดเล่า และทำให้นึกย้อนไปถึงภาพวันเก่า ๆ ได้

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

พายไก่ 

“ตอนมาบุญครองเปิดใหม่ ๆ แม่ของผมไปเดินที่นั่น แล้วไปเห็นตู้พายยี่ห้อป๊อปอาย เป็นพายใส่กล่องกระดาษในตู้หมุนอุ่นร้อนตลอดเวลา คิดว่าน่าสนใจดี เลยกลับมาลองทำเองบ้าง ผัดไส้ ใส่นมสด ถั่วลันเตา แครอท ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ จนได้ไส้พายเป็นสูตรของสนั่นเอง จนถูกปากลูกค้า และแม่ต้องเป็นคนผัดเอง ไม่ยอมให้ใครทำเลย ผมยังเก็บไว้”

เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา

พายสตูว์ไก่

“ทำขึ้นตอนที่ไปเยี่ยมคุณชายถนัดศรีที่โรงพยาบาล ท่านชอบกินพายเห็ด ผมเลยเอาพายเห็ดไปเยี่ยม ได้เจอกับคุณหมึกแดง ลูกชายของท่านที่โรงพยาบาลด้วย เลยได้รับคำแนะนำว่าน่าลองทำพายสตูว์ไก่ดู พร้อมบอกสูตรมาให้เราทำตาม ทำแล้วให้คุณหมึกแดงกลับมาชิม จนรสถูกปาก ก็เลยทำขายมาตลอด รสจะไม่หวาน ออกครีมมี่ และมีกลิ่นสมุนไพรหอม ๆ ของไทม์และโรสแมรี่ มันยังเป็นรสชาติที่ทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ยังชอบอยู่”

เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา

คิชผักโขมสูตรจานสวย

หากใครรู้จักร้านอาหารจานสวยของ อาจารย์ดนู ฮันตระกูล คงจะจำรสชาติคิชผักโขม เมนูอร่อยของร้านได้เป็นอย่างดี สูตรคิชผักโขมนี้ร่ำเรียนมาจากแม่ครัวของร้านจานสวย ซึ่งคือน้องสาวของอาจารย์ดนูนั่นเอง สูตรคิชผักโขมแบบฝรั่งเศสส่งต่อมาถึงมือของร้านสนั่น ดัดแปลงเล็กน้อยด้วยการใส่เบคอนลงไป แต่รสยังคงเป็นรสเดิมไม่ผิดเพี้ยน 

“แต่เดิมเมนูนี้ไม่ได้ทำขายที่หน้าร้านสนั่นเบเกอรี่ จะทำเฉพาะเวลามีคนสั่งเท่านั้น เพราะมันใช้วัตถุดิบราคาสูง ทำให้ราคาที่เราต้องขายให้ลูกค้าสูงตามไปด้วย หรือทำเฉพาะเทศกาลพิเศษอย่างปีใหม่ แต่พอรุ่นหลานทำคาเฟ่ที่กลุ่มคนกินเปลี่ยนไป เลยทำคิชให้กลายเป็นเมนูที่มีขายประจำที่ร้าน เราก็ยังคงเป็นคนทำให้”

Hotdog

“ฮอตด็อกเป็นของที่ร้านเคยทำส่งให้โรงหนัง สมัยก่อนเวลาเราไปดูหนังอย่างลิโด้ สกาล่า ก่อนหนังจะฉายมันจะมีห้องพักขายของกิน มีตู้ขายฮอตด็อกแบบนึ่ง ไว้กินคู่กับน้ำอัดลม สมัยก่อนยังไม่มีป๊อปคอร์นก็จะขายฮอตด็อกห่อกระดาษแทน เมื่อก่อนหนังยาว ๆ หนังควบ ก็จะมีเบรกเข้าห้องน้ำ ซื้อของกิน ฮอตด็อกได้รับความนิยมมากในสมัยนั้น

“เราทำขนมปังกับไส้กรอก แต่จะพิเศษหน่อยที่เราใส่ผักดองเข้าไปด้วย ใช้มะละกอกับแครอทดองที่เราดองเอง” 

(ปัจจุบันไม่ได้ขายแล้ว)

เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา
เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา

Cone Cream

“ขนมชนิดนี้เป็นขนมชิ้นแรกที่คุณพ่อผมทำ ฝรั่งจะเรียกขนมแบบนี้ว่า Cream Horn แต่เราเรียกว่า Cone Cream ขั้นตอนมันเยอะและยุ่งยาก เดี๋ยวนี้เลยไม่ค่อยมีร้านไหนทำขายแล้ว ไส้ในเป็นคัสตาร์ด เป็นเหมือนซิกเนเจอร์ของร้านสนั่นเบเกอรี่ ใครเห็นขนมชนิดนี้ก็จะนึกถึงร้านเราก่อน”

เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา

Sanan Bakery 1968

หลังตลาด อ.ต.ก. ติดประตู4

วัน-เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น. (หยุดวันพุธ)

Facebook : Sanan Bakery – Or.Tor.Kor Market

Instagram : sananbakery1968 

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

“สวัสดีครับ เชิญ ๆ นั่งก่อน” ชายผู้กำลังง่วนอยู่กับการจัดการตู้บานพับทักทายการมาถึงร้าน ‘BECX’ ของเราอย่างเป็นมิตร ก่อนหยิบจับห่อและถุงขนมปังส่งให้ลูกค้าคู่หนึ่งที่เดินเข้าร้านสีเขียวตามหลังเรามาติด ๆ จากนั้นพวกเขาก็แลกเปลี่ยนร้านอร่อยให้กัน ชวนคุยว่าเมื่อวานมีลูกค้ามาจากยะลา เพิ่งลงเครื่องแล้วตรงดิ่งมาหาเขาที่ร้าน 

หลังจากรอลูกค้าซา ไม่นานก็ได้รู้ว่า เขาคือ เบ๊บ-คุณาวุฒิ บุญสนอง เจ้าของร้านอารมณ์ดีที่เราเดินทางมาคุยด้วยในวันนี้ รวมถึงพาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ทำให้ร้านนี้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างอย่าง แก้ว-กมลา ธานีโต เจ้าของร้านขนมปังโฮมเมด อันเลื่องชื่อเรื่องซาวโดวจ์

พื้นที่ย่านแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ดแห่งนี้ เป็นทั้งที่ตั้งของคาเฟ่ ครัว และบริษัทของ ‘Salee Bakehouse’ ซึ่งเป็นบ้านเก่าของแก้ว ทำให้ร้านของเบ๊บเปรียบเสมือนโชว์รูมและหน้าร้านขนมปังของแก้วด้วย

ขอเล่าอย่างย่อว่า เพื่อนซี้ทั้งสองเจอกันในโลกโซเชียล เริ่มต้นจากเบ๊บที่อยากทำร้านกาแฟเสิร์ฟคู่กับขนมปัง จากนั้นก็แอดเฟซบุ๊กแก้ว ครูสอนทำขนมเพื่อขอเคล็ดลับวิชา ลองไปลองมาก็ล้มเลิก เพราะเบ๊บรู้ว่าไม่มีทางที่จะใช้เวลาอันสั้นเพื่อเก่งเรื่องขนมปังได้เลย แต่นั่นกลับสปาร์กให้ทั้งคู่สนิทกัน

เมื่อโควิด-19 มาเยือน เบ๊บทำกาแฟขาย แก้วทำขนมปังส่งเดลิเวอรี่ อุดหนุนกันไปมา เบ๊บก็รู้ซึ้งถึงสิ่งที่แก้วเคยพูด “เรายังจำได้ที่แก้วบอกว่า ‘อยากทำเพื่อสนับสนุนท้องถิ่น’ แล้ววันนี้เราก็รู้สึกแล้วว่าคำพูดของแก้วมันจริง” นั่นเองก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

BABE + X = BECX

เพราะกาแฟที่อร่อยที่สุด คือกาแฟที่ลูกค้าอยากกิน

เส้นเรื่องของร้านนี้คือการบรรจบกันของ 2 คนผ่าน 2 เส้นทาง เราขอเริ่มกันที่ BECX พระเอกของร้านนี้กันก่อน 

เบ๊บคือชาวปากเกร็ด อดีต Bar Manager ผู้ยืนพ่วงตำแหน่งเป็นบาริสต้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนเริ่มอินกับศาสตร์ของกาแฟมากขึ้น ทำให้เขาเริ่มออกเดินทางเรียนรู้ ไม่ว่าจะผ่านการดูอินสตาแกรมเพื่อเรียนเทลาเต้เอง ถามผู้รู้บ้าง ถึงขั้นได้ไปเรียนดริปกาแฟกับครูญี่ปุ่นที่ร้าน KISSA ถึงเชียงใหม่ จนเขาปิ๊งไอเดีย อยากทำร้านเองตามแนวคิดแบบคิสสะเต็น (Kissaten) ร้านกลิ่นอายญี่ปุ่น เสิร์ฟกาแฟและขนมที่คุมด้วยคนเดียวได้

เบ๊บเลยยืนเดี่ยวคุมร้านคนเดียวแบบ One Man Show “ตอนที่เราเปิดร้านครั้งแรก ไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใครเลย แค่อยากเป็นร้านกาแฟชุมชน เป็นเหมือนสภากาแฟให้คนมานั่งเม้ากัน แล้วเราก็เม้ากับเขาด้วย” จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องราวมิตรภาพของเพื่อนสมาชิกร้านกาแฟและประชาชนเบียร์คราฟต์ในแถบนี้ที่มักแวะไปมาหาสู่เป็นประจำเพื่ออุดหนุนกันและกัน

แล้วทำไมต้องเป็น BECX – เราถาม

“เพราะชอบการ์ตูนเรื่อง BECK ปุปะจังหวะฮา การ์ตูนเกี่ยวกับดนตรีที่ชอบอ่านตอนเด็ก ๆ เราอยากขอลิขสิทธิ์ฟอนต์เขามาใช้แต่หาไม่ได้ เลยให้พี่ที่รู้จักกันออกแบบใหม่ เปลี่ยนตัวอักษร บวกกับเอาชื่อเรากับชื่อที่ที่บ้านเรียกมารวมกัน ก็ออกมาตลกดี ส่วนความหมายก็คือการได้รับการยอมรับ” ซึ่งเบ๊บไม่ได้หมายความว่าอยากเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ที่สุด 

“ร้านเราไม่ใช่สเปเชียลตี้ที่สุด เท่ที่สุด หรือหายากที่สุด แต่เราอยากจริงใจมาก ๆ วันไหนกาแฟมีปัญหา เราก็จะบอกลูกค้าไปตรง ๆ ถ้าลูกค้าถาม ก็พร้อมแนะนำให้ว่าร้านกาแฟที่คุณชอบมีที่ไหนอีก เพราะอย่างเครื่องทำกาแฟเราก็เก่ามาก เก่าสุด ๆ 16 ปีแล้ว อันนี้ยืมเพื่อนมา” เรามองตามไปที่เครื่อง Conti club สีแดงรุ่นเดอะด้านหลัง 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

แต่เชื่อเถอะว่า ต่อให้คุณอยากกินอะไร ถ้าทำได้ เขาจะทำให้กิน “เราทำกาแฟมานานจนอีโก้ในตัวไม่เหลือแล้ว แล้วเราเชื่อว่ากาแฟอร่อยที่สุด คือกาแฟที่เขาอยากกิน ดังนั้น ถ้ามาที่นี่เขาต้องได้กิน” 

Kaew + Bread = Salee Bakehouse

ทุกคนมีสิทธิ์มีความสุขกับอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

เราขอตัดสลับข้ามฉากมาที่ฝั่งของนางเอกแห่ง Salee Bakehouse บ้าง ซึ่งก็คือแก้ว ผู้เป็นเจ้าของบริษัท เจ้าของบ้าน และผู้มีส่วนจุดประกายให้เบ๊บ 

แก้วนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวริมสุดของเคาน์เตอร์บาร์ที่ประจำในร้าน ก่อนเล่าให้เราฟังว่า เธอคืออดีตเชฟ ขนมหวานหมดไฟที่ตัดสินใจออกเดินทางไปฝึกงานที่ต่างประเทศ อย่างเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และซานฟรานซิสโก ที่อเมริกา จากนั้นเธอก็ได้รับข้อเสนอให้ทำงานต่อในร้านมิชลิน 3 ดาวเมืองแห่งสายหมอก แต่ด้วยอุดมการณ์และระบบที่ไม่ตอบโจทย์คุณค่าอย่างที่คิดไว้ เธอจึงตัดสินใจกลับบ้าน

และด้วยอารมณ์พาไป หลังจากนั้นไม่นานร้านขนมปังก็ถือกำเนิดขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน สมัยนั้นร้านยังตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งแก้วทำร้านแบบที่ไม่รู้อะไรเลย

“เราเปิด Salee Bakehouse ด้วยอุดมคติและความเชื่อล้วน ๆ เราเชื่อว่าทุกคนควรมีสิทธิ์เอ็นจอยกับอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน และมันเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตอาหารอย่างเรา ส่วนที่เลือกขนมปังเพราะขนมปังก็เหมือนกับข้าว ‘It’s the most humble item on earth.’ เหมือนมีค่าน้อยที่สุดบนโต๊ะ แต่คุณขาดไม่ได้

“แม้จะเป็นเชฟชนม แต่เราชอบทำขนมปังเพราะมันไม่ค่อยมีระเบียบดี ไม่เหมือนขนมหวานที่สูตรต้องเป๊ะ แล้วต้องเป็นซาวโดวจ์นะ เพราะว่าเรารู้สึกว่ามันดีต่อสุขภาพมากกว่า ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยเข้าใจและไม่ได้อยากกินขนมปังก้อนใหญ่เปลือกแข็ง เราเลยหาสูตรทำซาวโดวจ์แบบนิ่ม ก้อนเล็กลง และหลากหลายขึ้น” 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

สำหรับคนที่ยังไม่ซี้กับ ซาวโดวจ์ (Sourdough) นี่คือขนมปังที่ใช้ยีสต์ธรรมชาติ หมักให้เกิดความเปรี้ยว ซึ่งรสเปรี้ยวนี้เกิดจากการทำงานของกรดแลกติก ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้าง รสชาติ และการเก็บรักษาของขนมปัง เราเลยมักเห็นเป็นเหมือนขนมปังฝรั่งเศสก้อนใหญ่แข็ง ๆ แต่แก้วบอกว่าใช้แป้งนี้กับขนมปังได้ทุกชนิด ซึ่งเธอคิดสูตรเองจากประสบการณ์ เพื่อสร้างแป้งในแบบที่เธออยากได้

ไม่นานเมื่อโควิดเริ่มโหมหนัก ร้านปิดตัวลง แก้วจึงย้ายครัวและร้านกลับมาตั้งต้นที่บ้านเก่าในจังหวัดนนทบุรี เปลี่ยนเป็นระบบขายออนไลน์แทน ก่อนเริ่มเซ็ตอัปหน้าร้านจริงจังเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไม่นานก็ได้เจอกับเบ๊บ ผู้เป็นคนกลางเชื่อมคอมมูนิตี้คนทำร้านอาหาร คนทำคราฟต์เบียร์ และชุมชนคนแถวนี้

“ที่เราเลือกทำร้านจริงจัง เพราะอยากให้ตรงนี้เป็นเหมือนกึ่งโชว์รูมของ Salee Bakehouse พอเราอบขนมปังใหม่ ๆ ก็ยกจากด้านในมาวางขายได้เลย และที่สำคัญ เราอยากทำเมนูตัวอย่างให้ลูกค้าเห็น เป็นที่ที่ให้ลูกค้าได้มาลองเห็นลองชิมก่อน ไม่ใช่กลับไปถึงบ้านแล้วนั่งคิดว่าจะทำยังไงกับขนมปังก้อนนี้ที่ซื้อจากเราไปดี” 

ถ้าได้ติดตามร้านนี้ จะเห็นว่าเมนูขนมปังมีมาให้เลือกไม่ซ้ำ บางเมนูที่เล็งเอาไว้ ถ้าช้าเพียงอึดใจก็หมดสิทธิ์เป็นเจ้าของ นั่นเป็นเพราะความตั้งใจของแก้วที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล เพื่ออุดหนุนเกษตรกรท้องถิ่นในเครือข่ายที่เธอรู้จัก 

“ขอยกตัวอย่างขนมปังมะม่วงที่เรามี เป็นมะม่วงที่เราตามหาและรับซื้อพวกตกเกรด ผิวไม่สวย จากเกษตรกร บางครั้งก็ซื้อโดยตรงจากเกษตรกรจากแม่ทา อย่าง 125บ้านเฮา ที่เชียงใหม่ หรือทำงานกับ GO Organics คอยตามดูว่าพวกเขามีผลผลิตอะไร แล้วค่อยเอาคิดว่าจะเอามาใส่หรือทำเมนูที่กินคู่กับขนมปังยังไงได้บ้าง” การทำงานกับคอมมูนิตี้ชาวเกษตรอินทรีย์ทำให้แก้วเข้าใจทั้งในมุมผู้ผลิตและผู้บริโภคมากขึ้น เธอพยายามปรับจูนอุดมคติกับความเป็นจริงให้อยู่ร่วมกัน แล้วเสนอทางที่เป็นธรรมที่สุดให้ผู้คนรวมถึงโลกใบนี้ผ่านขนมปังก้อนแล้วก้อนเล่า

เธอบอกว่านี่คือพันธกิจของอาชีพที่เธอรับอาสาด้วยความภูมิใจ เพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างเกษตรกรกับคนซื้อให้เข้าใจกัน เพื่อตอบคำถามว่าทำไมของออร์แกนิกถึงราคาสูง เพื่อบอกเล่าว่าเกษตรกรต้องแลกกับอะไรบ้างกว่าจะได้มาซึ่งผลผลิต ดังนั้น เธอจึงบอกกับลูกค้าเสมอว่า ‘คุณจะได้สินค้าที่สมเหตุสมผลกับราคาที่คุณจ่าย’

Special Menu at BECX

เมนูขนมปังที่ Salee Bakehouse ออกแบบเพื่อ BECX

ปกติ Salee Bakehouse ขายซาวโดวจ์เบเกิลและขนมปังสารพัด เปิดให้คนสั่งจองออนไลน์แล้วจัดส่งถึงบ้าน หรือมารับที่หน้าร้าน BECX จากมือเบ๊บก็ได้เช่นกัน และทุกครั้งเราจะได้ยินคำพูดติดปากที่เขาบอกกับลูกค้าผู้แวะเวียนเข้ามาเสมอว่า ‘นี่คือขนมปังของสาลี’ 

แต่ถ้าคุณ Walk-in เข้ามาเพื่อกินที่ร้านสีเขียวแห่งนี้เลย คุณจะได้พบกับบางเมนูที่ไม่มีขายที่ไหน เพราะมีบางเมนูที่แก้วออกแบบขนมปังให้ที่นี่โดยเฉพาะ เราเลยขอป้ายยาเมนูแนะนำเอาไว้ให้ 

ไม่ว่าจะเป็น Sourdough Cinnamon Rolls ชิ้นยักษ์ ที่เกิดขึ้นเพราะ ‘เบ๊บอยากกิน’

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

  “ปกติไม่ได้ชิ้นใหญ่แบบนี้ แต่เห็นร้านที่ไต้หวันทำแล้วก็มาบอกแก้ว” เสียงเบ๊บบอกพลางอบขนมออกมาให้เราได้ชิม

“เรานั่งเถียงกัน ทำไมต้องชิ้นใหญ่ขนาดนี้ด้วยเนี่ย แต่พอออกมาก็พอใจนะ” แก้วหัวเราะ ก่อนเสริมว่าส่วนซอสที่ราดกินคู่กัน เบ๊บเป็นคนทำเอง ในฐานะคนชิม บอกได้แค่ว่าฟินสุด ๆ ทั้งแป้งนิ่มกำลังดี บวกกับซอสหวาน ๆ และครีมด้านบนที่เข้ากันเป็นอย่างดี จิบคู่กับกาแฟคือที่สุด 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

ส่วนเมนู Apple Square เป็นเมนูที่แก้วชอบ โดยดัดแปลงจาก Apple Turnovers (พัฟไส้แอปเปิล) ที่เราคุ้นเคย 

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

  ส่วนขนมปังที่แก้วและเบ๊บอยากนำเสนอ คือซาวโดวจ์เบเกิล ปกติเบเกิลเป็นขนมปังที่ต้องนำไปต้มก่อนอบ แต่กินแล้วอาจปวดท้อง เพราะขนมปังที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมมักย่อยยาก ด้วยเหตุเกิดจากการทำเสร็จไวใน 3 ชั่วโมงให้คนได้กินเยี่ยงฟาสต์ฟู้ด แต่เบเกิลของที่นี่ถูกบังคับโดยซาวโดวจ์ยืนพื้น ทำให้ต้องหมักนาน 18 ชั่วโมง ซึ่งเธอยอมเสียเวลาและทุกอย่าง เพื่อให้ลูกค้าทานแล้วได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์แบบเบเกิลอยู่ รวมทั้งทานแล้วไม่ปวดท้อง ดีต่อสุขภาพด้วย

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

แก้วบอกว่าความพิเศษคือ เบ๊บจะรับอาสารังสรรค์ซาวโดวจ์เบเกิลให้เป็นเมนูน่าทาน ทั้ง Sourdough with Creamcheese และ Sourdough with Smoked Salmon เก็บเป็นไอเดียไปทำเองที่บ้านก็ได้นะ

เมนูหลังเราขอ Recommend ขั้นสุด เพราะทั้งแซลมอนเต็มชิ้นเต็มคำ สารพัดผักตัดรส (ถ้าไม่กินอะไรก็บอกเบ๊บได้) พร้อมกับซอสฉ่ำ ๆ แซมกลิ่น Caper และ Dill เพื่อสร้างความสมดุลในปาก กินไปกินมา รู้ตัวอีกที อ้าวหมดแล้ว! 

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น
การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

ส่วนเครื่องดื่มก็มีสารพัดเหมือนที่เบ๊บบอกว่าอยากกินอะไรแค่บอกมา ที่นี่จึงมีตั้งแต่กาแฟดริป กาแฟเมนูสนุกอย่างไอน์สแปนเนอร์ (Einspänner) เป็นกาแฟแบบที่ฮิตกันในเกาหลีใต้ ซึ่งต้นฉบับมาจากกรุงเวียนนา กาแฟเอสเปรสโซโปะด้วยวิปปิ้งครีม ละมุนลิ้นกำลังดีเหมือนมีมวลหิมะขนาดย่อมอยู่ในปาก เหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองเมนูแปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีโฟลต Masala Chai ชาใส่เครื่องเทศ หรือแม้แต่เมนูครีมโซดาย้อนวัยให้ได้จิบชิมเพิ่มความซู่ซ่าอีกด้วย 

BECX + Salee Bakehouse = Support Local

ห้องทดลองของคนทำและห้องรับรองของชุมชน 

ช่วงหลังมานี้คนสั่งขนมปังเยอะขึ้นมาก ร้านกาแฟก็เริ่มมีฐานแฟนคลับ เราไม่แปลกใจเลยเพราะอย่างวันที่เรานั่งคุยกัน ก็มีลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย แน่นอนว่าที่นี่เปิดรอต้อนรับนักเดินทางขาจรและขาประจำให้ได้มาสัมผัส ประหนึ่งห้องรับรองให้คนที่สนใจในขนมปังได้มาลองชิมรสชาติใหม่ ๆ

วันนี้โชคชะตาพาพวกเขาเดินทางมาเจอกันที่ร้านแห่งนี้ แล้วเส้นทางต่อไปในอนาคตล่ะ

จากนี้ 5 ปี หรือ 10 ปี BECX และ Salee Bakehouse จะเป็นยังไง – เราโยนคำถาม ทั้งคู่ได้ยินก็เงียบคิดไปพักหนึ่ง

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

“ฉันคิดนะ” เบ๊บพูดขึ้น แล้วหันไปมองแก้ว

“เธอคิดหรอ หล่อจัง” แก้วหัวเราะ ก่อนปล่อยให้เบ๊บเล่าความฝันของเขา

เบ๊บบอกว่าเคยคุยเล่น ๆ กับแก้วว่า ถ้ายอดขายดี อยู่ได้ ก็อยากขยายร้านให้ใหญ่และดีขึ้น เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ได้อยากเจ๋งที่สุด แค่นึกถึงก็มาหากัน มาทำโปรเจกต์สนุก ๆ ที่ร้านนี้ด้วยกัน 

ส่วนแก้วก็อยากเห็น Salee Bakehouse โตขึ้น เพราะเธอเชื่อว่า “ถ้าเราอยากเปลี่ยนอะไรสักอย่าง อยากซัพพอร์ตพนักงาน เกษตรกร คนกิน เราจำเป็นต้องแข็งแรง ตัวใหญ่ และเสียงดัง มันจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ง่ายขึ้น” เธอบอกกับเบ๊บว่าขอบคุณที่ทำให้ Salee Bakehouse มีตัวตนจากคำบอกเล่าของเขา ที่สำคัญคือ อยากสร้างมิตรภาพให้กับผู้คนในละแวก ให้คนที่แวะมาเห็นว่าพวกเขาเป็นมิตรมากพอที่จะมาคุย มาถาม หรือสั่งเมนูชื่อแปลกได้โดยไม่กลัวว่าจะสั่งผิด

“คนทำอาหารไม่เท่เลย เราไม่ใช่คนเท่” นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทั้งคู่พูดทิ้งท้ายเหมือนกัน และเป็นประโยคที่เราชอบมากที่สุด 

บทสนทนาจบลงตรงนี้เพื่อให้ทุกคนติดตามการเติบโตของพวกเขาต่อไป บอกเลยว่านี่คือ 3 ชั่วโมงที่สนุกสนานและเพลิดเพลินจนลืมเวลา เหมือนได้มานั่งคุยปรับทุกข์กับเพื่อนบ้านใกล้ที่สนิทใจกันจริง ๆ

ก่อนโบกมือลา เสียงแก้วแอบกระซิบ “เบ๊บชงเมนูเด็กอ้วนอร่อยมาก ไว้คราวหน้าลองมาชิม” เราให้คำมั่นกับตัวเองแล้วว่าไม่มีพลาด ต้องกลับไปอีกแน่นอน!

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

BECX KAFFEE : neighborhood

ที่ตั้ง : 34/25 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 43 ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.30 – 16.30 น.

โทรศัพท์ : 08 2692 6942

Facebook : BECX

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load