ตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว เมื่อจังหวัดเชียงใหม่เริ่มประกาศตนเป็นเมืองท่องเที่ยว ต้อนรับแขกจากทั่วประเทศและมุมโลก ถนนมุ่งหน้าสู่อำเภอสันกำแพงก็คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่เดินทางเพื่อมาชมภูมิปัญญาของสันกำแพง ตั้งแต่กระดาษสา ร่มบ่อสร้าง งานปั้นเซรามิก ผ้าฝ้าย ผ้าไหม และงานศิลปะอีกจำนวนมาก นั่นจึงทำให้สันกำแพงเป็นที่อยู่ของคนทำงานคราฟต์ฝีมือดีจำนวนมาก

จนถึงวันนี้ ภูมิปัญญาและฝีมือของช่างฝีมือถูกถ่ายทอดลงมาสู่รุ่นลูกและหลาน ตลอดถนนที่มีต้นยางใหญ่ขนาบข้างแห่งนี้มีการเกิดขึ้นของงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และเป็นงานที่เก็บร่องรอยเดิมของภูมิปัญญาเอาไว้ในบริบทที่ร่วมสมัย ทำให้ปัจจุบันสันกำแพงยังคงมีความเคลื่อนไหวน่าสนใจเกิดขึ้น

ถ้าคุณเป็นคนที่สนใจในงานสร้างสรรค์ฝีมือประณีต สันกำแพงจึงเป็นเป้าหมายแรกที่ควรเดินทางไป

Take Me Out ครั้งนี้เราชวนทุกคนขึ้นรถขาว (รถประจำทางสายสันกำแพง เหมือนรถแดงที่วิ่งในเมือง) แล้วไปแอ่วสันกำแพงโต๊ยกั๋น 

1

ชุมชนโหล่งฮิมคาว

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ชุมชนโหล่งฮิมคาวเกิดขึ้นจากความคิดของ ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา และสภาลมหายใจเชียงใหม่ ที่ชักชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานฝีมือมาร่วมกันซื้อที่ดินบริเวณแม่น้ำคาว แล้วแบ่งที่ดินสร้างบ้านอยู่เคียงข้างกัน อยู่กันฉันญาติมิตร จนเกิดเป็นชุมชนโหล่งฮิมคาว ที่หมายถึงชุมชนที่อยู่ข้างแม่น้ำคาวขึ้นมา และทำให้ชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยงานฝีมือจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าย้อมครามธรรมชาติ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

จากที่นา พวกเขาค่อยๆ สร้างเรือนล้านนาขึ้นมาทีละหลัง เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและอนุรักษ์ภูมิปัญญาการสร้างเรือนเอาไว้ แล้วใช้พื้นที่หน้าบ้านแสดงสินค้าที่มีความเฉพาะตัว สะท้อนเรื่องราวและตัวตนเจ้าของบ้านแต่ละหลัง ต่อมาพวกเขาก็เริ่มส่งไม้ต่อให้รุ่นลูกและหลานได้ดูแล เปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพ ทำให้ภายในชุมชนแห่งนี้มีตั้งแต่ตลาดนัดทุกสุดสัปดาห์ รวบรวมงานฝีมือและร้านอาหารน่าสนใจมาขายหน้าชุมชน อย่าง ตลาดฉำฉาที่มี น้ำ-ดวงกมล มังคละคีรี หลานสาวของชัชวาลย์เป็นผู้ดูแล บริเวณเดียวกันมีร้านอาหาร (Meena Rice Based Cuisine) ที่ต้องการสะท้อนคุณค่าของนาและข้าว โดยมีเมนูน่าสนใจอย่าง ‘ข้าว 5 สี’ ที่นำข้าว 5 ชนิด 5 สี เสิร์ฟทานคู่กันกับเมนูต่างๆ ภายในร้านใต้อาคารยุ้งข้าวแบบล้านนา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

นอกจากนั้นภายในชุมชนยังมีการจัดงานใหญ่เป็นประจำทุกปีในชื่อกาดต่อนยอน เชิญชวนให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยวในชุมชน ได้เลือกชมและทำความรู้จักกับสินค้างานฝีมือจำนวนมาก โดยพวกเขาชวนเพื่อนๆ มาร่วมกันเปิดตลอดทั้งเส้นถนนในชุมชน และ Chiang Mai Design Week ปีนี้ พวกเขายังเปิดบ้านต้อนรับผู้คนที่สนใจในภูมิปัญญาของพวกเขา ให้เข้ามาเวิร์กช็อปกันตลอดช่วงเวลางานอีกด้วย 

โหล่งฮิมคาว

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 16.00 น.

Facebook : โหล่งฮิมคาว

ตลาดฉำฉา

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 09.00 – 15.00 น.

Facebook : ฉำฉา market

2

ชามเริญ สตูดิโอ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

สตูดิโอปั้นเซรามิกที่เกิดขึ้นมาจาก มิก-ณัฐพล วรรณาภรณ์, บุบ-ชาญชัย บริบูรณ์ และ ใหม่-ธนิตา โยธาวงษ์ 3 เพื่อนจากศิลปากรผู้ชักชวนกันกลับมาทำงานในสิ่งที่เรียนมา หลังจากแยกย้ายกันไปทำงานในสายอาชีพอื่นๆ จนอิ่มตัว พวกเขาเริ่มต้นตั้งสตูดิโอปั้นและขายงานเซรามิกที่กรุงเทพฯ ก่อนมิกตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านในอำเภอสันกำแพง และสร้างสตูดิโอชามเริญเพิ่มในพื้นที่บ้านของเขา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ผลงานเซรามิกของชามเริญ มีการนำวัฒนธรรมไทยในอดีตไทยมาต่อยอดให้ร่วมสมัยมากขึ้นอย่างน่าสนใจ เช่น ปิ่นโต ที่พวกเขามองว่า ถ้านำเข้าไมโครเวฟได้คงสะดวกและหลายคนจะหันมาใช้มากขึ้น จึงทำปิ่นโตเซรามิกขึ้นมา หรือแม้แต่แก้วกระดาษใช้แล้วทิ้ง พวกเขาเอารูปทรงของแก้วกระดาษนั้นมาหล่อและปั้นเป็นแก้วเซรามิกที่มีรูปทรงน่าสนใจและน่าใช้ไม่น้อย

นอกจากนั้น มิกยังสนใจจะทำให้สตูดิโอของเขาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวและพัฒนาชุมชนสันกำแพงมากยิ่งขึ้น

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

Chiang Mai Design Week ปีนี้ ชามเริญ สตูดิโอ เปิดพื้นที่บ้านร่วมกับแบรนด์เครื่องประดับ สะพรั่ง (Saprang) และเพื่อนๆ จัดงาน ชามเริญสะพรั่ง พี่น้องและผองเพื่อน ชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานฝีมือมาออกบูทแสดงงาน และยังมีเวิร์กช็อปทำน้ำหอม ทำเครื่องประดับจากทองเหลือง ปั้นและลงสีเครื่องปั้นดินเผา แล ย้อมสีจากธรรมชาติ ให้ได้มาใช้เวลา ณ ที่แห่งนี้ทั้งวัน

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์ – วันเสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3274 7678

Facebook : Charm Learn Studio CNX

3

Saprang Craft Jewelry

‘สตูดิโอผลิตเครื่องประดับทองเหลืองที่จะทำให้ผู้สวมใส่สวยสะพรั่ง’

นี่คือไอเดียที่ ริก้า-สิริการย์ จิรัฎฐ์ภาสกรกุล และ กาเหว่า-สุพจน์ สุวรรณสิงห์ นำมาใช้ตั้งชื่อแบรนด์ของพวกเขา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ทั้งสองนำแรงบันดาลใจที่ได้จากสิ่งรอบตัวโดยเฉพาะธรรมชาติมาถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับ นั่นจึงทำให้งานส่วนใหญ่ของพวกเขามีรูปทรงธรรมชาติ (Organic Form) สะท้อนความสวยงามของธรรมชาติรอบตัว และเป็นเหตุผลให้พวกเขาตัดสินใจสร้างสตูดิโอเคลื่อนที่ เป็นรถพ่วงที่พาพวกเข้าไปพบกับแรงบันดาลใจใหม่ๆ และสร้างสรรค์งาน ณ ที่แห่งนั้นได้ทันที

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ฝีมือของพวกเขายังการันตีด้วยรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก Design Excellence Award (DEmark) และยังมีโอกาสได้รับเชิญไปแสดงที่งานแฟร์ต่างประเทศ อาทิ Blueprint Singapore, Milan Design Week และ Maison & Objet Paris

ในงาน Chiang Mai Design Week 2020 พวกเขาได้ร่วมกับชามเริญ สตูดิโอ และเพื่อนๆ จัดงาน ชามเริญสะพรั่ง พี่น้องและผองเพื่อน จัดอีเวนต์แสดงงานและเวิร์กช็อปร่วมกันในพื้นที่บ้านของชามเริญ สตูดิโอ ด้วย

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ที่อยู่ 98 หมู่ 7 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

โทรศัพท์ : 09 6818 1995

Facebook : saprang craft jewelry

4

OUKE

ลองจินตนาการดูว่า คุณในวัย 60 กว่ากำลังทำอะไร สำหรับ วิไล ไพจิตรกาญจนกุล เธอเลือกที่จะพัฒนาฝีมือของตัวเองและทำแบรนด์ใหม่ขึ้นมา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ชื่อของป้าวิไลอาจไม่ใช่ชื่อใหม่ในวงการออกแบบของเชียงใหม่เท่าไหร่ เพราะเธอคือเจ้าของแบรนด์และโรงงานบัวผัด (Buaphat) ที่ผลิตงานจากผ้าย้อมสีธรรมชาติมามากกว่า 30 ปี โดยนำภูมิปัญญาของพ่อเธอที่เคยเป็นครูสอนทอผ้ามาต่อยอด พร้อมกับนำเศษผ้าเหลือใช้มาสร้างผลิตภัณฑ์ให้ไม่ซ้ำใครในตลาดจนได้รับรางวัลจำนวนมาก อาทิ Good Design Award (G-Mark) จากประเทศญี่ปุ่นถึง 3 ครั้ง

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอเริ่มต้นสร้างแบรนด์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า OUKE (อุ๊ก) เป็นภาษาคำเมืองที่หมายถึง การบ่ม เพราะผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่ของป้าวิไล คือผ้าพิมพ์ลายใบไม้จากธรรมชาติ หรือ Eco Print ที่เกิดจากกระบวนการนำผ้าไปอุ๊กกับใบไม้นั่นเอง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ป้าวิไลได้แรงบันดาลใจการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้หลังจากเดินไปเห็นใบไม้เปียกเน่าอยู่บนถนนในฤดูฝน ที่แม้จะกวาดออกไป แต่ก็ยังทิ้งลวดลายสวยงามไว้ เธอจึงเกิดความคิดที่จะนำลายเหล่านั้นมาทดลองลงบนผ้า 

เมื่อนึกย้อนไปถึงสมัยเด็กที่เธอได้กินเมี่ยง ใบเมี่ยงที่นำไปหมักแล้วมักนำมาเคี้ยวหรืออมหลังรับประทานอาหาร เพื่อคลายกลิ่นและรสของอาหารที่กินเข้าไปเป็นภูมิปัญญาของคนเหนือ ซึ่งเธอเคยทำน้ำเมี่ยงหกเลอะเสื้อ ไม่สามารถซักออกได้ง่ายๆ เธอจึงนำกระบวนการหมักเมี่ยงมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการนำลายใบไม้พิมพ์ลงบนผ้า จนเป็นสูตรทำ Eco Print เฉพาะตัว และทำให้ผลงานของเธอได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติจำนวนมาก

ที่อยู่ 134 หมู่ 8 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

โทรศัพท์ : 06 5502 5922

Facebook : OUKE Chiangmai

5

Greenie & Co

Greenie & Co เป็นแบรนด์ผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เกิดขึ้นภายใต้บริษัท ARS D-SINE ที่มีประสบการณ์ผลิตสินค้าส่งออกต่างประเทศมายาวนานกว่า 20 ปี ของคู่สามีภรรยา ยุ้ย-ปิยรัตน์ ยศธำรง และ เขียว-มรกต ยศธำรง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

หลังจากทั้งคู่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย พวกเขาได้เริ่มต้นลองหยิบวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ กระดาษสา ผ้าฝ้าย ผ้าใบย้อมสีธรรมชาติ ย้อมคราม เครื่องหนัง มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูเรียบง่ายและใช้งานได้ทุกโอกาส ไม่ตกสมัยหรือดูเชยตามกาลเวลา ตั้งแต่สมุด กระเป๋า หมวก พวงกุญแจ รองเท้า และอีกมาก ตามที่จินตนาการของพวกเขาไปถึง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ผลงานของพวกเขาได้รับความนิยมอย่างมากจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในต่างประเทศไม่น้อย ซึ่งพวกเขามองว่า นี่เป็นโอกาสช่วยให้ผู้ผลิตในชุมชนได้รับการสนับสนุนต่อ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

โทรศัพท์ : 0 5301 3291

เว็บไซต์ : www.greeniesandco.com

Facebook : Greenies & Co

6

‘Carpenter 

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

แนน-วีรดา ศิริพงษ์ เป็นลูกสาวของพ่อแม่ที่ทำธุรกิจโรงงานแปรรูปไม้เป็นประตู หน้าต่าง วงกบ มายาวนานกว่า 20 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ การได้ตามครอบครัวเข้าไปในโรงไม้ตั้งแต่เด็กในที่สุดก็ทำให้ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เมื่อสายตานักออกแบบของเธอได้มองเห็นว่า ทุกวันโรงงานของครอบครัวมีเศษไม้เหลือใช้จากการผลิตจำนวนมาก และถูกทิ้งหรือนำไปใช้เผาเป็นเชื้อเพลิงโดยขายยกกระสอบละ 5 บาทอย่างน่าเสียดาย เธอจึงเริ่มต้นลองหยิบเศษไม้จากโรงงานไปพัฒนาและออกแบบ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของแบรนด์ ‘Carpenter ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศษไม้เหลือๆ ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

เธอหยิบเศษไม้มาพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ตั้งแต่กระเป๋า เครื่องเขียน และเครื่องใช้ต่างๆ จนออกมามีหน้าตาน่าสนใจ เปลี่ยนเศษไม้ให้กลายเป็นของมีค่า มีผู้คนอยากใช้ และได้รับรางวัลด้านการออกแบบยอดเยี่ยมในที่สุด

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่


โทรศัพท์ : 09 4343 8315
Facebook : ‘carpenter

7

สยามศิลาดล

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ที่อำเภอสันกำแพงมีหลักฐานปรากฏว่ามีการทำเครื่องปั้นดินเผาในบริเวณนี้มานานมากกว่า 500 ปี ตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านนา เหลือร่องรอยไว้ให้เห็นจากเศษเครื่องปั้นดินเผาและเตาเผาโบราณที่ขุดพบกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ จำนวนมาก และว่ากันว่า สันกำแพงคือแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสำคัญที่ขายไปถึงต่างแดน เป็นสินค้า OTOP ที่มาก่อนกาล และยังได้รับเลือกให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) ของจังหวัดเชียงใหม่

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

สยามศิลาดล ที่ก่อตั้งขึ้นโดย เพ็ญพรรณ วังวิวัฒน์ ได้นำภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบฉบับสันกำแพงมาต่อยอด และยังคงใช้กระบวนการผลิตด้วยวิธีธรรมชาติทั้งหมด จึงทำให้เครื่องปั้นดินเผามีเพียงสีขาว ฟ้า และเขียว ซึ่งเกิดขึ้นจากกรรมวิธีการเผาด้วยวัสดุจากธรรมชาติ และมีเอกลักษณ์ตรงลวดลายที่ปรากฏบนพื้นผิวภาชนะ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ปัจจุบัน ปอนด์-อนุสิทธิ์ มานิตยกุล หลานชายของเพ็ญพรรณได้เข้ามาช่วยบริหารงานของสยามศิลาดล และปรับทิศทางการผลิตให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบ พิบูลย์ อมรจิรพร จาก Plural Designs จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจมากขึ้น เช่น งาน Bamboo Wall ที่นำรูปทรงของไม้ไผ่มาล้อให้น่าสนใจและน่าใช้ การนำรูปทรงกระติ๊บที่คุ้นตาอยู่ในชีวิตประจำวันแต่ละคนมาเป็นต้นแบบของชุดถ้วยกาน้ำชาที่ดูน่ารักมากยิ่งขึ้น และล่าสุดกับ Air Tea Cup ที่มีการออกแบบให้เกิดช่องอากาศระหว่างผิวสองชั้นของภาชนะ ซึ่งส่งผลให้เมื่อจิบชาจับแก้วแล้วไม่รู้สึกร้อนมือ จนได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก DEmark Award ค.ศ. 2020 

ที่อยู่ 38 หมู่ที่ 10 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา : 08.30 – 17.00

โทรศัพท์ : 0 5333 1526

Facebook : Siam Celadon Pottery

8

Maiiam Contemporary Art Museum

Maiiam Contemporary Art Museum

ใหม่เอี่ยม คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยของ ฌอง มิเชล เบอร์เดอเลย์ และ อีริค บุนนาค บูซ ผู้เป็นลูกชาย ที่ต้องการนำเสนอผลงานศิลปะจากศิลปินชั้นเยี่ยมของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนที่ได้สะสมไว้ตลอด 30 ปี เปิดให้คนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามารับชม และเรียนรู้พัฒนาการของศิลปะร่วมสมัยในภูมิภาค

Maiiam Contemporary Art Museum

ขณะเดียวกัน ทางพิพิธภัณฑ์ยังพยายามนำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัยที่สะท้อนสภาวะสังคมปัจจุบัน ว่าศิลปะทำให้เกิดการตั้งคำถามได้กับทุกเรื่อง ตั้งแต่ภาวะส่วนตัวไปจนถึงระดับสังคม การเมือง ศาสนา ความเชื่อ ผ่านนิทรรศการหมุนเวียนที่จะเปลี่ยนมาจัดทุกๆ 6 – 7 เดือน งานเสวนา และ ฉายวีดิทัศน์น่าสนใจจำนวนมาก ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินในประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อให้ผู้ชมได้เกิดการเรียนรู้และขยายทัศนวิสัยไปสู่ขอบเขตใหม่ๆ 

Maiiam Contemporary Art Museum

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์ – วันอาทิตย์ (ปิดวันอังคาร) เวลา : 10.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชมบุคคลทั่วไป 150 บาท 

นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ราคา 100 บาท ต่ำกว่า 12 ปี ไม่เสียค่าบริการ

เว็บไซต์ : www.maiiam.com

Facebook : MAIIAM Contemporary Art Museum

9

Hand-Kraft Press & Cafe

คาเฟ่สุดเท่ริมถนนสันกำแพงที่ตั้งอยู่หน้าโรงพิมพ์ เป็นคาเฟ่ที่เกิดขึ้นจากไอเดียของคู่รัก หล่ง-ศุภกร แลม และ วิว-จิรนันท์ สุวรรณ ทายาทของโรงพิมพ์สมพรการพิมพ์

Hand-Kraft Press & Cafe

นอกจากบทบาทของการเป็นคาเฟ่เสิร์ฟเมนูกาแฟที่พวกเขาคัดสรรเมล็ดมาอย่างดี ที่แห่งนี้ยังเป็นการต่อยอดงานโรงพิมพ์ของครอบครัว และยังช่วยสนับสนุนศิลปินท้องถิ่น โดยการเข้าไปทำงานร่วมกับศิลปินในการผลิตซีน (Zine) หรือหนังสือทำมือขึ้นมาอย่างน่าสนุก โดยพวกเขาเป็นฝ่ายออกทุนและผลิตให้ทั้งหมด เพื่อให้เกิดกระแสซีนขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ และได้มีโอกาสนำซีนของศิลปินที่พวกเขาทำงานด้วยไปร่วมแสดงภายในงาน Bangkok Art Book Fair งานรวบรวมหนังสือทำมือที่น่าสนใจที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ Bangkok CityCity Gallery

Hand-Kraft Press & Cafe
Hand-Kraft Press & Cafe

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้โรงพิมพ์ของครอบครัวพวกเขาได้ขยายขอบเขตงานให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเปิดโอกาสให้ศิลปินและนักออกแบบได้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการพิมพ์ เพื่อพัฒนาไปสู่ผลงานสื่อสิ่งพิมพ์น่าสนใจ อย่างเทคนิคการพิมพ์ Risograph ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากศิลปินทั่วโลก ซึ่งพวกเขาบอกว่า นี่คือเทคนิคที่ใช้มานานแล้วในประเทศไทยสำหรับพิมพ์ซองผ้าป่า และถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อรองรับงานพิมพ์ในบริบทที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

ที่อยู่ 1006 ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

วัน-เวลา : เปิดบริการวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 16.00 น.

Facebook : Hand-Kraft Cafe

10

Chiang Mai Art Museum

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของ พรชัย ใจมา ศิลปินศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ประจำ พ.ศ. 2548 ที่ต้องการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ศิลปะขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้น โดยเกิดจากการระดมทุนของศิลปินกับนักสะสมจากทั่วประเทศกว่า 500 คน และจากงานประมูลศิลปะทุกเดือนกุมภาพันธ์

Chiang Mai Art Museum

บนพื้นที่ 55 ไร่ เขาตั้งใจให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถาบันสนับสนุนศิลปะและศิลปินทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่ในการแสดงงาน รวมถึงพัฒนาผลงานของตนเอง มีพื้นที่ให้ศิลปินได้พักและทำงานศิลปะ และส่วนของพื้นที่จัดแสดงทั้งถาวรและหมุนเวียนที่จะช่วยให้ผู้เข้ามาได้ชมผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมจำนวนมาก

Chiang Mai Art Museum
Chiang Mai Art Museum

ปัจจุบันทางพิพิธภัณฑ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งตามแผนที่วางไว้มีทั้งหมด 11 อาคาร และจะเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมส่วนที่เสร็จแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป 

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. 

Facebook : ChiangMai Art Museum

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

หลังจากโควิด-19 ทำให้เมืองต้องอึดอัดและเงียบกริบ ช่วงนี้กรุงเทพฯ เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยเทศกาลทั่วกรุง (โอเค ถึงโรคภัยจะยังไม่หายไปก็เถอะ) คนฟังเพลงก็ได้ไปคอนเสิร์ตของศิลปินหลากหลายที่พากันจัดเหมือนอัดอั้นมานาน นักอ่านก็ได้ไปละลายทรัพย์ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 กันถ้วนทั่ว และล่าสุด คนชอบงานศิลปะก็ไม่น้อยหน้า เพราะ ‘Bangkok Art Biennale 2022’ กิจกรรมศิลปะระดับนานาชาติก็กลับมาแล้วเช่นกัน

เสน่ห์ของเบียนนาเล่คือทุกคนจะได้เดินทาง ขึ้นรถ ลงเรือ ไปเสพงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย-เทศที่ติดตั้งอยู่ทั่วกรุง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ ภายในมิวเซียม ในหอศิลป์ ในห้าง หรือแม้แต่วัด พื้นที่ที่ดูเต็มไปด้วยจารีตประเพณี โดยงานทั้งหมดอยู่ภายใต้ธีมเดียวกัน

แก่นความคิดหลักของงานปีนี้ คือ ‘โกลาหล : สงบสุข’ (CHAOS : CALM)

จากที่พวกเราทุกคนได้ผ่านความโกลาหล ความโศกเศร้า และน่ากังวลใจมากมายใน พ.ศ. 2565 ทั้งโรคระบาดที่พูดถึงไปตอนแรก หรือความขัดแย้งทางการเมือง ข่าวสงคราม ความอดอยากแร้นแค้นของเพื่อนมนุษย์ ศิลปิน BAB ก็แสดงให้เห็นความหวังที่โลกจะไปสู่สภาวะสงบสุขผ่านงานศิลปะ

Take Me Out ครั้งนี้ ขออาสาพาทุกคนไปดูงานของศิลปินที่น่าสนใจ (ในทรรศนะของผู้เขียน) กับคณะทัวร์ของ ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ในเส้นทางสนุก ๆ อย่าง วัดโพธิ์มิวเซียมสยาม – หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สักหน่อย เผื่อว่าจะเป็นไอเดียสำหรับเที่ยวในสุดสัปดาห์นี้

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

วัดโพธิ์

01 มณเฑียร บุญมา

เราเริ่มการเดินชมเบียนนาเล่ปีนี้ที่เก๋งจีนในวัดโพธิ์

“นี่คืองานของศิลปินที่จากไปแล้ว” ดร.อภินันท์ เอ่ยขึ้นระหว่างที่ทุกคนกำลังเพ่งมองงานประติมากรรมหน้าตาแปลกที่ตั้งอยู่กลางเก๋งจีน เนื่องจากศิลปินไม่อยู่ ทายาทของมณเฑียรจึงเป็นรับบทเป็นผู้ดำเนินการแทน

มณเฑียร บุญมา ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในศิลปินผู้บุกเบิกศิลปะร่วมสมัยของเอเชีย เขาเป็นผู้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก โจเซฟ บอยส์ มีผลงานจัดแสดงในงานศิลปะระดับนานาชาติมากมาย อาทิ ซิดนีย์ เบียนนาเล่ ครั้งที่ 8, อิสตันบูล เบียนนาเล่ ครั้งที่ 4 รวมถึงงานเอเชีย-แปซิฟิก เบียนนาเล่ครั้งแรก

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของเขาคือการจากไปของภรรยาด้วยโรคมะเร็งทรวงอก ทำให้การทำงานของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาเยียวยาในสถานที่สงบและสร้างสติ มณเฑียรเคยพูดไว้บ่อยครั้งว่า อยากจัดงานแสดงศิลปะจัดวางในวัด

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 นำผลงานของมณเฑียรมาจัดวางในวัดโพธิ์ถึง 2 ชิ้นตามความตั้งใจของศิลปิน งานชิ้นแรกที่เราเห็นอยู่ตรงหน้า คือ ‘อโรคยศาลา’ งานจาก พ.ศ. 2537 แต่เพิ่งได้จัดแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก งานนี้มีลักษณะเป็นกล่องโลหะรูปทรงปอดที่มีสมุนไพรอัดแน่นอยู่ อ้างอิงถึงวิหารขอมที่เป็นสถานที่สวดมนต์และบำบัดเยียวยา

ถัดมาที่วิหารวัดป่าเรไร เราได้เจอกับอีกงานของมณเฑียร คราวนี้คืองานจัดวางเศียรพระพุทธรูปอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน ‘Melting Void : Molds for the Mind’ (พ.ศ. 2542) หนึ่งในงานสร้างสรรค์ช่วงสุดท้ายในชีวิตศิลปิน

มณเฑียรเขียนไว้ในงานนี้ว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาให้ที่ว่างภายในองค์พระปฏิมาเป็นที่พำนักแห่งจิตใจ สติของผู้คนที่ปรารถนาให้สภาวะของจิตนั้นเข้าสู่มิติของความสงบผ่อนคลาย”

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

เศียรอะลูมิเนียมวางอยู่ใกล้พระพุทธรูปองค์จริงประจำวิหาร เหมาะเจาะราวกับถูกสร้างมาเพื่อสเปซแห่งนี้เป็นพิเศษ แม้เศียรจะดูยุ่งเหยิง ผู้คนที่มาดูงานก็เดินขวักไขว่ ทว่าวิหารพื้นเย็นเยียบกลับทำให้เรารู้สึกสุขสงบ

“เราเข้าไปในเศียรได้ด้วยนะ” ดร.อภินันท์ แนะนำ สิ้นเสียงของเขา เราจึงมุดเข้าไป มองเห็น ‘รู’ เล็ก ๆ ที่บรรจงเจาะไว้เป็นกลุ่มดาว และได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากสมุนไพรที่เคลือบไว้ด้านในเศียร

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

สถานที่จัดแสดง

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

02 แอนโทนี กอร์มลีย์ (Antony Gromley)

ถัดจากงานของศิลปินผู้ล่วงลับ เราเดินต่อมาถึงงานของศิลปินต่างชาติท่านหนึ่ง

แอนโทนี กอร์มลีย์ เป็นศิลปินผู้ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางกับผลงานประติมากรรมศิลปะจัดวาง และศิลปะในพื้นที่สาธารณะซึ่งสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายมนุษย์กับพื้นที่ ผลงานเขามักตั้งคำถามถึงร่างกายของมนุษย์และแห่งหนของมันกับธรรมชาติ

เบียนนาเล่คราวนี้ เขานำเสนองานประติมากรรมจัดวางในวัดโพธิ์ 2 ชิ้น ชิ้นแรกคือ ‘Connect’ (พ.ศ. 2565) แสดงร่างกายที่เป็นเขตความเชื่อมโยงของที่ว่างและแสงสว่าง เมื่อเดินไปอีกฝั่งของระเบียง จะพบกับงาน ‘Contain’ (พ.ศ. 2565) แสดงร่างกายที่เป็นบริบททางวัตถุของการสำนึกรู้

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
‘Connect’
ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
‘Connect’

ทั้ง 2 งานแสดงพื้นที่ของประสบการณ์มนุษย์และความสัมพันธ์ที่เรามีต่อที่ว่าง มวลพลังงานอนิจจังถูกแผ่ออกมาในบริเวณวัดจีน-สยามแห่งนี้ ซึ่งมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ อยู่หลายแถว

เพื่อให้ศิลปะทำงานกับพื้นที่ได้ดีอย่างที่ตั้งใจ งานที่เราเห็นจึงเป็นงานที่แอนโทนีสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อวัดนี้และบริเวณนี้โดยเฉพาะ หากใครอยากมาสัมผัสประสบการณ์ ลองหาเวลามายลด้วยตาตัวเอง ร่างกายมนุษย์ทึบ-โปร่งของแอนโทนีอยู่รอคุณถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

มาวันที่คนเยอะก็ได้ประสบการณ์แบบหนึ่ง มาวันคนเบาบางก็ได้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง เราว่าแอนโทนีคงอยากให้งานชิ้นนี้ทำงานได้ทั้ง 2 แบบ

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
‘Contain’
ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
‘Contain’

สถานที่จัดแสดง

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

มิวเซียมสยาม

03 ทาซีน ไกยัม (Tazeen Qayyum)

จากวัดโพธิ์ เราขึ้นรถมาดูงานศิลป์กันต่อที่มิวเซียมสยาม คราวนี้ศิลปินผู้สร้างงานให้เกียรติมายืนเล่าด้วยตัวเอง

ผู้หญิงผมสั้นตรงหน้า คือ ทาซีน ไกยัม ศิลปินชาวปากีสถาน-แคนาดา ที่สนใจการใช้รูปแบบการทำซ้ำ จังหวะ และความสมดุลของเรขาคณิต มาสร้างให้เห็นเป็นโมทีฟในงานของเธอ

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

สำหรับงานนี้ แมลงสาบถูกนำมาใช้เป็นโมทีฟ รูปแบบที่เกิดซ้ำ ๆ ในศิลปะจัดวางชิ้นพิเศษนี้ชื่อว่า ‘Patterns of Resilience’ เพื่อวิพากษ์สังคมถึงการไม่สามารถอดทนต่อความเห็นต่างทางการเมือง 

“อย่างที่คุณเห็น ฉันใช้แมลงสาบตายในงานเยอะแยะเลย มันแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ฉันเห็นเกี่ยวกับตัวเองในช่วงสงคราม ฉันกำลังครุ่นคิดถึงคุณค่าของชีวิต” ทาซีนเล่า การที่เธอเป็นชาวปากีสถานซึ่งอยู่ในแคนาดา ทำให้งานแฝงไปด้วยประเด็นความรู้สึกของคนต่างเชื้อชาติในสังคมด้วย

แมลงสาบสีแดงได้คลานไปรอบมิวเซียมสยาม และปรากฏบนผนังนอกอาคารสไตล์นีโอคลาสสิก แสดงถึงสถานที่แห่งการต่อสู้และฝ่าฟันเพื่อกลับสู่สภาพเดิม

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

สถานที่จัดแสดง

มิวเซียมสยาม

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

04 ทัตสึโอะ มิยาจิมะ (Tatsuo Miyajima)

แล้วแมลงสาบสีแดงบนพื้น ก็นำเรามาสู่ห้องจัดแสดงงานอีกห้องของมิวเซียมสยาม

เปลี่ยนแปลงเสมอ เชื่อมโยงทุกอย่าง และดำเนินไปตลอดกาล คือ 3 แกนหลักในการสร้างงานศิลปะของ ทัตสึโอะ มิยาจิมะ ครั้งนี้เขามาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือตัวเลข LED เปล่งแสง

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

‘Wall of Change’ เป็นงานที่ตัวเลข 5 ตัวปรากฏบนผนัง และจะเปลี่ยนไปทุกวันตามตัวเลข 0 – 9 ที่ออกโดยลูกเต๋า 10 หน้า ภูมิทัศน์โลกภายนอกมองเห็นผ่านรูช่องเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตัวเลขในแต่ละวัน ก่อเป็น ‘ภูมิทัศน์ของตัวเลข’ ที่เกิดขึ้นโดยเหตุบังเอิญจากการเปลี่ยนไปของตัวเลขอย่างไร้รูปแบบ

ตัวเลขเหล่านี้เปรียบเสมือนเวลา ซึ่งในที่นี้ ศิลปินเทียบมันกับชีวิต ดังนั้น เมื่อเกิดเลข 0 ภูมิทัศน์ภายนอกไม่สามารถมองลอดไปได้ เหลือเพียงกำแพงปิดทึบ และนั่นก็คือความตาย

“โดยทั่วไปงานของคุณทัตสึโอะจะไม่มีเลข 0 ที่ความหมายเป็นลบ แต่เมื่อโลกเกิดวิกฤตหลายอย่าง ทำให้เขาครุ่นคิดถึงความตายมากขึ้น เลยตัดสินใจใช้เลข 0 เป็นครั้งแรก” คิวเรเตอร์สาวผู้ประจำอยู่ที่มิวเซียมสยามกล่าว งานจัดแสดงชิ้นนี้เปรียบเสมือนการจำลองวัฏจักรของชีวิต ชวนตั้งคำถามถึงความเป็นไป การมีชีวิตอยู่ และความตายของทุกสรรพสิ่ง

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

เรายืนมองงานของศิลปินท่านนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ นอกจากภูมิทัศน์ที่เกิดขึ้นแล้ว ตัวเลขที่บังเอิญเกิดขึ้นในแต่ละวัน ยังทำให้ ‘ชิ้นส่วน’ ที่ใช้ปิดเปิดช่องว่างที่วางอยู่หน้าตัวเลข มีจำนวนเปลี่ยนไปทุกวันตามไปอย่างน่าสนใจ

“ปกติพนักงานจะเป็นคนทอยลูกเต๋า แต่ช่วงนี้คุณทัตสึโอะอยู่ เขาก็จะเป็นคนทอยเองทุกวันเลย” เธอเล่าเพิ่มเติม ฟังแล้วอยากอาสาทอยให้สักวัน ดูซิว่าจะออกมาเป็นเลขอะไร

สถานที่จัดแสดง

มิวเซียมสยาม

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

หอศิลป์

05 ART for AIR

เมื่อจบจากมิวเซียมสยาม ก็ได้เวลาเดินทางไกลมาถึงหอศิลป์ กรุงเทพมหานคร อีกที่ที่รวบรวมผลงานศิลปินมากหน้าหลายตาในงานเบียนนาเล่ครั้งนี้

เราเริ่มกันที่ห้องจัดแสดงห้องหนึ่งที่มีงานศิลปะกระจายตัวอยู่เต็มห้อง และทั้งหมดมีธีมร่วมกันเป็นเรื่อง ‘มลภาวะ’ ประเด็นแห่งยุคสมัยที่ใครก็ต้องเผชิญ

พ.ศ. 2562 สภาลมหายใจประชุมร่วมกับศิลปินแขนงต่าง ๆ ในเชียงใหม่ เพื่อแบ่งปันถึงปัญหาฝุ่นควันที่ชาวเชียงใหม่ต้องเผชิญ และการคลี่คลายสถานการณ์ด้วยศักยภาพที่ศิลปินจะทำได้ จึงเกิดเป็นโครงการ ART for AIR หรือ ‘โครงการศิลปะเพื่อลมหายใจ’

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

ปัจจุบัน ART for AIR จึงเสมือนการแสดงพลังของภาคประชาชน เครือข่ายศิลปินจากเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่ขยับขยายไปมากกว่าเรื่องฝุ่นควัน แต่รวมถึงผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก โดยนำเสนอผ่านศิลปะร่วมสมัย

ART for AIR เชื่อว่าศิลปะไม่ใช่ความงามแค่เพียงการมองเห็น แต่คือความงามในการสร้างการตระหนักรู้ ในวิถีของการค้นคว้าถึงสาเหตุของปัญหานั้นด้วยศิลปะ ดั่งจะเห็นจากนิทรรศการนี้ที่นำเสนอแนวคิดของการที่เมืองเข้ามาซ้อนทับพื้นที่ป่า และก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมืองเชิงวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และปัญหาสิ่งแวดล้อม

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

ท่ามกลางงานหลายชิ้นในห้องจัดแสดง ชิ้นที่ดึงดูดให้เรายืนดูอยู่หลายนาที ไม่ละสายตาไปสักที คือ 3 จอที่ปรากฏภาพเคลื่อนไหวของผู้หญิงที่กำลังทำงานบ้าน จัดการกับฝุ่นในบ้านด้วยกริยาท่าทางไม่ปกติ

ไม่มีป้ายอะไรใด ๆ แปะอยู่ ไม่รู้แน่ชัดว่าแปลว่าอะไร แต่โชคดีที่เราเจอศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน เราจึงได้คำอธิบายของงานชิ้นนี้สมใจ

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

“มลภาวะตีความได้หลายแบบ จะพูดถึงเรื่องมลภาวะของอากาศก็ได้ หรือมลภาวะของการกดขี่ก็ได้เหมือนกัน นี่เป็นงานที่ทำช่วงโควิด เลยพูดถึงการอยู่บ้าน ซึ่งบ้านควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่บางครั้งอาจจะเป็นพื้นที่ที่มีความรุนแรง มี ‘Domestic Violence’ ที่เกิดกับผู้หญิงได้เหมือนกัน” กวิตา วัฒนะชยังกูร อธิบาย “หรือมองอีกมุมก็คือ การที่เราอยู่ในบ้าน เราคิดว่าเราปลอดภัยจาก PM 2.5 แล้ว แต่จริง ๆ อะไร ๆ เกิดขึ้นได้เหมือนกัน”

  นี่คือผลงานที่เรียกว่า ‘Air Series’ โดยแต่ละงานมีชื่อว่า ‘My Mother and I’, ‘Vacuum’ และ ‘Vacuum 2’ ตามลำดับ

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 9

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

06 พิชชาภา หวังประเสริฐกุล

 “นี่คือศิลปินหญิงที่ยังอายุน้อยมาก ตอนเธอเข้ามาสัมผัสกับบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เมื่อปี 2018 เธอทำหน้าที่เป็น Dek BAB (เด็ก BAB) จะเห็นได้ว่าเธอไต่เต้าจากอาสาสมัครมาเป็นศิลปิน BAB ไปแล้ว” ดร.อภินันท์ พูดพลางกวักมือเรียกศิลปินอย่างคุ้นเคย

“ปรบมือให้น้ำอุ่นหน่อยครับ”

น้ำอุ่น หรือ พิชชาภา หวังประเสริฐกุล เริ่มรู้จักศิลปะการแสดงสด (Performance Art) ในวัย 19 ปี ภายหลังจากได้รับเลือกเป็นหนึ่งในทีมงานของงาน ‘Marina Abramović’ งานของเธอมักตั้งคำถามกับพลวัตของอำนาจ เชื้อเชิญให้ผู้ชมเพิ่มอำนาจให้ตัวเอง และลดอำนาจของศิลปินลง อีกทั้งยังพาผู้ชมไปถึงจุดที่ต้องตัดสินใจโต้ตอบกับผลงาน

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

ผลงานครั้งนี้ พิชชาภาชวนมองไปยังทะเลสาบข้อมูลในโลกออนไลน์และสังคมภายนอก ที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เราเชื่อว่ามาตรฐานที่สังคมตั้งไว้นั้นปกติ ยกตัวอย่างเช่น แต่ไหนแต่ไรเวลานอนเฉลี่ยที่เหมาะควรคือ 8 – 10 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันเริ่มมีการสร้างมาตรฐานใหม่ว่า หากคุณนอนเต็มอิ่มจริง ๆ เพียงแค่ 4 ชั่วโมงนั้นก็เพียงพอ หรือขนาดห้องนอนชุดหนึ่งเคยมีมาตรฐานอยู่ที่ 65 ตารางเมตร แต่ลดลงเหลือแค่ 28 ตารางเมตร เพียงระยะเวลาแค่ 8 ปี

แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนหรือเปลี่ยนน้อยมากคือ ตัวเลขค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 31 บาท นับตั้งแต่ พ.ศ. 2555 นี่คือตัวอย่างจากการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกรุงเทพฯ รวมถึงสภาพการณ์และความเป็นอยู่ที่บีบบังคับเราให้ต้องอยู่ให้ได้ เพื่อรักษาสถานะการอยู่รอดของตัวเองไปวัน ๆ นั่นจึงนำมาสู่การจำลองห้องขนาดกะทัดรัดในผลงานที่ชื่อ ‘The Standard’ (พ.ศ. 2565) ที่เราได้เห็นกัน

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

“เขาพยายามบอกเราว่า เชื่อสิ ฉันคิดมาแล้วว่าเท่านี้มันโอเค เท่านี้มันอยู่ได้” น้ำอุ่นพูดถึงสังคมและเหล่าผู้มีอำนาจ

“น้ำอุ่นจะทดลองอยู่ในกล่องนี้เป็นเวลา 1 เดือนด้วยกัน วันอังคารถึงวันศุกร์ ในกล่องนี้มีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตเรียบร้อย มีน้ำ มีอาหาร มีไวไฟ น้ำอุ่นจะทำงาน เข้าประชุม และใช้ชีวิตอยู่ในนี้จริง ๆ จนหอศิลป์ปิดค่ะ”

ว่ากันตามตรง แม้จะเป็นงานชิ้นเล็ก ๆ แต่ด้วยความใกล้ตัว เข้าถึงง่าย นี่เป็นงานที่เราชอบที่สุดใน BAB ปีนี้เลย

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 9

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

07 อริญชย์ รุ่งแจ้ง

เดินต่อมาที่ห้องจัดแสดงอีกห้อง

นี่คืองานของหนึ่งในศิลปินผู้บุกเบิกศิลปะแนวจัดวางในประเทศไทย อริญชย์ รุ่งแจ้ง เขามักศึกษาประวัติศาสตร์ของพื้นที่ รวมไปถึงสัญลักษณ์ เศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง ที่สิ่งเหล่านี้กระทำและแทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันของแต่ละคน

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ หนนี้ อริญชย์ รุ่งแจ้ง นำเสนองานศิลปะจัดวางที่ประกอบไปด้วยประติมากรรมรูปแถบโมเบียส (Möbius strip) และวิดีโอชุด ‘When the fish is chirping’ (เมื่อปลากำลังส่งเสียงจิ๊บ ๆ) พ.ศ. 2565 เพื่อศึกษาการจัดการความโกลาหลของมนุษย์

“คุณอริญชย์มักทำงานเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่มีการพูดถึงและไม่เคยพูดถึงมาก่อน” คิวเรเตอร์คนหนึ่งเล่า “โปรเจกต์นี้เขาเน้นไปยังประเด็นที่คนเจเนอเรชันใหม่ ๆ พยายามพูด อย่างเรื่องสังคมหรือเศรษฐกิจ”

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

งานนี้เริ่มจากการเปิดคลิปวิดีโอสัมภาษณ์เด็กรุ่นใหม่ทั้งหมด 6 คน เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานที่เด็กคนหนึ่งควรได้รับการสนับสนุนในการเติบโตขึ้นมา เมื่อวิดีโอจบลง ไฟที่ประติมากรรมรูปแถบโมเบียสก็จะติดขึ้น

“สำหรับแถบโมเบียส เราเดินจากด้านหนึ่งแล้วตามมันไปเรื่อย ๆ มันจะวนไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หมายถึงวังวนบางอย่างที่เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่สามารถหาทางออก ซึ่งบนแถบโมเบียสมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดอยู่ เป็นตัวแทนของระบบทุนนิยม และสื่อถึงเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์ไม่เคยคิดจะพูดถึงด้วย

“สภาพแวดล้อมที่ให้คนคนหนึ่งเติบโตมาได้ จะต้องดีทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อม”

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

เราคิดว่างานศิลปะที่มีทั้ง ‘ข้อมูล’ อย่างคลิปวิดีโอ และ ‘การตีความ’ อย่างประติมากรรมนั้นน่าสนใจ เพราะทั้งสองอย่างจะทำงานกับผู้ชมไปพร้อม ๆ กัน

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

08 Uninspired by Current Events

จริงไหม? ช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เวลามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในสังคม เรามักจะเห็นภาพซีจีจากเพจ ‘Uninspired by Current Events’ กระทำการ ‘แซะ’ อย่างทันท่วงทีเสมอ

เขา คนที่คุณ (ก็คง) เคยเห็น เป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์งานในแนวทางเหนือจริงด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก เสมือนภาพล้อเลียนตามหน้าหนังสือพิมพ์ ความเหนือจริงถูกฉาบทับภาพที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์ ห่อหุ้มความซับซ้อนที่มีอยู่ร่วมกันภายในสังคม โดยเฉพาะตั้งแต่ปลาย พ.ศ. 2563 ที่มีหลายสิ่งเกิดขึ้นอย่างถาโถม

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงภาพนิ่งที่จะแชร์กันตามโซเชียลมีเดีย แต่เขาได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในทางที่แปลกใหม่ไปจากเดิม ทั้งงานในสถานที่จริงและงานในโลกเสมือนอย่างวีดิทัศน์-วิดีโอเกม โดยเฉพาะในวิดีโอเกมที่จะมีภาพอนุสาวรีย์ต่าง ๆ ในประเทศไทย ซึ่งนำเสนอในรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปิน ที่พร้อมขยับขยายความเป็นไปได้ในการมองสัญลักษณ์ทางอำนาจเหล่านั้น

เชื่อว่างานของเขาจะช่วยเปิดมุมมองให้ผู้คนได้อีกเยอะ

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8, BAB Cafe, The PARQ และ BAB Virtual Venue

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

09 กวิตา วัฒนะชยังกูร

หลังจากได้เห็นงานชิ้นเล็กของกวิตาเรียกน้ำย่อยไปใน ART for AIR แล้ว เราก็เดินมาเจอกับงานของเธออีกครั้งที่ชั้น 8 ของหอศิลป์

กวิตา วัฒนะชยังกูร เป็นศิลปินผู้สำรวจความไหลลื่นระหว่างแรงงานและจักรกล นำเสนอร่างกายของมนุษย์ในท่าที่ลำบากแสนเข็ญ กับจักรกลที่ทำงานสอดและค้านกันในเวลาเดียวกัน มุ่งเน้นให้เห็นถึงภูมิหลังที่ซ่อนเร้นภายใต้การใช้แรงงานสมัยใหม่และโลกของทุนนิยม

งานนี้เรียกว่า ‘Voice of the Oppressed’ (พ.ศ. 2565) ได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรม The Pedagogy of the Oppressed ของ เพาโล เฟรเร่ (Paulo Freire) ซึ่งเสนอว่าความอยุติธรรมในสังคมเราได้ลดทอนความเป็นมนุษย์ และนำไปสู่การทำให้มนุษย์กลายเป็นวัตถุ โดยงานชิ้นนี้เธอร่วมมือกับ พัทน์ ภัทรนุธาพร จากมีเดียแล็บของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT Media Lab)

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

คนใน 2 จอ ซ้ายขวาที่เราเห็น ดูเหมือนกวิตาแต่ไม่ใช่กวิตาจริง ๆ นั่นคือปัญญาประดิษฐ์ที่พัทน์พัฒนาขึ้นมาจากหน้าและเสียงของศิลปิน ชื่อว่า ‘Kawitash1’ กับ ‘Kawitash2’ โดยตัวแรกคือตัวควบคุมโครงสร้าง และตัวที่ 2 คือตัวทำลายวัฏจักรเพื่อปลดแอก 

“ตัวแรกเขาพูดว่า ความกดขี่สำคัญกับสังคมยังไง พอฟังแล้ว เขาก็โน้มน้าวใจเราเหมือนกันนะ น่ากลัวมาก ส่วนอีกตัวจะพูดว่า ทำยังไงเราถึงจะไปสู่อิสรภาพได้ เราก็ปล่อยให้เขาคุยกันเองสองคนเป็นเวลา 45 นาที” กวิตาเล่า

Voices of the Oppressed ยังประกอบไปด้วยงานแสดงสด งานวีดิทัศน์และประติมากรรมจัดวาง ที่น่าสนใจคืองานวีดิทัศน์แสดงร่างกายของกวิตาเป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตดินปืน ซึ่งควบคุมโดย Kawitash1 ขณะเดียวกันศิลปินก็แสดงเป็นคนขจัดดินปืน ล้างเขม่า เปรียบเสมือนการทำงานของ Kawitash2 ที่ต้องการรื้อฟื้นความเป็นมนุษย์กลับมา

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

กวิตายังมีงานแสดงที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชื่อ ‘VOIDSCAPE’ (พ.ศ. 2565) สำรวจการแข่งขันของมนุษย์ในยุคทุนนิยม กับข้อสังเกตข้างต้นถึงการลดทอนความเป็นมนุษย์ ผลงานนี้เป็นในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ พาผู้ชมเข้าไปในโลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตั้งคำถามถึงอนาคตการใช้แรงงาน และสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากทุนนิยม

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ BAB Virtual Venue

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ภาพ : มณีนุช บุญเรือง, ปริยากร รักษาก้านตง และ นิติกาญจน์ สมบูรณ์ทรัพย์

Writers

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load