11 ธันวาคม 2563
11 K

ตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว เมื่อจังหวัดเชียงใหม่เริ่มประกาศตนเป็นเมืองท่องเที่ยว ต้อนรับแขกจากทั่วประเทศและมุมโลก ถนนมุ่งหน้าสู่อำเภอสันกำแพงก็คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่เดินทางเพื่อมาชมภูมิปัญญาของสันกำแพง ตั้งแต่กระดาษสา ร่มบ่อสร้าง งานปั้นเซรามิก ผ้าฝ้าย ผ้าไหม และงานศิลปะอีกจำนวนมาก นั่นจึงทำให้สันกำแพงเป็นที่อยู่ของคนทำงานคราฟต์ฝีมือดีจำนวนมาก

จนถึงวันนี้ ภูมิปัญญาและฝีมือของช่างฝีมือถูกถ่ายทอดลงมาสู่รุ่นลูกและหลาน ตลอดถนนที่มีต้นยางใหญ่ขนาบข้างแห่งนี้มีการเกิดขึ้นของงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และเป็นงานที่เก็บร่องรอยเดิมของภูมิปัญญาเอาไว้ในบริบทที่ร่วมสมัย ทำให้ปัจจุบันสันกำแพงยังคงมีความเคลื่อนไหวน่าสนใจเกิดขึ้น

ถ้าคุณเป็นคนที่สนใจในงานสร้างสรรค์ฝีมือประณีต สันกำแพงจึงเป็นเป้าหมายแรกที่ควรเดินทางไป

Take Me Out ครั้งนี้เราชวนทุกคนขึ้นรถขาว (รถประจำทางสายสันกำแพง เหมือนรถแดงที่วิ่งในเมือง) แล้วไปแอ่วสันกำแพงโต๊ยกั๋น 

1

ชุมชนโหล่งฮิมคาว

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ชุมชนโหล่งฮิมคาวเกิดขึ้นจากความคิดของ ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา และสภาลมหายใจเชียงใหม่ ที่ชักชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานฝีมือมาร่วมกันซื้อที่ดินบริเวณแม่น้ำคาว แล้วแบ่งที่ดินสร้างบ้านอยู่เคียงข้างกัน อยู่กันฉันญาติมิตร จนเกิดเป็นชุมชนโหล่งฮิมคาว ที่หมายถึงชุมชนที่อยู่ข้างแม่น้ำคาวขึ้นมา และทำให้ชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยงานฝีมือจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าย้อมครามธรรมชาติ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

จากที่นา พวกเขาค่อยๆ สร้างเรือนล้านนาขึ้นมาทีละหลัง เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและอนุรักษ์ภูมิปัญญาการสร้างเรือนเอาไว้ แล้วใช้พื้นที่หน้าบ้านแสดงสินค้าที่มีความเฉพาะตัว สะท้อนเรื่องราวและตัวตนเจ้าของบ้านแต่ละหลัง ต่อมาพวกเขาก็เริ่มส่งไม้ต่อให้รุ่นลูกและหลานได้ดูแล เปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพ ทำให้ภายในชุมชนแห่งนี้มีตั้งแต่ตลาดนัดทุกสุดสัปดาห์ รวบรวมงานฝีมือและร้านอาหารน่าสนใจมาขายหน้าชุมชน อย่าง ตลาดฉำฉาที่มี น้ำ-ดวงกมล มังคละคีรี หลานสาวของชัชวาลย์เป็นผู้ดูแล บริเวณเดียวกันมีร้านอาหาร (Meena Rice Based Cuisine) ที่ต้องการสะท้อนคุณค่าของนาและข้าว โดยมีเมนูน่าสนใจอย่าง ‘ข้าว 5 สี’ ที่นำข้าว 5 ชนิด 5 สี เสิร์ฟทานคู่กันกับเมนูต่างๆ ภายในร้านใต้อาคารยุ้งข้าวแบบล้านนา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

นอกจากนั้นภายในชุมชนยังมีการจัดงานใหญ่เป็นประจำทุกปีในชื่อกาดต่อนยอน เชิญชวนให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยวในชุมชน ได้เลือกชมและทำความรู้จักกับสินค้างานฝีมือจำนวนมาก โดยพวกเขาชวนเพื่อนๆ มาร่วมกันเปิดตลอดทั้งเส้นถนนในชุมชน และ Chiang Mai Design Week ปีนี้ พวกเขายังเปิดบ้านต้อนรับผู้คนที่สนใจในภูมิปัญญาของพวกเขา ให้เข้ามาเวิร์กช็อปกันตลอดช่วงเวลางานอีกด้วย 

โหล่งฮิมคาว

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 16.00 น.

Facebook : โหล่งฮิมคาว

ตลาดฉำฉา

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 09.00 – 15.00 น.

Facebook : ฉำฉา market

2

ชามเริญ สตูดิโอ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

สตูดิโอปั้นเซรามิกที่เกิดขึ้นมาจาก มิก-ณัฐพล วรรณาภรณ์, บุบ-ชาญชัย บริบูรณ์ และ ใหม่-ธนิตา โยธาวงษ์ 3 เพื่อนจากศิลปากรผู้ชักชวนกันกลับมาทำงานในสิ่งที่เรียนมา หลังจากแยกย้ายกันไปทำงานในสายอาชีพอื่นๆ จนอิ่มตัว พวกเขาเริ่มต้นตั้งสตูดิโอปั้นและขายงานเซรามิกที่กรุงเทพฯ ก่อนมิกตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านในอำเภอสันกำแพง และสร้างสตูดิโอชามเริญเพิ่มในพื้นที่บ้านของเขา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ผลงานเซรามิกของชามเริญ มีการนำวัฒนธรรมไทยในอดีตไทยมาต่อยอดให้ร่วมสมัยมากขึ้นอย่างน่าสนใจ เช่น ปิ่นโต ที่พวกเขามองว่า ถ้านำเข้าไมโครเวฟได้คงสะดวกและหลายคนจะหันมาใช้มากขึ้น จึงทำปิ่นโตเซรามิกขึ้นมา หรือแม้แต่แก้วกระดาษใช้แล้วทิ้ง พวกเขาเอารูปทรงของแก้วกระดาษนั้นมาหล่อและปั้นเป็นแก้วเซรามิกที่มีรูปทรงน่าสนใจและน่าใช้ไม่น้อย

นอกจากนั้น มิกยังสนใจจะทำให้สตูดิโอของเขาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวและพัฒนาชุมชนสันกำแพงมากยิ่งขึ้น

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

Chiang Mai Design Week ปีนี้ ชามเริญ สตูดิโอ เปิดพื้นที่บ้านร่วมกับแบรนด์เครื่องประดับ สะพรั่ง (Saprang) และเพื่อนๆ จัดงาน ชามเริญสะพรั่ง พี่น้องและผองเพื่อน ชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานฝีมือมาออกบูทแสดงงาน และยังมีเวิร์กช็อปทำน้ำหอม ทำเครื่องประดับจากทองเหลือง ปั้นและลงสีเครื่องปั้นดินเผา แล ย้อมสีจากธรรมชาติ ให้ได้มาใช้เวลา ณ ที่แห่งนี้ทั้งวัน

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์ – วันเสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3274 7678

Facebook : Charm Learn Studio CNX

3

Saprang Craft Jewelry

‘สตูดิโอผลิตเครื่องประดับทองเหลืองที่จะทำให้ผู้สวมใส่สวยสะพรั่ง’

นี่คือไอเดียที่ ริก้า-สิริการย์ จิรัฎฐ์ภาสกรกุล และ กาเหว่า-สุพจน์ สุวรรณสิงห์ นำมาใช้ตั้งชื่อแบรนด์ของพวกเขา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ทั้งสองนำแรงบันดาลใจที่ได้จากสิ่งรอบตัวโดยเฉพาะธรรมชาติมาถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับ นั่นจึงทำให้งานส่วนใหญ่ของพวกเขามีรูปทรงธรรมชาติ (Organic Form) สะท้อนความสวยงามของธรรมชาติรอบตัว และเป็นเหตุผลให้พวกเขาตัดสินใจสร้างสตูดิโอเคลื่อนที่ เป็นรถพ่วงที่พาพวกเข้าไปพบกับแรงบันดาลใจใหม่ๆ และสร้างสรรค์งาน ณ ที่แห่งนั้นได้ทันที

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ฝีมือของพวกเขายังการันตีด้วยรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก Design Excellence Award (DEmark) และยังมีโอกาสได้รับเชิญไปแสดงที่งานแฟร์ต่างประเทศ อาทิ Blueprint Singapore, Milan Design Week และ Maison & Objet Paris

ในงาน Chiang Mai Design Week 2020 พวกเขาได้ร่วมกับชามเริญ สตูดิโอ และเพื่อนๆ จัดงาน ชามเริญสะพรั่ง พี่น้องและผองเพื่อน จัดอีเวนต์แสดงงานและเวิร์กช็อปร่วมกันในพื้นที่บ้านของชามเริญ สตูดิโอ ด้วย

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ที่อยู่ 98 หมู่ 7 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

โทรศัพท์ : 09 6818 1995

Facebook : saprang craft jewelry

4

OUKE

ลองจินตนาการดูว่า คุณในวัย 60 กว่ากำลังทำอะไร สำหรับ วิไล ไพจิตรกาญจนกุล เธอเลือกที่จะพัฒนาฝีมือของตัวเองและทำแบรนด์ใหม่ขึ้นมา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ชื่อของป้าวิไลอาจไม่ใช่ชื่อใหม่ในวงการออกแบบของเชียงใหม่เท่าไหร่ เพราะเธอคือเจ้าของแบรนด์และโรงงานบัวผัด (Buaphat) ที่ผลิตงานจากผ้าย้อมสีธรรมชาติมามากกว่า 30 ปี โดยนำภูมิปัญญาของพ่อเธอที่เคยเป็นครูสอนทอผ้ามาต่อยอด พร้อมกับนำเศษผ้าเหลือใช้มาสร้างผลิตภัณฑ์ให้ไม่ซ้ำใครในตลาดจนได้รับรางวัลจำนวนมาก อาทิ Good Design Award (G-Mark) จากประเทศญี่ปุ่นถึง 3 ครั้ง

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอเริ่มต้นสร้างแบรนด์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า OUKE (อุ๊ก) เป็นภาษาคำเมืองที่หมายถึง การบ่ม เพราะผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่ของป้าวิไล คือผ้าพิมพ์ลายใบไม้จากธรรมชาติ หรือ Eco Print ที่เกิดจากกระบวนการนำผ้าไปอุ๊กกับใบไม้นั่นเอง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ป้าวิไลได้แรงบันดาลใจการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้หลังจากเดินไปเห็นใบไม้เปียกเน่าอยู่บนถนนในฤดูฝน ที่แม้จะกวาดออกไป แต่ก็ยังทิ้งลวดลายสวยงามไว้ เธอจึงเกิดความคิดที่จะนำลายเหล่านั้นมาทดลองลงบนผ้า 

เมื่อนึกย้อนไปถึงสมัยเด็กที่เธอได้กินเมี่ยง ใบเมี่ยงที่นำไปหมักแล้วมักนำมาเคี้ยวหรืออมหลังรับประทานอาหาร เพื่อคลายกลิ่นและรสของอาหารที่กินเข้าไปเป็นภูมิปัญญาของคนเหนือ ซึ่งเธอเคยทำน้ำเมี่ยงหกเลอะเสื้อ ไม่สามารถซักออกได้ง่ายๆ เธอจึงนำกระบวนการหมักเมี่ยงมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการนำลายใบไม้พิมพ์ลงบนผ้า จนเป็นสูตรทำ Eco Print เฉพาะตัว และทำให้ผลงานของเธอได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติจำนวนมาก

ที่อยู่ 134 หมู่ 8 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

โทรศัพท์ : 06 5502 5922

Facebook : OUKE Chiangmai

5

Greenie & Co

Greenie & Co เป็นแบรนด์ผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เกิดขึ้นภายใต้บริษัท ARS D-SINE ที่มีประสบการณ์ผลิตสินค้าส่งออกต่างประเทศมายาวนานกว่า 20 ปี ของคู่สามีภรรยา ยุ้ย-ปิยรัตน์ ยศธำรง และ เขียว-มรกต ยศธำรง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

หลังจากทั้งคู่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย พวกเขาได้เริ่มต้นลองหยิบวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ กระดาษสา ผ้าฝ้าย ผ้าใบย้อมสีธรรมชาติ ย้อมคราม เครื่องหนัง มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูเรียบง่ายและใช้งานได้ทุกโอกาส ไม่ตกสมัยหรือดูเชยตามกาลเวลา ตั้งแต่สมุด กระเป๋า หมวก พวงกุญแจ รองเท้า และอีกมาก ตามที่จินตนาการของพวกเขาไปถึง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ผลงานของพวกเขาได้รับความนิยมอย่างมากจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในต่างประเทศไม่น้อย ซึ่งพวกเขามองว่า นี่เป็นโอกาสช่วยให้ผู้ผลิตในชุมชนได้รับการสนับสนุนต่อ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

โทรศัพท์ : 0 5301 3291

เว็บไซต์ : www.greeniesandco.com

Facebook : Greenies & Co

6

‘Carpenter 

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

แนน-วีรดา ศิริพงษ์ เป็นลูกสาวของพ่อแม่ที่ทำธุรกิจโรงงานแปรรูปไม้เป็นประตู หน้าต่าง วงกบ มายาวนานกว่า 20 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ การได้ตามครอบครัวเข้าไปในโรงไม้ตั้งแต่เด็กในที่สุดก็ทำให้ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เมื่อสายตานักออกแบบของเธอได้มองเห็นว่า ทุกวันโรงงานของครอบครัวมีเศษไม้เหลือใช้จากการผลิตจำนวนมาก และถูกทิ้งหรือนำไปใช้เผาเป็นเชื้อเพลิงโดยขายยกกระสอบละ 5 บาทอย่างน่าเสียดาย เธอจึงเริ่มต้นลองหยิบเศษไม้จากโรงงานไปพัฒนาและออกแบบ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของแบรนด์ ‘Carpenter ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศษไม้เหลือๆ ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

เธอหยิบเศษไม้มาพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ตั้งแต่กระเป๋า เครื่องเขียน และเครื่องใช้ต่างๆ จนออกมามีหน้าตาน่าสนใจ เปลี่ยนเศษไม้ให้กลายเป็นของมีค่า มีผู้คนอยากใช้ และได้รับรางวัลด้านการออกแบบยอดเยี่ยมในที่สุด

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่


โทรศัพท์ : 09 4343 8315
Facebook : ‘carpenter

7

สยามศิลาดล

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ที่อำเภอสันกำแพงมีหลักฐานปรากฏว่ามีการทำเครื่องปั้นดินเผาในบริเวณนี้มานานมากกว่า 500 ปี ตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านนา เหลือร่องรอยไว้ให้เห็นจากเศษเครื่องปั้นดินเผาและเตาเผาโบราณที่ขุดพบกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ จำนวนมาก และว่ากันว่า สันกำแพงคือแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสำคัญที่ขายไปถึงต่างแดน เป็นสินค้า OTOP ที่มาก่อนกาล และยังได้รับเลือกให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) ของจังหวัดเชียงใหม่

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

สยามศิลาดล ที่ก่อตั้งขึ้นโดย เพ็ญพรรณ วังวิวัฒน์ ได้นำภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบฉบับสันกำแพงมาต่อยอด และยังคงใช้กระบวนการผลิตด้วยวิธีธรรมชาติทั้งหมด จึงทำให้เครื่องปั้นดินเผามีเพียงสีขาว ฟ้า และเขียว ซึ่งเกิดขึ้นจากกรรมวิธีการเผาด้วยวัสดุจากธรรมชาติ และมีเอกลักษณ์ตรงลวดลายที่ปรากฏบนพื้นผิวภาชนะ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ปัจจุบัน ปอนด์-อนุสิทธิ์ มานิตยกุล หลานชายของเพ็ญพรรณได้เข้ามาช่วยบริหารงานของสยามศิลาดล และปรับทิศทางการผลิตให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบ พิบูลย์ อมรจิรพร จาก Plural Designs จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจมากขึ้น เช่น งาน Bamboo Wall ที่นำรูปทรงของไม้ไผ่มาล้อให้น่าสนใจและน่าใช้ การนำรูปทรงกระติ๊บที่คุ้นตาอยู่ในชีวิตประจำวันแต่ละคนมาเป็นต้นแบบของชุดถ้วยกาน้ำชาที่ดูน่ารักมากยิ่งขึ้น และล่าสุดกับ Air Tea Cup ที่มีการออกแบบให้เกิดช่องอากาศระหว่างผิวสองชั้นของภาชนะ ซึ่งส่งผลให้เมื่อจิบชาจับแก้วแล้วไม่รู้สึกร้อนมือ จนได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก DEmark Award ค.ศ. 2020 

ที่อยู่ 38 หมู่ที่ 10 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา : 08.30 – 17.00

โทรศัพท์ : 0 5333 1526

Facebook : Siam Celadon Pottery

8

Maiiam Contemporary Art Museum

Maiiam Contemporary Art Museum

ใหม่เอี่ยม คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยของ ฌอง มิเชล เบอร์เดอเลย์ และ อีริค บุนนาค บูซ ผู้เป็นลูกชาย ที่ต้องการนำเสนอผลงานศิลปะจากศิลปินชั้นเยี่ยมของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนที่ได้สะสมไว้ตลอด 30 ปี เปิดให้คนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามารับชม และเรียนรู้พัฒนาการของศิลปะร่วมสมัยในภูมิภาค

Maiiam Contemporary Art Museum

ขณะเดียวกัน ทางพิพิธภัณฑ์ยังพยายามนำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัยที่สะท้อนสภาวะสังคมปัจจุบัน ว่าศิลปะทำให้เกิดการตั้งคำถามได้กับทุกเรื่อง ตั้งแต่ภาวะส่วนตัวไปจนถึงระดับสังคม การเมือง ศาสนา ความเชื่อ ผ่านนิทรรศการหมุนเวียนที่จะเปลี่ยนมาจัดทุกๆ 6 – 7 เดือน งานเสวนา และ ฉายวีดิทัศน์น่าสนใจจำนวนมาก ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินในประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อให้ผู้ชมได้เกิดการเรียนรู้และขยายทัศนวิสัยไปสู่ขอบเขตใหม่ๆ 

Maiiam Contemporary Art Museum

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์ – วันอาทิตย์ (ปิดวันอังคาร) เวลา : 10.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชมบุคคลทั่วไป 150 บาท 

นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ราคา 100 บาท ต่ำกว่า 12 ปี ไม่เสียค่าบริการ

เว็บไซต์ : www.maiiam.com

Facebook : MAIIAM Contemporary Art Museum

9

Hand-Kraft Press & Cafe

คาเฟ่สุดเท่ริมถนนสันกำแพงที่ตั้งอยู่หน้าโรงพิมพ์ เป็นคาเฟ่ที่เกิดขึ้นจากไอเดียของคู่รัก หล่ง-ศุภกร แลม และ วิว-จิรนันท์ สุวรรณ ทายาทของโรงพิมพ์สมพรการพิมพ์

Hand-Kraft Press & Cafe

นอกจากบทบาทของการเป็นคาเฟ่เสิร์ฟเมนูกาแฟที่พวกเขาคัดสรรเมล็ดมาอย่างดี ที่แห่งนี้ยังเป็นการต่อยอดงานโรงพิมพ์ของครอบครัว และยังช่วยสนับสนุนศิลปินท้องถิ่น โดยการเข้าไปทำงานร่วมกับศิลปินในการผลิตซีน (Zine) หรือหนังสือทำมือขึ้นมาอย่างน่าสนุก โดยพวกเขาเป็นฝ่ายออกทุนและผลิตให้ทั้งหมด เพื่อให้เกิดกระแสซีนขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ และได้มีโอกาสนำซีนของศิลปินที่พวกเขาทำงานด้วยไปร่วมแสดงภายในงาน Bangkok Art Book Fair งานรวบรวมหนังสือทำมือที่น่าสนใจที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ Bangkok CityCity Gallery

Hand-Kraft Press & Cafe
Hand-Kraft Press & Cafe

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้โรงพิมพ์ของครอบครัวพวกเขาได้ขยายขอบเขตงานให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเปิดโอกาสให้ศิลปินและนักออกแบบได้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการพิมพ์ เพื่อพัฒนาไปสู่ผลงานสื่อสิ่งพิมพ์น่าสนใจ อย่างเทคนิคการพิมพ์ Risograph ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากศิลปินทั่วโลก ซึ่งพวกเขาบอกว่า นี่คือเทคนิคที่ใช้มานานแล้วในประเทศไทยสำหรับพิมพ์ซองผ้าป่า และถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อรองรับงานพิมพ์ในบริบทที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

ที่อยู่ 1006 ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

วัน-เวลา : เปิดบริการวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 16.00 น.

Facebook : Hand-Kraft Cafe

10

Chiang Mai Art Museum

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของ พรชัย ใจมา ศิลปินศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ประจำ พ.ศ. 2548 ที่ต้องการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ศิลปะขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้น โดยเกิดจากการระดมทุนของศิลปินกับนักสะสมจากทั่วประเทศกว่า 500 คน และจากงานประมูลศิลปะทุกเดือนกุมภาพันธ์

Chiang Mai Art Museum

บนพื้นที่ 55 ไร่ เขาตั้งใจให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถาบันสนับสนุนศิลปะและศิลปินทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่ในการแสดงงาน รวมถึงพัฒนาผลงานของตนเอง มีพื้นที่ให้ศิลปินได้พักและทำงานศิลปะ และส่วนของพื้นที่จัดแสดงทั้งถาวรและหมุนเวียนที่จะช่วยให้ผู้เข้ามาได้ชมผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมจำนวนมาก

Chiang Mai Art Museum
Chiang Mai Art Museum

ปัจจุบันทางพิพิธภัณฑ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งตามแผนที่วางไว้มีทั้งหมด 11 อาคาร และจะเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมส่วนที่เสร็จแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป 

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. 

Facebook : ChiangMai Art Museum

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

“ต้องกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงเรียน”

เพราะวัยเรียนเป็นวัยที่ใช้พลังงานจากความเป็นเด็กอย่างคุ้มค่า ทั้งเรียนและทำกิจกรรม เมื่อใช้พลัง ก็ต้องเติมพลัง อาหารจึงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ เราไม่แปลกใจหากคุณเคยได้ยินประโยคข้างต้นผ่านหูกันมาบ้าง จากพ่อ แม่ ครู ญาติผู้ใหญ่ แม้แต่คุณลุง คุณป้า เจ้าของ ‘ร้านอาหารละแวกโรงเรียน’ 

Take Me Out ขอจัดทริปตะลอน 10 ร้านอาหารละแวกโรงเรียนให้ตามรอยสถานที่ที่เป็นทั้งแหล่งเติมพลังก่อนเข้าเรียน พบปะเพื่อนหลังเลิกเรียน พักผ่อนหย่อนใจระหว่างรอพ่อแม่มารับ เรียนจบไปนานก็ยังหวนกลับมากินได้เสมอ ที่สำคัญ แต่ละร้านมีรสชาติที่ครองใจลูกค้ามาหลายต่อหลายรุ่น

จะมีร้านไหนในความทรงจำของใครบ้าง เตรียมท้องให้ว่าง แล้วตามไปชิมกันเลย

01

JOHNNY Food & Drink

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘จอนนี่’ ร้านอาหารตามสั่งสีชมพูขนาด 96 ตารางเมตรแห่งรั้วสามย่านมีอายุหลายสิบปี เริ่มขายตั้งแต่รุ่นอาเจ็ก ในทำเลสามย่านย่านมิตรทาวน์ และย้ายมาปักหลักที่ซอยจุฬา 11 จนถึงปัจจุบัน 

นักเรียนสาธิตจุฬาฯ ผู้ปกครอง พนักงานบริษัท ต่างมาฝากท้องกับอาหารร้านจอนนี่ เพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ปริมาณอิ่มท้อง แน่นอนว่าหาได้ไม่ง่ายนักในย่านใจกลางเมืองแบบนี้ 

ข้าวสวยนุ่ม ๆ เบคอน ต้นหอมชิ้นใหญ่ กระเทียมหัวโต ผัดคลุกเคล้าหอมกลิ่นกระทะ ก่อนเสิร์ฟเข้าปากด้วยรสชาติสุดรัญจวนใจ นี่คือข้าวผัดเจแปน เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่ พี่จอน เจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันอยากให้ทุกคนลิ้มลอง ไม่ได้ชิมเหมือนมาไม่ถึง ผู้ปกครองและน้อง ๆ สาธิตจุฬาฯ รับประกัน!

หากมาในช่วงเย็นอาจต้องรอนานสักนิด เนื่องจากเป็นเวลาที่เด็ก ๆ เลิกเรียน นอกจากข้าวผัดเจแปน เราขอแนะนำอีก 2 เมนูอร่อย ได้แก่ ข้าวผัดมันกุ้ง ข้าวไข่ระเบิดซอส เป็นอีกเมนูที่ต้องสั่งให้ได้สักครั้งหากแวะมาที่ร้านจอนนี่ รับรองว่าคุ้มค่า สมกับการรอคิวในยามเย็นแน่นอน

“ลูกค้าร้านเราเป็นเด็กเยอะ ความเป็นกันเองของเราทำให้เข้าถึงเด็ก ๆ ได้ง่าย และเราตั้งใจเสิร์ฟอาหารดี ๆ ให้กับเขาในทุก ๆ จาน ร้านจอนนี่เลยเป็นอีกหนึ่งความทรงจำในวัยเรียนของเด็กเหล่านี้ ทำให้ร้านเราเต็มไปด้วยนักเรียนรุ่นปัจจุบันและศิษย์เก่าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย” พี่จอนทิ้งท้าย

ที่ตั้ง : 223-225 ซอยจุฬา 11 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6512 2445

02

แพนเค้กพี่นุ

โรงเรียนราชินีบน

‘แพนเค้กพี่นุ’ ร้านแพนเค้กรถเข็นขนาดกะทัดรัดที่ครองตำแหน่งขวัญใจนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง โรงเรียนราชินีบนมาเกือบ 40 ปี การันตีความใส่ใจทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และบริการ 

แค่เดินเฉียดร้านก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ 

หากถามถึงเมนูขึ้นชื่อที่ติดใจใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้นแพนเค้ก ‘จุดจุด’ คือเจ้าแพนเค้กจิ๋ว ปาดเนยฉ่ำ ๆ ใส่ในถ้วยขนาดพอดี สนนราคาน่ารักที่ 3 ชิ้น 1 บาท เป็นเมนูยอดฮิตของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครก็สะดุดกับกลิ่นหอมแป้งและเนยที่ลอยมาแต่ไกล ไม่ใช่แค่กลิ่นเท่านั้น แต่รสชาติของแป้งกับเนยหอม ๆ พอได้ชิมก็ทำให้ตาลุกวาวได้ไม่ยาก แถมเมนูอร่อยให้อีก จดนะ โตเกียวไส้หวานและคาว แป้งกรอบ และเมนูที่เกิดขึ้นจากความชอบของเด็ก ๆ อย่างไส้กรอกผัดไข่ ล้วนเด่นด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติของแป้งที่คิดค้นสูตรมาอย่างดีตั้งแต่รุ่นแม่ และปรับปรุงสูตรโดยพี่นุจนมีรสหวานกำลังดี กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แม้ทิ้งไว้นานก็ยังคงความนุ่มละมุนลิ้นชนิดที่ว่าใครกินก็ติดใจได้ไม่ยาก 

นอกเหนือจากรสชาติอร่อยของขนม ความสบายใจที่ได้รับจากรุ่นแม่จนถึงรุ่นพี่นุ ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่นักเรียนราชินีบนหลายต่อหลายรุ่นยังคงวนเวียนกลับมาอุดหนุนกันอยู่เสมอ 

“สำหรับน้อง ๆ ที่นี่ เหมือนพี่เป็นส่วนหนึ่งของเขา เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งที่พ่อแม่และครูฝากดูแล พี่ดูแลลูกหลานมาหลายรุ่นแล้ว พี่ดีใจที่น้อง ๆ ไม่ลืมขนมพี่ แม่พี่พูดเสมอว่าลูกค้าคือผู้มีพระคุณ สมัยแม่พี่ขาย เด็ก ๆ เรียกว่า ป้าแพนเค้ก พอพี่มาขาย เรียกพี่นุ แม้แต่คุณยายก็ยังเรียกพี่ว่า พี่นุ” 

พี่นุบอกกับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อม ๆ กับมือที่ยังคงทำแพนเค้กอย่างคล่องแคล่ว 

ที่ตั้ง : 5 ซอยเขียวไข่กา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการเวลา 06.00 – 08.00 และ เวลา 13.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3896 3652 (แนะนำให้โทรหาพี่นุก่อนแวะไปอุดหนุน)

03

ร้านช้งเช้ง

โรงเรียนราชินี

ตึกแถว 1 คูหา 2 ทางเข้าออกแห่งซอยปานสุข ซ้ายมือมีครัวเปิด ขวามือมีโต๊ะชงกาแฟ เป็นสถานที่ตั้งของร้านอาหารหลากชื่อที่เปลี่ยนนามตาม ‘นักเรียนราชินี’ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะชื่อช้งเช้ง ร้านอาหารตามสั่งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยานี้ไม่เคยมีชื่อมาก่อน ครั้นจนพิกุลแก้วรุ่นที่ 80 ตั้งให้ว่า ‘โนบรา’ เพราะคุณลุงสมชายเจ้าของร้านไม่เคยใส่เสื้อเวลาผัดข้าวเลย เปลี่ยนยุคมาสู่รุ่นที่ 100 กว่า ด้วยทำเลร้านที่อยู่ตรงกลางระหว่างคาเฟ่ VIVI และ Coconut จึงได้ชื่อ ‘วีโค่ (VICO)’ ไปโดยปริยาย

  นักเรียนราชินีรุ่น 115 เรียกร้านนี้ว่าช้งเช้ง ด้วยเหตุผลว่าคุณลุงกับคุณป้าเจ้าของร้านมักทะเลาะกันช้งเช้งวุ่นวายทุกครั้งที่ลูกค้าแน่นขนัด เมนูโปรดของชาวราชินีคือ ‘ข้าวผัดสามกษัตริย์’ เล่าง่าย ๆ เมนูนี้คือการรวมตัวกันของพริกเผา ไข่ และเนื้อสัตว์ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา

  คุณป้าเจ้าของร้านบอกว่า สามกษัตริย์ครองใจนักเรียนเพราะเป็นเมนูที่ไม่มีผัก ปรับได้ตามความต้องการของสาว ๆ ราชินี มีทั้งสามกษัตริย์ปกติที่ใส่ไก่ หมึก กุ้ง ส่วนสามกษัตริย์บก เหมาะสำหรับคนแพ้อาหารทะเล เปลี่ยนเป็นหมูยอ ไส้กรอก หรือไก่ก็ได้ บอกคุณลุงคุณป้าได้เลยตามต้องการ

  ตลอด 30 ปีที่ช้งเช้งอยู่คู่โรงเรียนราชินี ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกความทรงจำ ฝังลึกในร้านอาหารตามสั่งขนาด 1 คูหา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นี่ ทั้งอาจารย์ปกครองเดินผ่าน ทั้งนักเรียนวิ่งเอากระเป๋ามาจองโต๊ะหลังร้านเพราะกลัวไม่ได้ทาน คุณป้ากับคุณลุงก็ช่วยดูแลเด็ก ๆ จนศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันแค่เดินผ่านซอยปานสุขก็ต้องแวะมาทักทาย และซื้อข้าวกลับบ้านเพื่อหวนรำลึกถึงสมัยเรียน

ที่ตั้ง : 394/5 ซอยปานสุข แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เปิดบริการเวลา 05.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1509

04

กล่องดินสอ

โรงเรียนสตรีวิทยา

จากอดีตคุณครูประถมสู่การค้นพบว่าชอบทำของหวาน ทำให้ เปี๊ยบ-ชนัสถ์นันท์ จุลภาค ตัดสินใจเปิดร้าน ‘กล่องดินสอ’ ร้านขนมหวานที่มีเครื่องดื่มและอาหารครบจบในที่เดียว มาเสิร์ฟถึงที่ให้เด็กนักเรียนสตรีวิทยาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 แม้เป็นร้านน้องใหม่ที่เปิดได้เพียง 7 ปี แต่ด้วยความเอาใจใส่และชอบคุยกับเด็ก ๆ ทำให้ร้านนี้เป็นรายชื่อร้านแรก ๆ ที่นักเรียนเจ้าถิ่นหลายคนแนะนำ เด็กคนไหนไม่กินผัก อยากเพิ่มชีสในเมนูอาหาร เพียงเปิดกล่องดินสอออกมาแล้วหยิบกระดาษกับปากกาติ๊กเลือกได้ตามใจ 

คุณเปี๊ยบเล่าว่าเค้กนูเทลลาและสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าคือเมนูคาวหวานคู่ใจเด็กสตรีวิทยา 

ตกเย็นเมื่อไหร่เป็นต้องเดินเข้ามาสั่งที่ร้าน และนั่งคุยเล่นบ่นความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนให้เจ้าของร้านฟังเป็นประจำ ถ้าจะเรียกว่าร้านนี้เป็นพื้นที่ความสบายใจแห่งหนึ่งของเด็กสตรีวิทยาก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะแม้แต่ผู้ปกครองยังปล่อยให้ลูกนั่งในร้านและรอรับกลับบ้านได้อย่างหมดห่วง

หลังจากประสบปัญหาโควิด-19 ทำให้ทางร้านต้องปรับตัว งดนั่งทานภายในร้านไปสักพักจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยต่อเด็กทุกคน แต่ยังอุดหนุนทางร้านได้โดยการสั่งแบบกลับบ้านและสั่งเดลิเวอรี่ตามสไตล์ร้านขนมหวานยุค New Normal เพื่อลิ้มรสความรักพูน ๆ ที่ใส่ลงในจาน

กล่องดินสอ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เราอยากให้คุณไปลอง แต่สำหรับศิษย์เก่าหรือใครก็ตามที่เคยเป็นลูกค้าประจำ เราขอท้าให้คุณเดินไปสั่งเมนู ‘เอาเหมือนเดิม’ แล้วคุณเปี๊ยบจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ที่ตั้ง : เลขที่ 80 ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2298 9296

Facebook : กล่องดินสอ-Klongdinsor

05

ศรีสมรเลิศรส

โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ศรีสมรเลิศรส aka ร้านป้าหมอน จากร้านกาแฟและอาหารเช้าสู่ร้านอาหารเก่าแก่รสเลิศย่านบางรัก ป้าหมอนเชื่อว่าการทำอาหารดี ๆ ให้คนกินคือความสุข ร้านศรีสมรเลิศรสเสิร์ฟเมนูก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูอบ ไก่อบ เมนูชูโรงรสชาติเด็ดดวงที่อยู่คู่กับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์มากกว่า 50 ปี 

  รสชาติของเนื้อสัตว์เข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่มละลายลิ้น แสดงให้เห็นถึงการปรุงและตุ๋นอย่างพิถีพิถัน น้ำจิ้มรสแซ่บช่วยให้สดชื่นในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราคงไม่ต้องสาธยายเพิ่มนักว่าทำไมร้านเก่าแก่แห่งนี้ถึงครองใจนักเรียนและคนย่านบางรัก แม้กระทั่งศิษย์เก่าหรือดาราอย่าง รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ และ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ยังแวะเวียนกลับมาทานเมนูยอดนิยมที่ร้านแห่งนี้อยู่เสมอ

อย่าลืมขอน้ำจิ้มแจ่วป้าหมอนเยอะ ๆ นะ บอกเลยว่าเป็นที่เด็ด!

“ร้านของเราไม่ได้ทำเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมีเมตตา กรุณา และทำเพื่อคนอื่นด้วย บางครั้งเด็กนักเรียนอยากได้อะไร เราก็ให้เขาฟรี ๆ” ป้าหมอนบอกความตั้งใจกับเราในฐานะเจ้าของร้านอาหารศรีสมรเลิศรส และคริสเตียนคนหนึ่งที่ผูกพันกับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ที่ตั้ง : 1, 2 ซอยพิพัฒน์ 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 

เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2238 1201

06

ข้าวต้มโอชารส

โรงเรียนอัสสัมชัญ

ร้านข้าวต้มแห่งนี้ขายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2527 มีเมนูเด็ดที่ทุกคนต้องสั่ง คือ แกงจืดบ๊วยหมูสับ กุ้งราดน้ำปูดอง ปูผัดผงกะหรี่ที่ใช้ปูก้อนสด ๆ คุณภาพดีจากทะเลไทย แต่เมนูที่เป็นที่สุด คือ ไส้พะโล้ทอด (เมนูลับสุด) หมักเครื่องพะโล้จนสีเข้ม ทอดจนกรอบ เหมาะแก่การกินคู่กับข้าวต้มยามเย็นเป็นที่สุด

ร้านเปิดทำการเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามรั้วอัสสัมชัญบางรัก ทำให้ร้านข้าวต้มร้านนี้เป็นขวัญใจเหล่าน้อง ๆ แห่งรั้วขาวแดงมามากกว่า 38 ปี

เมนูที่เราแนะนำไปข้างต้นคือเมนูขึ้นชื่อลือชาจากปากนักเรียนกางเกงขาสั้นแห่งรั้วอัสสัมชัญ หนุ่ม ๆ บอกว่าต้องสั่งทุกครั้งเมื่อแวะไป แม้กาลเวลาเปลี่ยนไปเพียงใด เมนูเหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมจากลูกค้าทั่วไป ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงศิษย์เก่าที่ออกโบยบินยังโลกกว้าง

“ร้านของเราพยายามรักษาคุณภาพให้เหมือน 38 ปีที่แล้ว ความเป็นกันเองของร้านและลูกค้า ทำให้ร้านเป็นที่นิยมเสมอมา ลูกค้าหรือนักเรียนบางคนที่เคยกินกับเรา ทุกวันนี้เขายังพาพ่อ แม่ ลูก หลาน มากินตลอด ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา” 

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องรับประกันอย่างดีว่า เหตุใดร้านข้าวต้มแห่งนี้จึงเป็นขวัญใจชาวบางรักและน้อง ๆ รั้วขาวแดงจนถึงปัจจุบัน ถ้าอยากลองลิ้ม แนะนำให้รีบไป เพราะถ้าช้า ระวังของหมดนะ

ที่ตั้ง : 492/3 ซอยเจริญกรุง 49 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 17.30 – 3.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1625 7518

07

ลุงกับป้า

โรงเรียนเทพศิรินทร์

ลอดตัวเข้ามาในรั้วสีเขียวของเขตคอนโด คุณจะพบกับ ‘ร้านลุงกับป้า’ ของ ลุงหม่อม กรณ และ ป้าแป๊ว บุปผา จากวันแรกที่ทั้งคู่จับพลัดจับผลูเปิดร้านอาหาร เวลาล่วงมากว่า 20 ปีที่ร้านนี้กลายเป็นร้านอาหารในดวงใจของชาวเทพศิรินทร์ทุกรุ่น เพียงก้าวเท้าเข้าไปในร้านก็พบกับคุณลุงนั่งยิ้มรอรับออเดอร์ที่โต๊ะด้านขวาของร้าน ถัดเข้าไปเป็นตู้ไอศกรีมที่หยิบทานเป็นของหวานหลังมื้ออาหารได้

  ลุงหม่อมเล่าว่าช่วงแรกที่เปิดร้านอาหาร คุณป้ายังทำอาหารไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ก็ลองผิดลองถูกจนเข้าที่ เมนูที่เด็กเทพศิรินทร์ไม่ว่ารุ่นไหน ๆ ก็แนะนำคือ ‘หมูกระเทียม’ และ ‘หมู/เนื้อผัดน้ำมันหอย’ ถึงขนาดยกให้เป็น ‘หมูกระเทียมที่อร่อยที่สุดในโลก’ เพราะกระเทียมร่วนกรอบ เนื้อหมูหมักรสอร่อย ผัดกำลังดี ไม่แข็งหรือแห้งเกินไป ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมฉุย เข้ากันลงตัวจนอยากเบิ้ล!

  ไม่ว่าจะจบไปกี่รุ่น กี่ปี ทุกครั้งที่ผ่านย่านนี้ ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันต้องแวะเวียนมากิน ขณะที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ก็มีศิษย์เก่าแวะเข้ามาทักลุงกับป้าด้วยรอยยิ้ม พร้อมสั่งเมนูโปรดสมัยเรียน โอกาสดีแบบนี้เราจึงขอถามลูกแม่รำเพยรุ่น 135 เสียหน่อยว่า เหตุผลที่ทำให้ร้านลุงกับป้าครองใจเด็กทั้งโรงเรียนคืออะไร

  “มันคือความผูกพัน ถ้าใครเรียนเทพศิรินทร์ต้องมากินร้านนี้ ลุงน่ารัก มีวันหนึ่งผมเดินมาบอกลุงว่า ลุง ๆ ผมสอบได้เกรดสี่ ลุงเลี้ยงข้าวผมได้ปะ แล้วลุงก็เลี้ยงจริง ๆ แค่นึกก็คิดถึงตอนนั้นแล้ว”

  ไม่เพียงเติมอาหารให้ท้อง แต่ยังเติมใจให้เป็นสีชมพูด้วย เพราะศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ยืนยันว่า ร้านนี้คือจุดพบรักของเด็กเทพศิรินทร์กับเด็กสายปัญญามาหลายคู่ ร้านลุงกับป้าเป็นมากกว่าร้านอาหาร และเป็นชิ้นส่วนความทรงจำที่หากขาดหายไป ชีวิต 6 ปีในรั้วเทพศิรินทร์คงไม่มีสนุกขนาดนี้

“เช้า ๆ ต้องไล่เข้าโรงเรียน 8 โมงแล้วนะ บางคนลุงไล่จนได้ดี” ลุงหม่อมเล่าด้วยรอยยิ้ม

ที่ตั้ง : 34/3 ถนนมิตรพันธ์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6792 3397

08

 เสียวหลัง

โรงเรียนวัดราชบพิธ

ถ้านึกถึงร้านอาหารใกล้รั้วโรงเรียนวัดราชบพิธ ‘เสียวหลัง’ ต้องเป็นหนึ่งในคำตอบแน่นอน ด้วยปริมาณอาหารที่ให้เยอะจุใจ ทำเลอยู่ใกล้โรงเรียนชายล้วนและโรงเรียนหญิงล้วนมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานร้านอาหารที่ไม่เคยมีโต๊ะว่าง เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่ร้านนี้อยู่ในหัวใจเด็ก ๆ หลายยุค

คุณป้าเปรมจิต แตงสวัตดิ์ เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่า เมื่อก่อนร้านไม่ได้ตั้งอยู่ในตึกแถว 1 คูหาอย่างในปัจจุบัน แต่ตั้งอยู่ในซอยที่จัดโต๊ะให้ลูกค้านั่งสองฝั่งผนัง โดยตรงกลางเป็นพื้นที่ให้คนสัญจร ด้วยพื้นที่ตรงนี้เป็นย่านการค้า จึงมีรถเข็นผักและรถเข็นสินค้าผ่านไปผ่านมาให้ลูกค้าได้ ‘เสียวหลัง’ 

  ก่อนหน้านี้ร้านเสียวหลังก็เหมือนร้านอาหารตามสั่งธรรมดาที่จะสั่งเมนูอะไรก็ได้ แต่เมื่อช่วงสิบปีก่อน ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น ร้านจึงต้องปรับจนเหลือแค่ 2 เมนู คือ กะเพราไก่ กับ ไก่กระเทียม 

  เนื้อไก่ชิ้นสวยพูน ๆ จาน และข้าวที่ตักมาในปริมาณให้ทานพอ ๆ กัน เป็นทีเด็ดมัดใจเด็ก ร.บ. และใกล้เคียงได้อยู่หมัด คุณป้ายืนยันว่านักเรียนราชบพิธมาทานทุกวัน วันไหนร้านไม่เปิดหรือไม่เจอคุณป้าก็จะรีบถามหา แม้จบการศึกษาไปแล้วก็ยังแวะกลับมาทานกันอยู่เสมอ

  ความผูกพันระหว่างร้านอาหารกับนักเรียนชาย ไม่ได้มีเพียงแต่ปริมาณอาหารและรสชาติถูกปาก แต่แฝงไว้ด้วยความสัมพันธ์และการดูแลเด็ก ๆ ดุจลูกหลาน ครั้งที่เจอนักเรียนหิวโซ แต่มีเงินไม่พอจะทาน คุณป้าก็ยินดีทำอาหารให้ฟรี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมร้านนี้ถึงมีลูกค้าแน่นขนัดทุกวัน ทุกเวลา

ที่ตั้ง : 227 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 17.00 น. (แนะนำให้ไปก่อน 15.00 น.)

โทรศัพท์ : 0 2222 7212

09

หมี่เต๋อ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

‘หมี่เต๋อ’ เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวที่ครองใจเด็กกรุงเทพคริสเตียนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ต้นตำรับบะหมี่น้ำข้นที่คิดค้นสูตรเองจนมีรสชาติโดดเด่นแบบที่กินแค่ชามเดียวไม่พอ

หากพูดถึงหมี่เต๋อ บางคนอาจนึกถึงชื่อเรียกของเส้นอะไรสักอย่าง แต่แท้จริงแล้วหมี่เต๋อมาจากชื่อของ ‘ลุงเต๋อ’ เจ้าของร้านที่เด็กนักเรียน อาจารย์ หรือผู้ปกครอง คุ้นหน้ากันดี 

ขึ้นชื่อว่าหมี่เต๋อ ศิษย์เก่า ก.ท บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูที่ต้องสั่งคือ ‘สองกษัตริย์’ รวมหมี่หยกกับหมี่เหลืองไว้ในชามเดียว และ ‘สามกษัตริย์’ รวมหมี่หยก หมี่เหลือง และเส้นเล็ก ไว้ในชามเดียว

การผสมผสานของเส้นเหนียวนุ่ม เกี๊ยวลูกโต หมูแดงรสเข้มข้น และน้ำซุปหวานกระดูกหมู ทำให้ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ไม่พลาดที่จะแวะ ยิ่งไปกว่ารสชาติ คือการที่เมนูแนะนำนี้มีที่มาจากเด็ก ๆ 

“เมื่อก่อนนี้เป็นจตุรมิตร มีเด็กคนหนึ่งมาถามว่า ทำยังไงถึงจะชนะทั้งสามโรงเรียนได้ เขามีความคิดอยากจะกินทั้งสามโรงเรียน เราก็ทำตามที่เขาบอก น่ารักดี ความคิดของเด็ก ๆ สนุกนะ”

ความผูกพันของลุงเต๋อและเด็ก ๆ มีมายาวนาน หลายรุ่น และใกล้ชิดกันมากกว่าร้านอาหารกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเมนูอร่อยจากเด็ก ๆ หรือการที่ผู้ปกครองไว้ใจฝากลูกไว้กับลุงเต๋อ เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ที่พูดถึงเด็ก ก.ท ลุงเต๋อจะมีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าทันที 

“ทุกอย่างเราทำด้วยใจ ให้เด็กกินอิ่มและอร่อย เด็กนักเรียนทานจุกว่าผู้ใหญ่ บางคนเบิ้ล 2 พิเศษ แต่ก่อน 3 – 4 ชามก็มี เราก็ทำให้ตามใจเขา เขากินแล้วมีความสุข เราก็ดีใจ ภูมิใจที่เด็ก ๆ ชอบ

“มารับบริการจากลุงเต๋อได้เลยนะเด็ก ๆ ทุกคน” เจ้าของร้านใจดีทิ้งท้าย

แค่ได้ฟังก็รู้ถึงความอบอุ่นและความใส่ใจที่ลุงเต๋อใส่ลงไปในบะหมี่ทุกชาม

ที่ตั้ง : 10/2 ถนนศรีเวียง (ซอยตรงข้าม รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4452 7866

10

สวีท

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 

“เจ๊ใหญ่ แฮมเบอร์เกอร์ น้ำส้ม” เสียงเรียกของเด็กสวนกุหลาบที่ ป้าใหญ่ เจ้าของร้านสวีท คุ้นเคยเป็นอย่างดีในเวลาเช้าตรู่ก่อนเคารพธงชาติ เป็นเวลาที่บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยนักเรียนชายใส่เสื้อสีฟ้า-ชมพู และสีขาว กำลังนั่งรับประทานมื้อเช้าสไตล์อเมริกันอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบไม่มีที่ว่าง

ร้านนี้เปิดคู่รั้วสวนกุหลาบวิทยาลัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ด้วยความตั้งใจเป็นร้านอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเพื่อให้แหวกแนวจากร้านอื่น ๆ ที่ทำข้าวราดแกงและก๋วยเตี๋ยว เมนูที่เราอยากแนะนำ คือ ข้าวเนื้อทอดไส้กรอกไข่ดาวใส่เบคอน ที่มีสารอาหารเพียบพร้อมสำหรับมื้อเช้าก่อนไปทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใครไม่ใช่สายฝอ(ฝรั่ง) ทางร้านก็มีเมนูตามสั่งแบบไทย ๆ ให้ลิ้มรสความอร่อยด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกลับฟ้าของทุก ๆ วัน คือช่วงเวลาที่ร้านสวีทเปิดให้บริการเป็นปกติในช่วงนี้ ไม่เหมือนกับสมัยที่ป้าใหญ่ยังเป็นสาว บางครั้งที่มีงานโรงเรียนจนเด็กต้องเลิกดึก ก็มีร้านป้าใหญ่ที่คอยเปิดร้านช่วยบรรเทาความหิวโหยให้เด็ก ๆ หรือบางทีก็โดนกดออดเรียกให้ลงมาชงกาแฟตั้งแต่ตี 4 

แม้มีร้านอาหารใหม่ ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ความผูกพันกับเด็กสวนกุหลาบกว่า 40 ปี ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของร้านสวีทจางลงแม้แต่น้อย ศิษย์เก่ายังคงแวะมาทานกันอยู่เรื่อย ๆ บางคนมีลูกแล้วก็ยังมาสั่งเมนูที่คุ้นเคย แถมแซวป้าใหญ่อยู่เรื่อยว่าทำไมยังไม่เลิกขาย แต่เห็นทีคนถามจะรู้คำตอบนั้นอยู่แก่ใจ

ที่ตั้ง : 103 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2222 9611

Facebook : ร้านสวีท

เรื่อง : ภูรินทร์ บุระคร, จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา, ปณิตา พิชิตหฤทัย, วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล, สตางค์ พูลสวัสดิ์

ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ, ภูรินทร์ บุระคร

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load