“เมื่อเช้านี้ ทิม คุก ซีอีโอของ Apple มาที่นี่ด้วย”

ออ-อริศรา จักรธรานนท์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทสถาปนิกชื่อ Onion และเจ้าของโปรเจกต์ Samyan CO-OP ทักทายกับเราในบ่ายวันนั้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่ทัน ทิม คุก ที่กลับไปแล้วช่วงก่อนเที่ยง

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

Samyan CO-OP คือ Co-Learning Space ตั้งอยู่ในสามย่านมิตรทาวน์ ที่อริศราและทีมร่วมกันสร้างขึ้นจากโจทย์ 3 ข้อ คือ พื้นที่เรียนรู้สำหรับนักเรียนนักศึกษาและคนทั่วไป ไม่เก็บค่าบริการ และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เธอตีความผ่านการสำรวจพฤติกรรมของนักเรียนนักศึกษาที่ชอบออกมานั่งทำงานหรืออ่านหนังสือนอกบ้าน ออกแบบ Co-Learning Space ที่มีพื้นที่อ่านหนังสือหลายรูปแบบ

บรรยากาศ คือสิ่งที่ทุกคนมองหาจากพื้นที่ที่สามสำหรับการอ่านหนังสือและทำงาน ถ้าเดินเข้ามาที่นี่ จะสัมผัสได้ว่ามีลักษณะเป็นกันเองกว่าห้องสมุดทั่วไปที่เรารู้จัก เธอนำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอได้รู้จากแบบสำรวจ มาออกแบบการใช้งานที่น่าจะตรงใจผู้ใช้งาน มีมุมนั่งหลายแบบ โต๊ะนั่งพื้น ที่นั่งหันหน้าออกหน้าต่าง โซฟาติดผนัง ไปจนถึงห้องประชุมสีดำน่าเกรงขาม และจุดเด่นคือหน้าต่างบานใหญ่รับแสงที่ทำให้บรรยากาศในนี้เปลี่ยนไปตลอดวัน แต่ Samyan CO-OP ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแค่พื้นที่ให้คนมาใช้งานและกลับไป แต่ออกแบบเพื่อสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน
Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

และแม้จะมาไม่ทันเจอ ทิม คุก ในตอนสาย แต่เราก็ไม่เสียดายเท่าไหร่หรอก เพราะอริศราบอกว่า…

ช่วงเย็นคือเวลาที่สวยที่สุดของที่นี่

พื้นที่ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง 

“โจทย์ตั้งต้นของ Samyan CO-OP คือพื้นที่สำหรับนักเรียนฟรียี่สิบสี่ชั่วโมง โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน เพราะมันก็เป็นได้หลายแบบ คาเฟ่ก็ได้ Co-Working Space ก็ได้ ถ้าเป็นเรื่องเทคโนโลยีทันสมัยก็อาจจะเป็น Media Library หรือจะเป็น Public Working Area เหมือนใต้ตึกคณะตามมหาวิทยาลัย แล้วที่ตรงนี้จะเป็นอะไรล่ะ

“เราเริ่มจากแบ่งฟังก์ชันที่อยากจะมีเป็นสี่อย่าง หนึ่ง ที่อ่านหนังสือคนเดียว (Focus) สอง ที่นั่งอ่านหนังสือเป็นกลุ่ม (Collaborate) สาม ที่พบปะผู้คน (Socialize) และสุดท้าย ที่เรียนรู้ (Learn) สำหรับจัดงานแบบ TED Talks หรืออะไรอย่างนั้น”

คำถามต่อมาคือ จะใช้พื้นที่ยังไง และแต่ละฟังก์ชันจะมีสัดส่วนเท่าไหร่ 

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

“ถ้าทำเป็นห้องสมุด ส่วนที่นั่งอ่านหนังสือคนเดียวจะเยอะ ส่วนอื่นจะเล็กลง ถ้าเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ส่วนที่เป็น Learn ก็จะเยอะ มีที่จัดเสวนา สัมมนาต่างๆ ถ้าเป็นคาเฟ่ ส่วนที่ไว้เข้าสังคมก็มากหน่อย สัดส่วนของฟังก์ชันจะให้คาแรกเตอร์ของพื้นที่ที่ไม่เหมือนกัน”

อริศราตีโจทย์นี้ผ่านการสำรวจความคิดเห็นของเด็กนักเรียนและนิสิตนักศึกษา เริ่มจากคำถามง่ายๆ อย่างเขาชอบอ่านหนังสือหรือทำงานนอกบ้านไหม 

“คำตอบมันน่าตกใจมาก เพราะเกือบครึ่งหนึ่งชอบทำงานอ่านหนังสือนอกบ้าน ซึ่งนั่นคือสามปีที่แล้วนะ ตอนสำรวจคิดว่าอย่างเก่งก็ไม่เกินสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ไม่คิดว่าจะครึ่งๆ ทีแรกเข้าใจว่าอาจจะเป็นเด็กหอ อยู่หอไม่มีที่ ไม่สะดวก แต่ไม่ใช่ เด็กทั่วไปนี่แหละ”

“แล้วเขาให้เหตุผลว่าอะไร?”

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

“มีเยอะเลย อันดับหนึ่งคือ เปลี่ยนบรรยากาศ อยู่บ้านแล้วหลับ อ่านที่เดิมๆ ไม่มีสมาธิ เรื่องถัดมาก็มีนัดเจอเพื่อน เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งก็เป็นเรื่องรองต่อจากบรรยากาศ”

ในท้ายที่สุด Samyan CO-OP จึงออกมาในรูปแบบคล้ายกับห้องสมุดที่สุด โดยมีพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือเยอะ เพราะตั้งใจอยากให้เป็นพื้นที่ที่คนมานั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ

อาคาร 5 หลังใน 1 สเปซ

Samyan CO-OP ในตอนแรกคือพื้นที่ 2 ชั้นของตึก

“พอเป็นพื้นที่ที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เราเลยอยากให้ทุกที่ในนี้สามารถมองเห็นกันได้หมด ดังนั้น ถ้าเป็นสองชั้น คนข้างล่างก็จะไม่เห็นคนข้างบน เลยรื้อออกให้รวมกันเป็นชั้นเดียว แล้วทำเป็นอาคารห้าหลัง วิธีนี้ปลอดภัยที่สุดเพราะมองเห็นกันหมด แล้วเราออกแบบตามรีเสิร์ชหมดเลย ปกติไม่เคยทำตามนะ (หัวเราะ) แต่ครั้งนี้เราอยากรู้ว่าถ้าลองทำตามรีเสิร์ชดูจะเป็นยังไง”

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

เมื่อรีเสิร์ชบอกว่าคนออกมาทำงานนอกบ้านเพราะอยากเปลี่ยนบรรยากาศ อริศราและทีมจึงใส่ใจทุกรายละเอียด เช่น เลือกใช้ที่นั่งหลายๆ แบบ ทั้งโซฟา เก้าอี้ และการนั่งพื้น เพื่อจะทำให้ที่นี่ไม่เหมือนอยู่บ้าน และการมาที่นี่ในวันนี้ก็จะไม่เหมือนที่มาเมื่อวานหรือวันก่อนด้วยเช่นกัน

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

“เราแบ่งเป็นโซน เพราะสมาธิของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าต้องนั่งเงียบๆ แล้วจะมีสมาธิ คนที่ชอบนั่งในที่เสียงดังๆ ก็มี อาคารห้าหลังนี้จึงแบ่งตามฟังก์ชัน เราเอาห้องที่เงียบที่สุดไปไว้ตรงกลาง ต่างจากที่อื่นที่เขาจะเก็บห้องนี้ไว้หลบๆ อยากให้ส่วนตัว เพราะจากการสำรวจพบว่า คนที่ออกมาทำงานนอกบ้านเขาไม่แคร์ว่าใครจะมอง ไม่รู้สึกเขิน พาร์ตของการเรียนรู้เราทำเป็นขั้นบันได ข้างบนเป็นห้องใหญ่สำหรับเลกเชอร์ ทาสีฟ้าที่ตอนแรกเราอยากใช้สีเขียวมิ้นต์ แต่ทีมวิศวกรกลัวจะหวานไป ข้างล่างเป็นร้านกาแฟ นอกจากนี้ก็มีส่วนของห้องประชุมสามห้อง ใช้สีขาว เทา ดำ สีเข้มจะช่วยให้บรรยากาศซีเรียสกว่าสีอ่อน มีส่วนที่เป็นห้องเลกเชอร์ส่วนตัว แล้วก็มีพื้นที่สำหรับคนที่ต้องการความเงียบจริงๆ เป็นห้องเดี่ยว กับ Skyreading Zone โต๊ะอ่านหนังสือที่มองเห็นวิว แล้วพอมันเปิดตลอดเวลา เราก็เลยเพิ่มฟังก์ชันพวกตู้กดน้ำ ขนม มีบริการน้ำร้อนให้ต้มมาม่า (ยิ้ม)”

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน
Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

เรียนรู้ผ่านงานออกแบบ

สิ่งที่ยากที่สุดของ Samyan CO-OP คือรายละเอียดยิบย่อยที่ไม่ต้องสังเกตก็พอจะเดาได้ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร 5 หลังที่มีฟังก์ชันแตกต่างกัน ห้องเล็กห้องน้อยในมุมต่างๆ ที่มีโจทย์ว่าต้องมองเห็นถึงกัน บันไดนอกอาคารที่ตั้งใจให้เห็นการเคลื่อนไหวของคนตลอดเวลา รวมถึงการจัดการกับการเคลื่อนไหวของคนที่จะมาใช้พื้นที่แห่งนี้ ทางเดินที่ไม่แคบจนเดินไม่สะดวก และไม่กว้างจนสิ้นเปลืองพื้นที่ กลายเป็นว่าทุกตารางนิ้วของพื้นที่นี้ออกแบบมาเพื่อการใช้งานทั้งหมด

“ที่ทำงานในอุดมคติของเราต้องโปร่ง โล่ง สว่าง ด้วยความที่มันเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง เราเลยพยายามเปิดหน้าต่างให้มากที่สุด ให้มีแสงธรรมชาติ จะได้รู้ด้วยว่ามาทำงาน มาอ่านหนังสือ ใช้เวลาไปนานเท่าไหร่แล้ว หรือถ้าสังเกตจะมีนาฬิกาใหญ่ๆ อยู่ตรงทางเข้าด้วย ซึ่งเป็นความตั้งใจของเรา”

นอกจากความโปร่ง​และความหลากหลายของฟังก์ชันการใช้งานแล้ว สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษกว่า Co-Working Space ที่อื่นคือ ความเป็นกันเอง

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

“มันไม่เหมือนการเข้าห้องสมุดที่จะทางการ เกร็ง เราคิดว่าพอเดินเข้ามาที่นี่มันรู้สึกเป็นกันเองกว่า อาจจะเพราะเราออกแบบให้คาเฟ่อยู่ข้างหน้า และการใช้สีฟ้ากับอาคารแรกที่คนจะเห็น มันทำให้ที่นี่อยู่กึ่งกลางระหว่างคาเฟ่กับห้องสมุด”

หลังจากเปิดมาได้ 3 เดือน อริศราเข้ามาสังเกตการณ์เป็นระยะ ได้เห็นขาประจำของ Samyan CO-OP หลายคน และทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า นอกจากเด็กสมัยใหม่จะชอบอ่านหนังสือหรือทำงานนอกบ้านแล้ว ยังอยู่ดึกดื่นจนข้ามคืนเลยไปอีกวันด้วย

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน
Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

“เขาอ่านหนังสือกันแบบข้ามคืนแล้วไม่กลับบ้าน วันแรกที่เปิดก็มีเด็กมาพร้อมไอแพด โน๊ตบุ๊ก มีเสื้อหนาว จะมีคนเดิมๆ อยู่ที่นี่ตลอดเวลา ไม่กลับบ้าน เราเลยไปถามว่าอยู่หอเหรอ เขาตอบว่า เปล่า อยู่บ้าน แต่อยู่บ้านแล้วหลับ อ่านแล้วง่วงก็ไปที่เตียง ไปที่เตียงก็ต้องนอน เลยมาอ่านที่นี่แทน (หัวเราะ) เคยสงสัยนะว่าทำไมเด็กขยันขนาดนี้ นี่อ่านจริงๆ เหรอ หรือจริงๆ มานั่งเล่นเกม แต่เปล่า เขาอ่านจริงๆ”

พื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคน

ความเป็นกันเองที่อริศราพูดถึง แสดงอยู่บนกระดานเขียนความในใจขนาดใหญ่ในพื้นที่แห่งนี้ มีทั้งการตัดพ้อขอค่าขนมเพิ่ม ถ้อยคำขอกำลังใจช่วงสอบ เหมือนสมัยก่อนที่เรานิยมเขียนโต้ตอบกันหลังประตูห้องน้ำ 

ความเป็นกันเองที่ว่า ยังรวมไปถึงการที่นักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาใช้ช่วยกันเป็นครูใหญ่ คอยสอดส่องดูแลว่ามีใครเสียงดังในห้องเงียบ หรือใครจองโต๊ะแล้วหายไปนาน 

ตั้งแต่ Samyan CO-OP เปิดตัว นอกจากเด็กวัยเรียนที่เข้ามาใช้พื้นที่ ก็ยังมีผู้ใหญ่จากทั้งภาครัฐและเอกชนมาดูเป็นตัวอย่าง เพราะแปลกใจที่เด็กสมัยใหม่ต้องการพื้นที่แบบนี้

“เราอยากให้ทำพื้นที่แบบนี้เยอะๆ เด็กจะได้มีที่ไป ยิ่งอยู่ในห้างยิ่งดี จะได้มีทางเลือก ดีกับเด็ก ดีกับห้างด้วย ได้มีคนมาเยอะๆ เด็กก็จะได้มีที่อ่านหนังสือ ถ้าไม่อยากอยู่บ้านก็ไม่ต้องไปเสียเงิน ไม่ต้องไปนั่งในที่ที่ไม่ปลอดภัย บริษัทเราก็มีโปรเจกต์พื้นที่แบบนี้อีกอันนึง แต่ไม่ได้อยู่กลางเมือง ถ้าสามารถมีแบบนี้ได้ทุกมุมเมืองก็ดีเนอะ”

“จะได้มีที่อื่นนั่งทำงานนอกจากใต้คณะบ้าง”

“ใช่ ใต้คณะยุงกัด (หัวเราะ)”

Samyan CO-OP ห้องสมุดเข้าฟรี 24 ชม. แห่งใหม่ที่จะเป็นได้ทั้งคาเฟ่และที่นั่งทำงาน

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาทดลองให้ความเป็นเพื่อนกับคนที่คิดว่าจะเป็นเพื่อนได้ แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง เพราะสิ่งที่เขายื่นให้นั้นมักจะถูกเปลี่ยนเป็นอาวุธ ยามเมื่อเขาเผลอหันหลังให้ เขาก็ถูกแทง 

เพียงเปิดหน้าแรก คำโปรยที่คล้ายจะเป็นคำเตือนของหนังสือระดับตำนานก็ปรากฏขึ้นให้เห็น เรากรีดนิ้วไปตามกระดาษเก่าเก็บที่ซีดเซียวแต่ตัวอักษรยังคมชัด ก่อนจะพบหนังสือชื่อเดียวกันอีกสิบกว่าปกวางอัดแน่นอยู่บนชั้น

แน่ล่ะ เราอยู่ที่ ‘ร้านพันธุ์หมาบ้า‘ จะให้มีแค่ปกเดียวก็กระไรอยู่ 

แค่พูดชื่อนี้ขึ้นมา หลายคนคงทราบว่า พันธุ์หมาบ้า กลายเป็นแบรนด์ของนักเขียนระดับตำนาน ชาติ กอบจิตติ ที่ทำสินค้าขายทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค 

ห้องสมุดขนาดเล็กและมุมอ่านหนังสือประหนึ่งคาเฟ่ คือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าเราอยู่สาขา จ.ตรัง 

นี่คือร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวที่ยืนเด่นโดยท้าทายเมืองแห่งการกิน ถึงขนาดที่พี่คนขับรถของเรายังออกปากขอพาไปกินอาหารเช้ารองท้อง เพราะทุกคนรู้ว่าปกติร้านนี้เปิดบ่าย 2 เพียงแต่เรานัด พี่ตุ้ม-อรัญญา ทองโอ ไว้แต่เช้า

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน

หนังสือเกินกว่าครึ่งในร้านเป็นสมบัติของเธอ การตกแต่งร้านและสวนสวย ๆ ก็เป็นฝีมือของเธอ แต่พี่ตุ้มไม่ใช่สถาปนิก นักจัดสวนก็ไม่ใช่ นักออกแบบภายในยิ่งแล้วใหญ่ เธอเป็นเพียงนักบัญชีอิสระที่หลงใหลการอ่านมาตั้งแต่จำความได้ จนมีเพื่อนฝูงเป็นนักกวีมากมาย และได้ชิมลางในแวดวงวรรณกรรมมาบ้าง 

หลังใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ จนอิ่มตัว เธอกลับบ้านเกิดมาพร้อมกับความหวังว่าจะชวนคนตรังมาอ่านหนังสือ

ไม่รู้ทำไม แต่เราดันคุยกันถูกคอ 

“พี่ก็ยังรู้สึกเลยว่า ทำไมเราคุยกับเด็กรุ่นนี้รู้เรื่อง เพื่อน ๆ กันก็ยังบอก เออเว้ย รู้ไหมเวลาฉันทำงาน ฉันเจอคนทั้งหมดกี่วัย พี่มันห่าม ๆ ไง ไม่งั้นเปิดร้านพันธุ์หมาบ้าไม่ได้หรอก”

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาทดลองให้ความเป็นเพื่อนกับคนที่คิดว่าจะเป็นเพื่อนได้ 

คำโปรยอุตส่าห์เตือนไว้อย่างนั้น

แต่การได้มาเยือนที่นี่และพูดคุยกับเจ้าของร้าน ก็เหมือนได้เพื่อนเพิ่มมาอีกคนอย่างช่วยไม่ได้

ครั้งนี้เรามั่นใจว่า คงไม่ล้มเหลว

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน


หนทางของนักอ่าน

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549 

ตอนที่พี่ตุ้มตัดสินใจเปิดร้านพันธุ์หมาบ้าตามคำแนะนำของเพื่อนนักเขียน จากเป็นเพียงลูกค้าคนหนึ่งที่คอยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สาขาจตุจักร และชื่นชอบผลงานของชาติเป็นทุนเดิม

“แปะ (สรรพนามที่พี่ตุ้มใช้เรียกยอดกวีซีไรต์) บอกว่า ไหน ๆ คุณก็อยากให้คนอ่านหนังสือเยอะ ๆ งั้นก็เอาของมาลงเพิ่ม แล้วร้านหนังสือในตรังมีน้อยมาก ไม่ค่อยมีงานวรรณกรรมเท่าไร เราก็โอเค เปิดเป็นห้องสมุดเลย

“เกือบ 20 ปีที่แล้วที่กลับมาจากกรุงเทพฯ อย่างอื่นไม่ได้ขนกลับมา เอามาแต่หนังสืออย่างเดียว” 

พี่ตุ้มชี้ชวนให้เรามองตาม ว่าหนังสือที่ร้านเธอแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง หนึ่ง เอาไว้ยืมอ่าน สอง เอาไว้วางขาย ซึ่งเธอให้ความสำคัญกับฝั่งแรกอยู่พอสมควร อย่างที่บอก เดิมทีเป็นแค่สมบัติส่วนตัว ก่อนเธอจะเปิดพื้นที่ให้ผู้คนมาพูดคุยกันเรื่องหนังสือ ข่าวคราวลอยไปถึงหูเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันจนพากันส่งสมบัติมาให้พี่ตุ้มจำนวนมาก   

แน่นอน การมาของเธอปลุกกระแสการอ่านให้เกิดขึ้นในตรังอยู่ไม่น้อย เพราะความตั้งใจที่มากกว่าแค่การยืมหนังสือ คือการสร้างพันธุ์หมาบ้าให้เป็นพื้นที่ใช้สอยของชุมชน 

“เราบอกตลอดว่า ให้ร้านนี้มันเป็นพื้นที่ของเมืองแล้วกัน ไม่อยากให้คิดว่าเป็นร้านอะไรหรือของใคร” 

โต๊ะกลางร้านขนาดใหญ่ของเธอจึงกลายเป็นพื้นที่ผลัดเปลี่ยนทำกิจกรรมไปโดยปริยาย ทั้งสอนวาดสีน้ำ สเก็ตช์ภาพ เรียนศิลปะ ใครอยากใช้พื้นที่ในร้านทำอย่างอื่นก็ขอเพียงแจ้งเธอมา

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน

“ร้านเราเปิดถึง 4 ทุ่ม เพราะส่วนใหญ่คนมานั่งร้านจะอยากใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับพื้นที่ที่มันดูสบาย ๆ เราไม่ได้เป็นร้านอาหาร ไม่ได้เป็นร้านกาแฟ ไม่ได้เป็นร้านเหล้า คนบ้านเราก็รู้จักกันหมด พอวันร้านตัวเองหยุด ก็ไปนั่งร้านคนอื่น พี่ก็เหมือนกัน”

ทำบัญชีไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วย เปิดเพลง ดริปกาแฟดื่ม นี่คือกิจวัตร

“ดูสูงวัยมาก” พี่ตุ้มหัวเราะ ก่อนจะแวะพูดถึงวัฒนธรรมการอ่านในบ้านเกิดอย่างคนไม่ยอมหมดไฟ

“ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนต่างจังหวัดอยากไปอยู่กรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยน กลายเป็นว่าเด็กรุ่นใหม่กลับมา อะไรหลายอย่างในตรังมันก็เปลี่ยนเยอะ แต่ในความรู้สึกพี่ เรื่องการอ่านยังไม่ได้เปลี่ยนไปไหน

“นั่งนึก แม่ง เราอยู่ในเมืองที่หนังสือหาอ่านยากมาก ที่นี่มันลงหนังสือที่เป็นรายปักษ์รายอะไรไม่ได้ เพราะว่าคนไม่ได้เยอะขนาดนั้น ตรังไม่เหมือนเชียงใหม่ เราต้องขวนขวายอ่านด้วยตัวเอง หอศิลป์ในตรังยังไม่มีเลย ทำไมที่อื่นเขามีกันหมด เรายังขาดอะไรอีกเยอะมาก โดยเฉพาะหนังสือ ศิลปะ ดนตรี กลุ่มก้อนที่ทำงานแบบนี้ก็น้อย มันเลยไม่ค่อยขยับ

“พี่ว่ามันต้องผลักดันมากกว่านี้ เอาแค่ร้านพันธุ์หมาบ้าร้านเดียว ไม่ช่วยให้เด็ก ๆ ขยันอ่านหนังสือมากขึ้นหรอก แต่ก็ต้องทำต่อไป”

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน


ร้านนี้เป็นของทุกคน

“เราออกแบบร้านแบบนักบัญชี” พี่ตุ้มว่า “เอาง่าย ๆ มันเคยเป็นตึกร้างที่ใกล้พังแล้ว ที่เหลืออยู่เนี่ย คือส่วนที่ยังไม่พัง”

คุณจะบอกว่าออกแบบและปรับปรุงทั้งหมดเองเหรอ – เราสวนทันที

“ใช่ เป็นคนชอบทำอะไรบ้าบอ” 

เราไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นแค่นักบัญชี เพราะถึงแม้มันจะดูดิบเถื่อน ด้วยโครงเหล็กและปูนเปลือยเป็นส่วนใหญ่ บรรยากาศภายในร้านก็โล่ง โปร่ง เป็นสัดส่วน ตกแต่งด้วยศิลปะหลากหลายแขนง มีพนักงานต้อนรับเป็นแก๊งแมวเหมียว รับรองว่าสวยมากพอสำหรับชาว Instagrammable 

พี่ตุ้มบอกเคล็ดลับมาอย่างหนึ่งว่า ความสนใจทั้งหมดเกิดจากการอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอง 

“อยากใส่อะไรตรงไหน อยากทำชั้นลอย อยากนู่นนี่นั่น ทำด้วยตัวเอง ไม่มีใครว่าหรอก เพราะว่าเราไม่ใช่สถาปนิก แต่ว่าเป็นคนชอบปลูกต้นไม้มาแต่ไหนแต่ไร เราสะสมพันธุ์ไม้โบราณ เป็นคนชอบแบบนั้น”

ไขความกระจ่างกันไปทีละข้อก่อนไปต่อ 

ชั้นลอยของเธอไม่ใช่ส่วนของร้านที่ขึ้นไปนั่งได้ แต่เป็นบ้านของบรรดา(อดีต)แมวจร ที่บัดนี้นอนทับแขนเราจนเริ่มชา

ส่วนการชื่นชอบต้นไม้ก็ไม่ธรรมดา นอกจากโซนสีเขียวด้านข้างจะสวยประจักษ์ เธอยังเป็นเจ้าของหนังสือ ระเบียงสวน ระเบียงสวย ให้ความรู้เรื่องพันธุ์ไม้อีกด้วย

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

“พี่อาจจะไม่ใช่นักบัญชีแบบเหมือนคนอื่น เราเจอคนเยอะ เจอคนหลายแบบ ความคิดมันก็เปลี่ยน เพราะแต่ละคนมีวิธีคิดต่างกัน เราเลยอยากทำร้านให้เป็นร้านหนังสือของคนทุกวัย

“พี่ชอบมากเวลาเจอเด็ก คือเราไม่มีหนังสือที่เขาอ่านอยู่ ณ ปัจจุบัน เวลาแนะนำหนังสือเก่า มันคือใหม่ของเขาเลย เราบอกว่า หนังสือมันไม่มียุคสมัยนะเว้ย ลองหยิบไปอ่านดูดิ

“ถ้าใครมีเพื่อนอยู่ที่ตรัง มานั่งอ่านหนังสือที่นี่ได้ คุณไปซื้อกาแฟจากร้านข้าง ๆ ไปสั่งชาโกแจ้งมา แล้วก็นั่งดื่มนั่งอ่านหนังสือได้ยาว ๆ เลย มากัน 5 คน 5 มุม ต่างคนต่างหยิบหนังสือของตัวเอง หรืออยากได้ต้นไม้ต้นไหนกลับไปก็บอก” พี่ตุ้มว่าพลางพาเราเดินชมแต่ละโซนภายในร้าน

“โซนโน้นจะมีน้องอีก 2 คนมาเปิดบาร์ตอนค่ำ เราให้ทำเลย แค่ช่วยกันจ่ายค่าไฟ”

นึกเสียดายที่ดันมาแต่เช้า เพราะร้านสไตล์นี้พอพลบค่ำหน่อยคอก็ชักจะแห้ง

“ที่สำคัญ โซนนี้สูบบุหรี่ได้หมด เพราะอะไรรู้เปล่า ยุคพี่มันเป็นยุคที่สูบบุหรี่โคตร ๆ พี่อยากเป็นร้านของคนทุกประเภท ใครอยากทำอะไรก็ได้ทำ” 

ถึงจะพูดพร้อมเสียงหัวเราะ แต่เธอก็พูดคำไหนคำนั้น

มองดูแล้ว จะเรียกซอยนี้ว่าเป็นซอยของคนรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้ ทั้งร้านกาแฟ Slow Bar เปิดใหม่ข้าง ๆ กำแพงโดยรอบที่ถูกจับจองด้วยกราฟฟิตี้อาร์ตจากกลุ่มตรังสตรีทอาร์ต เรื่อยมาจนถึงร้านน้ำชาโกแจ้ง บุคคลที่พี่ตุ้มบอกว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังถนนแห่งศิลปะ 

เปลี่ยนซอยที่มืดมิดปราศจากแสงไฟ ให้สว่างไสวด้วยไฟจากร้านรวงของคนรักงานศิลป์ และการฉายหนังกลางแปลงบนกำแพงของเมืองแห่งการกินนี่แหละ

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย


พันธุ์คนบ้า

เพราะเมืองตรังมีโรงภาพยนตร์เดียวคือเครือ SF Cinema การที่พี่ตุ้มริเริ่มกลุ่มฉายหนังอิสระขึ้นมา จึงได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนล้นหลาม 

“พี่เหมือนอยู่ตรงกลาง เราอยากเป็นตัวเชื่อมต่อคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าเข้าด้วยกัน เราก็รวมน้อง ๆ ที่ชอบดูหนัง แล้วก็ดึงพี่โต ๆ มาช่วยหน่อย มีจอใหญ่ ๆ ฉายโปรเจกเตอร์ มีอุปกรณ์ฉายหนัง ซึ่งคนที่ดูหนังเป็นเด็กรุ่นใหม่เกือบหมดเลย แล้วเขานี่แหละที่เป็นคนคุยเรื่องหนังได้ดีกว่าเรา”

โดย Documentary Club เจ้าของภาพยนตร์ มีเงื่อนไขว่าต้องมีการเสวนา พูดคุยแลกเปลี่ยน ช่วงนี้แหละที่เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างคน 2 วัย 

“เด็ก ๆ เขาคุยกัน เราอึ้งไปเลย ผู้ใหญ่ก็อึ้ง มันวิเคราะห์เจาะลึก มันดึงออกมาได้เป็นฉาก ๆ แล้วอย่างน้อย เขาก็ได้มีกลุ่มเล็ก ๆ ของเขา พี่เป็นคนลงทุนอุปกรณ์ให้หมด แต่เราไม่อยากให้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านมาก เพราะอยากให้เขาทำกันเอง

“เมืองตรังมันเล็กมาก ทุกคนรู้จักกันหมด พันธุ์หมาบ้าทุกคนก็รู้จัก กลุ่มตรังสตรีทอาร์ตมีกันกี่คน ทุกคนก็รู้จัก ซึ่งถ้าจะผลักดันให้มันเป็นงานที่โดดเด่นขึ้นมา ไม่ยากเลย แต่เขาไม่ได้ส่งเสริม 

“น้อง ๆ ทำกันเอง ขอความร่วมมือจากพี่ ๆ พอมีคนหลายเจนฯ มาร่วมกันเนี่ย เขาไม่ได้เข้าใจหรอกว่าคุณทำอะไรกัน แต่บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจ เขาก็พร้อมสนับสนุนเด็ก ๆ 

“เราอยากเชื่อมโยงคนหลายเจนฯ เข้าด้วยกัน แล้วก็ทำในเรื่องเดียวกันให้มีพลังมากขึ้น อะไรทำให้คนมาอ่านหนังสือเยอะขึ้น พี่ก็ทำเท่าที่ได้ แต่เราไม่ใช่คนที่จะไปผลักดันให้ตรังกลายเป็นเมืองแห่งการอ่าน มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย


บทส่งท้าย

แม้พี่ตุ้มจะมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เบื้องหลังทุกเล่มที่เลือกเข้าร้าน ล้วนเป็นเรื่องที่คัดสรรมาแล้วว่าควรค่าแก่การอ่าน

“บ้านเรานะ ถ้าอยากเดินไปหาหนังสือมูราคามิ ไม่มี หาหนังสืออุทิศเหรอ ไม่มี แล้วเราก็ทำเป็นร้านขนาดใหญ่เหมือนแบรนด์ร้านหนังสือทั้งหลายไม่ไหว หนังสือใหม่ก็ไม่มี แต่การ์ตูนกับหนังสือฮาวทูเยอะมาก เราก็เลือกเรื่องที่รู้สึกว่า อยากให้คนที่นี่อ่าน”

ถึงจะไม่ใช่คนที่นี่ แต่เราฟังแล้วก็ขอยืม After the Quake ของมูราคามิใส่กระเป๋ากลับมาอ่านต่อที่บ้านเสียหน่อย 

ส่วนหนังสือที่พี่ตุ้มมักจะแนะนำให้อ่าน ก็เป็นเรื่องที่ทำงานกับความรู้สึกมากพอสมควร นั่นคือ ลักษณ์อาลัย โดย อุทิศ เหมะมูล นักเขียนคนโปรดของเธอ ซึ่งถูกยืมไปในวันที่เราคุยกันอยู่

“พี่ร้องไห้เลย เป็นเรื่องเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในครอบครัวใหญ่ ไม่ได้อ่านหนังสือแล้วรู้สึกอินกับมันขนาดนี้มานานมาก ชอบวิธีการเขียน ชอบการดำเนินเรื่องของเขา มันดูน่าติดตาม พี่นั่งนึกถึงเด็กรุ่นใหม่ว่าเขาอ่านหนังสือแล้วจะรู้สึกอินกับเนื้อหาได้จริง ๆ แบบนี้ไหม”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

เล่มต่อไปคือ คำพิพากษา อีกหนึ่งผลงานระดับตำนานของ ชาติ กอบจิตติ ที่พี่ตุ้มบอกว่าไม่น่าอ่านซ้ำ แต่ก็ควรอ่านสักครั้งในชีวิต เธอพบว่าชอบมันมากกว่า พันธุ์หมาบ้า เสียอีก ด้วยเรื่องราวกระชากอารมณ์ และวิธีการเขียนรันทดหดหู่ สะเทือนใจจนเธอจดจำได้ทุกฉาก

“ตอนนี้หนังสือเป็นการเขียนแบบคำคม เราไม่ได้อยากอ่านแบบนั้นน่ะ เราอยากอ่านแบบที่ต้องให้เราตกตะกอน คุณไม่ต้องมาบอกเรานะ เราต้องคิด ต้องสรุปของเราเองได้ พี่ว่ามันเป็นเสน่ห์ 

“เมื่อก่อน ได้หนังสือเล่มหนึ่งแล้วยืมอ่านกับเพื่อน วนกันจบครบแล้วก็คุยกันว่า มึงอ่านแล้วเป็นไง โอเคไหม หรืออีกคนบอก โอ้โห มึงต้องอ่าน เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ต้องการคำตอบเลย ต้องการความรวดเร็วในการเสพอะไรก็ตาม”

พอจะเข้าใจที่พี่ตุ้มบอกขึ้นมา ถึงแม้คนรุ่นใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในตรังให้ดีขึ้น แต่วัฒนธรรมการอ่านที่ต้องอาศัยการดื่มด่ำและตกตะกอนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนัก 

“พื้นที่การอ่านหนังสือในตรังมันน้อย มันจำกัด มันไม่เหมาะ สังเกตไหม พี่พยายามทำมุมให้คนรู้สึกว่าเข้ามาแล้วสบาย ๆ อยากให้หนังสือเข้าถึงง่าย ไม่ได้ต้องไปเข้าหอสมุด มาร้านหนังสือก็เหมือนมาคาเฟ่ 

“แค่ดึงคนให้รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้ ถือว่าพี่ประสบความสำเร็จแล้ว มีคนเดินเข้าร้านมา จากไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่กลับมาบอกว่าหนูขอยืมเล่มนี้ไปอ่าน นี่คือสิ่งที่พี่ได้จากการเปิดร้านหนังสือกับห้องสมุดเล็ก ๆ”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

เดินชมร้านไป ก็แลกเปลี่ยนหนังสือที่ชื่นชอบกันไป พูดคุยเรื่องต้นไม้บ้าง แวะโพสท่าถ่ายรูปอีกนิดหน่อย บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ก็วิ่งมาหาเพียงเรียกชื่อ ทั้งหมาทั้งแมวล้อมหน้าหลัง บ้างเอกเขนกสบายใจ รับแขกอย่างว่านอนสอนง่าย จนอาจพูดได้ว่า ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านสำหรับคนทุกวัยเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับทุกชีวิตที่ผ่านเข้ามา

“การทำร้านหนังสือมันไม่เลี้ยงชีพหรอก มันเลี้ยงหัวใจ”

บอกลากันแล้ว แต่เสียงของพี่ตุ้มยังกังวานอยู่ในหัว บรรยากาศของวันนั้นก็ยังจำได้ดี

หน้าสุดท้ายของพันธุ์หมาบ้าเล่มนี้ อยู่บนรถยนต์เหมือนกัน เพียงแต่เป็นเราที่กำลังกลับกรุงเทพฯ

รถทั้งคันพลอยหัวเราะกันอีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่ลืมเศร้าลืมกังวล มีแต่ความรื่นรมย์รออยู่เบื้องหน้า รถคันนั้นแล่นลับไปกับถนน ทิ้งเมืองตรังไว้เบื้องหลัง…

พันธุ์หมาบ้า ตรัง

ที่ตั้ง : 99/12 ถนนห้วยยอด ซอย 3 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 14.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1738 2290

Facebook : Phanmaba Trang

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load