10 กรกฎาคม 2564
31.44 K

นาโกย่าไม่เคยมีข้าวมันไก่ แต่ถ้าเมืองแห่งไก่ในญี่ปุ่นจะมีข้าวมันไก่บ้าง และใช้ของดีของดังในเมือง หน้าตาข้าวมันไก่ที่มีความญี่ปุ่นจะออกมาเป็นแบบไหน

แล้วถ้าข้าวขาหมูพะโล้ทำแบบขาหมูรมควันด้วยวิธีการเดียวกันกับแฮมมาทำล่ะ จะรสเป็นอย่างไร

นี่คือคำถามก่อนจะได้ลองชิมเมนูคุ้นเคย ที่ถูกคิดแบบจับนั่น ผสมนี่ ออกมาได้ชวนลองตั้งแต่ยังไม่ได้เอาเข้าปาก

เชฟโจ-ณพล จันทรเกตุ และ เชฟซากิ โฮชิโนะ

ข้าวขาหมูและข้าวมันไก่ที่คิดขึ้นใหม่ตามสูตรของ ‘ร้านสามล้อ’ ร้านใหม่ของ เชฟโจ-ณพล จันทรเกตุ และ เชฟซากิ โฮชิโนะ ภรรยาสาวชาวนาโกย่า ทั้งคู่เป็นเชฟที่ทำอาหารสไตล์ Fine Dining ระดับได้รับรางวัลมิชลิน พวกเขาเรียกอาหารที่เคยทำว่า ‘ไทยโมเดิร์น’ ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนั้นสิ่งที่เรียกว่าไทยโมเดิร์นกำลังได้รับความสนใจในวงการอาหารของบ้านเรา เชฟโจใช้วัตถุดิบไทย นำมาดัดแปลงด้วยเทคนิคและวิธีการแบบสากล ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของอาหารไทยให้ดูใหม่หมดจด และประสบความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลการันตีแนวคิดการทำอาหารของเขาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

3 ปีผ่านไป เชฟโจต้องการผลักดันตัวเองจากเดิม แต่อาหารไทยเป็นสิ่งที่เขาสนใจที่จะเรียนรู้ต่อ แต่มองหาความง่ายๆ แบบไทยๆ 

ร้านสามล้อ ร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ดและกับแกล้มแบบไทยๆ คือโปรเจกต์ร้านใหม่ของพวกเขา 

สามล้อ : ร้านข้าวขาหมูแบบรมควันและข้าวมันไก่สูตรนาโกย่า ที่นาโกย่าก็ไม่เคยมีมาก่อน

“เราอยากให้สามล้อเป็นพื้นที่สนุก เราว่าการทำอาหารของเราเริ่มเครียดมากขึ้น เราอยากย้อนกลับไปสู่เบสิกของอาหารอีกครั้ง 

“จากการทำอาหารที่คนกินต้องมองหาว่าเชฟต้องการสื่อสารอะไรบ้างในอาหาร ลดลงเหลือเพียงแค่อาหารจานนั้นคนกินชอบหรือไม่ชอบก็พอ” นั่นคือการกลับไปสู่พื้นฐานของอาหารของเชฟโจตอนนี้

เมนูแรกที่เปิดตัวของสามล้อ คือข้าวขาหมู ส่วนเมนูที่ 2 ที่ออกมาติดๆ กัน คือข้าวมันไก่

“สองเมนูที่น่าจะอยู่อันดับต้นๆ ในใจของคน ผมมองย้อนกลับไปดูว่าอาหารที่คนกินในทุกวันนี้คืออะไรบ้าง 

สามล้อเป็นร้านที่คิดจากคอนเซปต์อาหารสตรีทฟู้ด เป็นเมนูง่ายๆ ที่หาได้ทั่วไปตามริมถนน 

เราเห็นอะไรบ้างตามข้างทางบ้าง ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว ไก่ทอด

“ปกติเวลาคนจะสั่งอาหาร เขาไม่ได้นึกถึงร้านก่อน แต่นึกถึงอาหารก่อน วันนี้อยากกินข้าวขาหมู อยากกินข้าวมันไก่ แล้วค่อยนึกต่อว่าอาหารที่เขาอยากกินมันมีร้านไหนทำ 

“เราเลยเริ่มทำเมนูที่ชัดเจนกับคนส่วนใหญ่ เลือกเมนูที่คนน่าจะนึกถึงก่อน คิดว่าถ้าจะพัฒนาเมนูของร้านให้กลายเป็นอันดับต้นๆ ในใจของคนได้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี”

เชฟโจเริ่มจากความคิดที่เรียบง่ายที่สุด คืออาหารนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง การเริ่มต้นด้วยความง่าย ทำให้ไม่มีความซับซ้อนในหน้าตาของอาหาร แล้วไปใส่ความซับซ้อนในวิธีคิดกับกระบวนการทดลองทำดีกว่า

สามล้อ : ร้านข้าวขาหมูแบบรมควันและข้าวมันไก่สูตรนาโกย่า ที่นาโกย่าก็ไม่เคยมีมาก่อน

“ข้าวขาหมูเป็นสิ่งที่เราชอบมาก เราเลยเริ่มจากข้าวขาหมูก่อน มานั่งคิดว่าข้าวขาหมูประกอบด้วยต้นขาของหมู เราก็นึกถึงว่ามีอาหารอะไรที่ใช้ส่วนนี้เหมือนกันอีก เรานึกถึงแฮม เวลาทำแฮม บางที่เขาก็ใส่เครื่องเทศเข้าไปด้วย มันเชื่อมโยงกับเครื่องเทศพะโล้ได้ เลยเริ่มจากทดลองทำขาหมู โดยทำแฮมรมควันที่ใช้เครื่องเทศพะโล้เข้าไปแทนเครื่องเทศที่ใช้ทำแฮม 

“กระบวนการการทดลองกินเวลาร่วมเดือน เลือกขาหมู ทดลองวิธีการหมักแบบต่างๆ เลือกชนิดของไม้ที่จะนำมาใช้รมควัน โจทย์สำหรับเมนูแรกของสามล้อคือ จะต้องทำข้าวขาหมูที่แปลกใหม่ แต่คนกินยังรู้สึกถึงข้าวขาหมูอยู่ 

“ในความคิดของคนกินทั่วไป ขาหมูจะต้องมีกลิ่นของเครื่องเทศพะโล้ รสเค็ม หวาน น้ำจิ้มที่อร่อย ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบขาหมูที่หนังเละและยุ่ย การเอามารมควันก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องหนังเละได้ ในขณะเดียวกันก็จะต้องมีความละลายในปากอยู่บ้างเหมือนกัน

สามล้อ : ร้านข้าวขาหมูแบบรมควันและข้าวมันไก่สูตรนาโกย่า ที่นาโกย่าก็ไม่เคยมีมาก่อน

“เราเอาขาหมูไปหมักกับเครื่องเทศสองคืน แล้วเอาไปรมควันต่ออีกแปดชั่วโมง ในระดับความร้อนที่ต่างกัน เพื่อให้มันมีผลต่อกลิ่นและความชุ่มฉ่ำของขาหมู กระบวนการนี้จะได้น้ำที่ออกมาจากการรมควัน เราเอาน้ำส่วนนี้ไปปรุงกับซีอิ๊ว ซีอิ๊วกลิ่นรมควันนี้จะเอามาบ่มกับไข่ต้มยางมะตูม 

“ส่วนประกอบของข้าวขาหมูอีกอย่างหนึ่งคือคะน้าลวก เราเลือกใช้ผักเคลเอาไปย่าง คลุกน้ำมัน และเกลือนิดๆ เพื่อให้มันไปด้วยกันกับขาหมูรมควันให้สุด รวมถึงเครื่องที่เอามาตำน้ำจิ้ม พวกพริก กระเทียม เราจับย่างหมดเลย

“ข้าวที่มีกลิ่นควันเรานึกถึงข้าวหลาม เลยใช้วิธีการหลามด้วยกระบอกไม้ไผ่ใส่เผือกเป็นส่วนผสมให้มีกลิ่นหอมมากขึ้น” เชฟโจเล่ากระบวนการ

สามล้อ : ร้านข้าวขาหมูแบบรมควันและข้าวมันไก่สูตรนาโกย่า ที่นาโกย่าก็ไม่เคยมีมาก่อน

ทั้งหมดเป็นข้าวขาหมูที่มีกลิ่นรมควันในทุกอณู เหมือนจะเต็มไปด้วยกลิ่นควัน แต่ทุกอย่างออกแบบให้ได้กลิ่นที่กินรวมกันแล้วลงตัวกำลังพอดี กระบวนการทำใช้เวลาและต้นทุนที่ค่อนข้างสูง แต่คิดว่าสำหรับรสชาติและผลที่ได้ ก็สมเหตุสมผลกับกระบวนการที่ตั้งใจทำ ถึงแม้จะถูกเปรียบเทียบบ้างกับร้านอีกมากมายที่ทำเมนูนี้อยู่แล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

“ถ้าผมเลือกกินขาหมู ผมก็กินร้านเจริญแสงนะ (ยิ้ม) แต่เราก็อยากทำอีกทางเลือกให้คนที่ชอบขาหมูเพิ่มขึ้นอีก วันนี้เขากินเจริญแสง พรุ่งนี้กินของเรา อีกวันก็ไปกินร้านอื่นๆ มันก็ทำให้วงการขาหมูมันมีอะไรมากกว่าเดิม 

“เราอยากให้ราคาถูกกว่านี้ แต่จากสิ่งที่เราทำแล้วคิดว่ามันดีอย่างที่ตั้งใจ เราก็ตั้งราคาในแบบที่เหมาะสม ต้องยอมรับว่ามันมีราคาแพงกว่าเมนูเดียวกันกับที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้สูงเกินที่ทุกคนจะเข้าถึงได้” 

ข้าวมันไก่นาโกย่า 

‘สามล้อ’ ร้านอาหารสตรีทฟู้ดสูตรเฉพาะตัวของเชฟที่จับอาหารประจำวันแบบไทยๆ มาผสมกับเทคนิคครัวสากล

เมนูที่ 2 ของร้านสามล้อคือข้าวมันไก่ ส่วนประกอบหลักของข้าวมันไก่มีแค่ไก่ต้ม ข้าวมัน น้ำจิ้ม และน้ำซุป แค่ 4 องค์ประกอบง่ายๆ จำนวนไม่มาก แต่ก็สร้างให้ข้าวมันไก่ของแต่ละร้านทั่วประเทศออกมาแตกต่าง และอร่อยไม่เหมือนกันได้อย่างมหัศจรรย์ อย่างที่รู้กันในหมู่มวลคนที่ชื่นชอบข้าวมันไก่ ว่ามักให้ความสำคัญของรายละเอียดแต่ละส่วนประกอบแตกต่างกันไปตามรสนิยม

ข้าวมันไก่จึงเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่ยิ่งทำให้แตกต่างและรสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใครได้ยิ่งดี แต่ก็ต้องไม่แตกต่างจนไม่รู้สึกถึงความเป็นข้าวมันไก่ ซึ่งไม่ใช่โจทย์ที่ง่ายนักสำหรับสามล้อที่จะเริ่มทำอาหารชนิดนี้

“เราถามกันในทีมว่าชอบอะไรในข้าวมันไก่ แล้วถ้าต้องทำข้าวมันไก่ขึ้นมาบ้าง เราอยากให้มันเป็นยังไง เป็นโจทย์เริ่มต้นที่พวกเราคิด

‘สามล้อ’ ร้านอาหารสตรีทฟู้ดสูตรเฉพาะตัวของเชฟที่จับอาหารประจำวันแบบไทยๆ มาผสมกับเทคนิคครัวสากล

“ผมเลยเอาประสบการณ์ที่อยู่ในตัวเรามาผสมกับข้าวมันไก่ อย่างผมกับเชฟซากิคุ้นเคยกับเมืองนาโกย่า ซึ่งเป็นบ้านเกิดของซากิ นาโกย่ามีชื่อเสียงในเรื่องไก่ มิโซะแดง และชา เราเลยคิดว่าถ้าจะทำข้าวมันไก่โดยใช้ความเป็นนาโกย่ามาผสม มันจะออกมาเป็นแบบไหน” 

2 ใน 3 ของวัตถุดิบชื่อดังในจังหวัดนาโกย่าอย่างไก่และมิโซะ คือสองอย่างที่ก็เป็นส่วนผสมในข้าวมันไก่ได้ นาโกย่าไม่ได้มีเมนูข้าวมันไก่ แต่การคิดว่าถ้านาโกย่ามีเมนูข้าวมันไก่ขึ้นมาบ้างจะออกมาเป็นอย่างไร เป็นการตั้งโจทย์ที่สนุกและน่าสนใจดี

‘สามล้อ’ ร้านอาหารสตรีทฟู้ดสูตรเฉพาะตัวของเชฟที่จับอาหารประจำวันแบบไทยๆ มาผสมกับเทคนิคครัวสากล

“ผมเริ่มดูว่าข้าวมันไก่รอบๆ ตัวมันมีกี่แบบ มีข้าวมันไก่ต้มเรียบๆ แค่ข้าวและไก่ต้ม หรือข้าวมันไก่ที่มีน้ำซอสราด

“เราพอมีไอเดียในการปรุงไก่อยู่บ้างแล้ว แต่อยากให้ความสำคัญกับข้าวมันก่อนเป็นอย่างแรก ที่จะต้องทำให้มันออกมาดีและมีความใหม่ เลยนึกถึงเมนูข้าวของญี่ปุ่น กับชาของนาโกย่า ที่เขาเอามาผสมกันในรูปแบบโอชาซึเกะ (Ochazuke) เป็นข้าวแล้วรินน้ำชาผสมข้าวคั่วลงไป เพื่อเพิ่มรสและกลิ่นของข้าว ผมกับซากิเลยเลือกเอาไอเดียนี้มาใช้กับข้าวมันไก่บ้าง โดยการหุงข้าวรวมไปกับใบชา และข้าวคั่ว ผสมกันกับมันไก่

‘สามล้อ’ ร้านอาหารสตรีทฟู้ดสูตรเฉพาะตัวของเชฟที่จับอาหารประจำวันแบบไทยๆ มาผสมกับเทคนิคครัวสากล

“เราเลือกใช้สไตล์ของข้าวมันไก่แบบที่มีซอสราดบนไก่ก่อนเสิร์ฟ ปกติที่เขาใช้กันจะเป็นซอสจากซีอิ๊วปรุงรส แต่เรานึกถึงความเป็นญี่ปุ่น เลยนึกถึงซอสซึยุ (Tsuyu Sauce) แบบที่เขาใช้สำหรับจิ้มเทมปุระ เส้นโซบะ หรืออุด้ง เราทดลองทำซอสซึยุที่มีส่วนผสมของโชยุ มิริน ขิง และน้ำดาชิ เพื่อใช้บ่มไก่เล็กน้อยหลังจากต้ม เพิ่มความอูมามิให้ไก่ แล้วเอาน้ำที่บ่มนั้นมาต้มอีกครั้งเพื่อทำเป็นซอสราดไก่

“พอมาถึงน้ำจิ้ม น้ำจิ้มข้าวมันไก่ที่มีหลายแบบ แบบซีอิ๊วหวานหรือเป็นเต้าเจี้ยว ขิง และพริกซอย ที่เราชอบ

“ผมเลือกใช้มิโซะแดงของนาโกย่าแทนเต้าเจี้ยวแบบจีน รสชาติเข้มข้น สามารถใช้ทดแทนกันได้เลย สูตรปกติเขาจะใส่ถ้าไม่เป็นมะนาวก็ใช้น้ำส้มสายชู แต่พอคอนเซปต์เป็นญี่ปุ่นแล้ว เราเลยใช้ยุสุผสมลงไปแทน เราเพิ่มความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปอีกด้วยการใช้คอมบุดาชิ (Kombudashi) น้ำสต๊อกที่ได้จากการต้มสาหร่ายเพื่อรสอูมามิ ใส่ผสมลงไปทั้งในน้ำจิ้มและซอสราดไก่ด้วย ส่วนขิง แทนที่จะสับเราก็ฝนให้ละเอียดเป็นแบบวาซาบิเลย

‘สามล้อ’ ร้านอาหารสตรีทฟู้ดสูตรเฉพาะตัวของเชฟที่จับอาหารประจำวันแบบไทยๆ มาผสมกับเทคนิคครัวสากล

“น้ำซุปที่ปกติเราจะกินแบบต้มฟัก แบบบางเบา แต่เราไม่ชอบแบบนั้น (หัวเราะ) ซุปก็น่าจะต้องมีความอร่อยของมัน คิดว่าถ้าเป็นซุปแบบญี่ปุ่นเขามีอะไรบ้าง เลยทำเป็นซุปหัวไชเท้า” เชฟโจเล่ารายละเอียดแบบเหมือนดึงเอาของจากลิ้นชักประสบการณ์มาทดแทนองค์ประกอบ ที่เปลี่ยนจากอาหารไทยจีนเป็นอาหารญี่ปุ่นได้อย่างสนุก

เมนูสตรีทฟู้ดของสามล้อจะถูกเสิร์ฟเป็นอาหารกลางวัน ส่วนรอบเย็นร้านสามล้อจะเปลี่ยนเมนูยกชุดเป็นร้านกับแกล้มกินดื่ม เมนูที่ใช้ในร้านเป็นอาหารอาจจะต่างจากความคุ้นเคยจากตอนมื้อกลางวันไปมากพอสมควร เชฟโจตั้งใจทำกับแกล้มที่ไม่ได้ตีความว่ามันต้องมีความเป็นไทยมาก แต่ก็ยังให้ความรู้สึกไทยๆ อยู่ด้วย

เมนูตัวอย่างที่เชฟโจเอามาให้ผมลองชิมก่อนคือเบอร์เกอร์กะเพรา กับไก่ทอดเคลือบซอสน้ำปลาหวาน รูปแบบของอาหารเป็นสากล แต่ก็ยังให้กลิ่นอายแบบไทยๆ อยู่ในส่วนประกอบ 

‘สามล้อ’ ร้านอาหารสตรีทฟู้ดสูตรเฉพาะตัวของเชฟที่จับอาหารประจำวันแบบไทยๆ มาผสมกับเทคนิคครัวสากล

“ถ้าเรากินอาหารอยู่ในร้าน อย่างน้อยก็น่าจะทำให้พอนึกถึงได้ว่าเรากำลังกินอยู่ที่ไหน ถ้าเรากินไก่ทอด ได้กลิ่นน้ำปลา ก็ยังนึกวาบขึ้นมาในหัวนิดหนึ่งได้ว่า นี่คืออาหารแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหน้าตาจะเป็นสากลอย่างเบอร์เกอร์ แต่ถ้าได้รสหรือกลิ่นกะเพรา ก็เพียงพอที่จะนึกถึงว่านี่คือรสของอาหารในที่ที่เรากำลังกินอยู่

“ที่จริงจะทำอาหารแบบไหนก็ไม่ได้ผิดหรอก แต่ผมนึกเวลาที่ผมกินอาหารหนึ่งจาน ยกตัวอย่างเช่นเนื้อย่างที่อร่อยมากในเมืองไทยหรือกรุงเทพฯ แต่ถ้ากินแล้วผมคิดว่าอาหารจานนี้ผมไปกินที่ญี่ปุ่นก็ได้ ยุโรปก็ได้ กินที่ไหนก็ได้ มันหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมอาหารจานนี้ต้องมากินที่ร้านนี้ ที่กรุงเทพฯ หรือในไทย 

“นอกจากความเป็นตัวของเชฟที่ใส่ลงไปในอาหาร Sense of Place ก็ค่อนข้างสำคัญกับอาหารเหมือนกัน” เชฟโจเน้น

เชฟโจบอกว่าจะเรียกอาหารของเขาว่าอาหารฟิวชันก็ได้ ยุคหนึ่งคำว่าอาหารฟิวชันถูกใช้กันมาก ทั้งแบบรู้ที่มาที่ไป หรือใช้คำนี้เป็นแค่คำโฆษณาเพราะกระแสนิยม จนอาหารที่ใช้วิธีผสมผสานวัฒนธรรมอาหารหลายๆ แบบจากทั่วโลกไว้ในเมนูเดียวกัน กลายเป็นคำความหมายไม่ได้เป็นไปในแง่บวกสักเท่าไหร่

“ในยุคหนึ่ง ถ้ามีคนบอกว่าอาหารของผมเป็นอาหารฟิวชัน ผมคงปฏิเสธ แต่ตอนนี้คิดว่า ฟิวชันแล้วยังไงวะ (หัวเราะ) เพราะอาหารแบบฟิวชันไม่ใช่เหรอ ผัดไทยเลยเกิดขึ้น แบบที่เอาอาหารที่มีความเป็นจีนมาผสมกับส่วนผสมที่บ้านเรากินกันเป็นปกติ

“ตอนผมทำอาหารแบบ Fine Dining อาหารก็ต้องคิดใหม่แบบที่ต้องหาวิธีการ กระบวนการใหม่ๆ ซึ่งอาจจะซับซ้อนทั้งวิธีคิดและกระบวนการทำ แต่ที่เราทำอยู่ตอนนี้คือการคิดอะไรใหม่ๆ เหมือนกัน แค่เราคิดสิ่งใหม่ให้มันง่ายขึ้น ทดแทนกันด้วยเทคนิค หรือวัตถุดิบที่อาหารของที่อื่นๆ เขาทำกันอยู่แล้วมาใช้กับอาหารเรา ลดความซับซ้อนในวิธีคิด แต่เราก็ให้มันซับซ้อนในรสชาติแทน เพราะเราก็ต้องการให้คนกินได้อย่างวงกว้างและทั่วถึง” เชฟโจเล่า 

สามล้อเปิดตัวร้านในช่วงโควิด-19 การเริ่มต้นเลยไม่ได้เป็นร้านอาหารที่เปิดให้ทานในร้าน เมนูทั้งข้าวขาหมูและข้าวมันไก่ จึงเป็นอาหารที่ต้องคำนึงเรื่องการส่งถึงบ้าน และการอุ่นอาหารสำหรับครัวเรือน

ปริมาณของอาหารจึงมีการออกแบบให้เป็นไซส์ใหญ่สำหรับ 2 – 3 คนเพื่อการทานด้วยกันหลายๆ คน แต่เมื่อนึกถึงเรื่องความง่ายของสตรีทฟู้ด การทำอาหารให้เข้าถึงง่ายสำหรับคนเดียวทานได้เลยก็มีความสำคัญ

เพียงแต่เชฟโจและทีมสามล้อยังคิดว่าการทำอาหารสำหรับหนึ่งคนน่าจะเพิ่มปริมาณขยะในการเดลิเวอรี่ขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เลยยังเป็นโปรเจกต์ที่คิดไว้ แต่ยังไม่ได้ใช้ในขณะนี้

หลังจากที่สถานการณ์ผ่อนคลาย และเริ่มให้กินข้าวในร้านได้ ก็จะมีอาหารจานเดี่ยวสำหรับหนึ่งคนไว้ให้กินในร้านด้วยเช่นกัน

Samlor

แยกสี่พระยา ถนนเจริญกรุง (แผนที่

วันเวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-อาทิตย์ 11.30 – 19.00 น. 

Instagram : @samlor.bkk

Line ID : @samlor.bkk

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Full Course

เปิดสูตรลัดเรื่องรสชาติและความสัมพันธ์ของมนุษย์กับอาหาร ผ่านการนั่งกินอาหารกับเชฟ

28 มิถุนายน 2565
2.77 K

ก้าวขาลงจาก BTS เพลินจิตด้วยท้องหิว เดินเท้าผ่านถนนที่ขนาบข้างไปด้วยสถานทูตแบบไส้กิ่ว แต่ป้ายบอกทางสุดน่ารักที่เขียนว่า ‘Little Sunshine Cafe’ หน้าปากซอยวิทยุ 1 เรียกให้เราก้าวขาย้อนกลับไป 1 ก้าว

เดินเข้าซอยมาให้พอได้เหงื่อ ก็พบกับร้านอาหารขนาดกะทัดรัดซ่อนตัวอยู่ใต้อะพาร์ตเมนต์สุทธวงษ เพลส มีพนักงานต้อนรับเป็นแก๊งแมวจรหน้าโหดแต่ใจดี พวกมันส่งเสียงร้องเหมียวก่อนที่ ป๋วย-อัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์ จะเปิดประตูต้อนรับการเยี่ยมเยือนของเราในวันนี้

หลังผ่านการปิดปรับปรุงกว่า 6 เดือน เพื่อแปลงโฉมร้านอาหารที่คงสภาพเดิมมานานถึง 7 ปี ป๋วยเนรมิต Little Sunshine Cafe ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด (จนตากล้องของเรายังไม่แน่ใจว่า ใช่ร้านที่นัดกันไว้หรือเปล่า) อย่างแรกที่เปลี่ยนไปคือผมทรงใหม่ของเธอ และจุดมุ่งหมายใหม่ที่อยากทำให้แหล่งพลังงานแสงอาทิตย์น้อย ๆ นี้ เป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้เรื่องการกินอย่างถูกวิธี ตามแบบฉบับนักกำหนดอาหารผู้รักการทำกับข้าวเป็นชีวิตจิตใจ

 ป๋วย-อัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์
Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

Little Miss Sunshine

เมื่อมาถึงร้าน ก็เป็นจริงอย่างที่ช่างภาพของเราบอก ภาพร้านอาหารใต้อะพาร์ตเมนต์ที่เราเคยเห็นในโซเชียลมีเดียแตกต่างออกไปพอสมควร ป๋วยบอกว่าความคิดอยากปรับปรุงร้านเริ่มตั้งแต่เดินทางเข้าปีที่ 4 เพราะมองเห็นว่าร้านของเธอมีศักยภาพมากพอที่จะไปต่อได้อย่างยั่งยืน ประจวบเหมาะกับการมาของโรคระบาดโควิด-19 เธอจึงใช้เวลานี้โละของเก่าทิ้งไปจนเกลี้ยง

“เรายังคงความเป็นคาเฟ่ไว้ แต่ทำพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้น ทำใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่จะสร้างความรู้เกี่ยวกับการกินให้แก่คน เปลี่ยนเมนูบางอย่างให้สะท้อนถึงสิ่งที่เราอยากทำมากที่สุด นั่นคือการเห็นคนกินแบบรักษาสมดุลได้

“ทุกเมนูไม่มีดีหรือไม่ดี เรากินได้หมด อยู่ที่ว่าเรากินขนาดไหนมากกว่า เช่น คาโบนาร่าเป็นอาหารโฮมเมด เป็นอาหารบ้าน ๆ ไม่หรูหรา จริง ๆ แล้วตามประวัติศาสตร์มันเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ถ้าคนที่กินต้องการพลังงานสูง มันก็เป็นอาหารที่ตอบโจทย์ หรือคนที่ไม่ได้กินบ่อยมันก็โอเค”

สาเหตุที่ป๋วยเลือกลดจำนวนที่นั่งในร้านให้น้อยลง แต่เพิ่มพื้นที่ของการทำกิจกรรมเข้ามาแทน เธอตั้งใจจะทำเวิร์กชอปเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารให้กับคนที่สนใจ ทั้งลงมือทำด้วยตัวเองและเชิญวิทยากรมาร่วมแบ่งปัน

เนื่องจากบทสนทนานี้ถูกบันทึกไว้หลายอาทิตย์ก่อนที่คุณจะได้อ่าน การทำเวิร์กชอปจึงไม่ใช่แค่ความปรารถนาของป๋วยอีกต่อไป เธอสร้างกิจกรรม Cookbook Club: The New Orleans Kitchen ไปไม่กี่วันก่อนหน้า เพื่อพาผู้เข้าร่วมเปิดประสบการณ์เที่ยวนิวออร์ลีนส์ทิพย์ จากการกินอาหารตามสูตรหนังสือที่เธอสะสมไว้เต็มกระบุง

Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ
Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

อาหารรักษาโรค

ป๋วยบอกว่าเธอเลือกเรียนนักกำหนดอาหาร จากการชอบดู แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง

เราหัวเราะเมื่อได้ยิน แต่สำหรับป๋วย นั่นเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิต

ย้อนกลับไปหลักสิบปี เธอพบว่าสายการเรียนในไทยคล้าย ๆ กันไปหมด คนที่ชอบความแปลกใหม่และฝันอยากเรียนเฉพาะทางมาก ๆ จึงเลือกฝากชีวิตนักศึกษาไว้ที่ประเทศอเมริกา กับการเรียนวิชาอาหารรักษาโรค

ในเมืองไทย นักกำหนดอาหารจะคาบเกี่ยวกับนักโภชนาการประมาณหนึ่ง แต่ต่างกันที่การเทรนนิ่ง ประกอบอาชีพได้หลากหลาย เช่น ทำคลินิกของตัวเอง ทำร้านอาหาร ทำงานในโรงเรียน หรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาหารเฉพาะโรค ป๋วยมีโอกาสทำงานที่โรงพยาบาลอยู่ 2 ปีเต็ม และพบว่านี่ไม่ใช่ที่ของเธอ

“เรากดดันมาก เพราะอาหารมีส่วนที่ทำให้คนไข้ดีขึ้นหรือแย่ลง เราทำทั้งห้องไอซียู ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยหนัก การที่เราให้สารอาหารไม่ใช่เพื่อกิน แต่คือสารอาหารทางหลอดเลือด ถ้าคำนวณผิด ร่างกายก็รวนไปด้วย เหมือนเราเป็นหมออีกคน”

หลักสูตรการเรียนก็เข้มข้นประหนึ่งเรียนหมอผสมเชฟ เธอต้องเรียนทั้งเคมี ฟิสิกส์ ชีวะฯ องค์ประกอบของอาหาร โภชนาการ สารอาหารในร่างกายคน จิตวิทยา การทำธุรกิจ และที่สำคัญคือ วิชาทำอาหาร ที่ทำให้ป๋วยได้พบความสุขอีกอย่างในชีวิต จนอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเองก่อนตาย

“อยากเปิดร้านอาหารตั้งแต่ตอนเรียน เป็นหนึ่งในลิสต์ที่อยากทำรองจากพวกบันจี้จั๊มป์ เรารู้สึกว่าถ้าไม่ได้ทำแล้วจะตายตาไม่หลับ แต่กลับมาจากอเมริกาก็เป็นคอลัมนิสต์นิตยสารอาหาร ชีวิตมีความสุขมาก จนมาได้ที่ตรงนี้ เราลาออกจากงานเลย ไม่ต้องคิดเยอะ”

 ป๋วย-อัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์

อาหารฝีมือแม่

คำว่า โฮมเมด สำหรับป๋วย แปลตรงตัวไม่มีความหมายพิสดาร เป็นอาหารที่ตั้งใจทำกินที่บ้าน อยากกินอะไรก็กิน เปิดตู้เย็นมาเจออะไรก็ทำ ไม่ต้องมีคำจำกัดความว่าเป็นอาหารสัญชาติไหน อีกอย่างคือแค่ฟังก็รู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนแม่ทำกับข้าวให้เรากิน

“เราไม่ได้ถนัดอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง เราชอบอะไรบ้าน ๆ พวกสลัด พาสต้า ข้าว เมนูเบสิก เพราะประสบการณ์เราก็น้อยด้วย ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยสนใจอาหารเพื่อสุขภาพ เราเริ่มจากการทำให้คนรู้จัก สร้างคอมมูนิตี้ของเรา 7 ปีผ่านไป เมนูก็โตไปตามตัวเรา เข้าใจยากมากขึ้น” ป๋วยหัวเราะ

“อยากให้รู้สึกว่าอาหารของเราสนุก ไม่น่าเบื่อ ไม่จำเจ ไม่อยากให้มันดูน่ากลัวหรือเข้าไม่ถึง แต่กินแล้วได้ความรู้ไปด้วย ว่าต้องกินยังไง กินเท่าไหร่ เราไม่อยากให้คนคิดว่า ฉันกินพาสต้าครีมไม่ได้เพราะมีครีมเยอะ แต่ถ้าพูดถึงสารอาหารในพาสต้า เห็ดมีเบต้ากลูแคนที่ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันได้นะ มันก็มีดีของมัน”

นอกจากอาหาร บรรยากาศในร้านก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามากินอาหารบ้านเพื่อนไม่ขาดสาย ตลอดเวลาที่เราพูดคุยกัน ป๋วยเองก็ชอบที่ร้านของเธอมีขนาดกำลังดี ไม่เล็กหรือใหญ่ไป ควบคุมดูแลได้ทุกขั้นตอน ทั้งการซื้อ การเตรียม การปรุงอาหาร ที่เธอไม่เน้นเตรียมเยอะ แต่ขอให้เตรียมสดเข้าไว้

ในฐานะนักกำหนดอาหารที่ถึงคราวต้องมาสวมผ้ากันเปื้อน ลงมือปรุงรสด้วยตัวเอง และเป็นเจ้าของร้านแห่งความฝัน ป๋วยอยากให้ทุกคนได้กินอาหารโฮมเมดที่ปรุงสดจานต่อจาน มีประโยชน์ครบถ้วน อร่อยได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดกับใคร

จากที่เปิดร้านขึ้นมาเพื่อพิชิตบักเก็ตลิสต์ก่อนตาย วันนี้ Little Sunshine Cafe ของป๋วยกลายเป็นพื้นที่แห่งการกินดี ส่งต่อความรู้เรื่องอาหาร เป็นจุดหมายของคนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กัน ไม่ใช่แค่เพื่อเธอคนเดียวอีกแล้ว

Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

อาหารประจำกาล

การกินแบบรักษาสมดุลที่เธอยึดถือเป็นหัวใจหลัก ส่งผลให้ทุกจานของเธอเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่ตึงเครียดจนเกินไป ไม่ได้ผัดด้วยน้ำเปล่า ไม่ตัดขาดเครื่องปรุงบางชนิด ไม่หักดิบสารอาหารบางอย่างที่สำคัญต่อร่างกายเพียงเพราะจะทำให้น้ำหนักขึ้น และพยายามสรรหาผักผลไม้ปลอดสารเท่าที่ทำได้ จากการไปเลือกเองที่ตลาดสดทุกสัปดาห์

ป๋วยตั้งใจจะเปลี่ยนเมนูทุก ๆ 3 เดือน จากความคิดที่อยากรังสรรค์เมนูอาหารให้สอดคล้องกับวัตถุดิบตามฤดูกาล และข้อเท็จจริงที่ว่าร่างกายของคนเรามีความต้องการในแต่ละฤดูแตกต่างกัน วันนี้เราจึงได้ทานอาหาร 5 จานที่มีเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น

อดสงสัยไม่ได้ว่า หากสารตั้งต้นของทุกจานคือโภชนาการและความต้องการของร่างกาย แล้วตัวตนของเจ้าของร้านที่รักการทำอาหารมากที่สุดไปอยู่ที่ไหน ป๋วยไม่อธิบาย แต่บอกว่าหากเห็นหน้าตาอาหารก็จะรับรู้ได้เอง ว่าเธอเป็นมนุษย์เพี้ยน ๆ และช่างเยอะสิ่งขนาดไหน

เต้าหู้เย็นเอดามาเมะราดซอสโชยุ

Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

ถ้าสไตล์โอกินาว่าจะใช้ถั่วเหลืองผสมถั่วลิสง ราดด้วยซอสโชยุ แต่ป๋วยปรับเป็นใช้ถั่วเอดามาเมะ มีกลิ่นคล้ายใบเตย ผสมกับแป้งเท้ายายม่อม ได้สัมผัสนุ่มหยุ่น ราดด้วยซอสจากสต็อกของสาหร่ายคอมบุกับเห็ดหอม ท็อปด้วยปูอัดกับมันแกวให้พอเคี้ยว ใส่ขิงซอยและน้ำมันพริก ช่วยให้กินแล้วสดชื่น

พาสต้ากุ้งพริกขี้หนูผักพื้นบ้าน 

Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

เส้นพาสต้าผัดกับพริกขี้หนูรสแซ่บ ถูกปากคนไทย มีเนื้อสัตว์เป็นกุ้งปลอดสารพิษ ใส่ดอกขจร ดอกโสน ถั่วแขก ผักพื้นบ้านที่จะมีแค่ 3 เดือนหน้าฝนเท่านั้น

ซุปมิโสะต้มยำเกี๊ยวซ่า

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

เป็นเกี๊ยวซ่าไส้ผักรวม เต้าหู้ และเห็ด ราดด้วยน้ำต้มยำรสแซ่บ จากปลาโอแห้งกับสาหร่ายคอมบุ ผสมกับพริกเผาทำเอง ให้ความรู้สึกเหมือนซดน้ำซุปแบบไทย ๆ ป๋วยบอกว่าเธอชอบเมนูนี้เป็นพิเศษ เพราะมีจุลินทรีย์ดี มีสมุนไพรช่วยต้านหวัด เหมาะกับหน้าฝน และคนที่ชอบอาหารร้อน ๆ ซดแล้วคล่องคอ

ข้าวไข่ข้นปลาเทอริยากิ

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

นอกจากเป็นจานที่มีสีสันสวยงาม ยังเป็นอาหารทานง่ายที่กินแล้วอิ่มท้องมาก ในหนึ่งจานประกอบไปด้วย ไข่ เนื้อสัตว์ ผัก ทานคู่กับผักดองทำเองช่วยตัดรสชาติ

สลัดยำโซบะแซลมอนย่าง น้ำสลัดยูสุ

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

เส้นโซบะคลุกน้ำยำ จากน้ำยูสุผสมซีอิ๊วญี่ปุ่น ได้รสเปรี้ยว เค็ม หวาน กับความเผ็ดจากพริกป่นนิดหน่อย ราดน้ำยำและคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทานกับแซลมอนย่างหอม และผักสลัดปลอดสารพิษ เป็นยำแบบไทย ๆ ที่กินได้ครบทุกรส

จะเห็นได้ว่าแต่ละจานที่ป๋วยยกมาเสิร์ฟ ล้วนมีองค์ประกอบเยอะมาก หน้าตาไม่เหมือนอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ใครหลายคนรวมถึงเรามักจะนึกถึงความจืดชืด ธัญพืช หรืออกไก่ไม่มีรสชาติ แต่กลับเต็มไปด้วยสีสัน สารอาหารอัดแน่น และไม่น่ากลัวเลยสักนิด อาจเป็นเพราะเธอเชื่อว่าการกินอาหารหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญ

“ถ้ากินไส้กรอกซ้ำ ๆ กัน โซเดียมเยอะมากนะ อยากกินให้หลากหลายก็ต้องหาอาหารที่มีโพแทสเซียมมาบาลานซ์กัน หรือหลากหลายสีก็จะได้วิตามินกับเกลือแร่ที่แตกต่างกัน

“ในหนึ่งเมนูของเราก็เลยหลากหลายมาก ถ้ามาหลายคนก็แบ่งกันได้ โดยรสชาติ รสสัมผัสแตกต่างกัน ไม่น่าเบื่อจนเกินไป เช่น ของว่างเรามีปาเต้ตับไก่บดกับแยมหัวหอม เต้าหู้เย็นเอดามาเมะราดซอสโชยุ เต้าหู้อบชีสเมนไทโกะ 3 อย่างนี้มีทั้งร้อนและเย็น ประเภทของอาหารก็อันหนึ่งอบ อันหนึ่งบด อันหนึ่งเป็นของเย็น

“มันง่ายตรงที่พอหลากหลาย เราก็มั่นใจได้ว่าสารอาหารจะครบ มีแป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดการกินของตัวเอง แค่รู้ว่าต้องบาลานซ์ยังไง”

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

อาหารเพื่อนสุขภาพ

เราถามป๋วยว่า เพราะอะไรร้านอาหารที่ต้องเปิดให้ได้ก่อนตายถึงมีชื่อว่า Little Sunshine เธอตอบว่า เพราะอยากเป็นร้านเล็ก ๆ ที่สร้างความสดใสให้กับคนในละแวก และยังเป็นเหมือนการจุดประกายความรู้น้อย ๆ ให้ผู้คนได้กินอย่างถูกต้อง เพราะเธอเองก็เคยผ่านช่วงที่ตึงเกินไปของชีวิต

ป๋วยเปิดอกกับเราว่า คนที่เรียนกำหนดอาหารมักมีความผิดปกติเรื่องการกิน (Eating Disorder) ที่เรียกว่าออร์โทเร็กเซีย (Orthorexia) เป็นอาการของคนที่มีความรู้เรื่องอาหารเยอะมาก จึงทำให้ระมัดระวังในการกินจนเกินพอดี เธอไม่ใส่น้ำมันในอาหารแม้แต่หยดเดียว กังวลว่าจะเผลอกินอาหารที่เป็นพิษ ป๋วยกลายเป็นคนเข้าสังคมลำบาก จากหญิงสาวที่เคยร่าเริงก็มีเพื่อนนั่งกินข้าวน้อยลงทุกที ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตโดยที่เธอไม่รู้ตัว กระทั่งได้มีโอกาสลงพื้นที่ทำงานกับชุมชนเกษตรกร ความคิดของป๋วยจึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“เรามองว่าอาหารไม่ใช่แค่สิ่งที่เรากินเข้าไปในร่างกาย อาหารคือวัฒนธรรม คือสังคม คือสิ่งรอบตัว คือระบบนิเวศ อาหารคือความสุข เราหาจุดสมดุลระหว่างอาหารที่กินแล้วดีต่อสุขภาพกับการอยู่ร่วมกับคนอื่น ความคิดเราเปลี่ยนไปเลย เราจะสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับอาหาร แทนที่จะมองว่ามันน่ากลัว ก็มองว่ามันมีดียังไง อร่อยยังไง ทำอะไรได้บ้าง

“การกินเพื่อสุขภาพ นอกจากกินอร่อยแล้วต้องอารมณ์ดีด้วยนะ ถ้ากินแล้วรู้สึกตึงเกิน ซีเรียสจังเลย เดือดร้อนกันหมดทุกคน มันก็ไม่มีความสุข”

จากประสบการณ์ในอดีต รวมถึงความรู้ความเชี่ยวชาญด้านอาหาร เธอไม่อายที่จะบอกว่าตัวเองก็เคยเคร่งเครียดกับการกินจนมีปัญหา ผ่านการรักษาคนไข้ด้วยอาหารมาจนหายดีก็หลายคน ทำให้ป๋วยพูดคุยเรื่องสุขภาพกับลูกค้าของเธอเป็นประจำ เราเองยังเผลอปรึกษาเธอหลายอย่างเพราะนึกว่ากำลังคุยกับคุณหมออยู่ แม้ป๋วยจะไม่ชอบการทำงานในโรงพยาบาลมากเพียงใด แต่การทำร้านนี้ก็เหมือนได้เป็นทั้ง 2 อาชีพที่เธอรัก ทั้งนักกำหนดอาหาร และคนทำอาหารไปพร้อมกัน ทั้งยังมีความสุขมากขึ้น

 ป๋วย-อัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์

“มีลูกค้าชวนคุยเรื่องสุขภาพของเขาทุกวัน มาสั่งว่าอยากกินข้าวผัดไม่ใส่น้ำมัน เราก็จะถามเขาว่าทำไม เพราะอะไรคะ เขาบอกว่ากลัวอ้วน เราเข้าใจนะ แต่ก็บอกว่าน้ำมันช่วยดูดซึมวิตามิน ต่อให้คุณกินผักไปเท่าไหร่ ถ้าไม่มีน้ำมันในการดูดซึมก็จะไม่เป็นผล งั้นเราขอใส่น้ำมันน้อยลงดีไหม เพราะเราใช้น้ำมันรำข้าวอยู่แล้ว เราพยายามพูดคุยกับเขา ทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความรู้กัน

“อย่างการขอลดเค็ม มันน้อย หวานน้อย หรือเป็นวีแกน เป็นคำที่เราต้องชวนคุยตลอดว่าวีแกนยังไงคะ เพราะวีแกนกับมังสวิรัติไม่เหมือนกันนะ มันมีหลายแบบมาก เราจะถามตลอดว่ากินเพราะอะไร เราต้องเปิดเลกเชอร์เดี๋ยวนี้ (หัวเราะ)

“กินได้ไม่ว่า แต่ต้องรู้ว่ากินยังไงให้ดี ให้เหมาะกับตัวเอง เราเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเขา สิ่งที่ควรต้องระวังมีอะไรบ้าง แต่ต้องให้ลูกค้าตัดสินใจเอง คนบอกว่าแพ้ เราก็จะชวนคุยตลอดว่าอาการเป็นยังไง ถ้าคนที่รู้ว่าเราเป็นนักกำหนดอาหารก็จะคุยกับเราจริงจังมากขึ้น”

หากเป็นแต่ก่อน จะมีลูกค้ามาขอให้ป๋วยทำอาหารนอกเมนูค่อนข้างมาก ปัจจุบันเธอแสดงจุดยืนชัดเจน ว่าร้านของเธอไม่ใช่ร้านอาหารวีแกน ไม่มีเมนูแพลนต์เบส แต่เธอสนับสนุนการกินอาหารให้สมดุล คัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี ออกแบบเมนูที่คิดจากร่างกายเป็นสำคัญ ยินดีที่จะให้ลูกค้าทุกท่านระบุความต้องการ และให้ความสำคัญกับสารอาหารทุกอย่างที่อยู่บนจาน

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

สิ่งหนึ่งที่เราประทับใจมาก คือ การที่คุณพลิกเมนูหน้าสุดท้ายไปดูได้เลยว่า มีองค์ประกอบใดบ้างที่กินแล้วแพ้ ฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่าการกินอาหารที่นี่จะดีต่อสุขภาพ โดยที่ยังมีโปรตีนชิ้นโต อัดแน่นด้วยเนื้อ นม ไข่ ความสุขในการกินอาหารที่ป๋วยทำ สะท้อนให้เห็นตั้งแต่การตกแต่งจานแล้วด้วยซ้ำไป

“ทุกคนกินอาหารแบบที่เรากินอยู่แล้ว แต่คุณไม่เคยมานั่งมองมันจริง ๆ ว่าคุณกินยังไงกันแน่ เราว่าการกินมันไม่จำเป็นต้องยาก เราปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ตามสิ่งที่มีตรงหน้า แค่เรามีความรู้ที่ถูกต้อง ปรับอาหารให้เข้ากับตัวเอง ไม่ต้องถึงกับเครียด”

ไม่ว่าเทรนด์สุขภาพจะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหน คนจะหันมาบริโภคนมถั่วเหลืองทดแทน หรือร้านอาหารเจ้าใหญ่จะทยอยออกเมนูแพลนต์เบส สิ่งที่ได้จากป๋วยคือการใช้ความสุขและความเหมาะสมเป็นหลักในการกิน เพราะตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ดีกว่าใคร อย่างน้อยขอให้อ่านฉลากอาหารเป็นก่อนจับจ่าย แค่หันกลับมาสนใจคนที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตก็พอ

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

Little Sunshine Cafe

ที่ตั้ง : เลขที่ 83/4 อะพาร์ตเมนต์สุทธวงษ เพลส ซอยวิทยุ 1 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (เปิดให้บริการแบบจองเท่านั้น)

โทรศัพท์ : 09 1889 8327

Facebook : Little Sunshine Cafe

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load