15 มิถุนายน 2562
1 K

ซาลาลา (Salalah) อาจจะไม่คุ้นหูมากนักสำหรับนักท่องเที่ยวไทย แต่นักท่องเที่ยวในตะวันออกกลางหรือนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่ามันมีเสน่ห์และสวยงามมากแค่ไหน ซาลาลาเป็นเมืองติดชายทะเล อยู่ทางตอนใต้ของประเทศโอมาน เป็นเมืองที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหิน น้ำตก ทะเลทราย ทะเล และชายหาด

บางคนเมื่อคิดถึงโอมานก็จะคิดว่าเป็นประเทศในตะวันออกกลางที่มีแต่ทะเลทราย ร้อน ไม่มีสีเขียวให้เห็น แต่ซาลาลาไม่ได้เป็นเมืองที่มีแต่ทะเลทรายแบบที่คิด เพราะตั้งอยู่ติดกับทะเลอาหรับที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ซาลาลามีภูมิประเทศที่แปลกประหลาดกว่าที่อื่นในตะวันออกกลาง และมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นในหน้ามรสุมคล้ายๆ กับบ้านเราเลย

คิดไม่ถึงใช่ไหมว่าประเทศในตะวันออกกลางจะมีฤดูฝนและมีพายุโซนร้อนแบบบ้านเรา ที่นี่ในช่วงมรสุม (Khareef) ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนภูมิประเทศจะเปลี่ยนจากสีเหลืองแห้งแล้งมาเป็นสีเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยต้นไม้และต้นหญ้าจากฝนที่ตกชุก ด้วยความที่มีฝนเยอะจึงสามารถปลูกพืชผักได้เยอะเช่นกัน ส่วนใหญ่จะปลูกกล้วยและมะพร้าว ซึ่งจะมีเวลาปลูกได้ประมาณ 3 – 4 เดือนในช่วงหน้าฝน ทำให้ซาลาลาช่วงหน้าฝนเต็มไปด้วยสีเขียวและความชุ่มฉ่ำ เปลี่ยนภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและทะเลทรายที่แห้งแล้งในหน้าร้อนให้กลับมามีชีวิตชีวา

ความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ซาลาลานี้เป็นเพราะตำแหน่งที่ตั้งและปริมาณฝนที่ตกมาก โดยเฉพาะช่วงมรสุม ในขณะที่บริเวณอื่นในประเทศโอมานหรือประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในช่วงหน้าร้อนที่มีอุณหภูมิสูงมาก กลางทะเลทรายอาจจะสูงถึง 50 กว่าองศาเซลเซียสเลย แต่ซาลาลาในช่วงนี้กลับมีฝนตกและอากาศเย็นสบาย

ทำให้ซาลาลาเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งต้องการหนีอากาศที่ร้อนมากในช่วงเวลานั้น เพื่อมาสัมผัสอากาศเย็นและความชุ่มช่ำจากฝน

ช่วงที่เราไปเป็นช่วงหลายเดือนก่อนหน้าฝน อากาศยังร้อน วิวทิวทัศน์ที่เห็นเลยแห้งแล้งเสียเป็นส่วนใหญ่

เที่ยวชายหาดสวยและดูยางไม้สกินแคร์ตำรับ 6,000 ปีใน 'โอมาน' ประเทศแห่งทะเลทราย

นึกถึงตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศในอ่าวเปอร์เซียคงมีแต่คนนึกถึงทะเลทรายหรือเนินทราย (Sand Dune) ไม่ค่อยมีใครคิดว่าจะมีภูเขาหินปูนหรือทะเลและชายหาดที่สวยงามแบบนี้

Frankincense (แฟรงคินเซนส์) หรือกำยาน เป็นไม้ยางหอมที่ออกมาจากต้นไม้สกุล Boswellia ไกด์เราบอกว่า เป็นสุดยอดวัตถุดิบที่ใช้ในด้านสุขภาพและความงามมานานกว่า 6,000 ปี ตั้งแต่สมัยคลีโอพัตรา ช่วยให้ผิวสดใส อิ่มเอิบ โดยนำแฟรงคินเซนส์มาเผาแล้วใช้สูดดม เป็นศาสตร์ของกลิ่นบำบัดเพื่อช่วยให้ผิวเปล่งประกายจากภายใน ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

การเก็บเกี่ยวจะทำโดยขูดเปลือกไม้ทิ้งไว้แล้วปล่อยให้น้ำยางไหลออกมา น้ำยางก็จะแข็งเป็นก้อนแฟรงกินเซสน์ จากนั้นนำมาสกัดเป็นเอสเซนเชียลออยล์เพื่อใช้ในการผลิตเครื่องหอม น้ำหอม และสกินแคร์ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้หลากหลาย ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดและความกังวล ลดการอักเสบ ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระ เป็นทั้งยากิน ยาทา และยาดม เรียกได้ว่าเป็นยางไม้มหัศจรรย์ มีคุณสมบัติครอบจักรวาล

น้ำมันหอมระเหยหรือกำยานแฟรงคินเซนส์เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของโอมาน โดยเฉพาะที่ซาลาลาซึ่งเป็นแหล่งที่ค้นพบและส่งออกมากอันดับต้นๆ ของโลก ถ้าใครเคยเดินทางผ่านโอมานไม่ว่าจะสนามบิน โรงแรม ตามร้านค้า หรือร้านอาหาร จะได้กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้อยู่ทั่วไป

เริ่มจะเห็นสีเขียว เพราะเราใกล้ถึงโอเอซิสแล้ว

โอเอซิสกลางทะเลทราย น้ำที่เห็นเป็นน้ำจืดที่ไหลมาจากภูเขา เป็นแหล่งน้ำที่ทั้งคนและสัตว์ใช้ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แม้จะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศตรงนี้เย็นสบายมาก

จิบชาและชมวิว

ภาพซาลาลาจากมุมสูงบนเครื่องบินทำให้คิดว่า Salalah is Mars on Earth เหมือนภาพที่เราเห็นในหนัง ดาวอังคารก็คงประมาณนี้ เราหลงรักซาลาลาเพราะเป็นที่ที่มีภูมิประเทศที่สวยงามและแปลกตามากๆ ภาพที่ถ่ายมาไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของตาที่เห็นเลย ใครชอบภูมิทัศน์แปลกๆ ต้องลองมาที่ซาลาลาสักครั้ง แล้วจะหลงรักแบบเรา

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

3 SEP 2019

ตอนนี้เป็นเวลา 20.45 น .ของเฮลซิงกิ (Helsinki)                                                                                                                และเป็นเวลา 00.45 น. ของประเทศไทย                                                                                                          

ฉันอยู่บนเครื่องบินและกำลังเดินทางกลับจากประเทศโปแลนด์                                                                                                       

นี่เป็นครั้งแรกของ 2 สาวพี่น้องกับประเทศที่ไม่คุ้นเคย ถึงแม้น้องชายของฉันจะไม่ได้มาด้วย แต่ฉันก็อยากขอบคุณเขาที่อยู่เป็นเพื่อนคุณย่า ทำให้พวกเราพอจะคลายกังวลได้บ้างระหว่างเดินทางไกลบ้านครั้งนี้

เราใช้เวลาเดินทางมาโปแลนด์ 4 วันกับ 3 คืน เราเที่ยวกันเต็มที่ 2 วัน เพราะอีก 1 วัน ต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่ IEC เพราะน้องสาวคนเก่งส่งงานวิจัยทางการแพทย์เข้ามา และได้รับเลือกให้มาแสดงในการประชุมครั้งนี้ ฉันภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้อย่างมากมาโดยตลอด และเธอเลือกฉันเป็นเพื่อนเดินทาง ทำให้ฉันได้เที่ยวสมใจ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์
เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ดังนั้น หน้าที่การหาที่เที่ยวทั้งหมดจึงตกเป็นของฉัน ฉันตัดสินใจจะให้เวลาและทำความรู้จักกับเมืองเพียงหนึ่งเมืองแทนการวางแผนที่จะไปเที่ยวกันหลายๆ เมือง ฉันก็รู้สึกว่าคิดถูก เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองนี้ ให้ความรู้สึกแตกต่างอยู่เสมอ ความคุ้นเคยและความเข้าใจสิ่งที่เมืองนี้เป็นทำให้เราตกหลุมรักเมืองนี้อย่างจริงจัง 

เมืองนี่คือ Krakow เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศโปแลนด์ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

31 AUG 2019

เราปักหมุดบน Google Maps มีสถานที่แนะนำหลากหลาย แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แม้เราจะวางแผนอย่างไร แต่เสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือการได้พบเจอสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น และอาหารเช้ามื้อแรกของเราก็ได้รับการแนะนำจาก Trip Advisor ซึ่งอยู่ในระยะทางใกล้พอจะเดินจากที่พักมาถึง ด้วยเวลาที่ต่างจากประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง พวกเราต้องตื่นเช้ามาก และร้านนี้เป็นเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ร้าน Charlotte คือที่ปักหมุดแรกของเรา

ระหว่างทางที่เดินเพื่อหาร้านนี้ แทบจะไม่มีคนด้วยซ้ำ เมืองเงียบเหมือนไม่มีใครตื่น ถึงแม้ถนนโล่งจะเหมาะกับการถ่ายรูปแบบไม่ติดผู้คนรอบข้าง แต่แสงก็ยังไม่พร้อมให้เราสวยผ่านเลนส์ขนาดนั้น เรามุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเช้า และต้องแปลกใจที่ตั้งแต่หน้าร้านยันในร้านมีผู้คนเต็มไปหมด พนักงานหน้าร้านยิ้มแย้ม ทักทายและเชื้อเชิญ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังกับมื้อเช้าแสนอร่อย บรรยากาศอบอุ่น พนักงานในร้านดูแลอย่างเป็นกันเองและบริการดีมาก

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

สิ่งที่ฉันประทับใจคือ ตระกร้าขนมปังกับแยมกระปุกใหญ่หลากหลายรส มีที่ตักแยมแต่ละกระปุกให้เลือกทาขนมปังอย่างเต็มที่ กระปุกแยมเหล่านี้จะเปลี่ยนไปโต๊ะนั้น โต๊ะนี้ ไม่ต่างจากเครื่องปรุงร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา

หลังจากอิ่มท้อง เราก็ตั้งใจไปเที่ยวสถานที่ใกล้ๆ กันก่อน โดยมีระยะทางเดินทางเท้าประมาณ 1 กิโลเมตรจากร้านอาหารเช้า เรากำลังไปที่ Wawel Royal Castle ระหว่างรอตั๋วเข้าชมปราสาทแถวยาวเป็นหางว่าว เนื่องจากช่องขายตั๋วมีแค่ 1 ช่อง และมีตัวเลือกสถานที่ภายในปราสาทให้เข้าชมเยอะมาก จำนวนสถานที่ก็แปรผันตามราคาค่าตั๋ว 

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ระหว่างที่เรายืนรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก็หาข้อมูลห้องที่เราอยากเข้าชมจากอินเทอร์เน็ต ทำความเข้าใจราคาและห้องต่างๆ จากการพูดคุยของคนที่ยืนอยู่หน้าเรากับคนขายตั๋ว เราเลือกแค่ State Room ห้องเดียว พอถึงคิว ใช้เวลาซื้อตั๋วเร็วมาก แม้จะเลือกแค่ห้องนี้ แต่ก็ดูห้องอื่นๆ ได้ด้วยประมาณ 20 ห้องและเข้าไปดูโบสถ์อันสวยงาม

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

หลังจากเข้าชมปราสาท เราเดินกลับมาที่จัตุรัส Rynek Glowny และเลือกเดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า นั่นยิ่งทำให้ความตั้งใจในการพิชิตภารกิจหาของฝากก็เพิ่มขึ้น ผู้คนที่เราคิดถึงจนอยากซื้อของกลับไปฝากก็มากขึ้นด้วย เลือกไปก็กดดันไปว่ายังขาดใครอยู่หรือเปล่า ซึ่งบริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยร้านอาหารและร้านขายของ มี Cloth Hall ตรงกลาง ภายในมีร้านขายของฝากเต็มไปหมด ขอเตือนว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อ แม้ของจะเหมือนกันแต่ราคาไม่เท่ากัน

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

และมื้อเที่ยงที่ค่อนไปทางบ่ายก็มาถึง เราตั้งใจตามหาอาหาร Polish แบบดั้งเดิม จากการเดินเลือกร้านจนเข่าอ่อน ก็มาหยุดที่ร้าน Hawelka สั่งเกี๊ยวสอดไส้และพอร์คชอปที่คล้ายกับหมูชุบแป้งทอด รสชาติดีทีเดียว 

เมื่อท้องอิ่มก็ขอจบทริปวันนี้ กลับที่พักไปยืดแข้งยืดขาให้สบายใจ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

1 SEP 2019

วันนี้เราตั้งใจเปลี่ยนร้านอาหารเช้า มาที่ Cafe Stare Miasto บรรยากาศแปลกตา อบอุ่น อาหารอร่อย แต่ดูเหมือนว่ากาแฟเย็นจะเป็นปัญหาในการสั่งเครื่องดื่มของเราเสียแล้ว นอกจาก Starbucks ก็ไม่มีที่ไหนเข้าใจการดื่มกาแฟเย็นของคนไทยเลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะการผจญภัยที่ไกลกว่าเดิมรอเราอยู่ ซึ่งครั้งนี้ไม่อาจเดินไปถึง

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราพึ่งพารถเมล์และรถราง ด้วยการซื้อตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง ราคา 15 PLN (ประมาณ 127 บาท) ที่เครื่องขายตั๋วบนรถ เราจ่ายด้วยบัตรเครดิตเพราะเหรียญไม่พอ คุณตาที่นั่งบนรถก็ยิ้มเอาใจช่วยด้วยความเอ็นดูว่าจะรอดมั้ย และปลายทางของเราอยู่ที่ภูเขา Manmade เป็นภูเขาที่มนุษย์สร้างขึ้น สมัยก่อนใช้สำหรับการรบ มีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายใน อากาศวันนี้แดดแรง อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียส แต่รู้สึกดีมากที่ได้ใช้เรี่ยวแรงเดินขึ้นภูเขาลูกเล็กๆ ลูกนี้

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราเดินทางกันต่อที่ MOCAK Museum of Contemporary Art in Krakow แต่รถเมล์พาเรามาไม่ถึง อาจเป็นเพราะเราเลือกสายรถเมล์ผิด ทำให้ต้องเดินผ่านตึกร้างด้วยความกังวล และคอยเตือนกันว่าอย่าเดินชิดตัวตึกนะ เพราะกลัวว่าจะมีคนกระชากเข้าไป หลังจากผ่านความตื่นเต้นระทึกใจกับตึกร้างไร้ผู้คน ก็ถึงจุดหมายและพบกับความประทับใจอย่างยากจะบรรยาย ความรู้สึกของเราคือ ศิลปะไม่แบ่งแยกภาษา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ แนะนำที่นี่มากๆ เลยล่ะ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

จบทริปชมนิทรรศการศิลปะ เราก็กลับมาที่ Rynek Growny อีกครั้ง และแวะคาเฟ่ที่พวกเราขอแนะนำมากๆ ชื่อ Café Camelot ถ้ามาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดินยิ่งโรแมนติก เพราะเขาจุดเทียนเพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่ในการวางแผนของเรา ซึ่งหลายสถานที่ก็จัดอยู่ในสถานที่แนะนำของเมืองเช่นกัน 

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

วันที่ 2 SEP 2019 เราอยู่ในงานประชุมวิชาการทั้งวัน

และวันที่ 3 SEP 2019 ก็เป็นวันที่เราเดินทางกลับประเทศไทย 

สำหรับเรา การเดินทางเป็นอะไรที่แสนพิเศษ ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเราทำในสิ่งที่เราเคยกลัวให้เกิดขึ้นจริงได้ และมีความรู้สึกมากมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ความตื่นเต้น ประหม่า กังวล หงุดหงิด สบายใจ มีความสุข และคนที่เดินทางไปกับเราก็สำคัญมาก ไม่ว่าเขาคือใคร ขอให้เป็นคนที่เรารักก็พอ 

ความรักมีให้ได้กับทุกสิ่งเสมอ และความรักจะมอบของขวัญตอบแทนเป็นความสงบสุขสู่ใจเรา

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ลลิดา ธีระโกเมน

นักจิตวิทยา รักในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ความสุข คือ หนังสือ เทียนหอม ดนตรีและเวลา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load