24 กันยายน 2564
19 K

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หากพูดถึงสกลนคร หลายคนก็คงนึกถึงวัดพระธาตุเชิงชุมฯ ผ้าคราม สาวภูไท เนื้อย่างโพนยางคำ หรืองานแห่ดาวช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่บ้านท่าแร่ ในยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19 สกลนครเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งเล็กและใหญ่ แต่ยังคงรักษาสิ่งน่ารักแบบเดิมที่เคยเป็นมาได้อย่างแข็งแรง เพราะใช้วิถีชีวิตและความเป็นสกลนครในการทำกิจการ รวมทั้งเกิดกิจการใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ที่กลับบ้าน ไปจนถึงอีกหลายกิจการที่เราอยากเอาใจช่วย 

สกลนครยังคงเป็นเมืองที่น่าค้นหา ชวนให้อยากกลับไปเที่ยวเสมอ เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนสกลนคร เราอยากแนะนำกิจการ ทั้งที่พัก อาหาร กาแฟ รวมทั้งของที่ระลึกให้ได้แวะไปอุดหนุนเมื่อได้ไปสกลนครอีกครั้ง

01

คำหอม 

คาเฟ่ที่เป็นห้องรับแขกของสกลนคร

คำหอม
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

สกลนครถือว่าเป็นเมืองที่มีคาเฟ่เยอะมาก แต่ละร้านมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ร้านกาแฟที่เป็นสไตล์คาเฟ่ส่วนใหญ่จะเปิดช่วงสายๆ แต่ถ้าตามหาคาเฟ่ที่เปิดเช้าที่สุดก็คงมีแต่ร้าน ‘คำหอม’ ที่นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นของกาแฟตอนเช้าของสกลนคร 

คาเฟ่อยู่ในซอยเล็ก ถ้าหากไม่ไช่คนสกลนครคงไม่สะดุดตา ตึกกึ่งอิฐกึ่งไม้ดูแล้วดูมีมนต์ขลัง ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้าไป มีพนักงานหน้าตาที่ยิ้มแย้มทักทายด้วยสำเนียงเหน่อสกลนครอันเป็นเอกลักษณ์ หลายคนคงงงว่า เหน่อสกลนครมันเป็นยังไง ต้องลองมาฟังเองแล้วล่ะ

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ร้านคำหอมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามความชอบของครอบครัว อ้อ-จิติภรณ์ ณ ลำเลียง เจ้าของร้านที่รักการทำคาเฟ่ และน้องสาวที่ทำเกษตรอินทรีย์ในชื่อ นาคำหอม เลยมีส่วนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรที่ปลูกเอง เช่น ผักปลอดสารพิษ สมุนไพรสกลนคร น้ำเม่า และไวน์เม่า ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่จัดแสดงและจำหน่ายผ้าครามทอมือ ย้อมสีธรรมชาติตามความชอบของคุณแม่ ตกแต่งร้านด้วยของสะสมของคุณพ่อ

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

“ตั้งใจให้คำหอมเป็นห้องรับแขกของสกลนคร อยากจะให้คนมาเยี่ยมได้เจออะไรที่มันเป็นสกลนคร ชอบที่เวลาทุกคนมาสกลแล้วก็พามาที่นี่ จะได้รู้ว่าเรามีอะไรบ้าง” เจ้าของห้องรับแขกบอก

ที่ตั้ง : 2 ถนนรัฐพัฒนา ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 10.00 น. 

Facebook : คำหอม สกลนคร

โทรศัพท์ : 08 1873 7564 

02

นาไคคาเฟ่ 

คาเฟ่และฟาร์มผักปลอดสารพิษของคนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว

นาไคคาเฟ่
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจึงเป็นที่ต้องการของคนกลุ่มนี้ สกลนครเองก็มีคาเฟ่โดยกลุ่มวัยรุ่นที่สนใจการเกษตร 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ป๊อป-ธัชฏาพร ล้อวงศ์งาม คนสกลนครรุ่นใหม่เจ้าของนาไคฟาร์มและคาเฟ่เล่าให้ฟังว่า ความตั้งใจแรกเมื่อ 2 ปีก่อนคือ อยากปลูกผักที่ไม่มีสารพิษจริงๆ ให้ครอบครัวและคนสกลนครได้กินด้วย เลยทำฟาร์มผักออร์แกนิกขึ้นมาก่อน พอเริ่มทำกิจการสักพักก็ได้รับการตอบรับดีเกินคาด เลยอยากทำคาเฟ่ให้คนที่มาเยี่ยมชมฟาร์มได้มีน้ำหวานกินและมีที่นั่งพัก นอกจากนี้ ทางร้านมีกิจกรรมให้ลูกค้ามีส่วนร่วม ทั้งปลูกผัก ตัดผัก และเปิดจำหน่ายผักที่ปลูกจากฟาร์ม เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส บัตเตอร์เฮด แถมที่ฟาร์มยังมีดอกทานตะวันไว้ให้ลูกค้าได้เดินชมและถ่ายรูปอีกด้วย 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ป๊อปบอกว่าพยายามคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็เลือกเองถึงแหล่งปลูก เพื่อการันตีว่าเป็นกาแฟที่ปลอดสารพิษจริงๆ ทางร้านยังมีเมนูเครื่องดื่มสมุนไพรไร้น้ำตาล แคลอรี่ 0 เปอร์เซ็นต์ เช่น น้ำกระเจี๊ยบพุทราจีน น้ำอัญชันมะนาวน้ำผึ้ง น้ำมะตูมเก๋ากี้ และที่ลูกค้าถามหามากที่สุดคือแยมมัลเบอร์รี่ ทางร้านการันตีเลยว่าทำจากลูกหม่อน 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ผสมน้ำตาล และเป็นลูกหม่อนที่ปลูกเองที่ฟาร์มด้วย นานๆ มีทีต้องรีบสั่งจองให้ทัน

อนาคตป๊อปมีแผนจะพัฒนานาไคฟาร์มให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น รวมถึงจะทำเป็นร้านอาหารแบบ Farm to Table อีกด้วย

ที่ตั้ง : ทางหลวงชนบท 3137 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ 08.00 -18.30 น. 

Facebook : นาไค ฟาร์ม

โทรศัพท์ : 08 8549 9980

03

TorKram 

ร้านเสื้อผ้าย้อมครามที่ตอบโจทย์ทั้งข้าราชการและวัยรุ่นชาย

TorKram

TorKram  มีสโลแกนว่า หยิบผ้าครามมาทำเท่ เป็นแบรนด์ที่ได้นำผ้าครามมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย โดยการนำมาทำเป็นสูท เสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต ซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมของกลุ่มวัยทำงานที่ชื่นชอบผ้าคราม รวมถึงกลุ่มข้าราชการรุ่นใหม่ที่ต้องใส่ผ้าครามอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสกลนคร  

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ต่อศักดิ์ เกษมสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ชาวนครพนม แต่ย้ายมาทำงานที่สกลนคร เคยเห็นผ้าครามมานานแต่ไม่กล้าหยิบมาใส่ เพราะคิดว่าเป็นผ้าของคนมีอายุ แบบเสื้อผ้าที่เคยมี เช่น เสื้อซาฟารี หรือชุดที่ใส่แล้วดูมีอายุ วัยรุ่นใส่ยาก   

จนเมื่อ 2 ปีก่อน ต่อศักดิ์มีโอกาสลงพื้นที่ชุมชน ได้เห็นกรรมวิธีทำผ้าครามและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากคราม เลยเกิดแนวคิดนำผ้าครามที่แม่ๆ ทอมาประยุกต์ให้เข้ากับวัยรุ่น ด้วยความที่ตัวเองชอบใส่เสื้อเชิ้ตไปทำงาน และชอบใส่แจ็กเก็ตอยู่แล้ว เลยลองเอาผ้าครามมาปรับให้ใส่ได้ง่ายขึ้น ในช่วงแรกทำเพื่อใส่เอง แต่พอมีคนถามหา ก็เลยเลือกผ้าครามแบบลดทอนลวดลาย มีทั้งผ้าที่ชาวบ้านทำและลายผ้าที่ออกแบบเอง แล้วสั่งให้ชาวบ้านทอมาทำเป็นเสื้อผ้าให้เข้ากับวัยรุ่น เน้นการออกแบบให้เข้ากับผู้ชาย เพราะเสื้อสำหรับผู้หญิงมีค่อนข้างเยอะแล้ว

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ต่อคราม มีหน้าร้านอยู่ที่ถนนผ้าครามสกลนคร เปิดขายเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ช่วงเย็น แต่ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ได้

ที่ตั้ง : ถนนคนเดินผ้าย้อมคราม หน้าวัดพระธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ 16.00 – 20.00 น. 

Facebook : TorKram หยิบผ้าครามมาทำเท่ 

โทรศัพท์ : 08 1263 9293

04

 Susuru ramen

ร้านราเมนเส้นสดของสกลนคร

 Susuru ramen
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ได้ยินคำบอกเล่าจากคนสกลว่าอย่าลืมไปแวะชิมราเมนเจ้าเด็ด คิดในใจว่าทำไมอยู่สกลนคร ยังให้มากินราเมน แต่ถ้าหากเจ้าบ้านนำเสนอมาขนาดนี้ ยังไงก็ต้องลอง 

หลังจากที่ได้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่หนองหาร ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์แล้ว ขับรถเลียบเลาะถนนมาไกลมากจะเจอกับร้าน Susuru ramen ที่มีโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ และจองเต็มหมดเกือบทุกวัน

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

เอ-วีรภัทร์ สุขนิ่ม เจ้าของร้านและช่างภาพนิตยสาร และ ตุ๋ย-ไพสิฐ พัฒนบวร หุ้นส่วนและเป็นผู้ทำราเมน อยากเปิดเป็นร้านอาหารจีนในตอนแรก แต่สุดท้ายก็เลือกทำเป็นร้านราเมน เพราะในสกลนครยังไม่มีและอยากให้คนสกลได้ชิม

ราเมนทำเป็นเส้นสด ทำวันต่อวัน และเสิร์ฟได้สูงสุดเพียง 37 เสิร์ฟต่อวันเท่านั้น มีเพียงแค่ 3 เมนู คือ ทงคัตสึราเมน โชยุราเมน และข้าวชาชูด้ง แต่ละเมนูคุณตุ๋ยใช้วิธีการทำทั้งหมดเหมือนแบบญี่ปุ่น แต่วัตถุดิบเป็นของที่หาได้ในท้องถิ่นแทบทั้งหมด ยกเว้นเครื่องปรุงบางอย่างที่ต้องนำเข้าเท่านั้น

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

จุดเด่นของราเมนที่นี่ผมว่าอยู่ที่น้ำซุปและหมูชาชูที่รสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยนและไม่เค็ม ทำให้รสชาติทุกอย่างค่อนข้างลงตัว

มีโอกาสมาที่สกลนครเมื่อไหร่ อยากให้แวะมาชิมราเมนแบบที่คนสกลแนะนำจริงๆ 

ที่ตั้ง : 1636, 32 ถนนรอบเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 17.00 – 21.00 น. 

Facebook : Susuru ramen

โทรศัพท์ : 09 4426 7542 

05

นอนนา สตูดิโอ

คาเฟ่ของหนุ่มเต่างอยที่กลับบ้านไปสโลว์ไลฟ์กลางนา

นอนนา สตูดิโอ
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

นอนนา สตูดิโอ ร้านกาแฟที่มีบรรยากาศอยู่กลางทุ่งนาจริงๆ ตกแต่งร้านด้วยวัสดุที่หาได้ในบ้านของ ทรงฤทธ์ มาภูธร เจ้าของร้านวัย 30 ทรงฤทธ์เป็นคนอำเภอเต่างอย ก่อนเปิดร้านกาแฟก็ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ พอได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เขาเลยกลับมาอยู่บ้าน  

เพราะชอบดื่มกาแฟและคิดอยากจะเปิดร้าน เลยช่วยกันตกแต่งร้านกับพ่อสองคน ใช้สิ่งของที่มีอยู่สร้างเป็นร้านกาแฟแบบสโลว์บาร์ที่มีกาแฟดริป ซึ่งทรงฤทธิ์สั่งเมล็ดกาแฟผาฮี้และคั่วเองด้วยมือ ได้กาแฟที่รสชาติพอดี ร้านนี้ไม่มีไฟฟ้า จึงใช้ไฟจากถ่านต้มน้ำ ใช้เครื่องบดมือบดเมล็ดกาแฟ เป็นกาแฟแบบไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไฟฟ้าของจริง 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

สิ่งที่มีมูลค่ามากอีกอย่างหนึ่ง กลายเป็นจุดดึงดูดในการท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ใหม่ให้กับคนสกลนคร คือความเขียวขจีของธรรมชาติ ชมทุ่งนา สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมหอมกลิ่นกาแฟดริป ในบางวันยังมีเพื่อนๆ นำพิณ แคน กีตาร์ มาบรรเลงเคล้าคลอกับธรรมชาติและกลิ่นอายของความเป็นอีสาน เป็นเสน่ห์ของร้านนี้แบบหาที่ไหนเหมือนได้ยาก

ที่ตั้ง : ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร 47260 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 18.00 น. 

Facebook : นอนนา studio 

โทรศัพท์ : 09 1009 0759 

06

อีหลีน่า คาเฟ่ 

คาเฟ่และสนามฟุตบอลตีนเปล่าของ ก้อง ห้วยไร่

อีหลีน่า คาเฟ่ คาเฟ่และสนามฟุตบอลตีนเปล่าของก้อง ห้วยไร่
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

อีหลีน่า คาเฟ่ เกิดขึ้นจาก ก้อง ห้วยไร่ นักร้องลูกทุ่งอีสานชื่อดังสร้างสนามฟุตบอลที่มีเอกลักษณ์ โดยใช้ก้อนฟางอัดมาสร้างเป็นอัฒจันทร์ และออกแบบให้เป็นสนามแข่งขันฟุตบอลที่มีกฎกติกาเข้ากับความเป็นท้องถิ่น คือ ห้ามใส่รองเท้า ต้องใช้เท้าเปล่าเท่านั้น โดยใช้ชื่อว่า สนามห้วยไร่ อีหลีน่า ซึ่งอาจจะใกล้เคียงหรือพ้องเสียงกับว่า อารีน่า และจัดการแข่งขันฟุตบอล ห้วยไร่คัพ ครั้งที่ 1 ในปีนั้นเอง ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก 

ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ยังจัดห้วยไร่คัพครั้งต่อไปไม่ได้ เลยปรับเปลี่ยนสนามแข่งฟุตบอลเท้าเปล่ามาเป็นคาเฟ่ 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

อีหลีน่า คาเฟ่ เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในอำเภอวานรนิวาส ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณก้อง ด้วยความคิดที่อยากพัฒนาบ้านเกิดให้มีแหล่งท่องเที่ยว อีหลีน่า คาเฟ่ ใช้พื้นที่รอบๆ สนามฟุตบอลที่เคยเป็นสถานที่แข่งขัน ออกแบบให้เป็นคาเฟ่กลางแจ้ง มีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านลูกชิ้น ร้านยำ ลูกค้าจะซื้อกลับหรือนั่งทานบริเวณที่จัดให้ก็ได้

อีหลีน่า คาเฟ่ มีจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก ทั้งสนามฟุตบอลและสะพานไม้ที่ทอดผ่านทุ่งนา ที่นี่จึงเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน 

ที่ตั้ง : สนามห้วยไร่อีหลีน่า ตำบลธาตุ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร 47120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น. 

Facebook : อีหลีน่า คาเฟ่

07

เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ

สูตรย่างเนื้อ 8 วินาทีของร้านเนื้อย่างชื่อดังเมืองสกล 

เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ถ้ามาสกลนคร ของกินอีกอย่างที่ต้องนึกถึงคือเนื้อโพนยางคำหรือเนื้อไทย-ฝรั่งเศส หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าโคขุนโพนยางคำแตกต่างจากโคขุนที่อื่นยังไง 

โคขุนโพนยางคำมีการพัฒนาสายพันธุ์และได้ความร่วมมือจากรัฐบาลฝรั่งเศส ผสมจากโคเนื้อ 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ชาโรเลย์สจากฝรั่งเศส พันธุ์ซิมเมนทอลจากสวิตเซอร์แลนด์ และพันธุ์ลิมูซีนจากฝรั่งเศส มาขุนเปิดเพลงให้ฟังเพื่อกระตุ้นการกินอาหารของวัว โคขุนที่นี่จะให้กินอาหารข้นและกากน้ำตาลเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เนื้อนุ่มและหอม 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

‘เตาถ่านโพนยางคำ’ เป็นร้านขายเนื้อย่างโพนยางคำที่นิยมของคนสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง มีเมนูสำหรับเนื้อที่เป็นเมนูเตาถ่านสุดฮอต วิธีการรับประทานคือ จะต้องเอาเนยที่ทางร้านให้มาด้วยทาลงบนกระทะร้อนก่อน จากนั้นให้นำตะเกียบคีบเนื้อมาดาดลงบนกระทะร้อนประมาณ 8 วินาที จากนั้นให้นำมาจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วขมหรือน้ำจิ้มหวานตามชอบ 

เตาถ่านโพนยางคำมีมุมเนื้อสด และผลิตภัณฑ์เนื้อโพนยางคำหั่นชิ้นขายเป็นแพ็ก รวมถึงเนื้อสไลด์พร้อมทาน เหมาะสำหรับซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน และยังมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านจำหน่ายด้วย 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ที่ตั้ง : ถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ 11.00 – 22.00 น. (ช่วงโควิด-19) ปกติเปิดทุกวัน 11.00 – 23.00 น. 

Facebook : เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ สกลนคร

โทรศัพท์ : 0 4209 2337 

08

บ้านเสงี่ยม-มณี

ที่พักน่ารักเล่าเรื่องสกลนครผ่านห้องพักในบ้านไม้เก่ารุ่นทวด

บ้านเสงี่ยม-มณี
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

บ้านเสงี่ยม-มณี ที่พักขนาด 4 ห้องนอนที่ปรับปรุงจากบ้านไม้ขนาดเล็กของปู่เสงี่ยมและย่ามณี บรรพบุรุษตระกูลสมพงษ์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2497 สืบทอดมาจนรุ่นหลานและเหลน ฟ้า-อัชฌา สมพงษ์ และ พิณ-วีริสา สมพงษ์ แปลงโฉมบ้านไม้ตะเคียนเป็นที่พักบูทีคกึ่งคาเฟ่ที่ไม่ได้มุ่งเน้นกำไร แต่เป็นการอนุรักษ์บ้านไม้แบบเก่าของสกลนครของครอบครัวเอาไว้

ชั้นล่างเป็นห้องสมุดกึ่งคาเฟ่ มีหนังสือให้นั่งอ่านเล่นระหว่างจิบกาแฟหรือน้ำผลไม้ พร้อมขายของที่ระลึกจากสกลนคร เช่น ผ้าพันคอย้อมคราม เครื่องประดับผ้าทอ ข้าวฮาง มีพื้นที่ด้านข้างยังจัดแสดงภาพถ่าย ของใช้ และสิ่งตกแต่งบ้านเก่าที่เล่าเรื่องประวัติความเป็นมาของบ้าน

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ชั้นสองและชั้นสามกลายเป็นที่พัก 4 ห้อง โดยชื่อห้องและการตกแต่งได้แรงบันดาลใจมาจากจังหวัดสกลนคร ได้แก่ 1) ห้องยลสกล ตกแต่งด้วยผ้าครามและมีวิวนอกหน้าต่างเป็นเมืองเก่า พูดถึงตัวเมืองแสนคลาสสิก 2) ห้องมนต์หนองหาร ห้องกว้างที่สุดที่ได้แรงบันดาลใจจากหนองหาร หนองน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ประมงซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่เห็นได้ในหนองหาร 3) ห้องละลานนา เคยเป็นห้องเก็บข้าวสารอาหารแห้งของบ้าน ตกแต่งด้วยกระด้ง นอกจากจะสื่อถึงเรื่องราวเดิมของบ้าน ยังสื่อถึงข้าวที่เป็นของดีของสกลนครได้อีกด้วย และห้องสุดท้ายคือห้องเล็กแต่ส่วนตัว อยู่ชั้นบนสุดชื่อ เทิงภูพาน ห้องตกแต่งสีเขียวที่ได้แรงบันดาลใจจากเทือกเขาภูพานที่ผูกพันกับคนสกลนครมานาน 

เป็นที่พักที่อยากแนะนำเมื่อได้มาเยือน เพื่อจะได้เห็นความเป็นสกลนครที่น่ารักในอีกมุมหนึ่ง 

ที่ตั้ง : ถนนเจริญเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 2727 7126

Facebook : บ้านเสงี่ยม-มณี Baan Sa ngiam-Manee

Writer

วิศิษย์ศักดิ์ อุดมมาลา

อาจารย์ด้านการท่องเที่ยวที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร สนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและ Gastronomy Tourism รวมถึงศิลปวัฒนธรรมดนตรีอีสาน

Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load