The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

The Cloud ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จังหวัดสกลนคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ทำโครงการศึกษาอัตลักษณ์ของเมืองสกลนครแล้วนำเสนอในมุมใหม่ ว่าดินแดนอีสานแห่งนี้มีเสน่ห์น่าจับตามอง ควรต่อยอดในรูปแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และน่าเดินทางไปทำความรู้จักด้วยตนเอง

สกลนครมีทรัพยากรและภูมิปัญญาน่าสนใจ ดินแดนของ 6 ชนเผ่า 2 ชนชาติ ซึ่งร่วมสร้างวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของเมือง มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และวิถีชีวิตที่ผสานหลายวัฒนธรรมอย่างลงตัว จากเมืองทางผ่านที่มีชื่อเสียงด้านวัดวาอาราม ปัจจุบันกลับปรับภาพลักษณ์และทรัพยากรเดิม เพื่อสร้างความดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม

นอกจากมีชื่อเสียงเรื่องผ้าคราม สกลนครที่เราได้สัมผัสมีมิติลึกซึ้งหลากหลาย เมืองที่เกิดจากความล่มสลายในตำนาน ผาแดงนางไอ่ มีความสามารถในการปรับตัว สะสมวัฒนธรรมแต่ละยุคไว้ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมยุคขอมโบราณ พุทธศาสนาอันเข้มแข็ง วิถีของชนเผ่าต่างๆ และชาวเวียดนามอพยพ ไปจนถึงทรัพยากรธรรมชาติ ภูเขา แหล่งน้ำ การเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูก ทั้งยังเก็บอัตลักษณ์ใหม่ๆ มาตลอดตามกาลเวลา เมืองสกลจึงเติบโตไม่หยุดนิ่ง หยิบจับทรัพยากรมาสร้างคุณค่าใหม่อย่างไม่สิ้นสุด 

จากรายงานการศึกษาที่เข้มข้น เราคัดสรรของดีสกลนคร 10 อย่าง ทั้งสิ่งของและสถานที่โดดเด่นมาให้รู้จักกันในเบื้องต้น ซึ่งอาจทำให้คุณได้รู้จักดินแดนหนองหานหลวงในแง่มุมที่แตกต่าง และหลงรักเมืองนี้กว่าที่เคย

01

โพนยางคำ

เนื้อโพนยางคำ, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

สินค้าโอท็อปอันดับหนึ่งของสกลนครคือเนื้อโพนยางคำ เนื้อโคขุนคุณภาพสูงที่เกิดจากวัวสายพันธุ์ยุโรปผสมกับวัวสายพันธุ์พื้นเมือง ปัจจุบันมีการเลี้ยงวัวสายพันธุ์ผสมนี้ใน 8 อำเภอสกลนคร นับเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงของชุมชน

ต้นกำเนิดของเนื้อโพนยางคำมาจากกองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (กรป.กลาง) ที่ตั้งเป้าส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ในที่ทุรกันดารตั้งแต่ พ.ศ. 2519 โดยได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลฝรั่งเศส โครงการเลือกดำเนินการที่สกลนครและนครพนมอย่างต่อเนื่อง จนเกิดโคลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส มากเพียงพอที่จะตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค และสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง ที่บ้านโพนยางคำ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมมาตรฐานการผลิตให้ได้เนื้อโคคุณภาพดี สะอาดปลอดภัยมากว่า 30 ปี

เนื้อโพนยางคำ, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

กว่าจะได้เนื้อวัวแสนอร่อย เกษตรกรต้องขุนโคกว่า 3 ปี ก่อนส่งให้สหกรณ์ดูแลต่ออีกร่วมปี ปัจจุบันเราสามารถชิมเนื้อโพนยางคำได้ในร้านอาหารทั่วสกลนคร รวมถึงในหลายจังหวัดทั่วอีสานและในกรุงเทพฯ แต่ถ้าอยากลิ้มรสพร้อมบรรยากาศฟาร์มร่มรื่นกว้างใหญ่ เชิญมาลองชิมเนื้อโพนยางคำได้ที่ร้านอาหารของสหกรณ์ฯ ซึ่งมีทั้งสเต๊กและอาหารอีสานให้เลือก แถมที่นี่ยังมีชิ้นเนื้อสดส่วนต่างๆ เครื่องใน และดีวัว ให้เลือกซื้อกลับบ้านอีกด้วย

02

หนองหาน

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานคือหัวใจของสกลนคร เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่เชื่อว่าเกิดจากการล่มสลายของเมืองในตำนาน นิทานเรื่อง ผาแดงนางไอ่ เล่าว่า นางไอ่คำ พระธิดาแสนงามของเจ้าเมืองเอกชะทีตา รักกับท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง ความงามของนางไอ่คำทำให้ท้าวพังคี เจ้าชายพญานาคจากเมืองบาดาลตกหลุมรัก ปลอมตัวเป็นกระรอกเผือกมากระโดดโลดเต้นบนกิ่งไม้ให้นางไอ่คำเห็น

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นางไอ่คำคิดอยากได้กระรอกเผือกจึงสั่งให้นายพรานไปจับตัวมา เมื่อจับเป็นไม่ได้ก็จับตาย ให้นายพรานยิงกระรอกเผือกเสีย ก่อนตายกระรอกพังคีอธิษฐานขอให้เนื้อตัวขยายใหญ่จนคนทั้งเมืองกินไม่หมด ชาวเมืองต่างเข้าใจว่าเนื้อกระรอกเผือกเป็นเนื้อศักดิ์สิทธิ์ จึงเฉือนเนื้อไปแบ่งปันกินทั่วเมือง ยกเว้นกลุ่มแม่ม่ายที่สังคมรังเกียจ ไม่ได้ชิมเนื้อกระรอก

คืนนั้นเมื่อพญานาคทราบข่าวว่าโอรสสิ้นชีพ ก็เกณฑ์ไพร่พลเลื้อยขึ้นมาถล่มเมืองเอกชะทีตาให้จมลง เมืองใหญ่กลายเป็นหนองหาน เหลือเพียงดอนสวรรค์และเกาะเล็กเกาะน้อยกลางทะเลสาบซึ่งเป็นที่อยู่ของแม่ม่าย ที่รอดพ้นจากความพิโรธของพญานาค

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ปัจจุบันดอนสวรรค์ เกาะใหญ่ใจกลางหนองหานถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพืชพรรณป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ต้นยางนาสูงใหญ่รกครึ้ม ด้านหน้าเกาะมีโบสถ์เล็กๆ กุฏิศาลาวัดร้าง และต้นตะเคียนคู่ที่ชาวบ้านศรัทธาในแม่ย่าตะเคียนทองศรีวิลาไล ดอนสวรรค์จึงเป็นทั้งแหล่งศึกษาธรรมชาติและศูนย์รวมความเชื่อ

ถ้ามีเวลาเที่ยวหนองหานทั้งวัน สามารถเช่าเรือไปเที่ยวพื้นที่รอบหนองหานได้หลายจุด โดยขึ้นเรือได้ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ หรือที่เรียกกันว่าสระพังทอง สวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมืองที่มีสระน้ำขุดสมัยขอม

03

วัดพระธาตุเชิงชุม

วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

วัดสำคัญริมหนองหานมีตำนานเล่าขานว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาตามริมแม่น้ำโขง เมื่อมาถึงภูน้ำลอดเชิงชุม ดินแดนหนองหานหลวงที่พระเจ้าสุวรรณภิงคาระและพระนางนารายณ์เจงเวงปกครอง ทั้งสองเสด็จมาต้อนรับพระพุทธเจ้า พระองค์แสดงปาฏิหาริย์ให้มีดวงมณี 3 ดวงพุ่งจากพระโอษฐ์ และตรัสว่าสถานที่นี้ประเสริฐ มีพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ได้ประชุมรอยพระพุทธบาทไว้ พระเจ้าสุวรรณภิงคาระซาบซึ้งยินดี จึงทรงถอดมงกุฎทองคำมาสวมบูชารอยพระพุทธบาท แล้วทรงสร้างเจดีย์ครอบเป็นพระธาตุเชิงชุม

วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ตัวเจดีย์พระธาตุตั้งหันหน้าไปทางหนองหาน สร้างด้วยศิลาแลงและหินทรายแดง มีลักษณะศิลปะแบบล้านช้าง สันนิษฐานว่าเดิมทีเป็นปราสาทหินทรายสมัยขอม ซึ่งต่อมาได้รับการบูรณะราวพุทธศตวรรษที่ 16 ยามอาณาจักรล้านช้างมีอิทธิพล วิหารข้างเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร และข้างๆ กันคือพระอุโบสถที่ได้รับการบูรณะตกแต่งอย่างสวยงาม

เทศกาลสำคัญที่นี่คืองานมนัสการพระธาตุประจำปี ตั้งแต่วันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือนยี่ ซึ่งมีกิจกรรมตลอดวัน ทั้งตักบาตรพระสงฆ์รอบองค์พระธาตุ สรงน้ำองค์พระธาตุ ประกวดขบวนแห่โคมไฟและจุดบั้งไฟด้วย

04

เทือกเขาภูพาน

เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

หนึ่งในสัญลักษณ์ของสกลนครคือเทือกเขาภูพาน อุทยานแห่งชาติอุดมสมบูรณ์ที่คั่นกลางระหว่างสกลนครกับกาฬสินธุ์ ประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง นอกจากเป็นแหล่งต้นน้ำและที่อยู่ของพืชพรรณสัตว์ป่า ที่นี่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้หนังและเพลงหลากหลาย เช่น ภาพยนตร์เก่าเรื่อง ภูพานอย่าร้องไห้ เสือภูพาน เพลง ภูพานสะอื้น ไปจนถึงงานคราฟต์ไทยอย่างผ้าย้อมครามแบรนด์ภูคราม ที่ปักลายดอกไม้จากภูพานเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานนี้มีหลากหลายมาก เมื่อขับรถขึ้นเส้นทางถนนคดเคี้ยวเหมือนงูเลื้อยที่เรียกว่าโค้งปิ้งงู จะพบจุดท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น น้ำตกคำหอม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ โดยภายในเขตที่พักของอุทยานฯ มีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และหน้าผานางเมินเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม

เทือกเขาภูพานยังมีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ ทั้งเคยเป็นสมรภูมิรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังมีถ้ำเสรีไทย ถ้ำลับที่เป็นแหล่งสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ของกลุ่มต่อต้านทหารญี่ปุ่น เมื่อมองจากที่สูงจะเห็นเป็นเพียงลานหินธรรมดาเท่านั้น ปัจจุบันถ้ำนี้เดินเท้าเข้าไปไม่ยาก เพียงเดินตามเส้นทางหลังประติมากรรม ‘ขุนพลภูพาน’ หรือ เตียง ศิริขันธ์ อดีตอาจารย์และนักการเมืองคนสำคัญ ผู้เป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยสายอีสานและสกลนคร ก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวของกลุ่มวีรบุรุษชาวอีสานในสมัยสงครามโลก 

05

ตลาดบายพาส

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

แหล่งวัตถุดิบอาหารป่าและอาหารท้องถิ่นขนาดใหญ่ของสกลนครเป็นตลาดของป่าจากภูพาน ปัจจุบันยังขายวัตถุดิบสดใหม่ทั้งจากหัวไร่ปลายนาและป่าชุมชน เช่น ผักป่า หอยป่า ปูนา จักจั่น จิ้งหรีด รังตัวต่อ ตลอดจนปลาจากแหล่งน้ำรอบๆ เช่น แม่น้ำโขง ลุ่มน้ำศรีสงครามและน้ำอูน ในหน้าฝนจะมีเห็ดป่านานาสะพรั่งให้เลือกซื้อเยอะเป็นพิเศษ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์และธรรมชาติแต่ละฤดูกาลในสกลนครและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นปรุงสำเร็จอีกหลายอย่าง ไม่ว่าเป็นคนทำอาหารหรือนักชิมก็ได้ความเอร็ดอร่อยจากตลาดแห่งนี้ 

06

พระธาตุภูเพ็ก 

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

บนยอดเขาภูเพ็กในเทือกเขาภูพาน มีปราสาทหินทรายขอมขนาดใหญ่เคยเป็นศาสนสถานฮินดู สันนิษฐานว่าสร้างในพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นพุทธศาสนสถานในภายหลัง พระธาตุภูเพ็กแสดงถึงประวัติศาสตร์เก่าแก่ของดินแดนสกลนคร โดยตัวปราสาทหลักหันหน้าไปทิศตะวันออก ปัจจุบันสภาพโบราณสถานค่อนข้างสมบูรณ์ ตัวอาคารมีห้องโถงกลางเพื่อประดิษฐานรูปเคารพ มีเรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม มุมละ 5 เหลี่ยม รวมกันเป็น 20 เหลี่ยม ด้านหน้ามีฐานหินยกสูงยื่นออกมาคล้ายกากบาท เรียกว่าโคปุระ และมีสระน้ำเล็กๆ 2 สระด้านทิศเหนือ วัตถุโบราณสำคัญของที่นี่ คือแท่นหินเจาะช่องสี่เหลี่ยม สันนิษฐานว่าเป็นแท่นบรรจุสิ่งมงคลและศิวลึงค์หินทราย

ตำนานเมืองเล่าว่า พระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มบุรุษชาวเมืองหนองหานน้อยที่ต้องการได้พระอุรังคธาตุ (กระดูกหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า โดยแข่งขันสร้างเจดีย์ใหญ่ให้เสร็จก่อนฟ้าสาง กับกลุ่มผู้หญิงเมืองหนองหานหลวงที่สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ผลสุดท้ายฝ่ายชายเป็นกลุ่มที่พ่ายแพ้เพราะหลงกลฝ่ายหญิง ซึ่งหลอกว่าดาวเพ็กหรือดาวศุกร์บนท้องฟ้าขึ้นแล้ว พระธาตุนี้จึงได้ชื่อว่าพระธาตุภูเพ็ก นับเป็นโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดศรัทธา

แม้ตอนเดินขึ้นจะต้องปีนบันได 400 กว่าขั้นจนหอบแฮ่กไปบ้าง แต่โบนัสคือวิวเมืองที่งดงามท่ามกลางหมอกจางๆ เห็นต้นไม้เขียวชอุ่มแทรกไปเมืองสกลนคร 

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

07

หมากเม่า

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

หมากเม่าเป็นผลไม้ป่าที่ขึ้นมากตามธรรมชาติในภูพาน โดยเฉพาะที่ตำบลสร้างค้อ อำเภอภูพาน ณ เส้นรุ้งที่ 16 องศาเหนือ ตัดกับเส้นแวงที่ 103 องศาตะวันออก เหตุที่เบอร์รี่ป่านี้งอกงามเป็นพิเศษ เพราะดินร่วนของเทือกเขาภูพานมีแร่ธาตุจากภูเขาไฟยุคดึกดำบรรพ์ ผลหมากเม่ามีสาร Antosiyanin สีม่วงแดงที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังช่วยต้านมะเร็ง 

ราว พ.ศ. 2535 – 2536 นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร มาสำรวจไม้ผลในพื้นถิ่น แล้วพบว่าผลไม้ป่านี้มีศักยภาพในการแปรรูป จึงนำมาวิจัยและร่วมมือกับชุมชนผลิตสินค้าจากหมากเม่า เริ่มต้นจากน้ำและไวน์หมากเม่า ด้วยคุณสมบัติค่า pH ระหว่าง 3 – 4 จึงเหมาะที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำผลไม้โดยไม่ต้องใส่สารกันบูด ดีต่อผู้บริโภค 

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ผู้บุกเบิกสินค้าหมากเม่า คือ 3 เซียนเม่า ขาน แก้วอุ่นเรือน เชี่ยวชาญการทาบกิ่ง ทองเว เพียรภายลุน ถนัดการเสียบยอด และ คนพ วรรณวงศ์ ถนัดด้านสายพันธุ์และการแปรรูป ทั้งสามร่วมมือกันปลูกหมากเม่าและพัฒนาสายพันธุ์หมากเม่า จนได้ผลผลิตลูกกลมใหญ่ อร่อย เหมาะแก่การแปรรูป โดยทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ร่วมส่งเสริมการปลูกและพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของสกลนคร สร้างอาชีพรายได้ให้กับชุมชน ไล่ตั้งแต่อำเภอโคกศรีสุพรรณ เต่างอย ภูพาน กุดบาก ไปจนถึงนิคมน้ำอูน ส่องดาว สว่างแดนดิน พังโคน ตลอดเทือกเขาภูพาน มีเครือข่ายหมากเม่าประมาณ 400 ครอบครัว มีไร่หมากเม่า 1,900 กว่าไร่ และมีโรงงานแปรรูป 15 โรงงาน

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

จากเดิมชาวบ้านนิยมกินผลสดและนำไปใส่ส้มตำ ปัจจุบันหมากเม่าถูกนำไปแปรรูปสารพัด นอกจากเครื่องดื่ม ยังมีแยมหมากเม่า คุกกี้ไส้หมากเม่า ชาใบเม่า น้ำใบเม่า สบู่และเครื่องสำอางประทินผิว เบอร์รี่สีม่วงแดงเดินทางไกลออกจากป่า มาเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่หล่อเลี้ยงรายได้ของจังหวัด 

08

หมู่บ้านท่าแร่

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชุมชนขนาดใหญ่ที่สุดของชาวคริสต์เชื้อสายเวียดนามในสกลนคร เป็นหมู่บ้านคาทอลิกที่มีสมาชิกมากที่สุดในเมืองไทย หมู่บ้านแสนสวยนี้ตั้งอยู่ริมหนองหาน ใน ค.ศ. 1884 มิชชันนารีจากฝรั่งเศสและครูเณรจากเวียดนาม ร่วมกับสมาชิกคริสตชนทั้งชาวเวียดนามและชาวพื้นเมืองนับร้อยคน รวมตัวกันต่อเรือและแพมาขึ้นฝั่งที่ฟากหนึ่งของหนองหานเพื่อตั้งรกรากใหม่ บนพื้นที่ป่าไม้ที่เต็มไปด้วยหินลูกรังหรือหินแฮ่อยู่ทั่วไป หมู่บ้านนี้จึงได้ชื่อว่าท่าแร่

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชาวท่าแรกรุ่นอพยพสวดภาวนาต่ออัครเทวดามีคาแอลเป็นประจำ จึงสร้างวัดหลังแรกในนามวัดมหาพรหมมีคาแอล ศาสนสถานนี้ได้รับการปรับปรุงและสร้างใหม่หลายครั้ง โดยอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลในปัจจุบัน สร้างใน ค.ศ. 1971 ให้เป็นรูปหัวเรือ สื่อถึงตำนานเรือโนอาห์และการกำเนิดหมู่บ้าน โดยได้รับการบูรณะปรับปรุงหลายครั้งหลังจากนั้นให้สวยสง่า เป็นศูนย์รวมจิตใจและความภาคภูมิใจของชาวท่าแร่ 

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นอกจากโบสถ์หลัก ผังเมืองของหมู่บ้านนี้สวยงามเป็นระเบียบด้วยอิทธิพลยุโรป ถนนกว้างขวางตัดตรง มีสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลฝรั่งเศสอยู่หลายหลัง เช่น คฤหาสน์โสรินทร์ ของอดีตคหบดีใหญ่ในชุมชน นายฮ้อยเลื่อง โสรินทร์ และคฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ ของนายยอแซฟ คำสิงห์ อุดมเดช ไม่ว่าเป็นบ้านสไตล์ฝรั่ง เรือนไทย หรือบ้านแบบร่วมสมัยล้วนประดับตกแต่งด้วยรูปดวงดาว ทุกเทศกาลคริสต์มาสต์ของทุกปี แต่ละบ้านจะแต่งดาวติดไฟอย่างสวยงาม ทั้งหมู่บ้านจัดงานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส มีขบวนแสงสีเสียงยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ซึ่งสะท้อนความหลากหลายด้านศาสนา และการนำทรัพยากรวัฒนธรรมมาปรับใช้ในการพัฒนาชุมชน 

09

ผ้าคราม Mann craft

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ก่อนผ้าย้อมครามจะกลายเป็นสินค้า GI ของสกลนคร เสื้อผ้าย้อมครามเคยเป็นเสื้อผ้าพื้นๆ ที่ชาวบ้านใส่ทำไร่ทำนา เพราะมีคุณสมบัติช่วยกันแดดกันยุง เมื่อเวลาผ่านไป เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันผู้คนมากขึ้น ชุมชนที่ย้อมผ้าสีธรรมชาติก็ค่อยๆ เลิกก่อหม้อย้อมครามไปเป็นลำดับ

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ครามกลับเข้ามามีบทบาทอีกครั้ง ด้วยความพยายามของทั้งภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษาที่ตั้งใจนำภูมิปัญญาเก่าแก่มาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ หนึ่งในร้านที่โดดเด่นที่สุดคือ Mann Craft ของ ปราชญ์ นิยมค้า สมาชิกกลุ่ม สกลเฮ็ด คนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านมาสร้างแบรนด์ดีไซน์เก๋ ปราชญ์เพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่นโดยทดลองทอและย้อมครามอย่างนอกกรอบ เช่น ย้อมสี Indigo Spectrum ไล่เฉดสีครามตั้งแต่อ่อนจนเข้มจัดได้ถึง 52 เฉดสี คิดค้นหมึกครามสำหรับเพนต์ลงบนผ้าแทนการย้อมแบบดั้งเดิม คลี่คลายลายผ้าทอมัดหมี่ ลายลูกแก้ว หรือลายเก่าแก่ต่างๆ ให้อยู่ในฟอร์มร่วมสมัย หรือดึงเทคนิคพิมพ์ผ้าแบบอินเดียมาสร้างคอลเลกชันใหม่ ไปจนถึงนำสีธรรมชาติจากต้นไม้ใบหญ้าอื่นๆ มาสร้างลูกเล่นสร้างสรรค์ แบรนด์นี้จึงมีความเป็นศิลปะสูง ตัวตนชัดเจน และสวยบาดใจ

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นอกจากแบรนด์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แบรนด์ในเครือเดียวกันคือร้านครามทอง ซึ่งเน้นผลิตผ้าครามสำหรับผู้ใหญ่ เช่น ผ้าซิ่นและกระเป๋าที่สวยมีระดับ ล่าสุดปราชญ์ยังเปิดสวนแมน แปลงโฉมสวนผลไม้เก่าใกล้ตัวเมืองสกลนครเป็นศูนย์เรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถมาเวิร์กช็อปย้อมครามและสีธรรมชาติอื่นๆ จากต้นไม้ที่ปลูกในสวน โดยในอนาคตที่นี่จะเปิดเป็นแหล่งจัดกิจกรรมเชิงศิลปวัฒนธรรม งานคราฟต์ สำหรับศิลปินนักออกแบบต่างๆ รวมถึงเป็น Artist Residency นับเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมของจังหวัดอย่างครบวงจร

10

นาเชือก

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมทำนาและเลี้ยงควายที่นาเชือก ชีวิตเรียบง่ายเริ่มมีรายได้เสริมเมื่อ พระอาจารย์ฉัฐกรณ์ มหาปุญโญภิกขุ พระภิกษุที่เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านเริ่มต้นโครงการว่าจ้างชาวบ้านทอผ้า ชุมชนเลยมีทักษะหัตถกรรมเพิ่มเติม ต่อมาเมื่อครามเริ่มกลายเป็นของฮิตประจำจังหวัดที่สร้างรายได้เสริมให้ชุมชนอื่นๆ ชาวนาเชือกอยากหาทางสร้างผลิตภัณฑ์ผ้า พระอาจารย์เลยแนะนำให้ใช้มูลควายที่มีเยอะในชุมชนมาย้อมผ้า เกิดเป็น ‘ก็ฝ้าย’ ร้านผ้าย้อมมูลควายเจ้าแรกของเมืองไทยเมื่อ 11 ปีที่แล้ว

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ปัจจุบัน สายสุณี และ สะไกร ไชยหงษา เป็นผู้นำในการดูแลแบรนด์ก็ฝ้าย ซึ่งมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า ผ้าพันคอโครเชต์ ตุ๊กตาควาย และของกระจุกกระจิกน่ารักสารพัด สีที่เห็นทั้งหมดมาจากมูลควาย ซึ่งแต่ฤดูกาลไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับอาหาร ฤดูหนาวจะได้ผ้าสีเข้ม ฤดูร้อนจะได้สีเขียวอมเหลืองเพราะหญ้าแห้ง และฤดูฝนจะได้ผ้าสีอมเขียวเพราะหญ้าได้น้ำมาก นอกจากนี้ยังมีการย้อมดินโคลนและเปลือกไม้ ได้เป็นคอลเลกชันผ้าสีเอิร์ธโทนที่สวย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังมีงานจักสานด้วย

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ล่าสุดนาเชือกยังผันตัวเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว โดย ‘บ้านนานายฮ้อย’ ของสองสามีภรรยาไชยหงษาเป็นศูนย์กลาง แขกที่มาเยือนสามารถนั่งจิบน้ำที่คาเฟ่เล็กๆ บนตัวบ้าน เลือกซื้อสินค้าผ้าย้อมสีธรรมชาติสารพัด นวดแผนไทย สปาโคลนในกระทะร้อน และทีเด็ดคือนั่งเรือไปเกาะควาย เกาะเล็กๆ ที่เลี้ยงควายแสนเชื่องอย่างอิสระ เต็มไปด้วยนกป่าและต้นไม้นานา วิวธรรมชาติที่นี่สวยแบบ 360 องศา งดงามไม่แพ้เมืองนอกเลยทีเดียว

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

19 พฤศจิกายน 2565

“เดือนนี้ไปเที่ยวกรุงเทพฯ กับเราไหม” 

ประโยคคำถามสั้น ๆ ที่เราอยากให้ทุกท่านสะกิดชวนคนข้างกาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ให้ร่วมกันคว้ากระเป๋า สะพายกล้อง และตบเท้าออกจากบ้าน มาสร้างความทรงจำร่วมกันกับกรุงเทพมหานคร ในเทศกาล Colorful Bangkok 2022 ฤดูหนาวนี้มีนิทรรศการมากมายที่ตระเตรียมไว้ให้ทุกท่านได้มาเชยชม ทั้งการจัดแสดงภาพศิลปะจากศิลปินมากฝีมือ การแสดงแสงสีสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการแสดงดนตรีรวมถึงละครเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ ฉะนั้น ไม่ว่าจะฉายเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือยกพวกพ้องมาเสพงานศิลป์ ชมแสงสี หรือดื่มด่ำกับเสียงดนตรีก็ดี เดือน 11 นี้กรุงเทพมหานครจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานหลากสีสัน ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัยแน่นอน

คอลัมน์ Take Me Out ขอส่งมอบเช็กลิสต์ที่มัดรวมกว่า 20 นิทรรศการศิลปะ แสงสี และดนตรีจากทั่วทุกสารทิศของกรุงเทพมหานคร ประจำเดือนพฤศจิกายน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ 

ถ้าพร้อมแล้ว ก็คว้าแขนคนข้าง ๆ ออกเดินทางไปพร้อมกันเลย!

หมวดที่ 1 
นิทรรศการศิลปะ

01 
Mind and Body: An Abstract Conversation

นิทรรศการงานศิลป์เชิงนามธรรม ชวนขบคิดเรื่องกายและจิตของ 6 ศิลปินหญิง 

กายและจิต เป็นสองสิ่งที่สัมพันธ์กันอย่างยากที่จะแยกขาด 

หากพลังใจมา แรงกายย่อมเกิด แต่ถ้าใจไม่สู้ ร่างกายก็คงต้องยอมยกธงขาวไปตามระเบียบ

ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยนิทรรศการ Mind and Body: An Abstract Conversation ที่ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) มาเป็นภัณฑารักษ์

ภาพ : MOCA Bangkok

งานนี้เหมาะกับผู้ที่อยากสงบจิต สงบใจ แนะนำให้จูงมือกันไปสำรวจและทบทวนเบื้องลึกของจิตใจที่สัมพันธ์กับการกระทำทางกาย ผ่านการเดินชมงานศิลปะเชิงนามธรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะการจัดวาง จากฝีไม้ลายมือ 6 ศิลปินหญิง ได้แก่ อัจจิมา เจริญจิตร, อลิสา ฉุนเชื้อ, กวิตา วัฒนะชยังกูร, ชนิดา อรุณรังษี, เต็มใจ ชลศิริ และ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ ที่เรียนรู้กระบวนการฝึกจิตให้นิ่ง ด้วยการโฟกัสกับการวาดรูปแทนการจมจ่อมอยู่กับอาการปวดกระดูกของตน จนเกิดไอเดียในการนำโครงกระดูกและหัวกะโหลกมาเป็นองค์ประกอบในภาพวาด

ภาพ : MOCA Bangkok

เรารับรองว่านอกจากคุณจะได้เสพงานศิลป์เพื่อสร้างความสุนทรีย์จากนิทรรศการนี้แล้ว คุณจะตกตะกอนความคิดจนรู้เท่าทันจิต เข้าใจตนเอง รวมถึงเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริงด้วย 

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.30 – 19.30 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ART Space by MOCA BANGKOK โรงแรมโฟร์ซีซันส์ 300/1 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

02
BRUTAL CLUB A Solo Exhibition by Karms

นิทรรศการภาพวาดสีน้ำมัน คาแรกเตอร์มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

หนึ่งในศิลปินมาแรงไม่แพ้ใคร ก้าม-ธรรมธัช สายทอง หรือ KARMS มาพร้อมกับนิทรรศการ BRUTAL CLUB ภาพวาดสีน้ำมันชุดใหม่ แต่คงความเอกลักษณ์โดดเด่นไว้เช่นเคย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘อิสระในกรงขัง’ แสดงให้เห็นจิตใจของมนุษย์อีกด้านหนึ่งที่ยากแท้หยั่งถึง รอคอยการปลดปล่อยสู่โลกภายนอก แต่โลกภายนอกที่คิดว่าอิสระอาจเป็นเพียงกรงขังอีกใบที่ขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง โดยเขาเปิดเผยอีกแง่มุมของจิตใจผ่านคาแรกเตอร์ภูตผีตัวจ้อยสุดน่ารัก แฝงด้วยความประหลาดพิลึกชวนฉงน ที่ดึงดูดพวกเราเดินเข้าไปชมงานในห้องจัดแสดงมืด ๆ อันลึกลับ

หากอยากมาตื่นเต้นไปกับมุมมืดของจิตใจมนุษย์ที่ถูกบดบัง และชมภาพวาดจิตรกรรมดั้งเดิมผสานองค์ประกอบศิลป์ของแสง สี และเงา อันเป็นเอกลักษณ์จากศิลปินคนนี้ มาพบกันได้ในนิทรรศการ เพราะภูตผีน้อยทุกตัวรอคอยให้คุณเปิดประตูและเข้าไปเยี่ยมชมอยู่ในห้วงแห่งความลึกลับ

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

03
ที่ชอบที่ชอบ : Do what you like | Love what you do

นิทรรศการศิลปะนานาเทคนิค จากเหล่าศิลปินอิสระที่จัดนิทรรศการทำในสิ่งที่ชอบ

หากพูดถึงนิทรรศการศิลปะ คงเต็มไปด้วยศิลปินที่พร้อมนำเสนอผลงานของตัวเองออกมาด้วยความจริงจังและตึงเครียด แต่ไม่ใช่สำหรับนิทรรศการ ‘ที่ชอบที่ชอบ’ นำทีมโดย สันติ แต้พานิช และผองเพื่อน ที่นิยามตนว่าเป็นเพียงคนชอบทำงานศิลปะ นำเสนอผลงานออกมาในแบบที่ตนชอบ โดยมีคอนเซ็ปต์งานว่า “ทำในสิ่งที่ชอบ ชอบในสิ่งที่ทำ” บอกเลยว่างานที่จัดแสดงก็สมกับชื่อนิทรรศการ

ภายในงานรวบรวมความชอบศิลปะของศิลปินแต่ละคนจากหลากหลายแขนงและเทคนิค มีผลงานตั้งแต่ภาพถ่ายยันภาพวาด ทุกคนที่มาชมงานจะพบกับความชอบของ สันติ แต้พานิช, แคลร์ ปัจฉิมมานนท์, อุษา มานิตานนท์, พนอจิต, มนุษย์ถั่ว, คณธร ทับวิไล และ โต๊ด โกสุมพิสัย ผ่านทางนิทรรศการนี้ เรียกได้ว่าถูกใจคนชื่นชอบงานศิลป์แน่นอน

ศิลปินทุกคนยังยืนยันคำเดิมว่า แค่อยากทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านั้น พวกเขาหวังแค่เพียงผู้คนที่มาพบเห็นจะรู้สึกชอบมันไปด้วยไม่มากก็น้อย

จัดแสดงถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : 6060 Art Space 27 ซอยประดิพัทธ์ 21 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1890 1554

04 
Wherever Belong It Whenever Comfort

นิทรรศการปุยเมฆแห่งความสบายใจ ให้ผู้ชมมาปล่อยใจคิดถึงสถานที่ที่รักอย่างอิสระ 

ทุกคนมีสถานที่ในใจที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็เป็นความสบายใจเสมอ ไม่ว่าก้อนความทรงจำนั้นจะเกิดขึ้นในวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ก็ตาม นี่คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ Petchsh หรือ เพชร-สิระ หอมจันทร์ ศิลปินผู้ถ่ายทอดก้อนความคิดที่มีต่อสถานที่ต่าง ๆ ออกมาเป็นภาพปุยเมฆขาวล่องลอยเหนือบรรยากาศของวันวาน เพชรเน้นสำรวจก้อนความถวิลหาอดีตในด้านบวก ถ่ายทอดออกมาทั้งอดีตที่เกิดขึ้นจริงและอดีตในจินตนาการ เธอชักชวนให้พกภาพถ่ายสถานที่ในใจมาด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ Interactive กับประติมากรรมเชิงจัดวางที่จะได้พรินต์ภาพนิ่งติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นที่ระลึก

มานั่งปล่อยใจล่องลอยดั่งปุยเมฆไปพร้อม ๆ กันในนิทรรศการ Wherever Belong It Whenever Comfort พื้นที่ที่ให้เราตกอยู่ในห้วงความคิดที่มีต่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่งอย่างเต็มที่ ไม่ว่าประสบการณ์นั้นจะเคยเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงความฝันก็ตาม เพื่อให้สารสุขในสมองออกมาทำงาน ให้จิตใจเกิดความเบาสบาย และปลายทางเพื่อให้ผู้ชมได้รับสภาวะ ‘ตัวเบา’ ดั่งปุยเมฆเมื่อออกจากสถานที่แห่งนี้ 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 07.30 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Palette Artspace ชั้น 4 เลขที่ 1057 ซอยสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 06 4587 6788

05
India My Love (อินเดียมายเลิฟ) 

นิทรรศการภาพถ่ายสตรีทธรรมดาแต่เหนือจริงของมือกีต้าร์วงทีโบน

ธรรมดาแต่น่าพิศวงอาจเป็นคำจำกัดความที่พอจะอธิบายนิทรรศการชุดภาพถ่ายสตรีท ‘อินเดียมายเลิฟ’ ของ กอล์ฟ-นครินทร์ ธีระภินันท์ มือกีต้าร์วงทีโบนได้ กอล์ฟเอาชนะความกลัวอินเดียของเขาด้วยการเก็บภาพฝูงชน ความสับสนอลหม่าน และสิ่งที่พบเจอข้างทาง จนประกอบร่างออกมาเป็นนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรก

เขาหันมาสนใจการถ่ายภาพสตรีทอย่างจริงจัง เพราะมองว่าการถ่ายภาพประเภทนี้ใช้ทักษะคล้ายคลึงกับการด้นสดตอนเล่นกีตาร์ ต้องลื่นไหล เป็นอิสระ และกลืนไปกับสิ่งรอบข้าง นี่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาคว้ากล้องและออกเดินทางไปยังอินเดีย การบันทึกภาพผ่านเลนส์ในครั้งนี้ทำให้กอล์ฟตกหลุมรักประเทศนี้เข้าอย่างจัง 

หนึ่งในภาพจำของนิทรรศการนี้คือ ภาพเศียรของพระศิวะลอยปริ่มน้ำ โดยมีมือหญิงสาวเล็บสีเขียวจับราวด้านหน้าเอาไว้ คล้ายกับพยุงตัวไม่ให้จมน้ำ ยิ่งมองยิ่งชวนฉงน แลดูเหนือจริง แต่ก็ชวนตั้งคำถามว่า ผู้ถ่ายกำลังพยายามสื่อสารอะไร เราอาจได้เห็นอินเดียมาหลากหลายรูปแบบ แต่รับรองว่าอินเดียในมุมมองของกอล์ฟนั้น สะท้อนความจริงและความแตกต่างได้อย่างน่าพิศวง

จัดแสดงถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 11.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Kathmandu Photo Gallery เลขที่ 87 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2234 6700 หรือ 08 5199 4050

06 
Yesterday I was, Tomorrow I will be 

นิทรรศการเดี่ยวครั้งสุดท้ายของ Pomme Chan ตอกย้ำแนวคิดความสำเร็จต้องใช้เวลา

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ความสำเร็จก็เช่นกัน

ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan ศิลปินนักวาดภาพประกอบสินค้าผู้เลื่องชื่อและคว่ำหวอดอยู่ในวงการศิลปะมากว่า 2 ทศวรรษ เธอเป็นคนหนึ่งที่พิสูจน์แล้วว่า ‘Good things take time’ เพราะสิ่งดี ๆ ย่อมใช้เวลาในการสร้างให้มันเกิดขึ้น

ภาพ : River City Bangkok

นิทรรศการ Yesterday I was, Tomorrow I will be จึงเปรียบเสมือน Lifetime Exhibition ขนาดย่อมที่รวบรวมผลงานกว่า 1,000 ชิ้นมาจัดแสดงไว้ ณ ที่เดียว แอบกระซิบว่ามีตั้งแต่ผลงานที่เธอวาดเป็นชิ้นแรก รวมถึงผลงานที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนด้วย เช่น ผลงาน Tiger รูปปั้นเสือหน้าตาน่ารักประดับลวดลายด้วยดอกไม้ตามตัว สะท้อนให้เห็นตัวตนของเธอในแง่มุมที่คนทั่วไปอาจไม่เคยคิดถึง ว่าเธอเป็นนั้นเป็นคนใจดีคนหนึ่ง ขัดกลับภาพลักษณ์ที่บางคนอาจมองว่าเธอดูน่าเกรงขามและเข้าถึงยาก

ภาพ : River City Bangkok

ความน่าสนใจของนิทรรศการนี้อยู่ที่การเล่าเส้นทางอาชีพของ Pomme Chan โดยไล่เรียงเป็นไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่เธอเริ่มตะหวัดปากกาหมึกดำเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน วันที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมความงดงามให้แก่ลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ มีโอกาสได้ร่วมงานกับสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก จนประสบความสำเร็จถึงขนาดเปิดแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเป็นของตัวเอง

ภาพ : River City Bangkok

พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ Pomme Chan จะจัดแสดงผลงานในฐานะนักวาดแล้ว เพราะหลังจากนี้เธอจะหันไปสวมหมวกนักธุรกิจเต็มตัว

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

07
Bangkok Art Biennale 2022 (BAB)

เทศกาลศิลปะจากศิลปินนานาชาติในหลากโลเคชันทั่วกรุงเทพฯ

Bangkok Art Biennale 2022 กลับมาในธีม ‘โกลาหล : สงบสุข’ (CHAOS : CALM) สะท้อนความโกลาหลทางสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ ขณะเดียวกันการปรับตัวเพื่อสร้างความสงบทางจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของเราดำรงอยู่ต่อไป โดยครั้งนี้กรุงเทพมหานครจับมือกับแม่ทัพใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่งท้ายโควิดด้วยการจัดนิทรรศการแสดงศิลปะนานาชนิดกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินกว่า 73 ชีวิต เพื่อสะท้อนมุมมองของศิลปินในยุคหลังวิกฤตโรคระบาด

ไปดูงานศิลปะจัดวางของปรมจารย์ แอนโทนี กอร์มลีย์ (Antony Gromley) จัดแสดง ณ วัดโพธิ์ สะท้อนให้เห็นความสนใจที่เขามีต่อศาสนาพุทธและเชน โดยงานชิ้นแรก ‘Connect’ จะเชื่อมโยงระหว่างที่ว่าง แสงสว่าง เข้ากับโครงร่างของมนุษย์ และชิ้นที่สอง ‘Contain’ แสดงถึงร่างกายที่สำนึกรู้

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคืองาน ‘The Standard’ ของ น้ำอุ่น-พิชชาภา หวังประเสริฐกุล กล่องสี่เหลี่ยมใสขนาดพอดีตัวที่มีเธอนั่งอยู่ข้างในพร้อมใช้ชีวิตและอิริยาบถทั่วไปในชีวิตประจำวัน งานนี้สะท้อนใจใครหลายคนให้เห็นภาพชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ถูกกดขี่จากระบอบสังคมทุนนิยม ซึ่งบอกให้เราพอใจกับความอัตคัด แลดูอึดอัด สิ้นหวัง ราวกับติดคุกกระจกที่มองไม่เห็น แต่จะผลักออกก็ไม่ได้ 

ทีเด็ดสุดท้ายที่เราอยากให้ไปเยี่ยมชมคือ งานศิลปะเสมือนจริง (Virtual Art) ของ Uninspired by Current Events ที่เน้นรังสรรค์งาน จิกกัด เสียดสีสังคมปัจจุบันสมชื่อด้วยธีมเหนือจริง

ภาพของเขาติดตาอย่างน่าพิศวง เหมือนคำถามปลายเปิดที่ติดอยู่ในห้วงความคิดให้เราตีความว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร ในเทศกาลใหญ่อย่าง BAB แน่นอนว่า Uninspired by Current Events ไม่ได้มีแค่ภาพมาจัดแสดง แต่ยังนำเสนอเกมที่มีวัตถุหลักเป็นอนุสาวรีย์สำคัญ ๆ ในประเทศไทยให้ผู้ชมเข้าไปลองเล่น ซึ่งในตัวเกมยังไม่วายชวนผู้ชมตั้งคำถามเกี่ยวกับขั้วอำนาจทางการเมืองไทยด้วย

ศิลปิน แอนโทนี กอร์มลีย์

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 08.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) 

2 ถนน สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 3057 7100

ศิลปิน พิชชาภา หวังประเสริฐกุล และ Uninspired by Current Events 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8-9

939 ถนนพระรามที่ 1 แขวง วังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630

08
I TOMATO YOU

นิทรรศการที่พกความแสบซ่าและความน่ารักมากองไว้เต็มอก

         Tomato Girls คือชื่อคาแรกเตอร์ของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มแดง 2 ลูก บนภาพวาดสีสันสดใสของ สิรินาฏ สายประสาท หรือที่รู้จักกันในชื่อ S I R I ศิลปินเจ้าของนิทรรศการเดี่ยว I TOMATO YOU ที่กำลังจัดแสดงอยู่ ณ ไอคอนสยามในเวลานี้       

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ S I R I กำลังฝึกฝนการวาดภาพ ควบคู่ไปกับการเฝ้ามองลูกแฝดทั้งสองค่อย ๆ เติบโต วันนั้น ขณะสองแฝดกำลังวิ่งซุกซนอย่างสนุกสนาน เธอก็สังเกตเห็นสีแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศแต้มอยู่บนแก้มทั้งสองข้างของเด็กทั้งสองคน จึงอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพความสดใสที่เต็มล้นไปด้วยบริสุทธิ์เอาไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นคาแรกเตอร์สุดน่ารักบนงานวาดที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

ความโดดเด่นของภาพวาดที่ S I R I ถ่ายทอด คือเรื่องราวน่ารักของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มสุกปลั่งในสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านลายเส้นซุกซน เข้าถึงง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาแนวคิดการเทียบเคียงของสิ่งรอบตัวเอาไว้ให้ชวนค้นหาคำตอบ

การวาดรูปสร้างความสุขได้ไม่ต่างจากการที่ได้เลี้ยงดูลูกแฝดทั้งสอง รูปภาพของเธอจึงเต็มไปด้วยความรักและสีสันสดใส ทำให้ผู้พบเห็นมองแล้วเบิกบานไปทั้งหัวใจจนต้องเผลอยิ้มออกมา

นั่นเองคือหัวใจหลักของผลงานจากศิลปินนาม S I R I 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 21.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

09
Old Wound (แผลเก่า)

นิทรรศการภาพจิตกรรมที่ยืมต้นแบบมาจากหน้าปกสื่อสิ่งพิมพ์

‘แผลเก่า’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ความรักของขวัญกับเรียม แต่ยังสะท้อนถึง ‘แผลเรื้อรัง’ ในสังคมไทยที่กินเวลายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง ทหาร และภาพลักษณ์ของพระราชวังในอดีต นิทรรศการเดี่ยวโดย ประทีป สุธาทองไทย ศิลปินผู้รักการตั้งคำถาม ได้จัดแสดงผลงานกว่า 25 ชิ้น โดยครั้งนี้ประทีปจัดวางตัวเองเป็น ‘สื่อ’ ในร่างจิตรกร

เขารังสรรค์ผลงานแบบหนึ่งต่อหนึ่งจากหน้าปกของสื่อสิ่งพิมพ์ไทยหลากยุคสมัย อาทิ หนังสือพิมพ์ ประชาชาติ นวนิยาย แผลเก่า หนังสือ ละครการเมือง และ อนุสาร อ.ส.ท. เพื่อสะท้อนอิทธิพลของสื่อในการสร้างภาพจำในแต่ละยุคสมัย งานจิตรกรรมชุดนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อที่ศิลปินต้องการถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมาโดยไร้ซึ่งอคติและอารมณ์ร่วม เพื่อให้ดวงตาของผู้ชมได้ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวแปร’ ในการตีความด้วยบริบทของสังคมในปัจจุบัน มาช่วยกันสำรวจวิธีการจัดวางตัวอักษรและภาพว่าประทีปจะซ่อนบทสนทนาทางสังคมอะไรไว้ในงานชุดนี้บ้าง 

จัดแสดงถึงวันที่ 21 มกราคม 2566 เวลา 10.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

(เปิดวันอังคาร-เสาร์ ปิดทุกวันอาทิตย์-จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สถานที่ : SAC Gallery ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 39 ถนนสุขุมวิท ใกล้กับ Raveevan Suite, 39 Boulevard (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 8237 และ 0 2258 5580 ต่อ 401

10
The Art of Banksy: “Without Limits” 

นิทรรศการเสียดสีสังคมของศิลปินสตรีทอาร์ตชาวอังกฤษจัดแสดงที่ไทยครั้งแรก

เชื่อว่าต้องเคยผ่านตากันมาบ้างกับผลงานของ Banksy ศิลปินสตรีทอาร์ตนิรนามสัญชาติอังกฤษ อย่าง Girl with Ballon ภาพเด็กผู้หญิงทำท่าไขว่คว้าหรือปล่อยลูกโป่งล่องลอยไปในอากาศ หรือ Rage, The Flower Thrower ภาพชายขว้างระเบิดช่อดอกไม้ เขาขับเคลื่อนสังคมผ่านเนื้อหาที่กระตุ้นให้ฉุกคิดถึงการเมือง เสียดสีสังคมและทุนนิยมอย่างเจ็บแสบ ทว่าสอดแทรกความขบขันอยู่ในที

ฤกษ์งามยามดี ประเทศไทยจัดงานนิทรรศการ The Art of Banksy: Without Limits เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากตระเวนทัวร์มาแล้ว 18 เมืองทั่วโลก มีผู้ชมไม่ต่ำกว่าล้านคน

คิด-คณชัย เบญจรงคกุล เป็นภัณฑารักษ์จัดงาน ด้วยความตั้งใจให้งานนี้เป็นเหมือนสถานที่รวบรวมชิ้นงานของ Banksy ที่กระจัดกระจายอยู่ตามท้องถนน ให้คนทั่วไปเข้าชมได้โดยไม่ต้องตีตั๋วไปไกลถึงต่างประเทศ นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานหลากหลายรูปแบบไว้กว่า 150 ชิ้น โดยมีผลงานจริง 32 ชิ้น รวมถึงผลงานที่ทำซ้ำขึ้นมาด้วยเทคนิค Stencil หรือการฉลุลาย

ไฮไลต์ของงานที่พลาดไม่ได้ คือ ผลงานชิ้นยักษ์ใหญ่ อย่างการจำลอง Dismaland สวนสนุกสุดหดหู่ และ Infinity Room ห้องกระจกที่พาเราไปท่องโลกของ Banksy อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะเป้าหมายของนิทรรศการคือความต้องการสร้าง Total Experience ที่ดีให้แก่ผู้เข้าชม มากกว่าการแปะป้ายว่างานไหนเป็นงานออริจินัลหรืองานทำซ้ำ เราจึงอยากเชิญชวนเพื่อนนักอ่านมาร่วมทำความเข้าใจและขบคิดถึงสาระสำคัญที่แฝงไว้ในงานศิลป์ของ Banksy ด้วยกัน

จัดแสดงถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 (ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชม : บัตรราคาใบละ 250 บาท

สถานที่ : MOCA BANGKOK ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2016 5666

หมวดที่ 2
การละครและดนตรี

01
โขน ตอน ‘สะกดทัพ’

ยกขบวนชมการต่อสู้สุดตระการตาของหนุมานและไมยราพ

นอกจากงานศิลปะร่วมสมัยที่เล่ามาข้างต้น Colorful Bangkok ยังชวนทุกคนออกมาสร้างความสุขในวันหยุดด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมต้องไม่พลาดการแสดงโขน ตอน ‘สะกดทัพ’ โดย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพราะเต็มไปด้วยแสง สี เสียง สุดแสนตระการตา พร้อมกับโชว์สุดพิเศษที่มีความโดดเด่น 5 จุดใหญ่ 

จุดที่ 1 นี่เป็นครั้งแรกที่มีการฟื้นฟูเพลงหน้าพาทย์ดำเนินพราหมณ์ที่ใช้กับตัวโขนไมยราพ ซึ่งมีความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หาได้ยากในปัจจุบัน โดยมี อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย เป็นที่ปรึกษาอาวุโส และมีกระบวนท่ารำที่ไม่ค่อยปรากฏที่ไหน แต่มีแสดงโชว์ในงานนี้

จุดที่ 2 เตรียมพบกับความอลังการและศิลปะความงามฉบับไทยกับการแต่งองค์ทรงเครื่องของไมยราพตามบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 แถมออกแบบเครื่องแต่งกายขึ้นมาใหม่กว่า 100 ชุด

จุดที่ 3 คือความสนุกสนานเร้าใจจาก ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดงและเขียนบท ที่ใส่การผจญภัยของยอดทหารวานรที่ต้องฝ่าฟัน และความมันอีกหลาย ๆ ด่านเอาไว้ในเนื้อเรื่อง รับประกันความสุดเหวี่ยง ถึงขั้นต้องใช้นักแสดงบทหนุมานถึง 7 คนในการแสดงแต่ละรอบ

จุดที่ 4 ความอลังการของฉากและเทคนิคกลไกสุดน่าทึ่ง สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ

และความพิเศษจุดที่ 5 คือความสามารถของนักแสดงโขนรุ่นเยาว์ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ใช้เด็กประถมศึกษา 7 คน อายุตั้งแต่ 9 ปี ซึ่งฝึกฝนอย่างเข้มข้นเพื่อรับบท มัจฉานุ ลูกชายของหนุมานกับนางสุวรรณมัจฉา เป็นความพิเศษสุดที่ใช้พลังของนักแสดงตัวจิ๋วในการโชว์ครั้งนี้ด้วย

จัดแสดงถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง

ค่าเข้าชม : นักเรียน 180 บาท บุคคลทั่วไป 1,800 / 1,500 / 1,000 / 800 / 600 บาท

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หอประชุมใหญ่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2262 3456

02
เทศกาลละครกรุงเทพ 2565 (Bangkok Theatre Festival 2022)

เทศกาลศิลปะการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ฉลองครบรอบความสำเร็จ 2 ทศวรรษ

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลละครกรุงเทพ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และโรงละครทั่วกรุง

ก่อนอื่นขอเล่าประวัติย่อให้ฟังสักนิดว่า เทศกาลละครเวทีกรุงเทพมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มศิลปะการแสดงที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นศูนย์กลางสำหรับคนที่มีใจรักละครเวที อีกทั้งเป็นพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมละครเวที โดยให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่ได้เฉิดฉาย ก่อให้เกิดการสร้างและส่งต่อวัฒนธรรมการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทย จนถึงตอนนี้เทศกาลละครกรุงเทพเดินทางมาถึงปีที่ 20 อย่างเป็นทางการ จึงขอเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยการแสดงหลากหลายประเภทในธีม Reimagine ให้ผู้ชมได้เลือกสรรมากกว่า 30 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นละครใบ้ ละครพูด ละครเพลง นาฏศิลป์ร่วมสมัย ฯลฯ พร้อมทั้งเวิร์กชอป เสวนา และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย

ไหน ๆ แล้ว ขอหย่อนรายชื่อการแสดงไว้กระตุ้นความสนใจกันสักหน่อย อาทิ ละครพูด เรื่อง ๔ แผ่นดินs (The Last Ten Years) โดยคณะละครอนัตตา ว่าด้วยเรื่องการออกเดินทางในช่วงสิบปีสุดท้ายที่เหลืออยู่ของมาดามเพ็ชช์ บางกอกเกี้ยนที่มีชีวิตอยู่มาถึง 4 ยุค และการเต้นร่วมสมัย ORGANIZED CHAOS โดย LORDFAI ที่สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงและการพึ่งพาอาศัยอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกสิ่งมีชีวิต

ใครยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน อยากชวนมาร่วมชมว่าแต่ละคณะการแสดงเขาจะมีวิธีตีความและถ่ายทอดเรื่องราวในแง่มุมใหม่ ๆ ยังไงกันบ้าง ส่วนใครที่จะพาเพื่อนต่างชาติไปชมด้วยก็ได้ เพราะการแสดงหลายเรื่องมีคำบรรยายเป็นภาษาไทยให้พร้อมสรรพ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาตามตารางการจัดแสดง

ค่าเข้าชม ราคาแตกต่างกันไปสำหรับการแสดงแต่ละเรื่อง

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 939 ถนนพระรามที่ ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630-8

03 
Zimerman Plays Beethoven Piano concerto No.4 

การแสดงเปียโนคอนแชร์โต โดยนักเปียโนเลื่องชื่อ Krystian Zimerman

นานาความสนุกและงานรื่นเริงที่ขาดดนตรีและเสียงเพลงก็เหมือนหาดทรายไร้ปราสาท กระดาษขาวไร้สีสัน ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บทประพันธ์คลาสสิกผลงานชิ้นเอกของ Beethoven คีตกวีข้ามกาลเวลากำลังจะถูกหยิบขึ้นมาบรรเลงอีกครั้ง โดย Krystian Zimerman นักเปียโนเลื่องชื่อชาวโปแลนด์ 

ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ยามนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม เป็นเวลาที่ม่านการแสดงเปิดขึ้น บทบรรเลง Orchestral variations on themes of Chopin โดย Anže Rozman ถูกหยิบยกมาทำหน้าที่พาผู้ฟังล่องลอยสู่จักรวาลดนตรีและจินตนาการไร้ขอบเขต เดินทางเชื่อมไปยังดินแดนอันงดงามในบทเพลง Piano Concerto No.4 in G major, Op. 58 ผลงานชิ้นเอกจากคีตกวีข้ามกาลเวลา Ludwig van Beethoven บรรเลงโดย Krystian Zimerman ร่วมกับวง RBSO ก่อนทิ้งท้ายการแสดงปิดม่านด้วยบทบรรเลง Symphony No. 4 in E minor, Op. 98 

ยกนิ้วขึ้นมานับ ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Krystian Zimerman ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ไทยในงาน Zimerman Plays Brahs ทั้งด้วยรางวัลการันตีความสามารถและการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านท่วงทำนอง ซึ่งสะกดผู้ชมให้ดำดิ่งลงไปในจินตนาการและธารอารมณ์ ทำให้ในตอนนั้นบัตรเข้าชมการแสดงของเขาจำหน่ายจนหมดก่อนถึงวันจัดแสดงเสียอีก

งานจัดแสดงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เวลา 20.00 น. 

ราคาเข้าชม : 1,000 – 3,200 บาท (ส่วนลดพิเศษ 50% สำหรับนักเรียนและผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป)

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 14 ถนนร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)  

โทรศัพท์ : 0 2255 6617-18, 0 2255 9191-2 

หมวดที่ 3 
การแสดงแสงสี

01
ICONSIAM Bangkok Illumination 2022

การประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา

5! 4! 3! 2! 1!

นับถอยหลังเตรียมโบกมือส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในอีก 1 เดือนกว่า ๆ และยิ่งช่วงเวลาแห่งความสุขใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ก็ค่อย ๆ ถูกแต่งแต้มด้วยแสงเรืองรองจากไฟประดับประดามากมายเท่านั้น โดยเฉพาะบริเวณริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ไอคอนสยาม ที่ในตอนนี้กำลังส่องแสงพร่างพราวระยิบระยับจากไฟในงาน ICONSIAM Bangkok Illumination 2022 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ งดงาม ตระการตา จนต้องไปชมให้ได้สักครั้ง

         ตระการตาที่หนึ่ง เป็นการแสดงระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแสดงนี้จัดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำพรางพราวเกี่ยวกระหวัดล้อกับแสงไฟและเสียงเพลงสะกดคนดู 

ตระการตาที่สอง อยู่สูงขึ้นไป 7 ชั้นในไอคอนสยาม ณ งาน  INFINITY FOREST By SOFTlab งานจัดแสดงศิลปะแท่งไฟ เมื่อแสงกระทบลงบนผิวน้ำยิ่งทำให้ที่แห่งนี้งดงามมากยิ่งขึ้น 

         ตระการตาที่สาม เป็นไฮไลต์ของงาน คือต้นคริสต์มาสความสูง 20 เมตร ได้รับแรงบันดาลใจจากพิธีบายศรีสู่ขวัญ เปรียบเสมือนเป็นการเรียกขวัญของผู้มาชมไฟให้กลับมาอยู่กับตัว หลังผ่านความยากลำบากมาตลอดปี ในปีนี้กลับมาในคอนเซ็ปต์ SMART SOLAR CHRISTMAS LIGHT เลือกใช้วัสดุตกแต่งหลักเป็นวัสดุรีไซเคิล ไฟประดับตลอดทั้งงานเองก็ใช้พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นระบบ Solar Cell Hybrid ที่แม้พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว ไฟทุกดวงก็ยังคงสว่างไสวเช่นเดิม

ความตระการตายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลายจุดกำลังรอคอยการค้นพบ แอบกระซิบว่าที่ชั้นสองและชั้นเจ็ดยังมีงานจัดแสดงไฟที่สวยมาก ๆ อยู่ด้วย

งานนี้รับรองว่าเต็มอิ่มแบบสุด ๆ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 5 มกราคม 2566 (เข้าชมฟรี)

ชมการแสดงน้ำพุได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.00 น. 

วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 น. และ 20.00 น.

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

02 
Vijit Chaophraya Thailand 

งานแสดงแสงสีสุดยิ่งใหญ่ประจำปีเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังเผชิญโควิดมาร่วมปี การท่องเที่ยวไม่กระเตื้อง เศรษฐกิจก็ซบเซา 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงกรุงเทพมหานคร สร้างบรรยากาศความสนุกสนาน สาดสีสันให้กับเมืองกรุงยามค่ำคืน ผ่านการแสดงแสงสีและศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้เข้าร่วมการประชุม APEC อีกทั้งสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหารรายย่อย 

โดยจัดแสดงตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ 6 จุดหลัก ดังนี้ 

จุดที่ 1 สะพานพระราม 8 : ชมแสงสีจากการย้อมสีไฟสะพานและการฉายแสงเลเซอร์ 

จุดที่ 2 ป้อมวิไชยประสิทธิ์ : ชมวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำผ่าน Projection Mapping 

จุดที่ 3 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร : ชมการแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ นำเสนอประเพณีไทยอันเกี่ยวเนื่องกับสายน้ำ และมีการแสดงหนังใหญ่ร่วมด้วย

จุดที่ 4 สะพานพระพุทธยอดฟ้า : ชมการแสดงแสงไฟสุดตระการตา เคล้าเสียงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและเสียงดนตรีท้องถิ่น

จุดที่ 5 River City Bangkok : ชมการแสดง Projection Mapping ที่ถ่ายทอด Soft Power ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ความเป็นไทยผ่าน 5F (Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival)

จุดที่ 6 ICONSIAM : ชมการประดับประดาแสงไฟที่ใช้พลังงานสะอาด และ The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงน้ำพุเต้นระบำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิธีการรับชมแสงสีที่ดีที่สุด แนะนำให้ล่องเรือตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแวะชมความสวยงามในแต่ละสถานที่ พร้อมอิ่มเอมไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติก

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 4
ย่านและเมือง

01
บางกอกบานฉ่ำ

เทศกาลศิลปะชุมชนทั่วเมืองกรุงตลอดเดือนพฤศจิกายน

กรุงเทพมหานครในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมกำลังจะถูกย้อมไปด้วยความสนุกสนานทั่วกรุง ในงาน ‘บางกอกบานฉ่ำ’ เทศกาลศิลปะชุมชนสร้างสรรค์ที่ยกขบวนความสนุกสนานด้วยการนำ ศิลปะ ร้านค้า และเวิร์กชอป มาไว้ให้ ชม ช้อป และเรียนรู้ ในงานเดียว 

ความสนุกที่ 1 : บางมดสดชื่น ณ เซฟติสท์ฟาร์ม (SAFETist Farm) มาในคอนเซ็ปต์ เดิน เล่น เต้น ช้อป รอบธรรมชาติ ยกเอากิจกรรมในท้องถิ่นมาให้ร่วมสนุก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Movie Night ฉายหนังริมคลองที่ต้องตาลุกวาว เพราะเขาคัดสรรภาพยนตร์มาดีมากจริง ๆ   

ความสนุกที่ 2 : ชวน Fin in ชุมชนวัดหงส์รัตนาราม ชมคอนเสิร์ตโฟล์กซองของเยาวชน ตะลอนชิมอาหารไทยพุทธ มุสลิม เพนต์หน้า สตรีทอาร์ตชุมชน ต่อด้วยการแสดงเชิดมังกรกระบองไฟ        

ความสนุกที่ 3 : เวิร์กชอปอบรมมัคคุเทศก์น้อย ทริปพาเพื่อนเที่ยวตลาดพลู ถ่ายทอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในย่าน (รีบหน่อยนะ เพราะงานนี้จำกัด 20 คนเท่านั้น)  

ความสนุกที่ 4 : บางขุนเทียนบานสะพรั่ง พบกับการเปลี่ยนห้องสมุดให้เป็นแกลเลอรี่ชุมชน Art in the Library and the Garden และดนตรีในสวน รับรองสารพันความเพลิดเพลิน

ความสนุกที่ 5 : ส่งท้ายด้วยงานสามแพร่ง Facestreet เปลี่ยนถนนเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ทุกคนแปลงร่างเป็นเด็ก ณ แพร่งสรรพศาสตร์ สนุกกับเวทีสรรค์สร้างที่รวมการแสดงเอาไว้มากมาย ณ แพร่งภูธร เที่ยวชมซุ้มสร้างสรรค์ Local Art จากพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วประเทศ ณ แพร่งนรา งานนี้เรียกว่ายกขบวนความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ นอกจากจะสะพรั่งด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนาน ยังเป็นการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย

กิจกรรมจัดถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2565 (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เซฟติสฟาร์ม (แผนที่) วัดหงส์รัตนาราม (แผนที่) วัดอินทราราม (แผนที่) ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เขตบางขุนเทียน (แผนที่) แพร่งนรา แพร่งภูธร แพร่งสรรพศาสตร์ (แผนที่) 

02
Unfolding Bangkok, Hidden Temples (ส่อง 3 วัดลับย่านฝั่งธน) 

ส่องทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ตะลุย 3 วัดลับย่านตลาดพลู

อยู่ฝั่งธนฯ ใครว่าที่เที่ยวน้อย โครงการ Unfolding Bangkok ชวนสำรวจวัดลับย่านตลาดพลูในทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ที่วัดอินทาราม วัดจันทาราม และวัดราชคฤห์ หรือ วัดบางยี่เรือนอก กลาง และใน เดินก็ได้ ปั่นก็ดี แนะนำให้มาช่วง 5 – 6 โมงเย็น เพื่อชมพระอาทิตย์ตกไปพร้อมกับการแสดงท้องถิ่นและแสงสี การตะลุย 3 วัดลับก็เหมือนได้ร่วมเหตุการณ์สำคัญในศาสนาพุทธด้วยตนเอง

เส้นทางเริ่มจากการเยี่ยมชมวิหารรายประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางถวายพระเพลิง และพระนอนปางสีหไสยา ณ วัดอินทาราม ในแต่ละวิหารจะมีการจัดแสดงแสงสีดิจิทัล (Projection Mapping) ที่ผสมผสานพระพุทธศาสนาเข้ากับศิลปะร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงท้องถิ่นที่หาชมยาก อาทิ ‘กระตั้วออกฉาก’ และ ‘หุ่นกระบอกจีน’ ให้ชมตามรอบเวลา 

ต่อด้วยเดินลัดเลาะไปตามตลาดสดริมแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเก่า) เพื่อสำรวจวิถีชุมชนใกล้วัด แวะชมพระอาทิตย์ตกที่มุมลับริมน้ำที่รับรองว่าสวยสุด ๆ สำรวจศิลปกรรมจีนบนหน้าบันของวัดจันทาราม และตบท้ายด้วยการเดินขึ้นเขามอ ณ วัดราชคฤห์ เขาจำลองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาทและชมการจัดแสดงแสงสีที่ส่องสว่างลงบนเขามอ (Architectural Lighting)

จัดกิจกรรมถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 (เข้าชมฟรี)

จัดแสดง Projection Mapping เวลา 16.00 – 21.00 น. ภายในวิหารราย 3 หลังของวัดอินทาราม

จัดแสดง Architectural Lighting เวลา 18.00 – 21.00 น. วันอินทาราม-วัดจันทาราม-วัดราชคฤห์

สถานที่ : วัดอินทารามวรวิหาร ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2105 7400

03
WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่ 

ย่ำเท้าชมเมือง 5 เส้นทาง สนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเดิน วิ่ง Learning ชม

Next station คลองเตย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สุขุมวิท อโศก

เหตุที่ต้องเกริ่นไว้ด้วยชื่อสถานีรถไฟฟ้า ก็ด้วยว่าปลายเดือนนี้ที่สวนเบญจกิติกำลังจะมีงานเทศกาลขนาดใหญ่อย่างงาน ‘WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่’ โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมจับมือกับอมรินทร์กรุ๊ป และอีก 4 องค์กรพันธมิตร จัดกิจกรรมเชื่อมคนเข้าสู่เมือง เชื่อมเมืองสู่ประชาชน เพราะเรื่องของเมืองคือเรื่องของทุกคน

Architecture Tour หรือ WOW Walk Tour เป็นกิจกรรมย่ำเท้าชมเมืองมุมใหม่ ร่วมทำความเข้าใจเมือง สำรวจอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาชุมชนบนเส้นทาง 5 สาย เริ่มตั้งแต่สวนเบญจกิติ สถานีสามยอด เขตพระนคร สถาบันอาศรมศิลป์ สิ้นสุดลงที่สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

มี Walk แล้วก็ต้องมี Run เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม กับงานวิ่งที่เป็นของทุกคนในงาน WOW for All ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถเข็นหรือผู้พิการก็มาร่วมวิ่งด้วยกันได้

หลังจากเดิน-วิ่งเสร็จ เราขอชวนมาแวะ Exhibition Thai 2030 : SPACE – TECH for Future CITY ร่วมหาคำตอบว่ากรุงเทพฯ และประเทศไทยจะพัฒนาอย่างไรในอีก 8 – 10 ปีข้างหน้า

ภายในงานยังมีกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ Photo Contest กิจกรรมประกวดถ่ายภาพเพื่อค้นหามุมมองใหม่ ๆ ของกรุงเทพฯ และประเทศไทยในสายตาช่างภาพ FORESIGHT for WELLBEING CITY ร่วมพูดคุยหาไอเดียสร้างสรรค์เมืองที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น และ WOW Award Wonder of Well being งานมอบรางวัลด้านการพัฒนาเมือง เพื่อให้กำลังใจและเผยแพร่ผลงานของผู้ที่ช่วยพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ทั้งภาคเอกชน รัฐบาล และประชาชน

งานจะจัดขึ้นวันที่ 23 ถึง 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น.

เข้าชมฟรี (สำหรับกิจกรรม Architecture tour ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละเส้นทาง)

สถานที่ : สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 5
ตลาดนัด

01
Five Senses Weekend Market

ตลาดงานคราฟต์ พื้นที่ของร้านค้า ศิลปะ และผู้คนที่เชื่อมเข้าหากัน

ปลายปีวนกลับมาอีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งเทศกาลกิน เที่ยว ดื่ม ช้อป พร้อมกลับมาพบปะกับผู้คนดังเดิม ปลายปีนี้จะไม่มีคำว่าเบื่อหรือเหงา เพราะเรามีสถานที่เที่ยวใจกลางเมืองย่านบรรทัดทองมาฝาก

Five Senses Weekend Market คือการร่วมมือระหว่าง MESA 312 และ GalileOasis จัดตลาดงานคราฟต์ของกลุ่มคนรักงานดีไซน์ขึ้นมา มีพื้นที่ร้านค้า ศิลปะ ผู้คน ที่รวมเป็นหนึ่ง และเป็นคอมมูนิตี้สำหรับศิลปินรุ่นเยาว์จนถึงเหล่าครีเอเตอร์ทั้งหลายได้มาร่วมสร้างสรรค์ความสนุกไปด้วยกัน

งานนี้เดินเล่นชิลล์ ๆ ช้อปเพลิน ๆ ชิมของอร่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของงานศิลปะ เวิร์กชอป อาหาร ดนตรี และร้านค้า มีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน งานกราฟิก สิ่งพิมพ์ ไปยันงานฝีมือ แถมอบอวลไปด้วยความสดชื่นจากไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ เตรียมพบกับป่าโอเอซิสใจกลางเมืองและความสนุกภายในงาน Five Senses Weekend Market ได้เลย

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : GalileOasis 323 ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1386 9898

02
Gift Fun Fun 3 เทศกาลของขวัญประเทศไทย

ตลาดนัดสินค้า ศิลปะ เวิร์กชอป ดนตรี และตลาดศิลปิน

โอกาสพิเศษในช่วงเวลาพิเศษปลายปีแบบนี้ จะพลาด Gift Fun Fun เทศกาลของขวัญประเทศไทย ไปได้อย่างไร โดย Yindeeclub (ยินดีคลับ) ร่วมกับ Better City หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชวนทุกคนมาชิม ช้อป ชิลล์ พร้อมเสิร์ฟความสุขและดนตรีใหม่ ๆ มากมาย

บรรยากาศของ Gift Fun Fun เต็มไปด้วยวงดนตรีที่ทำเพลงเอง ขายเพลงเอง เพื่อสนับสนุนและเป็นพื้นที่ในการแสดง รวมความมันและความเพลิดเพลินอย่างเต็มเปี่ยม จากศิลปินที่อัดแน่นทั้งเสาร์-อาทิตย์ หรือจะเป็นเวิร์กชอป งานศิลปะ ก็จัดหนักจัดเต็มไม่ยั้งความสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์ตัวน้อยเจ้าของแบรนด์ Keziah ที่โด่งดังระดับโลก และเวิร์กชอปทำตุ๊กตาหุ่นมือจากสวนครูองุ่น 

Gift Fun Fun ยังสนับสนุนงานน้อง ๆ จากมูลนิธิ Five For All ที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ และส่งกำลังใจให้ผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจกับน้อง ๆ ได้มากขึ้น 

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ลานกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ 939 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2029 9428

เรื่อง : กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์, เกษมณี ชาติมนตรี, ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์, ณัฐกฤตา เจริญสุข

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load