The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

The Cloud ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จังหวัดสกลนคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ทำโครงการศึกษาอัตลักษณ์ของเมืองสกลนครแล้วนำเสนอในมุมใหม่ ว่าดินแดนอีสานแห่งนี้มีเสน่ห์น่าจับตามอง ควรต่อยอดในรูปแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และน่าเดินทางไปทำความรู้จักด้วยตนเอง

สกลนครมีทรัพยากรและภูมิปัญญาน่าสนใจ ดินแดนของ 6 ชนเผ่า 2 ชนชาติ ซึ่งร่วมสร้างวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของเมือง มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และวิถีชีวิตที่ผสานหลายวัฒนธรรมอย่างลงตัว จากเมืองทางผ่านที่มีชื่อเสียงด้านวัดวาอาราม ปัจจุบันกลับปรับภาพลักษณ์และทรัพยากรเดิม เพื่อสร้างความดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม

นอกจากมีชื่อเสียงเรื่องผ้าคราม สกลนครที่เราได้สัมผัสมีมิติลึกซึ้งหลากหลาย เมืองที่เกิดจากความล่มสลายในตำนาน ผาแดงนางไอ่ มีความสามารถในการปรับตัว สะสมวัฒนธรรมแต่ละยุคไว้ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมยุคขอมโบราณ พุทธศาสนาอันเข้มแข็ง วิถีของชนเผ่าต่างๆ และชาวเวียดนามอพยพ ไปจนถึงทรัพยากรธรรมชาติ ภูเขา แหล่งน้ำ การเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูก ทั้งยังเก็บอัตลักษณ์ใหม่ๆ มาตลอดตามกาลเวลา เมืองสกลจึงเติบโตไม่หยุดนิ่ง หยิบจับทรัพยากรมาสร้างคุณค่าใหม่อย่างไม่สิ้นสุด 

จากรายงานการศึกษาที่เข้มข้น เราคัดสรรของดีสกลนคร 10 อย่าง ทั้งสิ่งของและสถานที่โดดเด่นมาให้รู้จักกันในเบื้องต้น ซึ่งอาจทำให้คุณได้รู้จักดินแดนหนองหานหลวงในแง่มุมที่แตกต่าง และหลงรักเมืองนี้กว่าที่เคย

01

โพนยางคำ

เนื้อโพนยางคำ, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

สินค้าโอท็อปอันดับหนึ่งของสกลนครคือเนื้อโพนยางคำ เนื้อโคขุนคุณภาพสูงที่เกิดจากวัวสายพันธุ์ยุโรปผสมกับวัวสายพันธุ์พื้นเมือง ปัจจุบันมีการเลี้ยงวัวสายพันธุ์ผสมนี้ใน 8 อำเภอสกลนคร นับเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงของชุมชน

ต้นกำเนิดของเนื้อโพนยางคำมาจากกองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (กรป.กลาง) ที่ตั้งเป้าส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ในที่ทุรกันดารตั้งแต่ พ.ศ. 2519 โดยได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลฝรั่งเศส โครงการเลือกดำเนินการที่สกลนครและนครพนมอย่างต่อเนื่อง จนเกิดโคลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส มากเพียงพอที่จะตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค และสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง ที่บ้านโพนยางคำ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมมาตรฐานการผลิตให้ได้เนื้อโคคุณภาพดี สะอาดปลอดภัยมากว่า 30 ปี

เนื้อโพนยางคำ, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

กว่าจะได้เนื้อวัวแสนอร่อย เกษตรกรต้องขุนโคกว่า 3 ปี ก่อนส่งให้สหกรณ์ดูแลต่ออีกร่วมปี ปัจจุบันเราสามารถชิมเนื้อโพนยางคำได้ในร้านอาหารทั่วสกลนคร รวมถึงในหลายจังหวัดทั่วอีสานและในกรุงเทพฯ แต่ถ้าอยากลิ้มรสพร้อมบรรยากาศฟาร์มร่มรื่นกว้างใหญ่ เชิญมาลองชิมเนื้อโพนยางคำได้ที่ร้านอาหารของสหกรณ์ฯ ซึ่งมีทั้งสเต๊กและอาหารอีสานให้เลือก แถมที่นี่ยังมีชิ้นเนื้อสดส่วนต่างๆ เครื่องใน และดีวัว ให้เลือกซื้อกลับบ้านอีกด้วย

02

หนองหาน

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานคือหัวใจของสกลนคร เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่เชื่อว่าเกิดจากการล่มสลายของเมืองในตำนาน นิทานเรื่อง ผาแดงนางไอ่ เล่าว่า นางไอ่คำ พระธิดาแสนงามของเจ้าเมืองเอกชะทีตา รักกับท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง ความงามของนางไอ่คำทำให้ท้าวพังคี เจ้าชายพญานาคจากเมืองบาดาลตกหลุมรัก ปลอมตัวเป็นกระรอกเผือกมากระโดดโลดเต้นบนกิ่งไม้ให้นางไอ่คำเห็น

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นางไอ่คำคิดอยากได้กระรอกเผือกจึงสั่งให้นายพรานไปจับตัวมา เมื่อจับเป็นไม่ได้ก็จับตาย ให้นายพรานยิงกระรอกเผือกเสีย ก่อนตายกระรอกพังคีอธิษฐานขอให้เนื้อตัวขยายใหญ่จนคนทั้งเมืองกินไม่หมด ชาวเมืองต่างเข้าใจว่าเนื้อกระรอกเผือกเป็นเนื้อศักดิ์สิทธิ์ จึงเฉือนเนื้อไปแบ่งปันกินทั่วเมือง ยกเว้นกลุ่มแม่ม่ายที่สังคมรังเกียจ ไม่ได้ชิมเนื้อกระรอก

คืนนั้นเมื่อพญานาคทราบข่าวว่าโอรสสิ้นชีพ ก็เกณฑ์ไพร่พลเลื้อยขึ้นมาถล่มเมืองเอกชะทีตาให้จมลง เมืองใหญ่กลายเป็นหนองหาน เหลือเพียงดอนสวรรค์และเกาะเล็กเกาะน้อยกลางทะเลสาบซึ่งเป็นที่อยู่ของแม่ม่าย ที่รอดพ้นจากความพิโรธของพญานาค

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ปัจจุบันดอนสวรรค์ เกาะใหญ่ใจกลางหนองหานถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพืชพรรณป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ต้นยางนาสูงใหญ่รกครึ้ม ด้านหน้าเกาะมีโบสถ์เล็กๆ กุฏิศาลาวัดร้าง และต้นตะเคียนคู่ที่ชาวบ้านศรัทธาในแม่ย่าตะเคียนทองศรีวิลาไล ดอนสวรรค์จึงเป็นทั้งแหล่งศึกษาธรรมชาติและศูนย์รวมความเชื่อ

ถ้ามีเวลาเที่ยวหนองหานทั้งวัน สามารถเช่าเรือไปเที่ยวพื้นที่รอบหนองหานได้หลายจุด โดยขึ้นเรือได้ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ หรือที่เรียกกันว่าสระพังทอง สวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมืองที่มีสระน้ำขุดสมัยขอม

03

วัดพระธาตุเชิงชุม

วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

วัดสำคัญริมหนองหานมีตำนานเล่าขานว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาตามริมแม่น้ำโขง เมื่อมาถึงภูน้ำลอดเชิงชุม ดินแดนหนองหานหลวงที่พระเจ้าสุวรรณภิงคาระและพระนางนารายณ์เจงเวงปกครอง ทั้งสองเสด็จมาต้อนรับพระพุทธเจ้า พระองค์แสดงปาฏิหาริย์ให้มีดวงมณี 3 ดวงพุ่งจากพระโอษฐ์ และตรัสว่าสถานที่นี้ประเสริฐ มีพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ได้ประชุมรอยพระพุทธบาทไว้ พระเจ้าสุวรรณภิงคาระซาบซึ้งยินดี จึงทรงถอดมงกุฎทองคำมาสวมบูชารอยพระพุทธบาท แล้วทรงสร้างเจดีย์ครอบเป็นพระธาตุเชิงชุม

วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ตัวเจดีย์พระธาตุตั้งหันหน้าไปทางหนองหาน สร้างด้วยศิลาแลงและหินทรายแดง มีลักษณะศิลปะแบบล้านช้าง สันนิษฐานว่าเดิมทีเป็นปราสาทหินทรายสมัยขอม ซึ่งต่อมาได้รับการบูรณะราวพุทธศตวรรษที่ 16 ยามอาณาจักรล้านช้างมีอิทธิพล วิหารข้างเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร และข้างๆ กันคือพระอุโบสถที่ได้รับการบูรณะตกแต่งอย่างสวยงาม

เทศกาลสำคัญที่นี่คืองานมนัสการพระธาตุประจำปี ตั้งแต่วันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือนยี่ ซึ่งมีกิจกรรมตลอดวัน ทั้งตักบาตรพระสงฆ์รอบองค์พระธาตุ สรงน้ำองค์พระธาตุ ประกวดขบวนแห่โคมไฟและจุดบั้งไฟด้วย

04

เทือกเขาภูพาน

เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

หนึ่งในสัญลักษณ์ของสกลนครคือเทือกเขาภูพาน อุทยานแห่งชาติอุดมสมบูรณ์ที่คั่นกลางระหว่างสกลนครกับกาฬสินธุ์ ประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง นอกจากเป็นแหล่งต้นน้ำและที่อยู่ของพืชพรรณสัตว์ป่า ที่นี่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้หนังและเพลงหลากหลาย เช่น ภาพยนตร์เก่าเรื่อง ภูพานอย่าร้องไห้ เสือภูพาน เพลง ภูพานสะอื้น ไปจนถึงงานคราฟต์ไทยอย่างผ้าย้อมครามแบรนด์ภูคราม ที่ปักลายดอกไม้จากภูพานเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานนี้มีหลากหลายมาก เมื่อขับรถขึ้นเส้นทางถนนคดเคี้ยวเหมือนงูเลื้อยที่เรียกว่าโค้งปิ้งงู จะพบจุดท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น น้ำตกคำหอม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ โดยภายในเขตที่พักของอุทยานฯ มีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และหน้าผานางเมินเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม

เทือกเขาภูพานยังมีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ ทั้งเคยเป็นสมรภูมิรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังมีถ้ำเสรีไทย ถ้ำลับที่เป็นแหล่งสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ของกลุ่มต่อต้านทหารญี่ปุ่น เมื่อมองจากที่สูงจะเห็นเป็นเพียงลานหินธรรมดาเท่านั้น ปัจจุบันถ้ำนี้เดินเท้าเข้าไปไม่ยาก เพียงเดินตามเส้นทางหลังประติมากรรม ‘ขุนพลภูพาน’ หรือ เตียง ศิริขันธ์ อดีตอาจารย์และนักการเมืองคนสำคัญ ผู้เป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยสายอีสานและสกลนคร ก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวของกลุ่มวีรบุรุษชาวอีสานในสมัยสงครามโลก 

05

ตลาดบายพาส

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

แหล่งวัตถุดิบอาหารป่าและอาหารท้องถิ่นขนาดใหญ่ของสกลนครเป็นตลาดของป่าจากภูพาน ปัจจุบันยังขายวัตถุดิบสดใหม่ทั้งจากหัวไร่ปลายนาและป่าชุมชน เช่น ผักป่า หอยป่า ปูนา จักจั่น จิ้งหรีด รังตัวต่อ ตลอดจนปลาจากแหล่งน้ำรอบๆ เช่น แม่น้ำโขง ลุ่มน้ำศรีสงครามและน้ำอูน ในหน้าฝนจะมีเห็ดป่านานาสะพรั่งให้เลือกซื้อเยอะเป็นพิเศษ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์และธรรมชาติแต่ละฤดูกาลในสกลนครและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นปรุงสำเร็จอีกหลายอย่าง ไม่ว่าเป็นคนทำอาหารหรือนักชิมก็ได้ความเอร็ดอร่อยจากตลาดแห่งนี้ 

06

พระธาตุภูเพ็ก 

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

บนยอดเขาภูเพ็กในเทือกเขาภูพาน มีปราสาทหินทรายขอมขนาดใหญ่เคยเป็นศาสนสถานฮินดู สันนิษฐานว่าสร้างในพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นพุทธศาสนสถานในภายหลัง พระธาตุภูเพ็กแสดงถึงประวัติศาสตร์เก่าแก่ของดินแดนสกลนคร โดยตัวปราสาทหลักหันหน้าไปทิศตะวันออก ปัจจุบันสภาพโบราณสถานค่อนข้างสมบูรณ์ ตัวอาคารมีห้องโถงกลางเพื่อประดิษฐานรูปเคารพ มีเรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม มุมละ 5 เหลี่ยม รวมกันเป็น 20 เหลี่ยม ด้านหน้ามีฐานหินยกสูงยื่นออกมาคล้ายกากบาท เรียกว่าโคปุระ และมีสระน้ำเล็กๆ 2 สระด้านทิศเหนือ วัตถุโบราณสำคัญของที่นี่ คือแท่นหินเจาะช่องสี่เหลี่ยม สันนิษฐานว่าเป็นแท่นบรรจุสิ่งมงคลและศิวลึงค์หินทราย

ตำนานเมืองเล่าว่า พระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มบุรุษชาวเมืองหนองหานน้อยที่ต้องการได้พระอุรังคธาตุ (กระดูกหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า โดยแข่งขันสร้างเจดีย์ใหญ่ให้เสร็จก่อนฟ้าสาง กับกลุ่มผู้หญิงเมืองหนองหานหลวงที่สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ผลสุดท้ายฝ่ายชายเป็นกลุ่มที่พ่ายแพ้เพราะหลงกลฝ่ายหญิง ซึ่งหลอกว่าดาวเพ็กหรือดาวศุกร์บนท้องฟ้าขึ้นแล้ว พระธาตุนี้จึงได้ชื่อว่าพระธาตุภูเพ็ก นับเป็นโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดศรัทธา

แม้ตอนเดินขึ้นจะต้องปีนบันได 400 กว่าขั้นจนหอบแฮ่กไปบ้าง แต่โบนัสคือวิวเมืองที่งดงามท่ามกลางหมอกจางๆ เห็นต้นไม้เขียวชอุ่มแทรกไปเมืองสกลนคร 

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

07

หมากเม่า

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

หมากเม่าเป็นผลไม้ป่าที่ขึ้นมากตามธรรมชาติในภูพาน โดยเฉพาะที่ตำบลสร้างค้อ อำเภอภูพาน ณ เส้นรุ้งที่ 16 องศาเหนือ ตัดกับเส้นแวงที่ 103 องศาตะวันออก เหตุที่เบอร์รี่ป่านี้งอกงามเป็นพิเศษ เพราะดินร่วนของเทือกเขาภูพานมีแร่ธาตุจากภูเขาไฟยุคดึกดำบรรพ์ ผลหมากเม่ามีสาร Antosiyanin สีม่วงแดงที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังช่วยต้านมะเร็ง 

ราว พ.ศ. 2535 – 2536 นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร มาสำรวจไม้ผลในพื้นถิ่น แล้วพบว่าผลไม้ป่านี้มีศักยภาพในการแปรรูป จึงนำมาวิจัยและร่วมมือกับชุมชนผลิตสินค้าจากหมากเม่า เริ่มต้นจากน้ำและไวน์หมากเม่า ด้วยคุณสมบัติค่า pH ระหว่าง 3 – 4 จึงเหมาะที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำผลไม้โดยไม่ต้องใส่สารกันบูด ดีต่อผู้บริโภค 

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ผู้บุกเบิกสินค้าหมากเม่า คือ 3 เซียนเม่า ขาน แก้วอุ่นเรือน เชี่ยวชาญการทาบกิ่ง ทองเว เพียรภายลุน ถนัดการเสียบยอด และ คนพ วรรณวงศ์ ถนัดด้านสายพันธุ์และการแปรรูป ทั้งสามร่วมมือกันปลูกหมากเม่าและพัฒนาสายพันธุ์หมากเม่า จนได้ผลผลิตลูกกลมใหญ่ อร่อย เหมาะแก่การแปรรูป โดยทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ร่วมส่งเสริมการปลูกและพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของสกลนคร สร้างอาชีพรายได้ให้กับชุมชน ไล่ตั้งแต่อำเภอโคกศรีสุพรรณ เต่างอย ภูพาน กุดบาก ไปจนถึงนิคมน้ำอูน ส่องดาว สว่างแดนดิน พังโคน ตลอดเทือกเขาภูพาน มีเครือข่ายหมากเม่าประมาณ 400 ครอบครัว มีไร่หมากเม่า 1,900 กว่าไร่ และมีโรงงานแปรรูป 15 โรงงาน

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

จากเดิมชาวบ้านนิยมกินผลสดและนำไปใส่ส้มตำ ปัจจุบันหมากเม่าถูกนำไปแปรรูปสารพัด นอกจากเครื่องดื่ม ยังมีแยมหมากเม่า คุกกี้ไส้หมากเม่า ชาใบเม่า น้ำใบเม่า สบู่และเครื่องสำอางประทินผิว เบอร์รี่สีม่วงแดงเดินทางไกลออกจากป่า มาเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่หล่อเลี้ยงรายได้ของจังหวัด 

08

หมู่บ้านท่าแร่

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชุมชนขนาดใหญ่ที่สุดของชาวคริสต์เชื้อสายเวียดนามในสกลนคร เป็นหมู่บ้านคาทอลิกที่มีสมาชิกมากที่สุดในเมืองไทย หมู่บ้านแสนสวยนี้ตั้งอยู่ริมหนองหาน ใน ค.ศ. 1884 มิชชันนารีจากฝรั่งเศสและครูเณรจากเวียดนาม ร่วมกับสมาชิกคริสตชนทั้งชาวเวียดนามและชาวพื้นเมืองนับร้อยคน รวมตัวกันต่อเรือและแพมาขึ้นฝั่งที่ฟากหนึ่งของหนองหานเพื่อตั้งรกรากใหม่ บนพื้นที่ป่าไม้ที่เต็มไปด้วยหินลูกรังหรือหินแฮ่อยู่ทั่วไป หมู่บ้านนี้จึงได้ชื่อว่าท่าแร่

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชาวท่าแรกรุ่นอพยพสวดภาวนาต่ออัครเทวดามีคาแอลเป็นประจำ จึงสร้างวัดหลังแรกในนามวัดมหาพรหมมีคาแอล ศาสนสถานนี้ได้รับการปรับปรุงและสร้างใหม่หลายครั้ง โดยอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลในปัจจุบัน สร้างใน ค.ศ. 1971 ให้เป็นรูปหัวเรือ สื่อถึงตำนานเรือโนอาห์และการกำเนิดหมู่บ้าน โดยได้รับการบูรณะปรับปรุงหลายครั้งหลังจากนั้นให้สวยสง่า เป็นศูนย์รวมจิตใจและความภาคภูมิใจของชาวท่าแร่ 

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นอกจากโบสถ์หลัก ผังเมืองของหมู่บ้านนี้สวยงามเป็นระเบียบด้วยอิทธิพลยุโรป ถนนกว้างขวางตัดตรง มีสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลฝรั่งเศสอยู่หลายหลัง เช่น คฤหาสน์โสรินทร์ ของอดีตคหบดีใหญ่ในชุมชน นายฮ้อยเลื่อง โสรินทร์ และคฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ ของนายยอแซฟ คำสิงห์ อุดมเดช ไม่ว่าเป็นบ้านสไตล์ฝรั่ง เรือนไทย หรือบ้านแบบร่วมสมัยล้วนประดับตกแต่งด้วยรูปดวงดาว ทุกเทศกาลคริสต์มาสต์ของทุกปี แต่ละบ้านจะแต่งดาวติดไฟอย่างสวยงาม ทั้งหมู่บ้านจัดงานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส มีขบวนแสงสีเสียงยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ซึ่งสะท้อนความหลากหลายด้านศาสนา และการนำทรัพยากรวัฒนธรรมมาปรับใช้ในการพัฒนาชุมชน 

09

ผ้าคราม Mann craft

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ก่อนผ้าย้อมครามจะกลายเป็นสินค้า GI ของสกลนคร เสื้อผ้าย้อมครามเคยเป็นเสื้อผ้าพื้นๆ ที่ชาวบ้านใส่ทำไร่ทำนา เพราะมีคุณสมบัติช่วยกันแดดกันยุง เมื่อเวลาผ่านไป เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันผู้คนมากขึ้น ชุมชนที่ย้อมผ้าสีธรรมชาติก็ค่อยๆ เลิกก่อหม้อย้อมครามไปเป็นลำดับ

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ครามกลับเข้ามามีบทบาทอีกครั้ง ด้วยความพยายามของทั้งภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษาที่ตั้งใจนำภูมิปัญญาเก่าแก่มาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ หนึ่งในร้านที่โดดเด่นที่สุดคือ Mann Craft ของ ปราชญ์ นิยมค้า สมาชิกกลุ่ม สกลเฮ็ด คนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านมาสร้างแบรนด์ดีไซน์เก๋ ปราชญ์เพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่นโดยทดลองทอและย้อมครามอย่างนอกกรอบ เช่น ย้อมสี Indigo Spectrum ไล่เฉดสีครามตั้งแต่อ่อนจนเข้มจัดได้ถึง 52 เฉดสี คิดค้นหมึกครามสำหรับเพนต์ลงบนผ้าแทนการย้อมแบบดั้งเดิม คลี่คลายลายผ้าทอมัดหมี่ ลายลูกแก้ว หรือลายเก่าแก่ต่างๆ ให้อยู่ในฟอร์มร่วมสมัย หรือดึงเทคนิคพิมพ์ผ้าแบบอินเดียมาสร้างคอลเลกชันใหม่ ไปจนถึงนำสีธรรมชาติจากต้นไม้ใบหญ้าอื่นๆ มาสร้างลูกเล่นสร้างสรรค์ แบรนด์นี้จึงมีความเป็นศิลปะสูง ตัวตนชัดเจน และสวยบาดใจ

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นอกจากแบรนด์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แบรนด์ในเครือเดียวกันคือร้านครามทอง ซึ่งเน้นผลิตผ้าครามสำหรับผู้ใหญ่ เช่น ผ้าซิ่นและกระเป๋าที่สวยมีระดับ ล่าสุดปราชญ์ยังเปิดสวนแมน แปลงโฉมสวนผลไม้เก่าใกล้ตัวเมืองสกลนครเป็นศูนย์เรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถมาเวิร์กช็อปย้อมครามและสีธรรมชาติอื่นๆ จากต้นไม้ที่ปลูกในสวน โดยในอนาคตที่นี่จะเปิดเป็นแหล่งจัดกิจกรรมเชิงศิลปวัฒนธรรม งานคราฟต์ สำหรับศิลปินนักออกแบบต่างๆ รวมถึงเป็น Artist Residency นับเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมของจังหวัดอย่างครบวงจร

10

นาเชือก

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมทำนาและเลี้ยงควายที่นาเชือก ชีวิตเรียบง่ายเริ่มมีรายได้เสริมเมื่อ พระอาจารย์ฉัฐกรณ์ มหาปุญโญภิกขุ พระภิกษุที่เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านเริ่มต้นโครงการว่าจ้างชาวบ้านทอผ้า ชุมชนเลยมีทักษะหัตถกรรมเพิ่มเติม ต่อมาเมื่อครามเริ่มกลายเป็นของฮิตประจำจังหวัดที่สร้างรายได้เสริมให้ชุมชนอื่นๆ ชาวนาเชือกอยากหาทางสร้างผลิตภัณฑ์ผ้า พระอาจารย์เลยแนะนำให้ใช้มูลควายที่มีเยอะในชุมชนมาย้อมผ้า เกิดเป็น ‘ก็ฝ้าย’ ร้านผ้าย้อมมูลควายเจ้าแรกของเมืองไทยเมื่อ 11 ปีที่แล้ว

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ปัจจุบัน สายสุณี และ สะไกร ไชยหงษา เป็นผู้นำในการดูแลแบรนด์ก็ฝ้าย ซึ่งมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า ผ้าพันคอโครเชต์ ตุ๊กตาควาย และของกระจุกกระจิกน่ารักสารพัด สีที่เห็นทั้งหมดมาจากมูลควาย ซึ่งแต่ฤดูกาลไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับอาหาร ฤดูหนาวจะได้ผ้าสีเข้ม ฤดูร้อนจะได้สีเขียวอมเหลืองเพราะหญ้าแห้ง และฤดูฝนจะได้ผ้าสีอมเขียวเพราะหญ้าได้น้ำมาก นอกจากนี้ยังมีการย้อมดินโคลนและเปลือกไม้ ได้เป็นคอลเลกชันผ้าสีเอิร์ธโทนที่สวย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังมีงานจักสานด้วย

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ล่าสุดนาเชือกยังผันตัวเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว โดย ‘บ้านนานายฮ้อย’ ของสองสามีภรรยาไชยหงษาเป็นศูนย์กลาง แขกที่มาเยือนสามารถนั่งจิบน้ำที่คาเฟ่เล็กๆ บนตัวบ้าน เลือกซื้อสินค้าผ้าย้อมสีธรรมชาติสารพัด นวดแผนไทย สปาโคลนในกระทะร้อน และทีเด็ดคือนั่งเรือไปเกาะควาย เกาะเล็กๆ ที่เลี้ยงควายแสนเชื่องอย่างอิสระ เต็มไปด้วยนกป่าและต้นไม้นานา วิวธรรมชาติที่นี่สวยแบบ 360 องศา งดงามไม่แพ้เมืองนอกเลยทีเดียว

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

ยโสธรเป็นเมืองน่ารักมีเสน่ห์ ทั้งฟากสิ่งเก่าที่ชวนให้คิดถึงประเพณี วัฒนธรรม งานบุญต่าง ๆ และฝั่งของใหม่ ที่หากได้ผ่านไปช่วงหลังมานี้ จะพบว่ามีหลายสิ่งเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของบ้านเมือง ตึกรามบ้านช่อง ผู้คนหน้าใหม่ที่เข้ามาเปิดกิจการ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลายรูปแบบ แปลงโฉมเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องงานบุญบั้งไฟนี้ให้ดูร่วมสมัยน่าสนใจ 

ท่ามกลางกระแสการพัฒนา มวลความน่ารักเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนรุ่นเก่า กลับไม่ได้รุดหน้ารวดเร็วตามไปด้วย ยังคงอัตลักษณ์ดั้งเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ชาวยโสธรนิวเจนก็กำลังเริ่มขยับตัวทีละน้อย หลายคนเปิดกิจการร้านรวงเก๋ไก๋ บ้างก็กลับมาสร้างสรรค์กิจกรรมแปลกใหม่ให้บ้านเกิด เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของคนในพื้นที่ที่ร่วมด้วยช่วยกันแต่งแต้มให้จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้มีสีสันยิ่งขึ้น

คอลัมน์ Take Me Out ชวนทำความรู้จักจังหวัดยโสธรให้มากกว่าเดิม ผ่าน 10 สถานที่ทั่วเมืองบั้งไฟโก้ ชิมเมนูเด็ดแบบคนยโสฯ ในเขตเมืองเก่า ชอปปิงหมอนขวานผ้าขิดฝีมือชาวบ้านมากฝีมือ ตบท้ายด้วยชีวิตสุดฮิป ทั้งชมโบสถ์คริสต์ เลาะพิพิธภัณฑ์ แล้วตามฮอปปิงนานาคาเฟ่ที่ผสานวัฒนธรรมใหม่เก่าได้เข้ากั๊นเข้ากันอย่างไม่เคอะเขิน

01 

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน

กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน, กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

จังหวัดเล็ก ๆ รูปพระจันทร์เสี้ยวแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากชุมชนการค้าชื่อ ‘บ้านสิงห์ท่า’ แหล่งรวมผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาค้าขายกันอย่างคึกคักเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้ปัจจุบันบรรยากาศจอแจนั้นจะแปรสภาพเป็นความสงบเงียบ ที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูของอาคารเก่าแบบชิโน-ยูโรเปียน แต่ร่องรอยความรุ่งเรืองก็ยังทาบทับสตัฟฟ์อยู่บนร้านรวงดั้งเดิมอยู่เช่นวันวาน

เจ๊หมวย-สุวรรณ แสนพันธ์ คือผู้กุมสูตรลับกวยจั๊บญวนมาเป็นรุ่นที่ 3 ผ่านเวลากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ชาวเวียดนามอพยพมาลงหลักปักฐานที่บ้านสิงห์ท่าแห่งนี้ ด้วยวิธีการทำอันเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากกวยจั๊บญวนของเจ้าอื่น เคี่ยวน้ำซุปด้วยกระดูกหมูเป็นวัน ๆ ได้รสนัวแบบโบราณ ใส่เพียงแค่หมูยอ หมูสับ และไข่นกกระทาต้ม ไม่ปรุงแต่งสิ่งอื่นจนเกินงาม เป็นสูตรออริจินอลที่อาจไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เมื่อ East Meets West อาหารตะวันออกพบกับอาคารแบบตะวันตก ภายใต้ชายคาสถาปัตยกรรมเก่าอายุเกือบร้อยปี มีภาพถ่ายเก่าระบุ พ.ศ. 2474 เป็นเครื่องยืนยันถึงความโบราณและทรงคุณค่าของอาคารห้องนี้ พร้อมกับนั่งสังเกตการณ์วิถีชีวิตชาวเมืองเก่า เป็นบรรยากาศการกินที่ไม่ต้องพูดถึง นั่งซดน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมของกวยจั๊บญวนหรือที่ในภาษาถิ่นเรียกกันว่า ข้าวเปียก กินกับแหนมคลุก อีกเมนูเด็ดมรดกจากชาวเวียตที่ปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทย ใส่ใบมะกรูดและมะพร้าวขูด ซึ่งเจ๊หมวยรับรองว่าสูตรนี้มีที่เดียวในยโสธร 

ที่ตั้ง : 83 ถนนวิทยะธำรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3384 8557

02 

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง

ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง, ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ลัดเลาะเข้าซอยไปในชุมชนหลังวัดมหาธาตุ วัดสำคัญคู่บ้านใจกลางเมือง มีอีกสถานที่ฝากท้องของชาวยโสธรแท้ ๆ ที่ควรไปลองชิมสักครั้งหากได้มาเยือน

นอกจากกวยจั๊บญวนแล้ว อีกหนึ่งของดีอร่อยปากที่ติดสอยตามมากับชาวเวียดนามพลัดถิ่น ผ่านการปรับปรุงผสมผสานกับอาหารอีสานจนลงตัว คือข้าวปุ้นน้ำงัว เมนูที่ปรุงอย่างใส่ใจโดย ยายนาง-ประนอม พรมชาติ ผู้เลื่อนตำแหน่งจากเคยเป็นลูกมือให้คุณแม่มารับช่วงกิจการต่อได้ 10 ปีแล้ว 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ว่ากันซื่อ ๆ ข้าวปุ้นน้ำงัว คือขนมจีนใส่น้ำซุปเนื้อวัวคล้ายก๋วยเตี๋ยว ตุ๋นเนื้อด้วยเตาถ่านกว่าค่อนวัน จนเนื้อนุ่มและน้ำซุปมีกลิ่นหอม แค่แตะจมูกก็ชวนน้ำลายสอ ใส่กะหล่ำซอยและสะระแหน่เป็นหน้าข้าวปุ้น โรยหอมเจียวปิดท้าย กินเคียงกับผักแพว ผักพื้นบ้านของชาวอีสาน รสชาติติดใจจนเคยมีนักชิมจากเมืองหลวง เอ่ยปากขอสูตรกลับไปทำกินเอง 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

อีกเมนูควรลองคือหมี่กะทิ แนวกินตำรับอีสานให้ชิมร่วมด้วย แม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่หน้าตาต่างจากของภาคกลางแบบคนละฝา เพราะทำจากเส้นเล็กราดด้วยน้ำแกงรสชาติออกหวาน เป็นเมนูท้องถิ่นที่แซ่บอีหลีสูสีตีคู่มาพร้อมกัน

เมื่อกินอาหารคาวเสร็จสรรพ อย่าลืมต่อด้วยขนมหวานชื่อดังของจังหวัด ลอดช่องจากแป้งข้าวเจ้าที่บีบด้วยมือ ออกมาเป็นเส้นเล็กบ้างยาวบ้าง ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นกะทิ ซดหมดถ้วยก็ชื่นใจดับร้อนได้ชะงัด

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ที่ตั้ง : ใกล้วัดมหาธาตุ ถนนธาตุพิทักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 14.00 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์

โทรศัพท์ : 09 9026 0848

03 

แม่แย้มหมอนขิด

ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก

แม่แย้มหมอนขิด, ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

หากนึกถึงของดีเมืองไทยที่โกอินเตอร์ไปยังต่างประเทศ หนึ่งสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวของใครหลายคนคือหมอนขิดลายช้างอย่างไม่ต้องสงสัย

แย้ม จันใด เจ้าของกิจการแม่แย้มหมอนขิดบอกว่า ต้นตำรับหมอนขิดที่เป็นเสมือนไอเท็มสามัญประจำบ้านทั่วไทยและดังไกลไปทั่วโลก แท้จริงอยู่ที่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านทำกันจนชินตา ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกิจกรรมยามว่างพักระหว่างรอหน้านาของชาวอีสาน จนปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจทำเงินเข้าหมู่บ้านเป็นกอบเป็นกำ

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

แต่เดิมหมอนขิดจะใช้ผ้าฝ้ายทอยกดอกที่ทำกันเองภายในหมู่บ้าน เป็นของสูง นิยมนำไปถวายพระ งานมงคล หรือมอบกันเป็นของที่ระลึก เมื่อลูกค้าเพิ่มขึ้น มีออเดอร์เยอะจนผลิตไม่ทัน จึงให้โรงงานรับหน้าที่ทอต่อ แต่ยังคงลวดลายแบบเดิมไว้ คือลายดอกและลายช้าง รวมทั้งเพิ่มสีสันให้หลากหลายโดนใจผู้ซื้อ ส่วนไส้ของหมอนขิดก็ใช้ฟางข้าว ผลพลอยได้จากนาในท้องถิ่น

ความพิเศษอยู่ที่หมอนขวานรูปสามเหลี่ยม แม่แย้มบอกว่าทำได้เฉพาะในหมู่บ้านศรีฐาน แม้จะมีคนมาขอเรียนวิชาแต่ก็ไม่ชำนาญมือเท่าแม่ ๆ ของบ้านนี้ เพราะเป็นสกิลล์เฉพาะตัวที่ต้องสอยและขึ้นรูปด้วยมือ

ที่นี่ใช่ว่ามีแต่หมอนขวาน หมอนขิดแบบเดิมที่เคยเห็น เพราะปัจจุบันสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านศรีฐานมีหลายขนาด หลากรูปทรง และมากด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเบาะรองนั่ง หมอนหนุน หมอนอิงรูปผลไม้ จนถึงหมอนเพื่อสุขภาพ ถ้าอยากได้หน้าตาที่ออกแบบเอง แวะเข้าไปพูดคุยกับแม่แย้มก่อนได้ หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง แม่แย้มพร้อมขึ้นรูปให้ตามต้องการ 

แม้ว่าชื่อเสียงของ ‘หมอนขวานผ้าขิด’ จะได้ขึ้นเป็นตอนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดยโสธร แต่ออเดอร์ส่วนใหญ่มาจากชาวต่างชาติ ขายได้ในไทยเป็นส่วนน้อย ถ้ามีโอกาสได้แวะไปถึงถิ่น ลองอุดหนุนหมอนขิดของบ้านศรีฐานติดบ้านดูสักใบ หนุนก็หายเมื่อยไม่ปวดหลัง นอนหลับก็สบายเต็มตื่น ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญแน่นอน

ที่ตั้ง : 73 หมู่ 1 ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 1579 0592

Facebook : แม่แย้มหมอนขิด

04

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้

โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้, โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ยโสธรเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ศาสนาพุทธที่ผูกพันแน่นแฟ้น และความเชื่อท้องถิ่นที่แสดงออกผ่านการบูชาพญาแถนบนฟ้ายามงานบุญบั้งไฟเท่านั้น ที่นี่ยังมีชุมชนผู้นับถือศาสนาคริสต์ขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในหลายอำเภอ

บาทหลวงไพฑูรย์ แสนสวัสดิ์ คุณพ่อเจ้าวัดอัครเทวดามีคาแอล ซึ่งมีโบสถ์คริสต์ทำจากไม้ได้ชื่อว่าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า จากชุมชนเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านหนีภัยมาตั้งรกรากเมื่อกว่าร้อยปีก่อน บาทหลวงเดซาแวล และ บาทหลวงออมโบรซีโอ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสจากบ้านเซซ่ง อำเภอป่าติ้ว เข้ามาช่วยเหลือจนชาวบ้านต่างเลื่อมใสและขอเข้ารีตในคริสต์ศาสนา ก่อนจะสร้างเป็นโบสถ์ขนาดเล็กประจำหมู่บ้านซ่งแย้ ใช้ไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ทำเป็นฝาขัดแตะแบบพื้นถิ่นอีสานอย่างจริงใจ

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

แรงศรัทธาของชาวบ้านและขนาดของชุมชนที่ขยายขึ้นตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นเป็นหลังที่ 4 แล้ว โดยทำเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย มีหน้าจั่วชายคาแบบเฮือนอีสาน ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์รวมจิตใจ และใช้ประกอบศาสนพิธีของคนในพื้นที่ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องชาวซ่งแย้ที่ช่วยกันชักลากไม้แดงและไม้ตะเคียนมาสร้างโบสถ์ 

สำหรับโครงสร้างอาคารใช้เสาไม้หลายร้อยต้น ส่วนหลังคามุงด้วยแผ่นไม้กว่า 80,000 แผ่น จุสัตบุรุษที่มาทำศาสนกิจทุกวันเสาร์อาทิตย์ได้นับร้อยคน ยิ่งหากได้ไปช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีประเพณีแห่ดาว ภายในโบสถ์ประดับประดาด้วยดาวไม้หลากสีฝีมือชาวบ้าน ติดไฟสวยงามน่าดูชม

เดินไปอีกนิด ข้าง ๆ กันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านซ่งแย้ จัดแสดงเครื่องมือช่างไม้ที่ใช้สร้างโบสถ์ ศาสนภัณฑ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตั้งแต่อดีต และเครื่องใช้ไม้สอยในวิถีชีวิตชาวอีสาน รวมถึงมีมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยชาวบ้านในท้องถิ่น น่าอุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ที่ตั้ง : บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน

05 

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก

แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก, แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

นอกเหนือจากงานบุญบั้งไฟ ยโสธรยังมี ‘งานแห่มาลัยข้าวตอก’ อีกงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี 

จากความเชื่อในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงดอกมณฑารพ ดอกไม้สวรรค์ที่จะร่วงตกลงมาทุกเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ตั้งแต่วันประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา จนถึงวันปรินิพพาน จึงเกิดความเชื่อในหมู่ชาวบ้านตั้งแต่โบราณว่า ดอกไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของการนอบน้อมบูชาแด่พระพุทธองค์

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ช่วงงานบุญเดือน 3 ก่อนหน้าวันมาฆบูชาเพียง 1 วัน ชาวตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จะพากันเตรียมข้าวเหนียวพันธุ์ดีผลผลิตของแต่ละชุมชน มาคั่วไฟในหม้อดินตั้งบนเตาถ่าน เกลี่ยด้วยก้านกล้วยไปมา เป็นภูมิปัญญาที่ทำเพื่อรักษาอุณหภูมิของข้าวไม่ให้ไหม้ ออกมาเป็นข้าวตอกแตกสีขาวนวล ใช้ร้อยมาลัยแทนดอกไม้ด้วยลวดลายวิจิตรเฉพาะประจำบ้าน ห้อยระย้ากันเป็นพวงใหญ่หลากหลายแบบ บางคราวสูงเกิน 10 เมตรเลยก็มี เมื่อสำเร็จเสร็จสิ้นจึงใช้ลำไม้ไผ่ยกตั้งขึ้นสูงเหนือหัวตลอด 2 ฝากฝั่งถนน สวยงามตระการตา แถมเดี๋ยวนี้ยังจัดประกวดประชันกันจริงจัง ขึ้นรถแห่ทั่วเมือง แสดงถึงพลังศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านแถบนี้

มาลัยข้าวตอกฝีมือชั้นครูที่ชาวบ้านช่วยกันร้อยเป็นพุทธบูชาในแต่ละปี จะไปสุดเส้นทางที่วัดหอก่อง เมื่อถวายพระแล้ว จึงนำไปเก็บไว้ในศาลาการเปรียญและพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอกที่ตั้งอยู่ภายในวัด สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดปี 

หากอยากร่วมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกนี้ แนะนำว่ามาให้ตรงกับช่วงงานบุญเดือน 3 แต่ถ้าไม่สะดวก เข้ามาชมความประณีตของเหล่าพวงมาลัยข้าวตอกที่ห้อยกันเป็นทิวแถวในพิพิธภัณฑ์ได้เลย 

ที่ตั้ง : วัดหอก่อง ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร 35130 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.

06 

Zen cafe & restaurant

ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant, ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่ต่อยอดจากธุรกิจโรงแรมในเมืองยโสธร กิจการครอบครัวของ หยี-ศรัญญา สิงห์พันธ์ ด้วยความคิดอยากให้แขกต่างถิ่นที่มายโสธร ได้สัมผัสการพักผ่อนแบบครบวงจรในอาณาบริเวณเดียวกัน ทั้งนอนพัก กินอาหาร เข้าร้านคาเฟ่ และมีมุมถ่ายภาพไว้เช็กอิน

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

เดินทางจากกลางอำเภอเมืองยโสธรไม่ไกล ร้านอาศัยพื้นที่ด้านหน้าโรงแรมเป็นที่ตั้ง ออกแบบให้อิงกับอาคารที่พักด้านหลัง คุมโทนสีขาวให้คล้ายกัน ตัดกับสนามหญ้าสีเขียวดูอบอุ่นสบายตา ส่วนเรื่องเมนูอาหาร ถึงจะอยู่บนถิ่นอีสาน แต่ถ้าหวังมาชิมปลาส้มอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัด เจ้าของแอบบอกว่าไม่มีเมนูนั้น เพราะที่นี่เน้นอาหารไทยและอิตาเลียนเป็นหลัก ด้วยอยากให้เข้าถึงได้ง่ายกับคนทุกกลุ่ม ทั้งแขกที่มาพักและคนในพื้นที่ โดยทางร้านได้เชฟรสมือดีจากกรุงเทพฯ มารังสรรค์อาหารจานพิเศษเพื่อวันพักผ่อนให้ได้ลองลิ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตีหรือสเต๊กต่าง ๆ ซึ่งเป็นลิสต์เมนูขายดีประจำร้าน

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ถ้าเพียงมานั่งชิลล์ชั่วประเดี๋ยว หรือแวะมาถ่ายรูปอัปเดตความเป็นไปของจังหวัดยโสธร ก็มีเครื่องดื่มทั้งกาแฟและชาไว้บริการ มีชามันม่วงญี่ปุ่นเป็นตัวชูโรง ได้รสชาติและกลิ่นมันม่วงหอมหวาน เป็นร้านแรก ๆ ที่มีเมนูนี้ ก่อนจะฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง อ้อ ร้านยังมีขนมง่าย ๆ เอาใจคนรักของหวานด้วย เช่น วาฟเฟิลฟรุตตี้และชีสเค้กมิกซ์เบอรีให้ได้นั่งละเลียดกัน รวมถึงเบเกอรีโฮมเมดที่หยีลงมือทำเองสดใหม่ทุกวัน

ที่ตั้ง : 245 ถนนวารีราชเดช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4238 7875

Facebook : Zen cafe & restaurant 

07 

Me.homemade

คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

Me.homemade, คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

“ถึงแล้ว จุดหมายของคุณอยู่ทางซ้าย” 

อย่าเพิ่งตกใจ หากมาตามหมุดที่ปักพิกัดไว้ แต่ไม่ยักมีวี่แววของจุดหมายที่ตั้งใจมา เพราะ Me.homemade เป็นคาเฟ่ลับไซซ์มินิ ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักที่ภายนอกของร้านเหมือนออฟฟิศของหอทุกกระเบียด ทั้งตำแหน่งห้องแรกใต้ตึกและหน้าต่างสีชาปิดทึบ 

ปี๊ด-พิจิกา ภูมิแสน บอกว่าแม้ร้านของเธอจะขนาดเล็กชนิดเดินไม่กี่ก้าวก็สุดกำแพง แต่ใจจริงเธออยากให้พื้นที่นี้เป็นคอมมูนิตี้ของคนในยโสธรได้มาเปิดวงสนทนากัน ในร้านพอมีที่นั่งนิดหน่อยไว้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับบาริสต้าสาวเจ้าของร้าน ส่วนด้านนอกจัดเป็นโซนเอาต์ดอร์สำหรับใครที่อยากออกมาพบปะรับลม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เครื่องดื่มที่นี่มีน้อยอย่างชนิดนับไม่ทันหมดนิ้วมือ เน้นกาแฟดำและกาแฟนมเป็นหลัก คัดสรรเมล็ดกาแฟมาอย่างดี เสริมมัทฉะและโฮจิฉะเข้ามาเพราะความชอบส่วนตัว และช่วงหลังมานี้เพิ่มโกโก้อีกเมนู เรื่องรสชาติวางใจได้ทั้งหมด เพราะกว่าจะมาเป็นร้านได้ทุกวันนี้ ปิ๊ดลงทุนไปกลับยโสธร-กรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์ตลอดครึ่งปี ทำงานกับร้านกาแฟใหญ่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ

เมนูขนมมีมัทฉะพุดดิ้งยืนพื้นคอยต้อนรับลูกค้าในทุกวัน ความพิเศษอยู่ตรงที่รสสัมผัสนุ่มนิ่มละมุนคล้ายขนมถ้วย ไม่เหมือนกับที่เคยกินมาที่ไหน เพราะเป็นสูตรที่ปิ๊ดลองทำ ปรับเองกับมือ และยังมีเค้กโฮมเมดชนิดต่าง ๆ ที่สลับสับเปลี่ยนไปตามวันและตามใจคนทำ

“เราชอบขนมตัวไหนก็จะทำ อย่างเค้กก้อนหนึ่ง ทุกครั้งจะแบ่งให้ตัวเองหนึ่งชิ้นเพื่อลองชิม เราจะไม่กล้าปล่อยผ่าน ทุกครั้งที่ทำต้องเทสต์ก่อน ถ้าวันไหนเจอความผิดพลาดก็จะไม่ขาย” ปิ๊ดเล่าเสริมถึงความใส่ใจ

ในทุกวันศุกร์ Me.homemade มีเซ็ตอาหารที่เธอทำร่วมกับเพื่อนแบบสนุก ๆ ให้ผู้สนใจได้ลองมาสั่งกันล่วงหน้า เป็นเมนูสุ่มที่ชวนทายใจคนทำว่าจะได้ชิมเมนูอะไรในแต่ละครั้ง แค่ฟังเธอเล่าก็อยากลองจองดูสักมื้อ

ที่ตั้ง : 1/109 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอาทิตย์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ปิดวันเสาร์

โทรศัพท์ : 06 1962 6323

Facebook : Me.homemade

08 

Katanyu Baked & Coffee

ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

Katanyu Baked & Coffee, ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

เนม-กตัญญู บุญเดช อดีตนักข่าวสาวจากเมืองกรุงผู้ย้อนทางกลับบ้านเกิดมาเปิดร้านเค้ก พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Katanyu Baked & Coffee ว่าเกิดขึ้นจากความชอบกินเค้กของตัวเอง และมองเห็นจุดที่บ้านเกิดยังไม่มีร้านขายเค้กอย่างเป็นจริงเป็นจัง ส่วนใหญ่เป็นคาเฟ่ที่มีขนมเป็นเพียงกำลังเสริม จึงลงเรียนเพิ่มทักษะด้านการทำเบเกอรีโดยเฉพาะ เพื่อเปิดเป็นร้านที่เน้นหนักเรื่องเค้กขึ้นในอำเภอเมืองยโสธร

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ความคิดแรกเริ่มในหัวของเนม คืออยากทำร้านที่ลูกค้ามองเห็นห้องขนมขณะที่ทำในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ผสมแป้งและตัดแบ่งเค้ก มีกระจกกว้างส่วนตัวไว้ทอดอารมณ์เปลี่ยนมุมมองออกไปสวนเล็ก ๆ ข้างกัน เธอตั้งใจให้ร้านขนาดไม่ใหญ่เกินไปจนรู้สึกห่างเหิน เพราะอยากให้ลูกค้าเหมือนอยู่บ้านตัวเอง วางเค้กหลากหลายสัญชาติที่ทำเองทุกวัน ทั้งทีรามิสุ ชีสเค้กหน้าไหม้ และบลูเบอร์รีชีสพาย

หากเอ่ยชื่อร้าน ขนมเปี๊ยะลาวาเป็นของขายดีที่หลายคนนึกถึง ถ้าได้มาลองชิมถึงที่ รับรองขากลับต้องมีติดมือกลับบ้านไปด้วย แม้จะดูเหมือนเป็นขนมที่หากินง่าย แต่ด้วยความพิถีพิถันและรสชาติที่ถูกใจ ก็ทำให้เค้กลาวาไส้เยิ้มฝีมือของเนมติดอันดับฮอตฮิตในหมู่ชาวยโสธรไปเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งเมนูคือพายมะพร้าว ที่ต้องทำสดตอนเช้าในวันนั้น แล้วรีบวางขึ้นหน้าร้าน ไม่ทันไรก็หมดจากตู้ เป็นอีกเมนูยอดนิยมที่ไม่ได้มีทุกวัน หากใครอยากตามรอยมาชิมมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ที่ตั้ง : 35/3 ถนนห้าธันวามหาราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 17.30 น. ปิดวันพุธ

โทรศัพท์ : 08 8924 9199

Facebook : Katanyu Baked & Coffee

09 

ยากิปัง Bread toast & Slow bar 

ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

ยากิปัง Bread toast & Slow bar, ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ นุ๊ก-ธีรวิชญ์ ฝูงดี ได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว ผละงานประจำอย่างวิศวกร และอาชีพเสริมที่เป็นนักดนตรีกลางคืนชั่วครู่ เปลี่ยนมาปิ้งขนมปังและดริปกาแฟยามเช้าตรู่ จนเจ้าตัวแอบบอกว่าช่วงแรกทำเอานาฬิกาชีวิตรวนอยู่พอควร

ยากิปัง Bread toast & Slow bar จับจองฟุตพาทหน้าอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ตั้งโต๊ะพับง่าย ๆ คุมโทนกลิ่นอายดูนิปปอน ด้วยชื่อร้านบนป้ายผ้าเรียบง่ายเป็นกันเอง ขึงกับประตูเหล็กม้วนของอาคารพาณิชย์เก่าที่เท่เตะตา พร้อมจัดมุมเก้าอี้เล็ก ๆ เชื้อเชิญเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์มานั่งชิลล์มองถนนและผู้คนที่สัญจรไปมาริมถนนในยามเช้า ลองกาแฟที่มือชงเจ้าของร้านสรรหามาให้ได้ชิมกันจากทั่วประเทศ บางครั้งก็เป็นเมล็ดนอก หรือสบจังหวะอาจได้ชิมกาแฟดีกรีรางวัลที่บังเอิญได้มาพอดี

“เราอยากทำร้านขนมปังปิ้งและใช้เนยแท้ที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

นุ๊กวางคอนเซ็ปต์อย่างหนักแน่นว่า ขนมปังปิ้งของร้านต้องไม่ใช้มาการีน เขาจึงเริ่มต้นคิดค้นผสมเนยสดสูตรของตัวเองขึ้น ลองจนได้ออกมาเป็นรสชาติที่ลงตัวถูกใจ และปลอดภัยไร้ไขมันทรานส์ นอกจากเนยยอดนิยม ยังมีหน้าอื่น ๆ ด้วย อาทิ นูเทลลา บราวน์ชูก้า และเนยถั่ว รวมถึงมีแซนด์วิชแฮมชีสไว้เป็นทางเลือกเสริม บางวันอาจมีขนมปังโฮลวีตโฮมเมดให้ได้ลองชิมกัน

จิบกาแฟ กินขนมปังปิ้งโดยไม่ต้องเร่งรีบ สูดอากาศให้เต็มปอดเพื่อชาร์จพลังในเช้าวันใหม่ คลอเสียงเพลงฟังสบาย ๆ ที่คัดสรรมาแล้วย่างดีจากคนดนตรี แม้อาจดูแปลกใหม่สำหรับชาวยโสธร แต่นี่แหละ คือความฝันของนุ๊กที่อยากลองนำเสนอสิ่งที่ได้ไปเห็นมาจากในจังหวัดใหญ่ข้างเคียง

ที่ตั้ง : 215-217 ถนนรัตนเขต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 11.30 น. ปิดวันจันทร์

โทรศัพท์ : 09 2495 8632

Facebook : ยากิปัง •焼きぱん•

10 

Vachi Old Town Specialty Coffee

ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า

Vachi Old Town Specialty Coffee, ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

“เรามีคอนเซ็ปต์ว่าอยากเป็นห้องรับแขกของเมืองยโสธร”

ถ้าถามถึงร้านกาแฟในจังหวัดยโสธร เจ้าบ้านหลายคนต่างผายมือเป็นทางเดียวกันมาที่แบรนด์ Vachi ซึ่งดูแลโดย นุ่น-ภารดี ยโสธรศรีกุล และ แนน-ภัทร ยโสธรศรีกุล สองพี่น้องเจ้าของแบรนด์กาแฟสุดแข็งแกร่งแห่งยโสธร 

หลายปีมาแล้ว ทั้งคู่สตาร์ทจากร้านกาแฟเล็ก ๆ ก่อนขยายเป็นร้านใหญ่ขึ้นในชื่อ Vachi Coffee Bar & Bistro ริมถนนแจ้งสนิท ติดเส้นทางสายหลักของจังหวัด และล่าสุดคือ Vachi Old Town Specialty Coffee หรือเรียกง่าย ๆ ว่า วาชิ เมืองเก่า ที่เลือกโลเคชันโซนบ้านสิงห์ท่ามาตั้งร้าน 

หากคาแรกเตอร์ร้านแรกคือตัวแทนยโสธรรุ่นใหม่ ร้านที่สองนี้ก็เป็นภาพแทนความเก่าที่ต่างออกไป

‘วาชิ โอลด์ทาวน์’ เน้นกาแฟ Specialty เด่น ๆ จากหลากหลายที่มา ทั้งเฮาส์เบลนด์ที่เลือกใช้เมล็ดในไทย รวมทั้งมอบประสบการณ์ใหม่ผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากทั่วมุมโลก เป็นสโลว์บาร์ที่เข้ากับบรรยากาศแวดล้อมสโลว์ไลฟ์ เนิบช้าตามประสาชุมชนดั้งเดิม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ร้านนี้เกิดขึ้นจากความคิดอยากให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในเมืองเก่ามากกว่าแค่มาแวะถ่ายรูปตึกแล้วกลับ ตอนมีไอเดียจะเปิดร้านใหม่แถบนี้ ทั้งคู่ลงทุนขับรถวนเช้าเย็นเพื่อทำความรู้จักพื้นที่ให้มากที่สุด โจทย์หลักในการออกแบบร้าน คือ ต้องกลมกลืนกับบ้านเรือนรอบข้าง ผลลัพธ์ออกมาคือเก็บกำแพงเก่าคงไว้เป็นส่วนหนึ่งของร้าน ใช้สังกะสีเก่ามาสร้างตัวอาคาร หยิบเอาอิฐดินจากบ้านหลังเดิมมาใช้เป็นวัสดุก่อร้านแทบทั้งหมด ออกมาดูดิบและคลาสสิกไม่แปลกแยก แต่ก็ไม่ลืมแฝงดีไซน์ร่วมสมัยไปพร้อมกัน

สองสาวเล่าให้ฟังถึงเป้าหมายว่า วันนี้พวกเธอกำลังค่อย ๆ ก้าวผ่านทีละสเต็ป จากร้านกาแฟทั่วไปสู่การนำเสนอกาแฟ Specialty ให้กับคนยโสฯ ลงลึกเรื่องกาแฟ เสริมทีมบาริสต้าให้แข็งแกร่ง และเป้าหมายต่อไปคือกำลังคิดทำโรงคั่ว เพื่อแสดงตัวตนของ Vachi ผ่านกาแฟโปรไฟล์ของร้านเอง

ถ้ามีโอกาสแวะมาที่ Vachi ทุกเดือนจะมีเมนูสนุก ๆ เป็นกาแฟ Specialty of The Month ที่ให้โจทย์กับทีมบาริสต้าลองฟิวชันกับ Cold Brew ของร้าน อย่างเดือนที่แล้วมีเงาะ หลายเดือนก่อนเป็นน้ำตาลดอกมะพร้าว หรือน้ำหล่อฮังก้วยก็มี เป็นอีกร้านที่คอกาแฟและผู้หลงใหลเสน่ห์เมืองเก่าห้ามพลาด

ที่ตั้ง : 18 ถนนศรีสุนทร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 062 994 2559

Facebook : วาชิ คอฟฟี่บาร์ยโสธร Vachi Coffeebar&bistro, Coffee with space for ALL

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load