The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

The Cloud ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จังหวัดสกลนคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ทำโครงการศึกษาอัตลักษณ์ของเมืองสกลนครแล้วนำเสนอในมุมใหม่ ว่าดินแดนอีสานแห่งนี้มีเสน่ห์น่าจับตามอง ควรต่อยอดในรูปแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และน่าเดินทางไปทำความรู้จักด้วยตนเอง

สกลนครมีทรัพยากรและภูมิปัญญาน่าสนใจ ดินแดนของ 6 ชนเผ่า 2 ชนชาติ ซึ่งร่วมสร้างวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของเมือง มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และวิถีชีวิตที่ผสานหลายวัฒนธรรมอย่างลงตัว จากเมืองทางผ่านที่มีชื่อเสียงด้านวัดวาอาราม ปัจจุบันกลับปรับภาพลักษณ์และทรัพยากรเดิม เพื่อสร้างความดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม

นอกจากมีชื่อเสียงเรื่องผ้าคราม สกลนครที่เราได้สัมผัสมีมิติลึกซึ้งหลากหลาย เมืองที่เกิดจากความล่มสลายในตำนาน ผาแดงนางไอ่ มีความสามารถในการปรับตัว สะสมวัฒนธรรมแต่ละยุคไว้ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมยุคขอมโบราณ พุทธศาสนาอันเข้มแข็ง วิถีของชนเผ่าต่างๆ และชาวเวียดนามอพยพ ไปจนถึงทรัพยากรธรรมชาติ ภูเขา แหล่งน้ำ การเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูก ทั้งยังเก็บอัตลักษณ์ใหม่ๆ มาตลอดตามกาลเวลา เมืองสกลจึงเติบโตไม่หยุดนิ่ง หยิบจับทรัพยากรมาสร้างคุณค่าใหม่อย่างไม่สิ้นสุด 

จากรายงานการศึกษาที่เข้มข้น เราคัดสรรของดีสกลนคร 10 อย่าง ทั้งสิ่งของและสถานที่โดดเด่นมาให้รู้จักกันในเบื้องต้น ซึ่งอาจทำให้คุณได้รู้จักดินแดนหนองหานหลวงในแง่มุมที่แตกต่าง และหลงรักเมืองนี้กว่าที่เคย

01

โพนยางคำ

เนื้อโพนยางคำ, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

สินค้าโอท็อปอันดับหนึ่งของสกลนครคือเนื้อโพนยางคำ เนื้อโคขุนคุณภาพสูงที่เกิดจากวัวสายพันธุ์ยุโรปผสมกับวัวสายพันธุ์พื้นเมือง ปัจจุบันมีการเลี้ยงวัวสายพันธุ์ผสมนี้ใน 8 อำเภอสกลนคร นับเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงของชุมชน

ต้นกำเนิดของเนื้อโพนยางคำมาจากกองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (กรป.กลาง) ที่ตั้งเป้าส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ในที่ทุรกันดารตั้งแต่ พ.ศ. 2519 โดยได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลฝรั่งเศส โครงการเลือกดำเนินการที่สกลนครและนครพนมอย่างต่อเนื่อง จนเกิดโคลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส มากเพียงพอที่จะตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค และสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง ที่บ้านโพนยางคำ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมมาตรฐานการผลิตให้ได้เนื้อโคคุณภาพดี สะอาดปลอดภัยมากว่า 30 ปี

เนื้อโพนยางคำ, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

กว่าจะได้เนื้อวัวแสนอร่อย เกษตรกรต้องขุนโคกว่า 3 ปี ก่อนส่งให้สหกรณ์ดูแลต่ออีกร่วมปี ปัจจุบันเราสามารถชิมเนื้อโพนยางคำได้ในร้านอาหารทั่วสกลนคร รวมถึงในหลายจังหวัดทั่วอีสานและในกรุงเทพฯ แต่ถ้าอยากลิ้มรสพร้อมบรรยากาศฟาร์มร่มรื่นกว้างใหญ่ เชิญมาลองชิมเนื้อโพนยางคำได้ที่ร้านอาหารของสหกรณ์ฯ ซึ่งมีทั้งสเต๊กและอาหารอีสานให้เลือก แถมที่นี่ยังมีชิ้นเนื้อสดส่วนต่างๆ เครื่องใน และดีวัว ให้เลือกซื้อกลับบ้านอีกด้วย

02

หนองหาน

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานคือหัวใจของสกลนคร เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่เชื่อว่าเกิดจากการล่มสลายของเมืองในตำนาน นิทานเรื่อง ผาแดงนางไอ่ เล่าว่า นางไอ่คำ พระธิดาแสนงามของเจ้าเมืองเอกชะทีตา รักกับท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง ความงามของนางไอ่คำทำให้ท้าวพังคี เจ้าชายพญานาคจากเมืองบาดาลตกหลุมรัก ปลอมตัวเป็นกระรอกเผือกมากระโดดโลดเต้นบนกิ่งไม้ให้นางไอ่คำเห็น

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นางไอ่คำคิดอยากได้กระรอกเผือกจึงสั่งให้นายพรานไปจับตัวมา เมื่อจับเป็นไม่ได้ก็จับตาย ให้นายพรานยิงกระรอกเผือกเสีย ก่อนตายกระรอกพังคีอธิษฐานขอให้เนื้อตัวขยายใหญ่จนคนทั้งเมืองกินไม่หมด ชาวเมืองต่างเข้าใจว่าเนื้อกระรอกเผือกเป็นเนื้อศักดิ์สิทธิ์ จึงเฉือนเนื้อไปแบ่งปันกินทั่วเมือง ยกเว้นกลุ่มแม่ม่ายที่สังคมรังเกียจ ไม่ได้ชิมเนื้อกระรอก

คืนนั้นเมื่อพญานาคทราบข่าวว่าโอรสสิ้นชีพ ก็เกณฑ์ไพร่พลเลื้อยขึ้นมาถล่มเมืองเอกชะทีตาให้จมลง เมืองใหญ่กลายเป็นหนองหาน เหลือเพียงดอนสวรรค์และเกาะเล็กเกาะน้อยกลางทะเลสาบซึ่งเป็นที่อยู่ของแม่ม่าย ที่รอดพ้นจากความพิโรธของพญานาค

หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หนองหาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ปัจจุบันดอนสวรรค์ เกาะใหญ่ใจกลางหนองหานถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพืชพรรณป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ต้นยางนาสูงใหญ่รกครึ้ม ด้านหน้าเกาะมีโบสถ์เล็กๆ กุฏิศาลาวัดร้าง และต้นตะเคียนคู่ที่ชาวบ้านศรัทธาในแม่ย่าตะเคียนทองศรีวิลาไล ดอนสวรรค์จึงเป็นทั้งแหล่งศึกษาธรรมชาติและศูนย์รวมความเชื่อ

ถ้ามีเวลาเที่ยวหนองหานทั้งวัน สามารถเช่าเรือไปเที่ยวพื้นที่รอบหนองหานได้หลายจุด โดยขึ้นเรือได้ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ หรือที่เรียกกันว่าสระพังทอง สวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมืองที่มีสระน้ำขุดสมัยขอม

03

วัดพระธาตุเชิงชุม

วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

วัดสำคัญริมหนองหานมีตำนานเล่าขานว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาตามริมแม่น้ำโขง เมื่อมาถึงภูน้ำลอดเชิงชุม ดินแดนหนองหานหลวงที่พระเจ้าสุวรรณภิงคาระและพระนางนารายณ์เจงเวงปกครอง ทั้งสองเสด็จมาต้อนรับพระพุทธเจ้า พระองค์แสดงปาฏิหาริย์ให้มีดวงมณี 3 ดวงพุ่งจากพระโอษฐ์ และตรัสว่าสถานที่นี้ประเสริฐ มีพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ได้ประชุมรอยพระพุทธบาทไว้ พระเจ้าสุวรรณภิงคาระซาบซึ้งยินดี จึงทรงถอดมงกุฎทองคำมาสวมบูชารอยพระพุทธบาท แล้วทรงสร้างเจดีย์ครอบเป็นพระธาตุเชิงชุม

วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
วัดพระธาตุเชิงชุม, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ตัวเจดีย์พระธาตุตั้งหันหน้าไปทางหนองหาน สร้างด้วยศิลาแลงและหินทรายแดง มีลักษณะศิลปะแบบล้านช้าง สันนิษฐานว่าเดิมทีเป็นปราสาทหินทรายสมัยขอม ซึ่งต่อมาได้รับการบูรณะราวพุทธศตวรรษที่ 16 ยามอาณาจักรล้านช้างมีอิทธิพล วิหารข้างเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร และข้างๆ กันคือพระอุโบสถที่ได้รับการบูรณะตกแต่งอย่างสวยงาม

เทศกาลสำคัญที่นี่คืองานมนัสการพระธาตุประจำปี ตั้งแต่วันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือนยี่ ซึ่งมีกิจกรรมตลอดวัน ทั้งตักบาตรพระสงฆ์รอบองค์พระธาตุ สรงน้ำองค์พระธาตุ ประกวดขบวนแห่โคมไฟและจุดบั้งไฟด้วย

04

เทือกเขาภูพาน

เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

หนึ่งในสัญลักษณ์ของสกลนครคือเทือกเขาภูพาน อุทยานแห่งชาติอุดมสมบูรณ์ที่คั่นกลางระหว่างสกลนครกับกาฬสินธุ์ ประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง นอกจากเป็นแหล่งต้นน้ำและที่อยู่ของพืชพรรณสัตว์ป่า ที่นี่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้หนังและเพลงหลากหลาย เช่น ภาพยนตร์เก่าเรื่อง ภูพานอย่าร้องไห้ เสือภูพาน เพลง ภูพานสะอื้น ไปจนถึงงานคราฟต์ไทยอย่างผ้าย้อมครามแบรนด์ภูคราม ที่ปักลายดอกไม้จากภูพานเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
เทือกเขาภูพาน, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานนี้มีหลากหลายมาก เมื่อขับรถขึ้นเส้นทางถนนคดเคี้ยวเหมือนงูเลื้อยที่เรียกว่าโค้งปิ้งงู จะพบจุดท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น น้ำตกคำหอม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ โดยภายในเขตที่พักของอุทยานฯ มีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และหน้าผานางเมินเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม

เทือกเขาภูพานยังมีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ ทั้งเคยเป็นสมรภูมิรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังมีถ้ำเสรีไทย ถ้ำลับที่เป็นแหล่งสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ของกลุ่มต่อต้านทหารญี่ปุ่น เมื่อมองจากที่สูงจะเห็นเป็นเพียงลานหินธรรมดาเท่านั้น ปัจจุบันถ้ำนี้เดินเท้าเข้าไปไม่ยาก เพียงเดินตามเส้นทางหลังประติมากรรม ‘ขุนพลภูพาน’ หรือ เตียง ศิริขันธ์ อดีตอาจารย์และนักการเมืองคนสำคัญ ผู้เป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยสายอีสานและสกลนคร ก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวของกลุ่มวีรบุรุษชาวอีสานในสมัยสงครามโลก 

05

ตลาดบายพาส

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

แหล่งวัตถุดิบอาหารป่าและอาหารท้องถิ่นขนาดใหญ่ของสกลนครเป็นตลาดของป่าจากภูพาน ปัจจุบันยังขายวัตถุดิบสดใหม่ทั้งจากหัวไร่ปลายนาและป่าชุมชน เช่น ผักป่า หอยป่า ปูนา จักจั่น จิ้งหรีด รังตัวต่อ ตลอดจนปลาจากแหล่งน้ำรอบๆ เช่น แม่น้ำโขง ลุ่มน้ำศรีสงครามและน้ำอูน ในหน้าฝนจะมีเห็ดป่านานาสะพรั่งให้เลือกซื้อเยอะเป็นพิเศษ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์และธรรมชาติแต่ละฤดูกาลในสกลนครและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นปรุงสำเร็จอีกหลายอย่าง ไม่ว่าเป็นคนทำอาหารหรือนักชิมก็ได้ความเอร็ดอร่อยจากตลาดแห่งนี้ 

06

พระธาตุภูเพ็ก 

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

บนยอดเขาภูเพ็กในเทือกเขาภูพาน มีปราสาทหินทรายขอมขนาดใหญ่เคยเป็นศาสนสถานฮินดู สันนิษฐานว่าสร้างในพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นพุทธศาสนสถานในภายหลัง พระธาตุภูเพ็กแสดงถึงประวัติศาสตร์เก่าแก่ของดินแดนสกลนคร โดยตัวปราสาทหลักหันหน้าไปทิศตะวันออก ปัจจุบันสภาพโบราณสถานค่อนข้างสมบูรณ์ ตัวอาคารมีห้องโถงกลางเพื่อประดิษฐานรูปเคารพ มีเรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม มุมละ 5 เหลี่ยม รวมกันเป็น 20 เหลี่ยม ด้านหน้ามีฐานหินยกสูงยื่นออกมาคล้ายกากบาท เรียกว่าโคปุระ และมีสระน้ำเล็กๆ 2 สระด้านทิศเหนือ วัตถุโบราณสำคัญของที่นี่ คือแท่นหินเจาะช่องสี่เหลี่ยม สันนิษฐานว่าเป็นแท่นบรรจุสิ่งมงคลและศิวลึงค์หินทราย

ตำนานเมืองเล่าว่า พระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มบุรุษชาวเมืองหนองหานน้อยที่ต้องการได้พระอุรังคธาตุ (กระดูกหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า โดยแข่งขันสร้างเจดีย์ใหญ่ให้เสร็จก่อนฟ้าสาง กับกลุ่มผู้หญิงเมืองหนองหานหลวงที่สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ผลสุดท้ายฝ่ายชายเป็นกลุ่มที่พ่ายแพ้เพราะหลงกลฝ่ายหญิง ซึ่งหลอกว่าดาวเพ็กหรือดาวศุกร์บนท้องฟ้าขึ้นแล้ว พระธาตุนี้จึงได้ชื่อว่าพระธาตุภูเพ็ก นับเป็นโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดศรัทธา

แม้ตอนเดินขึ้นจะต้องปีนบันได 400 กว่าขั้นจนหอบแฮ่กไปบ้าง แต่โบนัสคือวิวเมืองที่งดงามท่ามกลางหมอกจางๆ เห็นต้นไม้เขียวชอุ่มแทรกไปเมืองสกลนคร 

ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ตลาดบายพาส, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

07

หมากเม่า

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

หมากเม่าเป็นผลไม้ป่าที่ขึ้นมากตามธรรมชาติในภูพาน โดยเฉพาะที่ตำบลสร้างค้อ อำเภอภูพาน ณ เส้นรุ้งที่ 16 องศาเหนือ ตัดกับเส้นแวงที่ 103 องศาตะวันออก เหตุที่เบอร์รี่ป่านี้งอกงามเป็นพิเศษ เพราะดินร่วนของเทือกเขาภูพานมีแร่ธาตุจากภูเขาไฟยุคดึกดำบรรพ์ ผลหมากเม่ามีสาร Antosiyanin สีม่วงแดงที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังช่วยต้านมะเร็ง 

ราว พ.ศ. 2535 – 2536 นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร มาสำรวจไม้ผลในพื้นถิ่น แล้วพบว่าผลไม้ป่านี้มีศักยภาพในการแปรรูป จึงนำมาวิจัยและร่วมมือกับชุมชนผลิตสินค้าจากหมากเม่า เริ่มต้นจากน้ำและไวน์หมากเม่า ด้วยคุณสมบัติค่า pH ระหว่าง 3 – 4 จึงเหมาะที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำผลไม้โดยไม่ต้องใส่สารกันบูด ดีต่อผู้บริโภค 

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ผู้บุกเบิกสินค้าหมากเม่า คือ 3 เซียนเม่า ขาน แก้วอุ่นเรือน เชี่ยวชาญการทาบกิ่ง ทองเว เพียรภายลุน ถนัดการเสียบยอด และ คนพ วรรณวงศ์ ถนัดด้านสายพันธุ์และการแปรรูป ทั้งสามร่วมมือกันปลูกหมากเม่าและพัฒนาสายพันธุ์หมากเม่า จนได้ผลผลิตลูกกลมใหญ่ อร่อย เหมาะแก่การแปรรูป โดยทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ร่วมส่งเสริมการปลูกและพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของสกลนคร สร้างอาชีพรายได้ให้กับชุมชน ไล่ตั้งแต่อำเภอโคกศรีสุพรรณ เต่างอย ภูพาน กุดบาก ไปจนถึงนิคมน้ำอูน ส่องดาว สว่างแดนดิน พังโคน ตลอดเทือกเขาภูพาน มีเครือข่ายหมากเม่าประมาณ 400 ครอบครัว มีไร่หมากเม่า 1,900 กว่าไร่ และมีโรงงานแปรรูป 15 โรงงาน

หมากเม่า, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

จากเดิมชาวบ้านนิยมกินผลสดและนำไปใส่ส้มตำ ปัจจุบันหมากเม่าถูกนำไปแปรรูปสารพัด นอกจากเครื่องดื่ม ยังมีแยมหมากเม่า คุกกี้ไส้หมากเม่า ชาใบเม่า น้ำใบเม่า สบู่และเครื่องสำอางประทินผิว เบอร์รี่สีม่วงแดงเดินทางไกลออกจากป่า มาเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่หล่อเลี้ยงรายได้ของจังหวัด 

08

หมู่บ้านท่าแร่

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชุมชนขนาดใหญ่ที่สุดของชาวคริสต์เชื้อสายเวียดนามในสกลนคร เป็นหมู่บ้านคาทอลิกที่มีสมาชิกมากที่สุดในเมืองไทย หมู่บ้านแสนสวยนี้ตั้งอยู่ริมหนองหาน ใน ค.ศ. 1884 มิชชันนารีจากฝรั่งเศสและครูเณรจากเวียดนาม ร่วมกับสมาชิกคริสตชนทั้งชาวเวียดนามและชาวพื้นเมืองนับร้อยคน รวมตัวกันต่อเรือและแพมาขึ้นฝั่งที่ฟากหนึ่งของหนองหานเพื่อตั้งรกรากใหม่ บนพื้นที่ป่าไม้ที่เต็มไปด้วยหินลูกรังหรือหินแฮ่อยู่ทั่วไป หมู่บ้านนี้จึงได้ชื่อว่าท่าแร่

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชาวท่าแรกรุ่นอพยพสวดภาวนาต่ออัครเทวดามีคาแอลเป็นประจำ จึงสร้างวัดหลังแรกในนามวัดมหาพรหมมีคาแอล ศาสนสถานนี้ได้รับการปรับปรุงและสร้างใหม่หลายครั้ง โดยอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลในปัจจุบัน สร้างใน ค.ศ. 1971 ให้เป็นรูปหัวเรือ สื่อถึงตำนานเรือโนอาห์และการกำเนิดหมู่บ้าน โดยได้รับการบูรณะปรับปรุงหลายครั้งหลังจากนั้นให้สวยสง่า เป็นศูนย์รวมจิตใจและความภาคภูมิใจของชาวท่าแร่ 

หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมู่บ้านท่าแร่, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นอกจากโบสถ์หลัก ผังเมืองของหมู่บ้านนี้สวยงามเป็นระเบียบด้วยอิทธิพลยุโรป ถนนกว้างขวางตัดตรง มีสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลฝรั่งเศสอยู่หลายหลัง เช่น คฤหาสน์โสรินทร์ ของอดีตคหบดีใหญ่ในชุมชน นายฮ้อยเลื่อง โสรินทร์ และคฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ ของนายยอแซฟ คำสิงห์ อุดมเดช ไม่ว่าเป็นบ้านสไตล์ฝรั่ง เรือนไทย หรือบ้านแบบร่วมสมัยล้วนประดับตกแต่งด้วยรูปดวงดาว ทุกเทศกาลคริสต์มาสต์ของทุกปี แต่ละบ้านจะแต่งดาวติดไฟอย่างสวยงาม ทั้งหมู่บ้านจัดงานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส มีขบวนแสงสีเสียงยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ซึ่งสะท้อนความหลากหลายด้านศาสนา และการนำทรัพยากรวัฒนธรรมมาปรับใช้ในการพัฒนาชุมชน 

09

ผ้าคราม Mann craft

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ก่อนผ้าย้อมครามจะกลายเป็นสินค้า GI ของสกลนคร เสื้อผ้าย้อมครามเคยเป็นเสื้อผ้าพื้นๆ ที่ชาวบ้านใส่ทำไร่ทำนา เพราะมีคุณสมบัติช่วยกันแดดกันยุง เมื่อเวลาผ่านไป เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันผู้คนมากขึ้น ชุมชนที่ย้อมผ้าสีธรรมชาติก็ค่อยๆ เลิกก่อหม้อย้อมครามไปเป็นลำดับ

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ครามกลับเข้ามามีบทบาทอีกครั้ง ด้วยความพยายามของทั้งภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษาที่ตั้งใจนำภูมิปัญญาเก่าแก่มาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ หนึ่งในร้านที่โดดเด่นที่สุดคือ Mann Craft ของ ปราชญ์ นิยมค้า สมาชิกกลุ่ม สกลเฮ็ด คนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านมาสร้างแบรนด์ดีไซน์เก๋ ปราชญ์เพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่นโดยทดลองทอและย้อมครามอย่างนอกกรอบ เช่น ย้อมสี Indigo Spectrum ไล่เฉดสีครามตั้งแต่อ่อนจนเข้มจัดได้ถึง 52 เฉดสี คิดค้นหมึกครามสำหรับเพนต์ลงบนผ้าแทนการย้อมแบบดั้งเดิม คลี่คลายลายผ้าทอมัดหมี่ ลายลูกแก้ว หรือลายเก่าแก่ต่างๆ ให้อยู่ในฟอร์มร่วมสมัย หรือดึงเทคนิคพิมพ์ผ้าแบบอินเดียมาสร้างคอลเลกชันใหม่ ไปจนถึงนำสีธรรมชาติจากต้นไม้ใบหญ้าอื่นๆ มาสร้างลูกเล่นสร้างสรรค์ แบรนด์นี้จึงมีความเป็นศิลปะสูง ตัวตนชัดเจน และสวยบาดใจ

ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
ผ้าคราม Mann craft, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

นอกจากแบรนด์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แบรนด์ในเครือเดียวกันคือร้านครามทอง ซึ่งเน้นผลิตผ้าครามสำหรับผู้ใหญ่ เช่น ผ้าซิ่นและกระเป๋าที่สวยมีระดับ ล่าสุดปราชญ์ยังเปิดสวนแมน แปลงโฉมสวนผลไม้เก่าใกล้ตัวเมืองสกลนครเป็นศูนย์เรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถมาเวิร์กช็อปย้อมครามและสีธรรมชาติอื่นๆ จากต้นไม้ที่ปลูกในสวน โดยในอนาคตที่นี่จะเปิดเป็นแหล่งจัดกิจกรรมเชิงศิลปวัฒนธรรม งานคราฟต์ สำหรับศิลปินนักออกแบบต่างๆ รวมถึงเป็น Artist Residency นับเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมของจังหวัดอย่างครบวงจร

10

นาเชือก

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมทำนาและเลี้ยงควายที่นาเชือก ชีวิตเรียบง่ายเริ่มมีรายได้เสริมเมื่อ พระอาจารย์ฉัฐกรณ์ มหาปุญโญภิกขุ พระภิกษุที่เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านเริ่มต้นโครงการว่าจ้างชาวบ้านทอผ้า ชุมชนเลยมีทักษะหัตถกรรมเพิ่มเติม ต่อมาเมื่อครามเริ่มกลายเป็นของฮิตประจำจังหวัดที่สร้างรายได้เสริมให้ชุมชนอื่นๆ ชาวนาเชือกอยากหาทางสร้างผลิตภัณฑ์ผ้า พระอาจารย์เลยแนะนำให้ใช้มูลควายที่มีเยอะในชุมชนมาย้อมผ้า เกิดเป็น ‘ก็ฝ้าย’ ร้านผ้าย้อมมูลควายเจ้าแรกของเมืองไทยเมื่อ 11 ปีที่แล้ว

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ปัจจุบัน สายสุณี และ สะไกร ไชยหงษา เป็นผู้นำในการดูแลแบรนด์ก็ฝ้าย ซึ่งมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า ผ้าพันคอโครเชต์ ตุ๊กตาควาย และของกระจุกกระจิกน่ารักสารพัด สีที่เห็นทั้งหมดมาจากมูลควาย ซึ่งแต่ฤดูกาลไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับอาหาร ฤดูหนาวจะได้ผ้าสีเข้ม ฤดูร้อนจะได้สีเขียวอมเหลืองเพราะหญ้าแห้ง และฤดูฝนจะได้ผ้าสีอมเขียวเพราะหญ้าได้น้ำมาก นอกจากนี้ยังมีการย้อมดินโคลนและเปลือกไม้ ได้เป็นคอลเลกชันผ้าสีเอิร์ธโทนที่สวย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังมีงานจักสานด้วย

หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร
หมู่บ้านนาเชือก, ร้านผ้าย้อมมูลควาย, รู้จักสกลนครผ่านของดี 10 อย่างที่ทำให้อยากไปเยือนแดนอีสาน, ที่เที่ยว สกลนคร

ล่าสุดนาเชือกยังผันตัวเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว โดย ‘บ้านนานายฮ้อย’ ของสองสามีภรรยาไชยหงษาเป็นศูนย์กลาง แขกที่มาเยือนสามารถนั่งจิบน้ำที่คาเฟ่เล็กๆ บนตัวบ้าน เลือกซื้อสินค้าผ้าย้อมสีธรรมชาติสารพัด นวดแผนไทย สปาโคลนในกระทะร้อน และทีเด็ดคือนั่งเรือไปเกาะควาย เกาะเล็กๆ ที่เลี้ยงควายแสนเชื่องอย่างอิสระ เต็มไปด้วยนกป่าและต้นไม้นานา วิวธรรมชาติที่นี่สวยแบบ 360 องศา งดงามไม่แพ้เมืองนอกเลยทีเดียว

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load