เห็นการเติบโตแบบไม่หยุดของสกลนครแล้ว ต้องบอกว่าเมืองอีสานนี้พัฒนาแบบไม่ธรรมดาในเวลาไม่กี่ปี นอกจากเป็นเมืองแห่งคราม โคขุน และทรัพยากรดีงามสารพัด ชาวสกลยังขยันขันแข็งต่อยอดภูมิปัญญาเดิมที่มี ขยายอัตลักษณ์ไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ไม่สิ้นสุด

เมื่อ พ.ศ.​ 2560 กลุ่มคนทำงานคราฟต์รวมตัวกันจัดเฟสติวัลรับลมหนาวปลายปีชื่อ สกลเฮ็ด ซึ่งเราไปเยือนแล้วประทับใจมาก จากงานเล็ก ๆ ที่มีผู้จัดงานเพียงสิบกว่าร้าน คลื่นเล็ก ๆ นั้นพัดพาไปสู่การจัดงานใหญ่ในปีนี้ ‘สกลจังซั่น’ คือเฟสติวัลความยาว 4 วันที่กินอาณาเขตไปทั้งเมืองเก่า โดยกลุ่มภาคีเครือข่ายในเมืองสกล และภาคีเครือข่ายจากภายนอก ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ช่วยกันเนรมิตขึ้นมาให้สนุกครบเครื่องทุกมิติ ใช้ความคิดสร้างสรรค์และสินทรัพย์ท้องถิ่น ยกระดับศักยภาพเมืองและเศรษฐกิจไปอีกขั้น

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

ภายใน 9 – 12 ธันวาคม 2564 นี้ สกลจังซั่นจะมีงานนิทรรศการศิลปะ งานออกแบบและกิจกรรมหลากหลาย ด้วยความร่วมมือของศิลปินและนักสร้างสรรค์ในพื้นที่ ภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ประกอบการสร้างสรรค์และเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งเรารวมลายแทง 7 กิจกรรมหลัก ตลอด 10 โมง – 3 ทุ่ม มาให้แล้ว ดังนี้ 

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร
01 

จังซั่น Walk

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

แผนที่เส้นทางเดินย่านเมืองเก่าสกลนคร เรียนรู้วิถีชีวิตคนสกล สำรวจเส้นทางสำคัญในเมืองเก่าสกลนคร ด้วยการเชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการพัฒนาเส้นทางเดินเท้าในย่านเมืองเก่าสกลนคร 

จุดแสดงงานแบ่งออกเป็น 3 จุด คือ สี่แยกวัดพระธาตุเชิงชุม สี่แยกเทศบาลเมือง และสี่แยกศรีนคร (ข้างร้านแมนคราฟท์) ใครไม่รู้จะเริ่มต้นชมเมืองอย่างไร มาส่องแผนที่แล้วเลือกเดินชมได้ตามอัธยาศัย

02

จังซั่น GALLERY

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

นิทรรศการภาพวาด แสดงวิถีชีวิต สินทรัพย์ในย่านเมืองเก่า ผ่านประวัติศาสตร์และคำบอกเล่าของชาวสกล จัดแสดงตลอดเส้นทางเดินในย่านเมืองเก่าสกลนคร เช่น ประวัติศาสตร์หลากช่วงเวลาของเมืองสกล กลุ่มคนสกลนครหลากหลายชาติพันธุ์ พระธาตุเชิงชุม ผ้าคราม การค้า และอาหารสกลนคร นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการภาพวาดเมืองสกลเทคนิคต่าง ๆ โดยศิลปินกลุ่ม Bangkok Sketcher / วาดสกล และศิลปินในเมืองสกลนคร

จุดแสดงงานคือวัดพระธาตุเชิงชุม หน้าบ้านตลอดเส้นทางเดินย่านเมืองเก่า และร้าน Blue Bica/ บ้านเสงี่ยมมณี/ ภิรมย์บุรี

03

จังซั่น DESIGN SHOWCASE 

จุดนี้เป็นไฮไลต์ของงานที่ไม่ควรพลาด เพราะรวมสุดยอดผลงานนิทรรศการศิลปะ งานออกแบบ งานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ที่แสดงศักยภาพการต่อยอดวัสดุท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ จากการรวมตัวของศิลปินนักสร้างสรรค์ชาวสกล ชุมชนใกล้เคียง รวมถึงผลงานนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในพื้นที่ 

จุดแสดงงานคือลานวัดพระธาตุเชิงชุม และติดตั้งในเทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล อาคารเก่าที่ปรับรูปโฉมเป็นพื้นที่แสดงงานแสนเท่ 

04 

จังซั่น EATS 

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

ดูงานสนุกแล้วท้องก็ต้องอิ่มด้วย เติมพลังความแซ่บนัวได้ที่ อีท จังซั่น ลิ้มลองรสชาติอาหารจากคนสกล ณ ถนนอาหารในย่านเมืองเก่าสกลนคร ที่รวมกลุ่มผู้ประกอบการอาหารในท้องถิ่น และกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการ E-San Gastronomy พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นอีสาน อาหารท้องถิ่นอีสานรูปแบบใหม่จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ซึ่งจัดวันที่ 10 – 12 ธันวาคม ตั้งแต่ 5 โมงเย็นไปจนถึง 3 ทุ่ม บริเวณถนนสุขเกษม 

ส่วนใครอยากนั่งกิน Fine Dining เป็นเรื่องเป็นราว ซื้อตั๋วมานั่งกินข้าวในมื้อ สะออน (Sound On) ซึ่ง Junction EATS ร่วมมือกับ House No. 1712 เล่าวัฒนธรรมการกินอาหารท้องถิ่นของคนสกลนครในหลากหลายเชื้อชาติและชนเผ่า ผ่านมื้ออาหารและการบรรเลงดนตรีตลอด 2 ชั่วโมง แต่ละคำผ่านการตีความหมายใหม่ปรับให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไปด้วยเอกลักษณ์และรสชาติตามแบบฉบับดั้งเดิม และเสริมความน่าสนใจด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ Esan Gastronomy จัดเป็น Course ดินเนอร์ 8+2 อย่าง รวมเครื่องดื่มและของหวาน ราคา 1,712 บาท/ท่าน (รับจำนวนจำกัดรอบละ 20 ท่าน) ที่เทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล จัดเพียงวันละมื้อเท่านั้น ในวันที่ 10 – 12 ธันวาคม 

*สำรองที่นั่งล่วงหน้าทาง Facebook Page : สกลจังซั่น l SAKON JUNCTION

05

จังซั่น MARKET

ได้เวลาสนุกของนักช้อป ที่จะได้จับจ่ายของท้องถิ่นให้ถูกใจ คนรักงานคราฟต์ เราขอผายมือไปที่ สวนแมน Craft Market ตลาดศิลปะ งานคราฟต์ และกิจกรรมเวิร์กชอปหลากหลาย แถมมีอาหารเครื่องดื่ม ผลผลิตทางการเกษตร ซึ่ง แมน-ปราชญ์ นิยมค้า เชิญชวนพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวสกลนคร มารวมตัวอวดของดีแดนอีสานให้ทุกคนได้ยลกัน ในบรรยากาศกันเองแสนร่มรื่นที่บ้านหนองยาง (แผนที่) ตลอด 10 – 12 ธันวาคม

ใครเดินทางไปไม่ถูก เขามีรถรับ-ส่งจากย่านเมืองเก่า ขึ้นรถได้ที่หน้าวัดพระธาตุเชิงชุม เวลาขาไป 10.00 / 12.00 / 14.00 น. และเวลาขากลับ 12.00 / 14.00 / 16.00 น.

ส่วนใครชอบผลิตภัณฑ์เกษตรออร์แกนิก โปรดมุ่งหน้าไปที่ ตลาดพอใจเกษตรอินทรีย์ ร่วมฟังดนตรี รับประทานอาหาร เครื่องดื่ม และอุดหนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีคุณภาพปลอดภัย และสินค้าเกษตรแปรรูปจากสมาพันธ์เกตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย ด้วยแนวคิด พอใจผู้ปลูก ถูกใจผู้ทาน ที่ภายในวิทยาลัยอาชีวศึกษาสกลนครพัฒนศิลป์ (แผนที่) ตลาดนี้จัดแค่วันที่ 11 ธันวาคม เวลา 06.00 – 12.00 น. ไปช้าหมดอดนะ 

06 

จังซั่น MUSIC 

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

ม่วนซื่นโฮแซว ฟังดนตรีสร้างสรรค์จากกลุ่มศิลปินและนักดนตรี การผสมผสานระหว่างกลิ่นอายดนตรีแบบพื้นบ้านกับดนตรีร่วมสมัย ได้ตลอดวันที่ 10 – 12 ธันวาคม 2564 เวลา 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่ตรงข้ามเทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล และถนนสุขเกษม

07

จังซั่น ACTIVITY

ปิดท้ายด้วยรวมกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลฯ โดยกลุ่มภาคีเครือข่ายจังหวัดสกลนคร มีทั้งหมด 7 กิจกรรมย่อย ดังนี้ 

Learn and Play 

โครงการการจัดการและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในเมืองเก่าที่เอื้อต่อการเข้าถึงโดยทุกคน ผ่านฐานของชุมชน สร้างพื้นที่ทดลองและกระตุ้นให้เกิดการเดินเท้าในเมืองเก่าสกลนคร จากการออกแบบผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ โดยกลุ่ม Hack Sakon งานนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากเรียนรู้เรื่องผังเมืองและการพัฒนาเมืองแบบจับต้องได้ 

วัน-เวลา 

  • 9 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00 – 16.00 ถนนข้างวัดสะพานคำ และ 17.00 – 18.00 โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล
  • 10 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 – 12.00 ถนนในคุ้มกลางธงชัย และ 17.00 – 18.00 ถนนสุขเกษม
  • 11 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00 – 16.00, ถนนผ้าคราม

SAKON SOLE (สกลโสเหล่)

วัฏจักรสกล (SAKON CYCLE) นิทรรศการเล่าเรื่องราวการเกิด การเติบโต การเปลี่ยนแปลงของเมืองเก่าสกลนครตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เวทีโสเหล่จะแลกเปลี่ยนความคิดต่อย่านเมืองเก่าสกลนครจากคนหลายบทบาท หลายเจนเนอเรชัน พร้อมด้วยการแสดงดนตรีพื้นบ้าน และการรับประทานของว่างอย่างข้าวจี่ ให้ได้กลิ่นอายวัฒนธรรมการนั่งฟังโสเหล่แบบชาวสกลนครดั้งเดิม ที่ลานคนเมือง เทศบาลสกลนคร เวทีจัดตลอด 10 – 12 ธันวาคม เวลา 17.30 – 20.30 น.

เขียนสกล

ลายแทงครบครันของสกลจังซั่น l SAKON Junction เนรมิตย่านเมืองเก่าของจังหวัดสกลนครเป็นเทศกาลสร้างสรรค์

ชวนคนสกลมาเขียนเมือง ด้วยการลงสี วาดเส้น สร้างสรรค์ภาพวาดเมืองสกลในแบบฉบับของตัวเอง ร่วมกับเพจวาดสกลและศิลปินชาวสกลนคร พร้อมมุมระบายสีสำหรับเด็ก ๆ ได้ลงสีภาพเล่าเรื่องเมืองสกลตามจินตนาการ ที่วัดพระธาตุเชิงชุม วันที่ 9 – 11 ธันวาคม เวลา 15.00 – 18.00 น.

The Art Hopper “สกลจังซั่น มันเป็นจังซี่ 1 day tour” 

ลายแทงครบครันของสกลจังซั่น l SAKON Junction เนรมิตย่านเมืองเก่าของจังหวัดสกลนครเป็นเทศกาลสร้างสรรค์

กิจกรรมเดินทางเที่ยวไปวาดไปกับกลุ่ม The Art Hopper ร่วมตามหาสถานที่ลึกลับในย่านเมืองเก่า เพลิดเพลินกับงานศิลปะและสถาปัตยกรรม ชมงานสตรีทอาร์ตในชุมชนที่เป็นจุดกำเนิดของเมืองสกล ทานอาหารกลางวันแบบคนสกล และไปทำกิจกรรมต่อที่สวนแมน Craft Market งานนี้จัด 11 – 12 ธันวาคม 

ราคา 1,590 บาท/ท่าน (รับจำนวนจำกัดรอบละ 10 ท่าน) *สำรองที่นั่งล่วงหน้าทาง Facebook Page : The Art Hopper Sakon Nakhon

MEET & EAT

กิจกรรมลัดเลาะเที่ยวชมเมืองโดยเจ้าบ้านชาวสกลนคร แวะชมเมืองไปตามจุดสำคัญต่าง ๆ พร้อมพาชิมร้านอาหารและคาเฟ่ท้องถิ่นของชาวสกล 11 – 12 ธันวาคม เวลา 10.00 – 15.00 น. 

STREET PHOTO

ลายแทงครบครันของสกลจังซั่น l SAKON Junction เนรมิตย่านเมืองเก่าของจังหวัดสกลนครเป็นเทศกาลสร้างสรรค์

กิจกรรมพาถ่ายรูปเล่นตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในย่านเมืองเก่าสกลนคร และเส้นทางของเทศกาลฯ พร้อมคำแนะนำและเทคนิคการถ่ายภาพให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม วันที่ 11 – 12 ธันวาคม เวลา 10.00 – 15.00 น. 

จังซั่น ละเบ๋อ ซาวคุ้ม

ปิดท้ายด้วยงานปิดคุ้มกลางธงชัย ย่านเก่ากลางเมืองให้มีชีวิตชีวา นำโดย ยิปซี จันทร์เพ็งเพ็ญ แห่ง Gypsy Coffee Drip ที่ชวนเพื่อนฝูงมาจัดกิจกรรมสารพัด ทั้งตลาดศิลปะ สินค้าทำมือ ร้านตัดผมริมทาง กาแฟ Slow Bar จาก 4 ร้านกาแฟดังในสกล โดยคนรุ่นใหม่จาก 4 ชนเผ่า ล้อมวงนั่งฟังดนตรี แวะซื้อข้าวจี่ต้มเส้น เข้าบ้านไปทำขันหมากเบ็งหรือบายศรีกับคุณยาย แล้วออกมาเล่นสบาย ๆ รอบคุ้ม 4 วันที่คุ้มกลางธงชัยจะคึกครื้น ม่วนซื่นไปกับกิจกรรมหลากหลายตามประสาคนบ้านเฮา 

คุ้มนี้ทะลุได้ทุกซอย ใกล้วัดพระธาตุเชิงชุม เชื่อมมาลานโสเหล่ ตลอดทั้งซอยความยาวราว 200 เมตร จะมีร้านค้าป๊อปอัป 30 กว่าร้าน คละกันระหว่างป้ายายเจ้าของบ้านและคนรุ่นหลาน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สนุก เป้าหมายที่ชาวสกลรุ่นใหม่หวังไว้คือ ทำให้พี่ป้าน้าอาย่ายายเห็นคุณค่าในตัวเอง ปลายปีไม่เหงา ได้ภูมิใจกับบ้านเก่า กับของเดิมที่ตนเองมีอยู่ด้วย ไปเยี่ยมชาวคุ้มกลางธงชัยได้ตลอด 9 – 12 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 – 20.00 น. 

ภาพ : SAKON JUNCTION

ติดตามเรื่องราวของสกลจังซั่นและรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง สกลจังซั่น l SAKON JUNCTION

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

“ต้องกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงเรียน”

เพราะวัยเรียนเป็นวัยที่ใช้พลังงานจากความเป็นเด็กอย่างคุ้มค่า ทั้งเรียนและทำกิจกรรม เมื่อใช้พลัง ก็ต้องเติมพลัง อาหารจึงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ เราไม่แปลกใจหากคุณเคยได้ยินประโยคข้างต้นผ่านหูกันมาบ้าง จากพ่อ แม่ ครู ญาติผู้ใหญ่ แม้แต่คุณลุง คุณป้า เจ้าของ ‘ร้านอาหารละแวกโรงเรียน’ 

Take Me Out ขอจัดทริปตะลอน 10 ร้านอาหารละแวกโรงเรียนให้ตามรอยสถานที่ที่เป็นทั้งแหล่งเติมพลังก่อนเข้าเรียน พบปะเพื่อนหลังเลิกเรียน พักผ่อนหย่อนใจระหว่างรอพ่อแม่มารับ เรียนจบไปนานก็ยังหวนกลับมากินได้เสมอ ที่สำคัญ แต่ละร้านมีรสชาติที่ครองใจลูกค้ามาหลายต่อหลายรุ่น

จะมีร้านไหนในความทรงจำของใครบ้าง เตรียมท้องให้ว่าง แล้วตามไปชิมกันเลย

01

JOHNNY Food & Drink

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘จอนนี่’ ร้านอาหารตามสั่งสีชมพูขนาด 96 ตารางเมตรแห่งรั้วสามย่านมีอายุหลายสิบปี เริ่มขายตั้งแต่รุ่นอาเจ็ก ในทำเลสามย่านย่านมิตรทาวน์ และย้ายมาปักหลักที่ซอยจุฬา 11 จนถึงปัจจุบัน 

นักเรียนสาธิตจุฬาฯ ผู้ปกครอง พนักงานบริษัท ต่างมาฝากท้องกับอาหารร้านจอนนี่ เพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ปริมาณอิ่มท้อง แน่นอนว่าหาได้ไม่ง่ายนักในย่านใจกลางเมืองแบบนี้ 

ข้าวสวยนุ่ม ๆ เบคอน ต้นหอมชิ้นใหญ่ กระเทียมหัวโต ผัดคลุกเคล้าหอมกลิ่นกระทะ ก่อนเสิร์ฟเข้าปากด้วยรสชาติสุดรัญจวนใจ นี่คือข้าวผัดเจแปน เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่ พี่จอน เจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันอยากให้ทุกคนลิ้มลอง ไม่ได้ชิมเหมือนมาไม่ถึง ผู้ปกครองและน้อง ๆ สาธิตจุฬาฯ รับประกัน!

หากมาในช่วงเย็นอาจต้องรอนานสักนิด เนื่องจากเป็นเวลาที่เด็ก ๆ เลิกเรียน นอกจากข้าวผัดเจแปน เราขอแนะนำอีก 2 เมนูอร่อย ได้แก่ ข้าวผัดมันกุ้ง ข้าวไข่ระเบิดซอส เป็นอีกเมนูที่ต้องสั่งให้ได้สักครั้งหากแวะมาที่ร้านจอนนี่ รับรองว่าคุ้มค่า สมกับการรอคิวในยามเย็นแน่นอน

“ลูกค้าร้านเราเป็นเด็กเยอะ ความเป็นกันเองของเราทำให้เข้าถึงเด็ก ๆ ได้ง่าย และเราตั้งใจเสิร์ฟอาหารดี ๆ ให้กับเขาในทุก ๆ จาน ร้านจอนนี่เลยเป็นอีกหนึ่งความทรงจำในวัยเรียนของเด็กเหล่านี้ ทำให้ร้านเราเต็มไปด้วยนักเรียนรุ่นปัจจุบันและศิษย์เก่าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย” พี่จอนทิ้งท้าย

ที่ตั้ง : 223-225 ซอยจุฬา 11 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6512 2445

02

แพนเค้กพี่นุ

โรงเรียนราชินีบน

‘แพนเค้กพี่นุ’ ร้านแพนเค้กรถเข็นขนาดกะทัดรัดที่ครองตำแหน่งขวัญใจนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง โรงเรียนราชินีบนมาเกือบ 40 ปี การันตีความใส่ใจทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และบริการ 

แค่เดินเฉียดร้านก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ 

หากถามถึงเมนูขึ้นชื่อที่ติดใจใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้นแพนเค้ก ‘จุดจุด’ คือเจ้าแพนเค้กจิ๋ว ปาดเนยฉ่ำ ๆ ใส่ในถ้วยขนาดพอดี สนนราคาน่ารักที่ 3 ชิ้น 1 บาท เป็นเมนูยอดฮิตของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครก็สะดุดกับกลิ่นหอมแป้งและเนยที่ลอยมาแต่ไกล ไม่ใช่แค่กลิ่นเท่านั้น แต่รสชาติของแป้งกับเนยหอม ๆ พอได้ชิมก็ทำให้ตาลุกวาวได้ไม่ยาก แถมเมนูอร่อยให้อีก จดนะ โตเกียวไส้หวานและคาว แป้งกรอบ และเมนูที่เกิดขึ้นจากความชอบของเด็ก ๆ อย่างไส้กรอกผัดไข่ ล้วนเด่นด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติของแป้งที่คิดค้นสูตรมาอย่างดีตั้งแต่รุ่นแม่ และปรับปรุงสูตรโดยพี่นุจนมีรสหวานกำลังดี กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แม้ทิ้งไว้นานก็ยังคงความนุ่มละมุนลิ้นชนิดที่ว่าใครกินก็ติดใจได้ไม่ยาก 

นอกเหนือจากรสชาติอร่อยของขนม ความสบายใจที่ได้รับจากรุ่นแม่จนถึงรุ่นพี่นุ ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่นักเรียนราชินีบนหลายต่อหลายรุ่นยังคงวนเวียนกลับมาอุดหนุนกันอยู่เสมอ 

“สำหรับน้อง ๆ ที่นี่ เหมือนพี่เป็นส่วนหนึ่งของเขา เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งที่พ่อแม่และครูฝากดูแล พี่ดูแลลูกหลานมาหลายรุ่นแล้ว พี่ดีใจที่น้อง ๆ ไม่ลืมขนมพี่ แม่พี่พูดเสมอว่าลูกค้าคือผู้มีพระคุณ สมัยแม่พี่ขาย เด็ก ๆ เรียกว่า ป้าแพนเค้ก พอพี่มาขาย เรียกพี่นุ แม้แต่คุณยายก็ยังเรียกพี่ว่า พี่นุ” 

พี่นุบอกกับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อม ๆ กับมือที่ยังคงทำแพนเค้กอย่างคล่องแคล่ว 

ที่ตั้ง : 5 ซอยเขียวไข่กา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการเวลา 06.00 – 08.00 และ เวลา 13.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3896 3652 (แนะนำให้โทรหาพี่นุก่อนแวะไปอุดหนุน)

03

ร้านช้งเช้ง

โรงเรียนราชินี

ตึกแถว 1 คูหา 2 ทางเข้าออกแห่งซอยปานสุข ซ้ายมือมีครัวเปิด ขวามือมีโต๊ะชงกาแฟ เป็นสถานที่ตั้งของร้านอาหารหลากชื่อที่เปลี่ยนนามตาม ‘นักเรียนราชินี’ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะชื่อช้งเช้ง ร้านอาหารตามสั่งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยานี้ไม่เคยมีชื่อมาก่อน ครั้นจนพิกุลแก้วรุ่นที่ 80 ตั้งให้ว่า ‘โนบรา’ เพราะคุณลุงสมชายเจ้าของร้านไม่เคยใส่เสื้อเวลาผัดข้าวเลย เปลี่ยนยุคมาสู่รุ่นที่ 100 กว่า ด้วยทำเลร้านที่อยู่ตรงกลางระหว่างคาเฟ่ VIVI และ Coconut จึงได้ชื่อ ‘วีโค่ (VICO)’ ไปโดยปริยาย

  นักเรียนราชินีรุ่น 115 เรียกร้านนี้ว่าช้งเช้ง ด้วยเหตุผลว่าคุณลุงกับคุณป้าเจ้าของร้านมักทะเลาะกันช้งเช้งวุ่นวายทุกครั้งที่ลูกค้าแน่นขนัด เมนูโปรดของชาวราชินีคือ ‘ข้าวผัดสามกษัตริย์’ เล่าง่าย ๆ เมนูนี้คือการรวมตัวกันของพริกเผา ไข่ และเนื้อสัตว์ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา

  คุณป้าเจ้าของร้านบอกว่า สามกษัตริย์ครองใจนักเรียนเพราะเป็นเมนูที่ไม่มีผัก ปรับได้ตามความต้องการของสาว ๆ ราชินี มีทั้งสามกษัตริย์ปกติที่ใส่ไก่ หมึก กุ้ง ส่วนสามกษัตริย์บก เหมาะสำหรับคนแพ้อาหารทะเล เปลี่ยนเป็นหมูยอ ไส้กรอก หรือไก่ก็ได้ บอกคุณลุงคุณป้าได้เลยตามต้องการ

  ตลอด 30 ปีที่ช้งเช้งอยู่คู่โรงเรียนราชินี ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกความทรงจำ ฝังลึกในร้านอาหารตามสั่งขนาด 1 คูหา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นี่ ทั้งอาจารย์ปกครองเดินผ่าน ทั้งนักเรียนวิ่งเอากระเป๋ามาจองโต๊ะหลังร้านเพราะกลัวไม่ได้ทาน คุณป้ากับคุณลุงก็ช่วยดูแลเด็ก ๆ จนศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันแค่เดินผ่านซอยปานสุขก็ต้องแวะมาทักทาย และซื้อข้าวกลับบ้านเพื่อหวนรำลึกถึงสมัยเรียน

ที่ตั้ง : 394/5 ซอยปานสุข แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เปิดบริการเวลา 05.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1509

04

กล่องดินสอ

โรงเรียนสตรีวิทยา

จากอดีตคุณครูประถมสู่การค้นพบว่าชอบทำของหวาน ทำให้ เปี๊ยบ-ชนัสถ์นันท์ จุลภาค ตัดสินใจเปิดร้าน ‘กล่องดินสอ’ ร้านขนมหวานที่มีเครื่องดื่มและอาหารครบจบในที่เดียว มาเสิร์ฟถึงที่ให้เด็กนักเรียนสตรีวิทยาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 แม้เป็นร้านน้องใหม่ที่เปิดได้เพียง 7 ปี แต่ด้วยความเอาใจใส่และชอบคุยกับเด็ก ๆ ทำให้ร้านนี้เป็นรายชื่อร้านแรก ๆ ที่นักเรียนเจ้าถิ่นหลายคนแนะนำ เด็กคนไหนไม่กินผัก อยากเพิ่มชีสในเมนูอาหาร เพียงเปิดกล่องดินสอออกมาแล้วหยิบกระดาษกับปากกาติ๊กเลือกได้ตามใจ 

คุณเปี๊ยบเล่าว่าเค้กนูเทลลาและสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าคือเมนูคาวหวานคู่ใจเด็กสตรีวิทยา 

ตกเย็นเมื่อไหร่เป็นต้องเดินเข้ามาสั่งที่ร้าน และนั่งคุยเล่นบ่นความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนให้เจ้าของร้านฟังเป็นประจำ ถ้าจะเรียกว่าร้านนี้เป็นพื้นที่ความสบายใจแห่งหนึ่งของเด็กสตรีวิทยาก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะแม้แต่ผู้ปกครองยังปล่อยให้ลูกนั่งในร้านและรอรับกลับบ้านได้อย่างหมดห่วง

หลังจากประสบปัญหาโควิด-19 ทำให้ทางร้านต้องปรับตัว งดนั่งทานภายในร้านไปสักพักจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยต่อเด็กทุกคน แต่ยังอุดหนุนทางร้านได้โดยการสั่งแบบกลับบ้านและสั่งเดลิเวอรี่ตามสไตล์ร้านขนมหวานยุค New Normal เพื่อลิ้มรสความรักพูน ๆ ที่ใส่ลงในจาน

กล่องดินสอ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เราอยากให้คุณไปลอง แต่สำหรับศิษย์เก่าหรือใครก็ตามที่เคยเป็นลูกค้าประจำ เราขอท้าให้คุณเดินไปสั่งเมนู ‘เอาเหมือนเดิม’ แล้วคุณเปี๊ยบจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ที่ตั้ง : เลขที่ 80 ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2298 9296

Facebook : กล่องดินสอ-Klongdinsor

05

ศรีสมรเลิศรส

โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ศรีสมรเลิศรส aka ร้านป้าหมอน จากร้านกาแฟและอาหารเช้าสู่ร้านอาหารเก่าแก่รสเลิศย่านบางรัก ป้าหมอนเชื่อว่าการทำอาหารดี ๆ ให้คนกินคือความสุข ร้านศรีสมรเลิศรสเสิร์ฟเมนูก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูอบ ไก่อบ เมนูชูโรงรสชาติเด็ดดวงที่อยู่คู่กับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์มากกว่า 50 ปี 

  รสชาติของเนื้อสัตว์เข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่มละลายลิ้น แสดงให้เห็นถึงการปรุงและตุ๋นอย่างพิถีพิถัน น้ำจิ้มรสแซ่บช่วยให้สดชื่นในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราคงไม่ต้องสาธยายเพิ่มนักว่าทำไมร้านเก่าแก่แห่งนี้ถึงครองใจนักเรียนและคนย่านบางรัก แม้กระทั่งศิษย์เก่าหรือดาราอย่าง รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ และ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ยังแวะเวียนกลับมาทานเมนูยอดนิยมที่ร้านแห่งนี้อยู่เสมอ

อย่าลืมขอน้ำจิ้มแจ่วป้าหมอนเยอะ ๆ นะ บอกเลยว่าเป็นที่เด็ด!

“ร้านของเราไม่ได้ทำเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมีเมตตา กรุณา และทำเพื่อคนอื่นด้วย บางครั้งเด็กนักเรียนอยากได้อะไร เราก็ให้เขาฟรี ๆ” ป้าหมอนบอกความตั้งใจกับเราในฐานะเจ้าของร้านอาหารศรีสมรเลิศรส และคริสเตียนคนหนึ่งที่ผูกพันกับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ที่ตั้ง : 1, 2 ซอยพิพัฒน์ 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 

เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2238 1201

06

ข้าวต้มโอชารส

โรงเรียนอัสสัมชัญ

ร้านข้าวต้มแห่งนี้ขายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2527 มีเมนูเด็ดที่ทุกคนต้องสั่ง คือ แกงจืดบ๊วยหมูสับ กุ้งราดน้ำปูดอง ปูผัดผงกะหรี่ที่ใช้ปูก้อนสด ๆ คุณภาพดีจากทะเลไทย แต่เมนูที่เป็นที่สุด คือ ไส้พะโล้ทอด (เมนูลับสุด) หมักเครื่องพะโล้จนสีเข้ม ทอดจนกรอบ เหมาะแก่การกินคู่กับข้าวต้มยามเย็นเป็นที่สุด

ร้านเปิดทำการเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามรั้วอัสสัมชัญบางรัก ทำให้ร้านข้าวต้มร้านนี้เป็นขวัญใจเหล่าน้อง ๆ แห่งรั้วขาวแดงมามากกว่า 38 ปี

เมนูที่เราแนะนำไปข้างต้นคือเมนูขึ้นชื่อลือชาจากปากนักเรียนกางเกงขาสั้นแห่งรั้วอัสสัมชัญ หนุ่ม ๆ บอกว่าต้องสั่งทุกครั้งเมื่อแวะไป แม้กาลเวลาเปลี่ยนไปเพียงใด เมนูเหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมจากลูกค้าทั่วไป ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงศิษย์เก่าที่ออกโบยบินยังโลกกว้าง

“ร้านของเราพยายามรักษาคุณภาพให้เหมือน 38 ปีที่แล้ว ความเป็นกันเองของร้านและลูกค้า ทำให้ร้านเป็นที่นิยมเสมอมา ลูกค้าหรือนักเรียนบางคนที่เคยกินกับเรา ทุกวันนี้เขายังพาพ่อ แม่ ลูก หลาน มากินตลอด ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา” 

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องรับประกันอย่างดีว่า เหตุใดร้านข้าวต้มแห่งนี้จึงเป็นขวัญใจชาวบางรักและน้อง ๆ รั้วขาวแดงจนถึงปัจจุบัน ถ้าอยากลองลิ้ม แนะนำให้รีบไป เพราะถ้าช้า ระวังของหมดนะ

ที่ตั้ง : 492/3 ซอยเจริญกรุง 49 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 17.30 – 3.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1625 7518

07

ลุงกับป้า

โรงเรียนเทพศิรินทร์

ลอดตัวเข้ามาในรั้วสีเขียวของเขตคอนโด คุณจะพบกับ ‘ร้านลุงกับป้า’ ของ ลุงหม่อม กรณ และ ป้าแป๊ว บุปผา จากวันแรกที่ทั้งคู่จับพลัดจับผลูเปิดร้านอาหาร เวลาล่วงมากว่า 20 ปีที่ร้านนี้กลายเป็นร้านอาหารในดวงใจของชาวเทพศิรินทร์ทุกรุ่น เพียงก้าวเท้าเข้าไปในร้านก็พบกับคุณลุงนั่งยิ้มรอรับออเดอร์ที่โต๊ะด้านขวาของร้าน ถัดเข้าไปเป็นตู้ไอศกรีมที่หยิบทานเป็นของหวานหลังมื้ออาหารได้

  ลุงหม่อมเล่าว่าช่วงแรกที่เปิดร้านอาหาร คุณป้ายังทำอาหารไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ก็ลองผิดลองถูกจนเข้าที่ เมนูที่เด็กเทพศิรินทร์ไม่ว่ารุ่นไหน ๆ ก็แนะนำคือ ‘หมูกระเทียม’ และ ‘หมู/เนื้อผัดน้ำมันหอย’ ถึงขนาดยกให้เป็น ‘หมูกระเทียมที่อร่อยที่สุดในโลก’ เพราะกระเทียมร่วนกรอบ เนื้อหมูหมักรสอร่อย ผัดกำลังดี ไม่แข็งหรือแห้งเกินไป ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมฉุย เข้ากันลงตัวจนอยากเบิ้ล!

  ไม่ว่าจะจบไปกี่รุ่น กี่ปี ทุกครั้งที่ผ่านย่านนี้ ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันต้องแวะเวียนมากิน ขณะที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ก็มีศิษย์เก่าแวะเข้ามาทักลุงกับป้าด้วยรอยยิ้ม พร้อมสั่งเมนูโปรดสมัยเรียน โอกาสดีแบบนี้เราจึงขอถามลูกแม่รำเพยรุ่น 135 เสียหน่อยว่า เหตุผลที่ทำให้ร้านลุงกับป้าครองใจเด็กทั้งโรงเรียนคืออะไร

  “มันคือความผูกพัน ถ้าใครเรียนเทพศิรินทร์ต้องมากินร้านนี้ ลุงน่ารัก มีวันหนึ่งผมเดินมาบอกลุงว่า ลุง ๆ ผมสอบได้เกรดสี่ ลุงเลี้ยงข้าวผมได้ปะ แล้วลุงก็เลี้ยงจริง ๆ แค่นึกก็คิดถึงตอนนั้นแล้ว”

  ไม่เพียงเติมอาหารให้ท้อง แต่ยังเติมใจให้เป็นสีชมพูด้วย เพราะศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ยืนยันว่า ร้านนี้คือจุดพบรักของเด็กเทพศิรินทร์กับเด็กสายปัญญามาหลายคู่ ร้านลุงกับป้าเป็นมากกว่าร้านอาหาร และเป็นชิ้นส่วนความทรงจำที่หากขาดหายไป ชีวิต 6 ปีในรั้วเทพศิรินทร์คงไม่มีสนุกขนาดนี้

“เช้า ๆ ต้องไล่เข้าโรงเรียน 8 โมงแล้วนะ บางคนลุงไล่จนได้ดี” ลุงหม่อมเล่าด้วยรอยยิ้ม

ที่ตั้ง : 34/3 ถนนมิตรพันธ์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6792 3397

08

 เสียวหลัง

โรงเรียนวัดราชบพิธ

ถ้านึกถึงร้านอาหารใกล้รั้วโรงเรียนวัดราชบพิธ ‘เสียวหลัง’ ต้องเป็นหนึ่งในคำตอบแน่นอน ด้วยปริมาณอาหารที่ให้เยอะจุใจ ทำเลอยู่ใกล้โรงเรียนชายล้วนและโรงเรียนหญิงล้วนมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานร้านอาหารที่ไม่เคยมีโต๊ะว่าง เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่ร้านนี้อยู่ในหัวใจเด็ก ๆ หลายยุค

คุณป้าเปรมจิต แตงสวัตดิ์ เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่า เมื่อก่อนร้านไม่ได้ตั้งอยู่ในตึกแถว 1 คูหาอย่างในปัจจุบัน แต่ตั้งอยู่ในซอยที่จัดโต๊ะให้ลูกค้านั่งสองฝั่งผนัง โดยตรงกลางเป็นพื้นที่ให้คนสัญจร ด้วยพื้นที่ตรงนี้เป็นย่านการค้า จึงมีรถเข็นผักและรถเข็นสินค้าผ่านไปผ่านมาให้ลูกค้าได้ ‘เสียวหลัง’ 

  ก่อนหน้านี้ร้านเสียวหลังก็เหมือนร้านอาหารตามสั่งธรรมดาที่จะสั่งเมนูอะไรก็ได้ แต่เมื่อช่วงสิบปีก่อน ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น ร้านจึงต้องปรับจนเหลือแค่ 2 เมนู คือ กะเพราไก่ กับ ไก่กระเทียม 

  เนื้อไก่ชิ้นสวยพูน ๆ จาน และข้าวที่ตักมาในปริมาณให้ทานพอ ๆ กัน เป็นทีเด็ดมัดใจเด็ก ร.บ. และใกล้เคียงได้อยู่หมัด คุณป้ายืนยันว่านักเรียนราชบพิธมาทานทุกวัน วันไหนร้านไม่เปิดหรือไม่เจอคุณป้าก็จะรีบถามหา แม้จบการศึกษาไปแล้วก็ยังแวะกลับมาทานกันอยู่เสมอ

  ความผูกพันระหว่างร้านอาหารกับนักเรียนชาย ไม่ได้มีเพียงแต่ปริมาณอาหารและรสชาติถูกปาก แต่แฝงไว้ด้วยความสัมพันธ์และการดูแลเด็ก ๆ ดุจลูกหลาน ครั้งที่เจอนักเรียนหิวโซ แต่มีเงินไม่พอจะทาน คุณป้าก็ยินดีทำอาหารให้ฟรี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมร้านนี้ถึงมีลูกค้าแน่นขนัดทุกวัน ทุกเวลา

ที่ตั้ง : 227 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 17.00 น. (แนะนำให้ไปก่อน 15.00 น.)

โทรศัพท์ : 0 2222 7212

09

หมี่เต๋อ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

‘หมี่เต๋อ’ เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวที่ครองใจเด็กกรุงเทพคริสเตียนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ต้นตำรับบะหมี่น้ำข้นที่คิดค้นสูตรเองจนมีรสชาติโดดเด่นแบบที่กินแค่ชามเดียวไม่พอ

หากพูดถึงหมี่เต๋อ บางคนอาจนึกถึงชื่อเรียกของเส้นอะไรสักอย่าง แต่แท้จริงแล้วหมี่เต๋อมาจากชื่อของ ‘ลุงเต๋อ’ เจ้าของร้านที่เด็กนักเรียน อาจารย์ หรือผู้ปกครอง คุ้นหน้ากันดี 

ขึ้นชื่อว่าหมี่เต๋อ ศิษย์เก่า ก.ท บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูที่ต้องสั่งคือ ‘สองกษัตริย์’ รวมหมี่หยกกับหมี่เหลืองไว้ในชามเดียว และ ‘สามกษัตริย์’ รวมหมี่หยก หมี่เหลือง และเส้นเล็ก ไว้ในชามเดียว

การผสมผสานของเส้นเหนียวนุ่ม เกี๊ยวลูกโต หมูแดงรสเข้มข้น และน้ำซุปหวานกระดูกหมู ทำให้ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ไม่พลาดที่จะแวะ ยิ่งไปกว่ารสชาติ คือการที่เมนูแนะนำนี้มีที่มาจากเด็ก ๆ 

“เมื่อก่อนนี้เป็นจตุรมิตร มีเด็กคนหนึ่งมาถามว่า ทำยังไงถึงจะชนะทั้งสามโรงเรียนได้ เขามีความคิดอยากจะกินทั้งสามโรงเรียน เราก็ทำตามที่เขาบอก น่ารักดี ความคิดของเด็ก ๆ สนุกนะ”

ความผูกพันของลุงเต๋อและเด็ก ๆ มีมายาวนาน หลายรุ่น และใกล้ชิดกันมากกว่าร้านอาหารกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเมนูอร่อยจากเด็ก ๆ หรือการที่ผู้ปกครองไว้ใจฝากลูกไว้กับลุงเต๋อ เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ที่พูดถึงเด็ก ก.ท ลุงเต๋อจะมีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าทันที 

“ทุกอย่างเราทำด้วยใจ ให้เด็กกินอิ่มและอร่อย เด็กนักเรียนทานจุกว่าผู้ใหญ่ บางคนเบิ้ล 2 พิเศษ แต่ก่อน 3 – 4 ชามก็มี เราก็ทำให้ตามใจเขา เขากินแล้วมีความสุข เราก็ดีใจ ภูมิใจที่เด็ก ๆ ชอบ

“มารับบริการจากลุงเต๋อได้เลยนะเด็ก ๆ ทุกคน” เจ้าของร้านใจดีทิ้งท้าย

แค่ได้ฟังก็รู้ถึงความอบอุ่นและความใส่ใจที่ลุงเต๋อใส่ลงไปในบะหมี่ทุกชาม

ที่ตั้ง : 10/2 ถนนศรีเวียง (ซอยตรงข้าม รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4452 7866

10

สวีท

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 

“เจ๊ใหญ่ แฮมเบอร์เกอร์ น้ำส้ม” เสียงเรียกของเด็กสวนกุหลาบที่ ป้าใหญ่ เจ้าของร้านสวีท คุ้นเคยเป็นอย่างดีในเวลาเช้าตรู่ก่อนเคารพธงชาติ เป็นเวลาที่บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยนักเรียนชายใส่เสื้อสีฟ้า-ชมพู และสีขาว กำลังนั่งรับประทานมื้อเช้าสไตล์อเมริกันอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบไม่มีที่ว่าง

ร้านนี้เปิดคู่รั้วสวนกุหลาบวิทยาลัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ด้วยความตั้งใจเป็นร้านอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเพื่อให้แหวกแนวจากร้านอื่น ๆ ที่ทำข้าวราดแกงและก๋วยเตี๋ยว เมนูที่เราอยากแนะนำ คือ ข้าวเนื้อทอดไส้กรอกไข่ดาวใส่เบคอน ที่มีสารอาหารเพียบพร้อมสำหรับมื้อเช้าก่อนไปทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใครไม่ใช่สายฝอ(ฝรั่ง) ทางร้านก็มีเมนูตามสั่งแบบไทย ๆ ให้ลิ้มรสความอร่อยด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกลับฟ้าของทุก ๆ วัน คือช่วงเวลาที่ร้านสวีทเปิดให้บริการเป็นปกติในช่วงนี้ ไม่เหมือนกับสมัยที่ป้าใหญ่ยังเป็นสาว บางครั้งที่มีงานโรงเรียนจนเด็กต้องเลิกดึก ก็มีร้านป้าใหญ่ที่คอยเปิดร้านช่วยบรรเทาความหิวโหยให้เด็ก ๆ หรือบางทีก็โดนกดออดเรียกให้ลงมาชงกาแฟตั้งแต่ตี 4 

แม้มีร้านอาหารใหม่ ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ความผูกพันกับเด็กสวนกุหลาบกว่า 40 ปี ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของร้านสวีทจางลงแม้แต่น้อย ศิษย์เก่ายังคงแวะมาทานกันอยู่เรื่อย ๆ บางคนมีลูกแล้วก็ยังมาสั่งเมนูที่คุ้นเคย แถมแซวป้าใหญ่อยู่เรื่อยว่าทำไมยังไม่เลิกขาย แต่เห็นทีคนถามจะรู้คำตอบนั้นอยู่แก่ใจ

ที่ตั้ง : 103 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2222 9611

Facebook : ร้านสวีท

เรื่อง : ภูรินทร์ บุระคร, จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา, ปณิตา พิชิตหฤทัย, วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล, สตางค์ พูลสวัสดิ์

ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ, ภูรินทร์ บุระคร

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load