เห็นการเติบโตแบบไม่หยุดของสกลนครแล้ว ต้องบอกว่าเมืองอีสานนี้พัฒนาแบบไม่ธรรมดาในเวลาไม่กี่ปี นอกจากเป็นเมืองแห่งคราม โคขุน และทรัพยากรดีงามสารพัด ชาวสกลยังขยันขันแข็งต่อยอดภูมิปัญญาเดิมที่มี ขยายอัตลักษณ์ไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ไม่สิ้นสุด

เมื่อ พ.ศ.​ 2560 กลุ่มคนทำงานคราฟต์รวมตัวกันจัดเฟสติวัลรับลมหนาวปลายปีชื่อ สกลเฮ็ด ซึ่งเราไปเยือนแล้วประทับใจมาก จากงานเล็ก ๆ ที่มีผู้จัดงานเพียงสิบกว่าร้าน คลื่นเล็ก ๆ นั้นพัดพาไปสู่การจัดงานใหญ่ในปีนี้ ‘สกลจังซั่น’ คือเฟสติวัลความยาว 4 วันที่กินอาณาเขตไปทั้งเมืองเก่า โดยกลุ่มภาคีเครือข่ายในเมืองสกล และภาคีเครือข่ายจากภายนอก ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ช่วยกันเนรมิตขึ้นมาให้สนุกครบเครื่องทุกมิติ ใช้ความคิดสร้างสรรค์และสินทรัพย์ท้องถิ่น ยกระดับศักยภาพเมืองและเศรษฐกิจไปอีกขั้น

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

ภายใน 9 – 12 ธันวาคม 2564 นี้ สกลจังซั่นจะมีงานนิทรรศการศิลปะ งานออกแบบและกิจกรรมหลากหลาย ด้วยความร่วมมือของศิลปินและนักสร้างสรรค์ในพื้นที่ ภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ประกอบการสร้างสรรค์และเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งเรารวมลายแทง 7 กิจกรรมหลัก ตลอด 10 โมง – 3 ทุ่ม มาให้แล้ว ดังนี้ 

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร
01 

จังซั่น Walk

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

แผนที่เส้นทางเดินย่านเมืองเก่าสกลนคร เรียนรู้วิถีชีวิตคนสกล สำรวจเส้นทางสำคัญในเมืองเก่าสกลนคร ด้วยการเชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการพัฒนาเส้นทางเดินเท้าในย่านเมืองเก่าสกลนคร 

จุดแสดงงานแบ่งออกเป็น 3 จุด คือ สี่แยกวัดพระธาตุเชิงชุม สี่แยกเทศบาลเมือง และสี่แยกศรีนคร (ข้างร้านแมนคราฟท์) ใครไม่รู้จะเริ่มต้นชมเมืองอย่างไร มาส่องแผนที่แล้วเลือกเดินชมได้ตามอัธยาศัย

02

จังซั่น GALLERY

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

นิทรรศการภาพวาด แสดงวิถีชีวิต สินทรัพย์ในย่านเมืองเก่า ผ่านประวัติศาสตร์และคำบอกเล่าของชาวสกล จัดแสดงตลอดเส้นทางเดินในย่านเมืองเก่าสกลนคร เช่น ประวัติศาสตร์หลากช่วงเวลาของเมืองสกล กลุ่มคนสกลนครหลากหลายชาติพันธุ์ พระธาตุเชิงชุม ผ้าคราม การค้า และอาหารสกลนคร นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการภาพวาดเมืองสกลเทคนิคต่าง ๆ โดยศิลปินกลุ่ม Bangkok Sketcher / วาดสกล และศิลปินในเมืองสกลนคร

จุดแสดงงานคือวัดพระธาตุเชิงชุม หน้าบ้านตลอดเส้นทางเดินย่านเมืองเก่า และร้าน Blue Bica/ บ้านเสงี่ยมมณี/ ภิรมย์บุรี

03

จังซั่น DESIGN SHOWCASE 

จุดนี้เป็นไฮไลต์ของงานที่ไม่ควรพลาด เพราะรวมสุดยอดผลงานนิทรรศการศิลปะ งานออกแบบ งานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ที่แสดงศักยภาพการต่อยอดวัสดุท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ จากการรวมตัวของศิลปินนักสร้างสรรค์ชาวสกล ชุมชนใกล้เคียง รวมถึงผลงานนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในพื้นที่ 

จุดแสดงงานคือลานวัดพระธาตุเชิงชุม และติดตั้งในเทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล อาคารเก่าที่ปรับรูปโฉมเป็นพื้นที่แสดงงานแสนเท่ 

04 

จังซั่น EATS 

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

ดูงานสนุกแล้วท้องก็ต้องอิ่มด้วย เติมพลังความแซ่บนัวได้ที่ อีท จังซั่น ลิ้มลองรสชาติอาหารจากคนสกล ณ ถนนอาหารในย่านเมืองเก่าสกลนคร ที่รวมกลุ่มผู้ประกอบการอาหารในท้องถิ่น และกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการ E-San Gastronomy พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นอีสาน อาหารท้องถิ่นอีสานรูปแบบใหม่จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ซึ่งจัดวันที่ 10 – 12 ธันวาคม ตั้งแต่ 5 โมงเย็นไปจนถึง 3 ทุ่ม บริเวณถนนสุขเกษม 

ส่วนใครอยากนั่งกิน Fine Dining เป็นเรื่องเป็นราว ซื้อตั๋วมานั่งกินข้าวในมื้อ สะออน (Sound On) ซึ่ง Junction EATS ร่วมมือกับ House No. 1712 เล่าวัฒนธรรมการกินอาหารท้องถิ่นของคนสกลนครในหลากหลายเชื้อชาติและชนเผ่า ผ่านมื้ออาหารและการบรรเลงดนตรีตลอด 2 ชั่วโมง แต่ละคำผ่านการตีความหมายใหม่ปรับให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไปด้วยเอกลักษณ์และรสชาติตามแบบฉบับดั้งเดิม และเสริมความน่าสนใจด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ Esan Gastronomy จัดเป็น Course ดินเนอร์ 8+2 อย่าง รวมเครื่องดื่มและของหวาน ราคา 1,712 บาท/ท่าน (รับจำนวนจำกัดรอบละ 20 ท่าน) ที่เทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล จัดเพียงวันละมื้อเท่านั้น ในวันที่ 10 – 12 ธันวาคม 

*สำรองที่นั่งล่วงหน้าทาง Facebook Page : สกลจังซั่น l SAKON JUNCTION

05

จังซั่น MARKET

ได้เวลาสนุกของนักช้อป ที่จะได้จับจ่ายของท้องถิ่นให้ถูกใจ คนรักงานคราฟต์ เราขอผายมือไปที่ สวนแมน Craft Market ตลาดศิลปะ งานคราฟต์ และกิจกรรมเวิร์กชอปหลากหลาย แถมมีอาหารเครื่องดื่ม ผลผลิตทางการเกษตร ซึ่ง แมน-ปราชญ์ นิยมค้า เชิญชวนพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวสกลนคร มารวมตัวอวดของดีแดนอีสานให้ทุกคนได้ยลกัน ในบรรยากาศกันเองแสนร่มรื่นที่บ้านหนองยาง (แผนที่) ตลอด 10 – 12 ธันวาคม

ใครเดินทางไปไม่ถูก เขามีรถรับ-ส่งจากย่านเมืองเก่า ขึ้นรถได้ที่หน้าวัดพระธาตุเชิงชุม เวลาขาไป 10.00 / 12.00 / 14.00 น. และเวลาขากลับ 12.00 / 14.00 / 16.00 น.

ส่วนใครชอบผลิตภัณฑ์เกษตรออร์แกนิก โปรดมุ่งหน้าไปที่ ตลาดพอใจเกษตรอินทรีย์ ร่วมฟังดนตรี รับประทานอาหาร เครื่องดื่ม และอุดหนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีคุณภาพปลอดภัย และสินค้าเกษตรแปรรูปจากสมาพันธ์เกตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย ด้วยแนวคิด พอใจผู้ปลูก ถูกใจผู้ทาน ที่ภายในวิทยาลัยอาชีวศึกษาสกลนครพัฒนศิลป์ (แผนที่) ตลาดนี้จัดแค่วันที่ 11 ธันวาคม เวลา 06.00 – 12.00 น. ไปช้าหมดอดนะ 

06 

จังซั่น MUSIC 

ลายแทงเที่ยว ‘สกลจังซั่น’ เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร

ม่วนซื่นโฮแซว ฟังดนตรีสร้างสรรค์จากกลุ่มศิลปินและนักดนตรี การผสมผสานระหว่างกลิ่นอายดนตรีแบบพื้นบ้านกับดนตรีร่วมสมัย ได้ตลอดวันที่ 10 – 12 ธันวาคม 2564 เวลา 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่ตรงข้ามเทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล และถนนสุขเกษม

07

จังซั่น ACTIVITY

ปิดท้ายด้วยรวมกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลฯ โดยกลุ่มภาคีเครือข่ายจังหวัดสกลนคร มีทั้งหมด 7 กิจกรรมย่อย ดังนี้ 

Learn and Play 

โครงการการจัดการและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในเมืองเก่าที่เอื้อต่อการเข้าถึงโดยทุกคน ผ่านฐานของชุมชน สร้างพื้นที่ทดลองและกระตุ้นให้เกิดการเดินเท้าในเมืองเก่าสกลนคร จากการออกแบบผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ โดยกลุ่ม Hack Sakon งานนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากเรียนรู้เรื่องผังเมืองและการพัฒนาเมืองแบบจับต้องได้ 

วัน-เวลา 

  • 9 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00 – 16.00 ถนนข้างวัดสะพานคำ และ 17.00 – 18.00 โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล
  • 10 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 – 12.00 ถนนในคุ้มกลางธงชัย และ 17.00 – 18.00 ถนนสุขเกษม
  • 11 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00 – 16.00, ถนนผ้าคราม

SAKON SOLE (สกลโสเหล่)

วัฏจักรสกล (SAKON CYCLE) นิทรรศการเล่าเรื่องราวการเกิด การเติบโต การเปลี่ยนแปลงของเมืองเก่าสกลนครตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เวทีโสเหล่จะแลกเปลี่ยนความคิดต่อย่านเมืองเก่าสกลนครจากคนหลายบทบาท หลายเจนเนอเรชัน พร้อมด้วยการแสดงดนตรีพื้นบ้าน และการรับประทานของว่างอย่างข้าวจี่ ให้ได้กลิ่นอายวัฒนธรรมการนั่งฟังโสเหล่แบบชาวสกลนครดั้งเดิม ที่ลานคนเมือง เทศบาลสกลนคร เวทีจัดตลอด 10 – 12 ธันวาคม เวลา 17.30 – 20.30 น.

เขียนสกล

ลายแทงครบครันของสกลจังซั่น l SAKON Junction เนรมิตย่านเมืองเก่าของจังหวัดสกลนครเป็นเทศกาลสร้างสรรค์

ชวนคนสกลมาเขียนเมือง ด้วยการลงสี วาดเส้น สร้างสรรค์ภาพวาดเมืองสกลในแบบฉบับของตัวเอง ร่วมกับเพจวาดสกลและศิลปินชาวสกลนคร พร้อมมุมระบายสีสำหรับเด็ก ๆ ได้ลงสีภาพเล่าเรื่องเมืองสกลตามจินตนาการ ที่วัดพระธาตุเชิงชุม วันที่ 9 – 11 ธันวาคม เวลา 15.00 – 18.00 น.

The Art Hopper “สกลจังซั่น มันเป็นจังซี่ 1 day tour” 

ลายแทงครบครันของสกลจังซั่น l SAKON Junction เนรมิตย่านเมืองเก่าของจังหวัดสกลนครเป็นเทศกาลสร้างสรรค์

กิจกรรมเดินทางเที่ยวไปวาดไปกับกลุ่ม The Art Hopper ร่วมตามหาสถานที่ลึกลับในย่านเมืองเก่า เพลิดเพลินกับงานศิลปะและสถาปัตยกรรม ชมงานสตรีทอาร์ตในชุมชนที่เป็นจุดกำเนิดของเมืองสกล ทานอาหารกลางวันแบบคนสกล และไปทำกิจกรรมต่อที่สวนแมน Craft Market งานนี้จัด 11 – 12 ธันวาคม 

ราคา 1,590 บาท/ท่าน (รับจำนวนจำกัดรอบละ 10 ท่าน) *สำรองที่นั่งล่วงหน้าทาง Facebook Page : The Art Hopper Sakon Nakhon

MEET & EAT

กิจกรรมลัดเลาะเที่ยวชมเมืองโดยเจ้าบ้านชาวสกลนคร แวะชมเมืองไปตามจุดสำคัญต่าง ๆ พร้อมพาชิมร้านอาหารและคาเฟ่ท้องถิ่นของชาวสกล 11 – 12 ธันวาคม เวลา 10.00 – 15.00 น. 

STREET PHOTO

ลายแทงครบครันของสกลจังซั่น l SAKON Junction เนรมิตย่านเมืองเก่าของจังหวัดสกลนครเป็นเทศกาลสร้างสรรค์

กิจกรรมพาถ่ายรูปเล่นตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในย่านเมืองเก่าสกลนคร และเส้นทางของเทศกาลฯ พร้อมคำแนะนำและเทคนิคการถ่ายภาพให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม วันที่ 11 – 12 ธันวาคม เวลา 10.00 – 15.00 น. 

จังซั่น ละเบ๋อ ซาวคุ้ม

ปิดท้ายด้วยงานปิดคุ้มกลางธงชัย ย่านเก่ากลางเมืองให้มีชีวิตชีวา นำโดย ยิปซี จันทร์เพ็งเพ็ญ แห่ง Gypsy Coffee Drip ที่ชวนเพื่อนฝูงมาจัดกิจกรรมสารพัด ทั้งตลาดศิลปะ สินค้าทำมือ ร้านตัดผมริมทาง กาแฟ Slow Bar จาก 4 ร้านกาแฟดังในสกล โดยคนรุ่นใหม่จาก 4 ชนเผ่า ล้อมวงนั่งฟังดนตรี แวะซื้อข้าวจี่ต้มเส้น เข้าบ้านไปทำขันหมากเบ็งหรือบายศรีกับคุณยาย แล้วออกมาเล่นสบาย ๆ รอบคุ้ม 4 วันที่คุ้มกลางธงชัยจะคึกครื้น ม่วนซื่นไปกับกิจกรรมหลากหลายตามประสาคนบ้านเฮา 

คุ้มนี้ทะลุได้ทุกซอย ใกล้วัดพระธาตุเชิงชุม เชื่อมมาลานโสเหล่ ตลอดทั้งซอยความยาวราว 200 เมตร จะมีร้านค้าป๊อปอัป 30 กว่าร้าน คละกันระหว่างป้ายายเจ้าของบ้านและคนรุ่นหลาน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สนุก เป้าหมายที่ชาวสกลรุ่นใหม่หวังไว้คือ ทำให้พี่ป้าน้าอาย่ายายเห็นคุณค่าในตัวเอง ปลายปีไม่เหงา ได้ภูมิใจกับบ้านเก่า กับของเดิมที่ตนเองมีอยู่ด้วย ไปเยี่ยมชาวคุ้มกลางธงชัยได้ตลอด 9 – 12 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 – 20.00 น. 

ภาพ : SAKON JUNCTION

ติดตามเรื่องราวของสกลจังซั่นและรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง สกลจังซั่น l SAKON JUNCTION

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

29 พฤศจิกายน 2560
4 K
The Cloud X TETRA PAK

ถึงแม้ว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความวุ่นวายและมีอีกหลายด้านของเมืองที่เราอยากเบือนหน้าหนี แต่เมืองเทพสร้างดังที่กล่าวอ้างกันตามชื่อนั้น ยังมีด้านที่สวยงามอีกมากมายที่เราอยากชวนมอง

ถ้าเปรียบกรุงเทพฯ เป็นกล่องเราคงเห็นกันมาครบทั้งสี่ด้านแล้ว แต่วันนี้เราอยากชวนคุณออกนอกบ้านไปดูด้านใหม่ที่คุณไม่เคยเห็นของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะบนที่ราบหรือขึ้นไปอยู่บนที่สูงก็ทำให้เห็นมุมเมืองที่ต่างกัน บรรยากาศดีๆ แบบนี้ถ้าได้ชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก ออกไปใช้วันเวลาด้วยกันตรงนั้นก็น่าจะเป็นวันพักผ่อนที่มีคุณภาพไม่ใช่น้อย ถ้าตามมาแล้วก็อย่าลืมเลือกด้านที่คุณชอบและบอกต่อคนอื่นๆ ด้วยล่ะ

1. ตื่นเช้ามาวิ่งชมเมืองบนทางลอยฟ้า

สะพานเชื่อมสวน ทางวิ่ง ทางวิ่งลอยฟ้า ทางวิ่งลอยฟ้า สะพานเชื่อมสวน

แม้ว่ากรุงเทพฯ จะไม่มีฤดูหนาวเป็นของตัวเองจริงๆ แต่ช่วงปลายปีแบบนี้ใครที่ตื่นเช้าจะสัมผัสได้ว่าอากาศเย็นเริ่มมาเยือนเราแล้ว กิจกรรมยามเช้าที่เราอยากแนะนำคือการออกไปวิ่งรับลมเย็นให้ชุ่มปอด และถ้าอยากได้บรรยากาศดีๆ ด้วยแล้ว ต้องมาวิ่งทางจักรยานลอยฟ้าที่สามารถทั้งวิ่งและปั่นเชื่อมสวนเบญจกิตติและสวนลุมพินีได้แบบไม่ต้องติดไฟแดง ทำให้ได้วิ่งชมเมืองกันและบ้านเรือนบนถนนวิทยุกันแบบนอนสต็อปเลยทีเดียว

ถ้ามาจากสวนเบญฯ และอยากจะข้ามไปสวนลุมฯ จุดสังเกตคือเมื่อวิ่งพ้นโค้งวงรีของสวนมาแล้วให้วิ่งลัดเลาะรั้วสีส้มออกไปทางโรงงานยาสูบ จะพบกับทางเชื่อมที่พาเราไปถึงสวนลุมพินีได้ แต่ถ้ามาจากสวนลุมพินีต้องออกประตูโรงเรียนลุมพินีแล้ววิ่งย้อนขึ้นไปทางสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยนะ บันไดทางเชื่อมอยู่ตรงหัวมุมถนนวิทยุเลย

เวลาทำการ
สวนลุมพินี เปิดทุกวัน 05.00-21.00 น.
สวนเบญจกิตติ เปิดทุกวัน 05.00-20.00 น.

2. ชมวิว 2 ฝั่งเจ้าพระยาจาก River Vibe ใจกลางตลาดน้อย

River Vibe Restaurant & Bar River Vibe Restaurant & Bar วิวแม่น้ำเจ้าพระยา River Vibe Restaurant & Bar River Vibe Restaurant & Bar

บนชั้นดาดฟ้าของ River View Guest House ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางร้านเซียงกงจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ในตลาดน้อยคือที่ตั้งของ River Vibe Restaurant & Bar ร้านอาหารไทยกึ่งเอาท์ดอร์ที่โดดเด่นทั้งรสชาติอาหารและทำเลที่ตั้งดีงามจนร้านอื่นต้องอิจฉา เพราะจากมุมนี้ทำให้ได้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 2 ด้านแบบ 360 องศา แถมยังมีโซฟาหลากสีที่วางเรียงยาวให้กึ่งนอนกึ่งนั่งและเอกเขนกชมวิวได้แบบสบายๆ

วิวทางด้านขวาของร้านคือวัดสัมพันธวงศ์ วัดปทุมคงคา วัดอรุณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และสะพานพุทธฯ ส่วนด้านซ้ายจะเห็นเขตเจริญกรุงและเขตเจริญนครและ ล้ง1919 สถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ใกล้ๆ กันนี้ยังมีบ้านโซวเฮงไถ่และศาลเจ้าโจวซือกงให้แวะไปต่อในระยะเดินถึงด้วยนะ รับรองว่ามาถึงที่นี่ไม่ได้แค่วิวสวยๆ แต่ยังมีสถานที่ดีๆ ให้ไปต่ออีกเพียบ

ที่อยู่ : 768 ซอยภาณุรังษี ถนนทรงวาด ตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
เวลาทำการ : 07.30 – 23.00 น.
ติดต่อ : 02-234-2078

3. เดินขึ้นบันไดเวียนมาชมวิวข้างบนโลหะปราสาท

โลหะปราสาท วิวกรุงเทพฯ ภูเขาทอง วิวกรุงเทพฯ วิวกรุงเทพฯ

อีกหนึ่งจุดชมวิวมุมสูงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างกว้างไกล แถมยังได้ชมสถาปัตกรรมไทยคือโลหะปราสาทซึ่งตั้งอยู่ในวัดราชนัดดารามวรวิหาร ที่นี่คือเป็นโลหะปราสาทแห่งแรกของไทย และเป็นโลหะปราสาทองค์เดียวของโลกที่ยังอนุรักษ์ไว้ ซึ่งจุดชมวิวที่ดีที่สุดอยู่บนยอดปราสาทชั้น 7 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กลางปราสาทจะเป็นช่องกลวงจะมีบันไดเวียน 67 ขั้นให้เราเดินขึ้นไปดูทิวทัศน์ข้างบนได้ บนยอดสูงสุดของโลหะปราสาทจะมองเห็นสะพานพระราม 8 ไกลๆ ยอดภูเขาทอง ศาลาวัดสระเกศ และศาลาว่าการกรุงเทพฯ

ก่อนขึ้นไปชมวิวอย่าลืมแวะชมนิทรรศการโลหะปราสาทที่ชั้นชั้น 1 ด้วยนะจะได้รู้สึกอินกับการชมวิวมากขึ้นเป็นพิเศษ

ที่อยู่ : 2 ถนนมหาไชย แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น.
ติดต่อ : 02-224-8807

4. เดินทอดน่องและหามุมพักผ่อนในอุทยานจุฬาฯ 100 ปี

อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี

ถ้าอยากออกนอกบ้านมากลางเมืองแต่ไม่อยากเข้าห้างจะไปไหนดี ลองแวะมาเดินทอดน่องและหามุมพักผ่อนในอุทยานจุฬาฯ 100 ปีอาจจะมีคำตอบ ที่นี่คือสวนสาธารณะกลางเมืองที่เกิดขึ้นเพื่อฉลองวาระครบหนึ่งศตวรรษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเดินเข้ามาในสวนจะได้พบกับต้นไม้น้อยใหญ่หลากหลายพันธุ์ จุดชมวิวสำคัญของที่นี่คืออาคารเอนกประสงค์หลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ส่วนเนินดินด้านบนสุดซึ่งเรียกว่า Green Roof หรือหลังคาดินที่เขียวชอุ่มด้วยวัชพืช ทำให้มองเห็นวิวบ้านเรือนและตึกสูงใหญ่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสวนนัก แนะนำว่าให้มาในช่วงเช้าและช่วงเย็นอากาศน่าจะเหมาะกับการเดินเล่นเป็นที่สุด

ที่อยู่ : 332/6 ซอยจุฬาฯ 7 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ : 06.00 – 18.00 น.  

5. กินอาหารไทยและดูไฟวัดอรุณที่ Supanniga Eating Room x Roots Coffee

Supanniga Eating Room x Roots Coffee Supanniga Eating Room x Roots Coffee Supanniga Eating Room x Roots Coffee วัดอรุณ วิววัดอรุณ

อีกสถานที่ริมน้ำที่เราอยากพาไปทำความรู้จักคือ Supanniga Eating Room x Roots Coffee หรือห้องอาหารสุพรรณิการ์ สาขาท่าเตียน ร้านอาหารไทย 2 ชั้นที่มีฉากหลังเป็นแลนด์มาร์กของเจ้าพระยาอย่างวัดอรุณฯ ใครที่ชอบอาหารไทยแบบดั้งเดิมรับรองว่าจะต้องตกหลุมรักร้านนี้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากอาหารหลายอย่างจะหาทานยากแล้วยังเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพและพิถีพิถันในกระบวนการเพื่อให้รสชาติถูกปากคนไทย

พนักงานที่ร้านบอกว่าหากอยากเห็นวิวที่ดีที่สุดของที่นี่ต้องมาก่อนเวลา 19.00 น. เพราะเป็นเวลาที่วัดอรุณฯ เปิดไฟบริเวณพระปรางค์ แต่ถ้าหากอยากเห็นวัดอรุณที่ระบายฉากหลังเป็น Vanilla sky ให้เผื่อเวลามาเร็วขึ้นสัก 1 ชั่วโมงเพราะช่วงฤดูหนาวพระอาทิตย์จะตกเร็วขึ้น ถ้ามาช้าเกรงว่าจะพลาดโอกาสมองท้องฟ้าสวยๆ ไปได้นะ

ที่อยู่ : 392/25-26 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาทำการ : 11.30 – 22.30 น.
ติดต่อ : 02-015-4224

6. หนีรถติดบนถนนวิทยุมากินมื้อค่ำบนชั้น 25 ที่ Char Bangkok

Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok

ท่ามกลางความแอแอัดบนถนนวิทยุยามเย็น บนชั้น 25 ของ Indigo Hotel คือ Char Bangkok สเต็กเฮาส์แห่งแรกของไทยที่การันตีคุณภาพจากสาขาแรกที่เซี่ยงไฮ้ นอกจากบรรยากาศเรียบหรูที่ชวนให้หลีกหนีความวุ่นวาย และบรรดาเมนูเนื้อที่เชฟพิถีพิถัน ทั้งประยุกต์และคัดสรรวัตถุดิบไทยมาสร้างสรรค์กันแล้ว วิวของที่นี่ยังน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน เนื่องจากฝั่งตรงข้ามของโรงแรมคือบ้านพักของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและมีพื้นที่กว้างมากจนทำให้ตึกน้อยใหญ่ในละแวกนี้ไม่บดบังทัศนียภาพที่มองออกมาจาก Char Bangkok ทำให้บรรยากาศของที่นี่ควรค่ากับมื้อค่ำสุดพิเศษและคนพิเศษอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่ทางร้านแอบบอกมาว่าต้องจองโต๊ะล่วงหน้ากันตั้งแต่ตอนนี้แล้วนะ เพระในวันนั้นวิวจากห้องอาหารของ Char Bangkok จะมองเห็นพลุสวยๆ จากเซ็นทรัลเวิร์ลได้อย่างจุใจเลยทีเดียว ส่วน Char Bar บนชั้น 26 ก็วิวเลอค่าน่าตามไปดูไม่แพ้กัน ถ้ามาตั้งแต่ช่วงเย็นเราจะได้เห็นท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเฉดสีไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปกับมุมตึก ดูจบแล้วค่อยลงไปดินเนอร์ชั้น 25 ได้ชมวิวอย่างคุ้มค่าแน่นอน

ที่อยู่ : Hotel Indigo Bangkok 81 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ :   Char Restuarant ชั้น 25 18.00 – 00.00 น.
Char Bar ชั้น 26 17.00 – 02.00 น.
ติดต่อ : 02-207-4999

ทั้งหมดนี้คือ 6 ด้านใหม่ๆ ที่คุ้นหูคุ้นชื่อกันมานาน แต่อาจยังไม่เคยสัมผัสด้านดีงามของสถานที่เหล่านี้มาก่อน หากวันหยุดนี้ว่างก็ลองถอยห่างจากห้าง เดินห่างจากรถไฟฟ้า หรือแวะลงเรือที่ท่าน้ำอื่นๆ บ้าง เผื่อจะเจอมุมที่ชอบด้านที่ใช่ในแบบของเราเอง

อย่าลืมชวนคนรอบข้างออกมาค้นหาด้านที่ใช่และหาประสบการณ์ใหม่ในกรุงเทพฯ ด้วยกันนะ และถ้าเจอแล้วก็อย่าลืม Show your best side ที่คุณค้นพบให้ชาว The Cloud ไปตามรอยกันบ้างล่ะ 🙂

คุณอาจไม่เคยรู้ว่าในชีวิตประจำวันมี Tetra Pak อยู่รอบตัวมาตลอด ลองหันกล่องเครื่องดื่มที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมาดู แล้วคุณจะเห็นว่าโลโก้ของเราอยู่ตรงนั้น เพราะเราคือผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร ถ้าต้องการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ใหม่หรือให้คำปรึกษาธุรกิจก็คิดถึงเราได้นะ #ShowYourBestSide อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load