14 กุมภาพันธ์ 2563

เมื่อพูดถึงวันวาเลนไทน์ ก็ต้องนึกถึงคู่รัก ความโรแมนติก

คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเมืองอะไรนะ ปารีสหรือเปล่า แต่เชื่อว่าลิสต์ลงมาสัก 10 เมือง ต้องมีเมืองในอิตาลีติดมาอย่างแน่นอน

เมืองของอิตาลีที่น่าจะติดโผก็น่าจะเป็นเวนิสกับฟลอเรนซ์ เมืองแรกคงจะพากันไปล่องกอนโดล่ากันหวานฉ่ำ ส่วนฟลอเรนซ์ก็คงดื่มด่ำความงามของเมืองกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จริงๆ แค่ชื่อเมืองฟลอเรนซ์ก็ฟังดูฟรุ้งฟริ้งเสียแล้ว

น่าสงสารเมืองซึ่งพยายามดันตัวเองเป็นเมืองแห่งความรักอย่างหนัก แต่ไม่ค่อยติดโผเท่าไหร่เลย เมืองนั้นคือ… โรม

คนที่เคยไปโรมมาคงตาโต พลางคิดว่า เมืองอันพลุกพล่าน เต็มไปด้วยซากปรักหักพังขึงขังใหญ่โตอย่างโรม กล้าดียังไงถึงคิดว่าเมืองตัวเองจะเป็นเมืองแห่งความรัก

โรมก็จะบอกว่า ชื่อเมืองของฉัน ROMA นั้น หากเขียนจากหลังไปหน้า ก็จะได้คำว่าความรักเชียวนะ นั่นคือคำว่า AMOR

เวลาเล่าเรื่องนี้ให้ลูกศิษย์ฟังในห้องเรียน ก็จะมีเด็กกลุ่มหนึ่งร้องหูยยยหรือโหยยยย แบบที่คนดูในห้องส่งรายการเกมโชว์ในประเทศไทยชอบร้องกัน อีกกลุ่มหนึ่งก็จะกลอกตาเป็นเครื่องหมายอินฟินิตี้ ส่วนกลุ่มที่เหลือหันไปมองหน้ากันแล้วหัวเราะจนน้ำตาเล็ด

แต่จริงๆ แล้ว ‘เมืองแห่งวาเลนไทน์’ จริงๆ ในอิตาลีนั้นคือเมืองอะไรกันแน่

คำตอบที่ไม่น่าเชื่อคือ เมืองแตร์นี (Terni)

ไม่ต้องเขินที่ไม่รู้จัก แตร์นีเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในแคว้นอุมเบรีย ซึ่งเป็นแคว้นที่อยู่ติดกับแคว้นลัตซีโย (Lazio) อันเป็นที่ตั้งของกรุงโรม 

โดยสรุป คือพยายามจะบอกว่า แตร์นีกับโรม ไม่ได้ห่างอะไรกันมากมายเท่านั้นเอง

เหตุที่แตร์นีเป็นเมืองสำคัญของวันนี้ก็เพราะว่า นี่คือที่เกิดและที่ตายของนักบุญวาเลนไทน์นั่นเอง และมีนักบุญวาเลนไทน์เป็นนักบุญประจำเมือง

ใช่…นักบุญวาเลนไทน์เป็นคนอิตาลีจ้ะ 

(เอ้าทุกคน ปรบมือได้)

ตามหาเมืองแห่งวาเลนไทน์ที่แท้จริงของอิตาลี ที่เป็นบ้านเกิดและที่ตายของนักบุญวาเลนไทน์
ภาพ : laprensatexas.com

ชื่อของท่านออกสำเนียงเป็นภาษาอิตาลีคือ วาเลนตีโน (Valentino) ประวัติและเรื่องเล่าของท่านมีมากมายเหลือเกิน ถาม 3 คนได้ 5 ตำนาน ตำนานที่เหมือนจะเป็นที่เล่าขานกันมากที่สุดก็คือ ท่านถูกตัดสินประหารชีวิตโดยจักรพรรดิใจร้ายชาวโรมัน เพราะท่านชอบลักลอบไปจัดพิธีแต่งงานให้แก่ชาวคริสต์ อันเป็นสิ่งที่จักรพรรดิไม่โปรด แต่ก็ยังมีตำนานแทรกอีกว่า ระหว่างที่ท่านรอวันประหารนั้น ท่านซึ่งได้หลงรักหญิงนางหนึ่ง ก็ได้ส่งจดหมายออกมาให้หญิงคนนั้นอยู่เนืองๆ พร้อมลงท้ายจดหมายด้วยคำว่า “จากวาเลนไทน์ของเธอ” 

ซาบซึ้งตรึงใจกันขนาดนี้ ใครๆ ก็พร้อมจะเชื่อจนหมดใจอยู่แล้วล่ะ เอ้า เชื่อก็เชื่อกันไป ตำนานนี่ ชอบใจอันไหนก็จำอันนั้น ใครจะไปว่าอะไรได้

แต่จะลองมาฟังเวอร์ชันที่คนอายุ 50 แต่ยังไม่เคยมีแฟนอย่างฉันเลือกเชื่อดูไหมล่ะ หึ หึ (แค่นหัวเราะที่มุมปากพลางนวดหมัดกร๊วบกร๊าบ)

ก็…ได้ยินมาว่า นักบุญวาเลนตีโนเนี่ยท่านเป็นพระผู้ใหญ่ เป็นบิชอปเอกของเมืองแตร์นีมาตั้งแต่อายุ 21 ปีแล้ว ท่านก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่ได้มีคนเคยสนใจศึกษาประวัติท่าน แต่มาเอาศตวรรษที่ 17 สันตะปาปาก็ดำริให้ขุดค้นตามหาร่องรอยมรณสักขี (ผู้ที่เสียชีวิตเพื่อยืนยันศรัทธาในพระคริสตเจ้า) รุ่นแรกๆ แล้วในการนั้น ก็พบซากของนักบุญวาเลนตีโนอยู่ด้วย นักบุญวาเลนิโนจึงเป็นที่สนใจอีกครั้ง จากแต่ก่อนไม่เคยได้ถูกเอ่ยถึงในพิธีมิสซาสักเท่าไหร่ ก็มีการเอ่ยถึงมากขึ้น

การเสียชีวิตของท่านนั้น แหล่งข่าวบอกว่า ท่านเสียชีวิตวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นั่นล่ะ ที่โรม เนื่องจากท่านถูกเชิญ ไปรักษาคนที่โรม (บาทหลวงในสมัยก่อนบางท่านก็มีชื่อเสียงเรื่องปาฏิหาริย์ในการรักษาโรค) แต่ด้วยความที่ท่านปฏิเสธที่จะเคารพเทพเจ้านอกศาสนา ท่านจึงถูกสั่งประหารชีวิตที่โรมนั่นเอง จากนั้นสานุศิษย์ท่านถึงลักลอบพาร่างของท่านไปยังเมืองแตร์นีในกลางดึก

นี่ถ้าเรื่องจบแค่นี้จะต้องโกรธกันตายแน่ เพราะตำนานนี้ไม่มีอะไรที่มีความโรแมนติกเลยแม้แต่น้อย

ก็นี่ล่ะ สายดาร์กอย่างฉันก็จะมาแนวนี้ เพราะแหล่งข่าวแนวนี้บอกว่า ชีวิตของท่านมีอยู่แค่นี้จริงๆ แต่ที่มาเกี่ยวโยงกับความรักแบบหนุ่มสาวนั้น เป็นด้วยเรื่องอื่น

นั่นคือ ในวันที่ท่านตายนั้น มันเป็นช่วงเดียวกับเทศกาลดั้งเดิมของคนโรมัน ซึ่งมิได้เป็นคริสต์ พิธีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าองค์หนึ่ง มีการบูชายัญแพะด้วย ในพิธีก็จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เอามีดจุ่มเลือดแพะแล้วแต้มหน้าผากชายหนุ่ม 2 คนซึ่งห่มด้วยหนังแพะบูชายัญดังกล่าว หนุ่ม 2 คนก็จะวิ่งไปรอบๆ แล้วใช้หนังแพะนั้นตีคนที่ตัวเองพบเบาๆ ซึ่งปรากฏกว่า ชายหนุ่มเหล่านั้นเลือกที่จะตีหญิงที่ตัวเองแอบชอบเพื่อบอกรักอย่างเป็นนัยๆ 

ตบเข่าฉาด ถอนหายใจโล่งอก นี่ล่ะ ก็เป็นส่วนเกี่ยวข้องกับความรักแบบหนุ่มสาวล่ะ ซึ่งพิธีดังกล่าวนี้อันมีชื่อว่า Lupercalia ก็ถูกศาสนจักรคริสต์ยึดไป แล้วกำหนดให้เรียกวันดังกล่าวว่าวันวาเลนไทน์ จึงได้มีกลิ่นอายของการบอกรักติดมาดังนี้ 

อีกสายหนึ่งซึ่งล้มกระดานความเชื่อเหมือนกันบอกว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ตามตำนานโบราณเชื่อว่าเป็นวันที่นกตัวผู้เลือกคู่ ดังที่นักเรียนวรรณคดีอังกฤษจะเห็นได้จากในบทกวีชื่อ Parlement of Foules ใน The Canterburry Tales ของเจฟฟรีย์ ชอเซอร์ (Chaucer) กวีอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 14 ที่กล่าวถึงนกอินทรี 3 ตัวที่ต่อสู้กันเพื่อแย่งตัวเมียตัวเดียว

คนที่เชื่อทางสายนี้ถึงกับสรุปว่า จริงๆ แล้วนักบุญวาเลนไทน์เป็นนักบุญแห่งความรักเพียงเพราะบังเอิญว่าวันที่ท่านตายหรือวันฉลองนักบุญของท่านนั้นเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ มากกว่าสิ่งที่ท่านทำระหว่างที่มีชีวิต กล่าวแรงๆ ก็คือ นักบุญคนใดที่ตายหรือมีวันฉลองในวันนี้ ก็จะกลายเป็นนักบุญแห่งความรักนั่นเอง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นนักบุญวาเลนไทน์เลย

แล้วคนอิตาลีทำอะไรกันในวันนี้

วันแห่งความรัก เขาก็คงไปปล่อยนกปล่อยปลากันล่ะมั้ง…แหม

ถ้าพูดถึงการเฉลิมฉลองทางศาสนาคริสต์ แน่นอนว่าในพิธีมิสซาหรือการเทศน์ในโบสถ์ก็จะต้องพูดถึงนักบุญวาเลนตีโนหรือพูดถึงความรัก ส่วนคนทั่วไปนั้นเล่า ก็คงเหมือนๆ กันทั้งโลก คือหนุ่มสาวกินข้าวกัน ให้ช็อกโกแลตกัน เมื่อก่อนมีอยู่ช่วงที่นิยมเอากุญแจไปล็อกตามสะพาน แต่ตอนนี้ทางการสั่งห้ามเด็ดขาด เพราะนอกจากอุจาดแล้วยังทำให้สะพานหนักกว่าที่ควรจะเป็น ก็เลยไม่ค่อยมีใครเอากุญแจไปล็อกแล้ว

เมืองที่จัดเต็มเรื่องเทศกาลนี้ เห็นจะไม่พ้นเวโรนา ซึ่งตั้งตนเป็นเมืองแห่งความรักด้วยอานิสงส์อันประเสริฐของ Romeo and Juliet ที่นี่ถึงกับฉลองกันถึง 4 วันทีเดียว ใช้ชื่อเทศกาลว่า ‘Verona in Love’ ทั้งเมืองประดับไปด้วยโคมรูปหัวใจสีแดง มีการประกวดจดหมายรักถึงจูเลียต โรงแรมและร้านอาหารมีอะไรเด็ดๆ แข่งกันเสนอให้แก่คู่รัก

ตามหาเมืองแห่งวาเลนไทน์ที่แท้จริงของอิตาลี ที่เป็นบ้านเกิดและที่ตายของนักบุญวาเลนไทน์
เทศกาล Verona in Love ภาพ : www.ilgiornaledeiveronesi.it

แต่เนื่องจากเป็นวันแห่งนักบุญวาเลนไทน์ เมืองอื่นๆ ที่มีนักบุญวาเลนไทน์เป็นนักบุญประจำเมือง ก็มีการฉลองด้วยเช่นกัน อย่างน้อยก็ 9 เมือง

ตามหาเมืองแห่งวาเลนไทน์ที่แท้จริงของอิตาลี ที่เป็นบ้านเกิดและที่ตายของนักบุญวาเลนไทน์
เทศกาล Verona in Love ภาพ www.grandvoyageitaly.com

พบว่าเมืองต่างๆ เหล่านี้ หลายเมืองมีการประดับเมืองเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือประดับด้วยส้ม น่าจะเป็นเพราะ หนึ่ง ส้มเป็นผลไม้ที่พบได้ง่ายในอิตาลี แล้ว (มงกุฎ) ดอกส้มก็เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าสาวและการแต่งงานมาตั้งนานแล้ว

ตามหาเมืองแห่งวาเลนไทน์ที่แท้จริงของอิตาลี ที่เป็นบ้านเกิดและที่ตายของนักบุญวาเลนไทน์
Vico del Gargano ที่ประดับด้วยส้ม ภาพ : www.garganonews.it

พอหอมปากหอมคอกับวาเลนไทน์และอิตาลี

มีของมาแถม

ที่อิตาลี หลังจากวันวาเลนไทน์ 1 วัน กล่าวคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์นั้น มีคนตั้งให้เป็น ‘วันแห่งคนโสด’ ในวันนี้ก็เป็นงานรื่นเริงสำหรับคนโสด ตามร้านอาหาร ผับต่างๆ ก็จะให้ราคาพิเศษแก่คนโสด มีการแสดงดนตรี มีพื้นที่ให้คนโสดไปพบกัน ซึ่งถ้าพบกันแล้วเวิร์ก… 

ปีหน้า เจ้าก็จะได้เลื่อนวันฉลองเร็วขึ้น 1 วัน อิอิ


แหล่งข้อมูล

www.eventisingle.info/articoli/festa-dei-single-cose-si-festeggia/

www.eataly.com/us_en/magazine/culture/valentine-s-day

www.umbriatourism.it/en/-/basilica-di-san-valentino-a-terni

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

หลังจากอัดอั้นมาหลายปี ในที่สุดการเดินทางไปอิตาลีก็ไม่ได้ยากมากมายอีกต่อไป จะมีก็แต่การขอวีซ่าที่มีคิวยาว (และจุกจิกเข้มงวดมากเป็นปกติ) และการที่ยังไม่มีสายการบินที่บินตรง (เขียนในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565) เรื่องเอกสารอื่น ๆ เกี่ยวกับทางสาธารณสุขไซร้ ไป่มี

ว่าแต่ ไปตอนนี้ หน้าหนาวอย่างนี้น่ะหรือ ใครเขาเที่ยวกัน อ๊ะ ๆ อย่าได้ดูเบาไปเทียว ตามสถิติแล้ว คนอิตาเลียนก็เที่ยวกันช่วงนี้หนักไม่เบา จะเป็นรองก็แต่ช่วงหน้าร้อนที่ร้อนดับตับแตกเท่านั้น

หน้าหนาวย่อมไม่เหมือนหน้าร้อน ชื่อก็บอกอยู่ จุดหมายปลายทางและกิจกรรมการท่องเที่ยวจึงต่างกันไปบ้างตามสภาพอากาศ อีกทั้งอิตาลียังเป็นประเทศที่ยาวเป็นรองเท้าบูต (ราว 1,200 กิโลเมตร) ภูมิอากาศทางเหนือกับทางใต้จึงมีความแตกต่างอย่างที่เราชาวไทยเดาได้ไม่ยาก หนาวมิลานกับหนาวปาแลร์โม (เกาะซิซีลี) แตกต่างราวกับคนละประเทศ

กลับมาพูดในปริบทคนไทยอย่างเรา ๆ เงินเก็บมีแล้ว (เพราะไม่ได้ไปไหนมา 2 ปี) อยากเที่ยวอิตาลี แต่ให้มีอันจำเป็นต้องไปตอนหน้าหนาวเท่านั้น จะไปไหนดี

สิทธิการิยะ แม่หมอขอชี้โพรงให้กระรอกน้อยดังนี้

01

เล่นสกี

เมื่อหน้าหนาวมา หิมะก็จะตก แต่ดูก่อนภราดรทั้งหลาย อิตาลีไม่ได้มีหิมะทั้งประเทศหรอกนะ อย่างโรม หิมะตกที ชาวเมืองแทบจะจัดสมโภช ในขณะที่ชาวเขาทางเหนือ เห็นหิมะเกล็ดแรกร่วมมา ก็ถอนหายใจหนึ่งเฮือกแล้วหันหลังเข้าห้องเก็บของ คว้าพลั่วและอะไรต่ออะไรไว้ เตรียมรับมือกับหิมะที่อาจจะมาปิดทางเดินจนเข้า-ออกบ้านไม่ได้

แหล่งเล่นสกีที่คนนิยมไปคือบริเวณกลุ่มเขาโดโลมีตี (Dolomiti) ที่ภาษาอังกฤษเรียก โดโลไมตส์ (Dolomites) นั่นล่ะ เหตุที่ไปที่นั่นไม่ใช่เพียงเพราะมีหิมะ หากแต่เป็นเพราะมีทิวทิศน์ที่สวยงามมาก จนแม้ในฤดูกาลอื่นก็ยังควรค่าที่จะกลับมาเยือน

รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
เขาสามยอดแห่งลาวาเรโด (Tre cime di Lavaredo) ของกลุ่มเขา Dolomiti
ภาพ : trekkingblog.it
02

พิพิธภัณฑ์

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า หน้าหนาวฝรั่งมีคุณลักษณะบางประการ เช่น กลางวันสั้น อากาศหนาวเย็นยะเยือก และไม่มีดอกไม้ดอกไร่อะไรให้ชม ความหวังที่จะถ่ายรูปเก็บไว้สวัสดีวันจันทร์ทั้งปี จึงทำไม่ได้ในทริปนี้

ด้วยเหตุดังกล่าว เราจึงควรทำอย่างอื่นให้ถูกกรรมถูกวาระ นั่นก็คือเดินอุ่นสบายอยู่ในสถานที่ซึ่งกลางวันกลางคืนไม่ต่างกัน

…ซึ่งจะมีอะไรเหมาะไปกว่าการเดินพิพิธภัณฑ์…

พิพิธภัณฑ์ในอิตาลีมีจำนวนมหาศาล ที่แนะนำให้ไปในฤดูนี้ คือ

1. พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) แถมพ่วงไปกับมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ การไปในช่วงนี้ คนจะน้อยหน่อย ความเบียดเสียดยัดเยียดก็จะน้อยลง คนยืนบังงานศิลปะก็น่าจะน้อยลงไปด้วย ที่สำคัญ คนที่ไปอัดแน่นอยู่ในวัดน้อยซีสตีน (Sistine Chapel) ก็น่าจะเบาบางไปด้วยเช่นกัน จากที่เคยไหลไปตามกระแสนักท่องเที่ยว อาจจะได้ยืนแหงนคอตั้งบ่าชมนิ่ง ๆ อย่างที่วาดฝันไว้เสียที

2. พิพิธภัณฑ์อุฟฟิตซี (Uffizi) ที่เมืองฟลอเรนซ์ เหตุผลที่ควรไปแหล่งรวมงานศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแห่งนี้ ในช่วงนี้ก็เหมือนกับด้านบน อ้อ ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องจองตั๋วก่อนไปอยู่ดีนะ

3. หอศิลป์บอร์เกเซ (Galleria Borghese) อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว เพราะเล็ก กระชับ งานดีทุกชิ้น คุ้นหน้าคุ้นตามาก จำกัดเวลาและคนเข้าชม ให้เวลาเข้าชม 2 ชั่วโมงก็จริง แต่เป็น 2 ชั่วโมงคุณภาพที่อิ่มเอมมาก งานชิ้นที่ไปกี่ครั้งก็ยังเดินหมุนรอบราวกับจะเวียนเทียน และยืนจ้องอยู่นานก็คือ รอยบุ๋มจากการกดนิ้วบนต้นขาของรูปสลัก ‘การลักพาโปรสเปรีนา’ (Il ratto di Prosperina) และรอยยุบบนฟูกของ ‘เปาลีนา บอร์เกเซ’ (Paolina Borghese) มันช่างสมจริงเสียเหลือเกิน

รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
การลักพาโปรสเปรีนา ผลงานของ แบร์นีนี (Lorenzo Bernini)
ภาพ : commons.wikimedia.org
รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
เปาลีน่า บอร์เกเซ ผลงานของ อันโตนีโย คานอวา (Antonio Canova)
ภาพ : commons.wikimedia.org

4. โคลอสเซียม ใช่ อยู่กลางแจ้ง แต่ก็นับเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่แนะนำให้ไปตอนหน้าหนาวเพราะแถวจะสั้น และโรมจะอุ่น

5. น้ำพุเทรวี จะได้ไม่ต้องรีบตื่นไปแต่ 6 โมงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มทัวร์ไง

6. ปอมเปอี อันนี้ก็กลางแจ้ง ซึ่งเวลาไปในหน้าร้อน เหงื่อกาฬแตกพลั่ก แต่พอเป็นหน้าหนาว ด้วยความเป็นเมืองทางใต้ อากาศจึงเหมาะแก่การชมและอาบแดดอุ่นยิ่งนัก
ส่วนที่อื่น ๆ นั้นก็แนะนำเช่นกัน แต่ที่ที่กล่าวมานี้ ปกติคนจะแน่นมาก อาศัยช่วงพวกเศรษฐีไปสกีทางเหนือนี่ละ ที่เราพอจะเดินอ้อยอิ่งชมงานศิลป์ชิลล์ ๆ กับเขาได้บ้าง

รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
ปอมเปอี
ภาพ : commons.wikimedia.org
03

ของดีช่วงเทศกาล

อย่าลืมว่าหน้าหนาวของอิตาลีคือราวธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ หน้าหน้าวจึงมีเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่แทรกอยู่ตรงกลางด้วย

หากการเที่ยวหน้าหนาวของคุณอยู่ในช่วงสิ้นปี สิ่งที่คุณไม่น่าพลาด คือ

1. เดินตลาดคริสต์มาส ซึ่งจะมีแทบทุกเมือง ขึ้นอยู่กับว่าจะเล็ก จะใหญ่ เท่านั้นเอง

รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
ตลาดคริสต์มาสที่เมืองบอลซาโน (Bolzano)
ภาพ : www.bb30.it

2. ถ้ำพระกุมาร เด็กไทยต้องทำกระทงฉันใด เด็กอิตาเลียนต้องทำถ้ำพระกุมารฉันนั้น มันคืออะไร มันคือฉากจำลองการประสูติของพระเยซู ซึ่งมิใช่แต่เพียงเด็ก ๆ จะต้องทำร่วมกันกับครูที่โรงเรียนเท่านั้น แต่ธรรมเนียมการทำถ้ำพระกุมารพบได้ทั่วไปในอิตาลีช่วงวันคริสต์มาส ถ้ำพระกุมารที่ผู้คนจับตารอดูที่สุด เห็นจะไม่พ้นที่กลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์วาติกัน ถึงแม้ตามสถิติจะไม่ใช่ถ้ำฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็มีขนาดใหญ่มากเสมอต้นเสมอปลายมาทุกปี

โปรแกรมเที่ยว! ถ้าหนาวนี้ไปอิตาลี มีสถานที่ พิพิธภัณฑ์ กิจกรรมไหนบ้างที่ควรไปตอนหนาว ๆ
ถ้ำพระกุมาร หน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ วาติกัน
ภาพ : initalia.virgilio.it

3. เดินดูการประดับไฟ อันนี้ไม่อยากให้ตั้งความหวังไว้มาก เพราะการประดับไฟของอิตาลีจะไม่กะพริบวิบวับเหมือนไฟที่ยอดกิ่งไผ่ใต้โคมแดง หรือรั้วระแนงกับศาลพระภูมิของบ้านเรา แต่จะเป็นไฟแพตเทิร์นเดียวกัน เรียงยาวเป็นตับ และเปิดแช่เสียเป็นส่วนใหญ่ เรื่องพลุไม่ต้องพูดถึง เพลงจิงเกิลเบลก็ไม่มี ซานตาคลอสหัวเราะโฮ่ ๆ ๆ เหรอ ถามว่าเกี่ยวอะไรกับการเกิดของพระเยซูก่อน

04

ไปโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส เซียน่า คาปรี ฯลฯ

กล่าวคือ จะไปไหนก็ไปเถอะ ยิ่งเมืองที่ตามปกตินักท่องเที่ยวแน่น ๆ ยิ่งดี เพราะช่วงนี้คนจะน้อย แต่จุดมุ่งหมายควรเป็นการเดินชมเมืองนะ เพราะบริการต่าง ๆ อาจไม่ครบถ้วนเต็มสตีมเท่า อย่างเช่น คนแจวเรือกอนโดลาในเวนิสเคยบอกว่า ถ้าอยากคุย อยากเจอกับพวกเขา หน้าหนาวเจอกันที่ภูเก็ตนะ หรือเมืองชายหาดหน้าร้อนอย่างรีมีนี (Rimini) ก็ไม่ควรไป เพราะมันไม่มีอะไรเลย นอกจากนั้น บาร์หรือแหล่งบันเทิงใด ๆ มักจะปิดกิจการในฤดูการอื่นด้วย แต่ข้อดีคือ ช่วงหน้าหนาว ที่พักจะถูก

โปรแกรมเที่ยว! ถ้าหนาวนี้ไปอิตาลี มีสถานที่ พิพิธภัณฑ์ กิจกรรมไหนบ้างที่ควรไปตอนหนาว ๆ
รีมีนี ในหน้าร้อน
ภาพ : it.hotels.com
05

ซิซีลี (Sicily)

ซิซีลีเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี และเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นแหล่งรวมอารยธรรมมากมายที่ซ้อนทับกันอยู่อย่างน่าสนใจ แนะนำที่นี่เพราะสิ่งที่น่าสนใจมักเป็นโบราณสถาน เมือง ทะเล วิถีชีวิต มากกว่าการไปดูใบไม้ใบหญ้า อีกทั้งหน้าหนาวที่นี่มักจะอุ่นกว่าที่อื่นด้วย กล่าวคือ ราว 11 – 12 องศาเซลเซียส อย่าคิดถึงแอร์ในห้องเรา ของจริงไม่หนาวขนาดนั้น

ก็นั่นล่ะ บอกไว้ว่าเผื่อจะต้องไปอิตาลียามหน้าหนาวแล้วไม่รู้จะไปไหน ไปทำอะไรดี

แต่ไม่ว่าจะอยู่ไทย อยู่อิตาลี อยู่ที่นี่ อยู่ที่ไหน ก็ขอให้มีความสุขกับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงจ้ะ

โปรแกรมเที่ยว! ถ้าหนาวนี้ไปอิตาลี มีสถานที่ พิพิธภัณฑ์ กิจกรรมไหนบ้างที่ควรไปตอนหนาว ๆ
ภาพ : camminiditalia.org

แหล่งข้อมูล

www.beelovedcity.com/italy-in-winter

gretastravels.com/italy-in-winter/

clairesfootsteps.com/italy-in-winter/

mypathintheworld.com/best-places-to-visit-in-italy-in-winter/

www.bookmundi.com/t/italy-in-winter-top-7-destinations

www.bb30.it/magazine_news/I_mercatini_di_Natale_piu_belli_d_Italia.htm

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load