ย้อนกลับไปหลักสิบปี Sabina (ซาบีน่า) เป็นแบรนด์ชุดชั้นในวัยรุ่นที่แข็งแรงมาก ทั้งที่ซาบีน่าผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์

ตัดภาพกลับมาที่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อยู่ๆ ซาบีน่าก็ลุกขึ้นมาก๋ากั่นทันสมัยขึ้นผิดสังเกต และเป็นที่รักของสาวร่างเล็กด้วยคำพิเศษเพียง 2 คำอย่าง ‘Doomm Doomm’ ทั้งยังปฏิวัติวงการชุดชั้นในจากสินค้าและแผนการตลาดที่มีมาให้เห็นไม่ขาดสาย

ล่าสุด ซาบีน่าเปิดตัว Seamless Fit หรือบราไร้ตะเข็บ พร้อมพูดถึงเทคโนโลยีชุดชั้นในใหม่ๆ จน The Cloud ต้องรีบนัดหมายพิเศษกับ คุณพิชชา ธนาลงกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ทั้งหมดของแบรนด์ซาบีน่า จนกลายเป็นแบรนด์ชุดชั้นในแถวหน้าที่มีตัวตนชัดเจนที่สุด

ตั้งแต่รีแบรนด์สินค้าสำหรับผู้หญิงกลุ่มต่างๆ พัฒนาสินค้า เลือกเสนอสิ่งใหม่ ทำให้ ‘ชิดกว่าชม’ และ ‘ดูมแท้ต้องเนินชัด’ กลายเป็นวลีดัง

ในบทสนทนาระหว่างเรา นอกจากเส้นทางการมารับช่วงต่อดูแลงานการตลาดทั้งหมด เราคุยกันถึงเรื่องอินไซด์สนุกๆ ที่เป็นโจทย์สำคัญให้ซาบีน่าพัฒนาชุดชั้นในล้ำๆ และการเป็นผู้กำหนดเทรนด์ชุดชั้นในแม้จะใส่อยู่ข้างใน

ไม่ใช่แค่บราที่ไร้ตะเข็บ

การรับช่วงและสานต่อของพิชชาในซาบีน่าก็เรียบเนียนไร้ตะเข็บเช่นกัน

ธุรกิจ: บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน)
ประเภท: ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในคุณภาพดี
อายุ: 48 ปี
ผู้ก่อตั้ง: คุณจินตนา และคุณอดุลย์ ธนาลงกรณ์ ก่อตั้ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างยกทรงจินตนา (พ.ศ. 2501)
ทายาทรุ่นสอง: คุณวิโรจน์ ธนาลงกรณ์ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อชั้นใน ซาบีน่า (พ.ศ. 2514)
ทายาทรุ่นสาม: คุณพิชชา ธนาลงกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน)

ออกแบบแฟชั่นครึ่งหนึ่ง วางแผนการตลาดครึ่งหนึ่ง

ไม่ต่างจากทายาทธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทั่วไป พิชชารู้ตัวตั้งแต่เด็กแล้วว่าเธอรักศิลปะและแฟชั่นมากแค่ไหน จนเมื่อเรียนต่อในคณะ Fashion Design and Marketing ที่ London College of Fashion ประเทศอังกฤษ เธอก็พบว่าชอบและทำได้ดีในวิชาการตลาด

โดยเฉพาะโปรเจกต์ประจำชั้นเรียนที่ John Lewis แบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ชื่อดังของอังกฤษมอบโจทย์ให้ทำแคมเปญและแผนการตลาดสำหรับงานเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ โดยแผนงานของกลุ่มที่ชนะจะถูกนำไปใช้งานจริง

ผลงานการออกแบบสินค้า คอนเซปต์ และแผนการตลาดแคปซูลคอลเลกชันเสื้อนอกสำหรับฤดูหนาวของผู้ชาย ที่พิชชาและเพื่อนตีโจทย์ความเป็นอังกฤษตามแบบฉบับของแบรนด์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ

“ก่อนไปเรียนต่อเราก็ไม่คิดว่าตัวเองจะอินได้ขนาดนี้” พิชชาสารภาพว่าเดิมตั้งใจเลือกเรียนออกแบบแฟชั่นเต็มตัว จนกระทั่งผู้ใหญ่แนะนำว่าความรู้เรื่องการขายและธุรกิจสำคัญต่อธุรกิจครอบครัวมากเพียงใด

เด็กฝึกงานของ Nicholas Kirkwood และผู้ช่วยสไตลิสต์ของ Vivienne Westwood

สิ่งที่อังกฤษสอนเธอไม่ได้มีแต่ทฤษฎีในห้องเรียน แต่เป็นโอกาสสำคัญของชีวิตในการฝึกงานกับ Nicholas Kirkwood แบรนด์รองเท้าระดับโลก และทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยสไตลิสต์ที่ Vivienne Westwood

“เหตุผลที่เลือกไปเรียนอังกฤษเพราะเราชอบแบรนด์และงานออกแบบของอังกฤษที่สนุกกว่าและสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้มากกว่าแบรนด์ของอเมริกา และ Nicholas Kirkwood ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์รองเท้าที่ล้ำมาก เราชอบมากเลยขอฝึกงานกับเขา ได้ทำงานกับหลายๆ แผนก ทั้งเรียนรู้การจัดการสต็อกและการสื่อสารที่หน้าร้าน

“ก่อนกลับไทย เราขอที่บ้านอยู่อังกฤษต่ออีก 3 เดือนเพื่อเรียนรู้งานกับแบรนด์ที่ชอบ เพราะอยู่เมืองไทยได้แต่เห็นพวกเขาห่างๆ ในอินเทอร์เน็ตและบนบิลบอร์ด เราอยากทำงานร่วมกับเขาจริงๆ จึงยื่นใบสมัคร ทำให้มีโอกาสร่วมงานกับ Vivienne Westwood ในตำแหน่งผู้ช่วยสไตลิสต์ ดูแลเบื้องหลังส่วนของถ่ายทำภาพนิ่งและเตรียมงานคอลเลกชันฤดูร้อน ตื่นเต้นที่ได้เห็นการทำงานอย่างใกล้ชิด” พิชชาเล่าประสบการณ์ด้วยตาเป็นประกาย

Sabina, พิชชา ธนาลงกรณ์
Sabina, พิชชา ธนาลงกรณ์

การตลาดปราบเซียน

2 – 3 เดือนแรกของการทำงานที่ซาบีน่าของพิชชาคือช่วงเวลาของการเรียนรู้งานของทุกแผนก ตั้งแต่การเย็บชุดชั้นในซึ่งเป็นการลงมือทำครั้งแรกของพิชชา ทำให้รู้ว่าชุดชั้นใน 1 ชิ้นมีขั้นตอนอันซับซ้อน 30 – 40 ขั้นตอน ต่างจากการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าทั่วไป และบางแบบมีเทคนิคพิเศษที่ขึ้นกับวัสดุที่ใช้

“เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง แต่เราควรรู้งานทุกอย่างของบริษัท เพื่อเข้าใจกระบวนการและความรู้สึกของคนที่ทำงานนั้นๆ” ทายาทรุ่นสามยิ้ม

จากนั้นพิชชาก็เข้ามารับทำหน้าที่ฝ่ายการตลาด เริ่มจากการมีส่วนร่วมในงาน Cris’s Collection งานเปิดตัวสินค้ากึ่งงานการกุศล พร้อมๆ กับดูแลการรีแบรนด์ชุดชั้นในแบรนด์อื่นๆ ของบริษัท เพื่อนำเสนอภาพจำใหม่ จากเดิมที่เข้าใจว่าซาบีน่ามีแต่ชุดชั้นในเด็กและวัยรุ่น

พิชชาบอกว่าความรู้ใหม่ที่เธอต้องเรียนรู้มากที่สุดเวลานั้น คือการเข้าใจตลาดในประเทศ

“ที่ผ่านมาเราเห็นตลาดต่างประเทศมาเยอะ ก็คิดจะนำเสนอสิ่งใหม่นั้นๆ แก่ตลาดบ้านเรา แต่พบว่ายังเร็วเกินไปในช่วงแรก ความเข้าใจเกี่ยวกับชุดชั้นในวันนั้นยังไม่เปิดกว้างอย่างทุกวันนี้ รูปทรงบางแบบที่เราคิดว่าสวยมากหรือกางเกงชั้นในที่ขายดีมากในทุกประเทศ แต่พอทำตลาดลงไปคนไทยกลับไม่กล้าใส่”

“แต่ในความยากนั้นก็มีความโชคดีอยู่ เพราะทีมเราดีมาก ทุกคนปรับตัวได้เร็วเลยไม่มีปัญหาอะไร ช่วงที่กลับมาเป็นช่วงที่สื่อ Social Media เข้ามามีบทบาทสำคัญ ทำให้เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้น ถี่ขึ้น และ Personalize Target ได้ดียิ่งขึ้น จากที่เมื่อก่อนสิ่งที่ทำได้คือ ลงทีวีบ้าง ซื้อบิลบอร์ดบ้าง วันนี้เราทำเนื้อหาสื่อสารกับลูกค้าเยอะมาก ทั้งยังคุยกับเขาได้ตลอดเวลา ประกอบกับลูกค้าเข้าใจและเปิดรับมากกว่าแต่ก่อน” พิชชาเล่า

เข้าอก เข้าใจ

ซาบีน่าแข็งแรงมากเรื่องชุดชั้นในวัยรุ่น

ดังนั้น โจทย์ใหญ่ของพิชชาคือ สร้างการรับรู้และขยายตลาด วัยทำงาน วัยสาว ไปจนถึงกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมและความต้องการแตกต่างกันไป โดยเฉพาะกลุ่มวัยสาว ได้แก่กลุ่มคนที่อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งจะสนใจฟังก์ชันมากกว่าแฟชั่น เช่น เริ่มมีปัญหาเนื้อข้างตัว หรือทรงหน้าอกไม่สวย จึงต้องการแบบทรงที่ช่วยเก็บสร้างความกระชับและเน้นความสบาย

รวมถึงโจทย์เรื่องการสื่อสารภาพรวมของแบรนด์ซาบีน่า ในฐานะแบรนด์ชุดชั้นในที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลาตามการเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี

“เมื่อก่อนเราก็เป็นเหมือนแบรนด์ทั่วไปที่พยายามจะตอบโจทย์ลูกค้า แต่สิ่งที่เราทำในวันนี้เราไม่ได้แค่ตอบโจทย์ แต่เราคิดเผื่อเขาไปล่วงหน้าว่านี่แหละคือสิ่งที่คุณต้องการ” พิชชาเล่าพร้อมยกตัวอย่าง รุ่น Wireless Shape หรือรุ่นบราไร้โครง ซึ่งเป็นสินค้าที่ซาบีน่าวางขายในตลาดมานานมากแล้ว แต่สาวๆ เพิ่งนิยม

พิชชารู้วิธีเลือกหยิบเรื่องเหล่านี้มาพูดใหม่ให้สนุกและน่าสนใจกว่าเดิม จากที่คนคิดว่าใส่ชุดชั้นไม่มีโครงแล้วดูเป็นสูงอายุ กลับรู้สึกถึงนวัตกรรมและความทันสมัย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซาบีน่ามีตัวตนชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และรู้จักเลือกใช้พรีเซนเตอร์ให้เหมาะสมกับแบรนด์

ผู้หญิงในแบบซาบีน่า คือผู้หญิงฉลาด สนุก ขี้เล่น และทันสมัย

บริษัท Apple แห่งวงการชุดชั้นใน

“ในกระบวนการทำงานทั้งหมด เราชอบตอนที่เห็นสินค้าใกล้ผลิตสำเร็จ หลังใส่พลังร่วมพัฒนาสินค้ากับทีม R&D มายาวนาน” พิชชาเล่า

เทคโนโลยีมีอยู่มากมาย แล้วเทคโนโลยีที่เหมาะกับการพัฒนาชุดชั้นในเป็นอย่างไร

เทคโนโลยีที่ช่วยทำให้ตัวตนของซาบีน่าแข็งแรง นั่นคือความเป็นชุดชั้นในทรงสวย ใส่สบาย ซึ่งเริ่มใช้เทคโนโลยีตั้งแต่ซาบีน่ารุ่น Wireless Shape หรือบราไม่มีโครงเมื่อปีที่ผ่านมา

“ก่อนหน้านี้ชุดชั้นในมีอยู่ไม่กี่แบบ แบบจูงหู แบบครึ่งคัพ โดยใช้ผ้าเนื้อเดิมๆ ขณะที่นวัตกรรมใหม่ทำให้ชุดชั้นในเรียบไปทั้งตัว ใส่แล้วมั่นใจมากขึ้น” พิชชาเล่า

จะเรียกซาบีน่าว่าเป็น บริษัท Apple แห่งวงการชุดชั้นในก็คงไม่ผิด

สิ่งสำคัญคือ การรู้อินไซต์หรือความต้องการของลูกค้า

“สมัยก่อนคนไทยชอบใส่ชุดชั้นในดันทรงเพื่อให้มีหน้าอกที่สวย แต่วันนี้เปลี่ยนไปแล้ว นอกจากดันทรงสวยแล้วยังเน้นเรื่องความสบาย สบายแบบที่ลืมไปเลยว่ากำลังใส่ชุดชั้นในอยู่เพราะไม่มีโครงและเรียบเนียนไม่มีตะเข็บ” พิชชาแนะนำให้รู้จักกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอด และนั่นยิ่งทำให้เธอหลงใหลงานของเธอ

“ผู้หญิงเราจำเป็นต้องตามเทรนด์ชุดชั้นในแค่ไหนและอย่างไร ในเมื่อชุดชั้นในเป็นสิ่งที่ใส่อยู่ด้านในไม่มีใครเห็น” เราถาม

“นี่จึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องบอกพวกเธอว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเธอต้องการ เมื่อก่อนสำหรับผู้หญิงชุดชั้นในมีไว้ใส่ได้แค่ข้างในแต่ด้วยเทรนด์และยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทุกวันนี้ ทำให้ชุดชั้นในบางตัวสามารถเป็น Outerwear ได้เลย” พิชชาเล่าพร้อมชี้ให้ดูชุดชั้นในรุ่นขายดีของ Mad Moiselle Intimates หนึ่งในชุดชั้นในแบรนด์หรูของซาบีน่า ฟังแล้วรู้สึกอิจฉาสาวๆ สมัยนี้ที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างอิสระ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน แม่ต้องตีตายก่อนออกจากบ้านแน่ๆ

Sabina, พิชชา ธนาลงกรณ์

ความรู้สึกสบายจากการรับช่วงต่อธุรกิจที่เรียบเนียนไร้ตะเข็บ

การเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้พิชชายอมรับว่าสมัยเข้ามาทำงานใหม่ๆ อาจจะยังตัดสินใจไม่เด็ดขาดเพราะประสบการณ์ที่มียังน้อย แต่ก็มีข้อดีที่ใหญ่และสำคัญต่อธุรกิจมากๆ ได้แก่ เชื้อไฟ มุมมองที่แตกต่าง และพลังที่สดใหม่ ไปจนถึงความสามารถที่ทำอะไรใหม่ๆ ให้แก่องค์กร

“ทุกวันนี้เทรนด์โลกเปลี่ยนเร็วมาก สิ่งที่สำคัญที่สุด เราก็ต้องขยับให้เร็วขึ้นไปเรื่อยๆ เรื่องที่ใหม่มากๆ ในวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็เก่าแล้ว ดังนั้น ต้องยืดหยุ่นและรู้จักปรับตัวให้ได้ในทุกสถานการณ์” พิชชาเล่าก่อนทิ้งท้ายคำแนะนำสำหรับคนที่กำลังรับช่วงต่อธุรกิจ

“สำหรับเรา เป็นเรื่องการเข้าใจองค์กร เข้าใจคนที่ทำงานกับเรา ซึ่งจะทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นเยอะเลย เหมือนครอบครัวที่เติบโตไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกัน เพราะทุกคนเห็นเป้าหมายหรือจุดร่วมเดียวกัน จึงไม่ใช่เรื่องที่บังคับหรือเปลี่ยนความคิดใครได้”

 
แบรนด์ ซาบีน่า  (พ.ศ. 2514)

จากความรักที่มีต่อการออกแบบและสร้างสรรค์ชุดชั้นในของคุณจินตนา ผู้เป็นคุณย่าของพิชชา ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นลูกมือช่วยพี่สาวทำชุดชั้นใน ก่อนก่อตั้งบริษัทและสร้างแบรนด์เล็กๆ ชื่อ ‘จินตนา’ ในตลาดพลู ย่านธนบุรี เติบโตและได้รับความไว้วางใจให้ดูแลเรือนร่างหญิงไทยจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกชายคนโตบริหาร และสานต่อแบรนด์จินตนาในเวลาต่อมา ขณะที่แบรนด์ซาบีน่ามีจุดเริ่มต้นมาจากคุณวิโรจน์ ผู้เป็นพ่อของพิชชา ดูแลธุรกิจส่วนที่รับผลิตให้กับแบรนด์ต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และอังกฤษ

จนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ที่ซาบีน่าเริ่มเปลี่ยนสัดส่วนการผลิต หันมาทำแบรนด์ซาบีน่าอย่างจริงจังและชัดเจนขึ้น กลายเป็นแบรนด์ชุดชั้นในไทยแถวหน้าที่นำเสนอเทรนด์ใหม่ๆ จนเปลี่ยนภาพลักษณ์ของชุดชั้นในที่ไม่ใช่แค่สวยแต่ยังใส่สบายและสร้างความมั่นใจ

ล่าสุดซาบีน่าเพิ่งเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ Seamless Fit กับ 3 เทคโนโลยีที่ทำให้ชุดชั้นเนียนเรียบไปกับตัว ไม่ต่างจากเรื่องราวการรับช่วงต่อของทายาทรุ่นสามที่เรียบเนียนไร้ตะเข็บ เริ่มจาก Weaving การทอขึ้นรูปที่ไร้รอยต่อทำให้เนียนเรียบรอบตัว เกิดจากการโปรแกรมลงไปในเครื่องจักร เพื่อสั่งให้เย็บด้ายทั้งตัวเป็นสามมิติ ลดขั้นตอนและประหยัดเวลาการตัดเย็บ ทั้งยังสั่งให้ถักเป็นรูปแบบต่างๆ ได้ เทียบได้กับ การเตรียมพร้อมก่อนรับช่วงต่อธุรกิจของทายาทรุ่นสาม การค้นพบความชอบของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยถือเป็นเรื่องน่ายินดี ลดขั้นตอนและประหยัดเวลาที่จะพาแบรนด์ไปสู่จุดที่ตั้งใจ

ขณะที่เทคโนโลยี Bonding การเชื่อมต่อผ้าเก็บขอบกริบไร้ตะเข็บด้วยกาวและความร้อน เทียบกับ เทียบได้กับการใส่ส่วนผสมหรือสิ่งที่ทายาทรุ่นสามถนัดลงไปในธุรกิจครอบครัว และไม่แปลกใจที่ซาบีน่าในยุคของพิชชามีตัวตนชัดเจนและสร้างการจดจำในเวลารวดเร็ว ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยี Free cut การตัดขอบเนียน ไม่เป็นรุ่ย ทั้งสวยและทันสมัยยากจะปฏิเสธ เทียบได้กับ ความสำเร็จและบทเรียนจากการรับช่วงต่อของทายาทรุ่นสามในธุรกิจแบรนด์ชุดชั้นในซาบีน่า

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : พรพรรณเบเกอรี่

ประเภทธุรกิจ : โรงงานผลิตขนมปัง

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2503

อายุ : 62 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ชัยยุทธ ตรีเสน่ห์จิต

ทายาทรุ่นสอง : ธัญญนันทน์ ตรีเสน่ห์จิต Chapter 9

ณ ถนนเอกชัย เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดสมุทรสาคร ชุมชนเก่าแก่ ย่านการค้า และเขตอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ โรงงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ ‘พรพรรณเบเกอรี่’ โรงงานขนมปังที่มีอายุกว่า 62 ปี

ก่อตั้งโดย คุณพ่อชัยยุทธ ตรีเสน่ห์จิต จากความคิดที่ว่า ธุรกิจโรงงานขนมในยุคนั้นมีคู่แข่งน้อยและเป็นที่ต้องการสูง จึงเก็บหอมรอมริบและนำเงินทั้งหมดมาเปิดโรงงานผลิตขนมปัง เริ่มต้นครั้งแรกที่ตลาดพลูเมื่อ พ.ศ. 2503 ก่อนจะย้ายมาที่ซอยเอกชัย 48 เมื่อ พ.ศ. 2510

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

ลูกค้าของพรพรรณเบเกอรี่โดยมากเป็นธุรกิจที่ใช้ขนมปังเป็นส่วนประกอบ ไม่ใช่ผู้บริโภคโดยตรง เช่น ร้านขายไอศกรีม ร้านขายขนมปังปิ้ง สืบเนื่องธุรกิจมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เอ๋-ธัญญนันทน์ ตรีเสน่ห์จิต ลูกสาวคนสุดท้อง เข้ามาต่อยอดพรพรรณเบเกอรี่ จากที่ส่งออกขายแค่ตามท้องตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอด จากชื่อของพรพรรณเบเกอรี่ที่อาจจะไม่ค่อยถึงหูผู้บริโภค มาเป็น ‘Chapter 9’ ธุรกิจคาเฟ่ขนมปังของคนรุ่นใหม่ พัฒนาสูตรหลากหลาย และตั้งใจสร้างแบรนด์เพื่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง

ปัจจุบัน ด้านหน้าซอยเอกชัย 48 จะเห็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ของพรพรรณและโรงงานอยู่ด้านหลัง ถัดมาอีกหน่อยจะเจอร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำตาล ด้านหลังมีอาคารสีขาวเป็นแบกกราวนด์ ให้ความรู้สึกเหมือนขนมปังสดใหม่ในถุงกระดาษ เช่นเดียวกับ Winning Product ของร้านคือ ‘โชกุปัง’

ฉันมีโอกาสได้มานั่งคุยกับเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังถึงความสำเร็จของ Chapter 9 ซึ่งเธอบอกว่า 

“การเป็นทายาทรุ่นสองของเอ๋มันไม่ง่ายเลย”

ทุกอย่างมีจังหวะของมัน 

เอ๋มีพี่น้องทั้งหมดรวมตัวเองด้วยเป็น 9 คน เธอเป็นคนสุดท้อง แน่นอนว่าการเป็นทายาทรุ่นสอง ทั้งที่เป็นน้องเล็กสุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ก่อนหน้านี้เอ๋ทำงานเอเจนซี่โฆษณา แต่ด้วยอายุงานที่มากขึ้นจึงอิ่มตัว เธอจึงหาความท้าทายโดยเริ่มเรียนทำขนมในช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะคิดว่าถ้าวันหนึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้จริง ๆ ก็อยากจะลองดูสักตั้ง

เอ๋ตัดสินใจลางาน 3 เดือน เพื่อไปทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟที่ Le Cordon Bleu ก่อนจะกลับมาทบทวนและตัดสินใจคุยกับที่บ้านว่าจะออกมาทำธุรกิจนี้เต็มตัว

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจกงสีของที่บ้านทีละนิด เพราะรู้ดีว่าธุรกิจโรงงานขนมปังนี้ยังไม่ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ จึงได้ไอเดียทำร้านคาเฟ่ Chapter 9 ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ควบคู่กับงานวงการโฆษณา เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงผู้บริโภค ใกล้ชิดลูกค้า และเพื่อความยืดหยุ่นทางธุรกิจที่มากกว่าเดิม

ช่วงแรก Chapter 9 ไม่มีเรื่องขนมปังเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะเน้นขายเค้กเป็นส่วนใหญ่ตามที่เอ๋ได้ไปเรียนมา

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

“ตอนนั้นเราแทบไม่ได้สนใจเรื่องขนมปังเลย พอใกล้ตัวมาก ๆ เราเลยมองข้าม” แต่เชฟ จัสติน ตัน สามีชาวสิงคโปร์ เห็นข้อได้เปรียบจากธุรกิจโรงงานขนมปังของที่บ้าน และเป็นจังหวะเดียวกับที่เอ๋เริ่มรู้สึกอ่อนล้ากับงานประจำ ซึ่งทำให้ทุ่มเทกับ Chapter 9 ได้ไม่มากพอ จึงตัดสินใจใช้ต้นทุนของสิ่งที่ได้จากพรพรรณเบเกอรี่มาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างจริงจัง

ทีแรกเอ๋และจัสตินตั้งใจจะเข้าไปทำโดยใช้ฐานการผลิตเดิมของพรพรรณ และแตกสายผลิตภัณฑ์ สินค้าออกไปเพื่อจัด Mass Market แบบกว้าง เพิ่มมาตรฐานสินค้าเพื่อไปจับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ใส่ใจและให้คุณค่าในรายละเอียดของสินค้า เช่น กลุ่มที่ให้มูลค่ากับสินค้าโฮมเมด เป็นต้น

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว

สำหรับพรพรรณ เอ๋และจัสตินเป็นเหมือนน้องใหม่ในธุรกิจกงสี ด้วยความที่เป็นมือใหม่ จึงทำให้เสียงของพวกเขาเบากว่า

การเปลี่ยนแปลงระบบในธุรกิจกงสีไม่ใช่เรื่องง่าย เธอยอมรับว่าการทำงานกับพี่น้อง ต่างกันกับการทำงานในออฟฟิศโดยสิ้นเชิง

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

“มันมีแรงต้านบางอย่างระหว่างเรา ครอบครัว และพนักงาน”

เธอเคยโดนพนักงานนินทาลับหลังจนเสียกำลังใจไปก้อนใหญ่

“ให้สัมภาษณ์แบบไม่โลกสวย ตอนแรกเราไม่อยากเข้ามา เพราะกลัวจะมีเรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ด้วยความที่เป็นครอบครัวเดียวกัน การพูดจาบางครั้งอาจทำร้ายความรู้สึกส่วนตัวกันได้ การปรับเปลี่ยนจึงกลายเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งปัญหาแบบนี้ไม่มีในการทำงานระบบออฟฟิศ เราไม่มีพันธะอะไรกัน ต่างคนต่างทำงาน มีปัญหาก็มาเคลียร์กันให้จบ แล้วทำงานต่อ”

น้องคนสุดท้องจึงตัดสินใจแยกฐานการผลิตทั้งหมดออกมาจากพรพรรณ เพื่อทำร้าน Chapter 9 เต็มตัว และปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนที่บ้านแทน

โอกาสครั้งใหม่

จนกระทั่งโรงงานผลิตแป้งของพรพรรณ ที่ผลิตแป้งส่งตั้งแต่สมัยคุณพ่อติดต่อมาว่า มีแป้งสูตรใหม่มาให้ลองทำ เป็นแป้งที่ทางโรงงานโม่ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อการส่งออก ทำให้เนื้อสัมผัสของตัวขนมปัง Chapter 9 แตกต่างจากขนมปังของที่อื่น จึงเกิดเป็นไอเดียกลยุทธ์ ‘Winning Product’ เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นตัวขนมปังของร้านแล้วเชื่อมโยงกับ Chapter 9 ได้ทันที

เอ๋บอกว่า “ทุกอย่างเป็นจังหวะ แป้งสูตรพิเศษนี้ จากที่เขาตั้งใจจะโม่เพื่อส่งออก ก็ส่งออกไม่ได้เพราะโควิด-19 ต่อมาพอประเทศเปิด สามีที่เป็นเชฟมิชลินที่สิงคโปร์ก็เข้ามาช่วยพัฒนาสูตรขนมปัง มันเป็นจังหวะ ๆ ไปหมด” นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคอนเนกชันในการพูดคุยติดต่อกับโรงงานผลิตแป้ง ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก เจ้ตึ๋ง-สุวรรณี ตรีเสน่ห์จิต พี่สาวคนโตที่พนักงานในพรพรรณต่างเรียกกันว่า ‘เจ้ใหญ่’ ปัจจุบันเจ้ตึ๋งดูแลพรพรรณเบเกอรี่และยังให้คำแนะนำเรื่องการผลิตขนมปังในรูปแบบ Production Scale

ด้วยความที่เอ๋เคยทำบริษัทเอเจนซี่มาก่อน จึงมีทักษะในการโฆษณาสินค้าและสื่อสารออกไปให้ถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคอนเนกชันกับสื่อและคนรุ่นใหม่มากมาย ซึ่งพร้อมจะเข้ามาช่วยและสนับสนุน Chapter 9 กันอย่างเต็มที่

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

Action Speaks Louder than Words

กลยุทธ์ในการทำธุรกิจของ Chapter 9 นอกจากหา Winning Product แล้ว ยังมีการคิดสูตรขนมปังให้หลากหลาย ทำให้ขนมปังมีรสชาติที่น่าสนใจเกือบ 20 รสชาติ ยกตัวอย่างเช่น ขนมปังที่ Co-campaign กับ Hoegaarden ไอเดียนี้ได้มาตอนช่วงโควิด-19 ร้านนั่งดื่มหลาย ๆ แห่งเปิดทำการไม่ได้ จึงทดลองกับทีมทำรสเบียร์ถั่วพริกเกลือ ทาง Hoegaarden มาเห็น จึงมีการคอลแลบกันเกิดขึ้น

ยังมีการนำเอาระบบ KPI เข้ามาช่วยจัดระเบียบในการทำงานมากขึ้น แต่ด้วยความเป็นธุรกิจกงสี ในช่วงแรกอาจจะยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก “คนรุ่นเก่าจะไม่ค่อยเข้าใจกับ KPI ที่ไม่ใช่ตัวเลข” เอ๋กล่าว

เพราะสิ่งที่คนยุคเก่ามองเห็นหลัก ๆ คือกำไร ขาดทุน ทำให้ทุกคนที่บ้านตั้งคำถามมากมายระหว่างที่เธอกำลังพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบบที่มีมานานของธุรกิจกงสี

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

แต่คงเป็นเพราะทายาทรุ่นสองคนนี้มีความคิดที่ไม่เหมือนใคร เธอมองเห็นว่าสักวันธุรกิจจะถึงทางตัน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ฉะนั้น จึงต้องสร้างบรรยากาศภายในร้าน ระบบการทำงานที่มีระเบียบมากขึ้น และการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีต่อคนกินมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการบริการที่ดีมากยิ่งขึ้น “เพราะเรารู้สึกว่าของกินดี ๆ หาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่การบริการที่ดี ๆ ต้องฝึกฝน”

เอ๋เป็นคนที่เชื่อว่า Action Speaks Louder than Words เธอพยายามทำในสิ่งที่เชื่อ ทำให้เกิดผลลัพธ์ดี ๆ ขึ้น แล้วส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้พรพรรณต่อไป ทำให้ทุกวันนี้พรพรรณเบเกอรี่เองก็มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงระบบบางอย่างมากขึ้นเช่นเดียวกัน เอ๋เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า ในวันที่ทุกสายตาจับจ้องเธอด้วยความสงสัยในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ ในวันนี้มันกลับกัน สายตาของทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นและพร้อมที่จะสนับสนุน Chapter 9 ต่อไป

“ถึงแม้ว่า Chapter 9 จะไม่ได้ทำทุกอย่างจากพรพรรณ แต่ทุกครั้งที่มีคนสนใจ เราจะพูดถึงพรพรรณเสมอว่า นี่คือรากฐานของเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้สืบทอดธุรกิจพรพรรณโดยตรง แต่เรารับช่วงต่อมรดกของครอบครัว โดยใช้ความรู้ทั้งหมดที่ได้จากครอบครัวมาต่อยอด”

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

จรรยาบรรณของคนทำธุรกิจ Food and Beverage

เอ๋ คือ เจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังคนนี้เป็นคนที่เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยความชอบ

เธอเล่าว่า “โดยธรรมชาติ ปลายทางของการทำธุรกิจคือเงิน เพราะไม่มีใครอิ่มท้องจากความภูมิใจหรอก ไม่มีใครสามารถซื้อบ้านซื้อรถได้จากความชื่นใจ ในระหว่างทาง นอกจากสถานการณ์รอบตัวที่เราต้องต่อสู้แล้ว เราเองต้องคุยกับตัวเองตลอดเวลา ให้ลดทอนบางอย่าง ตัดอีโก้ออกไป แล้วบาลานซ์ความเป็นมนุษย์กับธุรกิจให้ได้”

ในความหมายของเธอคือ การมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของตัวเองและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

“การทำธุรกิจจากความชอบของตัวเอง ต้องคำนึงเสมอว่า ผู้บริโภคอาจไม่ได้ชอบเหมือนเราเสมอไป คุณจะต้องไม่หิวโหยจนถึงขั้นหยิบยื่นอะไรก็ได้ให้คนกิน”

ทุกวันนี้พิษจากเศรษฐกิจทำให้ผู้ประกอบการบางเจ้าลดคุณภาพสินค้าลง เพื่อขายให้กับผู้บริโภคในราคาเดิม

“อย่าให้เศรษฐกิจบีบเราไปจนถึงขั้นนั้นเลย เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นวงจรที่ผู้ประกอบการหวังกำไรฟู่ฟ่า ในขณะที่ผู้บริโภคต้องการบริโภคของกินดี ๆ แต่กลับหาไม่ได้เลย ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่ากลัวนะ”

ปัจจุบัน การทำธุรกิจ Food and Beverage ไม่ใช่เรื่องง่าย มีเงินหรือความอดทนอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำอยู่เสมอ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

“เราไม่มีความกลัว ความกลัวเราเป็นศูนย์ ถ้าในเชิงธุรกิจบอกว่าเดือนหน้า Chapter 9 ต้องปิดตัว เราก็พร้อมปิด อย่างไรก็ตาม เรามีแบ็กอัปในใจไว้ตลอดเวลา”

นี่คือสิ่งที่เอ๋ ทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ พูดออกมาด้วยความหนักแน่น เธอคิดและวางแผนไว้เสมอ เพราะเชื่อว่าในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่ทำได้คือการหาหนทางแก้ไขสำรองไว้ เผื่อวันที่เจอกับวิกฤตจะได้ปรับตัวทัน

‘การโตแนวข้าง’ คือสิ่งที่เอ๋ตั้งใจจะทำ เธอไม่ได้คาดหวังว่า Chapter 9 จะต้องเป็นธุรกิจที่กราฟพุ่งขึ้นไปด้านบน แต่สุดท้ายก็ตกลงเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน ดังนั้น การเติบโตในแนวข้าง เช่น การแตกแบรนด์ หรือออกสินค้าตัวใหม่ไปเรื่อย ๆ น่าจะเป็นทางออกของธุรกิจ SMEs หรือพวกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ๆ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

Chapter 9 จะครบรอบ 1 ปีเดือนกรกฎาคมนี้ ถ้านับช่วงก่อนหน้าที่จะเริ่มทำ ‘โชกุปัง’ ด้วยก็ประมาณ 3 – 4 ปี ในช่วงนั้นเอ๋ยังคงทำงานเอเจนซี่ควบคู่ไปกับร้านอยู่ เธอใช้ชีวิตตลอด 7 วันโดยไม่ได้พัก

“ช่วง 3 – 4 ปีนั้น เราใช้ชีวิตแบบนี้จนเหมือนกึ่ง ๆ ทรมานตัวเอง กึ่ง ๆ พิสูจน์ตัวเอง ถ้าจะทำแบบนี้ เราต้องลองใช้ชีวิตอยู่กับมันดูว่าทำได้หรือเปล่า จนกระทั่งเราตัดสินใจออกจากงานมารีโนเวตร้านใหม่จนจะครบรอบ 1 ปีแล้ว เรารู้สึกว่า 3 ปีของร้านเก่ากับ 1 ปีของร้านใหม่ จังหวะของธุรกิจมันต่างกันโดยสิ้นเชิง”

Chapter 9 เปิดตัวในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังดุเดือด ในขณะที่พวกเรากำลังหวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า ยังมีกลุ่มคนที่มองเห็นโอกาสและกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ จนทำให้เกิดเป็น Chapter 9 มาจนถึงทุกวันนี้ และก็เป็นวิกฤตโควิด-19 อีกเช่นกันที่ทำให้เธอรู้ว่าในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน

“การเป็นธุรกิจรุ่นสองที่อยู่ภายใต้อุตสาหกรรม F&B แทบจะเอามรดกตกทอดมาทำต่อไม่ได้เลย”

ผู้ประกอบการหลายเจ้าน่าจะรู้กันดีว่าเทรนด์หมุนเร็วแค่ไหน

“เราอยากเป็นตัวกำหนดเทรนด์ ไม่ใช่ให้เทรนด์กำหนดเรา แต่สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการกำหนดมันนั่นแหละ”

ฉะนั้น สิ่งที่ทำได้คือการยอมรับ ยึดติดให้น้อยลง และพร้อมที่จะทิ้งแบรนด์ได้ทุกเมื่อ

เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้ต้องคิดแผนสำรองไว้ในหัวเสมอ ต้องสร้างสมดุลระหว่างการทำกำไรในเชิงธุรกิจกับการผลิตสิ่งที่ดีให้กับผู้บริโภคให้ได้

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

ทีมที่ดี

ลูกสาวคนสุดท้องของธุรกิจโรงงานขนมปังพรพรรณเบเกอรี่ ให้คำนิยามของธุรกิจนี้ว่าเป็น ‘โรงเรียนปฏิบัติจริง’ เพราะเป็นที่ที่ทำให้เธอพูดได้อย่างเต็มปากว่า โลกของการทำธุรกิจไม่ได้สวยงามตามฝันเสมอไป ต้องมีล้มลุกคลุกคลานกันไปบ้าง ไหนจะเรื่องการรับช่วงต่อของธุรกิจกงสีที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก

แต่สิ่งที่ทำให้เอ๋ยังคงทำต่อ คือทีมของเธอ

“เราโชคดีที่มีทีมที่ดี” เธอกล่าวอย่างภูมิใจเมื่อเอ่ยถึงพนักงานทุกคนใน Chapter 9 การรับคนเข้ามาหมายถึงการรับสมาชิกที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน เอ๋เชื่อมั่นในคนมาก และแอบภูมิใจทุกครั้งที่เห็นน้อง ๆ หรือคนในทีมก้าวหน้าไปอีกขั้น

พรพรรณเน้นที่ Mass Market คือ การผลิตต้องรวดเร็วและทำได้ในปริมาณมาก ต่างกับ Chapter 9 ที่ให้ความสำคัญกับความประณีตในแต่ละขั้นตอน รวมไปถึงเทคนิคพิเศษที่ช่วยยืดอายุขนมปังโดยไม่ใช้สารเสริมหรือสารเคมีใด ๆ อีกทั้งยังช่วยดึงรสชาติของตัวขนมปังออกมาให้ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม

ทั้งสองมีกระบวนการผลิตพื้นฐานที่เหมือนกัน แต่เทคนิคพิเศษและวัตถุดิบนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้กระนั้น พนักงานจากพรพรรณก็เรียนรู้และทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

จึงเกิดเป็นความภูมิใจเล็ก ๆ ของเอ๋และจัสติน ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและความรู้ให้กับพนักงานได้

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

“เราทำให้คนคนหนึ่งที่เขาอยู่ในอาชีพนี้มาเป็นหลัก 20 – 30 ปี ได้เข้าใจในงานที่เขาทำอยู่จริง ๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเข้าใจหรอกว่าดูยังไง กลูเตน ไขมันคืออะไร แต่วันนี้เขาเข้าใจแล้ว พอเข้าใจ เขาก็เริ่มสนุกกับมัน เริ่มทำโน่นทำนี่เองได้ และต่อยอดได้”

ในช่วงแรก เธอไปขอพนักงานจากพรพรรณเข้ามาช่วยที่ร้าน

“เราคุยกันว่า ถ้าจะรับพนักงานใหม่ ทำไมถึงไม่ใช้คนที่ Know How อยู่แล้วล่ะ”

แต่เพราะเป็นน้องใหม่ขององค์กร จึงยังไม่มีใครเชื่อใจที่จะมาทำงานกับ Chapter 9 ยกเว้นแต่พนักงานจากประเทศลาวคนหนึ่งชื่อ น้อย

น้อยทำงานที่พรพรรณเบเกอรี่มาตั้งแต่สมัยที่เอ๋ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เขาเล็งเห็นโอกาสความเป็นไปได้ และที่สำคัญคือ เขาเชื่อมั่นในตัวเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังแห่งนี้

เพราะมีประสบการณ์มามากกว่า 20 ปี การทำขนมปังของน้อยจึงไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญที่จัสตินและเอ๋สอนน้อยคือความเข้าใจในวัตถุดิบ เหตุและผลของกระบวนการ รวมไปถึงขั้นตอนต่าง ๆ จนทุกวันนี้ น้อยสามารถแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ได้ ทั้งในส่วนของ Chapter 9 เองและพรพรรณเบเกอรี่

การเรียนรู้แบบหมุนเวียนเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ จากเอ๋และจัสตินสู่น้อย น้องพนักงาน Chapter 9 ส่งต่อไปถึงพนักงานจากพรพรรณเบเกอรี่ ทำให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ตนเองทำกันมากขึ้น และสร้างสรรค์งานกันได้สนุกยิ่งขึ้น

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

บทเรียนของลูกคนที่ 9

“ถ้าในอนาคต Chapter 9 ต้องปิดตัวลง เราก็เชื่อว่าคนของเราที่มีสกิลล์ขนาดนี้ จะช่วยให้เราไปต่อในธุรกิจอื่น ๆ ได้”

นอกจากเป็นทีมที่มีคุณภาพแล้ว เอ๋และจัสตินก็มักถามคนในทีมเสมอถึงเรื่องความฝัน เพื่อช่วยผลักดันให้แต่ละคนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

“ไม่มีประโยชน์ที่เราจะดึงเด็กคนหนึ่งให้อยู่กับเราตลอดไป เพราะเขาเก่ง เราอยากให้เขาเก่งขึ้น เหมือนกับตัวเรา เราเองยังไม่อยากจะอยู่ร้านทุกวันเลย” เธอหัวเราะ “พอเซ็ตทุกอย่างในร้านให้พร้อม เรากับจัสตินก็แยกย้ายไปทำตามความฝัน เรายังคงคิดถึงงานเอเจนซี่อยู่ ก็เลยรวมตัวกับเพื่อนเปิดเป็นเอเจนซี่เล็ก ๆ ชื่อ ‘Second Nature’ ที่มีทั้งเรื่องขนมและงานโฆษณา เราชอบการสื่อสาร เพียงแต่อันหนึ่งเป็นการสื่อสารผ่านขนม และอีกอันคือการสื่อสารผ่านชิ้นงาน”

สุดท้ายแล้วความแน่นอนคือความไม่แน่นอน “เราไม่เชื่อในอิฐ หิน ปูน ทราย ฉะนั้น ในอีก 5 ปีข้างหน้าเราจะเอา Chapter 9 ลงออนไลน์ให้หมด การโตในแนวข้างของ Chapter 9 จะหลากหลายขึ้น คุณภาพจะดียิ่งขึ้น และคนจะหาเราเจอได้ทุกที่ทุกเวลา”

ความกล้าหาญและพลังบวกที่ได้รับจากเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่นั่งคุยกัน ทำให้ฉันมองภาพของธุรกิจนี้กว้างขึ้นไปอีกขั้น วิสัยทัศน์ของเอ๋เป็นเหมือนลูกศรที่พร้อมจะพุ่งไปข้างหน้า เพื่อไล่ตามความฝันของตนเอง และนำทางให้ทีมไปพร้อม ๆ กัน รอยยิ้มที่มีให้กับพนักงานและลูกค้าที่แวะเวียนไปมา ยังคงอบอุ่นและให้การต้อนรับเป็นอย่างดีอยู่เสมอ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

Writer

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load