The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

เวลาพูดถึงสระแก้ว นอกจากสถานที่ที่พอเป็นที่รู้จักอย่างน้ำตก ปราสาท และตลาดโรงเกลือแล้ว หลายคนคงนึกไม่ออกว่าควรไปจับจ่ายใช้สอย ใช้เวลาที่ไหนดี อาจด้วยความเป็นจังหวัดเมืองรองที่ดูเงียบสงบ

แต่จริง ๆ แล้ว จังหวัดติดสุดเขตบูรพาของประเทศไทยนี้ยังมีสถานที่น่าแวะเวียนไปเยี่ยมชม ทานอาหาร พักผ่อน สำรวจภูมิปัญญาท้องถิ่น ออกกำลังกาย พูดคุยกับชาวบ้านและผู้คนที่สร้างอาชีพจากสิ่งที่มีอยู่ ซึ่งแต่ละแห่งมีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป

เยี่ยมชม 10 สถานที่กิจการของคนหลากวัยเมืองสระแก้ว กิน ดื่ม ช้อป ใกล้ชิดธรรมชาติสุดแดนบูรพา แล้ว คอลัมน์ Take Me Out นี้จะพาคุณไปรู้จักอีก 10 สถานที่ พร้อมเรื่องราวเบื้องหลังกิจการและชุมชนเหล่านั้น และสร้างภาพจำมุมใหม่ของจังหวัดสระแก้วให้ชัดแจ๋วขึ้น

01

More Fin Gym & More Fin Cafe

ฟิตเนสและร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดของคนรักสุขภาพ

More Fin Gym & More Fin Cafe , ฟิตเนสและร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดของคนรักสุขภาพ

สายรักสุขภาพต้องไม่พลาดร้านนี้ ที่เข้าใจความสำคัญของการรักษาสุขภาพเป็นอย่างดี

ตู่-พิชัย​ แสงโรจน์เพิ่มสุข​ คืออดีตช่างภาพและเจ้าของสตูดิโอถ่ายภาพ ในช่วงที่กิจการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกำลังเป็นที่นิยม แต่ตู่กลับพบปัญหาสุขภาพ จึงเริ่มหันมาดูแลตัวเองเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ออกกำลัง วิ่งเพื่อลดน้ำหนัก แต่เมื่อวิ่งไปเรื่อย ๆ เขาฝึกซ้อมอย่างจริงจังจนกลายเป็นนักวิ่งมาแรงที่กวาดถ้วยรางวัลจากงานในภูมิภาคมากมายภายในเวลาไม่กี่ปี

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

เมื่อคนรักการออกกำลังกายอย่างตู่เห็นว่าสระแก้วยังไม่มีฟิตเนสแบบที่ตัวเองต้องการ เขาจึงผันตัวมาเปิด ‘More Fin Gym’ ฟิตเนสและยิมแบบมืออาชีพแห่งแรกในจังหวัด และไปอบรบเพื่อเป็น Personal Trainer มืออาชีพ จนมีฉายาว่า ‘โค้ชตู่’ ของทุกคน

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

หลังจากผู้คนให้ความสนใจในการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารเพื่อดูแลสุขภาพก็เข้ามามีบทบาท เริ่มแรกตู่เปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่มีผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพวางขาย และศึกษาการทำอาหารโฮมเมดหลากหลายอย่างจริงจัง โดยใช้เวลาช่วงที่ฟิตเนสปิดจากสถานการณ์โควิด-19 ฝึกฝน สรรหาแหล่งวัตถุดิบ และพัฒนาฝีมือการทำอาหาร ต่อยอดเป็น ‘More Fin Cafe’ ร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดที่อร่อยสุด ๆ พร้อมด้วยฉายา ‘เชฟตู่’ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตำแหน่ง

ที่ตั้ง : ข้างโรงเรียนมัธยมสระแก้ว​ ถนนสุวรรณศร 56​ ตำบลสระแก้ว​ อำเภอเมืองสระแก้ว​ จังหวัดสระแก้ว 27000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.00 -​ 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4599 4165

Facebook : More Fin Gym & More Fin Cafe

02

อ่างเก็บน้ำท่ากระบาก

แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ปิกนิกสัมผัสธรรมชาติ

อ่างเก็บน้ำท่ากระบาก , แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ปิกนิกสัมผัสธรรมชาติ
10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

อ่างเก็บน้ำท่ากระบากเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ในโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำของกรมชลประทาน ที่จัดหาน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ ใช้ทำเกษตรกรรมและบริโภคตลอดทั้งปี รวมถึงเป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดอีกด้วย

จุดเด่นของที่นี่คือ เมื่อขึ้นไปบนสันอ่าง จะมองเห็นภาพกว้างโล่งของผืนน้ำ ท้องฟ้า มีภูเขาเป็นฉากหลัง เป็นจุดเช็กอินที่สวยงามทุกครั้งที่ได้ผ่านไป ตัวสถานที่มีการใช้จัดกิจกรรมทางกีฬามากมาย เช่น แข่งขันวิ่ง แข่งขันปั่นจักรยาน ถนนหนทางสะดวกสบายจากการจราจรที่ไม่วุ่นวาย ห่างจากแหล่งชุมชน รอบพื้นที่มีแปลงปลูกป่าและศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์ อุดมไปด้วยพื้นที่สีเขียวร่มรื่น สบายตา สบายใจ

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

พิกัดนี้ยังเป็นแหล่งที่คนเข้ามาแคมปิงในช่วงก่อนที่จะมีสถานการณ์โควิด-19 ด้วยบรรยากาศที่เหมาะแก่การกางเต็นท์รับลมธรรมชาติ ใครเป็นสายแคมปิงและปิกนิกที่มีเวลาว่างช่วงระหว่างวัน หอบหิ้วอุปกรณ์มาสัมผัสความสบาย จิบกาแฟยามบ่ายเพลิน ๆ ได้ที่อ่างเก็บน้ำท่ากระบาก ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ตอนกลางวันจะมีร้านอาหารริมน้ำเปิดให้บริการ รอต้อนรับอีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลท่าแยก อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000 (ห่างจากอุทยานแห่งชาติปางสีดา 6 กิโลเมตร) (แผนที่

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.30 – 18.00 น.

03

ตลาดนัดดอกแก้ว

ตลาดนัดชุมชนรวมของดีสระแก้วในบรรยากาศผ้าไทย

ตลาดนัดดอกแก้ว , ตลาดนัดชุมชนรวมของดีสระแก้วในบรรยากาศผ้าไทย

ตลาดนัดดอกแก้ว คือตลาดประจำเช้าวันศุกร์ที่จัดขึ้นบริเวณอาคารหอประชุม ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว โดยหน่วยงานสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระแก้ว เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้คือการรวมร้านค้าของพ่อค้า แม่ค้า เกษตรกรตัวจริงที่ปลูกเอง ขายเอง แปรรูปเอง มีทั้งพืช ผัก ผลไม้ สมุนไพร อาหารพร้อมทาน เครื่องดื่ม ขนม ผ้าไทย และสินค้าโอทอปให้เลือกสรร

ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ร้านค้ารายย่อยได้รับผลกระทบจำนวนมาก ภาครัฐสนับสนุนตลาดนี้โดยจัดสรรและขยายพื้นที่ให้ร้านค้าขายได้มากขึ้น เป็นที่มาของชื่อใหม่ ‘ตลาดคนไทยยิ้มได้’

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา
10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

นอกจากความคึกคักในยามเช้าของตลาดนัด ที่มีผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นคนทำงานจากหลากหลายหน่วยงาน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ศูนย์ราชการ จังหวัดสระแก้ว มีนโยบายแต่งชุดผ้าไทยมาทำงานกันทุกวันศุกร์ ยิ่งทำให้ตลาดมีความน่ารักแบบวิถีไทย เหมือนเป็นรันเวย์ของสายแฟชันผ้าไทยไปโดยปริยาย 

หนึ่งในร้านค้าโดดเด่นที่มาตั้งขายสินค้าที่ตลาดคือ OTOP OUTLET @สระแก้ว ของ นาย-สุพัตรา วงศ์โกเมศ รวบรวมสินค้าน่าสนใจจากทั่วจังหวัด ทั้งของกิน ของใช้ เครื่องประดับ ของที่ระลึก และงานแฮนด์เมดสารพัด เรียกได้ว่าเป็นร้านค้า Made in Sa Kaeo ได้เลย 

ด้วยความชื่นชอบในงานแบบแฮนด์เมด ประกอบกับมีความรู้ความเข้าใจในด้านธุรกิจ เพราะเคยทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน สุพัตราจึงเริ่มเข้ามาทำงานด้านโอทอปร่วมกับทางราชการอย่างเต็มตัว โดยมีความมุ่งมั่นช่วยส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน หาช่องทางการตลาดในสินค้าที่น่าสนใจ ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการแสวงหาสินค้าที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับจังหวัดสระแก้ว สร้างงาน อาชีพ รายได้ให้กับชุมชน และช่วยส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

ตลาดนัดดอกแก้ว

ที่ตั้ง : ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวันศุกร์ 07.00 – 12.00 น.

OTOP OUTLET @สระแก้ว

ที่ตั้ง : ร้าน OTOP​ OUTLET @สระแก้ว 1299 หมู่ 10 ตำบลวัฒนานคร​ อำเภอวัฒนานคร​ จังหวัดสระแก้ว 27160 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09.00 -​ 19.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1499 4340​

Facebook : OTOP Outlet สระแก้ว

04

ร้านอาหารเวียดนามเจ๊เง็ก

ร้านอาหารเวียดนามขึ้นชื่อที่ส่งต่อจากรุ่นแม่ถึงลูกชาย

ร้านอาหารเวียดนามเจ๊เง็ก ,ร้านอาหารเวียดนามขึ้นชื่อที่ส่งต่อจากรุ่นแม่ถึงลูกชาย

ร้านอาหารเวียดนามเจ๊เง็ก คือร้านอาหารเวียดนามที่ถือเป็นตำนานอีกแห่งหนึ่งของสระแก้ว ด้วยความโดดเด่นที่ผสมผสานขึ้นจากฝีมือเจ้าของกิจการ 2 รุ่นคือ คุณแม่ (เจ๊เง็ก) แม่ครัวรุ่นบุกเบิกต้นตำรับอาหารเวียดนามสูตรเด็ด และลูกชาย ทอม-อรรถพล อำพันสง่าวงศ์ คนรุ่นใหม่ที่ฝีมือด้านการบริหาร

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

หลังจากเรียนจบ ทอมเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่บริษัทเอเจนซี่โฆษณา ก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศด้านการจัดการด้านอาหารที่นิวยอร์ก เมื่อเรียนจบคอร์ส ทอมฝึกงานในร้านอาหารของ เชฟเอียน- พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย ในนิวยอร์ก เพื่อสั่งสมประสบการณ์งานครัวจนช่ำชอง

ในวันที่ต้องกลับมาช่วยกิจการของครอบครัวอย่างจริงจัง ช่วงแรกทอมและคุณแม่ต้องถกเถียงแลกเปลี่ยนกันมากมาย เพื่อผสมผสานประสบการณ์อันยาวนานของแม่ กับประสบการณ์การท่องโลกกว้างและตัวตนของลูกชาย จนพัฒนาได้อย่างลงตัวและทอมสามารถบริหารเองได้ในที่สุด

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

จากเดิมเป็นร้านเล็ก ๆ จำนวนโต๊ะไม่มาก ทอมเข้ามาปรับเปลี่ยนให้ร้านขยายใหญ่ขึ้น มีห้องจัดเลี้ยง ครัวแบบเปิดอยู่ที่บริเวณหน้าร้าน ให้คนมองเห็นกิจกรรมภายในครัวที่มีการจัดการอย่างเป็นระเบียบตามมาตรฐาน ที่จอดรถกว้างขวาง รองรับลูกค้าได้เป็นหลักร้อยท่าน ทันสมัยขึ้นโดยยังรักษาเสน่ห์รสชาติแบบเดิมไว้ ลูกค้าเก่าแก่ตั้งแต่สมัยร้านยุคแรกยังเอ่ยปากชมในการพลิกโฉมครั้งนี้

ที่ตั้ง : สี่แยกวัฒนานคร ตรงข้ามสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 582/1 หมู่ 10 ถนนสุวรรณศร ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว 27160 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.00 – 19.30 น. 

โทรศัพท์ : 08 6324 1241 , 0 3724 7676

Line ID : @jengek 

Facebook : ร้านอาหารเวียดนามเจ๊เง็ก

Website : เจ๊เง็ก

05

กลุ่มจักสานไม้ไผ่ บ้านคลองหมากนัด

ชุมชนนักจักสานผู้พัฒนาจากเข่งปลาทูสู่วงการแฟชั่น

กลุ่มจักสานไม้ไผ่ บ้านคลองหมากนัด ,ชุมชนนักจักสานผู้พัฒนาจากเข่งปลาทูสู่วงการแฟชั่น

บ้านคลองหมากนัดเป็นหมู่บ้านโอทอปนวัตวิถีดีเด่น มีผลงานโดดเด่นจนได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับภูมิภาคมากมาย นำทีมโดย วันนา ด่านสาคร ผู้ใหญ่บ้านนักพัฒนาแห่งบ้านคลองหมากนัด 

ผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงและรายได้อย่างยั่งยืนให้คนในหมู่บ้าน คือการทำผลิตภัณฑ์จักสานจากไม้ไผ่ หลากหลายรูปแบบ โดยเริ่มจากการฝึกสานเข่งปลาทู เมื่อมีชาวบ้านมารวมกลุ่มกันมากขึ้น จึงผลิตสินค้าได้ปริมาณมาก และกลายเป็นผู้ผลิตเข่งปลาทูรายใหญ่ ส่งขายไปทั่วประเทศ 

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา
10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

เมื่อสร้างผลิตภัณฑ์หลักให้ชุมชนสำเร็จ และชาวบ้านมีความชำนาญมากขึ้น ผู้ใหญ่วันนาเริ่มต่อยอดผลิตภัณฑ์ โดยผลักดันให้ลองทำเป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่นำไปออกร้านได้ และเข้าไปรวมกลุ่มกับเครือข่ายโอทอปจากแหล่งอื่น ๆ

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์จักสานจากหมู่บ้านคลองหมากนัดมีหลากหลาย ล้วนเป็นงานฝีมือที่ประณีต ผ่านการออกแบบจนมีเอกลักษณ์เป็นแบรนด์ของชุมชน ทำได้ตั้งแต่งานจักสานชิ้นเล็ก ของที่ระลึก เครื่องประดับ ต่างหูรูปเข่งปลาทู ตะกร้า ของแต่งบ้าน ไปจนถึงหมวกใบใหญ่ที่เป็นที่นิยมของสายแฟชั่น ขายดิบขายดีทุกครั้งเมื่อไปออกร้าน และยอดขายทางออนไลน์ก็ไม่มีแผ่ว

ที่ตั้ง : บ้านคลองหมากนัด หมู่ 11 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.30 – 16.30 น. (ติดต่อสอบถามล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 08 6147 0099

Facebook : หมวกสานไม้ไผ่ บ้านคลองหมากนัด

06

ชุมชนท่องเที่ยว บ้านหนองโกวิทย์

ชุมชนที่สืบทอดภูมิปัญญาผ้าทอมือ ผ้าขาวม้าซาวตม

ชุมชนท่องเที่ยว บ้านหนองโกวิทย์
10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

อีกหนึ่งหมู่บ้านโอทอปนวัตวิถีที่โดดเด่นด้านภูมิปัญญาโบราณที่สืบทอดกันมานาน กรรมวิธีที่ขึ้นชื่อของชุมชนท่องเที่ยว บ้านหนองโกวิทย์ คือการทอผ้าด้วยกี่ทอผ้าโบราณให้สวยงาม และผ้าขาวม้าซาวตม (ผ้าหมักโคลน) เกิดจากการนำผ้าขาวม้าไปย้อมสีธรรมชาติ หมักด้วยโคลน ซักจนมีสีสันและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อผ้านุ่ม เหมาะทั้งการใช้งานและแปรรูปตัดเย็บต่อเป็นทั้งเสื้อ กระโปรง ผ้าพันคอ กระเป๋า ย่าม ส่วนตัวเศษผ้าเองยังนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก เช่น ตุ๊กตา พวงกุญแจ เครื่องประดับ ต่างหูได้อีกด้วย

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

ในช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์โควิด-19 ที่หน้ากากอนามัยขาดแคลน สุวรรณะ ประไพ ผู้ใหญ่บ้านแห่งบ้านหนองโกวิทย์ที่ดูแลพื้นที่นี้ จัดทำโครงการฝึกสอนชาวบ้านในชุมชน ให้นำผ้าขาวม้าหมักโคลนมาตัดเย็บเป็นหน้ากากผ้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และทางกลุ่มยังได้ไปเป็นวิทยากรฝึกสอนการทำหน้ากากผ้าใช้เอง ในโครงการส่งเสริมสาธารณสุขชุมชนของจังหวัด

ใครกำลังมองหาผ้าทอคุณภาพดี แวะเวียนกันไปจับจองได้ที่ชุมชนแห่งนี้

ที่ตั้ง : ชุมชนท่องเที่ยวบ้านหนองโกวิทย์ ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว 27000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.30 – 16.30 น. (ติดต่อสอบถามล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 08 1921 8791

07

Based On a True Story

คาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารและขนมไทยของครอบครัวสามสาว

Based On a True Story , คาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารและขนมไทยของครอบครัวสามสาว
10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

Based On a True Story คือคาเฟ่บรรยากาศเป็นกันเองแห่งใหม่ของอดีตวิศวกรโยธา นิล-นิลญา จิตรชัยภูมิ ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ กลับมาพัก ใช้เวลาคิดทบทวนชีวิตที่บ้านเกิด

การกลับมาอยู่กับครอบครัวเหมือนในวัยเด็ก ทำให้นิลหวนนึกถึงภาพในอดีต ที่ทุกคนในบ้านจะนั่งล้อมวงกินข้าวพร้อมกันทั้งครอบครัว แต่ละคนมีที่นั่งประจำ ทานอาหารฝีมือคุณป้าที่ตั้งใจทำ บางวันก็มีขนมไทยรสชาติโดดเด่นของคุณแม่ผู้มีสูตรประจำตระกูล เป็นภาพที่ทุกคนในบ้านคิดถึง เมื่อพูดคุยในครอบครัวและรู้สึกตรงกัน นิลและครอบครัวจึงตัดสินใจสร้างธุรกิจที่อยากให้ความรู้สึกเหมือนโต๊ะอาหารในวันนั้นขึ้นมา

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

การพัฒนาสูตรและเมนูให้ตอบโจทย์ลูกค้าถือเป็นเรื่องไม่ยาก ด้วยพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ของครอบครัว เมนูอาหารและขนมไทยของที่นี่สามารถทานได้บ่อย ๆ สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละวัน ไม่ให้เบื่อ จนมีแฟนคลับเฝ้ารอการแจ้งเมนูขนมไทยประจำวันในทุกเช้า

Based On a True Story เลือกสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพ และตั้งใจทำด้วยความรัก เพื่อให้รู้สึกเหมือนได้นั่งกินข้าวที่บ้าน สัมผัสรสมือแสนคุ้นเคย กลายเป็นโต๊ะอาหารตัวโปรดของครอบครัวอื่น ๆ ไปด้วยแล้ว 

ที่ตั้ง : ตรงข้ามวัดศาลาลำดวน 203 หมู่ 1 ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระเเก้ว 27000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 17.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) 

โทรศัพท์ : 06 1646 2894 , 06 1992 6451 

Facebook : Based On a True Story

08

Black Cat Bar

ร้านอาหารและบาร์กลางท้องทุ่งที่ทำให้สระแก้วคึกคัก

Black Cat Bar , ร้านอาหารและบาร์กลางท้องทุ่งที่ทำให้สระแก้วคึกคัก
10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

ด้วยความที่เป็นเมืองเล็ก ๆ เงียบ ๆ การเจอร้านแบบในเมืองใหญ่ถือว่าเป็นเรื่องยาก ยิ่งเป็นร้านเฉพาะทางแบบบาร์ค็อกเทล ยิ่งหาได้ยาก

แต่ร้านแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว การตกแต่งภายในเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแต่งบ้านและร้านสวย ๆ ในโซเชียลมีเดีย แถมยังอยู่ท่ามกลางท้องทุ่งที่ร่มรื่น 

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

แมน-กฤษณะ กิจกุลเจริญ อดีตบาร์เทนเดอร์จากย่านอารีย์ ย้ายถิ่นฐานมาที่สระแก้วพร้อมแฟน วิ-วิไลลักษณ์ พิมภักดิ์ ที่ต้องกลับมาช่วยงานธุรกิจร้านขายเหล็กของครอบครัวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และเกิดความคิดจะสร้างร้านแบบที่ตัวเองคุ้นเคย โดยอาศัยความเข้าใจเรื่องระบบร้านอาหารที่มี ตั้งเป็น Black Cat Bar ขึ้นมาเพื่อให้เมืองสระแก้วคึกคักและผู้คนมีความสุข 

ภายในร้านขายเครื่องดื่มและอาหารหลากหลายสัญชาติ ทั้งเม็กซิกัน ญี่ปุ่น อิตาเลียน อีสานพื้นบ้าน ไทยฟิวชัน เช่น เขียวหวานเนื้อโรตี ย้ำเนื้อทาทากิ สามชั้นพริกเกลือตำถั่วหมูกรอบ เคลซาดิลญ่าเนื้อ พิซซ่า เห่าดง แถมมีของหวานเป็นไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟแบบโฮมเมดที่ไม่อยากให้พลาด 

ช่วงที่ผ่านมา ทางร้านเน้นส่งเดลิเวอรี่เป็นหลักจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ทางร้านกำลังเตรียมพร้อมกลับมาเปิดอีกครั้ง และอาจขยายเวลาการเปิดเป็นช่วงระหว่างวัน รอติดตามได้เลย

ที่ตั้ง : ในบริเวณรีสอร์ตชมทุ่ง หลังการไฟฟ้าวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว 27160 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 8609 7218 

Facebook : Black Cat Bar

09

สวนสระแก้ว

สวนผลไม้เกรดพรีเมี่ยม และบ้านสวนแสนอบอุ่นดังฝัน

สวนสระแก้ว, สวนผลไม้เกรดพรีเมี่ยม และบ้านสวนแสนอบอุ่นดังฝัน

จากความฝันของ น้อย-อรพิน พิทักษากร อดีตแอร์โฮสเตสที่เริ่มลงมือปลูกสวนผลไม้ของตัวเองควบคู่ไปกับการทำงาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 ปัจจุบัน สวนสระแก้ว (SSK Fruit) อุดมไปด้วยผลผลิตคุณภาพระดับพรีเมี่ยม มีชนิดพันธุ์พืชไม่ซ้ำใคร รสชาติโดดเด่น ได้รับการดูแลสวนอย่างใกล้ชิดด้วยความพิถีพิถัน และแปรรูปในรูปแบบแปลกใหม่ ทำให้ผลไม้ที่อาจดูไม่สวยสมบูรณ์แบบ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น Juice Ball ที่เป็นน้ำผลไม้ทรงกลม ขยายช่องทางการขายกว้างไกลออกไปต่างประเทศ

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

ผลผลิตโดดเด่นคู่สวนสระแก้วมายาวนานคือ มะละกอฮาวาย เป็นมะละกอผลเล็ก รูปร่างน่ารัก รสชาติดี มีกลิ่นหอม และมะม่วงพันธุ์ทับทิมทอง เป็นมะม่วงหน้าตาสวยงาม ผิวเปลือกมีสีแดงทับทิม เนื้อในสีเหลืองเข้ม เนื้อแน่น ไม่เละ รสชาติเป็นที่ถูกใจของผู้คนหลังจากได้ลองชิมครั้งแรก

ปัจจุบันในวัยเกษียณ น้อยกลายเป็นชาวสวนเต็มตัว ภาพในฝันที่เฝ้าคอยไขว่คว้ามาตลอดกลายเป็นความจริง ได้อยู่บ้านสวนท่ามกลางธรรมชาติแสนสงบ มีชีวิตเรียบง่ายและมีความสุขได้กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน ใครอยากแวะเวียนมาสูดบรรยากาศ ชมสวนที่ดูแลด้วยความทะนุถนอมเป็นอย่างดี ลองติดต่อเข้าไปได้เลย

ที่ตั้ง : 150 หมู่ 6 ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว 27250 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ: วันจันทร์-เสาร์ 07.00 – 17.00 น. (ติดต่อสอบถามล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 08 1444 5945 

Facebook : SSK Fruit (สวนสระแก้ว)

10

วิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสิบสาม (ฟาร์มจ่าทูล)

กลุ่มผู้ผลิตสมุนไพรอินทรีย์รายใหญ่จากการรวมพลังของเกษตรกร

วิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสิบสาม (ฟาร์มจ่าทูล), กลุ่มผู้ผลิตสมุนไพรอินทรีย์รายใหญ่จากการรวมพลังของเกษตรกร
10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

วรรณ-ธนวรรณ กันกาญจนะ คือประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสิบสาม และเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญในการผลิตสมุนไพรอินทรีย์ ตั้งแต่การคัดเลือกต้นพันธุ์ เพาะปลูก แปรรูป อบแห้ง ส่งขายไปยังบริษัทผลิตยาสมุนไพรรายใหญ่ในประเทศ และขับเคลื่อนการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนของเกษตรกร เพื่อให้มีพื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรร่วมกันมากขึ้น วางแผนการผลิตล่วงหน้าได้ตามเป้าหมาย เพาะปลูกแบบหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี โดยที่คุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกแปลง
จากการดูแลสมาชิกในกลุ่มเป็นอย่างดี ดูแลตั้งแต่เริ่มปลูก ตรวจแปลงของสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ แนะนำแนวทางเพื่อให้มีผลผลิตมากพอ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดีกว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวประเภทอื่น และรับซื้อผลผลิตไว้เอง เกษตรกรไม่ต้องทำการตลาด วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้จึงกลายเป็นผู้ผลิตสมุนไพรอินทรีย์รายใหญ่ของจังหวัดที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

10 ชุมชนและกิจการน่าแวะเมืองสระแก้ว ทั้งสวนผลไม้ คาเฟ่ จุดปิกนิก และแหล่งภูมิปัญญา

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ผู้คนหันมาสนใจดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรไทยเพิ่มขึ้นมาก แหล่งผลิตสมุนไพรแบบครบวงจรอย่างวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสิบสาม (หรือที่รู้จักกันในชื่อ ฟาร์มจ่าทูล) กลายเป็นฟาร์มเนื้อหอมขึ้นมาทันที แหล่งผลิตฟ้าทะลายโจรที่นี่ก็โด่งดังไม่แพ้ใครเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : 55/1 หมู่ 3 ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว 27000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น. (ติดต่อสอบถามล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 09 0292 9059, 08 0965 7151

Facebook : ฟาร์มจ่าทูน-สมุนไพร

Writer

เพชรรัตน์ จันทร์บัว

นักเที่ยว นักฉอด มือวางอันดับ 1 ณ #สระแกวดิเนเวีย

Photographer

เจษฎา ไท้เชียง

Personal Trainer ที่ชอบถ่ายรูป ท่องเที่ยว และเดินป่าเป็นงานอดิเรก แซนด์วิชแฮมชีสคือของโปรดอันดับหนึ่ง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load