9 กรกฎาคม 2563
16 PAGES
13 K

ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์

เล่นกับชีวิตตัวเองได้อย่างน่าตื่นตา และน่าติดตาม

เป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนกวดวิชา

เป็นพีอาร์โรงแรม

สมัครงานเอเจนซี่โฆษณาตำแหน่งครีเอทีฟ แต่ได้เป็นเออีคนแรกและคนเดียวของบริษัท

ขยันช่วยครีเอทีฟเขียนงาน จนได้ย้ายสายมาเป็นก็อปปี้ไรเตอร์

ลาออกไปเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสารผู้หญิง

เปิดเอเจนซี่โฆษณาของตัวเอง

โดนเอเจนซี่ใหญ่ซื้อกิจการ

ลาออกไปคลอดลูก

คืนวงการด้วยตำแหน่ง Creative Director

ลาออกไปเป็นผู้กำกับโฆษณา

กลับมารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของเอเจนซี่โฆษณา

ทิ้งบัลลังก์ไปกำกับหนังไทย

กลายเป็นผู้กำกับหนังโฆษณาฟรีแลนซ์

เกือบได้เป็นผู้กำกับหนังอินดี้

เขียนบทละครโทรทัศน์ที่คนติดกันทั้งเมือง

เพิ่งหัดวาดรูป

และในวัยเกือบ 61 ปี เธอกำลังจะทำสื่อออนไลน์เกี่ยวกับผู้หญิง

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา
อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

01

ได้เป็นพิธีกรพูดสองภาษา

ฤทัยวรรณมีทักษะด้านภาษาไทยดีมาก โดยเฉพาะการแต่งกลอน ช่วงเรียนปีสอง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เธอเลือกเรียนเอกภาษาไทย แต่เรียนๆ ไป ความหลงใหลในเสียงปี่เสียงกลองของการทำกิจกรรมทำให้เธอย้ายไปเรียนเอกอังกฤษซึ่งไม่ต้องทำรายงาน และไม่มีการเช็คชื่อแทน

หลังเรียนจบเธอเริ่มต้นทำงานแรกด้วยการสอนวิชาภาษาอังกฤษในโรงเรียนกวดวิชา Home of English สอนอยู่หนึ่งปี ก็หมดพลังเพราะต้องสอนเรื่องเดิมๆ วันละ 3 รอบ เลยไปสมัครงานตามคำแนะนำของเพื่อน ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล (ปัจจุบันกลายเป็นสยามพารากอน)

เวลามีคนมาจัดงานสำคัญที่โรงแรม เธอต้องถ่ายรูปหมู่ทำข่าวส่งหนังสือพิมพ์หน้า 4 กับหน้าสตรี ถ้ามองในแง่สีสัน เธอได้แต่งตัวสวยๆ ออกงาน ได้เป็นพิธีกรพูดสองภาษาในงานไทยไนต์สัปดาห์ละครั้ง

นอกจากนี้เธอยังต้องช่วยเจ้านาย นภาลัย อารีสรณ์ (ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Thailand Tatler) ตรวจข้อความโฆษณาซึ่งทำโดยเอเจนซี่โฆษณา Meridien ของคุณเท็ดดี้-สภา ปาลเสถียร

ช่วงที่เจ้านายของเธอลาคลอด พีอาร์สาวคนนี้ต้องทำงานหลายๆ อย่างแทนเจ้านาย เช่น ไปประชุม ทำแผนการตลาด พอเจ้านายกลับมา เธอก็รู้สึกว่าตัวเองโตเกินกว่าจะทำงานเป็นพีอาร์ไปออกงานจ๊ะจ๋ากับนักข่าว และไม่อยากเขียนแค่ข่าวพีอาร์อีกแล้ว

เส้นทางชีวิตพีอาร์ 3 ปี ของฤทัยวรรณสิ้นสุดลง เมื่อเธอเห็นโฆษณากรอบเล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า สภา ปาลเสถียร ตั้งเอเจนซี่ใหม่ชื่อ Dentsu Young & Rubicam (DYR)

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

02

คุณเนี่ย Steal the whole show.

อักษรศาสตรบัณฑิตผู้ใช้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษตั้งแต่เรียนจบยื่นใบสมัครงานในตำแหน่ง Copywriter

“คุณมีพอร์ตโฟลิโอไหมครับ” คุณเท็ดดี้เปิดการสัมภาษณ์งาน เมื่อผู้สมัครไม่เข้าใจว่า พอร์ตฟอลิโอคืออะไร เขาก็อธิบายว่าคือตัวอย่างงานที่ทำ ซึ่งผู้สมัครคนนี้ไม่มี

“โอ้ ก็จะลำบากหน่อยนะครับ เพราะบริษัทเราเซ็ตอัพใหม่ เราต้องการคนที่มีประสบการณ์ คนที่เพิ่งสัมภาษณ์ไปก็เป็นซีเนียร์มาจากเดนท์สึ อืม หน่วยก้านอย่างคุณนี่เหมาะจะเป็น Account Executive นะครับ”

ผู้สมัครไม่รู้จักตำแหน่งนี้ แต่ก็ไม่กล้าถาม

“คุณรู้ไหมว่า คุณ Impress ผมมาก ตอนผมไปงานที่สยามอินเตอร์คอนฯ เวลาคุณอยู่บนเวทีแล้วพูดสองภาษา คุณเนี่ย Steal the whole show. เลย บุคลิกภาพอย่างคุณควรจะเป็น Account Executive แต่ผมยังไม่คิดว่าจะจ้างตำแหน่งนี้นะครับ ผมขอบคุณที่คุณมาสัมภาษณ์”

สุดท้ายอดีตพีอาร์ก็ได้เข้าสู่วงการโฆษณาในตำแหน่ง Account Executive Trainee เป็นเออีเพียงคนเดียวของบริษัทที่มีพนักงาน 11 คน

“เวลาไปประชุมนี่ คุณทำหน้าที่คล้ายผู้ถือธง เป็นตัวแทนของเอเจนซี่ ระหว่างประชุมคุณก็ต้อง Take note กลับมาเขียน Conference report แล้วคุณต้องถือ Intellectual bag เป็นกระเป๋าใหญ่ๆ สีดำ ในนั้นบรรจุไอเดีย ซึ่งเป็นโปรดักต์ที่มีค่ามากของเอเจนซี่ แล้วก็ไปพรีเซนต์อย่างภาคภูมิใจในงาน”

เธอยังจำถ้อยคำที่คุณเท็ดดี้อธิบายถึงความสำคัญของงานในตำแหน่งนี้ได้อย่างแจ่มชัด ส่วน Intellectual bag นั้นคือ กระเป๋าใส่เลย์เอาต์เอาไปเปิดพรีเซนต์ลูกค้า

“เราพรีเซนต์อย่างแกล้วกล้ามาก ครีเอทีฟรักเรามาก เพราะเราขายงานได้เป็นส่วนใหญ่ ปกป้องงานได้ ถ้าลูกค้าขอผสมพันธุ์เลย์เอาต์เอกับบี เราจะบอกว่าไม่ได้ เพราะมันจะออกมาเป็นสัตว์ประหลาด อะไรก็ว่าไป”

ไม่น่าแปลกใจที่ครีเอทีฟจะรักเออีแบบเธอ

“เออีรับเงินเดือนจากเอเจนซี่ สินค้าของเอเจนซี่คือ งานครีเอทีฟที่ช่วยลูกค้าขายของ ดังนั้นหน้าที่ของเออีคือ เป็นตัวแทนเอเจนซี่ ยืนหยัดข้างครีเอทีฟของเอเจนซี่ เราคิดแบบนี้แหละ”

ความอยากเป็นคนเขียนคำโฆษณายังคงฝังแน่นอยู่ในตัวเออีร่างเล็กคนนี้ เวลาว่างเธอจะเข้าไปเล่นในห้องครีเอทีฟ ช่วย สิทธิชัย แสงกระจ่าง Senior Copywriter เขียนข้อความโฆษณาด้วยภาษาวิ้วว้าว (ต่อมาสิทธิชัย เปลี่ยนชื่อเป็น ดลสิทธิ์ บางคมบาง ก่อตั้งสำนักพิมพ์บางคมบาง และแปลหนังสือของ ลีโอ ตอลสตอย กับ เออร์เนสต์ เฮมมิงเวย์ หลายเล่ม)

ในวงการโฆษณามีการชวนคนจากเอเจนซี่ต่างๆ มาอบรมร่วมกันอยู่เรื่อยๆ ครั้งหนึ่งเธอได้ไปเรียนเรื่องการวางแผนสื่อ โดยมีงานกลุ่มให้ผู้เข้าร่วมลองวางแผนสื่อของสบู่ แต่กลุ่มของเออีหัวใจครีเอทีฟคนนี้ทำงานฝั่งครีเอทีฟมาส่งด้วย

2 วันต่อมา เธอได้รับโทรศัพท์จาก Managing Director ของ SPA Advertising ซึ่งเป็นผู้สอนในวันนั้น ชวนให้เธอมาเป็นก็อปปี้ไรเตอร์ โดยไม่ดูพอร์ตโฟลิโอ แต่ใช้วิธีหยิบงานโฆษณามาอ่านแล้ววิพากษ์วิจารณ์การเขียน ซึ่งเธอผ่านการสัมภาษณ์แบบสบายๆ

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

03

คุณนี่หยาบคายกับผมมากเลยนะ

“คุณนี่หยาบคายกับผมมากเลยนะครับ” คุณเท็ดดี้ผู้ที่คิดเป็นภาษาอังกฤษแล้วค่อยแปลเป็นภาษาไทย พูดประโยคนี้เมื่อทราบว่าเออีของบริษัทกำลังจะลาออกไปเป็นครีเอทีฟที่อื่น “คุณจะมาทำแบบนี้กับคนที่คุณยิ้มให้ทุกเช้าไม่ได้นะครับ”

เมื่อทราบที่ไปที่มาของการลาออกครั้งนี้ คุณเท็ดดี้ก็ไปคุยกับ แกร์รี คูเปอร์ (Garry Cooper) ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของบริษัท เพื่อขอย้ายเออีไปเป็น Copywriter Trainee

ครีเอทีฟสาวมือใหม่ได้รับโจทย์ที่ถือว่าหนักหนาในวันนั้น คือต้องทำโฆษณาถุงยางอนามัยคิงเท็กซ์

“ก่อนหน้านั้น โฆษณาถุงยางพูดกับผู้ชาย ก็จะเป็นเรื่องเร้ากระเส่าเซ็กส์ เราตีโจทย์ใหม่ว่า ถุงยางเป็นสิ่งที่ผู้หญิงกับผู้ชายใช้ร่วมกัน ทำไมเราไม่เปลี่ยน Tone & Manner มันล่ะ ตอนนั้นผู้หญิงคิดว่า ถุงยางเป็นสิ่งที่ผู้ชายใช้ตอนไปเที่ยว แต่ฉันเป็นผู้หญิงดีๆ ถุงยางจึงไม่ใช่เรื่องของฉัน ซึ่งมันไม่ใช่ มันใช้คุมกำเนิด”

ครีเอทีฟสาวใส่สูท ถือแฟ้ม หวีผมเสยๆ ไปนั่งซุ่มตรงคอฟฟี่ช็อปของอาบอบนวดหลายแห่ง เพื่อสังเกตพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้า สุดท้ายเธอก็เลือกทำหนังโฆษณาตัวนี้ออกมาในโทนโรแมนติกแบบเพลงของฟิล คอลลินส์ เธอร่ายกลอนสี่สุภาพขึ้นมาเป็นเพลง

อย่ารอรุ่งรางสว่างเลย

จะชวดเชยดอกไม้รักภิรมย์สม

หวานตาหลับตาหวานหว่านอารมณ์

ให้พี่พรมเพลงหวานกล่อมหวานใจ

แกรี คูเปอร์ อาร์ตไดเรกเตอร์ชาวออสเตรเลียผู้อินกับความเป็นไทยถึงขั้นไปบวชมาแล้ว ฟังคำแปลแล้วคิดถึงภาพอีโรติกตามจิตรกรรมฝาผนังวัด หนังโฆษณาเรื่องนี้เลยเป็นภาพของผู้ชายกับผู้หญิง ตัดสลับกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ผู้หญิงเปลือยหน้าอกนั่งข้างผู้ชายอย่างอีโรติก คลอด้วยเพลงสุดโรแมนติก ฮุกปิดท้ายว่า “เมื่อรักสุกงอมลึกซึ้ง คุณคิดถึงคิงเท็กซ์”

งานชิ้นนี้ได้รางวัลในระดับเอเชีย ทำให้ครีเอทีฟมือใหม่คนนี้เริ่มมั่นใจว่า น่าจะเอาดีกับอาชีพนี้ได้ หลังจากนั้น เธอก็ได้ทำโฆษณาสปายไวน์คูลเลอร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับผู้หญิง ซึ่งประสบความสำเร็จมากอีกเช่นกัน จนมีสื่อมวลชนหลายรายมาขอสัมภาษณ์

04

เขาเห็นเราแจ๋นแก่น ใส่เสื้อเปิดหลังเต้นอยู่บนลำโพง

อันธิกา กองแก้ว บรรณาธิการบริหารนิตยสาร ผู้หญิง 24 ชวนครีเอทีฟคนดังมานั่งแท่นบรรณาธิการบริหารแทนเธอด้วยเหตุผลค่อนข้างประหลาด

“เขาเห็นเราแจ๋นแก่น ใส่เสื้อเปิดหลังเต้นอยู่บนลำโพง เขาอยากได้ บ.ก. ที่ชอบออกงาน เราก็คิดว่าฉันจะทำสิ่งนี้ได้เหรอ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ได้เขียนอะไรเล็กๆ แล้ว อยากลองทำอะไรที่เป็นเล่มดู ก็ลาออก คุณเท็ดดี้ไม่รู้จะคัดง้างยังไง แกเรียกว่าเป็นการออกไปผจญภัย”

บรรณาธิการมือใหม่รู้ว่างานของเธอคือ คุมทิศทางเนื้อหาของหนังสือ ตรวจทานคอลัมน์ และเขียนคอลัมน์ตัวเอง แต่งานที่เธอไม่รู้ก็คือ ต้องไปออกงานสังคม ซึ่งเธอประสบปัญหา จำชื่อคุณหญิงคุณนายไม่ได้ ทำตัวไม่ถูก

อีกปัญหาที่หนักหนาไม่แพ้กันก็คือ หญิงสาวมาดเซอร์จากอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี คนนี้ ไม่มี Sense of Fashion โดนรุ่นใหญ่ในวงการแฟชั่นหยามเหยียดอยู่บ่อยๆ ในที่สุดเธอก็รับมือกับสองสิ่งนี้ไม่ไหว เวลาผ่านไปไม่ถึงปี เธอก็ลาออกกลับมาเป็นก็อปปี้ไรเตอร์ที่เดิม

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

05

เขาไม่มีอะไรดีเลยเหรอ

รอบนี้ฤทัยวรรณได้ทำงานจับคู่กับอาร์ตไดเรกเตอร์อย่าง ทรงศักดิ์ เปรมสุข ซึ่งต่อมากลายเป็น Managing Director ของเอเจนซี่ Matchbox ต่อด้วยบอสใหญ่ของ iTV และ Voice TV ทำงานภายใต้การดูแลของเจ้านายครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ดลชัย บุณยะรัตเวช ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งเธอได้รับโทรศัพท์จาก ภาณุ อิงคะวัติ เจ้านายใหญ่แห่ง Leo Burnett เอเจนซี่โฆษณาอันดับหนึ่งในขณะนั้น

“ผมได้คุยกับพี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) พี่ฉอดพูดถึงสปอตวิทยุของสปายไวน์คูลเลอร์ว่า เป็นสปอตที่ดี ผมอยากจะเชิญคุณมาสัมภาษณ์” ภาณุปูพรมแดงผ่านสัญญาณโทรศัพท์

ฤทัยวรรณจึงได้ย้ายมาเป็นก็อปปี้ไรเตอร์ที่ลีโอ เบอร์เนทท์ คู่กับอาร์ตไดเรกเตอร์อย่าง พินิต ฉันทประทีป (Executive Creative Director ของ JWT ในเวลาต่อมา) ส่วนทีมที่นั่งใกล้ๆ กันมีอาร์ตไดเรกเตอร์ชื่อ เป็นเอก รัตนเรือง ก็อปปี้ไรเตอร์ชื่อ เริงชัย พร้อมพิชาญ (ECD ของ TBWA ในเวลาต่อมา) มีลูกทีมชื่อ สุรัสวดี เชื้อชาติ (มาม่า บลูส์ และผู้กำกับภาพยนตร์)

“เราเป็นพวกไปทำงานเช้า เป็นเอกก็ไปเช้า เราจะคุยเรื่องหนังกัน เราเป็นพวกมีรสนิยมแต่เงินน้อย ก็จะไปเช่าวิดีโอที่ร้านเจ๊หงส์ สามวันต้องคืน เราก็เอามาแลกกันดู จะได้คุ้ม”

แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขไม่ได้ยาวนานนัก เมื่อลีโอ เบอร์เนทท์ มีลูกค้าอินเตอร์มากขึ้น จึงต้องรับครีเอทีฟไดเรกเตอร์ชาวต่างชาติมารับมือ เขาเป็นเจ้านายโดยตรงของฤทัยวรรณซึ่งมีปัญหากันตลอดเวลา จนเธอตัดสินใจลาออกเมื่อทำงานได้ปีครึ่ง

“เขาไม่มีอะไรดีเลยเหรอ” ภาณุพยายามเหนี่ยวรั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล

06

จับคู่เปิดบริษัท

เมื่อ แกรี่ คูเปอร์ อาร์ตไดเรกเตอร์หัวใจไทย กลับจากออสเตรเลียมาทำงานในเมืองไทยอีกครั้ง เขาก็ชวนก็อปปี้ไรเตอร์รุ่นน้องอย่างฤทัยวรรณมาเปิดเอเจนซี่เล็กๆ ด้วยกัน ชื่อ GC+A (Garry Cooper and Associates) จะบอกว่าเป็นการจับคู่ก็อปปี้อาร์ตไดไปรับจ๊อบจากเอเจนซี่ต่างๆ ที่งานล้นมือก็ได้ เพื่อนพ้องมากมายต่างช่วยส่งงานมาให้ โดยเฉพาะเจ้านายเก่าอย่างภาณุ ซึ่งคิดค่า Service Charge จากลูกค้ามา 15 เปอร์เซ็นต์ แล้วแบ่งให้ GC+A ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

3 ปีผ่านไป GC+A ก็ขยายขนาดจนมีพนักงานเกือบ 10 คน และผลงานเข้าตา จนเอเจนซี่ Grey ตัดสินใจเข้ามาเทกโอเวอร์ ฤทัยวรรณซึ่งมีทักษะภาษาอังกฤษดีและทำงานได้คล่องแคล่ว จึงถูกส่งไปดูแลแอคเคาต์ในเวียดนาม ซึ่งเป็นการเดินทางและทำงานที่ค่อนข้างทรหด ช่วงนั้นเธอท้องลูกคนที่ 2 จึงตัดสินใจลาออกมาทำหน้าที่คุณแม่แบบเต็มเวลา

07

ผมยินดีล้างชามพี่ไมค์

พอชีวิตคุณแม่เริ่มเข้าที่ อดีตคู่หูอย่างพินิตก็ชวนฤทัยวรรณมารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์คู่กันที่ J. Walter Thompson

JWT เคยมีงานครีเอทีฟสนุกๆ ในยุคที่ พงษ์ไพบูลย์ สิทธิคู เป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ (ต่อมากลายเป็นผู้กำกับโฆษณา และเจ้าของบริษัท Film Factory) ช่วงหลังตัวเลขของบริษัทค่อนข้างน่าพอใจเพราะมีลูกค้ายักษ์ใหญ่อย่างค่ายยูนิลีเวอร์ แต่ความครีเอทีฟในงานโฆษณาค่อนข้างแผ่ว

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ผู้บริหารของยูนิลีเวอร์ที่ชื่อ อลัน โจ๊ป (Alan Jope) เขาเชื่อว่าสินค้าอุปโภคบริโภคไม่จำเป็นต้องทำโฆษณาเซฟๆ ที่เน้นขายของ แต่ทำโฆษณาที่สร้างสรรค์และเป็นที่พูดถึงได้

ฤทัยวรรณดึงผู้กำกับโฆษณาทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่มาทำงานให้ JWT

ทีมของเธอทำหนังโฆษณายาสีฟัน Closeup ที่ผู้ชายยิ้มฟันขาวจนผู้หญิงเดินชนเสา แล้วชวนพี่ไมค์ หรือ ไมเคิล วอร์ ผู้กำกับโฆษณาอันดับหนึ่งของประเทศมากำกับ จนกลายเป็นหนังโฆษณาระดับตำนานเรื่องหนึ่งของประเทศ

ลูกค้าชอบมาก สั่งเดินหน้าหนังโฆษณาตัวที่ 2 ต่อทันที ไอเดียที่เธอคิดคือ เรื่องแรกมีผู้หญิงคนเดียว เรื่องนี้ต้องมีสองคน ซึ่งภาพผู้หญิงสองคนที่พีกที่สุดตอนนั้นคือ โฆษณาซิตร้า พี่น้องฝาแฝดคนหนึ่งผิวขาวอีกคนผิวเข้มเอาตัวมาเคียงๆ กัน แล้วคนเข้มก็ใช้ซิตร้า 8 สัปดาห์ก็ตัวขาวเท่ากัน แล้วชวนกันออกไปเริงเมือง

ทีมฤทัยวรรณปล้นไอเดียนี้ของซิตร้าด้วยการทำหนังโฆษณาที่เปิดเรื่องมาแบบเดียวกัน เพลงก็คล้ายกัน ดูผ่านๆ จะคิดว่าเป็นโฆษณาซิตร้า จนตอนจบถึงรู้ว่า เป็นโฆษณา Closeup เป็นโฆษณาที่แสบ และดัง ยูนิลีเวอร์ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าทั้งสองตัว ไม่มีปัญหากับไอเดียนี้ แต่ลินตาส เอเจนซี่ที่ทำโฆษณาให้ซิตร้าดูจะไม่พอใจกับหนังโฆษณาเรื่องนี้สักเท่าไหร่

โชคร้ายที่ไมเคิล วอร์ ไม่ว่าง จึงกำกับหนังภาคต่อเรื่องนี้ไม่ได้ งานนี้จึงมาตกถึงมือ ผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง จิระ มะลิกุล ซึ่งเขาตกปากรับคำด้วยประโยคที่ว่า

“ผมยินดีล้างชามพี่ไมค์ครับ”

ส่วนหนังโฆษณาตัวที่สามถูกส่งให้ผู้กำกับหน้าใหม่อีกคนชื่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย ซึ่งทำหนังโฆษณาโอโม่ (ลูกเล่นเป็นก้อนหิน แต่ชุดสว่างกว่านักแสดงทุกคนบนเวที) ได้ดีมาก

“มีครีเอทีฟไดเรกเตอร์จากทั่วสารทิศ ตัวท็อปๆ ทั้งนั้นเลย โทรมาบอกว่า อยากมาทำงานที่ JWT เรารู้สึกผ่องมาก แทบจะต้องแจกบัตรคิวเลย นั่นคือตัวชี้วัดการทำงานครีเอทีฟของเราในสมัยนั้น” ฤทัยวรรณพูดถึงความสำเร็จของ JWT ในช่วงนั้น

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา
อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

08

ถ้าเธอไม่แฮปปี้ เธอบอกฉันนะ

ชั้นวางของในห้องครีเอทีฟคนนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยถ้วยรางวัล

เธอว่า เธอไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนทำงานประเภทมือรางวัล ตอนสาวๆ ก็เคยอยากได้รางวัล แต่ไม่รู้ว่าความอยากนั้นหายไปตอนไหน สุดท้ายรางวัลก็ไม่ใช่เป้าหมายในการทำโฆษณาของเธอ

“หน้าที่ของงานโฆษณาคือ การใช้จิตวิทยาบวกศิลปะช่วยลูกค้าขายของอย่างสร้างสรรค์ บางงานที่โดนลูกค้าแก้เยอะๆ จนเป็นเศษซากอารยธรรม ก็ไม่ไหวนะ” เธอหัวเราะในชะตากรรมที่ทุกคนในวงการล้วนพบเจอ “แต่มองย้อนกลับไป ก็ไม่เคยถามตัวเองนะว่าทำอะไรลงไป ในการทำงานมันย่อมมี Pain and Glory”

Glory ของเธอคือช่วยให้ลูกค้าขายของได้ ลูกค้าอย่างยูนิลีเวอร์เมื่อทำยอดขายได้มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ สิ้นปีก็มีการมอบเงินรางวัลก้อนใหญ่สมนาคุณให้เอเจนซี่ ฤทัยวรรณเล่าว่า มีอยู่วันหนึ่งคุณกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ แม่ทัพใหญ่ของยูนิลีเวอร์ ลูกค้าสายโหดที่คนเอเจนซี่กลัว มาประชุมที่ JWT พอฤทัยวรรณเดินผ่าน ก็ถูกเรียกเข้ามาคุยด้วย

“มานี่สิ” คุณกรรณิกาเรียกฤทัยวรรณมาคุยด้วยเป็นการส่วนตัว “เธอได้โบนัสเยอะหรือเปล่า”

“พอสมควรค่ะ” ครีเอทีฟสาวตอบพร้อมรอยยิ้ม โดยที่ในใจไม่รู้ว่า คำถามนี้หมายความว่าอะไร

“ถ้าเธอไม่แฮปปี้ เธอบอกฉันนะ เพราะงานที่พวกเธอทำให้ Closeup มันดีมาก”

ชั้นวางของในห้องของฤทัยวรรณมีแต่เรื่องราวแบบนี้

09

มีตำแหน่งเดียวให้พี่ คือผู้กำกับ

เย็นวันหนึ่ง ครอบครัวของเธอเดินทางกลับจากต่างจังหวัด สามีของฤทัยวรรณซึ่งเป็นคนขับรถหลับใน รถชนต้นไม้ข้างทาง แล้วเด้งข้ามไปชนท่อซีเมนต์อีกฝั่งถนน รถ Audi A4 ยุบเหลือเท่ากล่อง แต่โชคดีครอบครัวของเธอไม่มีใครบาดเจ็บรุนแรง เธอสลบแล้วไปฟื้นที่โรงพยาบาล แต่คุณหมอก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเลยให้กลับไปพักดูอาการที่บ้าน

วันรุ่งขึ้นเธอต้องไปดับเบิ้ลเฮด หรือตรวจงานหนังโฆษณารอบสุดท้ายร่วมกับลูกค้า งานนี้มีปัญหามาตลอด ในฐานะหัวหน้าเธอต้องถือธงนำทัพเอง การประชุมวันนั้นใช้เวลาตั้งแต่บ่าย 3 ถึง 2 ทุ่มเพื่อเถียงกันว่าเม็ดเก๋ากี้ในซุปควรจะมี 8 หรือ 12 เม็ด คนซึ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาเมื่อวานเริ่มหงุดหงิดกับการทำงาน และเบื่อหน่ายวงการโฆษณา จนคิดอยากเปลี่ยนงานเมื่อเป็นซีดี (ครีเอทีฟไดเรกเตอร์) มาได้ 3 ปี

ฤทัยวรรณ ชวน จิระ มะลิกุล, ยงยุทธ ทองกองทุน, จินา โอสถศิลป์ และประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์ จากหับ โห้ หิ้น มาจิบเบียร์ที่ร้านถังเบียร์แถวออฟฟิศ เธอถามตรงๆ ว่า พอจะไปทำงานด้านการจัดประชุม ประสานงานลูกค้า ที่หับฯ ได้ไหม

“หับฯ มีตำแหน่งเดียวให้พี่ คือผู้กำกับ” จิระเปิด “เพราะในบรรดาเอเจนซี่ที่มาบรีฟงานผม เวลาพี่บรีฟผมไม่ดูบอร์ดเลย พี่เล่าจนผมเห็นภาพ ผมรู้ว่าจะใหญ่ตรงไหน เล็กตรงไหน”

เหตุผลที่ลึกกว่านั้นก็คือ จิระเตรียมจะทำไปหนังไทย เรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 เลยอยากหาคนมาแปะมือ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีโปรดักชันเฮ้าส์มาชวนฤทัยวรรณเป็นผู้กำกับ แต่รอบนี้ต่างไปตรงที่หับฯ มีทีมงานที่ดี ถึงขนาดจิระมาช่วยถ่ายเป็นกล้องหนึ่งให้ มียงยุทธ ซึ่งมีเครดิตเป็นผู้กำกับหนังเรื่อง สตรีเหล็ก มาเป็นพี่เลี้ยง

ผู้กำกับหญิงคนนี้ได้ทำโฆษณาให้ Ajinomoto, Amway และอีกหลายแบรนด์ที่แม้ว่าจะมีงบประมาณให้สูงลิ่ว แต่ผู้กำกับเก่งๆ หลายคนไม่อยากรับ เพราะไม่อยากเจอขั้นตอนมากมาย ส่วนผู้กำกับที่มีภูมิต้านทานจากเอเจนซี่คนนี้ไม่มีถอย จนเธอทำเงินให้หับฯ ได้เยอะมาก

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา
อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

10

ตำแหน่งใหญ่กว่าตัวนะคะ

ถึงจะออกมาเป็นผู้กำกับโฆษณา แต่ฤทัยวรรณก็ยังต้องช่วยดูแลแอคเคาต์ Closeup ให้ JWT ต่อ

วันหนึ่งมาร์ค คาปรา (Marc Capra) Managing Director ของ JWT ชวนศิษย์เก่าร่วมสำนักมากินข้าวเพื่อแจ้งข่าวว่า เขาจะไม่ต่อสัญญา และเขาคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่ JWT จะมี MD เป็นคนไทย ซึ่งเขามีรายชื่อในใจ 3 คน

“คุณคือรายชื่อแรก เพราะโปรดักต์ของเราคืองานครีเอทีฟ คุณเคยเป็นซีดี คุณรู้ดีว่าอะไรคืองานที่ดี และคุณเป็นที่รักของคนในบริษัททั้งฝั่งครีเอทีฟและเออี”

เมื่อฤทัยวรรณบอกว่าไม่มั่นใจในเรื่องการบริหารตัวเลข คุณมาร์คก็บอกว่า บริษัทเรามี Financial Director ที่เก่งติด 1 ใน 3 ของวงการ เธอจะช่วยดูแลเรื่องนี้ได้

ฤทัยวรรณตัดสินใจด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า มันคือครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้นั่งในตำแหน่งสูงสุดในเอเจนซี่โฆษณา แต่พอเซ็นสัญญาไปแล้ว เธอก็กลัวจนต้องขอเคาะประตูห้องคุณมาร์คเพื่อบอกว่า เปลี่ยนใจไม่ทำแล้วได้ไหม

มาร์ค คาปรา อยู่กับ JWT มายาวนาน เป็นผู้กู้เรือ JWT ตอนฟองสบู่แตก และช่วงสุดท้าย เขาก็ได้ทำแคมเปญเปิดตัวเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ Orange ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวที่ฟูลสเกลทุกสื่อที่สุดในประเทศ แล้วก็เป็นที่พูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง นั่นคือโปรไฟล์ของนายเก่า

ส่วนฤทัยวรรณ เป็นอดีต 1 ใน 8 ซีดี ของ JWT ผู้ออกไปเป็นผู้กำกับโฆษณา ยังไม่ทันมีความสำเร็จใดๆ ก็ได้กลับมาเป็นนายคนใหม่ของทีมงานราว 300 คน

บอสใหม่ต้องไปร่วมมื้ออาหารสำคัญกับลูกค้ารายใหญ่อย่าง Orange มันเป็นงานใหญ่ขนาดมาร์ค เว็บสเตอร์ (Mark Webster) ผู้ดูแล JWT ในระดับภูมิภาคต้องบินมางานนี้ด้วย เอ็มดีคนใหม่ยื่นนามบัตรให้ลูกค้า ลูกค้าก็อ่านออกเสียงว่า “ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ Managing Director”

“ตำแหน่งใหญ่กว่าตัวนะคะ” เจ้าของนามบัตรร่างเล็กปล่อยมุกผ่อนคลายความตึงเครียด

“ครับ จริงๆ แล้วตำแหน่งเล็กมากนะ”

สิ้นคำของลูกค้า เธอรู้สึกหน้าชา ตัวเล็กลงๆ จนแทบจะหายไปจากตรงนั้น

ส่วนพนักงานในออฟฟิศ ก็ต้อนรับเธออย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นการเขียนข้อความ วิธีเป็นเอ็มดีที่ดี 13 ข้อ มาวางไว้บนโต๊ะทำงาน หรือการชวนไปกินกาแฟตอนบ่าย เพื่อแนะนำว่าเอ็มดีคนใหม่ควรทำอะไร

ใครๆ ก็อยากสอนนายใหญ่ของบริษัท

“ยูต้องทำได้ก่อน แล้วยูจะชอบมัน” เอ็มดีคนเก่าเคยให้คำแนะนำนี้ไว้ ซึ่งเธอเพิ่งเข้าใจเมื่อเวลาผ่านไปราว 6 เดือน เธอเริ่มรู้ว่าอำนาจของเธออยู่ตรงไหน ทำอะไรได้ แล้วจะเกิดผลอะไร พอเธอเห็นว่าตัวเองทำได้ เธอก็เริ่มชอบงานนี้

นายหญิงของ JWT ฝากงานครีเอทีฟทั้งหมดไว้กับพินิต แล้วเอาพลังทั้งหมดมาลงกับแผนกบริหารงานลูกค้ากับแผนกวางแผนกลยุทธ์ จัดเวิร์กช็อปโดยเชิญครีเอทีฟตัวท็อปของภูมิภาคมาสอนให้ทุกคนเข้าใจว่างานครีเอทีฟที่ดีคืออะไร ต้องขายของได้ เป็นที่จดจำ นั่นทำให้เธอพบว่า เออีกับแพลนเนอร์ก็มีความคิดสร้างสรรค์ในตัวเองสูงมาก แค่ไม่มีสนามลงเล่นเท่านั้น

อีกสิ่งที่นายเก่าสอน และนายใหม่ทำเป็นประจำทุกวันก็คือ

“ยูต้อง Walk Floor เช้าบ่าย คือการเดินดูบรรยากาศ ไปคุยกับทีม ว่าแอคเคาต์ไหนมีปัญหาอะไร จะได้จมูกไวรู้ว่า ตอนนี้ไฟไหม้แล้ว”

อีกเรื่องก็คือ ถ้าเป็นลูกค้ารายใหญ่ ต้องไปเอง ซึ่งฤทัยวรรณก็ทำได้ดี เธอช่วยครีเอทีฟขายงานได้สบายอยู่แล้ว

แล้วเธอก็ยังนำทีมบุกตะลุยพิตช์งาน หาโจทย์สนุกๆ ทำ จนได้ทำแคมเปญเปิดตัวให้พรานทะเล โพสต์ทูเดย์ และ Kubota

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

11

ถ้าพูดเรื่องนั้น เราจะไม่เปลี่ยนงานเลย

“ผมกะไอ้สินมีโปรเจกต์ที่จะทำให้พี่โผจากอกคุณมาร์ค มาซบอกผมเลย” จิระนัดเอ็มดีของ JWT มากินข้าวที่ร้านป่าเลิศรสเจ้าประจำ แล้วเปิดฉากสนทนาด้วยประโยคนี้

“เราจะทำ วัยอลวน 4 : ตั้ม-โอ๋ รีเทิร์น ผมไม่มีลูก ไอ้สินลูกยังเล็ก พี่รุ่นเดียวกับ ตั้ม โอ๋ ถ้าวันนี้มันมีลูกก็เป็นวัยรุ่นรุ่นเดียวกับไอ้ป้อง (ปานปอง วงศ์สิรสวัสดิ์) ลูกพี่เลย โปรเจกต์นี้ต้องเป็นพี่ว่ะ สมมตินะว่าตอนนี้ลูกสาวมันไปเรียนเชียงใหม่แล้วเช่าห้องอยู่กับผู้ชาย พี่ว่าตั้มโอ๋มันจะทำยังไง” จิระโน้มน้าวเป็นชุด

“งานเอ็มดีไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในแผนชีวิตมาก่อน แต่ก็มีส่วนงานที่เราชอบมาก คือชอบทำงานกับคน แต่การไปกำกับหนังไทยก็น่าสนใจนะ ตั้มโอ๋เป็นตัวละครในดวงใจตอนเราเป็นวัยรุ่นด้วย เราก็เลยลาออก”

ถ้าพูดเรื่องสถานะทางสังคมและความมั่นคงในชีวิต ฤทัยวรรณคงไม่มีทางลาออกแน่ๆ

“ถ้าพูดเรื่องนั้น เราจะไม่เปลี่ยนงานเลย เราได้เงินจากการเป็นผู้กำกับหนังไทยหนึ่งเรื่อง กว่าบทจะเสร็จ กว่าจะกำกับ ตัดต่อ กว่าหนังจะฉายแปดเดือน เท่ากับเงินเดือนตำแหน่งเอ็มดีเดือนเดียว แล้วปีที่ผลงานเราดี เราได้โบนัสแบบตกใจเลยนะ เงินก็สำคัญนะ แต่ตอนนั้นเราไม่มีสติมั้ง” ฤทัยวรรณหัวเราะ

12

ความทุกข์ก็เหมือนน้ำ มันก็หาทางไปของมันเอง

ในระหว่างทำหนังก็สนุกมาก เราชอบทีม ทีมเก่งมาก สอนเราทางอ้อม ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ จากคนรอบข้าง แม้ว่าหนังจะไม่ได้ทำเงินมากมาย แต่ก็เป็นหนังที่คนชอบเยอะ ถูกพูดถึง ถูกด่าด้วย มันมาก่อนกาล” ฤทัยวรรณสรุปว่าชอบประสบการณ์กำกับหนังเรื่องแรกตอนอายุ 45 ปี

เธอเล่าถึงชีวิตหลังทำหนังเรื่องแรกว่า “เหมือนถูกปล่อยป่าแล้วมั้งคะ กลับเข้ากรงไม่ได้แล้ว ระหว่างนั้นมีคนโทรเข้ามาว่า พี่อ้ำไม่สนใจจะไปบริหารอีกเหรอ เพราะอนาคตทางการทำหนังไทยของเธอไม่น่าจะไปไหน หนังเรื่องที่สองก็ไม่มาสักที”

เธอใช้ชีวิตคลุกคลีกับบรรดาผู้กำกับหนังอินดี้ แล้วก็ลองเขียนบทเรื่อง A river’s tale สายน้ำลูกผู้หญิง ไปขอทุนจากกระทรวงวัฒนธรรม เป็นเรื่องของแม่กับลูกสาวซึ่งทำสิ่งที่สังคมไทยมองว่าผิดขนบ แม่ไปเป็นเมียน้อย ส่วนลูกสาวก็ท้องไม่มีพ่อ เป็นความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอก โดยมียายเป็นตัวคลี่คลาย เธอเปรียบว่า เราก็เหมือนกอสวะที่ลอยเหนืออยู่ผิวน้ำ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าใต้ผิวน้ำมีอะไรอยู่บ้าง

“เราเป็นคนต่างจังหวัด บ้านหันหน้าเข้าหาแม่น้ำ แม่น้ำคือตัวละครชั้นดี เราจะเห็นความเป็นไปของสิ่งที่เกิดขึ้นในแม่น้ำ ดูแล้วก็จะเข้าใจแล้วปลงๆ กับชีวิต แล้วเราเคยสัมภาษณ์ยายเพื่อนเพื่อทำหนังสือ เขาเป็นคนที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทั้งชีวิต คุณยายบอกว่า ความทุกข์ทำอะไรยายไม่ได้หรอก อย่าหวังเลยว่ายายจะกอดเข่า มีทุกข์ยายก็โยนลงน้ำป๋อมแป๋มไป ความทุกข์ก็เหมือนน้ำ มันก็หาทางไปของมันเอง เราชอบความคิดของยายมาก”

ปีนั้นเกิดน้ำท่วมใหญ่ เลยถ่ายและส่งงานให้จบตามปีงบประมาณไม่ได้ โปรเจกต์หนังเรื่องนี้จึงถูกพับเก็บจนถึงวันนี้

ด้วยความที่อยู่ในวงการโฆษณามาเนิ่นนาน การปรับเนื้อหาเพื่อให้หาทุนง่ายขึ้น ดูไม่น่าเป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรง

“เรายังอยากทำหนังนะ แต่พออายุเยอะขึ้น เราไม่อยากเคลือบน้ำตาลแล้ว อยากเล่าเรื่องหนักๆ บ้าง เราดูหนัง กระเบนราหู แล้วชอบมากๆ ชอบรสขมๆ ซึ่งมันไม่ใช่ทางที่คนจะลงทุนให้เรา แล้วหนังเราก็อยู่กลางๆ โม้ว่าหนังจะได้เงินก็ไม่ได้ จะได้เดินพรมแดงก็ไม่ได้ ก็เลยหาทุนยาก”

ในระหว่างนี้ฤทัยวรรณจึงรับงานผู้กำกับโฆษณาฟรีแลนซ์ให้หับ โห้ หิ้น รับจ็อบให้ยูนิลีเวอร์บ้าง ครั้งหนึ่งสบู่ลักซ์อยากทำแคมเปญใหม่ๆ อะไรก็ได้ ภายใต้ธีม Anybody can be a star เธอจึงจัดประกวดเฟ้นหานางเอกให้หนังเรื่อง กวน มึน โฮ จัดประกวด ซึ่งผู้ชนะก็คือ หนูนา (หนึ่งธิดา โสภณ) พอรู้ว่าพอนด์มีงบอยู่ ก็เสนอให้ทำธีมคอนเสิร์ต เป็นการเอาความรู้ที่สะสมมาออกมาใช้

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา
อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

13

พี่อ้ำคือผู้ใหญ่เข้าใจชีวิตที่ผมมองหา

สมัยอยู่ลีโอ เบอร์เนทท์ ฤทัยวรรณมีโอกาสได้เขียนบทให้ช่วงละครสั้นในรายการ จันทร์กะพริบ และเขียนบทละครให้รายการ วิก 07 ของบริษัท JSL ตอนทำหนังเรื่อง วัยอลวน ก็ทำบทร่วมกับ ชลลดา เตียวสุวรรณ เขียนบทเรื่อง สตรีเหล็ก 2 กับยงยุทธ ทองกองทุน อยู่ในทีมเขียนบท แก๊งชะนีกับอีแอบ แล้วก็เป็นที่ปรึกษาบท คิดวรรคทองให้ Season Change

วันหนึ่ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ก็ทาบทามฤทัยวรรณมาเขียนบทให้ “ผมอยากทำละคร แต่ไม่ต้องการทำละครวัยรุ่นแล้ว ผมจะทำละครครอบครัว ผมชอบอ่านสเตตัสของพี่อ้ำ เวลาที่เขียนยาวๆ เขียนเรื่องลูก พี่อ้ำคือผู้ใหญ่เข้าใจชีวิตที่ผมมองหา”

“เราเคยทำงานโรงแรมมาก่อน ก็จะเข้าใจในมิติหนึ่ง เราเคยเป็นผู้บริหาร เป็นแม่ เป็นสะใภ้จีนด้วย” ฤทัยวรรณเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมทรงยศถึงเลือกใช้บริการนักเขียนบทวัย 58 ปี มาร่วมทีมกับนักเขียนบทวัยรุ่นเจ้าประจำ

“บริบทของเรื่องคือบริบทจริงๆ ของสังคม สำหรับเรา ใครฆ่าประเสริฐ เป็นวิชาเทพวิชามารให้คนติดตาม แต่ใต้ลงมาคือ #ทีมภัสสร มันคือเรื่องความอยุติธรรมที่สืบทอดกันมาระหว่างลูกหญิงลูกชาย พอมี #ทีมภัสสร มันใช่ว่ะ”

ฤทัยวรรณมองว่า การทำงานร่วมกับคนรุ่นลูกไม่ใช่ปัญหา “เราบอกน้องๆ ว่า พี่มาจากยุคที่แมนนวลมากๆ พี่เป็นผู้อพยพมาสู่เทคโนโลยีตอนอายุสามสิบกว่าแล้ว ตอนอยู่หับฯ มีคนมาสอนเรื่องคอมพิวเตอร์ พี่ได้คะแนนมากที่สุดนะ เพราะพี่เรียนรู้เร็ว ดังนั้นสอนพี่ด้วย แล้วพี่ก็ให้น้องสอนพี่ว่า โลกของทวิตเตอร์คืออะไร ทำไมคนนี้ถึงเป็น Influencer คนตามดูอะไรจากเขา”

14

เด็กสาวๆ ก็แข่งขันกันไป ผู้หญิงรุ่นใหญ่เขายกย่องกัน

ในวัยที่อีกไม่กี่วันก็จะอายุ 61 ปี ฤทัยวรรณยังมีพลังล้นเหลือ เธออยากทำสิ่งที่มีประโยชน์ ก็เลยอยากทำสื่อออนไลน์ที่เป็นชุมชนของผู้หญิง เป็นพื้นที่ที่มอบพลังและทัศนคติดีๆ ให้ผู้หญิง จะได้ไม่ต้องวิ่งตามกระแส ต้องสวยแบบพิมพ์นิยม ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ถึงจะมีความมั่นใจ

“เราชอบคำว่า Girls compete. Women empower. มาก เราลองแปลเล่นๆ ว่า เด็กสาวๆ ก็แข่งขันกันไป ผู้หญิงรุ่นใหญ่เขายกย่องกัน” หญิงสาวรุ่นใหญ่เล่าถึงประโยคที่เป็นแนวคิดในการทำชุมชนออนไลน์นี้

เธอหานายทุนได้แล้ว รวมทีมงานได้แล้ว 7 คน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เดือนสิงหาคมนี้ เราจะได้เห็นเนื้อหาแรกจากชุมชนนี้

15

อย่าหัวเราะดังมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ร้องไห้

“พี่ไม่จัดห้องทำงานเลย พี่กะจะมาเร็วไปเร็วล่ะสิ” จิระเคยแซวเอ็มดีของ JWT เอาไว้แบบนั้น ถ้าดูจากสถิติการเปลี่ยนงานที่ผ่านมา คำพูดของจิระก็ดูจะจริง เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอเปลี่ยนงานย้ายสายไปมาตลอดเวลาก็คือ เธอสนุกกับการเล่น

“การทำงานของเรา ไม่ว่างานใดๆ ความสนุกสำคัญมาก เราชอบเล่นมั้งคะ เราอยู่เฉยโดยไม่เล่นไม่ได้ ในเฟซบุ๊กเราไม่เคยลงว่าทำงานที่ไหนเลย เขียนแค่ Work is play ! Play is work ! ถ้ามีคนบอกว่า ทำไมเราดูไม่แก่ อาจจะเพราะเราเล่น มีอะไรทำ ถ้าเราอยู่นิ่งๆ ก็จะผุ”

เรื่องงานและเรื่องเล่นของเธอตอนนี้ คือการแปลเอกสารให้ธนาคารและการวาดรูป

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา
อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา
อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

“เราเป็นสัตว์สังคม การทำงานคือการได้อยู่กับคนอื่น เป็นการลับสมองอย่างหนึ่ง ลับอารมณ์ ลับตัวเองให้พัฒนาขึ้น คำว่า เกษียณ เป็นแค่วาทกรรมที่คนกำหนดขึ้นมาเพื่อบอกว่า บริษัทนี้จะเลิกจ้างคนที่อายุเท่านี้ แต่ไม่มีบริษัท ไม่มีนาย เราก็ยังต้องทำงาน ถ้าเป็นซามูไรก็คือโรนิน ยังต้องออกไปใช้ชีวิต เพราะของที่เราออมไว้มันยังน่าใช้อยู่ เรามียังมีสมอง มีมุมมอง ถ้าเรามีโอกาสใช้ ก็เอามาเขย่าผสมกับคนรุ่นหลัง มันก็ได้ของใหม่ขึ้นมา”

อีกไม่กี่วันเจ้าของผมบ๊อบสีขาวก็จะมีอายุ 61 ปี เธอว่า เธอไม่มีปัญหากับอายุที่เพิ่มมากขึ้น

“ผู้หญิงเราย้อมผมเพื่อให้คนอื่นมอง ตอนอายุสี่สิบสอง เราต้องย้อมผมเพื่อให้ดูดี จนอายุสี่สิบเก้าก็ตัดสินใจปล่อยผมขาว ไม่ย้อมแล้ว ไม่แคร์ว่าใครจะมองเรายังไง เราชอบอายุตัวเองตั้งแต่ห้าสิบเป็นต้นมานะ รู้สึกว่าตัวเองฉลาดทางอารมณ์มากขึ้น ก่อนหน้านั้นไม่ค่อยฉลาด” ผู้หญิงในวัยหลักหกหัวเราะ แล้วตอบคำถามต่อว่า คนในวัยนี้ควรจะวางตัวอย่างไร

“เวลาจะพูดโพล่งอะไรกับใครให้คิดนิดนึงว่า ตอนที่อายุเท่าเขาเราเป็นยังไง ตอนทำงานเอเจนซี่ มีคำพูดว่า ‘วัยรุ่นก็เหมือนกันทั้งโลก ต้องการกางเกงยีนส์ที่ดี และอยากหนีออกจากบ้าน’ วัยรุ่นล้วนขบถ ไม่อยากอยู่ในกรอบ ไม่อยากให้ใครบอกว่าต้องทำอย่างงั้นอย่างงี้ ตอนที่เราอายุน้อยก็เป็นแบบนั้น เด็กไม่ได้ถูกตลอด แล้วเราก็ไม่ควรใช้อภิสิทธิ์ของการเป็นผู้ใหญ่ ไม่ต้องนับถือเราหรอก”

อีกเรื่องที่เธอได้เรียนรู้ในวัยที่ผมเป็นสีขาวก็คือ

“เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ผ่านไป ไม่มีอะไรหรอก” เธอหมายถึงสรรพปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาในชีวิต

“แล้วก็ อย่าหัวเราะดังมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ร้องไห้” หลังจบประโยคนี้เธอหัวเราะเบาๆ อย่างคนเข้าใจชีวิต

อ้ำ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ นักเล่นที่เคยเป็น MD ของ JWT เขียนบทเลือดข้นฯ ผกก.หนังไทย ผกก.โฆษณา

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล IG : miwmaneenoot

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!