20 พฤศจิกายน 2563
7 K

01

รุ่งอรุณแห่งความสุข

สุโขทัยคือเมืองรุ่งอรุณแห่งความสุข

ร้อยทั้งร้อยคนที่มาสุโขทัย ล้วนปักหมุดหมายไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อชมหลักฐานความเจริญของอารยธรรมไทย แม้ไม่ใช่วัดวังที่ยังงามเรืองรองเหมือนอย่างกรุงเทพฯ แต่บรรดาวัดวังที่เคยงามรองเรืองมาเมื่อ 700 ปีที่แล้วนั้นก็ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ทว่าเป้าหมายของเราวันนี้อยู่ห่างออกมา 12 กิโลเมตร ในตัวอำเภอเมืองสุโขทัย

ตึกแถวขนาด 2 คูหา ริมถนนบาลเมือง เยื้องกับโรงเรียนสารสาร์ท คือที่ตั้งของ Rush Lush Craft Cafe ร้านกาแฟสายคราฟต์ของ รัตน-สุรีรัตน์ กลิ่นขจร และแน็ค-ปริวัฒน์ วิเชียรโชติ ลูกหลานชาวสุโขทัยที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดมาเปิดคาเฟ่

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ความดีงามของสถานที่แห่งนี้ที่ทำให้เราชวนเจ้าของทั้ง 2 คนมานั่งคุยด้วยมี 2 ข้อ

ข้อแรก ป้าย ‘กาแฟร้านเราไม่ใส่น้ำตาล เพื่อเคารพรสชาติและความตั้งใจจากเกษตรกร’ ที่ตั้งเด่นตระหง่านหน้าเคาน์เตอร์ คือเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงของทั้งคู่ ในการเลือกเสิร์ฟวัตถุดิบท้องถิ่นโดยปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เพื่อนำเสนอรสที่แท้จริงจากธรรมชาติ

ข้อสอง ร้านนี้เปิดแค่วันศุกร์-อาทิตย์ เพราะแน็คและรัตน์จะใช้เวลา 4 วันที่เหลือออกไปชาร์จแบตกายและใจ ด้วยการทำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม เข้าหาชุมชน และนำวัตถุดิบท้องถิ่นแท้ๆ มาใช้ที่ร้าน

เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่เราจะชวนทุกท่านมาเอนตัวลงบนเก้าอี้นุ่มๆ กลางร้านย่านเมืองเก่า ดื่มอเมริกาโน่ร้อนไม่ใส่น้ำตาล คู่กับขนมปังยีสต์ธรรมชาติ พลางชิมชีสเค้กฟักทองจากกลุ่มปกาเกอะญอ พร้อมฟังเมนูต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวอันแสนอบอุ่นและน่าสนุกของวัตถุดิบนานาชนิดไปพร้อมกัน

แล้วจะรู้ว่าสุโขทัยมีดีกว่าที่คิด

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

02

ที่ไปที่มา

ก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะเปิดร้าน Rush Lush Craft Cafe ที่สุโขทัย พวกเขาเปิดคาเฟ่ชื่อเดียวกันนี้ในกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยามาก่อน

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรืออย่างไร ที่ตอนนั้นตึกข้างๆ ร้านของพวกเขาได้เปลี่ยนมาทำโฮสเทล แน็คและรัตน์จึงได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของกิจการเพื่อนบ้าน สานสัมพันธ์จนกระทั่งสนิทสนม ขณะเดียวกันนั้น สองสามีภรรยาก็ได้ซึมซับและตกหลุมรักวิถีชีวิตของชาวโฮสเทลไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อถึงคราวที่ต้องย้ายกลับสุโขทัย จึงคิดริเริ่มอยากจะนำโมเดลโฮสเทลที่พวกเขาสนใจ กลับมาดำเนินธุรกิจต่อที่บ้านเกิดพร้อมกับคาเฟ่เดิม ด้วยแรงกำลังที่เปี่ยมล้น และความสนใจใคร่รู้ที่แม้มีมากมาย แต่กลับสะเปะสะปะไร้ทิศทาง

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์จึงไปปรึกษาส้ม แห่ง The Yard Hostel เกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินธุรกิจ จนสุดท้ายพวกเขาได้รับคำแนะนำว่าให้ลองเข้าร่วมโครงการพอแล้วดีดู เผื่อว่าไอเดียที่ฟุ้งฝันและแรงบันดาลใจอันแรงกล้าของพวกเขานั้นจะเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น

เมื่อได้เรียนรู้กระบวนการคิดจากโครงการที่ว่ามาแล้ว แน็คและรัตน์จึงตัดสินใจย้ายกิจการมาเปิดโฮสเทลและคาเฟ่ที่สุโขทัย ธุรกิจดำเนินไปได้สักระยะก็เผชิญปัญหาโรคระบาด COVID-19 ที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้ พวกเขาจึงจำต้องปิดส่วนโฮสเทลไป เพราะฟากธุรกิจนั้นอาศัยลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก แล้วย้าย Rush Lush Craft Cafe มายังพื้นที่บ้านของครอบครัวแน็ค ทั้งคู่จึงสามารถทุ่มเทแรงกายแรงใจให้แก่คาเฟ่ได้มากขึ้น

03

ใจบันดาลแรง

“คิดว่าต้องทำยังไงให้เราสามารถใช้ชีวิตแบบบาลานซ์ได้ ผมเป็นคนที่อยู่ไม่ค่อยนิ่ง ปรกติจะต้องปิดร้านเพื่อไปหาคนโน้นคนนี้ ไปหาเพื่อนใหม่ สถานที่ใหม่ๆ ก็เลยคิดกันว่า ถ้างั้นก็เปิดร้านแค่ 3 วัน อีก 4 วันจะได้ทำอะไรอย่างอื่น”

แน็คอธิบายถึงที่มาที่ไปว่าทำไม Rush Lush Craft Cafe ถึงเปิดแค่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์

แล้ว 4 วันที่เหลือ คุณเอาเวลาไปทำอะไร-เราถาม

“อะไรที่เป็นประโยชน์กับสังคม เราจะเอาเวลาสี่วันนี้ไปทำ เพื่อไม่ให้งานเราเสียไปด้วย”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์สลับกันเล่าถึงบรรดากิจกรรมที่พวกเขาทำในวันหยุดให้เราฟัง ด้วยสีหน้า แววตา และน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจและความสุข

“ก่อนหน้านี้ที่โฮสเทล เรารับชาวต่างชาติมาเป็นอาสาสมัครไปทำประโยชน์ตามที่ตัวเขาถนัด ให้เขาได้ค้นหาตัวเอง ค้นพบความสามารถ และได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมไปด้วย

“ล่าสุดไปเจอกลุ่มเกษตรออร์แกนิกในสุโขทัย เราก็เข้าไปช่วยเขาเรื่อง Design Thinking หรือเวลาจะมีคนเข้ามาศึกษาดูงาน เราก็จะช่วยวางแผนรับมือ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ช่วยติดต่อหาตลาดให้เขา ให้คอนเนกชันกับเขา ช่วยในสิ่งที่เราช่วยได้”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ความฉงนสนเท่ห์ของเราก็ยิ่งทวีคูณ วิถีการดำเนินธุรกิจเช่นนี้ดูจะไม่ได้มุ่งหวังกำไรเป็นสำคัญ แต่น่าจะโฟกัสไปที่ความสุขใจมากกว่า เราอดสงสัยไม่ได้ว่าความคิดอะไรที่ชุบชูจิตใจให้ทั้งสองคนมีเรี่ยวแรงออกไปทำเช่นนี้อยู่เสมอ

“เมื่อก่อนผมทำงานในวงการผลิตโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องราวเพื่อสังคม เลยได้มีโอกาสรู้จักบรรดาผู้คนที่เขาทำอะไรแบบนี้ เช่น ครูปู่ ซ.โซ่ อาสา คนนี้เป็นแรงบันดาลใจสุดๆ เลย ครั้งหนึ่งแกเคยพูดว่า ‘ยิ่งอายุเหลือน้อย ยิ่งต้องเร่งทำความดี เพราะไม่เหมือนกับหนุ่มสาวที่จะทำความดีเมื่อไหร่ก็ได้ ยิ่งแก่ยิ่งต้องรีบทำ’ เราก็กลับมาคิดได้ว่าเราเพิ่งอายุเท่านี้ แล้วทำอะไรอยู่วะ ยิ่งพอมาเข้าโครงการพอแล้วดี เลยได้ค้นพบคุณค่าที่เรายึดถือจริงๆ เลยรู้ตัวว่านี่แหละคือสิ่งที่เราต้องทำ”

04

เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

นอกจากเข้าไปช่วยเหลือชุมชนผ่านโครงการต่างๆ แล้ว ทั้งคู่ยังได้อุดหนุนสินค้าชาวบ้าน นำวัตถุดิบพื้นถิ่นที่เติบโตขึ้นมาจากความใส่ใจของผู้ผลิต มีความพิถีพิถันเป็นปุ๋ยยาที่คอยบำรุงให้เติบโตอย่างสุขภาพดี มาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ที่ร้านอีกด้วย

“เราไม่ได้แค่ไปซื้อผลผลิตมาใช้เฉยๆ แต่เราไปดูว่าใครเป็นคนทำ เขาทำยังไง ภูมิปัญญาแบบไหน ขนมปังที่ร้าน มีขนมปังฟักทอง เผือก และมัน จากชุมชนที่เรานำมาดัดแปลงใช้

“อย่างชีสเค้กเสาวรส เราได้เสาวรสมาจากขุนแปะ อำเภอจอมทอง เชียงใหม่ ซึ่งเราได้ลงไปทำงานร่วมกับชุมชนในด้านการฟื้นฟูวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เป็นเวิร์กช็อปชื่อว่าลิ้มรสให้รู้ราก ตอน จากผืนดินสู่ดวงดาว วิถีชาวปกาเกอะญอ เพื่อให้คนได้เห็นอีกรูปแบบของการท่องเที่ยวแบบที่ไม่ฉาบฉวย”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์ใช้วัตถุดิบเหล่านั้นด้วยความเคารพในเกษตรกร และเชื่อมั่นในความอร่อยแต่ดั้งเดิม ทั้งสองจึงพยายามปรุงแต่งอาหารในร้านให้น้อยที่สุดเพื่อชูวัตถุดิบ เพราะต่างเห็นถึงคุณค่าของรสชาติอันเป็นแก่นแท้ที่จะบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังอาหารจานนั้น

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คเล่าประสบการณ์สนุกๆ ให้เราฟังว่า “มีครั้งหนึ่งเข้าไปที่หมู่บ้าน มีชาวปกาเกอะญอคนหนึ่งเอาฟักทองมาให้ เราก็เอามาทำขนมปังโดยที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เลย เช้ามาก็เอาไปให้เขากิน เขาบอกว่า ‘พี่ มันอร่อยมากเลยอะ’ ผมเลยรู้สึกว่าพอได้ทำอะไรที่เป็นธรรมชาติแท้ๆ โดยไม่ต้องพึ่งอย่างอื่นนอกจากมือกับใจ มันออกมาดีมาก คนที่เป็นเจ้าของก็รับรู้ได้ว่าตัวเองมีคุณค่า แล้วก็เอาเรื่องราวมาเล่าในร้าน ว่าใช้ฟักทองจากปกาเกอะญอ เขาปลูกผลผลิตพวกนี้เพื่อต่อสู่กับการปลูกพืชแบบอุตสาหกรรมอย่างข้าวโพด ลูกค้าก็เข้าใจและอิน เราเลยรู้สึกว่า โอเคว่ะ แฮปปี้”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่ยังคงใช้วัตถุดิบหลักมาจากพื้นที่ท้องถิ่นคือเพราะต้องการสื่อสารว่าสุโขทัยนั้นมีอะไรดีมากกว่าการเป็นเมืองเก่าแก่โบราณ

“แม้จะเป็นขนมปังง่ายๆ แต่เราก็พยายามเอาของท้องถิ่นมาประยุกต์หรือทำให้พิเศษขึ้นมา มีช่วงนึงมะม่วงตลับนาคของสุโขทัยเหลือเยอะมาก เราก็เอามากวนแล้วแช่แข็งไว้ พอได้เสาวรสจากปกาเกอะญอ ก็เอามาผสมกันทำเป็นแยม แล้วลองเอามะม่วงมาใส่ขนมปัง สรุปว่ามันอร่อย กลิ่นหอมฟุ้ง เราชอบมาก อย่างน้อยเราก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนสุโขทัยด้วยกันเองได้เห็นว่าเป็นไปได้ที่จะนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำให้ดี”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

เพียงได้ฟังเรื่องราวที่เจ้าของร้านผู้หญิงเล่าให้ฟังก็น้ำลายสอ อยากจะลองชิมเมนูจากของดีท้องถิ่นดูบ้าง

“ล่าสุดเราทำเพสโต้โหระพา เอาโหระพาจากข้างบ้าน ปลาเค็มชุมพรที่ได้มาจากน้องที่เรารู้จัก ปลาป่นของดีสุโขทัย แล้วก็สมุนไพรจากเผ่าปกาเกอะญอที่เชียงใหม่ เอามาผสมกันทำเป็นซอสเพสโต้ พอคนมากินเขาก็ว้าว อร่อย แค่นี้ก็รู้สึกประสบความสำเร็จแล้ว เราได้นำเสนอของดีจากท้องถิ่นต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่ในสุโขทัยเท่านั้น”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

05

เรื่องราวระหว่างคนกับคน

“เราอยากให้คนลึกซึ้งกับการกิน” แน็คเผยความตั้งใจจริงให้เราฟัง “คนมาร้านเราจะได้สัมผัสข้อนี้แน่ๆ เราไม่ได้เสิร์ฟอาหารที่อร่อยที่สุดหรอก แต่เบื้องหลังของทุกจานมันมีคุณค่าอะไรบางอย่างซึ่งคนกินจะสัมผัสได้ทันที”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน
Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ทั้งคู่ยังบอกอีกด้วยว่าพวกเขาตกหลุมรักเสน่ห์ของความสัมพันธ์ระหว่างคนเข้าอย่างจัง เวลาทำอะไรก็จะให้ความสำคัญแก่คุณค่าของมนุษย์เป็นหลัก

“อย่างที่ไปสอนทำขนมปังล่าสุดเพราะพี่คนนี้เขาขอให้เราช่วยสอนมาเป็นปี ไม่ใช่ว่าเราหวง แต่ว่าเราอยากสอนคนที่เราสนิทใจ คนที่อยากทำเป็นจริงๆ สูตรของเราก็ไม่ได้วิเศษอะไร แล้วต้องไปสอนที่บ้านเขาด้วยนะ เพราะเขาจะได้ใช้อุปกรณ์ในครัวตัวเองทำได้

“เราก็ไม่ได้เก่งอะไรมากเลยอยากเป็นแบบเพื่อนสอนกันมากกว่า แค่เห็นว่าลูกค้าคนนี้ไปมาหาสู่เราเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่า ถ้าวันนึงเขาทำแล้วมันพิเศษหรือว่าเวิร์ก เราก็ยินดี แล้วถ้าเขาจะมาแบ่งให้เราชิมเราก็ยินดีมากเช่นกัน เราเองยังต้องฝึกอีกเยอะ ไม่ได้กะจะขายคลาสเป็นกิจจะลักษณะอะไร”

ทั้งหมดทั้งมวลก็วกกลับมาที่เรื่องความสัมพันธ์ของคนอยู่ดี

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า “ร้านเราจุดเด่นคือไม่ได้ทำอาหารอร่อย แต่ที่รสชาติดี เพราะวัตถุดิบที่เราเลือกมามันอร่อยอยู่แล้ว”

“ใช่ ไม่ปรุงแต่งเขาอะ ไม่ปรุงแต่งจนเกินพอดี ให้ธรรมชาติเขาปรุงมาเอง” รัตน์เสริมพร้อมรอยยิ้ม

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ใครอยากเข้าไปชิมอาหารอร่อยๆ ดื่มด่ำรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบที่ Rush Lush Craft Cafe และฟังเรื่องราวสนุกๆ จากแหล่งที่มาของแต่ละจาน แน็คกับรัตน์ก็ยินดีมากๆ และพร้อมต้อนรับเสมอ เพียงแต่อย่าลืมว่าร้านเปิดเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์นะ เพราะทั้งคู่บอกว่า

 “อยากให้มีเวลาคิดถึงกัน ไม่ต้องเจอกันทุกวันหรอก แต่ถ้าเปิดร้านแล้วคิดถึงกัน ก็แวะมา”

Rush Lush Craft Cafe

เลขที่ 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 64000 (แผนที่)

เปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

โทร. 08 6735 1835

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

Photographer

ปรีชญา จงศรีสวัสดิ์

ช่างภาพที่เชื่อว่าการตายอย่างมีคุณภาพคือการตายด้วยของกินที่ดีและอร่อย

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ซอยวานิช 1 หรือสำเพ็งเต็มไปด้วยร้านขายของส่งสารพัด ซึ่งซบเซาลงไปด้วยพิษโรคระบาด และการซื้อของออนไลน์ ซึ่งแพร่กระจายไปบ้านแทบทุกหลังยิ่งกว่าไวรัส

ตอนนี้ย่านสำเพ็ง-เยาวราช กำลังเข้าสู่บทใหม่ จากย่านซื้อขายของราคาย่อมเยา เริ่มขยับสู่การเป็นพื้นที่ที่ศิลปวัฒนธรรมอาหารโฉมใหม่

ย่ำเท้าเข้าซอยเล็กแคบ ผ่านร้านขายรองเท้า กระเป๋า และของเล่นนานา คุณจะพบ ‘Restaurant.Potong’ ร้านอาหาร Fine Dining และบาร์หรูเท่เบื้องหลังประตูเหล็กยืด ของ เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม ร่วมกับสามี ต่อ-บุญปิติ สุนทรญาณกิจ 

จากห้างขายยาเก่าแก่ของตระกูล สู่ตึกให้เช่าสำหรับร้านขายรองเท้า วันนี้ทายาทรุ่นที่ 5 กลับมาพลิกโฉมตึกโบราณอายุ 100 กว่าปีให้กลับมาสวยสดงดงาม แถมเยียวยาท้องที่หิวโหยหรือหัวใจใฝ่หาที่จิบความเพลิดเพลินด้วยความอร่อย

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ห้างขายยาแห่งความทรงจำ

ปู่เทียด (ปู่ของปู่) ของเชฟแพมเป็นคนฮกเกี้ยน เดินทางมาจากหมู่เกาะจินเหมินหรือคีมอย ไต้หวัน ราว 160 ปีที่แล้ว เพื่อมาค้าขายที่เมืองไทย และจับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจยาจีนยี่ห้อ ‘ปอคุนเอี๊ยะบ๊อ’ โดยใช้สูตรลับจากบ้านเกิด เมื่อก่อร่างสร้างตัวได้จึงสร้างตึก 5 ชั้นครึ่งสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน เป็นร้านขายและผลิตยาจีนชื่อ ‘ห้างขายยาโพทง’ โดยชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย นับเป็นบ้านหลังแรกของตระกูลนี้ในสยาม ตั้งแต่สมัยเยาวราชยังเป็นทุ่งนา นับเป็นตึกที่สูงมากในยุคนั้น 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong

กิจการร้านขายยารุ่งเรืองมาก ย่านสำเพ็ง-เยาวราช ก็พลุกพล่านมากขึ้น จนต้องขยับขยายจนเปิดโรงงานขนาดใหญ่ย่านเทพารักษ์ ซึ่งภายหลังผลิตแต่ยาน้ำสำหรับสตรีเท่านั้น 

เมื่อสมาชิกมากขึ้น ครอบครัวอุทารธรรมรุ่นสามย้ายไปอยู่สุขุมวิท 33 ตึกเดิมของตระกูลใจกลางสำเพ็งจึงถูกปล่อยให้เช่าเป็นร้านขายรองเท้า โดยคุณปู่ของเชฟแพมให้เช่าเฉพาะชั้นหนึ่งและสองเท่านั้น ด้านบนปิดล็อกเก็บของเก่า อาทิ ขวดยา ภาพวาด สมุดบัญชี หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ไว้เต็มไปหมด เมื่อร้านขายรองเท้าเลิกกิจการ เชฟแพมได้มาดูอาคารจึงตัดสินใจเช่าตึกจากคุณปู่ และเปิดร้านอาหารหรูเท่ขึ้นใจกลางไชน่าทาวน์ โดยได้แรงบันดาลใจจากย่านชุมชนของนิวยอร์ก ที่ตัวเธอเองได้ไปเรียนรู้และฝึกฝนวิชาทำอาหาร 

“แพมมีฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากทำร้านอาหารของตัวเองให้ได้มิชลินมานานแล้ว แต่ยังหาจังหวะชีวิตไม่เจอ คุณพ่อคุณแม่เคยชี้ให้ดูตึกนี้ตอนเด็กๆ แต่เราก็ไม่เคยเข้ามา พอได้เข้ามาเห็นก็รู้เลยว่านี่จะเป็นร้านที่เราจะภูมิใจ และทุกอย่างที่เราเรียนรู้มาจะเอามาลงที่นี่” เชฟหญิงผู้ศึกษาอาหารตะวันตกมาอย่างโชกโชนอธิบาย

“การกินอาหารก็เหมือนการเล่าเรื่อง ความทรงจำของที่นี่ไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ แต่มีมานานแล้วจริงๆ ตึกนี้มีเสน่ห์มาก อยากให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกเหมือนเข้ามาในพิพิธภัณฑ์นิดๆ ผ่านทั้งตึกและอาหาร”

กว่าจะออกมาเป็น Restaurant.Potong ต้องใช้เวลา 2 ปีครึ่งกว่าทุกอย่างจะลงตัว เนื่องจากการรีโนเวตตึกเก่ายากกว่าสร้างตึกใหม่ ผ่านการตัดสินใจหลายครั้งร่วมกับสถาปนิกและวิศวกรว่าอะไรควรเก็บ อะไรต้องทิ้ง และอะไรต้องสร้างขึ้นมาใหม่ในตึกแคบยาวที่มีพื้นที่รวมราว 500 ตารางเมตร โดยหลักๆ เก็บโครงสร้างเดิมที่ยังแข็งแรงมากไว้ทั้งหมด และตกแต่งแนว Juxtaposition เก็บของเก่าไว้เคียงคู่กับของใหม่ให้สอดรับกัน ผนังมีทั้งสีเดิมที่สวยด้วยกาลเวลา และลวดลายใหม่ที่งดงาม 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ตึกเก่าเล่าใหม่

จากร้านรองเท้าสีเขียวสดใส เมื่อถอดแผ่นปิดออก ป้ายห้างขายยาโพทง ที่ติดไว้เมื่อ 120 ปีที่แล้วก็ได้อวดโฉมอีกครั้ง เมื่อเดินเข้ามาจากหน้าร้าน จะเห็นโปสเตอร์ร้านยากับเก้าอี้เก่าของร้านด้านหน้า ให้เว้นระยะหลบความวุ่นวายของตรอกเล็กๆ ด้านนอก 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นแรกนี้เพดานสูงโปร่งเคยเป็นหน้าร้านขายยา ทั้งยาสำหรับสตรี ยาสำหรับบุรุษ และยาหม่อง ส่วนด้านหลังมีห้องหลบภัยที่มีกำแพงหนาใหญ่ ปัจจุบันกลายเป็นบาร์คอมบูฉะและที่นั่ง ซึ่งใต้พื้นทำระบบใหม่ทั้งหมดจนเอี่ยมอ่อง ด้านหลังมีลิฟต์เล็กๆ ที่ทำใหม่เพื่อตึกนี้โดยเฉพาะ และห้องน้ำที่ทำใหม่ทั้งหมด สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือตู้เซฟเก่า แม่พิมพ์ตราปอคุนเอี๊ยะบ๊อ และขวดแก้วสำหรับบรรจุยา ซึ่งนำมาใช้ตกแต่งร้านและใส่สบู่ในห้องน้ำกับแอลกอฮอลล์ล้างมือ

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

“ตอนแรกอยากวางครัวไว้ชั้นหนึ่ง แต่พอเปิดฝ้าขึ้นไปเห็นเพดานสวยมาก เราเลยตัดสินใจเก็บไว้แล้วย้ายครัวไปชั้นสาม และอนาคตที่ตรงนี้จะทำอาหาร A la carte รับคน Walk-in ได้ค่ะ” เชฟแพมเอ่ยก่อนพาขึ้นบันไดไม้ไปสู่ชั้นถัดไป 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นสองเป็นห้องรับประทานอาหาร ปัจจุบันตกแต่งด้วยขวดยาเก่า ภาพถ่ายเก่า แต่เดิมเป็นพื้นที่ปรุงยาและเก็บสต็อกยา พนักงานแต่ละคนจะรู้แค่ขั้นตอนของตัวเอง แต่ไม่รู้สูตรทั้งหมด ถ้าสังเกตพื้นจะเห็นช่องไม้ที่เจาะตรงกันแต่ละชั้น ในอดีตเป็นช่องไว้ตะโกนคุยกันและส่งของข้ามชั้น แต่ปัจจุบันปิดไว้แล้ว โดยภาพสเก็ตช์ที่ตกแต่งรอบๆ ร้านและอยู่บนเมนู เป็นฝีมือน้องของคุณปู่ ซึ่งเรียนจบจากอเมริกา

ชั้นสามที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ในอดีตด้านหน้าเป็นห้องทำงานหรือออฟฟิศของคุณปู่ ซึ่งมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู มีระเบียงกว้างขวาง ปัจจุบันฟังก์ชันของห้องนี้เปลี่ยนไปหมด กลายเป็นห้องรับประทานอาหาร ซึ่งปัจจุบันยังเก็บเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้อย่างโต๊ะทำงานและแท่นบูชา ซึ่งบนป้ายมีภาพกวนอูที่นับถือ มีอักษรจีนมงคลรอบๆ ว่า 普通大薬房

普通 สื่อถึงชื่อร้านว่า โพทง แปลว่า Simple หรือ Ordinary 大 ต้า แปลว่า ใหญ่ 薬 เย่า แปลว่า ยา 房 ฝาง แปลว่า ห้อง แปลรวมๆ ได้ว่าร้านขายยาโพทง หรือร้านขายยาธรรมดา จึงยืมความหมายเรียบง่ายมาเป็นชื่อร้านตราบจนทุกวันนี้

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เนื่องจากโลโก้ของตึกเป็นรูปเสือโคร่งสองตัวโอบลูกโลก สื่อถึงตัวปู่เทียดและย่าเทียดซึ่งเกิดปีเสือทั้งคู่ ผนังของชั้นสามเพนต์ใหม่เป็นรูปเสือดาวตัวเมีย 8 ตัว สื่อถึงความมงคลและการสืบทอดของทายาทเพศหญิง เพราะถ้าใช้เสือโคร่งจะดูดุดันไปหน่อย เชฟแพมเลยตีความเสือใหม่ในรูปแบบของตัวเอง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ด้านหลังชั้นสามเคยมีห้องนอนเล็กๆ และห้องน้ำ ปัจจุบันปรับเป็นห้องครัว และห้องหมักดองของจำพวกซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู โคจิ มิโสะ เนื้อดรายเอจ และวัตถุดิบอื่นๆ สิ่งสนุกในห้องนี้คือลูกน้ำดับเพลิงของเก่าที่ติดไว้บนกำแพง เป็นของหายากที่พบได้ในบ้านเก่าเท่านั้น

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ชั้นสี่เคยเป็นห้องนอนสองห้องและมีเตียงสูบฝิ่น แปลงโฉมใหม่เป็นบาร์ OPIUM และยังมีโซน Private Bar ซึ่งในอนาคตจะเปิดแยกกับร้าน Fine Dining ใครไม่กินข้าวก็มานั่งจิบเครื่องดื่มสังสรรค์ที่บาร์ได้ มีธีม Liquid Surreality ให้แขกได้ชิมและได้ทดลองอะไรใหม่ๆ วัตถุดิบทำเองสนุกๆ หลายอย่าง ทั้งโซดาและโคลา 

ภาพ : Restaurant.Potong
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
ภาพ : Restaurant.Potong

ชั้นห้า ซึ่งเป็นโซนดาดฟ้าเคยเป็นสวนและที่หย่อนใจ ออกกำลังกายของคุณปู่ ปรับเป็นรูฟท็อปบาร์และสวนครัวเล็กๆ โดยยังคงโครงไม้เขียนตัวอักษรว่าจินเหมิน แปลว่าประตูทอง สื่อถึงหมู่เกาะบ้านเกิดของต้นตระกูล โดยพื้นที่นี้แขกที่มารับประทานอาหารที่ร้านก็ขึ้นมาชมวิวได้ ส่วนชั้นหกเล็กๆ ที่มีแค่ครึ่งเดียวเป็นสถานที่ดูดาว กลายเป็นที่เก็บโครงสร้างเครื่องปรับอากาศและส่วนต่อเติมใหม่ให้เรียบร้อยแข็งแรง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

อาหารแห่งกาลเวลา

คอนเซ็ปต์หลัก โพทง คือกาลเวลา ที่อยากให้ลูกค้าสร้างความทรงจำที่นี่ ไม่ว่าจะตึกเก่าปนใหม่ ไปจนถึงมื้ออาหารที่มีกาลเวลาเป็นแม่ครัว โดยวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่นี่ทำเองแทบทั้งหมด 

นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์การใช้ 5 Elements ของเชฟแพม คือความเค็มจากเกลือ ความเปรี้ยว เครื่องเทศ กลิ่นและรสชาติรวมควันจาก Maillard Reaction และเนื้อสัมผัส เช่น ความกรอบ ความนุ่ม ความหนึบ ซึ่งเชฟแพมเชื่อว่าทำให้อาหารซับซ้อนและครบรสมากขึ้น นอกจากนั้นประสบการณ์ของที่นี่ยังเปี่ยมล้นด้วย 5 ผัสสะ ทั้งฟังเรื่องเล่า เห็นความสวยงาม ชิมรสอร่อย ดมกลิ่นหอม และได้หยิบจับส่วนประกอบต่างๆ ในคอร์สอาหารดินเนอร์

“แพมเพิ่งมีลูก เลยได้ศึกษาว่าถ้าอยากให้เด็กเรียนรู้อะไร ต้องให้เขาได้ทดลองประสาทสัมผัสทั้งห้า ถ้าอยากให้เขารู้ว่าแอปเปิ้ลคืออะไร ดูแต่รูปภาพไม่ได้ ต้องเล่าให้ฟัง ให้เห็น จับ ดม และสุดท้ายคือให้กินแอปเปิ้ล เราเอาเรื่องนี้มาผสานกับร้าน” 

อาหารของร้านโพทงเป็น Progressive Thai-Chinese หยิบเอาอาหารไทยจีนของคนจีนโพ้นทะเลมาปรุงและตีความใหม่ ผสานกับความรู้สมัยใหม่ของเชฟแพม ไม่ใช่ทั้งอาหารไทยโบราณ และไม่ใช่อาหารจีนที่มีอยู่ทั่วไปในเมืองจีน เนื่องจากเป็นคอนเซ็ปต์ที่แปลกและสื่อถึงตัวตนของเชฟเชื้อสายไทยจีน อาหารที่นี่มี 20 กว่าคอร์ส ตัวเมนูเป็นจดหมายของเชฟแพมต่อบรรพบุรุษที่ซ่อนชื่อรายการอาหารทั้งหมดไว้ และแต่ละเดือนมื้ออาหารจะมีสลับหมุนเวียนทีละอย่าง

ขอยกตัวอย่างอาหารมาให้ชมสักเล็กน้อย 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เมนูแรกคือ Corn Koji ที่ใช้ทุกส่วนของข้าวโพด ได้แรงบันดาลใจจากซุปข้าวโพดจีนที่ใส่พริกไทยขาวเยอะๆ แปลงเป็นคัสตาร์ดพริกไทยขาว มูสข้าวโพดทำจากโคจิ และเมล็ดทานตะวันกับทรัฟเฟิลวิเนการ์ แผ่นข้าวโพดด้านบนทอดด้วย Brown Butter กินแกล้มกับแผ่นข้าวโพดผสมพริกไทยขาวรูปใบไม้ รมควันเปลือกข้าวโพด ส่วนผมข้าวโพด ทำเป็นชาร้อน ใส่เง็กเต็ก ผิวมะนาว กานพลู และโป๊ยกั้ก หอมชื่นใจ

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ต่อมาคือไก่ดำ พระเอกของร้าน ไม่ใช่แค่ตุ๋น เอามาตากแห้ง แล้วก็ย่าง และเสิร์ฟพร้อมหัวใจไก่ดำ ผงดำๆ คือมันไก่อบสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมข้าวที่อบกับสมุนไพรยาจีน

ของหวานก็สนุกไม่แพ้กัน ไอศกรีมซีอิ๊วดำครอบด้วยน้ำตาลเป่าทรงพริกแห้ง ด้านในมีช็อกโกแลตขาว พริกซินเจียง คาราเมลช็อกโกแลตกับหม่าล่า และเครื่องพะโล้กับช็อกโกแลตนม เสิร์ฟพร้อม Smoke กลิ่นพะโล้ เป็นเมนูที่สื่อถึงถนนทรงวาด

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวทรงวาดข้างหลังนี้ก็เป็นถนนเครื่องเทศของแห้ง ซึ่งเราซื้อวัตถุดิบแถวนี้หมด แต่พวกอาหารทะเล เราทำงานกับชาวประมงเล็กๆ จากระนอง เพชรบุรี ภูเก็ต พังงา แล้วแต่ว่าวันนี้เราได้อะไรมา ส่วนผักและดอกไม้ออร์แกนิก เราได้วัตถุดิบจากเชียงราย เชียงใหม่ และเพชรบูรณ์ ยกเว้นซอสที่ทำเองแทบทุกอย่างเลยค่ะ”

Restaurant.Potong ตั้งใจจะเปิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ระยะล็อกดาวน์ทำให้เพิ่งเริ่มเปิดได้เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น โดยปัจจุบันเปิดรับลูกค้าเพียง 20 คนต่อวัน ดินเนอร์มีทั้งหมด 20 กว่าคอร์ส ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น และควรจองอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้า ราคาคอร์สปัจจุบันตกอยู่ที่ 4,500++ บาท 

คอร์สหนึ่งใช้เวลาราว 3 – 4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม ซึ่งลูกค้าสามารถนั่งฟังเรื่องราว พูดคุย และดื่มด่ำกับกาลเวลาและแต่ละมุมในร้านได้อย่างเต็มที่ 

“ตอนนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป็นคนไทย ซึ่งเขาจะคุยกันว่าอาหารเราเชื่อมโยงได้ เข้าใจได้ พาพ่อแม่อาม่าอากงมากินได้ จานสุดท้ายที่เป็นเมนคอร์สคือ Back to Basic มีโต๊ะกลมเสิร์ฟเป็ดย่าง เนื้อ กินกับข้าวสวยตรอก ไม่ใช่แค่เล็กๆ ตลอดแล้วกินเสร็จแล้วไม่อิ่ม ต้องไปทานข้าวต้มต่อ” เชฟแพมรับประกันความเข้าถึงง่ายของอาหารสไตล์ไทยจีนในเยาวราช

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวนี้ก็เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ตึกแถวนี้มีเสน่ห์มาก คุณสมชัย (สมชัย กวางทองพาณิชย์ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเยาวราช) ก็มาเยี่ยม บอกว่าดีมากเลยที่เราเก็บที่นี่ไว้ และดีที่เยาวราชมีที่แบบนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยก็พาลูกศิษย์มาดูตึก เพราะสถาปัตยกรรมแบบนี้ไม่เหมือนตึกอื่นๆ รอบๆ เลย ตรงทรงวาดมีแกลเลอรี่ มีร้านเอฟวี เราก็พยายามเกาะกลุ่มกัน ช่วยกัน อยากให้มีร้านเกิดมาแถวนี้เยอะๆ” 

ทายาทรุ่นที่ 5 ของร้านขายยาโพทงเอ่ยตบท้ายด้วยรอยยิ้ม คลื่นลูกหลังที่เข้ามาในไชน่าทาวน์ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ปลุกย่านนี้ให้สนุกมีชีวิตชีวา

Restaurant.Potong

วันทำการ : ปิดวันอังคาร-พุธ 

เว็บไซต์ : www.restaurantpotong.com/

Facebook : Restaurant.Potong

โทรศัพท์ : 08 2979 3950 (จองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้น) 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load