20 พฤศจิกายน 2563
8 K

01

รุ่งอรุณแห่งความสุข

สุโขทัยคือเมืองรุ่งอรุณแห่งความสุข

ร้อยทั้งร้อยคนที่มาสุโขทัย ล้วนปักหมุดหมายไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อชมหลักฐานความเจริญของอารยธรรมไทย แม้ไม่ใช่วัดวังที่ยังงามเรืองรองเหมือนอย่างกรุงเทพฯ แต่บรรดาวัดวังที่เคยงามรองเรืองมาเมื่อ 700 ปีที่แล้วนั้นก็ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ทว่าเป้าหมายของเราวันนี้อยู่ห่างออกมา 12 กิโลเมตร ในตัวอำเภอเมืองสุโขทัย

ตึกแถวขนาด 2 คูหา ริมถนนบาลเมือง เยื้องกับโรงเรียนสารสาร์ท คือที่ตั้งของ Rush Lush Craft Cafe ร้านกาแฟสายคราฟต์ของ รัตน-สุรีรัตน์ กลิ่นขจร และแน็ค-ปริวัฒน์ วิเชียรโชติ ลูกหลานชาวสุโขทัยที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดมาเปิดคาเฟ่

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ความดีงามของสถานที่แห่งนี้ที่ทำให้เราชวนเจ้าของทั้ง 2 คนมานั่งคุยด้วยมี 2 ข้อ

ข้อแรก ป้าย ‘กาแฟร้านเราไม่ใส่น้ำตาล เพื่อเคารพรสชาติและความตั้งใจจากเกษตรกร’ ที่ตั้งเด่นตระหง่านหน้าเคาน์เตอร์ คือเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงของทั้งคู่ ในการเลือกเสิร์ฟวัตถุดิบท้องถิ่นโดยปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เพื่อนำเสนอรสที่แท้จริงจากธรรมชาติ

ข้อสอง ร้านนี้เปิดแค่วันศุกร์-อาทิตย์ เพราะแน็คและรัตน์จะใช้เวลา 4 วันที่เหลือออกไปชาร์จแบตกายและใจ ด้วยการทำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม เข้าหาชุมชน และนำวัตถุดิบท้องถิ่นแท้ๆ มาใช้ที่ร้าน

เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่เราจะชวนทุกท่านมาเอนตัวลงบนเก้าอี้นุ่มๆ กลางร้านย่านเมืองเก่า ดื่มอเมริกาโน่ร้อนไม่ใส่น้ำตาล คู่กับขนมปังยีสต์ธรรมชาติ พลางชิมชีสเค้กฟักทองจากกลุ่มปกาเกอะญอ พร้อมฟังเมนูต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวอันแสนอบอุ่นและน่าสนุกของวัตถุดิบนานาชนิดไปพร้อมกัน

แล้วจะรู้ว่าสุโขทัยมีดีกว่าที่คิด

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

02

ที่ไปที่มา

ก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะเปิดร้าน Rush Lush Craft Cafe ที่สุโขทัย พวกเขาเปิดคาเฟ่ชื่อเดียวกันนี้ในกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยามาก่อน

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรืออย่างไร ที่ตอนนั้นตึกข้างๆ ร้านของพวกเขาได้เปลี่ยนมาทำโฮสเทล แน็คและรัตน์จึงได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของกิจการเพื่อนบ้าน สานสัมพันธ์จนกระทั่งสนิทสนม ขณะเดียวกันนั้น สองสามีภรรยาก็ได้ซึมซับและตกหลุมรักวิถีชีวิตของชาวโฮสเทลไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อถึงคราวที่ต้องย้ายกลับสุโขทัย จึงคิดริเริ่มอยากจะนำโมเดลโฮสเทลที่พวกเขาสนใจ กลับมาดำเนินธุรกิจต่อที่บ้านเกิดพร้อมกับคาเฟ่เดิม ด้วยแรงกำลังที่เปี่ยมล้น และความสนใจใคร่รู้ที่แม้มีมากมาย แต่กลับสะเปะสะปะไร้ทิศทาง

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์จึงไปปรึกษาส้ม แห่ง The Yard Hostel เกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินธุรกิจ จนสุดท้ายพวกเขาได้รับคำแนะนำว่าให้ลองเข้าร่วมโครงการพอแล้วดีดู เผื่อว่าไอเดียที่ฟุ้งฝันและแรงบันดาลใจอันแรงกล้าของพวกเขานั้นจะเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น

เมื่อได้เรียนรู้กระบวนการคิดจากโครงการที่ว่ามาแล้ว แน็คและรัตน์จึงตัดสินใจย้ายกิจการมาเปิดโฮสเทลและคาเฟ่ที่สุโขทัย ธุรกิจดำเนินไปได้สักระยะก็เผชิญปัญหาโรคระบาด COVID-19 ที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้ พวกเขาจึงจำต้องปิดส่วนโฮสเทลไป เพราะฟากธุรกิจนั้นอาศัยลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก แล้วย้าย Rush Lush Craft Cafe มายังพื้นที่บ้านของครอบครัวแน็ค ทั้งคู่จึงสามารถทุ่มเทแรงกายแรงใจให้แก่คาเฟ่ได้มากขึ้น

03

ใจบันดาลแรง

“คิดว่าต้องทำยังไงให้เราสามารถใช้ชีวิตแบบบาลานซ์ได้ ผมเป็นคนที่อยู่ไม่ค่อยนิ่ง ปรกติจะต้องปิดร้านเพื่อไปหาคนโน้นคนนี้ ไปหาเพื่อนใหม่ สถานที่ใหม่ๆ ก็เลยคิดกันว่า ถ้างั้นก็เปิดร้านแค่ 3 วัน อีก 4 วันจะได้ทำอะไรอย่างอื่น”

แน็คอธิบายถึงที่มาที่ไปว่าทำไม Rush Lush Craft Cafe ถึงเปิดแค่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์

แล้ว 4 วันที่เหลือ คุณเอาเวลาไปทำอะไร-เราถาม

“อะไรที่เป็นประโยชน์กับสังคม เราจะเอาเวลาสี่วันนี้ไปทำ เพื่อไม่ให้งานเราเสียไปด้วย”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์สลับกันเล่าถึงบรรดากิจกรรมที่พวกเขาทำในวันหยุดให้เราฟัง ด้วยสีหน้า แววตา และน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจและความสุข

“ก่อนหน้านี้ที่โฮสเทล เรารับชาวต่างชาติมาเป็นอาสาสมัครไปทำประโยชน์ตามที่ตัวเขาถนัด ให้เขาได้ค้นหาตัวเอง ค้นพบความสามารถ และได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมไปด้วย

“ล่าสุดไปเจอกลุ่มเกษตรออร์แกนิกในสุโขทัย เราก็เข้าไปช่วยเขาเรื่อง Design Thinking หรือเวลาจะมีคนเข้ามาศึกษาดูงาน เราก็จะช่วยวางแผนรับมือ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ช่วยติดต่อหาตลาดให้เขา ให้คอนเนกชันกับเขา ช่วยในสิ่งที่เราช่วยได้”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ความฉงนสนเท่ห์ของเราก็ยิ่งทวีคูณ วิถีการดำเนินธุรกิจเช่นนี้ดูจะไม่ได้มุ่งหวังกำไรเป็นสำคัญ แต่น่าจะโฟกัสไปที่ความสุขใจมากกว่า เราอดสงสัยไม่ได้ว่าความคิดอะไรที่ชุบชูจิตใจให้ทั้งสองคนมีเรี่ยวแรงออกไปทำเช่นนี้อยู่เสมอ

“เมื่อก่อนผมทำงานในวงการผลิตโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องราวเพื่อสังคม เลยได้มีโอกาสรู้จักบรรดาผู้คนที่เขาทำอะไรแบบนี้ เช่น ครูปู่ ซ.โซ่ อาสา คนนี้เป็นแรงบันดาลใจสุดๆ เลย ครั้งหนึ่งแกเคยพูดว่า ‘ยิ่งอายุเหลือน้อย ยิ่งต้องเร่งทำความดี เพราะไม่เหมือนกับหนุ่มสาวที่จะทำความดีเมื่อไหร่ก็ได้ ยิ่งแก่ยิ่งต้องรีบทำ’ เราก็กลับมาคิดได้ว่าเราเพิ่งอายุเท่านี้ แล้วทำอะไรอยู่วะ ยิ่งพอมาเข้าโครงการพอแล้วดี เลยได้ค้นพบคุณค่าที่เรายึดถือจริงๆ เลยรู้ตัวว่านี่แหละคือสิ่งที่เราต้องทำ”

04

เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

นอกจากเข้าไปช่วยเหลือชุมชนผ่านโครงการต่างๆ แล้ว ทั้งคู่ยังได้อุดหนุนสินค้าชาวบ้าน นำวัตถุดิบพื้นถิ่นที่เติบโตขึ้นมาจากความใส่ใจของผู้ผลิต มีความพิถีพิถันเป็นปุ๋ยยาที่คอยบำรุงให้เติบโตอย่างสุขภาพดี มาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ที่ร้านอีกด้วย

“เราไม่ได้แค่ไปซื้อผลผลิตมาใช้เฉยๆ แต่เราไปดูว่าใครเป็นคนทำ เขาทำยังไง ภูมิปัญญาแบบไหน ขนมปังที่ร้าน มีขนมปังฟักทอง เผือก และมัน จากชุมชนที่เรานำมาดัดแปลงใช้

“อย่างชีสเค้กเสาวรส เราได้เสาวรสมาจากขุนแปะ อำเภอจอมทอง เชียงใหม่ ซึ่งเราได้ลงไปทำงานร่วมกับชุมชนในด้านการฟื้นฟูวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เป็นเวิร์กช็อปชื่อว่าลิ้มรสให้รู้ราก ตอน จากผืนดินสู่ดวงดาว วิถีชาวปกาเกอะญอ เพื่อให้คนได้เห็นอีกรูปแบบของการท่องเที่ยวแบบที่ไม่ฉาบฉวย”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์ใช้วัตถุดิบเหล่านั้นด้วยความเคารพในเกษตรกร และเชื่อมั่นในความอร่อยแต่ดั้งเดิม ทั้งสองจึงพยายามปรุงแต่งอาหารในร้านให้น้อยที่สุดเพื่อชูวัตถุดิบ เพราะต่างเห็นถึงคุณค่าของรสชาติอันเป็นแก่นแท้ที่จะบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังอาหารจานนั้น

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คเล่าประสบการณ์สนุกๆ ให้เราฟังว่า “มีครั้งหนึ่งเข้าไปที่หมู่บ้าน มีชาวปกาเกอะญอคนหนึ่งเอาฟักทองมาให้ เราก็เอามาทำขนมปังโดยที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เลย เช้ามาก็เอาไปให้เขากิน เขาบอกว่า ‘พี่ มันอร่อยมากเลยอะ’ ผมเลยรู้สึกว่าพอได้ทำอะไรที่เป็นธรรมชาติแท้ๆ โดยไม่ต้องพึ่งอย่างอื่นนอกจากมือกับใจ มันออกมาดีมาก คนที่เป็นเจ้าของก็รับรู้ได้ว่าตัวเองมีคุณค่า แล้วก็เอาเรื่องราวมาเล่าในร้าน ว่าใช้ฟักทองจากปกาเกอะญอ เขาปลูกผลผลิตพวกนี้เพื่อต่อสู่กับการปลูกพืชแบบอุตสาหกรรมอย่างข้าวโพด ลูกค้าก็เข้าใจและอิน เราเลยรู้สึกว่า โอเคว่ะ แฮปปี้”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่ยังคงใช้วัตถุดิบหลักมาจากพื้นที่ท้องถิ่นคือเพราะต้องการสื่อสารว่าสุโขทัยนั้นมีอะไรดีมากกว่าการเป็นเมืองเก่าแก่โบราณ

“แม้จะเป็นขนมปังง่ายๆ แต่เราก็พยายามเอาของท้องถิ่นมาประยุกต์หรือทำให้พิเศษขึ้นมา มีช่วงนึงมะม่วงตลับนาคของสุโขทัยเหลือเยอะมาก เราก็เอามากวนแล้วแช่แข็งไว้ พอได้เสาวรสจากปกาเกอะญอ ก็เอามาผสมกันทำเป็นแยม แล้วลองเอามะม่วงมาใส่ขนมปัง สรุปว่ามันอร่อย กลิ่นหอมฟุ้ง เราชอบมาก อย่างน้อยเราก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนสุโขทัยด้วยกันเองได้เห็นว่าเป็นไปได้ที่จะนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำให้ดี”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

เพียงได้ฟังเรื่องราวที่เจ้าของร้านผู้หญิงเล่าให้ฟังก็น้ำลายสอ อยากจะลองชิมเมนูจากของดีท้องถิ่นดูบ้าง

“ล่าสุดเราทำเพสโต้โหระพา เอาโหระพาจากข้างบ้าน ปลาเค็มชุมพรที่ได้มาจากน้องที่เรารู้จัก ปลาป่นของดีสุโขทัย แล้วก็สมุนไพรจากเผ่าปกาเกอะญอที่เชียงใหม่ เอามาผสมกันทำเป็นซอสเพสโต้ พอคนมากินเขาก็ว้าว อร่อย แค่นี้ก็รู้สึกประสบความสำเร็จแล้ว เราได้นำเสนอของดีจากท้องถิ่นต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่ในสุโขทัยเท่านั้น”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

05

เรื่องราวระหว่างคนกับคน

“เราอยากให้คนลึกซึ้งกับการกิน” แน็คเผยความตั้งใจจริงให้เราฟัง “คนมาร้านเราจะได้สัมผัสข้อนี้แน่ๆ เราไม่ได้เสิร์ฟอาหารที่อร่อยที่สุดหรอก แต่เบื้องหลังของทุกจานมันมีคุณค่าอะไรบางอย่างซึ่งคนกินจะสัมผัสได้ทันที”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน
Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ทั้งคู่ยังบอกอีกด้วยว่าพวกเขาตกหลุมรักเสน่ห์ของความสัมพันธ์ระหว่างคนเข้าอย่างจัง เวลาทำอะไรก็จะให้ความสำคัญแก่คุณค่าของมนุษย์เป็นหลัก

“อย่างที่ไปสอนทำขนมปังล่าสุดเพราะพี่คนนี้เขาขอให้เราช่วยสอนมาเป็นปี ไม่ใช่ว่าเราหวง แต่ว่าเราอยากสอนคนที่เราสนิทใจ คนที่อยากทำเป็นจริงๆ สูตรของเราก็ไม่ได้วิเศษอะไร แล้วต้องไปสอนที่บ้านเขาด้วยนะ เพราะเขาจะได้ใช้อุปกรณ์ในครัวตัวเองทำได้

“เราก็ไม่ได้เก่งอะไรมากเลยอยากเป็นแบบเพื่อนสอนกันมากกว่า แค่เห็นว่าลูกค้าคนนี้ไปมาหาสู่เราเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่า ถ้าวันนึงเขาทำแล้วมันพิเศษหรือว่าเวิร์ก เราก็ยินดี แล้วถ้าเขาจะมาแบ่งให้เราชิมเราก็ยินดีมากเช่นกัน เราเองยังต้องฝึกอีกเยอะ ไม่ได้กะจะขายคลาสเป็นกิจจะลักษณะอะไร”

ทั้งหมดทั้งมวลก็วกกลับมาที่เรื่องความสัมพันธ์ของคนอยู่ดี

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า “ร้านเราจุดเด่นคือไม่ได้ทำอาหารอร่อย แต่ที่รสชาติดี เพราะวัตถุดิบที่เราเลือกมามันอร่อยอยู่แล้ว”

“ใช่ ไม่ปรุงแต่งเขาอะ ไม่ปรุงแต่งจนเกินพอดี ให้ธรรมชาติเขาปรุงมาเอง” รัตน์เสริมพร้อมรอยยิ้ม

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ใครอยากเข้าไปชิมอาหารอร่อยๆ ดื่มด่ำรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบที่ Rush Lush Craft Cafe และฟังเรื่องราวสนุกๆ จากแหล่งที่มาของแต่ละจาน แน็คกับรัตน์ก็ยินดีมากๆ และพร้อมต้อนรับเสมอ เพียงแต่อย่าลืมว่าร้านเปิดเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์นะ เพราะทั้งคู่บอกว่า

 “อยากให้มีเวลาคิดถึงกัน ไม่ต้องเจอกันทุกวันหรอก แต่ถ้าเปิดร้านแล้วคิดถึงกัน ก็แวะมา”

Rush Lush Craft Cafe

เลขที่ 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 64000 (แผนที่)

เปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

โทร. 08 6735 1835

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

ปรีชญา จงศรีสวัสดิ์

ช่างภาพที่เชื่อว่าการตายอย่างมีคุณภาพคือการตายด้วยของกินที่ดีและอร่อย

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ร้านกาแฟขายคู่กับอะไรได้อีกในความคิดของคุณ

ประเมินประมาณความนิยม แน่นอนว่ายืนหนึ่งต้องยกให้เมนูเบเกอรี่ บ้างนำเสนอขนมไทยโบราณ เชื่อไหมว่าบางแห่งมีบริการขนมจีนน้ำเงี้ยวด้วย ถ้าคิดว่า เห้ย! แล้ว อยากบอกว่าร้านนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะเขาขายคู่กับรองเท้า!

Basecamp Trail Provision’ คือร้านกาแฟที่ครั้นจะแนะนำให้นักวิ่ง ก็กลัวตัวเองจะหิ้วมะพร้าวห้าวมาขายสวน เพราะหากไม่ใช่หน้าใหม่นักหรือขาจรที่เพิ่งเคยมาเคาะเท้าแถวเชียงใหม่ คงรู้จักมักคุ้นกันดี เนื่องจากไม่เพียงเป็นคาเฟ่บรรยากาศร่มรื่นเขียวขจีที่ทั้งบริหารและบริการโดยนักวิ่งแถวหน้าและนักวิ่งแถวบ้านแทบทั้งทีม ทว่ายังมีโซนจำหน่ายรองเท้า ไม้โพล ไฟคาดหัว นาฬิกา สารพัดอุปกรณ์พื้นฐาน ตลอดจนบริการที่ดีต่อใจมิตรรักนักวิ่ง จึงทำให้ที่นี่เป็นเสมือนฮับของคนรักการวิ่งโดยเฉพาะสายเลนธรรมชาติ รวมถึงสำนักป้ายยาที่จะช่วยจุดประกายไฟในการออกกำลังกายให้ลุกโชน

เราเดินทางมุ่งหน้ามายังเชิงดอยสุเทพ เพื่อพูดคุยกับ เค้ก-ภาวิดา และ แฮรี่-แฮรี่ โวเวลส์ คู่รักนักวิ่งเทรลและเจ้าของร้าน ชวนไขแนวคิด แรงบันดาลใจ และเส้นทางการสรรค์สร้าง Basecamp Trail Provision จากร้านกาแฟเล็ก ๆ ใต้คอนโดสู่การเติบโตอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมเรื่องราวโปรเจกต์ที่พวกเขากำลังผลักดันให้เมืองหลวงแห่งการวิ่งเทรลแห่งนี้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

Max Heart R(el)ate

“ก่อนเปิดร้านกาแฟทำอะไรกันมาก่อนเหรอครับ”

ผมปูบทสนทนาด้วยคำถามคลาสสิก กระนั้นก็เดาไม่ออกเลยว่า เค้ก ที่ภายนอกดูเป็นผู้หญิงทะมัดทะแมงแต่งตัวเท่ จะเคยทำงานอยู่ฝ่ายกิจการนักเรียน ส่วนแฮรี่ ชายหนุ่มอัธยาศัยดีและสุภาพนอบน้อม ก่อนหน้าเคยสังกัดองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานประเทศที่สาม ทั้งคู่เป็นชาวเชียงใหม่ รักการวิ่ง แต่ได้มีโอกาสสบตากันจริงครั้งร่วมงานที่แม่ฮ่องสอน จากนั้นจึงออกวิ่งเคียงข้างกันพลันควงแขนกลับมาปักหลักจังหวัดบ้านเกิด

นับนิ้วย้อนไปราว 7 ปี เป็นช่วงที่เค้กและแฮรี่เริ่มเสพติดการวิ่งผจญป่า โดยมีเส้นทางวิ่งเทรลวัดผาลาด-วัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นสนามซ้อมประจำ แต่เรื่องของเรื่องคือ ทุกคราวที่ออกมาวิ่งแล้วอยากเติมคาเฟอีนหรือปวดห้องน้ำ กลับไม่มีร้านไหนให้พึ่งพา ท้ายสุดจึงผุดไอเดียเปิด ‘Basecamp Coffee House’ ร้านกาแฟสำหรับรองรับนักวิ่งและคนออกกำลังกายยามเช้าตรู่ ความใจเด็ดคือทั้งสองจับมือกันลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน เพื่อสวมหมวกเจ้าของกิจการแบบนับหนึ่งใหม่หมดจด ชนิดไม่เคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจหรือแม้แต่หยิบแทมเปอร์มาก่อน

“มันเป็นความต้องการจากใจของพวกเรามากกว่าครับ” แฮรี่ตอบเมื่อถูกถามถึงความกล้าได้กล้าเสีย “แล้วเราก็ไม่ได้คิดว่าถ้าทำแล้วจะต้องรวยหรือมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เพียงแต่ต้องการมีความสุขกับการวิ่ง กับการกินกาแฟ และกับคอมมูนิตี้นักวิ่งเป็นหลักครับ”

ร้านกาแฟยุคตั้งไข่ของคู่รักนักวิ่ง อาศัยเช่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของโครงการคอนโดมิเนียม บรรยากาศกะทัดรัดและอบอุ่นด้วยลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ แต่เหนียวแน่น ทั้งนักวิ่ง นักปั่น หรือเหล่ายิปซีสะพายแล็ปท็อปที่พอได้แวะเวียนมาบ่อยเข้าก็เปลี่ยนไปสะพายเป้น้ำ สวมคอมเพรสชั่น รับและปันแรงบันดาลใจในเกมกีฬาแก่กัน พลางเติมไฟฟูมฟักคอมมูนิตี้ของคนที่ชอบวิ่ง ปั่น ออกกำลังกาย

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล
Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

Community Supporter

บนบันไดสีอ่อนทอดสู่ตัวร้านมีข้อความ ‘Start – Finish’ ประดับกึ่งกลางขั้น เค้กเชื่อมโยงว่ามันเป็นเสมือนหมุดหมายความตั้งใจที่เธออยากปลุกปั้นที่นี่ให้เป็นดัง Trailhead จุดเริ่มของการออกไปวิ่งเทรลในเส้นทางใกล้เมืองชิดเขาและจุดสิ้นสุดหลังวิ่งเสร็จสรรพ พร้อมสำหรับการผ่อนพักหรือทำงานต่อ

ขณะเดียวกันจุดเริ่มของ Basecamp Trail Provision กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่ล่วงผ่าน แต่ยังโยกย้ายร้านมาแล้วถึง 2 คราว จึงก้าวมายืนอยู่อีกฝั่งของจุดสิ้นสุด ซึ่งบรรจบฝันของคนทั้งคู่

“จากเป็นห้องเล็ก ๆ ใต้คอนโด เราก็ขยับหาที่ใหม่ไม่ไกลกันเพื่อขยายร้าน ระหว่างทำร้านสองก็ได้ไอเดียขายอุปกรณ์วิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น จนประมาณกลางปี 2021 จึงตัดสินใจย้ายร้านมาตรงนี้ ซึ่งเป็นทำเลที่เราเล็งไว้ตั้งแต่เปิดร้านแรกแล้วล่ะ แค่ตอนนั้นหลายอย่างยังไม่พร้อม” เค้กพาย้อนเรื่องราวการเดินทางของร้าน ก่อนเสริมต่อ “เรารู้สึกว่ามันเป็นทำเลในฝันของเราเลย เพราะมีพื้นที่เกือบ 2 ไร่ เพียงพอรองรับลูกค้า แล้วก็ต่อเติมโซนจำหน่ายอุปกรณ์วิ่งแยกส่วนจากคาเฟ่ หรือปลูกสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนชุมชนได้สบาย”

พื้นที่กว้างขวางที่เค้กบรรยายเดิมเคยเป็นป่ารกทึบ ปัจจุบันโปร่งโล่ง สดชื่น ทว่ายังคงเขียวครึ้มและเย็นรื่น เนื่องจากการออกแบบร้านนั้นให้ความสำคัญกับการรักษาลักษณะธรรมชาติของพื้นที่และดูแลต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร้านจึงล้อมรอบไปด้วยร่มเงาของมะขาม ลำไย ขนุนป่า มะกอกป่า และอีกนานาชนิดพันธุ์ที่เจ้าตัวพยายามนึกแต่จนใจคล้ายติดอยู่ริมฝีปาก

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล
Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

“บรรยากาศตรงนี้ทำให้แนวคิดความเป็น Basecamp ชัดเจนขึ้น” แฮรี่พูด “อีกอย่างพอย้ายมาปุ๊บเราก็คุยกับเค้กว่าอยากปรับชื่อร้านจาก Basecamp Coffee House เป็น Basecamp Trail Cafe เพราะรู้สึกว่าชื่อเดิมเน้นไปทางการเป็นสเปเชียลลิตี้ด้านกาแฟ ซึ่งเรารู้ตัวเองว่าไม่ใช่ ส่วนฝั่งขายอุปกรณ์วิ่งเราใช้ Basecamp Trail Provision แต่พอสื่อสารออกไป คนส่วนใหญ่มักจะติดเรียกร้านเรารวม ๆ ว่า Basecamp Trail Provision มากกว่า”

แม้จะออกตัวว่าไม่ได้สเปเชียลลิตี้ แต่กาแฟของที่นี่ก็เปี่ยมความใส่ใจด้วยการเลือกใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพจากผู้ผลิตท้องถิ่น พร้อมสร้างสรรค์เมนูสนุก ๆ มาให้ลองลิ้มทุกเดือน แต่ถ้าใครไม่ถนัดทางคาเฟอีน ก็มีน้ำผลไม้สดและคีเฟอร์เครื่องดื่มโปรไบโอติกเพื่อสุขภาพไว้เติมความสดชื่น ที่สำคัญทางร้านยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการรักษ์โลก เช่น นำแก้วมาเองมีส่วนลด ใช้หลอดและแก้วพลาสติกย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ตลอดจนมุมจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล
Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

ส่วนสำนักป้ายยาในคราบของร้านขายอุปกรณ์การวิ่งนั้นจะเน้นนำเสนอแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ครบทั้งสายซ้อม สายแข่ง ยันสายแฟและไม่ซ้ำกับบนห้าง โดยเฉพาะแบรนด์เอเชียและแบรนด์ไทย อาทิ Milestone SCSL YUP Brooo ซึ่งทางร้านเทใจสนับสนุน ควบคู่ออกแบบบริการแพ็กเกจดูแลนักวิ่งต่างชาติที่อยากมาประลองสนามเทรลในบ้านเรา ทั้งเรื่องที่พัก การเดินทาง เซอร์วิสก่อน-หลัง และระหว่างแข่งขัน เพื่อให้พวกเขาได้โฟกัสกับการวิ่งอย่างเต็มที่ มอบความสุข ความประทับใจ เพื่อร่วมผลักดันวงการวิ่งเทรลไทยให้เติบโต

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าอีกฝันคือการได้เป็นพื้นที่อำนวยความสะดวกสำหรับนักวิ่ง Basecamp Trail Provision จึงชักชวนเพื่อนฝูงมาเปิดร้านบริการความอร่อยคลายหิว พร้อมโหลดคาร์บ ทั้ง ‘ร้านลุงไก่’ สไตล์ตามสั่งครอบจักรวาล และ Treespoon ที่เสิร์ฟเบรกฟาสต์และสโมกบาร์บีคิว รวมถึงมีบริการพิเศษอย่างห้องอาบน้ำ

“ที่ร้านเรามีห้องอาบน้ำ 2 ห้องค่ะ เพื่อช่วยให้นักวิ่งประหยัดเวลาไม่ต้องกลับไปอาบน้ำที่พัก วิ่งเสร็จแล้วแวะมาอาบน้ำได้ที่ร้าน ใครอยากนั่งชิลล์กินกาแฟ หรือทำงานทำธุระต่อก็ลุยได้เลย”

เจ้าของร้านมาดเท่กระซิบว่าห้องอาบน้ำมีบริการน้ำอุ่น สบู่ แชมพู ครีมนวดผม และไดร์เป่าผมครบเซ็ต แถมไม่คิดค่าบริการ เพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาอยากตอบแทนเพื่อนนักวิ่งที่คอยสนับสนุนทางร้านเสมอมา

Great Pacer

ทั้งเห็นมากับตาว่ามักมีบรรดานักวิ่งระดับอีลิตเวียนมาปรากฏกายถ่ายภาพลงโซเชียลอยู่เนือง ๆ ซึ่งดูเหมือนจะช่วยตอกย้ำสิ่งที่ได้ยินกับหูว่า “หากนักวิ่งคนไหนไม่ได้แวะ Basecamp ก็คงเหมือนยังไม่ถึงเชียงใหม่” ให้ดูเป็นเรื่องจริงจัง เมื่อได้อยู่ต่อหน้าผู้อยู่เบื้องหลังเสียงเล่าอ้าง เราจึงถือโอกาสถามกุญแจดอกลับที่ทำให้ Basecamp Trail Provision เดินทางมาถึงจุดนี้

เค้กครุ่นคิด “น่าจะความจริงใจนะคะ”

เรียบง่ายปานนั้น ผมคิด และคำตอบนี้พาให้คิดย้อนไปในคราวแรกที่โทรมาติดต่อขอนัดหมายสัมภาษณ์ผ่านหมายเลขที่แปะหน้าเฟซบุ๊กแฟนเพจของร้าน แนะนำตัวพลางพูดคุยพักใหญ่ กว่าจะรู้ว่าปลายสายสนทนานั่นแหละคือเค้ก หาใช่พนักงาน จนต้องหัวเราะกลบเกลื่อนแก้เก้อ เช่นกับแรกมาถึงที่เจอแฮรี่ทักทายพลันขอโทษขอโพยอย่างรู้สึกผิด เนื่องจากเค้กติดลูกค้าอยู่นานสองนาน

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

“เค้กทุ่มเทกับร้านมากครับ เช้ายันเย็นเขาจะติดอยู่กับมือถือตลอด นั่งตอบลูกค้า คุยกับลูกค้าเองหมดเลย” แฮรี่บอก

เค้กอธิบายอย่างเก็บอาการเขิน “เพราะเรารู้สึกว่าเราเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่า ก่อนหน้านี้เคยให้น้อง ๆ เป็นแอดมินช่วยตอบ แต่บางครั้งคำตอบมันไม่ได้ไปในทางเดียวกัน เราจึงเลือกตอบเองมากกว่า เบอร์โทรร้านก็ใช้เบอร์ส่วนตัวเลย เนื่องจากเราแคร์เรื่องการให้ข้อมูลลูกค้ามาก ๆ เรายังคงรักษาความตั้งใจแรกว่าอยากเปิดร้านเพราะแค่ต้องการมีความสุขกับการวิ่ง การกินกาแฟ ไม่ใช่นักธุรกิจมองตัวเลขหาผลกำไร ถ้ามีสิ่งไหนที่เราให้ลูกค้าได้เราให้ หรืออันไหนที่มันไม่ขาดทุนจนเกินไป พอจะช่วยส่งเสริมคอมมูนิตี้ได้เราก็ดัน”

แฮรี่เสริมว่านอกจากปัจจัยข้างต้น สิ่งที่ทำให้ Basecamp เติบโตแข็งแรงคือพลังของทีมงาน บางคนล้มลุกคลุกคลานด้วยกันมาตั้งแต่ออกสตาร์ท บ้างช่วยฉุดลากราวเพเซอร์ที่พร้อมเคียงข้างเข้าเส้นชัย

“สมัยทำร้านแรกเรามีลูกค้าคนแรกชื่อน้องบัว ซึ่งน้องบัวนี่แหละที่อยู่กับมาเราจนถึงทุกวันนี้ จากนักศึกษาปี 1 รู้จักกันในฐานะลูกค้ากลายมาเป็นผู้จัดการคาเฟ่ พอร้านสองคนที่มาอยู่ด้วยคือบาส ปัจจุบันบาสเป็นหัวหน้าบาริสต้าที่เก่งมาก เราโตมาได้ก็เพราะทีมนี้ และร้านนี้จะอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีทีมของเรา

“การบริหารของเราเป็นลักษณะเปิดคุยกัน น้อง ๆ แต่ละคนมีความคิดใหม่ ๆ มานำเสนอตลอด ความคิดไหนเข้าท่าก็หยิบมาลอง ที่กาแฟของเราดีได้ก็เพราะเด็กเหล่านี้ พวกเขาไม่หยุดที่จะพัฒนา” เค้กสำทับ

ผมผงกหัวหงึกหงักและไม่แปลกใจเลยที่หนึ่งในสนามเมเจอร์ของวงการคาเฟ่ไทย Basecamp Trail Provision ยังไม่หลุดออกจากการแข่งขัน แต่นั่นแหละ ยังสงสัยว่านอกเหนือความจริงใจและให้เกียรติมีอะไรอีกไหมที่เชื่อมร้อยใจทีมงาน สร้างทีมเวิร์ก

Basecamp Trail Provision คาเฟ่ของคู่รักนักวิ่งเทรลแห่งเชียงใหม่ ริมดอยสุเทพ ที่มีทุกอย่างเพื่อนักวิ่งเทรล

จึงชวน บาส-นราธิป จันทร์วัง หัวหน้าบาริสต้า ที่มีตัวตนอีกด้านเป็นนักวิ่งแนวหน้าขาแรงแห่งทีม Kailas Thailand มาเล่าถึงชีวิตหลังเอสเพรสโซ่แมชชีน โดยบาสกล่าวยิ้ม ๆ ว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขกับการทำงาน คือการได้มีวันหยุดพัก 2 วันต่อสัปดาห์ และช่วงเวลาที่เอื้อต่อการฝึกซ้อมวิ่ง อีกทั้งทางร้านยังช่วยเป็นสปอนเซอร์ค่าสมัคร ค่าที่พัก หรือค่าเดินทาง หากทีมงานคนไหนสนใจลงงานวิ่งแข่งขัน แถมทุกคนยังได้รับงบพิเศษสำหรับเลือกซื้ออุปกรณ์การวิ่งของร้านด้วย

“ด้วยร้านมีแนวทางสนับสนุนการวิ่งเทรลอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะสนใจการวิ่งเทรลหรือไม่ก็ตาม เราทุกคนมีงบในการซื้อของอุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งมันดีนะครับ บางคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย พอซื้อของไปแล้วก็อยากใช้ บางครั้งพวกเราก็ชวนกันไปเดินเล่น หรือบางคนวิ่งต่อจนเป็นนิสัย”

ในไอเดียของเค้กกับแฮรี่ พวกเขาเพียงอยากส่งต่อสุขภาพที่ดีให้ทีมงาน ทว่าอีกด้านบาสบอกว่าสิทธิประโยชน์นี้ยังช่วยให้ทุกคนได้ปรับจูนความคิด พูดคุยกันเข้าอกเข้าใจ และทำงานเป็นทีมได้ง่ายขึ้น

ก่อนที่บาริสต้าขาแรงจะกลับไปประจำการหน้าเคาน์เตอร์ ดูแลลูกค้าที่เริ่มคึกคักในมื้อบ่าย ผมขอเขาหล่นคำถามสุดท้ายเพราะอยากรู้สิ่งที่ซ่อนอยู่ในแววตาและน้ำเสียงอิ่มเอมตลอดการสนทนาช่วงสั้น ๆ นี้

“ผมประทับใจการให้โอกาสคนทำงานได้ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการวิ่งนะครับ คือการที่บริษัทเอกชนให้วันหยุด 2 วันต่อสัปดาห์หายากมากนะในเชียงใหม่ สิ่งนี้เอื้อให้เราได้จัดการธุระของตัวเอง ได้ทำอะไรที่ชื่นชอบ ได้มีเวลาทบทวนว่าการทำงานหรือการใช้ชีวิตของเราเป็นอย่างไร ซึ่งมันช่วยเติมพลังและทำให้รู้สึกอยากกลับมาทำงานในทุก ๆ เช้าครับ”

Trail Destination

ปี 2022 กลางฤดูฝน ต้นเดือนกรกฎาคม ร้าน Basecamp อายุครบ 6 ขวบปี ไม่เพียงจำนวนสมาชิกทีมที่โตตาม เค้กสังเกตว่าชุมชนนักวิ่งก็ขยับขยาย เฉกเช่นไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่หลากหลาย มีทั้ง นักวิ่ง นักปั่น นักศึกษา อาจารย์ Digital Nomad คาเฟ่ฮอปเปอร์ กระทั่งบรรดาคนรักน้องแมว น้องหมา น้องนก เรื่อยไปจนน้องเต่า เพราะทางร้านต้อนรับสัตว์เลี้ยง แต่ที่เธอเอ่ยว่าดีใจสุดคือการได้จุดประกายการออกกำลังกาย

“เราดีใจเวลาได้เห็นลูกค้าแวะมาอุดหนุนแล้วรู้สึกสนใจอยากเดินป่าหรือวิ่งเทรล”

“อีกอย่างสังคมวิ่งเทรลไม่ได้น่ากลัว ดูอย่างหุ่นเราสองคนสิ” แฮรี่ว่ากลั้วหัวเราะ “คือการวิ่งเทรลจะช้าจะเร็วก็ไปได้ทั้งนั้น ถ้าผมมีเวลาว่างก็จะพาลูกค้าที่เป็นมือใหม่ไปลองเดินเทรลด้วยกัน ส่วนใครอยากออกยาว ๆ ก็จะหาเพื่อนที่เขามีโปรแกรมให้พาไปด้วยกัน” แฮรี่หยุดชั่วครู่ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “การวิ่งเทรลมันเป็น Love-Hate Relationship นะ คือสำหรับผมขาขึ้นเนี่ยโคตรเกลียดเข้าไส้เลย แต่พอดันตัวเองไปเรื่อย ๆ จนไต่ถึงเป้าหมายได้มันรู้สึกปลอดโปร่ง อีกอย่างความสุขของการวิ่งเทรลนั้นเป็นแบบ Full Package คือไม่ใช่แค่ตอนวิ่ง แต่หลังจากวิ่งเสร็จเราได้อาบน้ำสดชื่น แล้วยังกินดื่มแบบไม่ค่อยรู้สึกผิดเท่าไหร่ด้วย”

“ก็จริง” เค้กเห็นพ้อง “เสน่ห์ของวิ่งเทรลคือเหมือนการพักผ่อน เพราะการได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้ฟังเสียงนกร้อง หยุดเวลาอยู่ท่ามกลางสีเขียวของผืนป่า บางครั้งก็ช่วยเยียวยาความเครียดเราได้”

ความสุขจากการวิ่งและการงานที่รักสร้างสรรค์พลังบวก ซึ่งเค้กกับแฮรี่อยากแบ่งปัน ทั้งในรูปแบบของการพัฒนาร้านให้เป็นดังบ้านหลังที่สองของทุกคน และคอมมูนิตี้เปี่ยมมิตรภาพสำหรับนักวิ่งหน้าเก่า-ใหม่ กอปรกับยกระดับวงการวิ่งเทรลเชียงใหม่ให้ดียิ่งกว่า ผ่านการจับมือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขับเคลื่อนเวทีการประชุมหารือกลุ่มนักวิ่งเทรลเชียงใหม่ โปรเจกต์ลงขันความคิดนำเสนอเส้นทางวิ่งเทรลที่ให้นักกีฬาทั่วไป นักเดินป่า นักสํารวจเส้นทางธรรมชาติเข้าพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้อย่างถูกต้องและไม่ขัดต่อกฎระเบียบ ควบคู่ปรับปรุงเส้นทางให้มีมาตรฐาน ด้วยการทำป้ายบอกข้อมูลเส้นทาง ป้ายบอกระยะทาง ป้ายบอกพิกัดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือแจ้งจุดสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อให้เมืองหลวงแห่งการวิ่งเทรลแห่งนี้เป็น Trail Destination สมกับการจัดงานแข่งขันระดับโลกอย่างแท้จริง พร้อมสร้างโอกาสกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

Basecamp Trail Provision คาเฟ่ของคู่รักนักวิ่งเทรลแห่งเชียงใหม่ ริมดอยสุเทพ ที่มีทุกอย่างเพื่อนักวิ่งเทรล

Basecamp Trail Provision

ที่ตั้ง : ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ (แผนที่

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4618 9090

Facebook : BasecampTrailProvision

เว็บไซต์ : www.basecampth.com

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load