01

รุ่งอรุณแห่งความสุข

สุโขทัยคือเมืองรุ่งอรุณแห่งความสุข

ร้อยทั้งร้อยคนที่มาสุโขทัย ล้วนปักหมุดหมายไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อชมหลักฐานความเจริญของอารยธรรมไทย แม้ไม่ใช่วัดวังที่ยังงามเรืองรองเหมือนอย่างกรุงเทพฯ แต่บรรดาวัดวังที่เคยงามรองเรืองมาเมื่อ 700 ปีที่แล้วนั้นก็ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ทว่าเป้าหมายของเราวันนี้อยู่ห่างออกมา 12 กิโลเมตร ในตัวอำเภอเมืองสุโขทัย

ตึกแถวขนาด 2 คูหา ริมถนนบาลเมือง เยื้องกับโรงเรียนสารสาร์ท คือที่ตั้งของ Rush Lush Craft Cafe ร้านกาแฟสายคราฟต์ของ รัตน-สุรีรัตน์ กลิ่นขจร และแน็ค-ปริวัฒน์ วิเชียรโชติ ลูกหลานชาวสุโขทัยที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดมาเปิดคาเฟ่

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ความดีงามของสถานที่แห่งนี้ที่ทำให้เราชวนเจ้าของทั้ง 2 คนมานั่งคุยด้วยมี 2 ข้อ

ข้อแรก ป้าย ‘กาแฟร้านเราไม่ใส่น้ำตาล เพื่อเคารพรสชาติและความตั้งใจจากเกษตรกร’ ที่ตั้งเด่นตระหง่านหน้าเคาน์เตอร์ คือเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงของทั้งคู่ ในการเลือกเสิร์ฟวัตถุดิบท้องถิ่นโดยปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เพื่อนำเสนอรสที่แท้จริงจากธรรมชาติ

ข้อสอง ร้านนี้เปิดแค่วันศุกร์-อาทิตย์ เพราะแน็คและรัตน์จะใช้เวลา 4 วันที่เหลือออกไปชาร์จแบตกายและใจ ด้วยการทำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม เข้าหาชุมชน และนำวัตถุดิบท้องถิ่นแท้ๆ มาใช้ที่ร้าน

เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่เราจะชวนทุกท่านมาเอนตัวลงบนเก้าอี้นุ่มๆ กลางร้านย่านเมืองเก่า ดื่มอเมริกาโน่ร้อนไม่ใส่น้ำตาล คู่กับขนมปังยีสต์ธรรมชาติ พลางชิมชีสเค้กฟักทองจากกลุ่มปกาเกอะญอ พร้อมฟังเมนูต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวอันแสนอบอุ่นและน่าสนุกของวัตถุดิบนานาชนิดไปพร้อมกัน

แล้วจะรู้ว่าสุโขทัยมีดีกว่าที่คิด

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

02

ที่ไปที่มา

ก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะเปิดร้าน Rush Lush Craft Cafe ที่สุโขทัย พวกเขาเปิดคาเฟ่ชื่อเดียวกันนี้ในกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยามาก่อน

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรืออย่างไร ที่ตอนนั้นตึกข้างๆ ร้านของพวกเขาได้เปลี่ยนมาทำโฮสเทล แน็คและรัตน์จึงได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของกิจการเพื่อนบ้าน สานสัมพันธ์จนกระทั่งสนิทสนม ขณะเดียวกันนั้น สองสามีภรรยาก็ได้ซึมซับและตกหลุมรักวิถีชีวิตของชาวโฮสเทลไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อถึงคราวที่ต้องย้ายกลับสุโขทัย จึงคิดริเริ่มอยากจะนำโมเดลโฮสเทลที่พวกเขาสนใจ กลับมาดำเนินธุรกิจต่อที่บ้านเกิดพร้อมกับคาเฟ่เดิม ด้วยแรงกำลังที่เปี่ยมล้น และความสนใจใคร่รู้ที่แม้มีมากมาย แต่กลับสะเปะสะปะไร้ทิศทาง

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์จึงไปปรึกษาส้ม แห่ง The Yard Hostel เกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินธุรกิจ จนสุดท้ายพวกเขาได้รับคำแนะนำว่าให้ลองเข้าร่วมโครงการพอแล้วดีดู เผื่อว่าไอเดียที่ฟุ้งฝันและแรงบันดาลใจอันแรงกล้าของพวกเขานั้นจะเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น

เมื่อได้เรียนรู้กระบวนการคิดจากโครงการที่ว่ามาแล้ว แน็คและรัตน์จึงตัดสินใจย้ายกิจการมาเปิดโฮสเทลและคาเฟ่ที่สุโขทัย ธุรกิจดำเนินไปได้สักระยะก็เผชิญปัญหาโรคระบาด COVID-19 ที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้ พวกเขาจึงจำต้องปิดส่วนโฮสเทลไป เพราะฟากธุรกิจนั้นอาศัยลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก แล้วย้าย Rush Lush Craft Cafe มายังพื้นที่บ้านของครอบครัวแน็ค ทั้งคู่จึงสามารถทุ่มเทแรงกายแรงใจให้แก่คาเฟ่ได้มากขึ้น

03

ใจบันดาลแรง

“คิดว่าต้องทำยังไงให้เราสามารถใช้ชีวิตแบบบาลานซ์ได้ ผมเป็นคนที่อยู่ไม่ค่อยนิ่ง ปรกติจะต้องปิดร้านเพื่อไปหาคนโน้นคนนี้ ไปหาเพื่อนใหม่ สถานที่ใหม่ๆ ก็เลยคิดกันว่า ถ้างั้นก็เปิดร้านแค่ 3 วัน อีก 4 วันจะได้ทำอะไรอย่างอื่น”

แน็คอธิบายถึงที่มาที่ไปว่าทำไม Rush Lush Craft Cafe ถึงเปิดแค่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์

แล้ว 4 วันที่เหลือ คุณเอาเวลาไปทำอะไร-เราถาม

“อะไรที่เป็นประโยชน์กับสังคม เราจะเอาเวลาสี่วันนี้ไปทำ เพื่อไม่ให้งานเราเสียไปด้วย”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์สลับกันเล่าถึงบรรดากิจกรรมที่พวกเขาทำในวันหยุดให้เราฟัง ด้วยสีหน้า แววตา และน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจและความสุข

“ก่อนหน้านี้ที่โฮสเทล เรารับชาวต่างชาติมาเป็นอาสาสมัครไปทำประโยชน์ตามที่ตัวเขาถนัด ให้เขาได้ค้นหาตัวเอง ค้นพบความสามารถ และได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมไปด้วย

“ล่าสุดไปเจอกลุ่มเกษตรออร์แกนิกในสุโขทัย เราก็เข้าไปช่วยเขาเรื่อง Design Thinking หรือเวลาจะมีคนเข้ามาศึกษาดูงาน เราก็จะช่วยวางแผนรับมือ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ช่วยติดต่อหาตลาดให้เขา ให้คอนเนกชันกับเขา ช่วยในสิ่งที่เราช่วยได้”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ความฉงนสนเท่ห์ของเราก็ยิ่งทวีคูณ วิถีการดำเนินธุรกิจเช่นนี้ดูจะไม่ได้มุ่งหวังกำไรเป็นสำคัญ แต่น่าจะโฟกัสไปที่ความสุขใจมากกว่า เราอดสงสัยไม่ได้ว่าความคิดอะไรที่ชุบชูจิตใจให้ทั้งสองคนมีเรี่ยวแรงออกไปทำเช่นนี้อยู่เสมอ

“เมื่อก่อนผมทำงานในวงการผลิตโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องราวเพื่อสังคม เลยได้มีโอกาสรู้จักบรรดาผู้คนที่เขาทำอะไรแบบนี้ เช่น ครูปู่ ซ.โซ่ อาสา คนนี้เป็นแรงบันดาลใจสุดๆ เลย ครั้งหนึ่งแกเคยพูดว่า ‘ยิ่งอายุเหลือน้อย ยิ่งต้องเร่งทำความดี เพราะไม่เหมือนกับหนุ่มสาวที่จะทำความดีเมื่อไหร่ก็ได้ ยิ่งแก่ยิ่งต้องรีบทำ’ เราก็กลับมาคิดได้ว่าเราเพิ่งอายุเท่านี้ แล้วทำอะไรอยู่วะ ยิ่งพอมาเข้าโครงการพอแล้วดี เลยได้ค้นพบคุณค่าที่เรายึดถือจริงๆ เลยรู้ตัวว่านี่แหละคือสิ่งที่เราต้องทำ”

04

เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

นอกจากเข้าไปช่วยเหลือชุมชนผ่านโครงการต่างๆ แล้ว ทั้งคู่ยังได้อุดหนุนสินค้าชาวบ้าน นำวัตถุดิบพื้นถิ่นที่เติบโตขึ้นมาจากความใส่ใจของผู้ผลิต มีความพิถีพิถันเป็นปุ๋ยยาที่คอยบำรุงให้เติบโตอย่างสุขภาพดี มาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ที่ร้านอีกด้วย

“เราไม่ได้แค่ไปซื้อผลผลิตมาใช้เฉยๆ แต่เราไปดูว่าใครเป็นคนทำ เขาทำยังไง ภูมิปัญญาแบบไหน ขนมปังที่ร้าน มีขนมปังฟักทอง เผือก และมัน จากชุมชนที่เรานำมาดัดแปลงใช้

“อย่างชีสเค้กเสาวรส เราได้เสาวรสมาจากขุนแปะ อำเภอจอมทอง เชียงใหม่ ซึ่งเราได้ลงไปทำงานร่วมกับชุมชนในด้านการฟื้นฟูวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เป็นเวิร์กช็อปชื่อว่าลิ้มรสให้รู้ราก ตอน จากผืนดินสู่ดวงดาว วิถีชาวปกาเกอะญอ เพื่อให้คนได้เห็นอีกรูปแบบของการท่องเที่ยวแบบที่ไม่ฉาบฉวย”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คและรัตน์ใช้วัตถุดิบเหล่านั้นด้วยความเคารพในเกษตรกร และเชื่อมั่นในความอร่อยแต่ดั้งเดิม ทั้งสองจึงพยายามปรุงแต่งอาหารในร้านให้น้อยที่สุดเพื่อชูวัตถุดิบ เพราะต่างเห็นถึงคุณค่าของรสชาติอันเป็นแก่นแท้ที่จะบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังอาหารจานนั้น

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คเล่าประสบการณ์สนุกๆ ให้เราฟังว่า “มีครั้งหนึ่งเข้าไปที่หมู่บ้าน มีชาวปกาเกอะญอคนหนึ่งเอาฟักทองมาให้ เราก็เอามาทำขนมปังโดยที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เลย เช้ามาก็เอาไปให้เขากิน เขาบอกว่า ‘พี่ มันอร่อยมากเลยอะ’ ผมเลยรู้สึกว่าพอได้ทำอะไรที่เป็นธรรมชาติแท้ๆ โดยไม่ต้องพึ่งอย่างอื่นนอกจากมือกับใจ มันออกมาดีมาก คนที่เป็นเจ้าของก็รับรู้ได้ว่าตัวเองมีคุณค่า แล้วก็เอาเรื่องราวมาเล่าในร้าน ว่าใช้ฟักทองจากปกาเกอะญอ เขาปลูกผลผลิตพวกนี้เพื่อต่อสู่กับการปลูกพืชแบบอุตสาหกรรมอย่างข้าวโพด ลูกค้าก็เข้าใจและอิน เราเลยรู้สึกว่า โอเคว่ะ แฮปปี้”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่ยังคงใช้วัตถุดิบหลักมาจากพื้นที่ท้องถิ่นคือเพราะต้องการสื่อสารว่าสุโขทัยนั้นมีอะไรดีมากกว่าการเป็นเมืองเก่าแก่โบราณ

“แม้จะเป็นขนมปังง่ายๆ แต่เราก็พยายามเอาของท้องถิ่นมาประยุกต์หรือทำให้พิเศษขึ้นมา มีช่วงนึงมะม่วงตลับนาคของสุโขทัยเหลือเยอะมาก เราก็เอามากวนแล้วแช่แข็งไว้ พอได้เสาวรสจากปกาเกอะญอ ก็เอามาผสมกันทำเป็นแยม แล้วลองเอามะม่วงมาใส่ขนมปัง สรุปว่ามันอร่อย กลิ่นหอมฟุ้ง เราชอบมาก อย่างน้อยเราก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนสุโขทัยด้วยกันเองได้เห็นว่าเป็นไปได้ที่จะนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำให้ดี”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

เพียงได้ฟังเรื่องราวที่เจ้าของร้านผู้หญิงเล่าให้ฟังก็น้ำลายสอ อยากจะลองชิมเมนูจากของดีท้องถิ่นดูบ้าง

“ล่าสุดเราทำเพสโต้โหระพา เอาโหระพาจากข้างบ้าน ปลาเค็มชุมพรที่ได้มาจากน้องที่เรารู้จัก ปลาป่นของดีสุโขทัย แล้วก็สมุนไพรจากเผ่าปกาเกอะญอที่เชียงใหม่ เอามาผสมกันทำเป็นซอสเพสโต้ พอคนมากินเขาก็ว้าว อร่อย แค่นี้ก็รู้สึกประสบความสำเร็จแล้ว เราได้นำเสนอของดีจากท้องถิ่นต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่ในสุโขทัยเท่านั้น”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

05

เรื่องราวระหว่างคนกับคน

“เราอยากให้คนลึกซึ้งกับการกิน” แน็คเผยความตั้งใจจริงให้เราฟัง “คนมาร้านเราจะได้สัมผัสข้อนี้แน่ๆ เราไม่ได้เสิร์ฟอาหารที่อร่อยที่สุดหรอก แต่เบื้องหลังของทุกจานมันมีคุณค่าอะไรบางอย่างซึ่งคนกินจะสัมผัสได้ทันที”

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน
Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ทั้งคู่ยังบอกอีกด้วยว่าพวกเขาตกหลุมรักเสน่ห์ของความสัมพันธ์ระหว่างคนเข้าอย่างจัง เวลาทำอะไรก็จะให้ความสำคัญแก่คุณค่าของมนุษย์เป็นหลัก

“อย่างที่ไปสอนทำขนมปังล่าสุดเพราะพี่คนนี้เขาขอให้เราช่วยสอนมาเป็นปี ไม่ใช่ว่าเราหวง แต่ว่าเราอยากสอนคนที่เราสนิทใจ คนที่อยากทำเป็นจริงๆ สูตรของเราก็ไม่ได้วิเศษอะไร แล้วต้องไปสอนที่บ้านเขาด้วยนะ เพราะเขาจะได้ใช้อุปกรณ์ในครัวตัวเองทำได้

“เราก็ไม่ได้เก่งอะไรมากเลยอยากเป็นแบบเพื่อนสอนกันมากกว่า แค่เห็นว่าลูกค้าคนนี้ไปมาหาสู่เราเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่า ถ้าวันนึงเขาทำแล้วมันพิเศษหรือว่าเวิร์ก เราก็ยินดี แล้วถ้าเขาจะมาแบ่งให้เราชิมเราก็ยินดีมากเช่นกัน เราเองยังต้องฝึกอีกเยอะ ไม่ได้กะจะขายคลาสเป็นกิจจะลักษณะอะไร”

ทั้งหมดทั้งมวลก็วกกลับมาที่เรื่องความสัมพันธ์ของคนอยู่ดี

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

แน็คทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า “ร้านเราจุดเด่นคือไม่ได้ทำอาหารอร่อย แต่ที่รสชาติดี เพราะวัตถุดิบที่เราเลือกมามันอร่อยอยู่แล้ว”

“ใช่ ไม่ปรุงแต่งเขาอะ ไม่ปรุงแต่งจนเกินพอดี ให้ธรรมชาติเขาปรุงมาเอง” รัตน์เสริมพร้อมรอยยิ้ม

Rush Lush คราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน

ใครอยากเข้าไปชิมอาหารอร่อยๆ ดื่มด่ำรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบที่ Rush Lush Craft Cafe และฟังเรื่องราวสนุกๆ จากแหล่งที่มาของแต่ละจาน แน็คกับรัตน์ก็ยินดีมากๆ และพร้อมต้อนรับเสมอ เพียงแต่อย่าลืมว่าร้านเปิดเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์นะ เพราะทั้งคู่บอกว่า

 “อยากให้มีเวลาคิดถึงกัน ไม่ต้องเจอกันทุกวันหรอก แต่ถ้าเปิดร้านแล้วคิดถึงกัน ก็แวะมา”

Rush Lush Craft Cafe

เลขที่ 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 64000 (แผนที่)

เปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

โทร. 08 6735 1835

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

ปรีชญา จงศรีสวัสดิ์

ช่างภาพที่เชื่อว่าการตายอย่างมีคุณภาพคือการตายด้วยของกินที่ดีและอร่อย

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load