เวลานี้ พี่ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง ผู้ชายที่วิ่งอยู่ข้างพี่ตูนตั้งแต่ใต้สุดจนเหนือสุดในโครงการก้าวคนละก้าวคงเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของหลายคนแล้ว แต่นักวิ่งคนนี้เป็นที่รักที่รู้จักของคนในวงการวิ่งมานาน ครั้งแรกที่ผมก้าวเข้าสู่วงการวิ่งใหม่ๆ พี่ป๊อกก็เป็นคนรู้จักคนแรกๆ ราวกับพี่เขาเป็นพนักงานต้อนรับของวงการวิ่งยังไงยังงั้น ไม่แปลกที่รอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าตลอดเวลาจะทำให้พี่ป๊อกเป็นที่รักของคนขนาดนี้

ป๊อก อิทธิพล

ป๊อก อิทธิพล

ผมนัดคุยกับหลังจากพี่ป๊อกเพิ่งจบจากรายการ Boston Marathon 2018 พี่ป๊อกได้รับเชิญจาก Gatorade ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของรายการนี้ให้ไปร่วมวิ่งในรายการ Boston Marathon รายการมาราธอนที่เก่าแก่ที่สุด และเป็น 1 ใน 6 เวิลด์เมเจอร์มาราธอนของโลก ซึ่งความโหดหินของการคัดเลือกเข้าร่วมวิ่งนั้นขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในบรรดาเวิลด์เมเจอร์มาราธอนด้วยกัน เนื่องจากวิธีการเข้าร่วมต้องใช้เวลาในการวิ่งมาราธอนอย่างเป็นทางการให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดตามรุ่นอายุยื่นสมัครเข้าร่วมวิ่งและเวลาที่กำหนดไว้ ถือว่าไม่ใช่เวลาที่ทำได้ง่ายๆ

ชื่อของรายการ Boston Marathon จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นงานที่นักวิ่งจากทั่วโลกฝันไว้ และต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้ได้ตั๋วใบนั้นมาให้ได้ 

“พี่ไม่ใช่นักวิ่งที่วิ่งเร็ว วิ่งแรง ถ้าให้ทำตามเวลาเพื่อคัดเลือก เวลาตามรุ่นอายุตอนอายุ 20 กว่าๆ ตอนนั้นวิ่งเร็วนะ แต่ก็ยังไม่ผ่าน พออายุเข้าสู่รุ่น 40 ปี 50 ปีเปลี่ยนมาหลายรุ่นอายุแล้ว ก็ยังไม่ผ่านเสียที ” พี่ป๊อกเล่าความอยากและความยากตลอดประสบการณ์การวิ่งสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา

อิทธิพล สมุทรทอง

Boston

แต่พี่ป๊อกก็คือพี่ป๊อก ผู้ชายที่มีความถ่อมตัวแฝงอยู่ในทุกเรื่องเล่า ผมเคยวิ่งตามพี่ป๊อกที่ดูเหมือนจะเป็นนักวิ่งสายชมนกชมไม้ เอนจอยกับเส้นทาง วิ่งทักทายเพื่อนนักวิ่งแบบยิ้มแย้มตลอดทาง ดูเหมือนจะชิลล์ แต่ผมเร่งยังไงก็ตามไม่ทันเสียที ถ้าตั้งใจจริงผมคิดว่าพี่ป๊อกสามารถผ่านการคัดเลือกได้อย่างแน่นอน

เมื่อโอกาสมาถึง พี่ป๊อกเลยตั้งใจที่จะทำให้ไม่เสียโอกาสในการได้ร่วมครั้งนี้ ฝึกซ้อมวิ่งอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายพร้อมลงแข่งในช่วงระยะเวลาการซ้อมที่จำกัด

 

Boston Marathon Boston Marathon

 

แต่อย่างที่บอกครับ พี่ป๊อกเป็นคนที่ผมคิดว่าเอนจอยกับการวิ่งอันดับต้นๆ คนหนึ่ง ใช้ร่างกายในการวิ่งมากกว่าคนปกติทั่วไป เท้าก้าว มือใช้โบกทักทาย บางทีก็ยกมือไหว้ หน้าก็ฉีกยิ้มอยู่เสมอ แถมบางทีก็ถือกล้อง Live สดไปด้วยจนเห็นได้ชินตา ผมเริ่มสนใจว่า Boston Marathon ของพี่ป๊อกจะแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร

“วันวิ่งอากาศหนาวและฝนตก ลมแรง อุณหภูมิลงไปอยู่ที่เกือบ 0 องศาฯ เอาเข้าจริงๆ จะรู้สึกเหมือน -2 องศา ถือว่าอากาศแย่มาก ก่อนออกตัวที่เส้นสตาร์ทต้องใส่เสื้อกันฝนและเสื้อวอร์มเก็บความอบอุ่นของร่างกายไว้

“ยิ่งสนามบอสตันเป็นเส้นทางที่ไม่เรียบ มีเนินขึ้นลงตลอดเวลา ไม่เหมาะกับคนที่อยากมาทำสถิติสักเท่าไหร่

“10 กิโลเมตรแรกถือว่าสบายมาก เพราะเป็นการลงเขา แต่ช่วงหลังจากนั้นประมาณช่วง 10 – 15 กิโลเมตรจะเปลี่ยนกลับมาเป็นช่วงขึ้นเขาอีก”

Boston MarathonBoston Marathon

ถ้าเป็นผม เจอสนามเนินขึ้นสลับลงอยู่เรื่อยๆ คงรู้สึกท้อใจ แต่ในบรรดาเนินทั้งหมดที่บั่นทอนแรงกายแรงใจไปเรื่อยๆ  พี่ป๊อกเล่าว่ามันก็มีเนินที่เสริมสร้างพลังใจอยู่เหมือนกัน

“ช่วงอากาศหนาวเย็นจัด แบตเตอรี่โทรศัพท์มันจะหมดเร็วกว่าปกติ ผมเลยปิดมือถือเพื่อเซฟแบตเอาไว้ รอเนินที่คนไทยมักจะพูดถึงกัน แต่ไม่มีใครเคยเห็นภาพ ผมเซฟแบตเตอรีไว้เพื่อเนินนี้โดยเฉพาะ เนิน Newton Hill หรือ Screaming Tunnels ที่เรียกกันแบบนี้เพราะมันเป็นเหมือนอุโมงค์เสียงกรี๊ดตะโกน ทั้งๆ ที่ตรงนั้นมันไม่มีอุโมงค์เลยนะ แต่เป็นเสียงของนักเรียนโรงเรียนหญิงล้วน Wellesley College ตะโกนเชียร์ ชูป้าย Free Kiss ผมเปิดโทรศัพท์ออกมา Live สด เก็บบรรยากาศสาวๆ ที่กวักมือเรียกให้ไปรับการหอมแก้มตลอดเส้นทาง” พี่ป๊อกเล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เมื่อความสุขผ่านไป บรรยากาศของสนามบอสตันก็กลับมาเคร่งขรึมท้าทายความสามารถนักวิ่งเหมือนเดิม ช่วงแถวๆ กิโลเมตรที่ 30 – 35 จะต้องขึ้นเนินที่มีชื่อเสียงอีกเนินหนึ่งคือ Heartbreak Hill เนินขาดใจระยะ 600 เมตร ซึ่งจะขาดใจตามชื่อ หลังจากที่สะสมความเหนื่อยล้ามามาก เนินนี้เหมือนเป็นเนินวัดใจได้เลย จะคุ้นศัพท์คำนี้จากการเลือกประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการตอบคำถามโค้งสุดท้ายที่จะชี้วัดคะแนนได้ว่า Heartbreak Hill ก็ได้มาจากบอสตันมาราธอนนี่แหละ” พี่ป๊อกเล่า

Boston Marathon

“อากาศในวันแข่งเลวร้ายที่สุดในรอบ 20 ปี ครูดิน-สถาวร จันทร์ผ่องศรี ที่ไปด้วยกันเลยวางแผนการวิ่งกันว่า 10 กิโลเมตรแรกเร็วไม่ได้ เพราะอากาศที่เย็น และวอร์มอัพไม่ทัน บวกกับเนินสลับขึ้นลงไปมา ทำให้กล้ามเนื้อต้องสลับการทำงาน มีความเสี่ยงที่จะเกิดตะคริวได้ง่าย ที่สำคัญ ควรรับน้ำทุกจุด ซึ่งรายการนี้ต้องชมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการแจกน้ำ เขาจะแจกในระดับที่พอจิบเท่ากันทุกแก้ว ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสม ไม่ใช่ใส่จนเต็มแก้ว สุดท้ายก็ผ่านไปได้ มีปวดที่ต้นขาบ้างเลยได้ใช้บริการของเต็นท์พยาบาลที่ปีนี้เหมือนว่าจะได้รับความนิยมมากกว่าทุกปี (หัวเราะ)” พี่ป๊อกบอกวิธีการรับมือกับสภาพอากาศที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะเจอ

ผมคิดว่าภาพของ Boston Marathon ที่ได้ยินเสียงร่ำเสียงลือมาตลอด แต่กลับไม่เคยมีใครถ่ายทอดออกมาให้เห็นเป็นภาพได้เลย (อาจจะเพราะนักวิ่งส่วนใหญ่ตั้งใจไปทำเวลา) นี่คือ Boston Marathon ผ่านมุมมองของพี่ป๊อก ที่ยังคงเป็นพี่ป๊อกผู้เอนจอยกับเส้นทางวิ่งและบรรยากาศเสมอ ผมเห็นหลายคนคอมเมนต์ถึงพี่ป๊อกกึ่งแซวเล่นว่าพี่ป๊อกทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของ Boston Marathon ดูลดลงไป แต่ผมคิดว่าการบันทึกของพี่ป๊อกนั้นทำให้ Boston Marathon ดูสนุกขึ้น และเข้าถึงคนอีกหลายคนขึ้นมาก

Boston Marathon Boston Marathon

“ถ้าพูดกันตรงๆ พี่ว่า Boston Marathon ของพี่ถือว่าโหดมาก แต่ก็สนุกมากเช่นกัน ภาพที่ออกมามันทำให้คนสนใจว่าเมเจอร์มาราธอนคืออะไร บอสตันมาราธอนที่ว่าโหดมันเป็นยังไง แล้วก็มีคนมาบอกพี่ว่าอยากจะลงรายการนี้และรายการอื่นๆ บ้างก็ถือว่าเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจกันได้แล้ว”

พี่ป๊อกมีโปรเจกต์ส่วนตัวที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่นักวิ่งดี คือจะแจกผ้าบัฟหรือผ้าสารพัดประโยชน์สำหรับนักวิ่งทุกคนที่วิ่งจบมาราธอนแรกทางเพจ “42.195 k club…เราจะไปมาราธอนด้วยกัน” เพื่อให้เป็นกำลังใจและส่งต่อแรงบันดาลใจต่อๆ กันอยู่แล้ว

ป๊อก อิทธิพล

พี่ป๊อกเล่าว่าหลังจากมีคนวิ่งจบมาราธอนและรับผ้าบัฟไป ก็มาบอกพี่ป๊อกว่ามีคนอยากวิ่งมาราธอนต่อเพราะเห็นเขาวิ่งจบมาราธอนแล้วได้รับผ้าบัฟจากพี่ป๊อก นั่นคือสิ่งที่พี่ป๊อกรู้สึกว่าประสบความสำเร็จเล็กๆ อย่างที่ตั้งใจแล้ว ผมคิดเองว่าเหตุผลหนึ่งที่พี่ป๊อกไปวิ่ง Boston Marathon นั้นก็คงเพราะต้องการบันทึกและส่งต่อแรงบันดาลใจให้ต่อกับเพื่อนๆ มากกว่า

“พี่เชื่อมาเสมอว่าเมื่อ 1 คนวิ่ง จะมีคนรอบข้างแข็งแรงเพิ่มขึ้นอีก 5 คน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่มีผิดเลย” พี่ป๊อกกล่าวทิ้งท้าย

ป๊อก อิทธิพล

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cloud Running

เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของบุคคลน่าสนใจในวงการวิ่ง

14 กุมภาพันธ์ 2561
23 K

นักวิ่งเทรล 2 คนพบกันครั้งแรกในรายการ The North Face 100 Thailand 2017 สนามเทรลที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินที่สุดในประเทศไทย

1 ปีผ่านไป ทั้งคู่กลับมารายการเดียวกันในฐานะคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกัน บรรยากาศสนามแข่งขันที่ดูร้อนแรงกลายเป็นอบอุ่นขึ้นมาทันที

สำหรับนั่งวิ่งคู่รักสายเทรลแล้ว จะเรียกที่นี่ว่าเป็นที่ฮันนีมูนก็ไม่ผิดนักครับ

อากาศที่เขาใหญ่ปีนี้เย็นสบายผิดกับหลายๆ ปีที่ผ่านมา ผมได้นั่งคุยกับ อุ๊บอิ๊บ-ภคณีย์ บุรุษภักดี ในงาน Expo day ขณะที่เรากำลังนั่งรอ เจ-จันทรบูรณ์ เกรียงชัยไพรพนา นักวิ่งเทรลระดับแนวหน้าของประเทศ

ก่อนหน้านี้ผมรู้จักอุ๊บอิ๊บในฐานะนักวิ่งที่มีชื่อเสียงในวงการเทรลรันนิ่ง และติดตามดูอุ๊บอิ๊บแข่งขันรายการเทรลต่างๆ ซึ่งแต่ละรายการที่อุ๊บอิ๊บลงแข่งล้วนแต่มีระยะและเส้นทางที่ผู้ชายอย่างผมได้แต่นั่งเอาใจช่วยผ่านหน้าฟีดเฟซบุ๊กตาปริบๆ

อุ๊บอิ๊บ ภคณีย์ บุรุษภักดี เจ จันทรบูรณ์ เกรียงชัยไพรพนา

หลงทาง

เส้นทางชีวิตนักวิ่งอุ๊บอิ๊บเริ่มจากรายการวิ่งถนนปกติ ก่อนที่จะเข้าสู่โลกของการวิ่งเทรลเมื่อ 5 ปีก่อนในรายการ The North Face 100 Thailand เช่นเดียวกัน เพราะในตอนนั้นประเทศไทยยังมีรายการเทรลอยู่ไม่มากนัก

การเปลี่ยนบรรยากาศจากวิ่งบนถนนในเมืองมาวิ่งบนดินครั้งนั้น ทำให้อุ๊บอิ๊บเหมือนตกหลุมรักการวิ่งเทรลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

อุ๊บอิ๊บสนุกและตื่นเต้นตั้งแต่ก้าวแรกที่วิ่งลงไปบนพื้นดิน เธอเล่าว่าใช้เวลากับเทรล 10 กิโลเมตรแรกในชีวิตนานมาก ตอนนั้นไม่ค่อยมีใครรู้จักเทรล เลยอยากถ่ายรูปทุกจุดไปอวดเพื่อนๆ เสน่ห์ของเทรลในความคิดอุ๊บอิ๊บคือการได้ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ ที่เจอตลอดเส้นทาง มันมีความพีกอยู่ตลอดเส้นทาง เราไม่รู้ว่าก้าวต่อไปจะเจอดิน เจอทราย หรือจะเจออะไรบ้าง อากาศจะร้อนขึ้น หรือจะเจอร่มไม้ ได้อยู่กับเขา กับธรรมชาติ เวลาวิ่งจบจะคุยกับเพื่อนไม่หยุดเลยว่าได้เห็นนั่นเห็นนี่ระหว่างทางเหมือนกันมั้ย ต่างกับเวลาวิ่งบนถนนในเมือง ที่ความพีกสำหรับอุ๊บอิ๊บคือตอนเข้าเส้นชัยและดูว่าเราได้เวลาที่ดีขึ้นหรือเปล่าเท่านั้น

งานเทรลไม่ได้จัดกันบ่อยๆ มีปีละไม่กี่งาน อุ๊บอิ๊บพัฒนาระยะของตัวเองอยู่เรื่อยๆ ด้วยงานวิ่งถนน จาก  10 กิโลเมตร เป็นฮาล์ฟมาราธอน ระหว่างนั้นก็จะลงวิ่งเทรลทุกรายการที่จัดในไทยสลับกันไปด้วย

จนเมื่ออุ๊บอิ๊บวิ่งถนนได้ถึงระยะมาราธอน และรู้สึกว่าร่างกายพีกมากถึงขั้นลงมาราธอน 3 รายการใน 2 เดือน (อุ๊บอิ๊บบอกว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเท่าไหร่นะครับ) ด้วยความที่เวลาของทั้งสามมาราธอนนั้นดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อุ๊บอิ๊บเริ่มอยากกลับไปวิ่งเทรล ไม่ใช่ระยะสั้นๆ แบบที่เคยวิ่ง แต่เธอมองไปที่ 100 KM

อุ๊บอิ๊บตัดสินใจลงแข่ง 100 KM ครั้งแรกในรายการ The North Face Thailand แต่สิ่งที่อุ๊บอิ๊บมั่นใจต้องทลายลงเมื่อเธอบาดเจ็บและ DNF หรือถูกออกจากการแข่งขัน

และเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้อุ๊บอิ๊บกลัวการวิ่งเทรล

เจ็บจนเข้าใจ

แม้วิ่งไม่จบ แต่ก็ทำให้อุ๊บอิ๊บเริ่มเข้าใจตัวเองขึ้นว่าความท้าทายของตัวเองในการวิ่งคือการเพิ่มความอดทนและเพิ่มระยะทาง ไม่ใช่การทำเวลาให้สั้นลง อุ๊บอิ๊บเลยกลับมาวิ่งถนนในระยะไกลขึ้นแทนการวิ่งเทรลที่ยังคงเป็นฝันร้ายอยู่

เธอพัฒนาความอดทนของร่างกายจนเพิ่มระยะการวิ่งถนนทางเรียบได้มากที่สุด หลังจากจบรายการวิ่งรายการหนึ่งที่ทำระยะทางได้ถึง 115 กิโลเมตร ความมั่นใจที่จะกลับไปแก้ตัวกับเทรลอีกครั้งก็เพิ่มมากขึ้น

อุ๊บอิ๊บเรียนรู้ว่าทุกอย่างมันมีสเต็ปในการพัฒนาของมัน ไม่ใช่ว่าจบมาราธอนแล้วมั่นใจจนจะข้ามไปถึง 100 KM ได้เลย ร่างกายต้องค่อยๆ พัฒนา สะสมระยะทางและความอดทน

และพร้อมกลับไปแก้สิ่งที่เธอกลัวคือการวิ่งเทรลอีกครั้ง

และแน่นอนว่าต้องกลับมาที่สนามเดิมคือ The North Face 100 Thailand 2015

แน่นอนว่าความพร้อมครั้งนั้นทำให้อุ๊บอิ๊บผ่านบททดสอบจิตใจและร่างกายจบ 100 KM แรกได้ในที่สุด อุ๊บอิ๊บเล่าว่าท่ามกลางความมืด ตอนที่เห็นแสงไฟของเส้นชัยอยู่ไม่ไกล เธอรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก จนเมื่อชื่อของเธอถูกประกาศต้อนรับกลับมาที่เส้นชัย ความกลัวการวิ่งเทรลทั้งหมดก็สลายไป

ผมคุยกับอุ๊บอิ๊บอยู่สักพัก เจก็ตามมาสมทบ

อุ๊บอิ๊บ ภคณีย์ บุรุษภักดี

ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา

เจเป็นเด็กหนุ่มจากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีอาชีพเป็นไกด์พานักท่องเที่ยวฝรั่งขี่จักรยานเสือภูเขาขึ้นลงดอย แต่วันหนึ่งมีฝรั่งต้องการคนที่ขี่จักรยานลงดอยได้เก่งที่สุด บริษัทจึงส่งเจไปปั่นนำทางตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็เพราะฝรั่งคนนั้นคือ ไรอัน แบลร์ หัวหน้าทีม The North Face Adventure Team วันนั้นไรอันเห็นความสามารถของเจ และรู้ว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ เลยชักชวนมาร่วมทีมด้วย

เจลงแข่งกีฬาผจญภัยให้กับทีม กีฬาผจญภัยคือกีฬาที่ต้องใช้ทักษะของร่างกายหลายอย่าง ทั้งปั่นจักรยานเสือภูเขา พายเรือ ว่ายน้ำ และการวิ่งเทรล ที่ตอนหลังเจเริ่มสนใจที่จะลงแข่งรายการวิ่งเทรลควบคู่ไปด้วย

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เจคือการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 7 และเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าเส้นชัยในรายการ HK 100 หรือ Vibram Hong Kong 100 ซึ่งเจถือเป็นม้ามืดเหนือความคาดหมายมากในรายการนั้น และหลังจากนั้น ชื่อของเจเริ่มถูกพูดถึงและเป็นที่สนใจของวงการวิ่งเทรลบ้านเรา

รู้ทั้งรู้

เมื่อเจมานั่งร่วมวงคุยกันแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงตอนที่สองคนนี้เจอกันครั้งแรก อุ๊บอิ๊บพบกับเจโดย ‘กามเทพป๊อก’ หรือพี่ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง ขณะที่ Live สัมภาษณ์เจในฐานะนักวิ่ง ขณะที่สัมภาษณ์ก็เห็นว่าอุ๊บอิ๊บมานั่งดูอยู่ด้วย เลยออกปากแซวว่าวันนี้เจพาแฟนมาด้วย แล้วก็เชิญอุ๊บอิ๊บมานั่งเป็นแขกรับเชิญแบบงงๆ

เหตุการณ์ผ่านไป 1 ปี สองคนนี้ก็กลายเป็นแฟนกันจริงๆ โดยที่พี่ป๊อกก็ทั้งงง ทั้งยินดี กับผลของการแซวเล่นของตัวเองครั้งนั้น

ต้นเหตุเหมือนจะเป็นเรื่องแซวเล่นและดูบังเอิญ ใครจะรู้ว่าที่จริงก็ไม่บังเอิญขนาดนั้น อุ๊บอิ๊บเล่าว่าวันนั้นก็ตั้งใจไปนั่งดูเจอยู่แล้ว เคยได้ยินชื่อเจอยู่บ่อยๆ จากการติดอันดับหลายรายการระดับสากล แต่กลับแทบไม่มีใครรู้จักเจมาก่อน และพอเริ่มมีคนพูดถึงเจมากขึ้น อุ๊บอิ๊บก็เริ่มสนใจว่าคนที่ชื่อเจคือใคร จนรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นแฟนคลับเจไปเสียแล้ว

ในปีนั้นอุ๊บอิ๊บบาดเจ็บหนักจากการลงแข่งขันหลายรายการจนต้องหยุดวิ่งไประยะหนึ่ง ครั้งนั้นมาเพื่อเป็นทีมซัพพอร์ตให้กับเพื่อน แต่ทันทีที่รู้ว่าเจลงแข่ง 100 KM ในรายการนั้น อุ๊บอิ๊บเลยเปลี่ยนใจเป็นคนคอยซัพพอร์ตเจทันที ด้วยการตามไปให้น้ำในจุดต่างๆ เจผู้ไม่รู้จักอุ๊บอิ๊บมาก่อนก็เริ่มคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้มากขึ้น

ผลคือปีนั้นเจจบรายการแข่งขัน The North Face 100 Thailand ครั้งแรกของตัวเองด้วยการเข้าเส้นชัยอันดับ 2

หลังจบงานอุ๊บอิ๊บส่งรูปของเจที่ตัวเองถ่ายไว้ตามจุดต่างๆ ให้กับเจ ทำให้ทั้งคู่เริ่มคุยกันตั้งแต่นั้นมา

เจ จันทรบูรณ์ เกรียงชัยไพรพนา

เธอดีเกินไป

เจเป็นผู้ชายนิ่งๆ เงียบๆ แต่ดูใจดี ผมพบเจครั้งแรกยังรู้สึกได้ถึงความเป็นคนจริงใจ ไม่แปลกใจที่เจให้ความรู้สึกอุ่นใจกับอุ๊บอิ๊บ ถึงจะอยู่ไกลกันเจทำงานอยู่เชียงใหม่ ส่วนอุ๊บอิ๊บอยู่ที่กรุงเทพ ครั้งหนึ่งเจกำลังไปแข่งที่ต่างจังหวัด พอทราบว่าอุ๊บอิ๊บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล เจก็ขับมาหาทันที แล้วค่อยขับรถไปแข่ง พอแข่งเสร็จก็ขับกลับมาอยู่เป็นเพื่อน  เจมาอยู่เป็นเพื่อนจนอุ๊บอิ๊บหายดี แล้วค่อยกลับไปเชียงใหม่ ทำให้อุ๊บอิ๊บรู้ว่าเจเป็นคนที่คอยอยู่ข้างๆ เสมอเวลามีเรื่องไม่ดี เหตุการณ์นั้นทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มเพิ่มความเร็วขึ้น 

อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม

หลังจากมีอาการบาดเจ็บที่รุมเร้าตลอดปี อุ๊บอิ๊บได้เจเป็นแรงบันดาลใจในการกลับมาซ้อมอีกครั้งหนึ่ง โดยมีเป้าหมายว่าอยากกลับมาวิ่งระยะไกลให้ได้เหมือนก่อน

ก่อนหน้านี้หากการแข่งขันมีระยะให้เลือกลงแข่ง อุ๊บอิ๊บจะเลือกลงในระยะสูงสุดเสมอ เพื่อต้องการเอาชนะใจตัวเอง นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เจ็บหนัก จนเจต้องบอกว่าไม่ต้องเลือกเอาระยะสูงสุดเสมอไปก็ได้ ลงเท่าที่เราไหว ค่อยเป็นค่อยไป ความเป็นคนใจเย็นของเจช่วยปรับให้คนที่ร้อนอย่างอุ๊บอิ๊บค่อยเย็นลงมาด้วย

อุ๊บอิ๊บ ภคณีย์ บุรุษภักดี เจ จันทรบูรณ์ เกรียงชัยไพรพนา

อุ๊บอิ๊บ ภคณีย์ บุรุษภักดี เจ จันทรบูรณ์ เกรียงชัยไพรพนา

เราไปด้วยกันไม่ได้

ผมเห็นในหน้า Facebook ของอุ๊บอิ๊บอยู่บ่อยๆ ว่าทั้งคู่มักจะซ้อมวิ่งด้วยกัน ความเข้าใจของผมคือทั้งคู่วิ่งขึ้นดอยไปด้วยกัน 2 คน แต่ที่จริงไม่ใช่อย่างที่ผมคิด อุ๊บอิ๊บบอกว่าชาตินี้ทั้งชาติก็วิ่งไม่ได้แบบเจ และบอกกับเจด้วยว่าไม่ต้องลดความเร็วลงมาเพื่อให้เท่ากับอุ๊บอิ๊บ เพราะนั่นจะทำให้เจไม่ได้อะไรเลย

แต่ทุกอย่างมีทางออก  

ทั้งคู่ออกแบบการซ้อมแบบน่ารักๆ ด้วยกันจนลงตัว ด้วยการเริ่มซ้อมวิ่งขึ้นดอยพร้อมๆ กัน แต่อุ๊บอิ๊บจะให้เจวิ่งขึ้นไปในความเร็วของเจ ส่วนอุ๊บอิ๊บก็จะค่อยๆ วิ่งด้วยความเร็วที่ช้ากว่าตามขึ้นไป ส่วนเจ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะวิ่งวกกลับลงมาหาอุ๊บอิ๊บเพื่อวิ่งด้วยกันอีกสักพัก แล้วก็วิ่งไปข้างหน้าอีกด้วยความเร็วเดิม ทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อยๆ เจก็ได้ระยะทางที่เพิ่มขึ้นไปในตัว

ไม่มีเวลา

1 ปีผ่านไป ทั้งคู่กลายเป็นสามีภรรยา อาจจะดูว่าเป็นช่วงเวลาที่เร็ว แต่กับนักวิ่งทั้งคู่ที่ความเร็วไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าระยะทางที่เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ

“จะเร็วหรือไม่เร็ว ระยะเวลาไม่ใช่ตัววัดของผม 1 ปีไม่ได้มีผลในการตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือกับใคร แต่สำคัญที่ว่าได้อยู่กับใครแล้วมีความสุขตลอดไปมากกว่า” เจตอบด้วยสายตาจริงใจ

ไม่ธรรมดาอีกแล้วนะครับผู้ชายคนนี้

เริ่มใหม่อีกครั้ง

หลังจากอาการบาดเจ็บหายดี อุ๊บอิ๊บกลับมาลงแข่งรายการ The North Face 100 Thailand 2018 อีกครั้ง และเลือกลงระยะ 50 KM ถึงไม่ใช่ระยะสูงสุดของรายการนี้ แต่อุ๊บอิ๊บก็อยากใช้สนามที่มีความผูกพันกับตัวเองมาตลอดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองอีกครั้ง ด้วยกำลังใจและแรงบันดาลใจที่มีอยู่ใกล้ตัวอย่างเจ

——

ส่วนเจรองแชมป์เก่าของระยะ 100 KM ในปีนี้มีอาการบาดเจ็บเลยขอลดระยะลงมาเหลือ 25 KM แทน และอย่างที่เดาไว้ไม่ผิดครับ เข้าเป็นอันดับหนึ่งชนิดที่อันดับหนึ่งของระยะ 15 KM ยังไม่เข้าเส้นชัยด้วยซ้ำ

ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

อุ๊บอิ๊บ ภคณีย์ บุรุษภักดี เจ จันทรบูรณ์ เกรียงชัยไพรพนา

ขอบคุณภาพจาก : The North Face Thailand และ อุ๊บอิ๊บ-ภคณีย์ บุรุษภักดี
อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load