เปี๊ยะ-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี อาจเป็นที่รู้จักในนามสะใภ้หวั่งหลีผู้อยู่เบื้องหลังการแปลงโฉม ‘ฮวย จุ่ง ล้ง’ ท่าเรือกลไฟโบราณของตระกูลหวั่งหลี เป็นพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา ‘ล้ง 1919’ ซึ่งเป็นที่ฮือฮาตั้งแต่แรกเผยโฉมสู่สายตาสาธารณชน ทั้งเพราะคงเสน่ห์งานศิลปะจีนได้อย่างน่าประทับใจ และมีจุดประสงค์การใช้งานอันน่าชื่นชม

พาไปรู้จักเธอมากขึ้นอีกสักหน่อย 

คุณเปี๊ยะคือผู้คร่ำหวอดในวงการอินทีเรียร์ดีไซน์มากว่า 40 ปี เป็นแม่ทัพมัณฑนากรแห่ง PIA Interior บริษัทออกแบบภายในไซส์เบิ้มที่เจนเกมและมีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆ ในไทย มีรางวัลระดับนานาชาติและความไว้วางใจจากบริษัทเครือใหญ่ๆ ทั้งไทยและเทศมากมายเป็นเครื่องการันตี

ในโอกาสที่ได้รางวัลนักออกแบบแห่งปี (Designer of the Year) สาขา Honor Award ประจำปี 2021 เราจึงขอนัดหมายพูดคุยกับเธอถึงเส้นทางชีวิต แนวคิดในการทำงาน และประวัติศาสตร์วงการออกแบบฉบับกระชับ ตั้งแต่ยุคที่มัณฑนากรไม่มีปากมีเสียงในทีม สู่วันที่เธอเชื่อว่า “อาชีพนี้ไม่มีวันตกงาน”

อินทีเรียร์ดีไซเนอร์รุ่นใหญ่ย้ำกับเรา 2 เรื่องตั้งแต่ต้นบทสนทนา

เรื่องแรก แม้รูปคำของบริษัท ‘PIA Interior’ จะถอดตามชื่อเล่น ‘เปี๊ยะ’ ในภาษาอังกฤษเป๊ะๆ แต่เธอกลับยืนกรานให้อ่านว่า ‘พี-ไอ-เอ อินทีเรียร์’ ซึ่งย่อจากชื่อเต็ม P INTERIOR AND ASSOCIATE COMPANY LIMITED

ด้วยองค์กรนี้ประกอบไปด้วยองคาพยพมากมาย เธอเป็นเพียงกลไกชิ้นหนึ่งเท่านั้น และนั่นทำให้ PIA Interior เป็นบริษัทออกแบบภายในที่จงใจไม่มีลวดลายเชิงดีไซน์เฉพาะตัว เป็นเหมือนน้ำที่เปลี่ยนรูปร่างไปตามภาชนะบรรจุได้อย่างไร้กระบวนท่า ส่วนสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทคือ ‘วัฒนธรรมการทำงาน’ ต่างหาก

เรื่องที่สอง เธอบอกว่าตัวเองเก่งเหมือนเป็ด ไม่ได้ครอบครองวิชาลับในเชิงออกแบบ แต่ความเป็นเป็ดซึ่งเดินได้ไม่คล่องแคล่ว ว่ายน้ำได้ไม่เชี่ยวชาญ และบินได้ไม่สูงนี้เอง ทำให้เธอกลายมาเป็นมัณฑนากรผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย พา PIA Interior มายืนอยู่แถวหน้าในวงการตกแต่งภายในได้ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

คุณเปี๊ยะถ่ายถอดตัวตนแบบเป็ดของเธอสู่ PIA Interior อย่างแนบเนียน และสร้างวัฒนธรรมการทำงานไม่เหมือนใครได้อย่างไร

เรื่องเล่าต่อไปนี้จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักเธอมากยิ่งขึ้น

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพมัณฑนากรแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งเหมือนเป็ด

01 “อินทีเรียร์ดีไซเนอร์แทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย”

“อินทีเรียร์ดีไซเนอร์แทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย เป็นลูกไล่เขาด้วยซ้ำไป”

คุณเปี๊ยะเกริ่นถึงบรรยากาศแวดวงวิชาชีพสมัยเพิ่งเป็นมัณฑนากรป้ายแดง หลังเรียนจบด้านออกแบบภายในจาก Inchbald School of Design ประเทศอังกฤษ

หมุนทวนเข็มนาฬิกาย้อนกลับไป 40 กว่าปีก่อน ตอนนั้นงานอินทีเรียร์ดีไซน์ยังไม่เข้าครองพื้นที่ในใจผู้คนมากนัก จำนวนผู้เล่นก็ไม่ได้เหลือประมาณจนล้นตลาด ประกอบกับโชคดีที่มีญาติพี่น้องกระจายตัวอยู่ตามห้างร้านองค์กรต่างๆ มัณฑนากรคนเก่งจึงได้โอกาสโชว์ฝีมือ แผ้วทางเดินให้เรียบเตียน และหาตำแหน่งแห่งที่ของตัวได้ไม่ยาก

เริ่มต้นลับเขี้ยวเล็บจากงานเล็กๆ อย่างออกแบบร้านกาแฟ ร้านอาหาร แก่กล้าเพียงพอจึงขันอาสาตกแต่งห้องประชุมสำนักงานใหญ่ ให้กับ คุณบัญชา ล่ำซำ อดีตหัวเรือใหญ่แห่งธนาคารกสิกรไทย

“ครั้งหนึ่งดิฉันทำห้องประชุมทั้งชั้นใกล้เสร็จแล้ว เกิดกังวลว่าเรียบง่ายเกินไปเพราะเป็นสีเดียวกันหมด ซึ่งก็ควรเป็นแบบนั้น จะได้ไม่รบกวนสายตาและไปทิศทางเดียวกัน แต่เนื่องจากตอนนั้นยังวิทยายุทธยังไม่แก่กล้า จึงตระหนก กลัวโดนตำหนิว่าทำงานน้อย เลยตัดสินใจเพิ่มสีสันให้แตกต่างกัน แต่เมื่อย้อนไปดู กลับทำให้คิดได้ว่าเรายังอ่อนหัดนัก นี่สอนให้รู้ว่าประสบการณ์เท่านั้นที่ทำให้เราเดินและอยู่ในเส้นทางอาชีพนี้ได้อย่างมั่นคง

“สิ่งสำคัญคือการที่ต้องเข้าใจโจทย์ให้ถ่องแท้ ถ้าไม่รู้ก็ต้องยอมรับก่อนว่าไม่รู้ แล้วขวนขวายหามา ไม่อายที่จะถามเพื่อให้องค์ความรู้ที่ถูกต้อง

“สำคัญยิ่งกว่าการป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น คือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว การที่เอาปัญหาไปซุกไว้ใต้พรม ทำให้ความวุ่นวายไม่จบสิ้น ดีไซเนอร์ต้องไม่ทำให้อะไรให้ซับซ้อน อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่”

ซีอีโอรุ่นเก๋าเล่าบทเรียนสนุกๆ ในวัยกำลังหัดเดินอย่างฉะฉาน พร้อมกำชับถึงความเชื่อตัวเองที่ยังยึดถือมาถึงปัจจุบัน ก่อนเฉลยอย่างภูมิใจว่า ประสบการณ์ตลอดหลายสิบปีนั้นทำให้เธอมองตัวเองเป็น ‘เป็ด’

“ดิฉันยอมรับว่าตัวเองเป็นเป็ด เพราะไม่ได้เก่งทุกอย่าง การเป็นผู้บริหารองค์กรที่มีแต่คนเก่งมาร่วมงานด้วย เราต้องไม่มีอัตตา ใจกว้างเพียงพอที่จะยอมรับความเห็นผู้อื่น รับความแตกต่างทุกแง่มุม มองเห็นสิ่งรอบตัวได้รอบด้านขึ้น และเรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้อื่น จากแต่ก่อนที่ดุมากจนลูกชายบอกว่า ตุ๊กตุ๊กหน้าปากซอยยังกลัวเลย” พวกเราระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกัน ก่อนเธอจะเสริมต่อว่า

“เป็นเป็ดแบบนี้แหละดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด ขอเป็นคนธรรมดาที่มองภาพรวมออก และแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปสู่ความสำเร็จได้ทุกขั้นตอนดีกว่า”

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพมัณฑนากรแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งเหมือนเป็ด

02 จาก ‘เป็ด’ สู่ ‘PIA’

เส้นทางอาชีพของคุณเปี๊ยะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเมื่อเปิดบริษัท P49DESIGN AND ASSOCIATES ร่วมกับเพื่อนมัณฑนากรมากฝีมือ เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล ก่อนก่อตั้ง PIA Interior ของตัวเองใน ค.ศ. 1999 

แม้ว่าตามชื่อจะยังมีตัวตนของดิฉันอยู่ แต่องค์กรนี้ไม่ได้เป็นของดิฉันคนเดียว พาร์ตเนอร์ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของ PIA ลูกค้าจึงไม่ได้เข้ามาเพราะชื่อดิฉัน ไม่ได้ยึดติดว่าต้องเจอดิฉันเท่านั้น แต่เข้ามาเพราะความเป็น PIA ต่างหาก

“PIA เป็นเหมือนโรงพยาบาลซึ่งมีหมอผู้เชี่ยวชาญต่างแขนงกันไป กระจายงานออกไปสู่พาร์ตเนอร์แต่ละคนตามความเหมาะสม แต่ละทีมมีความเก่งเฉพาะตัว ทั้งทีมออกแบบโรงแรมที่พักระดับหกดาว อย่าง The Ritz-Carlton หรือ Hyatt ทีมทำงานระดับสี่ดาวอย่าง Courtyard by Marriott หรือ Novotel หรือทีมดูแลงานองค์กร คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล หากอยากได้แบบเทิร์นคีย์รวดเร็วก็เป็นทีมหนึ่ง ไม่ได้ใช้อินทีเรียร์ดีไซเนอร์คนเดียวทำทุกอย่าง”

หัวใจอย่างหนึ่งขององค์กรใหญ่เช่น PIA Interior คือการบาลานซ์สัดส่วนผลงานด้านต่างๆ ให้ครบถ้วนและรอบด้าน ตั้งแต่โรงแรมที่พัก โรงพยาบาล ที่อยู่อาศัย บริษัทหน่วยงานและสถาบันการเงิน จนถึงร้านอาหาร บาร์ และหอศิลป์ 

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพมัณฑนากรแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งเหมือนเป็ด
รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพมัณฑนากรแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งเหมือนเป็ด
รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพมัณฑนากรแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งเหมือนเป็ด

อย่างโรงแรมห้าดาว Trident Gurgoan ที่เมืองคุรุคราม ประเทศอินเดีย เป็นงานต่างประเทศที่ PIA Interior ได้ประสานพลังกับสถาปนิกคนเก่ง เล็ก-เมธา บุนนาค แห่ง Bunnag Architects และภูมิสถาปนิก ปุ้ย-วรรณพร พรประภา จาก P Landscape คุณเปี๊ยะบอกว่าโปรเจกต์นี้ให้ประสบการณ์ครั้งสำคัญทั้งในเชิงการออกแบบและทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม เปิดประตูแห่งโอกาสให้บริษัทเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

แต่หากพูดถึง PIA Interior ไม่พ้นต้องเอ่ยถึงโปรเจกต์สร้างชื่ออย่างพื้นที่ริมเจ้าพระยายอดฮิต-ล้ง1919 

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพมัณฑนากรแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งเหมือนเป็ด

“เรายึดหลักการบูรณะเชิงอนุรักษ์ รักษาสถาปัตยกรรมให้งดงามตามจริงอย่างประณีต ระมัดระวัง และเคารพสถานที่ ส่วนภายในก็เปลี่ยนไปตามบริบทการใช้งานปัจจุบัน ต้องการคงสภาพให้อาคารเก่าเหล่านี้เป็นหมุดเวลาในประวัติศาสตร์ และบอกเล่าอดีตให้คนรุ่นใหม่ทราบที่มาและวิถีชีวิตของบรรพบุรุษ” แรงบันดาลใจเดินทางออกมาอย่างพรั่งพรูพร้อมกับแนวคิดในการอนุรักษ์ แววตาส่อประกายภาคภูมิจนเจ้าตัวเก็บไว้ไม่อยู่

คุยกับ เปี๊ยะ-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งแบบเป็ดและเลือกจะไม่มีสไตล์ของตัวเอง

วิถีการบริหารของเธอคล้ายกับการจำลองตัวตนแบบเป็ดของเธอที่มีความถนัดหลากหลาย ลงไปสู่องค์กรอย่างแนบเนียน แต่ PIA คงไม่ใช่เป็ดที่ ‘พอจะทำอะไรๆ ได้บ้าง’ อย่างที่คิด ทว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งมีพาร์ตเนอร์คอยเป็นแขนขา ขันอาสาทำงานที่ถนัด โดยมีคุณเปี๊ยะคอยคุมทิศคุมหางเสือเรืออยู่ไม่ห่าง ให้ทีมได้เต้นระบำไปกับงานออกแบบอย่างอย่างสนุกสนานเต็มความสามารถ

03 No Problem!

“เราไม่หยุดยืนกับที่เพื่อมีสไตล์ของตัวเอง เพราะความชอบของลูกค้ามีหลากหลาย ลางเนื้อชอบลางยา เหมือนคำพูดว่า ‘Beauty is in the eyes of the beholder.’ แต่อยากให้ขึ้นชื่อว่า ทำกับ PIA แล้วจะไม่มีปัญหา” คุณเปี๊ยะอธิบายฉะฉานเมื่อเราถามถึงลายเส้นเอกลักษณ์ขององค์กรพี่ใหญ่ซึ่งมีรยางค์มากมาย

“Commitment คือหัวใจในการทำงานของ PIA” เธอเฉลยกุญแจดอกสำคัญ

“โครงการแต่ละโครงการกินเวลาไม่น้อย สามปีบ้าง ห้าปีบ้าง บางครั้งยาวถึงแปดปี แต่เราไม่เคยทิ้ง งานอินทีเรียร์ไม่ใช่เพียงออกแบบสวยๆ แล้วจบ เราต้องเป็นตัวกลางที่มั่นคงเพื่อเชื่อมคนอื่นๆ เข้าด้วยกัน ให้เขาเชื่อมันได้ว่าเราอยู่ตรงนี้เสมอเพื่อช่วยเหลือ ปัญหาเกิดจากใครไม่ใช่สิ่งที่เราควรไปหา แต่ต้องแก้ปัญหาและเรียนรู้ที่จะไม่กล่าวโทษคนอื่น

“อีกอย่างที่ดิฉันคิดว่าสำคัญมากคือคุณธรรม เราถือเป็นกฎเหล็กเลยว่าไม่รับอามิสสินจ้างใดๆ เป็นอันขาด เพราะเมื่อไม่สุจริตในอาชีพแล้วจะไปท้วงติงหรือว่ากล่าวใครได้”

ลายเซ็นของ PIA จึงไม่ใช่เอกลักษณ์ในเชิงการออกแบบอย่างที่ใครๆ ต่างพยายามสร้างขึ้นหรือตามหา แต่เป็นวัฒนธรรมและความเชื่อในการทำงานอันแข็งแกร่ง ซึ่งคนในองค์กรยึดถือเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

“การหาลูกค้าใหม่ไม่ยาก แต่ความสำเร็จของ PIA อยู่ตรงที่เราเก็บลูกค้าเก่าไว้ได้ มืออาชีพเขาจะรู้ว่า การแต่งให้ออกมาสวยงามนั้น ไม่ใช่ของยาก แต่ระหว่างทางนั้นคือความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นหากขาดประสบการณ์ ดิฉันจึงเน้นทักษะการแก้ปัญหาเป็นหลัก ให้โครงการแล้วเสร็จลุล่วงไปด้วยดี”

คุยกับ เปี๊ยะ-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งแบบเป็ดและเลือกจะไม่มีสไตล์ของตัวเอง

04 “นักออกแบบภายในที่ดีต้องไม่มีตัวตนมากเกินไป”

“สมัยนี้ งานออกแบบภายในสำคัญมาก ถึงขนาดขอสถาปนิกแก้ไขพื้นที่ได้เลย หากอินทีเรียร์ดีไซเนอร์คิดว่าดีกว่า เพราะเราคือคนสร้างความสุขแก่ผู้ใช้สถานที่นั้นจริงๆ”

จากวันวานที่มีหน้าที่เพียงเลือกลายวอลเปเปอร์และกลอนประตู คุณเปี๊ยะพาเรากลับมาสู่บทบาทนักออกแบบภายในยุคปัจจุบัน

“ไม่ใช่แค่ออกแบบให้สวยงาม แต่เราต้องสร้างประสบการณ์เพื่อดึงผู้ใช้งานให้กลับมาอีก จึงกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วว่า อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ต้องเข้าร่วมทีมก่อสร้างตั้งแต่วันแรกเสมอ ถึงขั้นบอกความต้องการกับสถาปนิกได้ เช่น ตรงส่วนล็อบบี้ขอความสูงอย่าต่ำกว่าแปดเมตร ขอเจาะตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อย จากแต่ก่อนนี่อยู่หางแถว สิ่งเหล่านี้เราแนะนำไม่ได้เลย

“แต่นักออกแบบภายในที่ดีต้องไม่มีตัวตนมากเกินไป” เราเลิกคิ้วทั้งคู่ขึ้น ชวนคู่สนทนาให้อธิบายต่อไป

“จริงอยู่ที่มัณฑนากรมีหน้าที่ให้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ห้ามยัดเยียดความคิดเราลงไป แต่หากลูกค้ายังไม่ชัดเจนในแนวทางที่อยากได้ เราก็ควรเป็นผู้นำเสนอ และต้องไม่กลัวที่จะบอกว่าผิดหากแนวทางของลูกค้านั้นไม่ใช่” 

หญิงเก่งตรงข้ามปรับโทนเสียงประโยคสุดท้ายเพื่อปาดไฮไลต์เน้นความสำคัญ ก่อนพูดต่อ

“ถ้ามัวแต่กลัวจะไม่ได้งานจนไม่กล้าถามหรือเสนอแนะลูกค้า ก็จะออกแบบผิดด้วยการตีความผิดๆ เหมือนติดกระดุมเสื้อผิดตั้งแต่เม็ดแรก กระดุมเม็ดต่อไปก็จะผิดเรื่อยๆ เราต้องสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าให้ได้ ห้ามโลเล เขามาหาเราเพราะต้องการความช่วยเหลือ เหมือนไปหาหมอก็ต้องเชื่อหมอ ประสบการณ์จะสอนให้ฟังและพิจารณาได้เองว่าอะไรดีที่สุดสำหรับลูกค้า”

ผลจากการวางตัวดีมีความมั่นใจคือเป็นที่น่าเชื่อถือ ผลจากการเป็นที่น่าเชื่อถือคือดีไซเนอร์กล้าสร้างสรรค์งานโดยไม่คิดคำนึงว่าลูกค้าคือพระเจ้า พร้อมชี้ข้อบกพร่องออกไปอย่างห้าวหาญ

“บางคนเป็นอาร์ทิสต์มาก ใส่อะไรก็ได้ไปหาลูกค้า แต่ดิฉันสอนเด็กเสมอว่า สินค้าเหมือนกัน ถ้าคนหนึ่งแต่งตัวเรียบร้อยมาขาย อีกคนปล่อยชายเสื้อหัวยุ่งฟู คุณจะซื้อของจากคนไหน การนำเสนอตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องมั่นใจ พูดจาถูกกาลเทศะ พอสร้างความมั่นใจให้ได้แต่แรก เขาก็จะเชื่อที่เราแนะนำ” กลเม็ดเด็ดพรายข้อนี้ยังใช้การได้ดีเสมอ 

แม้ในวัยใกล้ 70 เป็ดอย่างคุณเปี๊ยะจะไม่ได้ลงไปลุยงานทุกโปรเจกต์เช่นวันวาน คอยนั่งเก้าอี้บริหารงานอยู่ไกลๆ แต่นั่นเปิดที่ว่างให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้อาศัยร่มไทรใบบังของ PIA Interior ได้แสดงฝีไม้ลายมือและเติบโตตามวิถีแห่งตน

มัณฑนากรชั้นเซียนใช้ประสบการณ์หลายสิบปีถ่ายทอดกระบวนการคิด กลวิธีในการบริหาร และภาพกว้างของอาชีพอินทีเรียร์ดีไซน์ได้ครบถ้วนกระบวนความ

“ดิฉันเชื่อว่าเราควรเขยิบออกมาบ้างและบริษัทก็ควรจะเติบโตขึ้น เพื่อให้เด็กรุ่นหลังได้มีเส้นทางอาชีพ เหมือนเราวางทางเดินให้เด็กกับรุ่นใหม่ แต่ในทางกลับกัน ถ้าอยู่แค่นี้แล้วทำได้แบบนี้ก็ดีมากแล้ว ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ได้มองอนาคตไกลเกินไป เติบโตไปอย่างช้าๆ และมั่นคงดีกว่า อย่าตั้งความหวังมากเกินไป จะทำให้ผิดหวังได้” เธอทิ้งท้าย 

คุยกับ เปี๊ยะ-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี แม่ทัพแห่ง PIA Interior ผู้บอกว่าตัวเองเก่งแบบเป็ดและเลือกจะไม่มีสไตล์ของตัวเอง

หัวเรือใหญ่แห่ง PIA Interior แบไต๋ 5 เคล็ดลับสำหรับมัณฑนากรรุ่นน้องให้เติบใหญ่อย่างมืออาชีพ

01 อัตตา (Ego)

“การยึดมั่นและถือตนเองเป็นใหญ่ที่เรียกว่า ‘อัตตา’ นั้น เป็นกับดักในการมองเห็นที่สำคัญ เราควรลดหรือละอัตตาลง ฝึกให้ใจกว้างยอมรับทุกความเห็นที่แตกต่างจากเรา แล้วนำมาคัดกรองเพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี”

02 ความมุ่งมั่น (Commitment)

“การทุ่มเทมุ่งมั่นเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ทำให้เราสร้างสรรค์งานได้ดีขึ้น เป็นการสร้างมูลค่าให้ตัวเราได้ในทุกวัน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสก้าวหน้าสู่ความสำเร็จ”

03 การนำเสนอตัวเอง

“ภาพลักษณ์เปรียบเสมือนด่านแรก เราต้องนำเสนอตัวเองจากบุคลิกที่น่าเชื่อถือ วางตัวเหมาะสม รวมถึงทักษะในการสื่อสารทั้งด้วยคำพูดและภาษากาย เพื่อสร้างความสนใจ ความมั่นใจ และความไว้วางใจให้ลูกค้าและทุกฝ่าย”

04 ความซื่อสัตย์สุจริต 

“จรรยาบรรณพื้นฐานในทุกวิชาชีพคือความซื่อสัตย์สุจริต การซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เป็นมืออาชีพที่รับผิดชอบงานได้ดี ความสุจริตด้วยการไม่รับอามิสสินจ้างใดๆ เพราะหากไม่สุจริตในอาชีพแล้วจะไปท้วงติงหรือว่ากล่าวใครได้” 

05 เน้นทักษะการแก้ปัญหาเป็นหลัก

“ปัญหาเกิดจากใครไม่สำคัญ แต่ต้องแก้ปัญหาและเรียนรู้ที่จะไม่กล่าวโทษคนอื่น ไม่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องยุติปัญหาด้วยเหตุผล ห้ามใช้อารมณ์หรือความเห็นเฉพาะตัว”

ขอบคุณภาพผลงานจาก PIA Interior

Writer

Avatar

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

Jim Thompson, Hotel Kempinski, Louis Vuitton, Fashion Biennale, The Ritz-Carlton, Nespresso, L’OCCITANE

เพียงบอกส่วนหนึ่งของแบรนด์และอีเวนต์ระดับโลกที่เคยร่วมงานกับนักวาดภาพประกอบคนนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลายเส้นของเธอต้องเป็นงานระดับสากลด้วยเช่นกัน

ไม่เพียงแค่มีผลงานวาดรูปกับแบรนด์ที่โด่งดังเท่านั้น แต่ยังเคยทำงานกับเอเจนซี่จากหลายประเทศ ทั้งสวีเดน อังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส ฯลฯ และล่าสุดเธอเป็นเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Illustration Design ด้วย 

เตย-สุทธิภา คำแย้ม ไม่ได้ร่ำเรียนวาดรูปมาโดยตรง แต่ลายเส้นของศิลปินและนักวาดภาพประกอบคนนี้ เป็นงานคราฟต์แสนละเอียดอย่างมีเอกลักษณ์ วาดภาพที่สัมผัสได้ถึง Mystery of Nature เรื่องเล่าและตำนาน สื่อสารภาพที่เหมือนจริงแต่ผสมผสานจินตนาการเข้าด้วยกัน 

จากจุดเริ่มต้นของการเริ่มค้นหาตัวตนที่สวีเดนราวสิบปีก่อน สู่การค้นพบความชอบในธรรมชาติและการออกเดินทาง คว้าดินสอกดเป็นอาวุธคู่ใจ ตวัดลายเส้นสุดคม วาดรูปด้วยสมาธิ สรรสร้างภาพจากความทรงจำที่ประทับใจในธรรมชาติอย่างไหลลื่น

สำหรับผู้ที่อยากถอดเคล็ดลับนามธรรมของศิลปินในการก้าวเป็น Master หรือใครก็ตามที่กำลังตามหาสไตล์ของตัวเอง บทสนทนานี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับพักสายตา พร้อมละเลียดเรื่องราวประกอบภาพลายเส้นอันประณีตงดงาม 

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

Open for Possibilities

เตยจบด้านกราฟิกดีไซน์ จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์มาก่อน คอร์สที่เลือกเรียนต่อปริญญาโทในสวีเดนก็ไม่ได้สอนวาดรูป แต่เป็นหลักสูตร Individual Specialization ที่เธอบอกว่าเป็นคอร์สเปิดให้คิดเองว่าอยากทำอะไรและทำยังไง ไม่จำกัดประเภทงานว่าต้องเป็นงานดีไซน์หรือศิลปะ 

“อยากรู้เรื่องอะไรก็นัดคุยกับอาจารย์ ไม่ได้มีหัวข้อเลกเชอร์ตายตัว” ศิลปินเจ้าของลายเส้นระดับโลกว่า

หลักสูตรแบบนี้เปิดโอกาสให้ค้นหาตัวเองและทดลองทำสิ่งที่สนใจ ข้อดีคือมีคนหลากหลายความถนัดอยู่ด้วยกัน ทั้งนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ คนทำเซรามิก และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนบทสนทนาข้ามศาสตร์กันในคอร์ส 

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก
สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

จากนั้น เธอเลือกฝึกงานกับ Cooper & Gorfer ช่างภาพและศิลปินหญิงที่ทำงานหลากหลาย ทั้งรูปถ่ายแบบคอลลาจที่ได้แรงบันดาลใจจากผู้คนและสถานที่ระหว่างการเดินทาง งานศิลปะ ลายผ้า งานสำหรับลูกค้า เตยช่วยทำสารพัดอย่างทั้งถือไฟ ถือกล้อง จัดสถานที่ รวมทั้งวาดรูป

หากดูผิวเผิน งานของ Cooper & Gorfer อาจไม่ใช่การวาดภาพประกอบโดยตรง แต่มีแก่นการคิดงานที่น่าสนใจของศิลปิน คือ การนำเรื่องรอบตัวมาเล่าในงาน ออกเดินทางไปฟังเรื่องเล่าชีวิตผู้คนแล้วนำมาเป็นแรงบันดาลใจในศิลปะ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความทรงจำ และสิ่งที่พบเห็น หลากหลายเลเยอร์ในชีวิตมาผสมผสานกัน ออกมาเป็นสไตล์งานที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง 

แม้สุทธิภาจะบอกว่า “ช่วงอยู่ที่สวีเดนไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรพิเศษ อยากไปเห็นอะไรกว้างๆ ได้ลองโดยไม่ผิด” แต่ดูเหมือนว่าการเปิดกว้างกลับเปิดโอกาสให้ค้นพบตัวเองง่ายขึ้น

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

From Roaming on Earth to Paper

ที่สวีเดน การวาดภาพประกอบและทำลายผ้าเป็นที่นิยมและพบเห็นได้ทั่วไป สำหรับเธอ การแวดล้อมด้วยธรรมชาติของที่นั่นทำให้อยากวาดภาพ แค่เห็นมอสและไลเคนเกาะตามต้นไม้ก็อยากจับดินสอแล้ว เธอเล่าอย่างสนุกเมื่อนึกย้อนไป

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

แม้งานอดิเรกของเตย คือ เดินป่า ขึ้นภูเขา ชอบท่องเที่ยว และสนใจประวัติศาสตร์เก่า แต่ทุกครั้งที่ออกเดินทาง หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจมองหาสิ่งใดเพื่อเอามาวาด ไม่ได้บันทึกลายเส้นของธรรมชาติไว้ แต่ตั้งใจออกเดินทางเพื่อเดินทาง ถ่ายรูปเก็บไว้ในฐานะนักท่องเที่ยว แม้ไม่ได้อยู่สวีเดนแล้วก็ยังชอบเดินทาง ซึ่งนั่นทำให้แรงบันดาลใจในการวาดรูปไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก
สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

บทบาท Traveler และ Illustrator ของเธอซ้อนทับกันอย่างกลมกลืน การวาดรูปเปรียบเหมือนการออกเดินทางอีกครั้ง แต่เป็นการเดินทางของลายเส้นบนโลกกระดาษ

เมื่อเดินทางด้วยเท้า เตยบอกว่า “ชอบโมเมนต์ที่ไม่มีอะไรเลยระหว่างอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เห็นวิวทิวทัศน์แล้วซึมซับความรู้สึกบางอย่างมา” ส่วนการเดินทางด้วยดินสอเหมือน Replay ความทรงจำเหล่านั้นอีกครั้ง “ชอบการอยู่ในโมเมนต์นั้นๆ ทำงานช้าๆ แล้วค่อยๆ เติบโต เราเป็นคนนิ่ง ชอบทำงานคนเดียวอยู่แล้ว เวลาทำงานเลยเหมือนนั่งสมาธิ”

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

เทคนิคการวาดรูปที่ไร้กระบวนท่านี้ คือ การประทับความรู้สึกที่สัมผัสได้จากธรรมชาติ แล้วบันทึกไว้ด้วยภาพวาด ออกมาเป็นภาพที่ลึกลับเหมือนป่า สงบเหมือนใบไม้ ดอกไม้ค่อยๆ ผลิบาน เตยนิยามความลึกลับในภาพธรรมชาติของเธอด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษว่า ‘Exotic’

“งานเหมือนเยอะแต่เงียบ พูดเบาๆ มีพื้นที่ให้ตีความ ไม่ได้พูดความหมายของงานชัด เราเล่าเรื่องของเรา คนดูภาพรับสารเป็นเรื่องของเขา” ศิลปินนักเดินทางขยายความแนวทางการสร้างสรรค์งานของตัวเอง

ภาพของเตยจึงเหมือนโลกธรรมชาติใบย่อมอีกใบ เชิญชวนให้ผู้ชมออกเดินทางด้วยกันอีกครั้ง 

Bird by Bird 

เตยฝึกฝนวาดรูปด้วยการหัดเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผลงานช่วงแรก คือ Lunne เป็นภาพลูกนกพัฟฟินรูปร่างกลมในสวีเดนที่ใกล้สูญพันธ์ุ เมื่อเริ่มใช้ดินสอสเก็ตช์ ทดลองขีด ก็พบว่าเกิดลายเส้นที่น่าสนใจ

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

หนึ่งในผลงานที่ทำให้เตยเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ คือ ภาพประกอบจากการฝึกงานกับ Cooper & Gorfer ชื่อ The Weather Diaries สำหรับ Nordic Fashion Biennale 2014 

งานแฟชั่นโชว์ของประเทศแถบนอร์ดิกที่เยอรมนีครั้งนั้น เตยนำเทกซ์เจอร์ของผ้าในงานแฟชั่นมาสร้างเป็นนก ถักถอลายเส้นของปีกนกด้วยผ้าปักเลื่อม มีเศษผ้า เศษด้ายหลุดรุ่ยออกมา วาดหางเป็นซิป ผลงานนี้เป็นชิ้นปูทางให้เอเจนซี่ยุโรปและต่างประเทศติดต่อเข้ามา

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

อีกความลับในงานวาดของเตย คือเธอได้ซ่อนเรื่องเล่าที่น้อยคนจะสังเกตเห็นเอาไว้ ตัวอย่างเช่น งาน Beneath the Dark Wing รูปนกเงือก เนื่องจากเป็นนกพันธ์ุหายากและใกล้สูญพันธ์ุ จนอาจกลายเป็นตำนานในวันหนึ่ง เตยจึงวาดปากนกให้คล้ายไม้ผุๆ เก่าแก่ มีลูกนกตัวเล็กซ่อนอยู่ เพื่อสื่อถึงการเลี้ยงลูก

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

การฝึกวาดรูปด้วยตัวเองของเตยเหมือนสำนวน Bird By Bird ที่แปลว่า One small step at a time. 

จากนักวาดมือใหม่ที่หัดบินด้วยการฝึกวาดนกตัวแรก นำไปสู่รูปนกรูปแล้วรูปเล่า สยายปีกกว้างสู่รูปอื่นๆ ตามมา ขณะเดียวกัน เธอบินได้ไกลขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะนักวาดภาพผู้สั่งสมประสบการณ์ไปพร้อมกับการพัฒนาฝีมือจนเป็นที่รู้จักไกลถึงอีกซีกโลก

Craft Details of Culture

ลายเส้นของเตยโลดแล่นทั้งในแบรนด์ไทยและแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย แต่ละภาพล้วนถอดจากสิ่งที่พบเห็นมีอยู่จริง หรือมีที่มาที่ไปเสมอ

เธอถ่ายทอดความลึกลับของป่าเขตร้อน กลิ่นอายความเป็นเอเชียผ่านผ้าพันคอผ้าไหมไทย 10 ลายของจิม ทอมป์สัน ประกอบด้วยรูปหลากหลาย ทั้งสัตว์ในตำนานอย่างกิเลน เสือ ปลากัด รวงข้าว ดอกไม้ พืชพรรณนานาชนิดที่เคยพบเห็นมาจากธรรมชาติเขตร้อน เตยเล่าว่าลายเสือที่วาดได้แรงบันดาลใจมาจากเสือในจิตรกรรมของพุทธวัชรยาน

“ไปเที่ยวภูฏานมาแล้วประทับใจภาพเขียนในวัด รู้สึกเชื่อมโยงกับภาพเขียนเหล่านั้น เลยอยากทำภาพวาดที่เป็นตอนกลางคืนของเมือง” นักวาดภาพประกอบเล่าอย่างสนุก

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก
เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

หากเป็นงานที่อยากสื่อสารกลิ่นอายของวัฒนธรรม บางครั้งจะมีแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์มาผสมผสานด้วย อย่างลายมังกรสำหรับเทศกาลตรุษจีนของเกษรวิลเลจ เตยลงมือวาดโดยนึกถึงของเก่าจากจีนและผ้าปักจากราชวงศ์เก่า

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

นักวาดเผยเคล็ดลับความคราฟต์ในงานฉบับตัวเองว่า คือการสื่อสารกลิ่นของภูมิภาคและเรื่องราวของแบรนด์นั้นออกมาด้วยลายเส้น ตัวอย่างโจทย์การทำ Corporate Identity ให้ Kempinski อธิบายข้อนี้ได้อย่างเห็นภาพ เพราะต้องวาดดอกไม้จากทุกทวีปที่โรงแรมดำเนินการอยู่ คือ อเมริกาใต้ ยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชีย พร้อมสื่อสารอารมณ์อ่อนหวานในแบบ Kempinski ไปด้วย

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก
เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

“พยายามเลือกดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของภูมิภาคนั้นมากที่สุด เช่น ดอกชบา กุหลาบ ถ้าเป็นดอกกุหลาบจากยุโรปจะวาดให้มีเถาสไตล์ยุโรปออกมา ปรับรายละเอียดของภาพไปเรื่อยๆ ให้ดอกไม้ดูนุ่มขึ้นอีกนิด หวานขึ้นอีกหน่อย จนได้ดอกที่พอใจใช่เลย” เธอย้ำถึงความประณีตในการทำงานกับแบรนด์ ซึ่งต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Reality + Imagination Through Her Perspective

สำหรับงานที่ต้องวาดในสิ่งที่ไม่เคยเห็น เตยใช้วิธีท่องโลกอินเทอร์เน็ตแทนเดินป่าก่อนลงมือวาด ดังเช่นผลงานบนแพ็กเกจ Taylor of Harrogate แบรนด์กาแฟ Single Origin จากอังกฤษ ซึ่งอยากสื่อสารเรื่องราวของเมล็ดกาแฟจากแอฟริกาที่มีรสและกลิ่นอายของดอกไม้ มะม่วง เฮเซลนัท ไปจนถึงช็อกโกแลตคาราเมล 

“กาแฟเหล่านี้มีข้อมูลจำเพาะว่ามาจากแถบภูเขาลูกไหน เลยต้องรีเสิร์ชดูรูปว่าที่นั่นเป็นยังไง ดูภาพจากดาวเทียม ดูจากแผนที่ของจริง ให้เห็นภูมิศาสตร์ เห็นภาพรวมทั้งหมด แล้วมาสร้างภาพ” 

และเมื่อซึมซับความรู้สึกจากรูปจริงทั้งหมดแล้ว จึงถ่ายทอดลายเส้นละเมียดละไมที่สื่ออารมณ์ออกมาได้

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

การหาข้อมูลให้เห็นภาพที่สุดยังช่วยพาจินตนาการให้โลดแล่นไร้ขีดจำกัด วาดรูปสิงสาราสัตว์ที่ไม่เคยเห็นตัวจริง วาดรูปในดินแดนที่ไม่เคยไปเหยียบได้ อีกหนึ่งผลงานที่เดินทางด้วยดินสอไปไกลอีกทวีป คือ Wildes Afrika สมุดระบายสี สร้างลายเส้นมีชีวิตทั้งพืชพรรณและสัตว์จากแอฟริกานานาชนิด

อย่างไรก็ตาม ภาพวาดของเตยไม่ใช่ภาพวาดเสมือนจริงที่อยากวาดให้เหมือนเปี๊ยบ แต่เป็นภาพที่เก็บรายละเอียดมากที่สุดจากของจริง แล้วใส่จินตนาการผสมลงไป อย่างงาน Villa la madonna ตึกเก่าที่เจ้าของอยากอนุรักษ์ไว้ เตยวาดภาพจากสถานที่จริงโดยคงจุดเด่นของอาคาร ทั้งประตูสีเขียว ทางเข้าขนาบด้วยไร่องุ่น พร้อมวาดสิ่งที่รู้สึกผสมเข้าไปด้วย

ช่างเหมือนได้ดูรูปจริงผสมเวทมนตร์และจินตนาการที่โลดแล่นอยู่บนหน้ากระดาษ

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

Magic of Pencil

ในฐานะผู้ผันตัวจากกราฟิกดีไซเนอร์มาเป็นนักวาดภาพ เตยบอกว่าชอบความรู้สึกเวลาดินสอชนกระดาษ ซึ่งเวลาทำงานในคอมพิวเตอร์จะไม่ได้สัมผัสความรู้สึกนี้

สมัยเรียนติวเข้าปริญญาตรี เธอเคยถูกบังคับให้ใช้ EE วาด Drawing แล้วพบว่าไม่ชอบ จนมาถูกใจดินสอกดที่ใช้วาดเป็นหลักในปัจจุบัน สลับกับการใช้ดินสอธรรมดาและปากกา โดยแต่ละงานเลือกใช้ขนาดไส้ดินสอและออกแรงหนักเบาให้เหมาะกับความรู้สึกในภาพ

“ช่วงแรกๆ ชอบดินสอกด เพราะไม่เลอะเทอะ ใช้ง่าย สะดวก พอใช้มาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าเส้นคมดี ควบคุมง่าย สร้างเทกซ์เจอร์ที่เราต้องการได้ เช่น ถ้าเป็นกลีบดอกไม้ต้องผ่อนมือเยอะ เพื่อให้ความรู้สึกเบาบางและอ่อน ส่วนภูเขาวาดให้เส้นหนักแน่น” ศิลปินดินสอกดอธิบายเสริม

Colour & Pattern of Nature

หากเป็นงานลงสี เตยจะวาดด้วยดินสอก่อนแล้วค่อยลงในคอมพิวเตอร์ บางงานใช้หมึกวาดก็มี ตัวอย่างงานที่แต้มสีสันสดใส คือ In and Proud ภาพดอกไม้หลากสีหลายดอกมาเต้นระบำรวมกัน สื่อสารประเด็น LGBTQ ว่าแต่ละดอกต่างมีความสวยงามในแบบของตัวเอง

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

นอกจากรูปดอกไม้และสิ่งมีชีวิตแล้ว การถ่ายทอดภาพเป็นแพตเทิร์น Land Art ก็ไม่พ้นมือเธอคนนี้ ทั้งลายของแบรนด์เสื้อผ้า Irada มีแรงบันดาลใจจากลายหน้าตัดหินที่ซ้อนทับกันเป็นเวลานาน และลายเปลือกไม้ Rawgenic สำหรับเป็นแพ็กเกจของแบรนด์สบู่ออร์แกนิก

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก
เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

ที่งานของเตยมีความหลากหลาย เพราะเธอทดลองเปลี่ยนเทคนิคไปเรื่อยๆ ล่าสุด เตยใช้ปากกาไม้ไผ่ ซึ่งเป็นแท่งไม้ไผ่เหลากับหมึก Indian Ink ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป ทั้งในแง่กระบวนการและภาพที่ออกมา

“ตอนใช้ดินสอเราควบคุมได้ว่าไปทางไหน แต่พอเปลี่ยนไปใช้หมึก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อหมึกตกลงบนกระดาษ มันควบคุมไม่ได้ วาดตรงนี้แล้วหมึกไหลไปต่อจุดนั้นโดยไม่ได้วางแผน”

การควบคุมน้ำหมึกไม่ได้นี้ กลายเป็นข้อดีที่ทำให้เตยได้วาดรูปแบบปล่อยมากขึ้น ออกมาเป็นรูปต้นไม้ที่แตกกิ่งก้าน โดยไม่มีฟอร์มมาก่อน 

Free-Flow Drawing

ในมุมมองของเตยนั้น การวาดรูปมีความอิสระ เป็นส่วนตัว และได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เธอชอบทั้งงานที่มีโจทย์จากลูกค้าและงานไม่มีโจทย์ที่วาดเพื่อให้คนสะสมภาพ 

การทำงานของเตยฟรีสไตล์ทั้งกระบวนการและผลงาน หลายรูปก็ลงมือวาดโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามากนัก ดูหน้างานว่าเหมาะกับการวาดด้วยเทคนิคไหน และเนื่องจากทำงานมาหลายรูปแบบ ทั้งปกหนังสือ บรรจุภัณฑ์ งานกระดาษ ลายผ้า วอลเปเปอร์ เซรามิก เคล็ดลับในการวาดภาพบนทุกวัสดุคือ 

“ต้องรู้ข้อจำกัดและข้อควรระวังของแต่ละวัสดุ เพื่อวาดงานที่พอดีกับสื่อนั้น เช่น เซรามิกไม่ควรวาดเส้นเล็กเกินไป เพราะจะทำให้พิมพ์ไม่ติด”

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

นอกจากทำงานของตัวเอง บางครั้งเส้นสองมิติของเตยก็ได้ร่วมงานกับศิลปินอื่นเพื่อเพิ่มมิติการเล่าเรื่อง ในงานวอลเปเปอร์ของอีเวนต์ Louis Vuitton Exotic ขนนกจากเส้นดินสอของเตยได้ประดับตกแต่งด้วย ทำให้งานประติมากรรมขนนกกระดาษของ Teaspoon Studio กลายเป็นงานสามมิติที่อลังการ

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก
เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

หากไล่ย้อนกลับไปข้างต้น แม้จะมีชิ้นงานตัวอย่างเพียงไม่กี่หยิบมือ แต่ตลอดกว่า 7 ปี ศิลปินหญิงคนนี้สร้างสรรค์ผลงานลายเส้นคมคายมามาก ลองผิดถูกด้วยตัวเอง หลายครั้งเกิดเป็นการเรียนรู้อย่างคาดไม่ถึง อย่างไรก็ตาม อนาคตเธออยากทำงานที่เปิดกว้างมากขึ้น ลองทำสิ่งใหม่ๆ โดยไม่ได้มีสเปกว่าอยากทำอะไรเป็นพิเศษ

เธอว่าอยากให้ธรรมชาตินำทางไปเหมือนวันที่ป็นนักวาดมือใหม่ ผู้เริ่มจรดปลายดินสอวาดรูปลงบนกระดาษเป็นครั้งแรก

5 แนวคิดจากนักวาดรูประดับสากลที่อยากส่งต่อให้ศิลปินไทยรุ่นน้อง

01 Be Yourself

“ทำงานที่เป็นตัวเอง ทำในสิ่งที่เราชอบและสนใจจริงๆ แล้วจะอยู่กับสิ่งนั้นได้นานและแฮปปี้”

02 Be Consistent 

“ทำงานสม่ำเสมอ ทำไปเรื่อยๆ”

03 Open for Inspiration

“มีแรงบันดาลใจเสมอ เปิดรับความรู้ใหม่ๆ นำสิ่งที่สนใจมาเชื่อมโยงกันได้เป็นเรื่องเดียว” 

04 Trust your Gut Feeling 

“ทำตามความรู้สึกตัวเอง ว่าควรทำยังไง เลือกทางไหน”

05 Just Draw It

“ไม่ต้องคิดว่าสวย หรือมีคำตอบว่าเป็นสไตล์ไหน แค่ลงมือทำ หยิบดินสอมาวาดเลย” 

ภาพผลงาน : สุทธิภา คำแย้ม

Writer

Avatar

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load