The Cloud x Museum Siam

สมัยก่อนนอกจากกษัตริย์จะนิยมสร้างวัดเพื่อเป็นสถาปัตยกรรมคู่บ้านคู่เมืองในวาระต่างๆ ยังสร้างเพื่อแสดงถึงบุญญาธิการของผู้ปกครอง ณ ขณะนั้นเช่นกัน

วัดเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา วัดเป็นทุกอย่างตั้งแต่โรงเรียน สถานสงเคราะห์ ศูนย์รวมชุมชน แหล่งที่พึ่งทางใจ ไปจนถึงเป็น Art Gallery ชั้นดีที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปะชั้นยอดและเก่าแก่เอาไว้ ทั้งลวดลายจากฝีไม้ลายมือของเหล่าศิลปินในอดีตที่ประทับไว้ตามจิตรกรรมฝาผนังของอุโบสถและวิหาร ลวดลายประดับตกแต่งตามประตู หน้าต่าง รวมถึงแผ่นศิลา รูปหล่อพระพุทธรูป ก็ล้วนเป็นผลงานศิลปะที่จัดแสดงในวัดทั้งสิ้น โดยเฉพาะบรรดาวัดหลวงในเกาะรัตนโกสินทร์ที่เป็นแหล่งรวมงานช่างฝีมือระดับประเทศ

เปิดดวงตาคู่ใหม่ด้วยการเยี่ยมเยียนวัดหลวง 11 แห่งในพระนคร ซึ่งไม่ได้มีจุดเด่นแค่เรื่องทำบุญ ไหว้พระ แต่เป็นแกลเลอรีที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจบรรจุเรื่องราวในอดีต พร้อมเปิดให้เข้าชมอยู่เสมอ

ประตูหน้าต่างประดับมุกญี่ปุ่น วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร 

ศิลปะจากนางาซากิบนประตูวัดหลวง

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

ไข่มุกประดับญี่ปุ่นที่ไม่ต้องไปไกลถึงแดนอาทิตย์อุทัย เพียงเดินทางสู่ใจกลางพระนครเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปด้านในวิหารของวัด ลองสังเกตบานประตูและหน้าต่างโดยรอบ จะพบศิลปะโบราณที่ประดับงานมุกจากช่างฝีมือเมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นไว้ให้ชมด้วย

การตัดมุกเป็นชิ้นๆ ประกอบโครงร่าง พร้อมระบายสีฝุ่นจากวัสดุธรรมชาติผสมกับแร่เหล็กและอะลูมิเนียม ลงบนพื้นรักหรือเปลือกหอย โดยสีฝุ่นนั้นทำให้เกิดความระยิบระยับที่แตกต่างจากงานประดับมุกของญี่ปุ่นซึ่งนิยมโรยผงทองหรือเงินมากกว่า ตอนบนของบานเป็นภาพนก ต้นไม้ และดอกไม้ ด้านล่างสั่งทำพิเศษเป็นลวดลายบ้านและผู้คน 

หากต้องการเข้าไปชมประตูและหน้าต่างมุกประดับด้านใน อาจต้องไปในวันสำคัญทางศาสนา หรือวันปกติจะเปิดให้เข้าช่วงทำวัตรเช้า (09.00 น.) และเย็น (17.00 น.) เท่านั้น

วัดประจำรัชกาลที่ 4 นี้ถือเป็นวัดแรกของพระสงฆ์คณะธรรมยุติกนิกายที่ตกแต่งอย่างงดงาม ปัจจุบันแม้ชำรุดไปบ้าง แต่ยังคงเก็บสะสมศิลปะอันงดงามไว้ได้อย่างดี

ที่อยู่ : 2 ซอยสราญรมย์ ถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. 

แผ่นจารึกว่างเปล่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร

พื้นที่ว่างเปล่าที่แฝงความนัยประวัติศาสตร์

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ไม่ได้มีแค่ยักษ์วัดโพธิ์เท่านั้น เพราะวัดเก่าแก่อายุมากกว่า 230 ปีแห่งนี้มีศิลปะหลายแขนงที่ถูกสะสมไว้มากมาย และยังเต็มไปด้วยแผ่นศิลาจารึกสรรพความรู้และเรื่องราวในอดีตไว้กว่า 1,440 แผ่น ที่มากมายขนาดนี้เพราะสมัยก่อนยังไม่มีโรงเรียนให้สั่งสมความรู้ วัดคือแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น การจารึกความรู้เหล่านี้ไว้ ทำให้ผู้คนได้เรียนรู้อย่างทั่วถึงกัน

ของสะสมที่มีอายุมาก บ้างตัวอักษรเลือนหาย บ้างยังคงอ่านได้ชัดเจน แต่หากเดินเข้าไปในพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ หรือวิหารพระนอน จะพบกับแผ่นจารึกเปล่าที่อักษรไม่ได้เลือนหาย แต่ยังไม่ถูกจารึกลายลักษณ์อักษรใดๆ ลงไปต่างหาก มีเพียงกรอบที่ตกแต่งไว้สวยงาม ซึ่งจริงๆ แล้วข้อความสำหรับจารึกลงบนแผ่นหินนี้ได้ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทว่ามีการผลัดแผ่นดิน แผ่นจารึกนี้จึงถูกทิ้งไว้เช่นเดิม สำหรับเนื้อความเตรียมจารึกเป็นเรื่องใดนั้น เพียงหันกลับไปมองฝั่งตรงข้ามกับแผ่นจารึกเปล่านี้ คุณก็จะได้คำตอบว่า สิ่งนั้นคือเรื่องราวพระราชดำริของรัชกาลที่ 3 ว่าด้วยการทรงสร้างพระพุทธไสยาสน์วัดพระเชตุพนฯ แห่งนี้

ที่อยู่ : 2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

กระเบื้องเคลือบ 5 สี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

วัสดุแต่งวัดสีสดใสจากเมืองจีน

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

หากมองผ่านประตูระเบียงคดในวัดราชบพิธฯ สุดลูกตา จะบรรจบกับศิลปะของฐานคูหาเจดีย์ที่ประดับไปด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์ของพระมหาเจดีย์ทรงระฆังที่ตั้งเด่นสง่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีซุ้มกระจกประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ โดยรอบทั้งสิ้น 14 ซุ้มด้วย

เครื่องกระเบื้องนำมาใช้เป็นวัสดุก่อสร้างตั้งแต่สมัยสุโขทัย และในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการติดต่อการค้ากับจีนมาก เกิดเป็นการนำเทคนิคและนำเข้ากระเบื้องจากจีนมาตกแต่งวัด ตั้งแต่นั้นเรื่อยมาก็ใช้เทคนิคกระเบื้องในการก่อสร้างมากขึ้น จนสมัยรัชกาลที่ 5 มีการนำเข้ากระเบื้องและให้ช่างชาวจีนบรรเลงลวดลายเบญจรงค์สีสันสดใส ทั้งเขียว ชมพู เหลือง ฟ้า แดง ประดับลงที่พระเจดีย์ วิหาร และโบสถ์ ของวัด นานวันผ่านพ้นไป กระเบื้องเคลือบทั้ง 5 สีก็ยังได้รับการดูแลให้งดงามและชัดเจนจวบจนวันนี้

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

ภายในวัดบนพื้นที่ขนาดเล็กๆ ตระการตาไปด้วยพระมหาเจดีย์ที่ตั้งไว้ตรงกลาง ห้อมล้อมด้วยระเบียง อุโบสถ วิหาร ตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงอยากให้เป็นตามแบบฉบับของวัดโบราณ ซึ่งต่างจากวัดอื่นๆ ที่มักสร้างพระอุโบสถไว้ตรงกลาง นอกจากนี้ในสมัยรัชกาลที่ 7 ยังโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์จนวัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดประจำกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึง 2 พระองค์ด้วย

ที่อยู่ : 2 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. 

รูปหล่อภิกษุณี 52 องค์ วัดเทพธิดารามวรวิหาร

ประติมากรรมอ่อนช้อยรูปสตรีในพระพุทธศาสนา

วัดเทพธิดารามวรวิหาร

การพบปะรูปหล่อในครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงคนแต่อย่างใด หากแต่เป็นรูปหล่อองค์ภิกษุณี จำนวน 52 องค์ในวัดเทพธิดารามวรวิหาร วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อสร้างให้กับพระธิดาอันเป็นที่รัก คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองศ์เจ้าหญิงวิลาส พระธิดาผู้ซึ่งมีพระสิริโฉมงดงาม ในสมัยรัชกาลที่ 2 – 3 นั้นถือเป็นช่วงที่การค้าขายกับจีนได้รับความนิยม สถาปัตยกรรมและศิลปะในวัดจึงได้รับอิทธิพลจากจีนไปโดยปริยาย ทว่าการสร้างสิ่งต่างๆ ในวัดจะเน้นความงดงามอ่อนหวาน เหมาะสมกับเจ้านายผู้เป็นสาวงามด้วย 

วัดเทพธิดารามวรวิหาร

รูปหล่อองค์ภิกษุณี 52 องค์เป็นรูปหล่อด้วยดีบุก ลงรักปิดทอง ซึ่งนั่งอยู่เรียงรายบนแท่นหินอ่อน หน้าองค์พระประธาน โดยแต่ละองค์มีอิริยาบถแตกต่างกันไป ทั้งนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ นั่งตำหมาก ตลอดจนองค์ยืน 3 องค์ ส่วนตรงกลางมีภิกษุณีองค์เดียวที่อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิปางมารวิชัย อันเป็นรูปหล่อของ ‘พระนางมหาปชาบดีโคตมี’ ภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นแม่นมของเจ้าชายสิทธัตถะนั่นเอง

แม้จะดูเป็นรูปหล่อธรรมดา แต่หากดูถึงรายละเอียด นี่คือผลงานการหล่อมาตั้งแต่เมื่อ 183 ปีที่แล้ว ศิลปะโบราณยังถูกเก็บไว้อย่างดี รอคอยให้ผู้คนแวะเวียนผ่านเข้าไปดูและระลึกถึงเรื่องราวที่เคยถูกสอนในวิชาพระพุทธศาสนาถึงพุทธประวัติของภิกษุณีองค์สำคัญไปด้วยกัน 

ที่อยู่ : 42 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา  08.00 -17.00 น.

พระพุทธรูปฝาแฝด 156 องค์ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร 

พระพุทธรูปปางสมาธิที่เหมือนกันเป๊ะในระเบียงคด

วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

วัดที่มีระยะเวลาการสร้างควบถึง 3 รัชกาลด้วยกัน โดยเริ่มสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้รับการเรียกขานอยู่หลายชื่อ ทั้งวัดมหาสุทธาวาส วัดพระโต วัดพระใหญ่ วัดเสาชิงช้า วัดสุทัศเทพธาราม จนเป็น ‘วัดสุทัศนเทพวราราม’ นามพระราชทานตามรัชกาลที่ 4 ในที่สุด

ใจกลางวัดเป็นวิหารหลวงหลังใหญ่ รายล้อมไปด้วยพระระเบียงคด อาคารที่หักมุมฉากล้อมรอบบรรจบกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมวิหารไว้ ความงดงามของระเบียงคดแห่งนี้ คือความเหมือนของอาคารที่ก่อปูนผนังเช่นเดียวกันทั้ง 4 ด้าน ช่องห่างเสาแต่ละห้องเท่ากัน รวมถึงความเหมือนของพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิลงรักปิดทอง ซึ่งประดิษฐานอยู่ในระเบียงก็มีขนาดเท่ากัน รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันราวกับฝาแฝด และมีมากถึง 156 องค์วางเรียงกันตลอดแนว ปัจจุบันมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปตามกาล แต่มีการลงรักปิดทองใหม่อยู่เสมอ มีบางองค์ที่เป็นสีดำสำริดรอการลงรักทองอยู่ด้วย

ที่อยู่ : 146 ถนนบำรุงเมือง แขวงวัดราชบพิธ

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น.

จิตรกรรมหนุมานอมพลับพลา วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

หนุมานอ้าปากบนผนังห้องหมายเลข 53 

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าวัดพระแก้ว  หนึ่งในวัดหลวงที่เชื่อว่าต้องเคยได้ยินชื่อกันอย่างน้อยสักครั้ง เป็นวัดที่รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวัง

จิตรกรรมฝาผนังบริเวณระเบียงคดรอบพระอุโบสถ เป็นภาพวาดบนฝาผนังเกี่ยวกับเรื่องราวในมหากาพย์วรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ มีจำนวนทั้งสิ้น 178  ห้อง ถ้าจะเดินดูให้ครบอาจต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งวัน ดังนั้น เราจึงอยากชวนเดินไปที่ห้องหมายเลข 53 บนผนังปรากฏรูปวาดหนุมานขยายร่างใหญ่ยักษ์กำลังอ้าปากอมพลับพลาของพระรามไว้เพื่อป้องกันศัตรู เป็นฝีมือของ สง่า มะยุระ จิตรกรและผู้ก่อตั้งโรงงานทำพู่กันแห่งแรกของไทย หากค่อยๆ ไล่สายตาไปทั่วทั้งภาพอย่างช้าๆ เราจะเห็นรายละเอียดทั้งฉากทิวทัศน์ที่สมจริงเลียนแบบธรรมชาติ รวมถึงการเขียนภาพพระ เทวดา ลิง และยักษ์ที่มีกล้ามเนื้อเหมือนมนุษย์ ยิ่งถ้าได้อ่านกลอนที่เล่าเรื่องราวของหนุมานอมพลับพลา ตอนศึกไมยราพประกอบกันด้วยแล้ว จะยิ่งเพิ่มความสนุกให้กับการดูบันทึกประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่กับเกาะรัตนโกสินทร์มาแสนนานอย่างแน่นอน

ที่อยู่ : ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30 – 15.30 น.

พระวิหารโพธิ์ลังกา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

วิหารน้อย รายละเอียดไม่น้อย 

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

พระวิหารโพธิ์ลังกา ตั้งอยู่ภายในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารอันเงียบสงบ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 บริเวณที่เคยเป็นพระตำหนักประทับของพระองค์เมื่อครั้งทรงผนวช

อาคารปูนสีขาวขนาดกะทัดรัดรายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ที่บานประตูมีความละเอียดลออของจิตรกรรมเอกรงค์ ที่เรียกว่าลายรดน้ำ หรือลายทองที่ล้างด้วยน้ำ เป็นการสร้างลวดลายของภาพให้ปรากฏเห็นเป็นสีทองเพียงสีเดียวด้วยแผ่นทองคำเปลวบนพื้นรักสีดำหรือสีเเดง โดยองค์ประกอบของภาพ เรื่องราว เเละลวดลายที่ปรากฏ มีหลายลักษณะ มีที่มาเเละเเรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ วรรณคดี ชาดก เเละพุทธประวัติ

หากลองสังเกตบานประตูพระวิหารโพธิ์ลังกาใกล้ๆ จะเห็นเป็นลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์งดงาม สะท้อนถึงคุณค่าของศิลปะไทยที่มีมาแต่โบราณ นอกจากนี้ ภายในพระวิหายังประดิษฐานพระนาค พระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัยตอนต้นให้ผู้คนได้มากราบไหว้อีกด้วย

ที่อยู่ : 3 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

พระปรางค์ วัดราชบุรณราชวรวิหาร

พระปรางค์ที่รอดพ้นจากระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 2 

วัดราชบุรณราชวรวิหาร

เดินตรงมาจากปากคลองตลาด ก่อนจะเลี้ยวซ้ายไปโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เราจะเห็นพระปรางค์องค์หนึ่งตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ในบริเวณวัดราชบุรณราชวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า วัดเลียบ

สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายโดยพ่อค้าชาวจีน เป็นวัดตามธรรมเนียมประเพณีโบราณที่ในราชธานีจะต้องมีวัดสำคัญประจำเมือง และยังเคยเป็นที่พำนักของขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งได้แสดงผลงานไว้บนผนังอุโบสถ์สำคัญๆ หลายแห่ง

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดเลียบซึ่งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้าโดนทิ้งระเบิดเสียหายทั้งวัด เหลือเพียงพระปรางค์องค์ใหญ่หน้าพระอุโบสถเพียงองค์เดียว จนต้องประกาศยุบวัด ต่อมาใน พ.ศ. 2491 ผู้มีศรัทธาได้ร่วมกันปฏิสังขรณ์ให้เป็นวัดตามเดิม

พระปรางค์สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งองค์ เป็นพระปรางค์ย่อมุมไม้ยี่สิบแปด มีฐานบัวซ้อนขึ้นไป 5 ชั้น แต่ละชั้นทำเป็นรูปมารแบกโดยรอบ ชั้นซุ้มค่อนข้างสูง เหนือชั้นซุ้มขึ้นไปเป็นชั้นกลีบขนุน 8 ชั้น ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล มีมงกุฎครอบบนนภศูลอีกทีหนึ่ง นับเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง 

ที่อยู่ : 119 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. 

ธรรมาสน์สังเค็ด วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

งานไม้สลักสุดประณีต ที่ระลึกจากงานพระบรมศพ

สุดยอดงานศิลปะในวัดหลวง 11 แห่งใจกลางพระนครที่เป็นเหมือน Art Gallery ชั้นดี

ในพระราชประเพณีธรรมเนียมโบราณ งานพระราชทานเพลิงพระบรมศพจำเป็นต้องมีเครื่องสังเค็ด หรือของที่ระลึก เพื่อเป็นทานวัตถุสำหรับถวายแด่พระสงฆ์ที่มาเทศน์ทุกครั้ง ซึ่งเครื่องสังเค็ดมักเป็นของหนักหรือครุภัณฑ์ เช่น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ 

ครั้นในงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 5 ใน พ.ศ. 2453 มีการถวายธรรมาสน์สังเค็ดชั้นเอกให้วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นธรรมาสน์ไม้จำหลักที่แกะสลักด้วยมืออย่างประณีต ปิดทองทึบ ตกแต่งด้วยกระจกสี ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของธรรมาสน์ชั้นเอก ครุภัณฑ์ทรงคุณค่าที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย

ที่อยู่ : ริมถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น. 

ประตูเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร 

เซี่ยวกาง ทวารบาลจีนบนประตูวัดไทย

วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

หยุดก่อน! ก่อนที่จะเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปหรือชื่นชมความงามของเจดีย์ ขอชี้เป้าให้ลองสังเกตสิ่งที่เรามักมองข้ามมาโดยตลอดอย่าง ‘ประตู’

เซี่ยวกาง คือทวารบาลที่รับอิทธิพลมาจากจีน มีลักษณะเป็นเทวดาไว้หนวดเครายาวเฟื้อย โดยเราจะพูดถึงเซี่ยวกาง 2 ตนที่เป็นเทวดาพิทักษ์ประตูวัดบวรนิเวศวิหารฯ ตนหนึ่งถือกริชและสามง่ามยืนบนหลังจระเข้ ส่วนอีกตนถือดาบและโล่ยืนบนหลังมังกร จะเห็นได้ว่าจากการที่ชาวจีนเข้ามาเมืองไทยมากขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 2 และ 3 ส่งผลต่อศิลปะและวัฒนธรรมของไทยเป็นอย่างมาก

วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

อีกสิ่งที่น่าสนใจสำหรับทวารบาล 2 ตนนี้ คือบริเวณปากมีคราบสีดำติดอยู่ ซึ่งก็คือฝิ่นที่มาจากการแก้บน ส่วนทำไมต้องเป็นฝิ่นนั้น ต้องลองถามแม่ค้าขายพวงมาลัยแถวนั้นดู บอกเลยว่าแปลกมาก

ที่อยู่ : 248 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

นัดครั้งนี้เราใช้เวลา 1 วันเต็ม ในการตระเวนชิมและฟังเรื่องราวอันน่าสนใจของ 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่หากแค่ทานและเดินจากไปคงเหลือไว้เพียงความอร่อยติดลิ้น 

แต่บริการเพิ่มเติมที่ไม่อาจหาไหนเหมือนคือ ‘การส่งต่อเรื่องราว’ ที่ทำให้มื้อธรรมดากลายเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็น 

คอร์สโอมากาเสะที่ประมูลวัตถุดิบมาจากตลาดปลาญี่ปุ่นตอนตี 2 

ร้านอาหารฝรั่งที่ยกระดับการดื่มและการทานด้วยแบรนด์เครื่องแก้วออสเตรียอายุเกือบ 300 ปี

ชาบูและสุกี้ที่หมายมั่นให้คนทานอย่างถูกวิธีเพื่อความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น

หรือ ร้านอาหารจีนที่ใส่คำอวยพรลงในทุกจานให้คนทานโชคดีมีสุข

เอาล่ะ! เตรียมท้องให้ว่าง Take Me Out คราวนี้ขอเชิญทุกท่านเดินรับแอร์เย็นฉ่ำ เปิดลายแทงเลือกร้านที่ถูกใจ สัมผัสเรื่องราวหลังครัวที่ไม่เคยรู้ผ่านจิตวิญญาณของเหล่าเชฟและเจ้าของร้านผู้มุ่งมั่นคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟ โดยเฉพาะวัตถุดิบประจำฤดูที่หาทานได้เฉพาะช่วงนี้ในธีม ‘Taste of Autumn’

01
Umi

รสชาติแห่งท้องทะเล จากงานประมูลปลาที่ตลาดญี่ปุ่นสู่คอร์สโอมากาเสะ

ท่ามกลางร้านรวงที่แข่งกันทำหน้าร้านให้ใหญ่โดดเด่น เราเดินวนไปมามองหาประตูบานเล็กเพียงบานเดียวของร้าน Umi เพื่อพาตัวเองเข้าสู่โลกแห่งท้องทะเลที่แดนอาทิตย์อุทัย

หลายคนคงรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อร้าน Umi เพราะสาขาเกษรวิลเลจถือเป็นสาขาที่ 2 นับจากสาขาสุขุมวิท 49 ซึ่งมีอายุ 8 ปีแล้ว แต่ที่คุ้นเคยไม่แพ้กันอาจเป็นชื่อของ ทศพล ชัยชนะวิชชกิจ หนึ่งในเจ้าของร้านที่ควบตำแหน่งหนึ่งในสามผู้ก่อตั้ง โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ Hummingbird

Umi ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

Umi มีหุ้นส่วนสามคนได้แก่ ทศพล ชัยชนะวิชชกิจ ณัฐ พงศ์ธนากร และศุภักษร จงศิริ โดยณัฐเป็นผู้ดูแลเรื่องการหาวัตถุดิบจากญี่ปุ่นตั้งแต่คราวที่โอมากาเสะเจ้าแรก ๆ ยังต้องเผชิญคำถามว่าโอมากาเสะคืออะไร ขณะที่ปัจจุบันการรับประทานอาหารรูปแบบนี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว 

“สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือวัตถุดิบ ซึ่งก่อนเปิดร้าน เราเปิดบริษัทนำเข้าเพื่อควบคุมราคาให้แต่ละคอร์สจับต้องได้ แต่มันก็มาพร้อมความเสี่ยงในกรณีของไม่ได้มาตรฐาน ทิ้งทั้งหมดก็มี”

กว่าทุกอย่างจะลงตัว ณัฐต้องใช้สายสัมพันธ์ในการติดต่อกับชาวญี่ปุ่น เพื่อประมูลปลาจากตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ‘ตลาดปลาโทโยซุ’ แหล่งรวบรวมวัตถุดิบชั้นดีทั้งในและนอกประเทศ

“ไม่มีใครรู้ว่าแต่ละวันจะได้ปลาอะไร ซัพพลายเออร์ของผมถามแค่ว่า ช่วงราคาที่อยากได้คือเท่าไหร่ ถ้าเกินจะเอาหรือไม่ ถ้าไม่เอาให้เลือกอย่างอื่นแทนไหม เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เขาประมูลกันตอนตี 2 ของเมืองไทย โทรไม่ได้ ต้องตัดสินใจทันที ผมถึงบอกว่าความสัมพันธ์อันดีเป็นสิ่งสำคัญ”

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

ทศพลอธิบายท่ามกลางบรรยากาศห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมอบอุ่นสะอาดตา เบื้องหลัง เชฟบรรพต บุญกลม ที่กำลังหั่นปลาอยู่หลังเคาท์เตอร์ คือภาพวาดสไตล์มินิมอลที่ทำให้ทุกเมนูโดดเด่นยิ่งขึ้น

“ส่วนมากเราเน้นวัตถุดิบในฤดู คือหาง่ายและควรเป็นช่วงก่อนการวางไข่ เพราะไขมันเยอะทำให้รสชาติเข้มข้น อาหารแนะนำในช่วงนี้จึงเป็นปลาคัตสึโอะจากจังหวัดมิยางิ และทาโกะจากเมืองซาจิมะ”

เมนูจานแรกที่ยกมาคือ ‘ทาโกะ นิโมโนะ’ 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งราดด้วยเม็ด Golden Mustard จากญี่ปุ่น (ไม่เผ็ด) และอีกชิ้นราดด้วยวาซาบิ เพื่อชูรสชาติของปลาหมึกที่ต้มในโชยุรสหวาน แต่เวลาทานแนะนำให้เริ่มด้วยมัสตาร์ด เพื่อเปิดรสสัมผัสอันเต็มเปี่ยมของวัตถุดิบ

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

เมนูต่อมาคือ ‘Special grade Katsuo’ มาในรูปแบบซาชิมิ 2 ชิ้น ราดด้วยหอมบดญี่ปุ่นสีเขียวและมัสตาร์ด

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

“การไล่เรียงรสชาติของวัตถุดิบไม่ต่างจากการสร้างเพลย์ลิสต์ให้ลูกค้า เราไล่จากรสอ่อนไปรสเข้ม เช่น ปลาเนื้อขาว ปลาหนังเงิน เข้มข้นขึ้นมาอีกคือปลาที่มีเนื้อสีแดงหรือส้ม อิคุระ และปลาไหลตบด้วยซอส ตามด้วยซุป ให้ไข่หวานเป็นตัวล้าง ก่อนจบด้วยของหวาน” เชฟบรรพตเล่าจบ เสียงท้องของเราก็ร้องตั้งแต่หัววัน

ทั้งสองเมนูข้างต้นเป็นเพียงจานเรียกน้ำย่อยสำหรับทุกท่านที่กำลังอ่านอยู่ เพราะคอร์สจริงมีให้ทานอย่างต่ำ 16 เมนู โดยวัตถุดิบประจำฤดูอย่างปลาทัตสึโอะจะอยู่ทั้งในคอร์สโอมากาเสะ (คอร์สกลาง) และอุมิ โอมากาเสะ (คอร์สใหญ่) ส่วนทาโกะจะอยู่ในคอร์สใหญ่อย่างเดียว 

ฟังแล้วใครอยากฝากท้องไว้กับร้าน Umi สามารถสำรองที่นั่งได้ล่วงหน้า แล้วอย่าลืมหาช่องว่างชวนเชฟคุย เผื่อคุณจะได้รู้เคล็ดลับความอร่อย หรือแลกเปลี่ยนความรักและความรู้ที่มีต่อญี่ปุ่นและปลาดิบกัน

ที่ตั้ง : ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ 

วัน-เวลาทำการ : อังคาร – อาทิตย์ 12.00 น. – 14.00 น. และ 18.00 – 23.00 น.

โทรศัพท์ : 089 899 4949 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)

Facebook : https://www.facebook.com/Umigaysorn 

02
Isola by Signor Sassi

อิตาลีเมืองไทย อาหารจานใหญ่เพื่อช่วงเวลาของครอบครัวและเพื่อนฝูง

คราวนี้เราเปลี่ยนสไตล์การกินให้ฟินเหมือนอยู่อิตาลีโดยไม่ต้องขึ้นเครื่องไปถึงถิ่น เพราะ อัครวินทร์ เตชะอุบล แห่ง Akara Hospitality ได้ยกอิตาลีมาอยู่ในตึกเกษรให้แล้ว ภายใต้การรวมแบรนด์ระหว่าง Isola และ Signor Sassi จาก San Carlo Group ประเทศอังกฤษ กลายมาเป็น Isola by Signor Sassi ที่เราเพิ่งมาถึง

หน้าร้านสุดเก๋ทาสีน้ำเงินสดใส บนทางเข้าประดับด้วยกันสาดผ้าใบครึ่งวงกลมสไตล์ยุโรป ข้างประตูตกแต่งด้วยแผ่นป้ายสีทองเขียนชื่อสาขาต่างเมืองเอาไว้ทั้ง London, Qatar และหนึ่งในนั้นคือ Bangkok แห่งนี้

Isola by Signor Sassi ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

“ร้านของเราตกแต่งด้วยผลเลมอนซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแถบชายฝั่ง Italian Riviera สำคัญเลยคือการสร้างบรรยากาศให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนมาร่วมโต๊ะอาหารกับที่บ้านหรือมาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ลิ้มลองอาหารตามฤดูกาลจากวัตถุดิบที่ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมาจากอิตาลีเท่านั้น เพราะเราเลือกที่คุณภาพ ซึ่งต้องดีที่สุด”

Simone Del Ferro General Manager ชาวอิตาเลียนเล่าพลางให้เรานึกถึงภาพยนตร์แอนิเมชันยอดฮิตทางช่อง Disney+ Hotstar เรื่อง Luca ซึ่งมีชายฝั่งอันงดงามแห่งเดียวกันเป็นฉากหลัง

เมื่อเดินเข้าร้าน พนักงานออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่นและเชื้อเชิญให้นั่งบนเก้าอี้สานแสนสบาย นอกจากผลเลมอนสีเหลืองสะดุดตาบนเพดาน อีกสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือไวน์รสเลิศนำเข้าจากแดนพิซซ่าที่ตั้งเรียงรายอยู่บนชั้นวาง ซึ่งช่วยเสริมอรรถรสให้อาหารดั้งเดิมกลมกล่อมยิ่งขึ้น

“ทุกเมนูต้องผ่านการปรุงโดยเชฟชาวอิตาเลียน เพื่อให้แขกลิ้มรสชาติที่แท้จริง และเรายังคงคอนเซปต์ Feel like home โดยออกแบบเมนูให้สามารถแบ่งปันแก่ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้ ยกตัวอย่าง รีซ็อตโตหมึกดำจะเสิร์ฟเป็นจานใหญ่มาก ต้องมากันหลายคนถึงจะทานหมด”

เขาอธิบายขณะที่เมนูแรกยกมาเสิร์ฟตามคำเรียกร้อง ตบด้วยเสียง โอ้โห! เพราะขนาดจานใหญ่กว่าที่คาดไว้มาก

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

เนื่องจากฤดูกาลนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่ Seafood ทางร้านจึงแนะนำเมนู ‘Black Ink Risotto with Cuttlefish, Truffle & Scallop’ รีซ็อตโตหมึกดำจากหมึกกระดอง ท็อปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลจากอิตาลี ข้างกันคือ Grilled Scallop ส่งตรงจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองเป็นวัตถุดิบคุณภาพที่ควรทานในฤดูเพื่อเพิ่มรสสัมผัสอันโอชะ

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

จานต่อมาคือ ‘Melanzane Al Forno’ (Baked Sliced aubergine, with parmesan cheese & tomato sauce) ทำจากมะเขือม่วงหั่นบางอบกับพาเมซานชีสและซอสที่ทำจากมะเขือเทศอิตาลีของแท้ บอกเลยว่าถึงจานจะใหญ่ไม่เท่ารีซ็อตโตหมึกดำ แต่ความอร่อยเท่ากันไม่เถียง

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

ตบท้ายด้วยของหวาน ‘Lemon Cheesecake’ ชีสเค้กโฮมเมดครัมเบิ้ล แต่งหน้าด้วยเลเมอนเคิร์ดและเลมอนเบิร์นกลิ่นหอม Simone บอกว่านี่คือจานแนะนำที่ต้องสั่งปิดท้ายเรียกความเฟรชก่อนกลับบ้าน

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

หากใครอยากหาเครื่องดื่มมาแกล้ม นอกจากไวน์ยังมีน้ำผลไม้และบาร์ค็อกเทลคอยบริการ พร้อมเสียงเพลงอิตาลีที่สร้างบรรยากาศให้ไม่ขาด เช่นเดียวกับ Simone ในชุดทักซิโด้ที่คอยดูแลและเอนเตอร์เทนลูกค้าอยู่ตลอด

วันหยุดนี้ถ้าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ลองมาดื่มด่ำกับบรรยากาศรื่นเริงของชายฝั่ง Italian Riviera ปล่อยตัวปล่อยใจเสมือนได้ลาพักร้อน แล้วเอนจอยกับการกินอาหารสไตล์ครอบครัวและเพื่อนฝูงดู

Buon Appetito!

ที่ตั้ง : ชั้น G ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ 

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 12.00 – 24.00 น. (ปิดรับออร์เดอร์ 23.00 น.)

โทรศัพท์ : 06 4532 6424 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)

Facebook : https://www.facebook.com/IsolabySignorSassi 

03
HEI YIN

ร้านอาหารจีนกวางตุ้งที่สรรเสริญความสมบูรณ์ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงคนทาน เสิร์ฟทุกจานดั่งคำอวยพร

ณ เมืองกวางโจวที่มีอาณาเขตติดทะเลจีนใต้และภูเขาทางตอนเหนือ ฝนโปรยปรายให้ความชุ่มฉ่ำ และมีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดปี ความอุดมสมบูรณ์แห่งธรรมชาติได้ผลิดอกออกผลเป็นผลิตผลทางการเกษตรตามฤดูกาล เหมาะแก่การเป็นแหล่งอาหารที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย

ครั้นเมื่อต้องเผชิญกับความแห้งแล้งนานหลายปี เทพสวรรค์ 5 องค์ได้ขี่แพะลงมาจากฟากฟ้าและบันดาลให้พื้นดินอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ชาวกวางโจวจึงร่วมฉลองที่กลับมาเพาะปลูกได้ดังเดิม

ที่กล่าวไปข้างต้นคือที่มาของชื่อ HEI YIN (เฮย ยิน) แปลว่า การเฉลิมฉลอง ซึ่งร้านอาหารจีนที่เราเพิ่งมาถึงต้องการเฉลิมฉลองให้กับความอุดมสมบูรณ์และความเป็นเลิศของอาหารกวางตุ้งนั่นเอง

HEI YIN ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

บริเวณหน้าร้านฉาบด้วยสีหยกและสีทองเรียบหรู เมื่อเดินตรงเข้าสู่ประตูวังมังกรจะพบกับฉากหลังที่มองเผิน ๆ คงเหมือนเหล็กดัดทำรั้วทั่วไป แต่ จินตนา พงษ์ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายสื่อสารองค์กร อธิบายให้เราฟังว่า นั่นคือสัญลักษณ์รวงข้าว ซึ่งเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ส่วนการตกแต่งอื่น ๆ ในร้านก็ล้วนมีความหมายที่เกี่ยวข้องกัน

“เรามีห้องให้บริการทั้งหมด 4 ห้อง รองรับทุกความต้องการ โดยเฉพาะครอบครัวที่อยากมาใช้เวลาร่วมกัน ห้องใหญ่ชื่อว่า Mountain จุคนได้ราว 16 คน จะเห็นโคมไฟเปรียบเสมือนหยดน้ำจากภูเขาที่มอบความชุ่มชื้น ห้อง Sea มีโคมไฟปะการังประดับให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเล ห้อง Earth ใช้สีโทนอุ่นของพื้นดิน ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ และห้อง Sun ผนังเป็นสีแดง มีโคมไฟทรงกลมเปร่งรัศมีเหมือนดวงอาทิตย์ ส่วนโคมไฟที่โถงกลางทำจากขนห่านซึ่งหมายถึงปุยเมฆ 

“ลูกค้าต้องการนั่งประชุม นั่งทานข้าว หรือนั่งทำงานก็จองได้ตามต้องการ” เธออธิบายพร้อมพาเราเดินผ่านฝูงชนที่นั่งเต็มจนไม่เห็นเก้าอี้ว่าง

อีกหนึ่งความหมายและความจริงที่พนักงานในร้านทุกคนอยากให้แขกได้กลับไปคือ ‘ความรุ่งเรือง’ และ ‘คำอวยพร’ ซึ่งพวกเขาได้บรรจงใส่ลงไปในทุกเมนูด้วยความตั้งใจ ยกตัวอย่าง เมนูฮะเก๋าและปลาทองนำโชคคือการอวยพรให้ลูกค้าทานแล้วมีโชคมีลาภ

“จุดเด่นของเราคือรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ให้บริการทั้งติ่มซำและอาหารจีนสูตรต้นตำรับ สร้างสรรค์โดยเชฟ แจ็คกี้ ชาน เชฟมือทองจากฮ่องกง ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี นั่นทำให้รสชาติของเราเป็นตำรับกวางตุ้งแท้ แต่ทำในรูปแบบ Modern-twist เพื่อให้คนรุ่นใหม่ทานได้และจดจำว่าอาหารจีนไม่ได้เลี่ยน ไม่ได้มันอย่างที่เคยได้ยินมา”

เชฟของ HEI YIN เป็นชาวจีนแท้ที่พูดภาษาไทยไม่ได้ แต่แสดงฝีมือให้ประจักษ์ผ่านรสชาติอาหาร โดยเมนูใหม่ที่เชฟเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสำหรับฤดูกาลนี้มีอยู่ 2 จาน ทำจากวัตถุดิบชนิดเดียวกันคือ ‘เป๋าฮื้อ’ แต่แตกต่างกันที่ประเทศต้นทาง ซึ่ง ‘ยำเป๋าฮื้อวาซาบิและฮะเก๋าทอดพริกเกลือ’ เป็นเป๋าฮื้อจากแอฟริกา ขณะที่ ‘เป๋าฮื้อสไลด์กุ้งปะการังราดมันปู’ มาจากเม็กซิโก ซึ่งจะมีขนาดตัวใหญ่กว่า ราคาสูงกว่า และให้สัมผัสที่เหนียวนุ่มยิ่งกว่า 

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

เราใช้ตะเกียบกลางที่ทางร้านจัดไว้คีบบางส่วนเข้าปาก ขอบอกว่าเป๋าฮื้อนุ่มเด้งสมคำร่ำลือแถมยังมีวาซาบิช่วยตัดเลี่ยน ที่สำคัญคือควรทานคู่พริกและหอมทอดบนจาน เพราะทำให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น

อีกเมนูที่ถูกยกมาวางข้างกันคือ ‘ก๋วยเตี๋ยวหลอดห่อปอเปี๊ยะไส้กุ้งและติ่มซำปลาทอง’ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มหลากหลายชนิดให้เลือกสรร แต่หนึ่งในนั้นที่พลาดไม่ได้คือ ซอส XO สูตรต้นตำรับจากเชฟคนแรกที่คิดค้น โดยเขาส่งต่อสูตรมาทางลูกชายซึ่งเคยทำงานให้กับร้านในเครือเดียวกับ HEI YIN

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

“อาหารที่นี่หากออกจากครัวมากรอบ ทิ้งไว้ก็กรอบ ถ้าทำออกมานิ่ม โดนลมก็ยังนิ่ม ไม่ต้องกลัวรสชาติเสีย และไม่ต้องกลัวว่าวัตถุดิบที่ใช้จะถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า ถ้าพูดถึงเป็ดปักกิ่งย่างไม้ลิ้นจี่ ซึ่งเป็นเมนูเด็ดของร้าน ลูกค้าซื้อ 1 ตัวได้เนื้อแล้ว 1 จาน ได้หนังเป็ดกรอบ สามารถนำไปทำเมนูให้เลือกทานได้อีก 9 เมนู แม้แต่โครงเป็ดก็นำไปต้มได้ รับรองว่าคุ้มค่า”

ระหว่างพูดคุยมีเสียงหัวเราะเริงร่าดังให้ได้ยินเป็นระยะ ช่วงเวลาไหนเลยจะมีความสุขเท่าช่วงที่ได้กินของอร่อย หากเป็นเช่นนั้นก็เชิญทุกท่านแวะเวียนมาทานเป๋าฮื้อประจำฤดู หรือติ่มซำแสนอร่อย วันไหนหิวหนักอย่าลืมโทรสั่งเป็ดล่วงหน้า ฝากท้องกันไว้ที่ HEI YIN กินอิ่มแล้วกลับไปพร้อมคำอวยพร

ที่ตั้ง : ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ 

วัน-เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงกลางวัน : เวลา 11.00 – 15.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 14.30 น.) และ ช่วงเย็น : 18.00 – 22.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย: 21:30 น.)

โทรศัพท์ : 080 964 5423 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)

เฟซบุ๊ก : https://www.facebook.com/heiyinbangkok

เว็บไซต์ : https://www.heiyinbangkok.com/ 

04
Nabezo Premium

ร้านชาบูและสุกี้ที่ยกต้นตำรับจากญี่ปุ่นมาเสิร์ฟให้ถึงที่ มีปณิธานคือคงความอร่อยและกินอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้มจนอิ่ม

เดินตามกลิ่นมาจนพบหน้าร้านที่ประดับด้วยโนเรน (ผ้าม่านหน้าร้านอาหารญี่ปุ่น) แม้จะยังไม่เห็นภายใน แต่ก็จำได้ดีว่านี่คือกลิ่นของน้ำซุปชาบูและสุกี้ที่คุ้นเคย!

Nabezo Premium ส่งตรงจากญี่ปุ่นด้วยความชอบและความต้องการที่จะกระจายความพรีเมียมให้แก่สาวกในวงการหม้อต้มของ สุรเวช เตลาน เจ้าของ Mo-Mo-Paradise บุฟเฟ่ต์สุกี้และชาบูที่อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจใครหลายคน

Nabezo Premium ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

ปัจจุบัน Nabezo Premium ที่สุรเวชรับมาจากเจ้าของชาวญี่ปุ่นมีเปิดแค่ในประเทศไทยเท่านั้นเพื่อเสิร์ฟเนื้อระดับพรีเมียมนั่นคือ 

‘เนื้อ Omi-Gyu เกรด A5’ หนึ่งในสามสุดยอดเนื้อของประเทศญี่ปุ่น หั่นสไลด์ชิ้นโตกว่าคำ เรียกว่าทานจุใจ ส่งตรงจากฟาร์มเลี้ยงแบบปิดในภูมิภาคคันไซ ซึ่งควบคุมทั้งอุณหภูมิและป้องกันโรคติดต่อทำให้สัตว์ไม่เครียดและให้ผลลัพธ์เป็นเนื้อคุณภาพ

‘เนื้อ X-Wagyu’ คัดพิเศษเพื่อ Nabezo Premium เท่านั้น โดยทางร้านเพิ่งนำเข้ามาใหม่เพื่อให้ทุกคนได้มาลิ้มลองที่เกษร

เนื้อ X-Wagyu เป็นวัวสายพันธุ์อาจิไซแห่งคุมาโมโตะที่เกิดจากการผสมระหว่างแม่วัวสายพันธุ์โฮลสไตน์ (วัวนม) กับพ่อวัวสายพันธุ์แจแปนนีส แบล็คแฮร์ (คุโรเกะขนดำ) ถูกเลี้ยงดูอย่างดีท่ามกลางธรรมชาติ ทำให้เนื้อมีความอร่อยลงตัว รสสัมผัสหลังทานล้ำเลิศแบบลืมไม่ลง ที่สำคัญคือลายไขมันแทรกสวยงามราวหินอ่อน แต่นุ่มลิ้นละลายในปาก มีทั้งหมด 6 ส่วน คัดเลือกโดยเชฟของทางร้าน

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

‘ปลาบุริ’ ปลาญี่ปุ่นที่หาทานได้ยากในเมืองไทย หากขนาดความยาวลำตัวอยู่ที่ 40 เซนติเมตรจะเรียกว่าปลาฮามาจิ ส่วนปลาบุริคือชื่อเรียกเฉพาะตัวที่มีขนาด 80 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งราคาสูง แต่สัดส่วนไขมันแทรกในเนื้อมากทำให้รสชาติหวาน มัน กลมกล่อม

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

“เราต้องการคงไว้ซึ่ง Food Culture และวิธีทานแบบดั้งเดิม รสชาติและคุณภาพจึงต้องพรีเมียมเท่านั้น 

“เนื้อและปลาจะเสิร์ฟอยู่ในคอร์สใหม่ที่ทางร้านแนะนำ ทางลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากทานน้ำซุปแบบไหน เนื้ออะไร ไม่ต้องกังวลว่าทำเองแล้วจะไม่อร่อย เพราะเรามี Advisor บริการตั้งแต่ลูกค้านั่ง คำแรกก็จะช่วยทำ เพื่อให้ได้ความสุกที่พอดี ดึงรสชาติวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด เราแนะนำทั้งหมด จนลูกค้าอิ่มและเดินออกไป” จุรีมาศ พิทักษ์เจริญเขต Kitchen Manager ของร้านกล่าว

ตอนนี้โต๊ะใหญ่ด้านขวาของเราละลานตาไปด้วยเมนูจากเซ็ตเนื้อ ขณะที่โต๊ะข้างกันอัดแน่นด้วยเมนูจากเซ็ตปลาบุริ เราคิดในใจว่าต้องยกมาทานกันทั้งครอบครัวถึงจะหมด แต่จุรีมาศบอกว่าทั้งหมดนั้นสำหรับ 1 ท่านเท่านั้น

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

เมนูเรียกน้ำย่อยของร้านมีให้เลือก 2 จาน ขึ้นอยู่กับประเภทเนื้อที่ลูกค้าเลือก โดยเมนูส่วนนี้จะเปลี่ยนแปลงทุก 2 สัปดาห์ เพื่อความน่าสนใจและอาจแตกต่างกันระหว่างสาขา ซึ่งวันนี้เราได้ชิม เมนู ‘Hotate Sou-te’ (หอยโฮตาเตะ มันฝรั่ง และรากบัวทอด) รสสัมผัสกรอบนอกนุ่มในและหวานฉ่ำ

หลังเลือกอาหารจานหลักได้แล้วจะเป็นการเลือกอาหารปิดท้าย 1 จาน โดยแต่ละซุปจะมีให้เลือก 2 เมนู ระหว่างราเมงและข้าวหน้า

ตบท้ายด้วยการเลือก 1 ใน 4 ของหวานสไตล์ญี่ปุ่นฟิวชันจากฝีมือของเชฟชาวญี่ปุ่นประจำร้าน ได้แก่ Melty Snow (สายไหม วาฟเฟิลผลไม้อบแห้ง ราดด้วยซอสชาเขียว) Four Seasons Dango (ดังโงะ 4 ฤดูของญี่ปุ่น คือ ชาเขียว มันม่วง ชาไทย และชาซากุระ) Strawberry Glory (เนื้อมูสมาพร้อมแยมสตอเบอรี่ เพิ่มไม้แห้งและถั่วหลากชนิด) และ Crystal Paradise (ไอศกรีมยูซุ เสิร์ฟพร้อมเยลลี่กลิ่นยูซุ เนื้อส้มแมนดาริน และน้ำเชื่อมคุโรมิสึ)

“ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและการทานอย่างถูกวิธีจริง ๆ จะทำให้อาหารยิ่งอร่อย เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยรสอ่อนแล้วไล่รสขึ้นไป ที่นี่จึงเสิร์ฟกันเป็นคอร์ส เพื่อช่วยจัดลำดับ

“บางคนอาจใส่ทุกอย่างรวมกันทั้งผักทั้งเนื้อ แต่ชาบูเราจะแกว่งเนื้อลงไปก่อน ทานจนอิ่มแล้วค่อยทานผักต่อ ตบด้วยคาร์โบไฮเดรต ส่วนสุกี้จะเอาผักลงไปต้มก่อนเพื่อให้ความหวานของผักซึมคู่กับซอส รสชาติจะกลมกล่อมขึ้น เนื้อค่อยตามลงไป นั่นคือแบบที่เราแนะนำ” จุรีมาศทิ้งท้าย

เราไม่ได้เห็นเพียงความพรีเมียมของวัตถุดิบที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังเห็นความใส่ใจที่เต็มเปี่ยมข้ามแผ่นดินมาจนถึงเมืองไทย นอกจากเนื้ออร่อยที่ทุกท่านไม่ลืม ไออุ่นเหนือหม้อและบริการของพนักงานยังเป็นมิตรภาพที่ท่านจะได้พบพานในร้านที่พาคนรักสุกี้และชาบูมาเจอกัน

ที่ตั้ง : ชั้น 3 (โซนเกษรทาวเวอร์) ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

เวลาทำการ : 11.00 น. – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 062 336 8444 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)

Facebook : https://www.facebook.com/NabezoPremium/

05
Riedel Restaurant & Wine Cellar

ยกระดับการดื่มไวน์และอาหารด้วยเครื่องแก้วแบรนด์ Riedel อายุเกือบ 300 ปี

สัมผัสแรกที่ทำให้รับรู้ถึง ‘ความพิเศษ’ ของร้าน ‘Riedel Restaurant & Wine Cellar’ คือการจรดแก้วน้ำเปล่าธรรมดาเข้ากับริมฝีปากเพื่อดับกระหาย ตอนนั้นได้แต่คิดแล้วก็สงสัย ทำไมปากแก้วถึงได้บางเฉียบ น้ำหนักและรูปทรงพอดีมือต่างจากภาชนะทั่วไปขนาดนี้

“เราคือไวน์บาร์แห่งแรกของโลกที่ใช้ชื่อ Riedel ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องแก้วที่มีชื่อเสียง TOP 5 ของโลก ก่อตั้งมาตั้งแต่ 1756 ความพิเศษคือทำจากคริสตัล เครื่องแก้วทุกชิ้นในร้านไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ แก้วค็อกเทล หรือแก้วไวน์ อยู่ภายใต้แบรนด์นี้ทั้งหมด” Patrick Martens F&B Director ชาวเยอรมันให้คำตอบ

Riedel Wine Bar & Cellar ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

“นอกจากเครื่องแก้วแบรนด์ Riedel เรายังเป็นร้านที่เสิร์ฟ Wine By The Glass มากที่สุด 40 ตัว เปลี่ยนทุก 2 เดือน โดย ดีเค ดิเรกฤทธิ์ Sommelier ของร้านคัดสรรไวน์มาจากทั่วโลกพร้อมให้คำแนะนำไวน์ควบคู่ไปกับการทานอาหาร ไวน์แต่ละตัวเสิร์ฟ 3 ไซส์ คือ 30 ml. สำหรับคนอยากลองดื่มดูว่าตรงกับที่ซอมเมอลิเยร์ของเราบอกไหม ถ้าชอบค่อยกดไซส์ 75 ml. หรือ 150 ml. ตามได้”

Patrick เล่าพร้อมพาชมบรรยากาศในร้านที่สองข้างทางเข้าเต็มด้วยไวน์หลากลาเบลแช่อยู่ในตู้ พร้อมส่วนหนึ่งที่วางอยู่ใน Wine Emotion ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของร้าน

เราเชื่อว่าเหล่านักธุรกิจและนักดื่มไวน์คงต้องหลงรัก เพราะ Riedel ช่วยดึงอารมณ์ รสชาติ และกลิ่นของไวน์ออกมาได้เป็นอย่างดี ชนิดที่โรงแรมหลายแห่งยังเทียบไม่ได้ในเรื่องความหลากหลายของแก้ว แต่เราก็อยากบอกเช่นกันว่า ความดีงามของแก้วคริสตัลยังทำให้นักดื่มน้ำเปล่าอย่างเราเข้าถึงสัมผัสที่แตกต่างได้พอสมควร 

อย่างไรก็ตาม ร้านแห่งนี้ก็ไม่ได้ต้อนรับเพียงผู้สรรหาสุดยอดเครื่องดื่มเท่านั้น เพราะอาหารสไตล์ Classic-European จากการดูแลของ Patrick ผู้มีประสบการณ์ในสายงานเชฟอย่างยาวนานก็ยินดีแบ่งปันให้กับทุกคนมาร่วมเอนจอย

“ด้วยชื่อ Wine Bar & Cellar ทำให้เมนู Dinner ของร้านขายดีมาโดยตลอด เราจึงออกแบบเมนูสำหรับช่วงกลางวัน All Day Lunch เพิ่มเติม โดยตั้งใจให้ลูกค้าจับคู่กับไวน์ได้ เมนูจึงค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ Starter Tapas ไปจนถึงพิซซ่า พาสต้า และ Cold Cuts ชีส ที่ลูกค้าชมเยอะมาก ส่วนวัตถุดิบประจำฤดูกาลของร้านเราจะเป็น Seafood อย่าง Scallop ก็นำเข้าจากฮอกไกโด เพราะมีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด”

ยังไม่ทันได้เดินชมแก้วไวน์ ‘Grilled Iberico Pork Pluma’ เสต็กหมูนำเข้าจากสเปน ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ช่วง Dinner ก็ถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะขณะที่ไอหอมกรุ่นเลยขึ้นปะทะเลนส์กล้อง เนื้อหมูชิ้นใหญ่ถูกหั่นไว้อย่างพอดีคำ วางขนาบข้างด้วยซอสรสเลิศ เหลือเพียงหาไวน์ที่เหมาะสมมาช่วยส่งเสริม

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

เมนูต่อมา ‘Chili Garlic Prawns​’ เป็นซิกเนเจอร์ของร้านในหมวด Tapas กุ้งตัวโตเต็มคำชนิดไม่ผิดหวังมาคู่กับเลมอนหั่นซีกและขนมปังกรอบเคี้ยวกรุบ ซึ่งทั้งสองจานมีมาตั้งแต่ร้านเปิดและไม่สามารถนำออกจากเมนูได้ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของลูกค้าอยู่ตลอด ไม่น่าแปลกใจหาก Patrick จะแนะนำให้ลองจานนี้

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

ส่วนเมนู All Day Lunch สองจานถัดมาเริ่มด้วย Starter เบา ๆ คือ ‘Xató Salad’ ผสมด้วยปลาคอดเค็ม ปลาแอนโชวี่ ผักกาดโรเมน ผักเคล เบบี้คอส และมะกอกดำ ที่สำคัญคือซอสสเปน Xató ตามด้วยโฮมเมดพาสต้า ‘Spaghetti Seafood Marinara’ อัดแน่นด้วยของดีประจำฤดู วางด้วย Seared Seafood หอยเชลล์ตัวใหญ่นำเข้าจากญี่ปุ่น กุ้ง Tiger Prawn และปลาหมึก Calamari จับจากธรรมชาติในทะเลไทย คลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศ พริก กระเทียม ออริกาโน และโหระพาอิตาเลียน

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

“นอกจากรสชาติอาหารที่จะช่วยให้ลูกค้าได้พบกับประสบการณ์พิเศษ เรายังสร้างบรรยากาศให้เพลิดเพลินด้วยเสียงดนตรี โดย Dinner จะมี Live Band (Jazz) มาเล่นตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนถึงวันอาทิตย์ 19.30 – 22.30 น. ให้คนในร้านใช้เวลาอย่างไม่เร่งร้อน อยู่กับปัจจุบัน จิบเครื่องดื่มที่ชอบ พูดคุยกับคนคอเดียวกัน ฟังเพลง และทานอาหาร

“อีกสิ่งสำคัญคือเราจำหน่ายเครื่องแก้ว และ Decanter เพื่อให้ความหรูหรา แยกตะกอนในไวน์เก่า และทำให้ไวน์ที่เก็บนานได้หายใจ เอากลิ่นหอมของมันออกมา ลูกค้าที่เห็นเราใช้ระหว่างเสิร์ฟแล้วชื่นชอบก็มาเลือกซื้อในช้อปได้”

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

คราวนี้เราไม่ได้ปิดท้ายด้วยการชิมอาหาร แต่เราชิมบรรยากาศที่ดีจนเชื่อว่าต้องกลับมาอีกครั้ง

หากคุณยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์ที่ดีต่อท้องและดีต่อใจ ณ Riedel Restaurant & Wine Cellar ลองหาเวลาว่างสักครั้งมากับคนคอเดียวกัน เราเชื่อว่าสิ่งที่กล่าวไปข้างต้นจะไม่เกินจริงเลย

ที่ตั้ง : ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

เวลาทำการ : 11.00 น. – 24.00 น.

โทรศัพท์ : 02 656 1133

Facebook : https://www.facebook.com/Riedelwinebarbkk 

เว็บไซต์ : http://www.riedelwinebarbkk.com/

06
1823 Tea Lounge by Ronnefeldt

เลาจ์ชาจากแบรนด์เยอรมันอายุย่าง 200 ปี ที่ให้ทุกท่านสัมผัสบริการชาพรีเมียมโดย Tea Master

ทานอาหารมื้อหนักกันมาพอสมควร เรายังมีตัวเลือกสำหรับคนรักการจิบชาและละเลียดชิมของหวานยามว่าง ที่ ‘1823 Tea Lounge by Ronnefeldt’ เลาจ์ชาแบรนด์เยอรมันอายุย่าง 200 ปี นับตั้งแต่ปี 1823 ตามป้ายสีทองที่ตั้งโดดเด่นอยู่หน้าร้าน

1823 Tea Lounge by Ronnefeldt ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

ทางเข้าที่เปิดกว้างไร้ประตูใดกั้นพากลิ่นหอมอบอวลของมวลชาลอยทะลุแมสให้เราได้สูดจนเต็มปอด หลังเดินเข้าไปจับจองที่นั่งไม่นาน วรภัทร พรประเสริฐสม ผู้จัดการร้านก็เดินมาแนะนำเมนูชุดพิเศษให้ฟัง

“ชุดเมนู Royal Delight High Tea Set เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมการดื่มชาตะวันตกกับวัตถุดิบตามฤดูกาล ซึ่งเมนูนี้ได้ร่วมกับทางโครงการหลวงในการคัดสรรวัตถุดิบ ทั้งคาเวียร์ เห็ดเห็ดพ็อตโตเบลโล่ มะเขือเทศ พริกหวาน แตงกวา คาเวียร์ และลูกฟิก นำมาปรุงเป็นคานาเป้และขนมรวมแล้ว 8 อย่าง ทั้งของหวานและของคาว สามารถสั่งได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป 

“เรามีชาชั้นดีที่เก็บเกี่ยวครั้งแรกของฤดูให้เลือกสรร ส่วนเซ็ตนี้แนะนำที่ให้ทานคู่กันคือ Darjeeling Springtime ที่เก็บเกี่ยวจากที่ราบทางตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย มีกลิ่นหอมของดอกไม้ เอกลักษณ์ของรสชาตินุ่มละมุนกว่าชาดำอื่น ยิ่งทานคู่กับขนมรสชาติเบายิ่งให้ความรู้สึกสดชื่น” เขาอธิบายอย่างเชี่ยวชาญ

เมนูของคาวแนะนำเริ่มด้วย ‘Strawberry Gazpacho’ หรือซุปเย็นของสเปน เสิร์ฟพร้อมกุ้งลายเสือและคาเวียร์จากโครงการการหลวง ‘Puff Chicken & Portobello Mushrooms’ ด้านในเป็นไก่และเห็ดกระดุมผัดร่วมกับครีมใส่ในแป้งโวโลวองท์ ตบด้วย ‘แซนด์วิชแตงกวาญี่ปุ่น’ ใส่ Pesto Sauce เอาไว้ด้านใน และ ‘Homemade Foie Gras Terrine’

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

เมนูของหวานมีทั้ง ‘มาการอง’ ‘เค้กชาเอิร์ลเกรย์ผสมช็อกโกแลต’ ตกแต่งด้วยเปลือกส้ม ‘พานาคอตต้า’ และ ‘สโคน’ ซึ่งมีลักษณะร่วนทานแล้วเข้ากับชาที่ทางร้านจัดมา

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

“Ronnefeldt เป็นแบรนด์ชาเยอรมันแต่ไม่ใช่คนปลูก เราเป็นผู้คัดเลือกชาจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดทั่วโลก จุดเด่นคือการเดินเก็บเกี่ยวด้วยมือ ยอดชาหนึ่งยอดสองใบ เพราะเครื่องจักรไม่สามารถคัดเลือกได้อย่างละเอียดและต้องการลดความบอบช้ำ โดยที่เยอรมันจะไม่มีที่ให้นั่งดื่ม แต่ 1823 Tea Lounge by Ronnefeldt เป็นเลาจ์ชาที่แรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยชากว่า 40 ตัว”

กมลพรรณ แสนก่ำ Tea master ของร้านบรรยายให้เราฟัง เธอคือผู้ให้คำปรึกษาเรื่องชาแก่แขกทุกท่านที่มาเยือนให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด เริ่มจากการแนะนำชาขายดี 5 ตัวของร้านได้แก่ Bangkok Blend, Darjeeling Summner, Gaysorn Blend, Morgentau และ Rooibos Cream Orange 

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

“Bangkok Blend เป็นสูตรที่เกิดจากเหตุผลว่าประเทศไทยเป็นเมืองผลไม้ จึงนำอู่หลงมาเบลนด์กับสับปะรดและมะละกอ หรือ Rooibos Cream Orange คือสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน ตัวนี้ของมาทีไรไม่เคยเหลือเลย ส่วน Morgentau ในภาษาเยอรมันแปลว่า หยาดน้ำค้างในยามเช้า จะมีกลิ่นสดชื่น มะม่วง เลมอน ผสมซิตรัสนิด ๆ”

เธอเล่าพอสังเขปพร้อมยื่นแก้วชาร้อนมาให้เรา 

ก่อนจิบได้กลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้ 

จิบแรกแปลกใจที่อุณหภูมิพอดี ไม่ร้อนลวกปาก

จิบสองเราสัมผัสถึงความนุ่ม ไม่ฝาดเหมือนที่เคยดื่ม 

จิบสาม อ้าว! หมดแล้ว

กมลพรรณทิ้งท้ายเชิญชวนเราดื่มชาให้ร่างกายผ่อนคลายและฟื้นฟูสุขภาพ คุณอาจดื่มชาดำเพื่อลดคอเลสเตอรอลและไขมัน หรือดื่มชาเขียวเพื่อบำรุงผิวพรรณ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงผลลัพธ์เล็ก ๆ ที่จะได้กลับไป เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือการได้ใช้เวลาเพื่อเติบเต็มตัวเอง ปล่อยใจให้ล่องลอย พักผ่อน และดื่มด่ำกับปัจจุบัน

ที่ตั้ง : ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

เวลาทำการ : 10.00 น. – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 02 656 1086

เว็บไซต์ : https://www.1823ronnefeldtbkk.com/ 

Facebook : https://www.facebook.com/1823ronnefeldtbkk/

07
Ginza Sushi Ichi

ปูขน

เป็นอีกครั้งที่เรามองหาประตูไม้บานเลื่อนสไตล์มินิมอล เพื่อส่งตัวเองข้ามมิติไปยังแดนอาทิตย์อุทัย หน้าร้านของ ‘Ginza Sushi Ichi’ ร้านซูชิโอมากาเสะ Michelin Star 1 ดาว มอบบรรยากาศอบอุ่นเป็นการต้อนรับ ก่อนเดินเข้าไปพบกับเคาท์เตอร์สะอาดสะอ้านที่มีเชฟยืนรออยู่

ทุกอย่างคือความเรียบหรูดูอร่อยอย่างแท้จริง

Ginza Sushi Ichi ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

หากไม่ใช่อุนิ หอย หรือสารพันปลาชั้นดี ในฤดูกาลนี้ วัตถุดิบสำคัญที่เป็นไฮไลท์และพระเอกยืนหนึ่งคงหนีไม่พ้น ‘ปูขนญี่ปุ่น’ (Kegani) ที่ทางร้านขอบอกว่าพลาดไม่ได้!

ปูขนญี่ปุ่นเป็นวัตถุดิบพิเศษที่นำเข้าจากชายฝั่งฮอกไกโดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว (ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม) ซึ่งถือเป็นช่วงที่ปูขนสร้างไขมันในตัวมากที่สุด ทำให้มีมันปูมากเป็นพิเศษ ทานแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติของเนื้อที่หวานนุ่ม มีความมันมากกว่าการทานปูขนในช่วงเดือนอื่น

Ginza Sushi Ichi คัดสรรเฉพาะปูขนตัวเป็น ๆ มาจากตลาดปลาวันต่อวัน โดยส่งตรงขึ้นเครื่องให้ถึงในวันนั้น เพราะเมื่อนำปูที่สดไปต้มสุกในระยะเวลาอันพอเหมาะ ความหวานและความหอมจะโดดเด่นกว่าเก่า 

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

หากสั่งเมนูจากปูขนทั้งตัว เชฟจะช่วยรังสรรค์ออกมาเป็นเมนู 3 เมนู ได้แก่ 

เนื้อส่วนก้ามปู ทานคู่กับน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษของร้าน 

เนื้อส่วนอก โรยหน้าด้วยมันปูหอม ๆ 

และเนื้อส่วนที่เหลือนำมาปรุงรสอย่างกลมกล่อม ผสมกับข้าวและไข่หอยเม่น นำไปอบเพิ่มความหอม จากนั้นจึงโรยด้วยไข่ปลาแซลมอน ถือเป็นเมนูจากวัตถุดิบพิเศษที่ควรค่าและคุ้มค่าแก่การลิ้มลองอย่างยิ่ง

เราขอกระซิบเบา ๆ ว่า เมนูจากปูขนสั่งได้แล้วตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ Ginza Sushi Ichi at Gaysorn Village เท่านั้น แต่เพราะเป็นเมนูพิเศษจึงต้องสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 – 7 วัน

ใครพร้อมแล้ว ยกหูเรียกหาความอร่อยได้เลย

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

ที่ตั้ง : ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

เวลาทำการ : อังคาร – อาทิตย์ เวลา 11:30 – 14:30 และ 17:30 – 22:00

โทรศัพท์ : 02 070 0014

Facebook : https://www.facebook.com/ginzasushiichiBKK/

เว็บไซต์ : http://www.ginza-sushiichi.jp/english/shop/bangkok.html

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load