The Cloud x Museum Siam

สมัยก่อนนอกจากกษัตริย์จะนิยมสร้างวัดเพื่อเป็นสถาปัตยกรรมคู่บ้านคู่เมืองในวาระต่างๆ ยังสร้างเพื่อแสดงถึงบุญญาธิการของผู้ปกครอง ณ ขณะนั้นเช่นกัน

วัดเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา วัดเป็นทุกอย่างตั้งแต่โรงเรียน สถานสงเคราะห์ ศูนย์รวมชุมชน แหล่งที่พึ่งทางใจ ไปจนถึงเป็น Art Gallery ชั้นดีที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปะชั้นยอดและเก่าแก่เอาไว้ ทั้งลวดลายจากฝีไม้ลายมือของเหล่าศิลปินในอดีตที่ประทับไว้ตามจิตรกรรมฝาผนังของอุโบสถและวิหาร ลวดลายประดับตกแต่งตามประตู หน้าต่าง รวมถึงแผ่นศิลา รูปหล่อพระพุทธรูป ก็ล้วนเป็นผลงานศิลปะที่จัดแสดงในวัดทั้งสิ้น โดยเฉพาะบรรดาวัดหลวงในเกาะรัตนโกสินทร์ที่เป็นแหล่งรวมงานช่างฝีมือระดับประเทศ

เปิดดวงตาคู่ใหม่ด้วยการเยี่ยมเยียนวัดหลวง 11 แห่งในพระนคร ซึ่งไม่ได้มีจุดเด่นแค่เรื่องทำบุญ ไหว้พระ แต่เป็นแกลเลอรีที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจบรรจุเรื่องราวในอดีต พร้อมเปิดให้เข้าชมอยู่เสมอ

ประตูหน้าต่างประดับมุกญี่ปุ่น วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร 

ศิลปะจากนางาซากิบนประตูวัดหลวง

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

ไข่มุกประดับญี่ปุ่นที่ไม่ต้องไปไกลถึงแดนอาทิตย์อุทัย เพียงเดินทางสู่ใจกลางพระนครเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปด้านในวิหารของวัด ลองสังเกตบานประตูและหน้าต่างโดยรอบ จะพบศิลปะโบราณที่ประดับงานมุกจากช่างฝีมือเมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นไว้ให้ชมด้วย

การตัดมุกเป็นชิ้นๆ ประกอบโครงร่าง พร้อมระบายสีฝุ่นจากวัสดุธรรมชาติผสมกับแร่เหล็กและอะลูมิเนียม ลงบนพื้นรักหรือเปลือกหอย โดยสีฝุ่นนั้นทำให้เกิดความระยิบระยับที่แตกต่างจากงานประดับมุกของญี่ปุ่นซึ่งนิยมโรยผงทองหรือเงินมากกว่า ตอนบนของบานเป็นภาพนก ต้นไม้ และดอกไม้ ด้านล่างสั่งทำพิเศษเป็นลวดลายบ้านและผู้คน 

หากต้องการเข้าไปชมประตูและหน้าต่างมุกประดับด้านใน อาจต้องไปในวันสำคัญทางศาสนา หรือวันปกติจะเปิดให้เข้าช่วงทำวัตรเช้า (09.00 น.) และเย็น (17.00 น.) เท่านั้น

วัดประจำรัชกาลที่ 4 นี้ถือเป็นวัดแรกของพระสงฆ์คณะธรรมยุติกนิกายที่ตกแต่งอย่างงดงาม ปัจจุบันแม้ชำรุดไปบ้าง แต่ยังคงเก็บสะสมศิลปะอันงดงามไว้ได้อย่างดี

ที่อยู่ : 2 ซอยสราญรมย์ ถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. 

แผ่นจารึกว่างเปล่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร

พื้นที่ว่างเปล่าที่แฝงความนัยประวัติศาสตร์

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ไม่ได้มีแค่ยักษ์วัดโพธิ์เท่านั้น เพราะวัดเก่าแก่อายุมากกว่า 230 ปีแห่งนี้มีศิลปะหลายแขนงที่ถูกสะสมไว้มากมาย และยังเต็มไปด้วยแผ่นศิลาจารึกสรรพความรู้และเรื่องราวในอดีตไว้กว่า 1,440 แผ่น ที่มากมายขนาดนี้เพราะสมัยก่อนยังไม่มีโรงเรียนให้สั่งสมความรู้ วัดคือแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น การจารึกความรู้เหล่านี้ไว้ ทำให้ผู้คนได้เรียนรู้อย่างทั่วถึงกัน

ของสะสมที่มีอายุมาก บ้างตัวอักษรเลือนหาย บ้างยังคงอ่านได้ชัดเจน แต่หากเดินเข้าไปในพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ หรือวิหารพระนอน จะพบกับแผ่นจารึกเปล่าที่อักษรไม่ได้เลือนหาย แต่ยังไม่ถูกจารึกลายลักษณ์อักษรใดๆ ลงไปต่างหาก มีเพียงกรอบที่ตกแต่งไว้สวยงาม ซึ่งจริงๆ แล้วข้อความสำหรับจารึกลงบนแผ่นหินนี้ได้ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทว่ามีการผลัดแผ่นดิน แผ่นจารึกนี้จึงถูกทิ้งไว้เช่นเดิม สำหรับเนื้อความเตรียมจารึกเป็นเรื่องใดนั้น เพียงหันกลับไปมองฝั่งตรงข้ามกับแผ่นจารึกเปล่านี้ คุณก็จะได้คำตอบว่า สิ่งนั้นคือเรื่องราวพระราชดำริของรัชกาลที่ 3 ว่าด้วยการทรงสร้างพระพุทธไสยาสน์วัดพระเชตุพนฯ แห่งนี้

ที่อยู่ : 2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

กระเบื้องเคลือบ 5 สี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

วัสดุแต่งวัดสีสดใสจากเมืองจีน

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

หากมองผ่านประตูระเบียงคดในวัดราชบพิธฯ สุดลูกตา จะบรรจบกับศิลปะของฐานคูหาเจดีย์ที่ประดับไปด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์ของพระมหาเจดีย์ทรงระฆังที่ตั้งเด่นสง่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีซุ้มกระจกประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ โดยรอบทั้งสิ้น 14 ซุ้มด้วย

เครื่องกระเบื้องนำมาใช้เป็นวัสดุก่อสร้างตั้งแต่สมัยสุโขทัย และในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการติดต่อการค้ากับจีนมาก เกิดเป็นการนำเทคนิคและนำเข้ากระเบื้องจากจีนมาตกแต่งวัด ตั้งแต่นั้นเรื่อยมาก็ใช้เทคนิคกระเบื้องในการก่อสร้างมากขึ้น จนสมัยรัชกาลที่ 5 มีการนำเข้ากระเบื้องและให้ช่างชาวจีนบรรเลงลวดลายเบญจรงค์สีสันสดใส ทั้งเขียว ชมพู เหลือง ฟ้า แดง ประดับลงที่พระเจดีย์ วิหาร และโบสถ์ ของวัด นานวันผ่านพ้นไป กระเบื้องเคลือบทั้ง 5 สีก็ยังได้รับการดูแลให้งดงามและชัดเจนจวบจนวันนี้

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

ภายในวัดบนพื้นที่ขนาดเล็กๆ ตระการตาไปด้วยพระมหาเจดีย์ที่ตั้งไว้ตรงกลาง ห้อมล้อมด้วยระเบียง อุโบสถ วิหาร ตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงอยากให้เป็นตามแบบฉบับของวัดโบราณ ซึ่งต่างจากวัดอื่นๆ ที่มักสร้างพระอุโบสถไว้ตรงกลาง นอกจากนี้ในสมัยรัชกาลที่ 7 ยังโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์จนวัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดประจำกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึง 2 พระองค์ด้วย

ที่อยู่ : 2 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. 

รูปหล่อภิกษุณี 52 องค์ วัดเทพธิดารามวรวิหาร

ประติมากรรมอ่อนช้อยรูปสตรีในพระพุทธศาสนา

วัดเทพธิดารามวรวิหาร

การพบปะรูปหล่อในครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงคนแต่อย่างใด หากแต่เป็นรูปหล่อองค์ภิกษุณี จำนวน 52 องค์ในวัดเทพธิดารามวรวิหาร วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อสร้างให้กับพระธิดาอันเป็นที่รัก คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองศ์เจ้าหญิงวิลาส พระธิดาผู้ซึ่งมีพระสิริโฉมงดงาม ในสมัยรัชกาลที่ 2 – 3 นั้นถือเป็นช่วงที่การค้าขายกับจีนได้รับความนิยม สถาปัตยกรรมและศิลปะในวัดจึงได้รับอิทธิพลจากจีนไปโดยปริยาย ทว่าการสร้างสิ่งต่างๆ ในวัดจะเน้นความงดงามอ่อนหวาน เหมาะสมกับเจ้านายผู้เป็นสาวงามด้วย 

วัดเทพธิดารามวรวิหาร

รูปหล่อองค์ภิกษุณี 52 องค์เป็นรูปหล่อด้วยดีบุก ลงรักปิดทอง ซึ่งนั่งอยู่เรียงรายบนแท่นหินอ่อน หน้าองค์พระประธาน โดยแต่ละองค์มีอิริยาบถแตกต่างกันไป ทั้งนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ นั่งตำหมาก ตลอดจนองค์ยืน 3 องค์ ส่วนตรงกลางมีภิกษุณีองค์เดียวที่อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิปางมารวิชัย อันเป็นรูปหล่อของ ‘พระนางมหาปชาบดีโคตมี’ ภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นแม่นมของเจ้าชายสิทธัตถะนั่นเอง

แม้จะดูเป็นรูปหล่อธรรมดา แต่หากดูถึงรายละเอียด นี่คือผลงานการหล่อมาตั้งแต่เมื่อ 183 ปีที่แล้ว ศิลปะโบราณยังถูกเก็บไว้อย่างดี รอคอยให้ผู้คนแวะเวียนผ่านเข้าไปดูและระลึกถึงเรื่องราวที่เคยถูกสอนในวิชาพระพุทธศาสนาถึงพุทธประวัติของภิกษุณีองค์สำคัญไปด้วยกัน 

ที่อยู่ : 42 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา  08.00 -17.00 น.

พระพุทธรูปฝาแฝด 156 องค์ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร 

พระพุทธรูปปางสมาธิที่เหมือนกันเป๊ะในระเบียงคด

วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

วัดที่มีระยะเวลาการสร้างควบถึง 3 รัชกาลด้วยกัน โดยเริ่มสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้รับการเรียกขานอยู่หลายชื่อ ทั้งวัดมหาสุทธาวาส วัดพระโต วัดพระใหญ่ วัดเสาชิงช้า วัดสุทัศเทพธาราม จนเป็น ‘วัดสุทัศนเทพวราราม’ นามพระราชทานตามรัชกาลที่ 4 ในที่สุด

ใจกลางวัดเป็นวิหารหลวงหลังใหญ่ รายล้อมไปด้วยพระระเบียงคด อาคารที่หักมุมฉากล้อมรอบบรรจบกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมวิหารไว้ ความงดงามของระเบียงคดแห่งนี้ คือความเหมือนของอาคารที่ก่อปูนผนังเช่นเดียวกันทั้ง 4 ด้าน ช่องห่างเสาแต่ละห้องเท่ากัน รวมถึงความเหมือนของพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิลงรักปิดทอง ซึ่งประดิษฐานอยู่ในระเบียงก็มีขนาดเท่ากัน รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันราวกับฝาแฝด และมีมากถึง 156 องค์วางเรียงกันตลอดแนว ปัจจุบันมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปตามกาล แต่มีการลงรักปิดทองใหม่อยู่เสมอ มีบางองค์ที่เป็นสีดำสำริดรอการลงรักทองอยู่ด้วย

ที่อยู่ : 146 ถนนบำรุงเมือง แขวงวัดราชบพิธ

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น.

จิตรกรรมหนุมานอมพลับพลา วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

หนุมานอ้าปากบนผนังห้องหมายเลข 53 

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าวัดพระแก้ว  หนึ่งในวัดหลวงที่เชื่อว่าต้องเคยได้ยินชื่อกันอย่างน้อยสักครั้ง เป็นวัดที่รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวัง

จิตรกรรมฝาผนังบริเวณระเบียงคดรอบพระอุโบสถ เป็นภาพวาดบนฝาผนังเกี่ยวกับเรื่องราวในมหากาพย์วรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ มีจำนวนทั้งสิ้น 178  ห้อง ถ้าจะเดินดูให้ครบอาจต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งวัน ดังนั้น เราจึงอยากชวนเดินไปที่ห้องหมายเลข 53 บนผนังปรากฏรูปวาดหนุมานขยายร่างใหญ่ยักษ์กำลังอ้าปากอมพลับพลาของพระรามไว้เพื่อป้องกันศัตรู เป็นฝีมือของ สง่า มะยุระ จิตรกรและผู้ก่อตั้งโรงงานทำพู่กันแห่งแรกของไทย หากค่อยๆ ไล่สายตาไปทั่วทั้งภาพอย่างช้าๆ เราจะเห็นรายละเอียดทั้งฉากทิวทัศน์ที่สมจริงเลียนแบบธรรมชาติ รวมถึงการเขียนภาพพระ เทวดา ลิง และยักษ์ที่มีกล้ามเนื้อเหมือนมนุษย์ ยิ่งถ้าได้อ่านกลอนที่เล่าเรื่องราวของหนุมานอมพลับพลา ตอนศึกไมยราพประกอบกันด้วยแล้ว จะยิ่งเพิ่มความสนุกให้กับการดูบันทึกประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่กับเกาะรัตนโกสินทร์มาแสนนานอย่างแน่นอน

ที่อยู่ : ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30 – 15.30 น.

พระวิหารโพธิ์ลังกา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

วิหารน้อย รายละเอียดไม่น้อย 

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

พระวิหารโพธิ์ลังกา ตั้งอยู่ภายในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารอันเงียบสงบ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 บริเวณที่เคยเป็นพระตำหนักประทับของพระองค์เมื่อครั้งทรงผนวช

อาคารปูนสีขาวขนาดกะทัดรัดรายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ที่บานประตูมีความละเอียดลออของจิตรกรรมเอกรงค์ ที่เรียกว่าลายรดน้ำ หรือลายทองที่ล้างด้วยน้ำ เป็นการสร้างลวดลายของภาพให้ปรากฏเห็นเป็นสีทองเพียงสีเดียวด้วยแผ่นทองคำเปลวบนพื้นรักสีดำหรือสีเเดง โดยองค์ประกอบของภาพ เรื่องราว เเละลวดลายที่ปรากฏ มีหลายลักษณะ มีที่มาเเละเเรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ วรรณคดี ชาดก เเละพุทธประวัติ

หากลองสังเกตบานประตูพระวิหารโพธิ์ลังกาใกล้ๆ จะเห็นเป็นลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์งดงาม สะท้อนถึงคุณค่าของศิลปะไทยที่มีมาแต่โบราณ นอกจากนี้ ภายในพระวิหายังประดิษฐานพระนาค พระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัยตอนต้นให้ผู้คนได้มากราบไหว้อีกด้วย

ที่อยู่ : 3 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

พระปรางค์ วัดราชบุรณราชวรวิหาร

พระปรางค์ที่รอดพ้นจากระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 2 

วัดราชบุรณราชวรวิหาร

เดินตรงมาจากปากคลองตลาด ก่อนจะเลี้ยวซ้ายไปโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เราจะเห็นพระปรางค์องค์หนึ่งตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ในบริเวณวัดราชบุรณราชวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า วัดเลียบ

สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายโดยพ่อค้าชาวจีน เป็นวัดตามธรรมเนียมประเพณีโบราณที่ในราชธานีจะต้องมีวัดสำคัญประจำเมือง และยังเคยเป็นที่พำนักของขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งได้แสดงผลงานไว้บนผนังอุโบสถ์สำคัญๆ หลายแห่ง

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดเลียบซึ่งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้าโดนทิ้งระเบิดเสียหายทั้งวัด เหลือเพียงพระปรางค์องค์ใหญ่หน้าพระอุโบสถเพียงองค์เดียว จนต้องประกาศยุบวัด ต่อมาใน พ.ศ. 2491 ผู้มีศรัทธาได้ร่วมกันปฏิสังขรณ์ให้เป็นวัดตามเดิม

พระปรางค์สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งองค์ เป็นพระปรางค์ย่อมุมไม้ยี่สิบแปด มีฐานบัวซ้อนขึ้นไป 5 ชั้น แต่ละชั้นทำเป็นรูปมารแบกโดยรอบ ชั้นซุ้มค่อนข้างสูง เหนือชั้นซุ้มขึ้นไปเป็นชั้นกลีบขนุน 8 ชั้น ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล มีมงกุฎครอบบนนภศูลอีกทีหนึ่ง นับเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง 

ที่อยู่ : 119 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. 

ธรรมาสน์สังเค็ด วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

งานไม้สลักสุดประณีต ที่ระลึกจากงานพระบรมศพ

สุดยอดงานศิลปะในวัดหลวง 11 แห่งใจกลางพระนครที่เป็นเหมือน Art Gallery ชั้นดี

ในพระราชประเพณีธรรมเนียมโบราณ งานพระราชทานเพลิงพระบรมศพจำเป็นต้องมีเครื่องสังเค็ด หรือของที่ระลึก เพื่อเป็นทานวัตถุสำหรับถวายแด่พระสงฆ์ที่มาเทศน์ทุกครั้ง ซึ่งเครื่องสังเค็ดมักเป็นของหนักหรือครุภัณฑ์ เช่น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ 

ครั้นในงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 5 ใน พ.ศ. 2453 มีการถวายธรรมาสน์สังเค็ดชั้นเอกให้วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นธรรมาสน์ไม้จำหลักที่แกะสลักด้วยมืออย่างประณีต ปิดทองทึบ ตกแต่งด้วยกระจกสี ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของธรรมาสน์ชั้นเอก ครุภัณฑ์ทรงคุณค่าที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย

ที่อยู่ : ริมถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น. 

ประตูเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร 

เซี่ยวกาง ทวารบาลจีนบนประตูวัดไทย

วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

หยุดก่อน! ก่อนที่จะเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปหรือชื่นชมความงามของเจดีย์ ขอชี้เป้าให้ลองสังเกตสิ่งที่เรามักมองข้ามมาโดยตลอดอย่าง ‘ประตู’

เซี่ยวกาง คือทวารบาลที่รับอิทธิพลมาจากจีน มีลักษณะเป็นเทวดาไว้หนวดเครายาวเฟื้อย โดยเราจะพูดถึงเซี่ยวกาง 2 ตนที่เป็นเทวดาพิทักษ์ประตูวัดบวรนิเวศวิหารฯ ตนหนึ่งถือกริชและสามง่ามยืนบนหลังจระเข้ ส่วนอีกตนถือดาบและโล่ยืนบนหลังมังกร จะเห็นได้ว่าจากการที่ชาวจีนเข้ามาเมืองไทยมากขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 2 และ 3 ส่งผลต่อศิลปะและวัฒนธรรมของไทยเป็นอย่างมาก

วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

อีกสิ่งที่น่าสนใจสำหรับทวารบาล 2 ตนนี้ คือบริเวณปากมีคราบสีดำติดอยู่ ซึ่งก็คือฝิ่นที่มาจากการแก้บน ส่วนทำไมต้องเป็นฝิ่นนั้น ต้องลองถามแม่ค้าขายพวงมาลัยแถวนั้นดู บอกเลยว่าแปลกมาก

ที่อยู่ : 248 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

19 มิถุนายน 2564
7 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

เท่าที่คุยกับคนอ่างทอง เขาว่าอ่างทองเป็นเมืองเล็ก มีเมืองหน้าด่านคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซ้ายมือติดจังหวัดลพบุรี-สิงห์บุรี ขวามือติดสุพรรณบุรี และมีชื่อเดิมว่า ‘วิเศษไชยชาญ’ ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจังหวัดที่มีเพียง 7 อำเภอแห่งนี้ กลับรุ่มรวยด้วยพืชพันธุ์ธัญญาอาหาร ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ดังตราประจำจังหวัดอ่างทอง

บ้านเรือนไทย ทุ่งนา คนตกปลา หัตถกรรมพื้นถิ่น ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านดั้งเดิมของที่นี่ยังอยู่ครบ เป็นเมืองสงบ ผู้คนอยู่กันอย่างเรียบง่าย และใบหน้าของคนที่นี่มักแต้มด้วยรอยยิ้มเมื่อคนต่างถิ่นเข้ามาเยือน แถมมีช่างฝีมืออยู่เพียบ ช่างไม้ ช่างปั้น ช่างกลึง ช่างกลอง ฯลฯ และช่างเป็นการดีถ้าจะชวนคนบ้านนู้น บ้านนี้ แวะมาเที่ยวบ้านเพื่อนนามว่า ‘อ่างทอง’ มาทำความรู้จักเมืองนี้ผ่านช่างฝีมือรุ่นเก๋า ภูมิปัญญาที่สืบทอดส่งต่อกันมา จนถึงคนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นที่ช่างใช้ความสามารถอย่างถูกที่ถูกทาง เพื่อมาช่วยในการพัฒนาอ่างทองให้น่ารักแช่มชื่น จนอยากใคร ๆ ก็อยากแวะ

ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อ่างทองก็มี ! ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อ่างทองก็มี !

ชวนเพื่อนเก็บกระเป๋า สตาร์ทรถ แล้วมาตะลุยอ่างทองฉบับสารพัดช่างกัน

01

อุตสาหกรรมดินเผา บปก

โรงอิฐเก่าแก่อายุ 77 ปี คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง

อุตสาหกรรมดินเผา บปก, โรงอิฐเก่าแก่อายุ 77 ปี คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง

ถ้าเคยผ่านตาอาคารทรงสวยของบ้านป้อมเพชร อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ที่มีก้อนอิฐสีแดงส้มเป็นส่วนหนี่งของโครงสร้าง นั่นคือก้อนอิฐที่มาจาก ‘อุตสาหกรรมดินเผา บปก’ แห่งเมืองอ่างทอง นับเป็นโรงอิฐเก่าแก่ของไทย

บปก ที่ประทับอยู่บนอิฐย่อมาจากตำบลที่ตั้ง คือ บางปลากด ย้อนกลับไปพ.ศ. 2487 อากงผู้ก่อตั้งนำทักษะที่หอบจากเมืองจีนมาตั้งโรงงานเฮ้งมุ่ยหลี ผลิตอิฐโชว์แกร่งและกระเบื้องรายแรกของประเทศ ส่วนวัตถุดิบหลักในการทำอิฐก็มาจากผิวหน้าดิน ซึ่งอ่างทองเป็นแหล่งดินดี เนื้อดินละเอียดเนียนสวย มีสีแดงส้มตามแร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ด้านใน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก
9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ผลิตภัณฑ์ของที่นี่มีทั้งอิฐและกระเบื้อง โดยเน้นอิฐตกแต่ง โชว์พื้นผิวเรียบสุดคลาสสิก ขณะเดียวกันอิฐช่องลมก็ถูกเลือกใช้โดยสถาปนิกมากฝีมือ เพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน พลางแสง และสร้างมิติให้งานสถาปัตยกรรม

ปัจจุบันโรงอิฐแห่งนี้อยู่ในมือทายาทรุ่นสองและรุ่นสามที่คอยพัฒนาคุณภาพและสร้างมาตรฐานที่ดีอยู่เสมอ จนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าและคนวงการสถาปัตย์ โดยมีความแกร่งและทนทานของผลิตภัณฑ์เป็นท่าไม้ตาย 

อ้อ โรงงานอิฐคู่เมืองอ่างทองแห่งนี้เปิดให้เข้าชมเพื่อการเรียนรู้สำหรับนิสิต นักศึกษา และหน่วยงานที่สนใจด้วย แต่ต้องติดต่อสอบถามข้อมูลและนัดหมายวัน-เวลาล่วงหน้าก่อนนะ รับรองว่าจะร้องว้าว! ทุกไลน์การผลิต

ที่ตั้ง : 80/ก หมู่ 1 ตำบลบางปลากด อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1852 4209

Website : www.bpkbrick.co.th

Facebook : อิฐบปก อิฐโชว์ กระเบื้องดินเผา

02

Photograph Slow Bar

บ้านช่างภาพฉบับคาเฟ่น้ำผลไม้สกัดเย็นของคนรักสุขภาพ

Photograph Slow Bar, บ้านช่างภาพฉบับคาเฟ่น้ำผลไม้สกัดเย็นของคนรักสุขภาพ

จุดพลุต้อนรับ Photograph Slow Bar คาเฟ่น้องใหม่เมืองอ่างทองของ โปเต้-มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง ช่างภาพแอคชันมือรางวัลของไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดอุบัติใหม่ จนกลับบ้านมาแปลงโฉมโรงจอดรถเก่าเป็นคาเฟ่เพื่อสุขภาพขนาดกะทัดรัด แค่มองจากด้านนอกก็รู้ว่าบรรยากาศต้องอบอุ่นเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนแน่นอน

แม้จะเห็นเครื่องชงเอสเพรสโซ่วางเด่นบนบาร์ไม้ แต่เจ้าบ้านกระซิบว่าตัวชูโรงคือผลไม้สกัดเย็นต่างหาก เพราะเขาเห็นอนาคตว่าเทรนด์สุขภาพจะมาแรง คนจะหันมารักตัวเองและรักสุขภาพมากขึ้น แถมน้ำผลไม้สกัดเย็นก็มีสารอาหารครบถ้วน นอกจากจิบให้ชื่นใจแล้วยังรับวิตามินเข้าร่างกาย เติมผิวให้สวย ท้องไส้แข็งแรงไม่ปั่นป่วน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

คาเฟ่ในบ้านหลังนี้มีเมนูน้ำผลไม้สกัดเย็นให้เลือกดื่ม 3 สูตร สูตรบิวตี้ (แครอท ส้ม แอปเปิ้ล) สูตรดีท็อกซ์ (แตงกวา แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง เซเลอร์รี่) และสูตรสู้โควิด ผสานพลังกระชายกับสับปะรด อยากลิ้มสูตรไหนบอกเจ้าบ้านได้เลย พร้อมจัดให้! 

และอีกหนึ่งกิมมิกของ Photograph Slow Bar คือ ถ้าคุณมาเยือนที่นี่จะได้รับภาพสวย ๆ ฝีมือช่างภาพแอคชันกลับบ้านไปด้วย น่ายกนิ้วให้โปเต้ที่ใช้ความถนัดของ ‘ช่างภาพ’ มาสร้างจุดเด่นให้โฮมคาเฟ่น้องใหม่

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

เสริมอีกนิด โปเต้ยังเป็นเจ้าของเพจอ่างทอง เพจรีวิวอ่างทอง ฯลฯ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้คนต่างถิ่นมาเยือนบ้านเกิดของพี่น้องชาวอ่างทองด้วย นั่นเป็นเพราะเขาหยิบความรู้จากการเรียนด้านวิศวกรมัลติมีเดียและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาต่อยอดและสร้างประโยชน์ คนอ่างทองยกป้ายให้ 10 คะแนนเต็ม

ที่ตั้ง : 11/2 ถนนบ้านรอ ซอย 3 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

ทางร้านรับลูกค้าเพียง 4 รอบต่อวัน (รอบละ 6 คน) สอบถามและจองคิวได้ที่

โทรศัพท์ : 08 8884 7107

Facebook : Photograph Slow Bar

03

โรงมีดตามใจฝัน

บ้านช่างมีดรุ่นใหม่รายแรก ๆ ของอ่างทอง

โรงมีดตามใจฝัน, บ้านช่างมีดรุ่นใหม่รายแรก ๆ ของอ่างทอง

ถ้าคุณหลงใหลเสน่ห์ของวัตถุมีคม ขอชวนทำความรู้จัก ช่างโจ-บรรจง เหมทอง หนุ่มอ่างทางที่เป็นนักสะสมมีดจนผันตัวมาเป็นช่างมีดสมัยใหม่ เหตุต้องต่อท้ายด้วย ‘สมัยใหม่’ ช่างโจบอกว่าช่างมีดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท หนึ่ง ช่างมีดที่สืบทอดภูมิปัญญามาแต่โบราณ สอง ช่างมีดสมัยใหม่ที่ใช้วิทยาการเข้ามาช่วย อย่างวิชาโลหะวิทยา

นายช่างคนนี้ศึกษาเรียนรู้วิชามีดกับครูมีดและช่างโบราณถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ด้วย บวกกับหาความรู้เรื่องวิทยากรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำมีด จนกลายมาเป็นอาชีพเข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

มีดของช่างโจมีทั้งมีดพื้นบ้าน เช่น มีดเหน็บ มีดเชี่ยนหมาก (คนนิยมซื้อฝาก) และมีดคัสตอม เรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึง เพราะช่างมีดเน้นเรื่องนี้เป็นสำคัญ ซึ่งมีดที่ดีของ ‘โรงมีดตามใจฝัน’ คือมีดที่ใช้งานได้จริง ต้องเป็นเครื่องทุ่นแรง ไม่ใช่ภาระ ช่างโจแถมคุณสมบัติของช่างมีดให้อีกข้อ ‘ต้องซื่อสัตย์’ ต่ออาชีพด้วย โดยชายคนนี้มีเป้าหมายว่า อยากทำให้คนรู้จักและเข้าใจกระบวนการทำมีด เพื่ออย่างน้อยจะได้เลือกมีดเป็น และฝันอยากเห็นวงการมีดไทยพัฒนา

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

หากอ่านแล้วชักอยากจะมีมีดสักเล่มเป็นของตัวเอง ช่างโจก็เปิดคอร์สระยะสั้น 3 วัน สอนวิชาทำมีดตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันขั้นตอนสุดท้าย คุณจะได้มีดกลับไป 2 เล่ม มีดที่คุณทำเองด้วยความภูมิใจและมีดฝีมือดีจากช่างโจ ซึ่งคอร์สนี้รวมที่พักและอาหาร 3 มื้อด้วยนะ น่าสนใจมาก นอกจากจะได้วิชา ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนอ่างทองด้วย

เกร็ด : บ้านช่างโจอยู่แถวตำบลบางเสด็จ เป็นแหล่งหัตถกรรมพื้นบ้าน ปั้นตุ๊กตาชาววัง ช่างโจเลยหยิบสัญลักษณ์เด็กหัวจุกพร้อมแจงที่มา ‘บางเสด็จ’ มาประทับไว้บนมีด เพื่อบอกเล่าของดีประจำตำบล

ที่ตั้ง : 55 หมู่ 1 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 8265 5721

Facebook : โรงมีดตามใจฝัน-Jo knifemaker และ Thai Local Custom Knife มีดไทย มีดพื้นบ้าน มีดคัสตอม

04

บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก

บ้านช่างปั้นที่ต่อยอดภูมิปัญญาปั้นตุ๊กตาชาววังของแม่

บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก, บ้านช่างปั้นที่ต่อยอดภูมิปัญญาปั้นตุ๊กตาชาววังของแม่

ถ้าคุณมาถึงบ้านเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเห็นหุ่นมวยร่างกำยำกำลังตั้งการ์ดอยู่ แสดงว่าคุณมาถึงบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกแล้ว เพียงส่งเสียงสวัสดี อาจารย์บัณฑิต โกศลสิทธิ์ ก็ออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

สมัยหนุ่ม อาจารย์บัณฑิตเรียนจบจากเพาะช่าง สาขาศิลปะประจำชาติ แผนกหัตถศิลป์ คุณแม่เขาสั่งสมภูมิปัญญาการปั้นตุ๊กตาชาววังมาเนิ่นนาน เด็กหนุ่มเห็นและทดเอาไว้ในใจ จนถึงเวลาเหมาะสม คนหนุ่มจบหมาดกลายมาเป็นช่างปั้นตามรอยคุณแม่ ยุคก่อนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตาจิ๋ววิถีไทย อย่างคนตกปลา ตานวดยาย ฯลฯ 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ปั้นเดิม ๆ เข้าก็เกิดความเบื่อ จนนึกถึงวิถีเด็กวัดของตน ที่เคยถูกรุ่นพี่จับคู่ให้ต่อยกันในวัด หัวคิด สองมือปั้น ออกมาเป็นตุ๊กตามวยไทยขนาดเล็ก ปั้นไปปั้นมาดันถูกทาง บวกกับกระแสหนัง องค์บาก อาจารย์บัณฑิตเลยปั้นไม่ยั้ง มีแรงเท่าไหร่ทุ่มเทให้กับตุ๊กตามวยคาดเชือกทั้งหมด จนพัฒนารูปแบบให้กำยำสมชายชาตรี และปรับจากดินเป็นเรซิ่นเพื่อความแข็งแรงทนทาน ซึ่งช่างปั้นหลงเสน่ห์แม่ไม้มวยไทยเพราะความงดงามของลีลาท่าทาง แถมชื่อท้วงท่าก็ไพเราะเสนาะหู

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ไม่ว่าจะพระรามเดินดง ปักษาแหวกรัง จระเข้ฟาดหาง หักงวงไอยรา มณโฑนั่งแท่น หนุมานถวายแหวน และอีกหลายสิบท่า นับรวมทั้งสิ้น 82 ท่า โดยช่างปั้นต้องศึกษาและปรึกษาครูมวยเพื่อปั้นท่าทางออกมาให้แม่นยำที่สุด ซึ่งชิ้นงานของบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกโด่งดังถึงระดับประเทศ ในไทยเองก็ชวนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตามวยเป็นถ้วยรางวัลอยู่บ่อยครั้ง และอนาคตนายช่างจะปั้นท่ามวยไทยให้ครบ 82 ท่า เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตในบ้านหลังนี้

เข้าชมชิ้นงานและเรียนรู้ขั้นตอนการปั้นตุ๊กตามวยไทยได้ที่บ้านของอาจารย์บัณฑิต

ที่ตั้ง : 7 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7900 8081

05

Missyou Café

บ้านช่างดื่ม-ช่างชงชาและกาแฟ อันเป็นที่รักของคนอ่างทอง

Missyou Café, บ้านช่างดื่ม-ช่างชงชาและกาแฟ อันเป็นที่รักของคนอ่างทอง

แก้ม-พิชญนาถ ครองญาติ เจ้าของคาเฟ่ชื่อชวนคิดถึงบอกว่าที่นี่คือ ‘ร้านกาแฟตามสั่ง’

ก่อนจะเปิดร้านเครื่องดื่มจนเป็นที่รักของคนท้องถิ่น แก้มเคยคลุกคลีกับวงการสื่อสิ่งพิมพ์ไทยด้วยตำแหน่งนักพิสูจน์อักษร แต่แล้วต้องกลับบ้านมาดูแลคุณยาย ซึ่งเธอว่านิสัยส่วนตัวเป็นคนช่างดื่ม (ชาและกาแฟ) จนเกือบ 2 ปีที่แล้วเธอค่อยๆ ก่อร่างสร้าง Missyou Café ขึ้นมาในบ้านไม้หลังเล็ก ห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวแน่นขนัด เพราะเดิมเคยเป็นพื้นที่ขายต้นไม้ของคุณพ่อ ตอนนั้นร้านนี้นับว่าเป็นความแปลกใหม่ของอ่างทอง มีแต่เมนูน่าตื่นตาตื่นใจ

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

อย่างชาผลไม้ท็อปปิ้งด้วยผลไม้สด (เมนูนี้แก้มชอบทำ เพราะเธอชอบประดับประดา) มัทฉะช่อน้ำดอกมะพร้าว แก้วนี้สดชื่นมาก กลมกล่อมเกินคาด ถ้าเป็นคอคาเฟอีน เจ้าบ้านแนะนำกาแฟผสมน้ำผลไม้ มีให้เลือกทั้งอเมริกาโน่ส้ม อเมริกาโน่พีช อเมริกาโน่เสาวรส และอเมริกาโน่น้ำช่อดอกมะพร้าว เทรนด์สุขภาพกำลังมา ผลไม้เลยมาแรง

นอกเหนือจากนี้ก็ทำให้ได้นะ โอเลี้ยง ชาดำเย็น อเมริกาโน่กระเจี๊ยบ เหล่านี้เป็นเมนูตามสั่งจากนักดื่ม และความพิเศษอีกอย่างของแก้มคือ เธอจำเมนูของลูกค้าได้ ชนิดที่ว่าเพื่อนมาสั่งแล้วเปิดหน้าเพื่อนอีกคนเพื่อจะกินเมนูเหมือนกัน เธอก็จำได้และทำให้ได้ แม้จะเปิดร้านมาเฉียด 2 ปี แต่เรื่องราวและความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายที่นี่

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ตอนนี้ คิดถึงเสมอ คาเฟ่ กลายเป็นที่รักของคนในอ่างทอง มีตั้งแต่เด็กตัวเล็ก คุณลุง คุณป้า คู่รักที่ออกเดทกันที่นี่และมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันที่นี่ จนถึงบรรดาคุณหมอฝึกงานที่จะแจกลายแทงร้านนี้ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น, แก้มบอกว่าเธออยากให้ Missyou Café เป็นพื้นที่สบายใจของทุกคน ถ้ามาเยือนบ้านเพื่อนหลังนี้แล้ว อย่าลืมคิดถึงกันเสมอนะ

ที่ตั้ง : 11/1 หมู่ 6 ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 08.30 – 15.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 4775 9948

Facebook : Missyou Café คิดถึงเสมอ คาเฟ่

06

กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง)

บ้านช่างไม้ที่อนุรักษ์บ้านทรงไทยดั้งเดิมของภาคกลาง

กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง), บ้านช่างไม้ที่อนุรักษ์บ้านทรงไทยดั้งเดิมของภาคกลาง

พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี เป็นศูนย์รวมช่างฝีมือปรุงบ้านทรงไทย แถมเมืองอ่างทองก็มีโรงเลื่อยไม้กระจายอยู่เยอะมาก บ่งบอกว่าคนบ้านเมืองนี้ใช้ไม้กันเยอะ และไม้ก็เป็นหนึ่งในวัสดุสำคัญในการปรุงบ้านทรงไทยจำลองของ ช่างตู่-สมปอง ตันพานิช ช่างไม้ผู้หลงรักเสน่ห์ของความเป็นไทย สั่งสมประสบการณ์ในอาชีพมาถึง 26 ปี

ช่างตู่เติบโตมากับวิถีชีวิตคนอ่างทอง แน่นอนว่าเห็นบ้านทรงไทยมาตั้งแต่เด็ก จนถึงวันที่ต้องมาปรุงบ้านย่อส่วนก็ศึกษาของจริง ลงมือเขียนแบบและลดทอนขนาดให้เหมาะเหม็ง สิ่งสำคัญเลยคือรายละเอียด ต้องถอดแบบให้เหมือนเป๊ะ! ซึ่งความเก่งกาจของช่างยุคเก่าก่อนคือการปรุงบ้านโดยไม่ใช่ตะปู อาศัยการเข้าเดือยและเข้าลิ่มแทน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

บ้านเรือนไทยจำลองฝีมือช่างตู่ถูกส่งออกทั้งประเทศลาว สิงคโปร์ และอยู่ในหลายพิพิธภัณฑ์ของประเทศไทย อาทิ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ บางชิ้นงานก็สั่งทำขึ้นพิเศษเพื่อให้เด็ก ๆ สายสถาปัตย์ได้ศึกษาเรียนรู้ นอกจากบ้านทรงไทยดั้งเดิม ช่างตู่ยังทำบ้านโสนเรือนงาม เรือนปั้นหยา บ้านทรงโมเดิร์น ขอแค่บอกแบบในใจ ช่างมากฝีมือคนนี้จัดให้ได้ตามคำขอ เราขอแนะนำไฮไลต์ของที่นี่ ท้าดา! ศาลพระภูมิและศาลตายาย ได้รับความนิยมและยอดจองกระหน่ำ

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

หัวใจของการทำสิ่งนี้ของช่างตู่คือ การสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญา ชายคนนี้ทำงานไม่รู้มืด ไม่รู้สว่าง เพราะเขาหลงและเพลินกับสิ่งที่เขารัก นายช่างบอกเหตุผลของการมีอยู่ของกลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง) ว่า

“จุดแข็งของบ้านทรงไทยคือ มันไม่มีวันตาย” 

ป.ล. ช่างตู่ยินดีหากสนใจเข้าไปดูงานและเรียนรู้วิชาปรุงบ้านทรงไทยจำลอง ขอเพียงติดต่อล่วงหน้า

ที่ตั้ง : 1/27 หมู่ที่ 6 บ้านสระแก้ว ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9507 3639

07

วิเศษศิลป์

บ้านช่างทองเหลืองที่ตี-ตัด-ดัด-เคาะ จนได้บัววิเศษ

วิเศษศิลป์, บ้านช่างทองเหลืองที่ตี-ตัด-ดัด-เคาะ จนได้บัววิเศษ

เยือนอำเภอที่เคยเป็นชื่อเมืองอย่าง ‘วิเศษชัยชาญ’ มาสนทนากับ ‘วิเศษศิลป์’ แบรนด์ของแต่งบ้านจากทองเหลืองของช่างฝีมือมากประสบการณ์ ลำพูน เต็มแป้น หนุ่มอ่างทองคนนี้เข้าวงการตี-ตัด-ดัด-เคาะ ตั้งแต่อายุ 14 จากคำชักชวนของคนรู้จักที่ตีทอง-ตีเงิน ฉบับภูมิปัญญาดั้งเดิมแถบภาคอีสาน นับนิ้วความเชี่ยวชาญก็ปาไป 35 ปี 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

จากทักษะการทำเครื่องประดับ ลำพูนต่อยอดมาทำของตกแต่งบ้านด้วยวัสดุทองเหลือง เน้นทำเป็นดอกบัว ซึ่งเป็นราชินีแห่งสายน้ำ ตอกย้ำความเป็นไทย และสืบสานหัตถกรรมพื้นถิ่น เอกลักษณ์ผลงานของลำพูนคือความอ่อนช้อยและพริ้วไหว เสมือนบัวเหล่านั้นกำลังขยับเรือนร่างตามสายน้ำ เหมาะแก่การแต่งแต้มให้มุมของบ้านมีชีวิตชีวา

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ผลิตภัณฑ์ของวิเศษศิลป์มีทั้งขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญ่มาก จะอุดหนุนไปบูชาองค์พระเล็กๆ วางพวงมาลัย วางกระถางต้นไม้ เก็บเครื่องประดับ ตกแต่งบ้านก็ได้ สารพัดประโยชน์ตามแต่ไอเดียผู้ใช้งาน ถ้าดีไซเนอร์รุ่นใหม่หรือผู้ประกอบการสนใจทำงานร่วมกันหรือสั่งทำชิ้นงานพิเศษ ลำพูนก็ยินดีสนุกด้วยกัน และวิเศษศิลป์ยังทำงานร่วมกับเพื่อนบ้านในชุมชน คอยสร้างงาน กระจายรายได้ จนถึงเปิดให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้แวะเวียนมาเยี่ยมกันได้ถึงบ้าน

ที่ตั้ง : 22 หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ดำพัฒนา อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง 

โทรศัพท์ : 09 8225 6590

Facebook : วิเศษศิลป์

08

Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข

บ้านช่างศิลป์และร้านโกโก้ที่อยากให้คนดื่มสุขภาพ (จิตใจ) ดี

Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข, บ้านช่างศิลป์และร้านโกโก้ที่อยากให้คนดื่มสุขภาพ (จิตใจ) ดี

ห้องเรียนศิลปะขนาดจิ๋วเกิดจากหัวใจรักศิลปะของสองพี่น้อง กรีซ-ณัฐฐาพิรุฬห์ และ กรีก-พิรุฬห์ลักษณ์ แจ่มอำพร ที่มีความฝันตั้งแต่เด็กว่า ‘อยากเปิดห้องเรียนเล็ก ๆ สอนศิลปะ’ เพราะย้อนอดีตราว 10 ปีก่อน จังหวัดอ่างทองไม่มีโรงเรียนสอนศิลปะ บ้านจึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เธอสองคนจะระบายสี สาดความคิด เล่นบทบาทสมมติได้

เป็นเวลา 5 ปีที่ Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก ๆ ได้มาระบายความรู้สึกผ่านงานศิลปะ สองศรีพี่น้องออกแบบกระบวนการสอนไว้ 7 วิชา และพวกเธอก็ออกแบบกิจกรรมสนุกมาก เช่น หุ่นกระดาษนิ้วมือ ทำเพลงพร้อมออกแบบปกอัลบั้ม โต้วาทีและการเมือง ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

กรีกและกรีซเชื่อว่าศิลปะจะสอนให้เด็กรู้จักยอมรับตนเองและยอมรับผู้อื่น แม้กระทั่งการจัดการอารมณ์ การคิดวิเคราะห์ การอยู่ร่วมกันในสังคม ฯลฯ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและพิทักษ์ความสุขให้เด็ก ๆ

ยินดีและดีใจกับชาวอ่างทองที่มีพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออกและโชว์ศักยภาพของตัวเองด้วยความกล้าหาญ เราชอบอยู่อย่างที่ตราปั๊มของห้องเรียนศิลปะแห่งนี้ไม่มีจำนวนดาวเป็นตัววัดความสามารถ มีแต่คำว่า ‘จงภูมิใจในตัวเอง’ ที่ประทับลงบนกระดาษของเด็ก ๆ  

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

กระซิบว่าหลังจบคลาส ห้องเรียนจะกลายเปลี่ยนเป็นนิทรรศการศิลปะ จากคุณครูก็กลายเป็นนักชงโกโก้ประจำร้าน My Heart Will Cocoa ที่มีชื่อเมนูน่ารักมาก อาทิ พระอาทิตย์ขึ้นและตกเหมือนกันทุกวัน ถ้าเหนื่อยก็กลับบ้าน ดีใจที่ได้เจอ หรือถ้าอยากรู้ว่ารสชาติของ ‘ชีวิต’ จะหวานหรือขม แวะมาชิมโกโก้แก้วอร่อยที่บ้านเพื่อนหลังนี้ได้นะ

ที่ตั้ง : 368 ถนนเลี่ยงเมืองอ่างทอง ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 9080 7401

Facebook : Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข

09

บ้านกลองลุงเหลี่ยม

บ้านช่างกลองที่รักดนตรีไทยและทำกลองมากกว่าหมื่นใบ

บ้านกลองลุงเหลี่ยม, บ้านช่างกลองที่รักดนตรีไทยและทำกลองมากกว่าหมื่นใบ

ป๊ะ โท่น ป๊ะ โท่น ป๊ะ โท่น โท่น

เสียงกลองจังหวะคุ้นหูดังมาจากบ้านกลองลุงเหลี่ยม ภายในมีกลองสารพัดแบบวางเรียงราย อีกด้านมีฐานผลิตขยาดย่อม พร้อมอุปกรณ์ที่ ลุงเหลี่ยม-สนั่น บัวคลี่ ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง เราแอบเห็นสากกะเบือด้วย ลักษณะเหมือนไม้ตีข้าวสมัยก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ทุ่นแรงในการนวดหนังวัว-หนังควายให้นุ่ม ก่อนนำมาประกอบเป็นชิ้นงาน

ประสบการณ์ 50 ปีของช่างทำกลองแห่งเมืองอ่างทองคนนี้ สร้างชื่อในวงปี่พาทย์มาแล้วทั่วไทย ใคร ๆ ก็อยากได้กลองฝีมือลุงเหลี่ยมมาครอบครอง ไม่เพียงเทคนิคพิเศษที่ทำให้กลองเสียงดี คุณภาพก็ชูเด่นเป็นจุดขาย ถ้าอยากได้กลองดี พร้อมใช้งาน ต้องมาที่นี่เท่านั้น! จนได้รับเลือกเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม พ.ศ. 2558 ประเภทเครื่องหนัง (กลอง)

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก
9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

มาบ้านกลองทั้งที ครูช่างสาธิตให้ดูตั้งแต่ต้นจนจบ ได้เห็นหนังวัวเท่าขนาดจริงก่อนถูกตัดเป็นวงกลม (ขนาดวงเวียนนายช่างยังประดิษฐ์เอง) ผ่านกระบวนการตามขั้นตอน ยันขึงหนังกลองให้เห็นเป็นประจักษ์ ซึ่งล้วนทำด้วยสองมือของช่างฝีมือวัยเก๋า เราว่าคุณค่าของงานอยู่ตรงนี้แหละ ไม่แปลกใจเลยทำไมชีวิตนี้ต้องมีกลองของลุงเหลี่ยมสักใบ

ว่าแล้วก็ให้ลุงเหลี่ยมตีกลองให้ฟังสักหนึ่งยก เพลิน, ลุงเหลี่ยมใจดีมาก หากผู้ที่สนใจอยากศึกษาวิชาทำกลอง ลองติดต่อแบ่งปันความรู้จากยอดฝีมือคนนี้ได้ ซึ่งนายช่างขอคุณสมบัติเพียงข้อเดียวเท่านั้น ‘ขอให้ใจรัก’

ที่ตั้ง : 25/1 หมู่ที่ 7 ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1918 4787

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง

ช่างภาพแอคชั่น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load