15 พฤษภาคม 2564
53.74 K

ท่ามกลางที่ราบสูงสลับภูเขา อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบาย แถมระดับโอโซนดีติดอันดับโลก

เรากำลังพูดถึงอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ที่หลายคนหลงรัก ใครมาก็ไม่อยากกลับ ด้วยเหตุผลข้างต้นก็ดี ด้วยเหตุผลอื่นก็ดี, ป้าติ๋ม-ธนพร ไฮนซ์ ก็เช่นกัน หญิงเปรี้ยวซ่าวัย 61 จากเมืองกรุงที่ตกหลุมรักอำเภอปากช่องเมื่อ 15 ปีก่อน แวบแรกเธอครองผืนดินเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศ จนท้ายสุดกลายเป็นโฮมสเตย์

ป้าติ๋ม-ธนพร ไฮนซ์

Rosemary House โฮมสเตย์ 5 หลัง รายล้อมด้วยโรสแมรี่หลายสายพันธุ์ มีลาเวนเดอร์ สน ฯลฯ แทรกตัวอยู่ทั่วบริเวณ สารภาพตามตรงว่าเราไม่เคยอยากให้หน้าจอส่งกลิ่นหอมได้เท่านี้มาก่อน ความหอมของเฮิร์บอวลอยู่รอบพื้นที่ สีเขียวฉ่ำตาหลังฝนตกก็ชวนให้หัวใจสดชื่น วันนี้โชคดีเป็นพิเศษ นั่นเป็นความจริงที่อยากหยอกคุณให้อิจฉาเล่น

  ย่างเข้าสู่ปีที่ 3 ที่ป้าติ๋มแบ่งปันความสุขด้วยที่พักแสนอบอุ่น โรสแมรี่ คิทเช่น และ โรสแมรี่ การ์เดน สถานที่หลีกหนีความวุ่นวายเหมือนมาแอบอิงบ้านคอตเทจแถบชนบทต่างประเทศ ที่เจ้าบ้านหน้าตายิ้มแย้ม พูดคุยอย่างเป็นมิตร สวมผ้ากันเปื้อนลูกไม้ หมวกสานสีน้ำตาลอ่อน และรองเท้าบูตทำสวน ไม่ยืนตัดแต่งกิ่งกุหลาบ ก็กำลังชงชาสมุนไพรใส่แก้วสีขาวฉลุลาย ฉากหลังเป็นภาพสวนสีเขียวไกลสุดสายตา แซมดอกไม้สีเหลือง ม่วง ชมพู มีลมเย็นพัดลู่ผิว

แต่ภาพตรงหน้าเกิดขึ้นในเมืองย่าโม ประตูสู่ภาคอีสานของประเทศไทย 

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

รอช้าอยู่ไย ชวนคุณหอบเสื้อผ้ายัดลงกระเป๋าหวายทรงสี่เหลี่ยม มาทำความรู้จักกับป้าติ๋ม เจ้าของกิจการ แม่ครัว คนสวน และ Rosemary House ที่กลายเป็นบั้นปลายของหญิงผู้มีเสียงหัวเราะในทุกบทสนทนาของชีวิต

จากซิดนีย์มา

ป้าติ๋มเป็นสาวกรุงเทพฯ เคยประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และใช้ชีวิตฉันท์ครอบครัวกับชายผู้ครองหัวใจอยู่ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นเวลากว่า 10 ปี ก่อนจะย้ายกลับดินแดนเกิด ‘ประเทศไทย’

“ป้ามาเที่ยวปากช่องครั้งแรกที่ภูพิมาน อากาศดีมาก” เสียงลากยาวของเจ้าตัวยืนยันความจริง

“จากนั้นป้าก็วิ่งหาซื้อที่ แต่พอดีช่วงนั้นต้องไปเที่ยวมิวนิก แล้วพี่สาวที่มาส่งเราที่สนามบินจะมาปากช่อง พอป้าลงเครื่องที่นู่นไม่ถึงห้าวัน พี่สาวก็โทรมา ‘ฉันเจอที่ สวยมากเลย เอามั้ย’ ป้าซื้อกลางอากาศเลย ไม่เห็นที่ด้วย 

“พอกลับมาดูก็เป็นที่เปล่าๆ ข้างหนึ่งสูง ข้างหนึ่งต่ำ เพราะสมัยก่อนเจ้าของที่เขาขุดดินขาย ด้วยความที่ป้ารักษาธรรมชาติเลยไม่ถม กลับมาไม่นานก็สร้างบ้านเลย อยู่สักพักมันก็เพิ่มหลายหลัง ป้าก็ให้เพื่อนฝูงมาพัก จนกระทั่งมีคนบอกให้ทำเป็นเรื่องเป็นราว ก็เลยกลายเป็นเรื่องเลย ทำเป็นเรื่องเป็นราวย่างเข้าปีที่สามแล้วค่ะ” ป้าติ๋มยิ้มหวาน

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

3 ปีเป็นเวลาที่เปลี่ยนบ้านเป็นโฮมสเตย์ และ 15 ปีเป็นเวลานานพอที่จะเปลี่ยนปากช่องเป็น ‘บ้าน’

“ตอนแรกป้านึกว่าอยู่ไม่กี่ปี ไปรู้จากหมาข้างบ้าน เขาเพิ่งตาย เราถามเจ้าของว่า หมาเธออายุเท่าไหร่ เขาบอกว่าอายุสิบสาม ตายละ ฉันอยู่นี่มาสิบห้าปีแล้วหรอ (หัวเราะ) ยังเข้าใจว่าเพิ่งมาอยู่แค่เจ็ดแปดปีเอง”

บนพื้นที่หนึ่งไร่ มีบ้าน 5 หลัง แรกเริ่มเดิมทีป้าติ๋มปลูกดอกกุหลาบบริเวณลานหญ้าหน้าบ้าน จนกระทั่งเพื่อนบ้านมาจากออสเตรเลียปลูกโรสแมรี่อยู่ก่อน ประจวบกับคนสวนแบ่งขายให้ป้าติ๋มราคามิตร เธอเหมาหมด!

“ป้าเหมามาปลูก เริ่มตัดชำ ทำมาเรื่อยๆ จนมันเยอะขนาดนี้ ก็ยังงงชีวิตอยู่เลย เมื่อก่อนเที่ยวอย่างเดียว พอได้ปลูกโรสแมรี่ก็เลยชอบปลูกต้นไม้ไปในตัว ตอนนี้เป็นเรื่องเป็นราวเพราะเรารักเขาแล้ว มันน่ารักจะตาย”

และ 8 ปีเป็นเวลาที่ป้าติ๋มค่อยๆ ปลูกและฟูมฟักเจ้าโรสแมรี่แสนรัก ให้หอมอวลทั่วเมืองปากช่อง

โรสแมรีที่รัก

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

“สมัยป้าเริ่มปลูกมีพันธุ์ออสเตรเลียอย่างเดียว ตอนนี้เขาเล่นสายพันธุ์กัน มีพันธุ์ทัสแคนบลู พันธุ์บาร์บีคิว แล้วก็มีออสเตรเลีย จริงๆ โรสแมรี่มีหลายสายพันธุ์นะ กลิ่นต่างกันนิดหน่อย แต่ที่เห็นโดดเด่นคือทรงพุ่มกับทรงเลื้อย

“เมื่อสองวันก่อนฝนตก ป้าเปิดประตูออกมากลิ่นมันอวล มันสารพัดหอมเลย โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ รัสเซียนเสจ เป็นสมุนไพรหมดเลย กลิ่นมันมิกซ์กันเหมือนอโรม่า อย่างต้นสนไซเปรสข้างหน้าก็หอมนะ” ป้าติ๋มอธิบาย

ป้าติ๋มพยายามสร้างวาไรตี้ให้กับสวน คัดสรรพันธุ์ใหม่และสนุกกับการลงมืออยู่เสมอ แถมมีลาเวนเดอร์ช่วยเติมสีให้สวน นักปลูกใจเย็นกระซิบว่า รัสเซียนเสจ ไม้ทรงพุ่มดอกจิ๋วสีม่วงแกมน้ำเงิน เป็นไม้ประดับที่กำลังมา

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

หลังจากนี้เอาใจคนรักโรสแมรี่ เตรียมจดเคล็ดลับการปลูกที่ป้าติ๋มบอกว่า ‘รู้ใจ’ เท่านั้นถึงจะรอด

 “การปลูกต้นไม้ต้องสังเกต ใช้ทฤษฎีอย่างเดียวไม่ได้ อย่างโรสแมรี่ คนบอกว่าเขาไม่ชอบน้ำ มันก็ได้นะ ถ้าภูมิอากาศแบบฝรั่งเศส แต่ที่เห็นว่าตาย ก็เพราะวัสดุปลูกบ้านเราส่วนใหญ่ใช้มะพร้าวสับ ใช้ทราย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่โปร่งที่สุด พอโปร่งก็เป็นปัญหา เพราะน้ำในกระถางจะแห้งเร็วมาก รดน้ำไม่กี่ชั่วโมงก็แห้งแล้ว แห้งปั๊บเชื้อราก็เข้า เป็นโรคโคนเน่า เราต้องอัดน้ำให้ฉ่ำเลย ให้เขากินให้อิ่ม ป้าอยู่กับเขามาเจ็ดแปดปี อดนอนยังไงก็ต้องตื่นหกโมงมารดน้ำ

“เช้ามาป้ารดฉ่ำเลย รดนานๆ ซ้ำไปซ้ำมา ให้น้ำมันถึง แล้วก็ฉีดสเปรย์แรงๆ ที่ยอด มันก็ไม่ค่อยมีโรค แมลงก็หาย อีกอย่างเวลาฝนตก คนจะเข้าใจว่าไม่ต้องรดน้ำ ยิ่งไม้กระถางต้องยิ่งดูอย่างดีเลย เพราะบ้านเราตกตอนเช้า ตอนบ่ายแดดเปรี้ยง พวกสมุนไพรจะอันตรายมาก มันจะมีเชื้อโรคชนิดหนึ่งเกิดระหว่างที่อุณหภูมิไม่เสถียร ขนาดอากาศหนาวบ้าง ร้อนบ้าง เรายังเป็นหวัด ต้นไม้ก็เหมือนกัน พอซัมเมอร์เดือนเมษาฯ ช่วงสามสี่โมงป้าจะพรมน้ำให้เขาอีก”

ป้าติ๋มบอกว่าฝนตกหนักมากก็ต้องระวังรา ปีก่อนปากช่องฝนตกทุก 3 ชั่วโมงตลอดหนึ่งเดือน ปราศจากแดด มองเห็นแต่หมอก ชวนให้คนปลูกเกาหัวแกรกด้วยความเครียด ใบที่ร่วงหล่นจะพาต้นกลับมารอดหรือเปล่า

“ปีที่แล้วจะเป็นลม ตกแบบไม่เห็นอะไรเลยหนึ่งเดือนเต็ม ใบร่วงหมดเลย ป้าก็ดึงทิ้ง แต่จริงๆ ผิดนะ ไม่ต้องดึง เดี๋ยวเขาก็ฟูกลับมาเหมือนเดิม เราดันใจร้อนกว่าเขา แต่อย่างว่า ธรรมชาติควบคุมไม่ได้ ป้าก็ต้องคอยดู อยู่กันจนรู้ใจ ป้ารักเขานะ เพราะเห็นการเจริญเติบโตเขา ป้าถึงรู้ว่าเขาเริ่มผิดปกติ ทั้งหมดป้าศึกษาเขาด้วยประสบการณ์

“อย่างฝนตกแบบวันนี้นางจะชอบ ยอดนางจะสะดิ้งเลยแหละ” ป้าติ๋มพูดถึงสาวๆ ด้วยน้ำเสียงสดใส

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

ฝนตั้งเค้าดำมืดตั้งแต่ออกเดินทาง เริ่มโปรยปรายระหว่างบทสนทนา และหยุดชะงักราวบ่ายแก่ๆ ป้าติ๋มกวาดสายตาดูบรรดาโรสแมรี่สีเขียวชุ่มฉ่ำ ภาพตรงหน้าสวยสะดุด ไม่ว่าใครบอกก็เชื่อแล้วว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ

บอกแล้ว วันนี้โชคดีเป็นพิเศษ

โฮมสเตย์ โฮมมี่ โฮมเมด

เราพักครึ่งด้วยการซดน้ำกุหลาบมอญสกัดฝีมือป้าติ๋ม น้ำในแก้วใสกิ๊ง ทว่าส่งกลิ่นหอมตราตรึง, หลังดื่มเข้าไปอึกใหญ่  สีหน้าก็แช่มชื่น เจ้าบ้านยิ้มพิมพ์ใจและชวนคุยถึงบ้านพักที่บรรยากาศคล้ายชนบทต่างประเทศ

“เคยมีเพื่อนบ้านมานั่งดื่มไวน์ เขาบอกว่าเหมือนโพรวองซ์เลย” ป้าติ๋มหัวเราะร่วน

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

“มันเล็กแค่นี้เนาะ ป้าเลยใช้คำว่าโฮมสเตย์ มันดู Cozy ดูอบอุ่น มีความเป็นกันเอง ตอนโควิดคนหลบมาพักเยอะเลย ป้าอยากให้คนที่มาพักเขาได้ชาร์จแบตเตอรี่ร่างกาย อาหารป้าก็มีเสิร์ฟ ป้าเคยทำสเต็กปลาแซลมอนให้ฝรั่งที่มาพักนางชม แล้วก็บอกว่า ‘ฉันเหมือนมาหาแกรนด์มัม ตื่นมาเหมือนฉันอยู่ในสกอตแลนด์’ เขาบอกป้าว่า ‘ติ๋ม ฉันทำเบคอนเก่งมากนะ’ ป้าเลยบอกให้เขาสอนหน่อยสิ นางก็บอกว่า ‘ฉันมาฮอลิเดย์’ รุ่งขึ้นนางก็ขับรถไปเที่ยว ตกเย็นหอบเบคอน หอบเครื่องมาหมดเลย นางบอกว่า ‘พรุ่งนี้เช้าฉันจะสอนเธอนะ’ มันน่ารักมากเลย” เจ้าบ้านเล่าความประทับใจ

แขกที่เคาะประตูเยือน Rosemary House มีหลายกลุ่ม มีทั้งมาคนเดียว มาเป็นคู่ มากับเพื่อน มากับครอบครัวและยกทั้งออฟฟิศมาจัดกิจกรรมสร้างไมตรีต่อกัน เพราะบ้านพัก 5 หลัง รองรับได้มากถึง 20 – 27 คน แล้วที่น่าสนุกคือ มีกลุ่มคนหัวใจออร์แกนิกและรักธรรมชาติรวมกันมาแบ่งปันประสบการณ์กับป้าติ๋ม เวิร์กช็อปบ้าง ทำอาหารบ้าง

“ดิฉันเป็นเจ้าแม่โปรเจกต์ สารพัดทำเลย แยมกลีบกุหลาบดิฉันก็ทำอร่อยมาก แล้วกวนแยมต้องกวนหน้าหนาวด้วยนะ อารมณ์มันมา ส่วนหน้าร้อนป้าก็มีเล่ห์เหลี่ยมของป้า ป้าทำแอบเปิ้ลครัมเบิ้ลกินกับไอศกรีม วันนี้ป้ามีพาสต้าบีทรูทกับพอร์กริบ เมื่อคืนทำครัมเบิ้ลแต่ไม่มีไอศกรีม กินมั้ยๆ” ป้าติ๋มชวนด้วยแววตาใสวิ๊งเป็นประกาย

มีหรือจะปฏิเสธ เพียงครู่ก็มีแอปเปิ้ลครัมเบิ้ลอยู่ตรงหน้า แม้จะผ่านวันคืนแต่รสยังเลิศ

“ทำสนุกๆ ค่ะ” เธอยิ้ม “พาสต้าป้าก็อร่อยนะ ป้าได้บีทรูทจากแถวนี้มาทำ ทุกอย่างที่ครีเอตต้องมีโรสแมรี่ของป้าด้วย ตอนนี้ถึงจุดอิ่มตัวในการปลูกแล้ว ป้าไปอีกสเต็ปหนึ่งคือคิดต่อยอด ตอนนี้ทำเครื่องสำอางจากโรสแมรี่แล้วด้วย เมื่อก่อนก็ใช้โรสแมรี่ทำชา ทำไซรัป ป้ามีเคล็ดลับของป้านะ” หลังพูดจบ ป้าติ๋มชวนเข้าครัวขนาดจิ๋ว

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง
Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

เธอเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงพาสต้าบีทรูท แม่ครัวว่าเคล็ดลับคือเตรียมทุกอย่างให้พร้อม พอกระทะร้อนก็ใส่ทุกอย่างตามลำดับ ป้าติ๋มเริ่มจากผัดกุ้งและหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวเบิ้มให้สุก ใส่เส้นพาสต้า ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเติมบีทรูทพูเร (ป้าติ๋มทำเอง) คลุกเคล้าให้เข้ากันจนบีทรูทสีแดงเคลือบเส้นสีเหลืองนวลจนหมด พร้อมเสิร์ฟ!

ก่อนจานถึงโต๊ะ ป้าติ๋มฉีดสเปรย์โรสแมรี่สกัดลงในจานเพิ่มกลิ่นหอมทวีคูณ กระซิบเสียงดังเลยว่ารสมือของเธอไม่ธรรมดา ส่วนพอร์กริบที่ทานคู่กันก็ละลายในปาก ยิ่งตัดรสกับบีทรูทดองโฮมเมดเนื้อกรุบกรอบ ขอยกนิ้วเยี่ยม

ถ้าอยากลิ้มเมนูโฮมเมด ป้าติ๋มเปิดให้จองล่วงหน้า คุณจะประทับใจจนต้องขออีก (หลาย) จาน

นอนโฮมสเตย์กลางสวนโรสแมรี่ กินอาหารโฮมเมด ในบรรยากาศโฮมมี่แบบชนบทนอกเมืองโคราช

61 ยังแจ๋ว

“ตอนนี้หกสิบเอ็ดแล้วค่ะ แต่พออายุมากขึ้นมันก็จะมีโมเมนต์กังวลนะ สามสิบยังชิลล์อยู่ พอห้าสิบเริ่มละ หกสิบป้าก็คงตายแล้ว ป้าไม่ได้กลัวนะ แต่มันเหลือเวลาน้อยมาก ในชีวิตนี้สนใจอยู่สองอย่าง กินกับต้นไม้ เรื่องต้นไม้ป้าสู้ตาย มีครั้งหนึ่งจะซื้อไม้ที่มันออกลูก คนขายบอกสามปีออกลูก ป้าเดินหนีเลย จะอยู่ถึงมั้ยเนี่ย แต่พอเราได้เจอคนเยอะขึ้น คนนี้อายุเจ็ดสิบ คนนี้อายุแปดสิบ เฮ้ย เขาก็ยังอยู่กันได้ หลังจากนั้นป้าซื้อแหลกเลยค่ะ จะออกลูกอีกสามปีป้าก็ซื้อ

“มีหนหนึ่งคนมาเที่ยวบ้านเรา อายุเจ็ดสิบสอง เดินปร๋อเลย นี่คือกำลังใหญ่หลวงของป้าเลย”

นอนโฮมสเตย์กลางสวนโรสแมรี่ กินอาหารโฮมเมด ในบรรยากาศโฮมมี่แบบชนบทนอกเมืองโคราช

ทุกบทสนทนาล้วนมีแต่เสียงหัวเราะและพลังบวกที่ป้าติ๋มปันมาให้เรา และหวังว่าจะปันถึงผู้อ่านด้วยเช่นกัน เพราะความเริงร่าท้าเลข 6 เราชวนเธอเล่าถึงเคล็ดลับเกษียณยังไงให้สดใส แถมกระปรี้กระเปร่าเกินวัย (มาก)

“ป้ามีโฮมสเตย์ มีโรสแมรี่ คิทเช่น มีโรสแมรี่ การ์เด้น สามอย่างนี้มันก็เหนื่อยสำหรับผู้หญิงวัยหกสิบนะ แต่พอมีคนมาหาเราเรื่อยๆ วัยเกษียณก็สนุกขึ้น ซึ่งคนอายุหกสิบบางคนต้องนั่งเลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน มันสร้างความกดดันให้คนวัยนี้ แทนที่เขาจะได้เห็นสีเขียว ได้ปลูกต้นไม้ ก็ต้องมานั่งเครียดกับครอบครัว ซึ่งป้าก็เข้าใจนะ

“แต่สิ่งที่ป้าพูดเสมอคือคุณต้องทำ ลูกต้องไม่ห้าม แม่อย่า แม่อย่า เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำ ให้เขามีกิจกรรม ถ้าเหนื่อยเขาก็นอนเอง เพราะเขาจะรู้กำลังของเขา คนวัยหกสิบ อย่าคิดผูกพันมาก อยู่กับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด หากิจกรรมทำให้มากที่สุด เพื่อ Killing the Time คำนี้ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็แล้วแต่ มีความหมายมากที่สุด

“แล้วก็ Think Positive ป้าไม่คิดลบนะ คิดทำนู่นทำนี่ไปเรื่อยๆ จะเจ๊งหรือจะอะไร ทำไปก่อน ต้องลุย ถ้าป้าอายุขนาดนี้ ป้าลุยแหลกเลย (ชี้มาทางเรา) ที่พูดมาเนี่ยมันคือประสบการณ์ชีวิตที่หาด้วยตัวเองง่ายกว่าในหนังสือ”

แล้วตอนอยู่ซิดนีย์ป้าติ๋มมีวิถีแบบนี้มั้ยคะ ทำสวน ปลูกผัก เข้าครัวทำอาหาร-เราถาม

“ไม่ ไม่” เธอตอบเสียงสูง “คนละเรื่องเลย ไม่มีการปลูกผัก ปลูกหญ้า เพิ่งมาชอบตอนอยู่ที่นี่ (แล้วกลิ่นอายแบบนี้มาจากไหน) อ๋อ เที่ยวเก่ง เป็นคนชอบเที่ยว ตั้งแต่มีบ้านหลังนี้ไม่ไปไหนเลย ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ป้ารักตรงนี้ รักอากาศรักโรสแมรี่ แค่ออกไปปากซอยก็คิดถึงบ้านแล้ว แทนที่ป้าจะเสียตังค์ไปต่างประเทศ ป้าเสียตังค์มาปลูกต้นไม้ดีกว่า

“ป้าติดนิสัยฝรั่งอยู่อย่าง ช่วงซัมเมอร์เขาจะออกมาทำบ้านให้สวย ทำสวนให้สวย แต่ประเทศเราทำได้ทั้งปีไม่ต้องรอซัมเมอร์ ความสุขของป้าคือทำสวนให้สวย ทำบ้านให้สวย ทำอาหารอร่อยให้ลูกค้ากิน ป้าเสพความสุขจากตรงนั้น และป้าเชื่อว่าคนที่รักโรสแมรี่ รักสมุนไพร ทุกคนน่ารักหมดเลย เท่าที่ป้าเห็นจากการปลูกโรสแมรี่มาแปดปีนะ 

“คงเป็นเพราะเสน่ห์ของโรสแมรี่ Bring the People ที่ดีมาให้ป้า เรื่องจริงนะ ป้าเลยรักใหญ่เลย” 

เราเชื่อว่าบรรดาโรสแมรี่คงรับรู้ถึงความรักที่ป้าติ๋มมอบให้ ไม่เช่นนั้นคงไม่สะดิ้งสู้ฝนขนาดนี้

นอนโฮมสเตย์กลางสวนโรสแมรี่ กินอาหารโฮมเมด ในบรรยากาศโฮมมี่แบบชนบทนอกเมืองโคราช

Rosemary House

ที่ตั้ง : 888/10 หมู่ 5 บ้านหนองมะค่า ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (แผนที่)

Facebook : Rosemary HOUSE โฮมสเตย์

โทรศัพท์ : 08 2164 2859

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

18 มิถุนายน 2565
10.85 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ความเป็นติ่งของ เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ทำให้เราต้องดั้นด้นไปตามหาทันทีที่รู้ว่า ‘บ้านของพี่เคน’ (ในภาพยนตร์) ได้กลายเป็นโรงแรมริมน้ำเล็ก ๆ แถวถนนทรงวาดชื่อ ‘ลอยละล่อง

ต่อมา เมื่อได้รู้จักและเลิกกรี๊ดความเป็นบ้านพี่เคนแล้ว เราก็ยังเทียวไปเทียวมาที่นี่อยู่ตลอด ด้วยความรู้สึกผูกพันส่วนตัว และยังพาคนอื่นไปสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เคยล้าสมัย แม้ล่วงเข้าปีที่ 11 แล้ว

สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน (และทำให้อึ้งไปหลายวินาทีเมื่อแรกรู้จัก) คือเรายังต้องเดินผ่านลานจอดรถของวัดปทุมคงคาไปจนสุดทางที่มีกุฏิพระเรียงรายอยู่ ทางเข้าที่เป็นซอกระหว่างกุฏิ ยังเป็นที่จอดมอเตอร์ไซค์และรถเข็นขายของที่มีสารพัดสิ่งวางสุมอยู่ ส่วนมาสคอตของโรงแรมก็ยังเป็นคุณป้าข้างบ้านคนเดิมที่ชอบเปิดประตูนั่งรับลม และคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยการชี้ทางเข้าให้กับใบหน้างง ๆ ของคนที่เพิ่งมาเยือนสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก

นอกจากคุณป้าจะเป็นมาสคอตของที่นี่แล้ว คุณป้ายังเป็นตรายางที่รับรองว่า ลอยละล่องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้อย่างลงตัว และเคารพคนในชุมชนในฐานะผู้มาขออาศัย โดยไม่เขินอายที่จะปกปิด หรือพยายามเปลี่ยนสภาพด้านนอกให้ดูดีขึ้น เมื่อยอมรับความไม่เข้ากันที่เข้ากันได้ ซี-สราวุธ ศาสนนันทน์ และภรรยา จึงตัดสินใจทิ้งงานอันมั่นคงในวงการโฆษณา มาลงมือสร้างโรงแรมเล็ก ๆ ริมน้ำเมื่อ พ.ศ. 2554 ทันที

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“ตอนแรกผมก็คิดว่าการลาออกมันยาก แต่เอาเข้าจริง พอถึงเวลา ใจผมเรียกร้องมาก ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง คิดแต่ว่า ไม่เอาแล้วเว้ย! หลังจากนั้นผมบอกแม่ว่ามีข่าวดี ผมเป็นอิสระแล้ว แม่ด่าเปิงเลย” ซีหัวเราะ

“การลาออกมีเหตุให้ผมกลัวเยอะมาก ไม่มีใครเห็นด้วยเลย พอเจอตัวบ้านและสภาพแวดล้อมของที่นี่ (ที่ตั้งของลอยละล่อง) แฟนถามว่า พี่ไหวเหรอ ผมก็ถามกลับว่า มันมียิ่งกว่านี้อีกนะ อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือเปล่า แล้วปัญหาที่มากกว่านั้นก็คือ น้ำ หลังจากนั้น 6 เดือน น้ำท่วมอยู่ 1 เดือน พระเจ้ารับน้องชุดใหญ่มาก แต่ทุกอย่างที่ดูจะเป็นปัญหา กลับไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของคนที่มาพัก ถ้าเขายอมรับบริบทตรงนี้ได้” เขาเล่าติดตลก

เราก็เป็นหนึ่งในคนมาพักที่เห็นว่า การขึ้นลงของน้ำคือประสบการณ์น่าสนุก ตื่นเต้น และท้าทายจริง ๆ แต่ไม่ใช่แขกทุกคนที่จะรับความขลุกขลักแบบนี้ได้ ซีบอกว่าทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลือก (ทั้งแขกและเจ้าของที่พัก) เพราะเขาเชื่อว่าการไปเที่ยวหรือไปพักที่ไหน ตัวเราต้องอยู่ในที่ที่ชอบก่อน ทริปนั้นถึงจะแฮปปี้ ลอยละล่องเลยไม่มีปัญหา ถ้าแขกจะปฏิเสธการเข้าพัก แต่กลับมีปัญหาในการปฏิเสธแขกมากกว่า เพราะบางทีไม่เข้ากันจริง ๆ ก็จะทำตัวไม่ถูก

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“เคยมีฝรั่งชาวเยอรมันคู่หนึ่งมาพักที่นี่ ภรรยาเขาหน้าบึ้งมาก เหมือนกับว่าที่พักเราไม่ใช่แบบที่เขาคิดไว้ ซึ่งเขาจองมา 3 คืน ผมบอก ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ยูนอนเลย ถ้าพรุ่งนี้ยูไม่ชอบ ไอคืนเงินให้ทั้งหมด เพราะตอนนั้นค่ำมากแล้ว จะไปหาที่พักใหม่ก็ลำบาก ปรากฏว่าตอนเช้าเขาชอบมาก และขอบคุณที่ให้โอกาสเขา มันกลายเป็นมิตรภาพที่ดีมากครับ แล้วเขาก็กลับมาบ่อย ทุกครั้งที่เขามาก็จะมีของมาฝากผม แล้วเอาของผมกลับไปด้วย เช่น ต้นไม้ ใบหญ้า”

ซีจึงปล่อยการตลาดของลอยละล่องให้เป็นไปตามธรรมชาติ เขาทิ้งตำราโฆษณาที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และพบว่าวิธีนี้ดีที่สุด เพราะคนที่ถูกใจก็จะแนะนำคนที่ใกล้เคียงกับเขา และใกล้เคียงกับโรงแรมมาพัก ทำให้แฮปปี้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ประกอบกับโรงแรมมีห้องพักแค่ 6 ห้อง ไม่ต้องการแขกมากมาย การเป็นโรงแรมเล็ก ๆ นี้ เจ้าของคือคาแรกเตอร์ของโรงแรมทั้งหมด ข้อดีคือตั้งราคาได้ ลดราคาได้ถ้าอยากจะลด และเป็นอิสระมากกว่า

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

การกลับไปเยี่ยมเยียนโรงแรมที่เพิ่งผ่านการรีโนเวตครั้งที่ 3 เมื่อเดือนพฤษภาคม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ที่นี่ได้เพิ่มลูกเล่นและสีสันให้กับบ้านไม้สีธรรมชาติอันคุ้นตาไปอีกระดับ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากการตกผลึกทางความคิด และประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาตลอดของเจ้าของนั่นเอง

ซีเริ่มทำที่พักแห่งนี้ด้วยความดุ่ย ๆ หลายเรื่องที่ควรจะกลัวก็ไม่กลัว แถมยังขบถเล็ก ๆ ต่อศาสตร์การทำโรงแรมทั่วไป การรีโนเวตในแต่ละรอบ นอกจากเรื่องปรับปรุงความทรุดโทรมแล้ว ก็ถือเป็นการรีเฟรชตัวโรงแรมและตัวของซีด้วย ปีนี้จึงมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์มากขึ้น หลังจากเริ่มคิดว่าอะไรเป็น Best Stay และ Luxury สำหรับแขกผู้มาพัก

ในเมื่อตัวอย่างความหรูหราของซี คือการละเลียดกาแฟตอนเช้าสัก 2 ชั่วโมง ในบรรยากาศสงบที่แทบหาไม่ได้ในกรุงเทพฯ ทำให้เขาใส่รายละเอียดในแต่ละห้องมากขึ้น เพิ่มเครื่องทำกาแฟ ต่อเติมระเบียง เสริมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่จะเบ่งบานรับแขกที่ตื่นมาชงกาแฟเอง และตั้งใจให้พวกเขาออกไปนั่งที่ระเบียงในชุดนอน เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศแม่น้ำได้นานเท่าที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้เป็นความหรูหราในนิยามที่ลอยละล่องอยากมอบให้แขกผู้มาพักทุกคน

แขกต่างชาติส่วนใหญ่ของที่นี่ เป็นคนที่มาเมืองไทยหลายครั้งจนแทบไม่ออกไปไหน แต่เอ็นจอยกับการใช้เวลาอยู่ในที่พักเล็ก ๆ เหมือนโอเอซิส หลังจากผ่านความวุ่นวายของเยาวราชบ้าง โดนแท็กซี่หลอกบ้าง เขาเหล่านี้จึงไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าการเห็นเรือทุกชนิดแล่นผ่านไปมา หรือเห็นขยะทุกประเภทลอยผ่านหน้า แค่นั้นเอง

มิตรภาพและความไว้วางใจที่เกิดขึ้นในบ้านน้อยหลังนี้ มาในคำชมหลายรูปแบบที่ไม่ต้องเอ่ยวาจา เช่น แขกบางคนเดินถอดเสื้อโดยไม่ปิดประตูห้อง บางคนทิ้งกระเป๋าเงินและกล้องไว้ขณะที่ออกไปเที่ยวครึ่งค่อนวัน บางคนเอาของมาทิ้งไว้ให้ บางคนส่งลูกมาพักและให้ช่วยดูแล หรือบางคนฝากของให้เพื่อนที่จะมาพักในอีก 8 เดือน (ข้างหน้า) แบบนี้ก็มี!

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ในรอบ 10 ปี เราเยือนลอยละล่องในฐานะแขกประจำ แต่ที่เห็นว่าไม่ประจำคือหน้าของพนักงาน ถือเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของกิจการไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ได้ทีมสาว ๆ ไฟแรงแสนน่ารักมาช่วยดูแลบ้านน้อยหลังนี้ ตรงตามเจตนารมณ์ของโรงแรมและแขกผู้มาพัก ที่สำคัญ สาว ๆ มีฝีมือในการทำอาหารไม่แพ้เชฟมีชื่อ จึงช่วยประคองตัวผ่านวิกฤตช่วงปิดประเทศไปได้ การเปิดร้านอาหารและบาร์เล็ก ๆ เปลี่ยนโรงแรมเป็นพื้นที่ Work from River เพื่อรองรับแขกคนไทย ทำให้มีคนเข้ามาเยือนตลอดโดยไม่จำเป็นต้องค้าง

การได้ทีมที่เข้มแข็งเป็นความโชคดีในความโชคร้ายระหว่างปิดประเทศอย่างมาก หลัง ๆ โรงแรมได้คอมเมนต์นอกเหนือจากการชื่นชมแม่น้ำตามสูตร เป็นการพูดถึงพนักงาน เรื่องนี้ซีขอขอบคุณคำสอนจากพี่คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของที่พักกลางเกาะหลีเป๊ะ เขาต้องไปส่งแขกที่ท่าเรือด้วยตัวเองแทบทุกครั้ง ด้วยความคิดว่า

“เวลาแขกเช็กเอาต์ ก็เหมือนตายจากกัน เขาอาจไม่กลับมาแล้ว ต้องบริการเขาให้ดีที่สุด ต่อให้เขาแย่ที่สุด ก็ต้องจบกันในภพเล็ก ๆ นี้” คำพูดนี้ทำให้ซีตอบตัวเองได้ว่า เขาต้องดูแลแขกแบบไหน และพร่ำสอนพนักงานให้คิดแบบนั้น ซีเชื่อว่า “คนไทยคือ Soft Power ที่ต้องเก็บไว้ เป็นเรื่องดีของคนไทยมาก ๆ ที่เรามีน้ำใจโดยอัตโนมัติ”

เมื่อไทยเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ลอยละล่องจึงยิ่งกว่าพร้อมที่จะต้อนรับแขกจากต่างแดน โดยพกความมั่นใจในมิตรภาพข้ามโลกที่แฝงความโรแมนติกว่า คนที่ไม่ควรจะได้เจอกัน แต่ก็ได้เจอกัน เป็นเพื่อนกัน ทำให้มีโอกาสดูแลกัน และมอบความสุขกลับไป ถือเป็นรางวัลที่มีค่ามากของโรงแรม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นแขกประจำหรือแขกที่เพิ่งมาครั้งแรก การเดินผ่านประตูไม้ทึบเข้ามาตามทางเดินแคบ ๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังทุกครั้ง เราเริ่มรับรู้ถึงความเย็นสงบไปพร้อม ๆ กับได้ยินเสียงคลื่นน้ำเป็นระยะ ๆ เมื่อผ่านครัวเล็ก ๆ ทางซ้ายที่ดูจะวุ่นวายที่สุด เพราะเป็นที่ประจำการของทีมสาว ๆ ก่อนจะเข้าสู่ห้องนั่งเล่นที่ปูลาดด้วยเบาะสีสดใส ข้างหน้าคือวิวพาโนราม่าของเจ้าพระยาที่ดึงดูดให้ถลาไปชื่นชมก่อนแทบทุกคน

นอกจากตั้งชื่อโรงแรมว่า ‘ลอยละล่อง’ จากการสะท้อนโลเคชันตามสูตรแล้ว ชื่อนี้ยังเหมือนกับการประกาศอิสรภาพว่า (ออกจากงาน) ไปแล้วนะ และเมื่อเริ่มเข้าไปทำจริง ๆ ซีพบว่า แต่ละห้องไม่เหมือนกันเลย ความสนุกและความท้าทายจึงเหมือนกับการทำห้อง 6 ห้อง เป็น 6 สถานที่ในแต่ละรายละเอียด การตั้งชื่อห้องเป็นสีก็เพื่อให้สื่อสารง่าย และยังง่ายต่อการตกแต่งจาก Scheme Colour (โทนสี) ด้วย

เราแอบถามซีจนพบว่า บ้านหลังนี้จริง ๆ มีทั้งหมด 7 ห้อง แต่เนื่องจากห้องหนึ่งไม่เอื้อกับคุณภาพในการนอน ที่นี่จึงเปิดห้องพักแค่ 6 ห้อง 6 สี โดยอยู่ข้างล่าง 3 ห้อง ข้างบนอีก 3 ห้อง

ห้องสีฟ้า ซีบอกว่า ทัศนคติของการลาออกจากงานในครั้งนั้น ได้นำไปบรรจุในห้องสีฟ้าหมดแล้ว จึงดูเป็นห้องที่น่าค้นหาความหมายที่สุดและยอดนิยมที่สุด ถึงแม้จะไม่รู้ที่มาที่ไปก็ตาม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีเขียว จุดเด่นคือ อ่างอาบน้ำสีทองแดงที่ต้องไปจ้างทำ เนื่องจากสู้ราคาอ่างจริงไม่ได้ ให้อารมณ์เหมือนอาบน้ำริมธาร ล้อไปกับรูปวาดบนผนังสีเขียวแบบในหนัง Great Expectations

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีดำ ที่เจ้าของชอบที่สุด แต่ถูกคนรอบตัวว่ามากที่สุด เพราะหาว่าเป็นสีอัปมงคล!

สำหรับแขกประจำแบบเรา บอกได้เลยว่าห้องนี้มีการปรับปรุงมากที่สุด ด้วยการเพิ่มขนาดของห้องและเปลี่ยนตำแหน่งของห้องน้ำให้สะดวกมากขึ้น และมีระเบียงให้ออกไปจิบกาแฟยามเช้า

ห้องสีส้ม เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดสำหรับ Solo Traveler และถือว่าน่ารักน่านอนด้วยนะ อาจจะเพราะโรงแรมค้นพบว่า คนที่เที่ยวคนเดียวไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นผู้หญิงนี่เอง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีขาว มีทางเข้าได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ถือกำเนิดจากการเป็นห้องแบบ Dormitory แต่สุดท้ายก็ทำเป็นห้องสำหรับ Family แทน สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ห้องนี้สนุกที่สุด (มีประตูลับด้วย)

ห้องสีแดง มีกลิ่นอายแบบจีน ๆ และมีส่วนหนึ่งอยู่ใต้หลังคา จึงจัดเป็นที่นอนเสริมสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ นอนรวมกันได้ถึง 3 คน

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

แต่ละชั้นมีห้องนั่งเล่นตรงกลาง และมีชานสำหรับชมวิวแม่น้ำ โรงแรมให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางมาก เพราะเป็นส่วนที่สร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น ระหว่างผู้เข้าพักที่มาจากคนละซีกโลก และมิตรภาพระหว่างแขกกับโรงแรม

“ผมทำลอยละล่องมา 10 ปี สมัยก่อนผมอาจจะอยากได้เพื่อน แต่ ณ วันนี้ ผมรู้สึกว่าแขกมาถึงที่พักผมก็ไม่ง่าย ทั้งคนไทยและต่างชาติที่บินมาจากไหนก็ไม่รู้ เขามาให้โอกาสผม ผมเลยอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากดูแลกายแล้ว ผมก็ขอดูแลใจเขาด้วย หมายถึง ให้เขามาชาร์จแบตกลับไปจน Full Energy”

นี่เป็นคำพูดที่ยังติดหูเรา เมื่อบอกลาความสงบและกลับสู่ความวุ่นวายของโลกด้านนอกอีกครั้ง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ในขณะที่ซีมีโอกาสดูแลเพื่อนข้ามโลกสารพัดชาติ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ให้ต้องสูญเสียคนรักที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างลอยละล่องมาด้วยกัน เป็นเวลาหลายปีที่ทั้งคู่มีโอกาสเรียนรู้การเผชิญความตายอย่างสงบและมีสติ หรือ Peaceful Death ด้วยกัน จากการดูแลแนะนำสั่งสอนของ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่ให้ความสำคัญกับ Palliative Care หรือ การดูแลวิญญาณและจิตสุดท้าย รวมถึงดูแลผู้ที่ดูแลคนป่วยด้วย

เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปได้แบบเข้มแข็งทุกฝ่ายจนถึงวาระสุดท้าย ซีเลยปวารณาตนไปบวชรับใช้พระอาจารย์ที่วัดป่าบนยอดเขาที่จังหวัดชัยภูมิถึง 2 ครั้ง และยังจัดคอร์สอบรม ‘เผชิญความตายอย่างสงบ’ ที่โรงแรมเกือบทุกปีด้วย เป็นคอร์สที่ส่วนตัวมาก ๆ เพราะรับผู้เข้าร่วมแค่ 15 – 16 คนเท่านั้น ซีเน้นรับเฉพาะคนไทย ถึงแม้ว่าจะมีชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยอยากเข้าร่วมก็ตาม

1 ทศวรรษของ ‘ลอยละล่อง’ จึงผ่านเรื่องสุข ทุกข์ และความเจ็บปวดมากมาย ในขณะที่ทำให้ ‘ผู้รับ’ ได้สิ่งที่ดีและสุขสบายที่สุด ใครจะรู้ว่าในบางขณะ ‘ผู้ให้’ ต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็งและมีทัศนคติที่ดี ที่พร้อมจะมอบให้คนรอบตัวแค่ไหน นั่นเป็นความประทับใจจากการบังเอิญไปรับรู้เรื่องราวที่ส่งพลังบวกให้กับเราอย่างมาก

ถึงจะเหมือนอีกหลายคนที่อยากเก็บที่นี้ไว้เป็นความลับมากเท่าไหร่ แต่ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะอวดสิ่งที่เรารัก และอยากให้คนที่เคมีตรงกันได้ไปสัมผัส ตกหลุมรัก และ Have a Nice Stay เหมือนเรา ที่ลอยละล่องแห่งนี้

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

Loy La Long Hotel
ที่อยู่ : 1620/2 ถนนทรงวาด (ในวัดปทุมคงคา) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2639 1390

เว็บไซต์ : loylalong.com

Facebook : Loy La Long Hotel

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

สุทธิชา จารุรัตน์

คุณแม่ลูกสอง จบอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชื่นชอบการอ่านหนังสือ ดูหนัง ชมละคร Broadway & West End และละครเวทีเล็กของไทย ว่าง ๆ มักจะเดินชมงาน ฟัง Talk เรื่องศิลปะและประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวในและต่างประเทศ และทานอาหารนอกบ้าน

Photographer

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load